จากกรณีข่าว “ที่นอนสีชมพู หมอนโดเรม่อน” ที่ได้รับความสนใจในสังคมเกี่ยวกับการเผยแพร่คลิปและภาพส่วนตัวของบุคคลผ่านสื่อออนไลน์ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า หากเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้น สิทธิของผู้เสียหายเป็นอย่างไร และผู้ที่นำคลิปหรือภาพของผู้อื่นไปเผยแพร่จะมีความรับผิดทางกฎหมายหรือไม่
ในมุมมองของทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ สิ่งสำคัญที่สุดคือการแยกอารมณ์ออกจากข้อกฎหมาย เพราะหลายครั้งเหตุการณ์เกิดจากความโกรธ ความเสียใจ หรือความขัดแย้งในความสัมพันธ์ แต่เมื่อมีการนำคลิปหรือภาพส่วนตัวของอีกฝ่ายไปเผยแพร่บนอินเทอร์เน็ต ผลทางกฎหมายอาจร้ายแรงกว่าที่หลายคนคาดคิด
การเผยแพร่คลิปหลุด ไม่ใช่เพียงเรื่องส่วนตัวอีกต่อไป

ในทางกฎหมายแล้วเมื่อภาพหรือคลิปถูกอัปโหลดเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ หรือเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ไม่ว่าจะแพลตฟอร์มใดก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวมีโอกาสถูกคัดลอก ส่งต่อ ทำซ้ำ และหรือเผยแพร่ได้อย่างรวดเร็ว แม้ผู้โพสต์จะลบภายหลัง แต่ความเสียหายก็ได้เกิดขึ้นแล้ว
กรณีในลักษณะนี้การกระทำอาจเกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับ ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เช่น กฎหมายเกี่ยวกับความผิดทางคอมพิวเตอร์ ความผิดเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล หรือการเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง ทั้งนี้ต้องพิจารณาจากพยานหลักฐานและรายละเอียดของแต่ละกรณี
ความโกรธไม่ใช่เหตุยกเว้นความรับผิด

หลายคนคิดว่าเมื่อถูกนอกใจ ถูกหลอก หรือได้รับความเสียใจด้วยอารมณ์ที่โกรธจึงอัดคลิป หรือถ่ายภาพนิ่ง และนำข้อมูลส่วนตัวของอีกฝ่ายมาเปิดเผยเพื่อประจานได้ด้วยอารมณ์ แต่ในทางกฎหมายความรู้สึกหรืออารมณ์โกรธหรือผิดหวังไม่ได้เป็นเหตุที่ทำให้การกระทำดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายหรือได้รับการยกเว้น หรือนำมาอ้างว่าทำไปเพราะอารมณ์โกรธ หรืออารมณ์ชั่ววูบได้
การตัดสินใจเพียงชั่ววูบอาจนำไปสู่การถูกดำเนินคดี และอาจต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายหากการกระทำนั้นสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียง ความเป็นส่วนตัว หรือการดำเนินชีวิตของอีกฝ่ายด้วย
ทำไมควรมีทนายความตั้งแต่เริ่มมีปัญหา?

จากประสบการณ์ของทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ฯ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ หลายคดีสามารถลดความเสียหายได้โดยที่เราเป็นฝ่ายถูกนอกใจก็จริง แต่ก็จะสามารถถือไพ่เหนือกว่าได้ง่าย ๆ หากก่อนจะทำสิ่งใดลงไป ได้รับคำแนะนำทางกฎหมายจากทนายความก่อนตัดสินใจทำสิ่งใดลงไปนั่นเอง
เพราะในความเป็นจริงทนายความไม่ได้มีบทบาทไว้เพียงเพื่อว่าความในศาล แต่ยังรวมถึงการให้คำปรึกษา ประเมินความเสี่ยงทางกฎหมาย วางแนวทางการเก็บพยานหลักฐาน และช่วยหาทางออกที่เหมาะสมกับแต่ละสถานการณ์ได้ด้วย
หลายครั้งหลายกรณีเมื่อมีข้อพิพาทเกิดขึ้นภายในครอบครัว ความสัมพันธ์ หรือธุรกิจก็ตามแต่ การได้รับคำปรึกษาที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น สามารถป้องกันไม่ให้ปัญหาบานปลายจนกลายเป็นคดีความได้
หากเป็นผู้เสียหายควรทำอย่างไร?

สำหรับผู้เสียหายหากพบว่าคลิปหรือภาพส่วนตัวของตนถูกเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต ควรรีบเก็บหลักฐาน เช่น ภาพหน้าจอ ลิงก์เว็บไซต์ วันที่และเวลาที่พบข้อมูล รวมถึงข้อความสนทนาที่เกี่ยวข้อง
หลังจากนั้นควรขอคำปรึกษาจากทนายความเพื่อประเมินแนวทางดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นการประสานขอให้ลบข้อมูล การดำเนินคดี หรือการเรียกค่าเสียหายตามสิทธิที่กฎหมายกำหนด
กฎหมายป้องกันได้ หากเริ่มต้นอย่างถูกต้อง

ปัจจุบันคดีที่เกี่ยวข้องกับคลิปและการละเมิดความเป็นส่วนตัวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามการใช้งานสื่อออนไลน์ การตัดสินใจโดยใช้อารมณ์เพียงชั่วคราวอาจสร้างผลกระทบที่ยาวนานทั้งต่อผู้เผยแพร่และผู้เสียหาย
หากคุณกำลังเผชิญข้อพิพาทเกี่ยวกับคลิป ภาพส่วนตัว หรือการเผยแพร่ข้อมูลบนโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะผู้เสียหายหรือผู้ที่ไม่แน่ใจว่าการกระทำของตนอาจมีผลทางกฎหมายหรือไม่ การปรึกษาทนายความตั้งแต่เริ่มต้นจะช่วยให้เข้าใจสิทธิ หน้าที่ และแนวทางดำเนินการที่เหมาะสม
สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์พร้อมให้คำปรึกษาด้านกฎหมายเกี่ยวกับคดีออนไลน์ คดีละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และข้อพิพาทที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแนวทางที่รอบคอบและปกป้องสิทธิของผู้รับคำปรึกษาตามกฎหมาย

