ฮาย อาภาพร นครสวรรค์ สุดทน AI ปลอมใบหน้าโฆษณาเว็บพนันออนไลน์ ทนายอาร์มร่วมแถลงข่าว พร้อมย้ำ “วางแผนคดีก่อนแจ้งความ” สำคัญที่สุด

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ จากสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ในฐานะทนายความที่ปรึกษาของคุณฮาย อาภาพร นครสวรรค์ ศิลปินนักร้องชื่อดังของประเทศไทย ได้เดินทางไปยังกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 2 (สอท.2) เพื่อร่วมแถลงข่าวคดีที่ได้รับความสนใจจากประชาชน กรณีการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ปลอมใบหน้าและเสียงของคุณฮายไปใช้โฆษณาเว็บพนันออนไลน์โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงและอาจทำให้ประชาชนหลงเชื่อว่าศิลปินมีส่วนเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ดังกล่าว

ตำรวจไซเบอร์โดยพล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท., มอบหมายให้ พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าว ได้แถลงผลการปฏิบัติการทลายเครือข่ายเว็บไซต์พนันออนไลน์ KFC888 ซึ่งจากการสืบสวนพบว่ามีเงินหมุนเวียนมากกว่า 2,500 ล้านบาทต่อปี พร้อมตรวจพบพฤติการณ์นำเทคโนโลยี AI มาใช้สร้างภาพและเสียงเลียนแบบคุณฮาย อาภาพร นครสวรรค์ เพื่อผลิตสื่อโฆษณาชักชวนประชาชนให้เข้าเล่นพนันออนไลน์ ทั้งที่เจ้าตัวไม่เคยให้ความยินยอมและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ดังกล่าวแต่อย่างใด สะท้อนให้เห็นถึงภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่เกิดขึ้นจากการนำเทคโนโลยีมาใช้ในทางที่ผิด

จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ ยังพบว่ามีบริษัทผู้ให้บริการระบบรับชำระเงิน (Payment Gateway) แห่งหนึ่งเข้ามาเกี่ยวข้องกับการรับโอนเงินให้กับเว็บไซต์พนันออนไลน์ เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 2 จุด พร้อมตรวจยึดคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และเอกสารสำคัญจำนวนมาก เพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานในการดำเนินคดี นอกจากนี้ ยังมีการออกหมายเรียกผู้ที่เกี่ยวข้อง และอยู่ระหว่างขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการ รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการเงินเพื่อติดตามและยึดทรัพย์สินที่อาจได้มาจากการกระทำความผิดตามกฎหมาย

จากเหตุการดังกล่าวที่เกิดขึ้นนี้คุณฮาย อาภาพร นครสวรรค์ ได้ฝากข้อคิดถึงประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่ตกเป็นเหยื่อการแอบอ้างหรือถูกนำภาพ เสียง หรือข้อมูลส่วนตัวไปใช้ในโลกออนไลน์ว่า “อย่ากลัวที่จะเข้าแจ้งความ อย่ากลัวที่จะปรึกษาทนายความ เพราะไม่ใช่เรื่องน่าอาย หากรู้ตัวว่าถูกนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ควรรีบดำเนินการทันที” ข้อความดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการปกป้องสิทธิของตนเอง และการไม่ปล่อยให้ผู้กระทำผิดลอยนวลจนสร้างความเสียหายแก่บุคคลอื่นเพิ่มเติม

ในมุมมองของทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ การดำเนินคดีเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ในปัจจุบัน ไม่ได้มีเพียงการรวบรวมหลักฐานหรือการเข้าแจ้งความเท่านั้น แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ การวางแผนคดีและวิเคราะห์ข้อเท็จจริงก่อนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เนื่องจากการดำเนินการในแต่ละขั้นตอนอาจส่งผลต่อแนวทางของคดี การติดตามตัวผู้กระทำผิด และการรวบรวมพยานหลักฐานในภายหลัง หากมีการวางแผนที่ดีตั้งแต่ต้น ก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินคดีและลดโอกาสเกิดข้อผิดพลาดที่อาจกระทบต่อสิทธิของผู้เสียหาย

จากประสบการณ์ในการให้คำปรึกษาคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์พบว่า ผู้เสียหายจำนวนไม่น้อยรีบเข้าแจ้งความทันทีโดยยังไม่ได้จัดเตรียมพยานหลักฐานหรือวางแนวทางดำเนินคดีอย่างรอบคอบ ทำให้ในบางกรณีอาจพลาดโอกาสในการเก็บข้อมูลสำคัญหรือดำเนินการบางอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ดังนั้น การได้รับคำปรึกษาจากทนายความตั้งแต่เริ่มต้น จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรัดกุมมากยิ่งขึ้น

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ขอใช้โอกาสนี้เตือนภัยไปยังศิลปิน นักแสดง อินฟลูเอนเซอร์ ครีเอเตอร์ นักศึกษา เน็ตไอดอล ตลอดจนประชาชนทั่วไปว่า ปัจจุบันการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ปลอมแปลงใบหน้า เสียง หรือภาพเคลื่อนไหวของบุคคล เพื่อโฆษณาสินค้า หลอกลวง หรือโปรโมทเว็บพนันออนไลน์ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากพบว่าตนเองถูกแอบอ้าง หรือถูกนำภาพ เสียง หรือข้อมูลส่วนตัวไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ควรรีบเก็บหลักฐานให้ครบถ้วน และขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายโดยเร็ว เพื่อรักษาสิทธิของตนเองและลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ขอขอบคุณ คุณฮาย อาภาพร นครสวรรค์ ที่ไว้วางใจให้ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ ทำหน้าที่เป็นทนายความที่ปรึกษาในคดีสำคัญครั้งนี้ พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นในการให้คำปรึกษาและดำเนินคดีด้านอาชญากรรมออนไลน์ คดีถูกนำภาพไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต คดี AI ปลอมแปลงข้อมูล และคดีที่เกี่ยวข้องกับการแอบอ้างตัวตน เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหายอย่างเต็มความสามารถ ทั้งนี้ หากท่านกำลังประสบปัญหาในลักษณะเดียวกัน ควรรีบปรึกษาทนายความเพื่อวางแผนและวางรูปคดีก่อนดำเนินการแจ้งความ เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างรอบคอบและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้เสียหายตามกระบวนการยุติธรรม

ก้าวใหม่แห่งความสำเร็จ เปิดอาคารสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ อาคาร C สู่การเติบโตอย่างมั่นคง

วันที่ 28 มิถุนายน 2569 ถือเป็นอีกหนึ่งวันแห่งความภาคภูมิใจของสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ เมื่อได้ฤกษ์งามยามดีประกอบพิธีทำบุญรับอาคารสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ อาคาร C ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการเติบโตและการพัฒนาองค์กร ภายใต้การนำของทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ การขยายอาคารสำนักงานในครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงความสำเร็จขององค์กร แต่ยังเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานการให้บริการด้านกฎหมาย เพื่อรองรับการเติบโตขององค์กรและความไว้วางใจจากลูกค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

พิธีทำบุญในครั้งนี้ได้รับความเมตตาจากพระสงฆ์จำนวน 5 รูป จากวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร เดินทางมาเจริญพระพุทธมนต์บทมหาสมัยสูตร เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่สถานที่ บุคลากร และผู้ที่เข้ามาติดต่อสำนักงานในอนาคต เสียงสวดพระพุทธมนต์ที่ดังกังวานไปทั่วอาคาร สร้างบรรยากาศแห่งความสงบ อบอวลด้วยศรัทธาและความเป็นมงคล นับเป็นจุดเริ่มต้นที่งดงามของอาคารหลังใหม่แห่งนี้

นอกจากนี้ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ยังได้รับความเมตตาจากพระอาจารย์ขวัญ วัดทับยายเชียง จังหวัดพิษณุโลก เดินทางมาร่วมนั่งปรกอธิษฐานจิตภายในพิธี พร้อมประกอบพิธีเจิมประตูทางเข้าสำนักงานและเจิมป้ายอาคาร เพื่อความเป็นสิริมงคล เสริมความเจริญรุ่งเรือง และความร่มเย็นแก่ผู้บริหาร บุคลากร และผู้ที่เข้ามาใช้บริการ การได้รับเมตตาจากพระอาจารย์ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งความหมายอันดีที่สร้างขวัญและกำลังใจให้กับทุกคนในองค์กร

พิธีอันเป็นมงคลครั้งนี้ดำเนินรายการโดยนาวาอากาศเอกสุภาวิต ธรรมสิทธิรุจน์ อนุศาสนาจารย์ ผู้ทำหน้าที่ควบคุมลำดับพิธีอย่างเรียบร้อยและสมบูรณ์ ท่ามกลางบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยความอบอุ่น ความศรัทธา และความร่วมแรงร่วมใจของผู้บริหาร ทีมงาน และผู้มีเกียรติที่เข้าร่วมพิธี ทุกช่วงเวลาของงานเต็มไปด้วยความปลื้มปีติและความหวังที่จะก้าวเดินไปสู่ความสำเร็จในบทต่อไปของสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

อีกหนึ่งภาพที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ร่วมงาน คือในระหว่างประกอบพิธีได้มีสายฝนโปรยปรายลงมา ซึ่งตามความเชื่อของคนไทยถือเป็นนิมิตหมายอันเป็นมงคล สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ ความร่มเย็น และความเจริญรุ่งเรือง หลายคนต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า สายฝนในวันแห่งการเริ่มต้นนี้ เปรียบเสมือนพรอันประเสริฐที่ธรรมชาติมอบให้กับองค์กร เพื่อเป็นสัญญาณแห่งการเติบโตและความสำเร็จในอนาคต

ความสำเร็จของอาคาร C ไม่ได้เป็นเพียงการขยายพื้นที่ทำงาน แต่เป็นสัญลักษณ์ของความตั้งใจในการพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับการให้บริการทางกฎหมายอย่างมีมาตรฐาน พร้อมยืนหยัดเคียงข้างประชาชนและภาคธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ เป็นธรรม และยึดมั่นในหลักนิติธรรมต่อไป

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ เปิดประตูสู่รัฐสภา เรียนรู้ประชาธิปไตยจากสถานที่จริง

เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ นำโดยท่านกฤช ศิลปชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาชน และทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ ได้พาคณะทนายความ พนักงาน และนักศึกษาฝึกประสบการณ์ของสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ รวมจำนวน 12 คน เข้าร่วมกิจกรรมศึกษาดูงานและเยี่ยมชมรัฐสภา ณ สัปปายะสภาสถาน อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางการทำงานด้านนิติบัญญัติและเป็นสัญลักษณ์สำคัญของระบอบประชาธิปไตยไทย

การศึกษาดูงานในครั้งนี้ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากเจ้าหน้าที่รัฐสภา พร้อมทั้งได้รับความรู้เกี่ยวกับประวัติความเป็นมา แนวคิดการออกแบบ และความสำคัญของสัปปายะสภาสถาน ผ่านการรับชมวิดีทัศน์แนะนำอาคารรัฐสภา ก่อนที่จะได้เยี่ยมชมพื้นที่สำคัญต่าง ๆ ภายในอาคาร อาทิ พิพิธภัณฑ์รัฐสภา โถงรัฐพิธี และจุดจัดแสดงเครื่องยอดทองคำอันทรงคุณค่า ซึ่งล้วนสะท้อนถึงประวัติศาสตร์ การเมือง และวัฒนธรรมของชาติไทยได้อย่างงดงาม

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของการเดินทางครั้งนี้ คือการได้เข้ารับฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎรจากห้องประชุมจริง ทำให้คณะศึกษาดูงานได้เห็นกระบวนการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติอย่างใกล้ชิด ได้เรียนรู้บทบาทหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตลอดจนกระบวนการพิจารณากฎหมายและการตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งถือเป็นองค์ความรู้ที่มีคุณค่าอย่างยิ่งสำหรับผู้ปฏิบัติงานด้านกฎหมายและผู้ที่กำลังศึกษาในสายวิชาชีพนี้

สำหรับนักศึกษาฝึกประสบการณ์ที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ นับเป็นโอกาสสำคัญในการเปิดโลกทัศน์นอกห้องเรียน ได้สัมผัสบรรยากาศการทำงานของสถาบันทางการเมืองระดับประเทศ และได้เห็นภาพการทำงานของกระบวนการประชาธิปไตยในทางปฏิบัติ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่หาได้ยากและสามารถนำไปต่อยอดความรู้ทางวิชาการและวิชาชีพในอนาคตได้เป็นอย่างดี

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ขอขอบคุณท่านกฤช ศิลปชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาชน ที่ได้มอบโอกาสอันทรงคุณค่าให้แก่คณะศึกษาดูงานในครั้งนี้ รวมถึงขอขอบคุณเจ้าหน้าที่รัฐสภาทุกท่านที่ให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกเป็นอย่างดียิ่ง การเดินทางครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการศึกษาดูงานเท่านั้น แต่ยังเป็นการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และแรงบันดาลใจในการทำงานเพื่อสังคม ภายใต้หลักนิติธรรมและระบอบประชาธิปไตยที่มั่นคงต่อไป

บรรยายความรู้ นรต. ชั้นปีที่ 4 รุ่นที่ 79 วิชากฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ภาค 3-4 และ 6-7

การถ่ายทอดองค์ความรู้ทางกฎหมายจากภาคปฏิบัติสู่ห้องเรียน ถือเป็นภารกิจสำคัญในการพัฒนาบุคลากรในกระบวนการยุติธรรมของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักเรียนนายร้อยตำรวจ ซึ่งจะก้าวขึ้นเป็นกำลังสำคัญในการบังคับใช้กฎหมายและอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนในอนาคต

เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา นายศุภสิทธิ์ ศิริ หรือ “ทนายอาร์ม” กรรมการบริษัท สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ศิริ จำกัด พร้อมด้วย ทนายนัท นางสาวณัฐ พลการ ผู้ช่วยกรรมการบริษัท ได้รับเกียรติให้เข้าร่วมเป็นวิทยากรบรรยาย ณ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ แก่นักเรียนนายร้อยตำรวจชั้นปีที่ 4 รุ่นที่ 79 จำนวน 280 นาย ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.โกมินทร์ สิงห์ขาว ผู้บังคับการศูนย์บริการการศึกษา โรงเรียนนายร้อยตำรวจ และการกำกับดูแลของ พ.ต.อ.อุเทน นุ้ยพิน ผู้อำนวยการหลักสูตร

การบรรยายครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกอบรมในหลักสูตร ปสส. รุ่นที่ 15 หัวข้อ “วิชากฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ภาค 3-4 และ 6-7” โดยเนื้อหาที่นำมาถ่ายทอดล้วนเป็นประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานตำรวจในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายและการประกันภัยรถยนต์ แนวทางการดำเนินคดีเกี่ยวกับการคำนวณและนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง ตลอดจนกระบวนการไต่สวนมูลฟ้อง ซึ่งเป็นประเด็นที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินคดีอาญาในทางปฏิบัติ

บรรยากาศการบรรยายเป็นไปอย่างเข้มข้นและได้รับความสนใจจากนักเรียนนายร้อยตำรวจเป็นอย่างมาก ผู้เข้ารับการอบรมได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซักถามข้อกฎหมาย และสอบถามประสบการณ์การทำงานจากคดีจริงที่เกิดขึ้นในสังคมปัจจุบัน สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการเรียนรู้และการเตรียมความพร้อมก่อนออกไปปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ในอนาคต

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมในการถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์จากวิชาชีพกฎหมายสู่สถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ พร้อมยืนยันเจตนารมณ์ในการสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรในกระบวนการยุติธรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมสร้างสังคมที่เคารพกฎหมายและยึดมั่นในหลักนิติธรรมอย่างยั่งยืน

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา บริษัท สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ศิริ จำกัด หรือสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นหาที่สุดมิได้ โดยได้รับพระราชทานบรมราชานุญาตให้เป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เวลา 17.00 น. นับเป็นเกียรติอันสูงสุดและเป็นสิริมงคลอย่างยิ่งแก่คณะผู้บริหารและบุคลากรของสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

พิธีดังกล่าวดำเนินไปด้วยความสมพระเกียรติและเปี่ยมด้วยความสงบสำรวม โดยมีพระสงฆ์จำนวน 10 รูป จากวัดสำคัญหลายแห่งเข้าร่วมประกอบพิธีทางพระพุทธศาสนา ได้แก่ วัดระฆังโฆสิตาราม วรมหาวิหาร วัดสีหไกรสร วัดพรหมวงศาราม กรุงเทพมหานคร วัดรางจระเข้ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วัดสามัคคีบรรพต จังหวัดชลบุรี วัดนครอินทร์ และวัดสพานสูง จังหวัดนนทบุรี โดยได้ประกอบพิธีสวดมาติกา สดับปกรณ์ และอนุโมทนา ตามแบบแผนแห่งพระพุทธศาสนาอย่างครบถ้วนและสมพระเกียรติ

ในการนี้ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ นำโดยทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ กรรมการบริษัท พร้อมด้วยคณะบุคลากรขององค์กรจำนวน 24 คน ได้เข้าร่วมพิธีด้วยความเคารพและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ อีกทั้งได้รับเกียรติจากนาวาอากาศเอกสุภาวิต ธรรมสิทธิรุจน์ และร้อยตำรวจเอกณัชพล แสงสี เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคณะในพิธีสำคัญครั้งนี้ด้วย

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความสงบ เรียบง่าย และเปี่ยมด้วยความศรัทธา ผู้เข้าร่วมพิธีทุกคนต่างพร้อมใจกันน้อมถวายความเคารพและร่วมประกอบกุศลกรรมด้วยจิตอันเป็นกุศล สะท้อนถึงความจงรักภักดีและความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอด

โอกาสอันสำคัญยิ่งในครั้งนี้ นับเป็นความภาคภูมิใจอย่างสูงของสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ และจะเป็นอีกหนึ่งความทรงจำอันทรงคุณค่าที่คณะผู้บริหารและบุคลากรทุกคนจะน้อมเก็บรักษาไว้ในความทรงจำ พร้อมยึดมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีคุณธรรม และดำเนินงานเพื่อประโยชน์ของสังคมและประเทศชาติสืบไป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

ก้าวแรกสู่โลกการทำงานจริง เปิดบ้านต้อนรับนักศึกษาฝึกงานรุ่นใหม่สู่สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมาสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ได้ให้การต้อนรับนักศึกษาฝึกงานรุ่นใหม่อย่างเป็นทางการ โดยมีการนิเทศและปฐมนิเทศนักศึกษาที่เข้าร่วมฝึกประสบการณ์วิชาชีพกับองค์กร นำโดย ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ กรรมการบริษัท และทนายนัท ณัฐ พลการ ผู้ช่วยกรรมการบริษัท ร่วมด้วยนายธนิภัทร มะโนภักดิ์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคล และนางสาวปิยลักษณ์ บุญก่อ รักษาการหัวหน้าฝ่ายสื่อสารองค์กร

ในปีนี้ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์เปิดโอกาสให้นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ สาขาวิชาภาษาจีน และมหาวิทยาลัยกรุงเทพ คณะบริหารธุรกิจ ที่ให้ความสนใจเข้ามาฝึกประสบการณ์การทำงานจริงกับองค์กร โดยน้อง ๆ จะได้มีโอกาสเรียนรู้การทำงานในสภาพแวดล้อมจริง ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะวิชาชีพ การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการเตรียมความพร้อมก่อนก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานในอนาคต

บรรยากาศการต้อนรับเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง ผู้บริหารและทีมงานทุกฝ่ายได้ร่วมพูดคุย แนะนำแนวทางการทำงาน รวมถึงถ่ายทอดประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ให้แก่นักศึกษา เพื่อให้น้อง ๆ สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมการทำงานได้อย่างมั่นใจ พร้อมสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาตนเองทั้งในด้านวิชาการและด้านการใช้ชีวิต

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์เชื่อมั่นว่า การฝึกงานไม่ได้เป็นเพียงการเก็บชั่วโมงหรือการปฏิบัติตามหลักสูตรการศึกษาเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญที่นักศึกษาจะได้เรียนรู้โลกแห่งการทำงานจริง ได้เห็นกระบวนการทำงานขององค์กร ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงของผู้ปฏิบัติงาน และได้ค้นพบศักยภาพของตนเองผ่านสถานการณ์จริงที่ไม่สามารถหาได้จากในห้องเรียน

ท้ายที่สุดนี้ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์หวังเป็นอย่างยิ่งว่าน้อง ๆ ทุกคนจะได้รับทั้งความรู้ ประสบการณ์ เทคนิคการทำงาน ตลอดจนบทเรียนการใช้ชีวิตที่มีคุณค่า เพื่อนำไปต่อยอดสู่การเป็นบุคลากรคุณภาพของสังคมและก้าวสู่ความสำเร็จในสายอาชีพของตนเองในอนาคต

“กฎหมายแรงงานที่นายจ้างต้องรู้” สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์บรรยายกฎหมายแรงงานบริษัท เว่ยหลัน ออพติคอล (ประเทศไทย) จำกัด

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ได้รับเกียรติจากบริษัท เว่ยหลัน ออพติคอล (ประเทศไทย) จำกัด ให้เข้าบรรยายในหัวข้อเกี่ยวกับ “กฎหมายแรงงานที่นายจ้างต้องรู้” เพื่อสร้างความเข้าใจด้านกฎหมายแรงงานไทยให้แก่ผู้บริหารและพนักงานภายในองค์กร ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ในฐานะที่ปรึกษากฎหมายให้กับบริษัท

การบรรยายในครั้งนี้นำทีมโดย ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ หัวหน้าสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ พร้อมด้วย นายกิตติธัช ลิมตศิริ ผู้ช่วยทนายความด้านภาษาจีน และนายธนิภัทร มะโนภักดิ์ ผู้ช่วยทนายความและเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลของสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ โดยมีผู้เข้าร่วมรับฟังกว่า 50 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวจีน ทั้งในระดับผู้บริหารและพนักงานของบริษัท

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง ทางบริษัท เว่ยหลัน ออพติคอล (ประเทศไทย) จำกัด ให้การต้อนรับทีมงานสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์เป็นอย่างดี พร้อมเปิดโอกาสให้มีการสอบถามข้อสงสัยเกี่ยวกับกฎหมายแรงงานไทยอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าตอบแทน วันลา วันหยุด สิทธิของลูกจ้าง หน้าที่ของนายจ้าง รวมถึงประเด็นสำคัญอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายแรงงาน

การตอบข้อซักถามในครั้งนี้เป็นไปอย่างจริงจังและตรงประเด็น โดยสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ได้อธิบายรายละเอียดต่าง ๆ เพื่อให้ทางบริษัทเกิดความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกัน เพราะเราเข้าใจดีว่า “กฎหมายแรงงาน” เป็นเรื่องละเอียดอ่อนและมีความซับซ้อนสูง อีกทั้งยังเป็นปัญหาที่แทบทุกองค์กรต้องพบเจอ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทขนาดเล็กหรือองค์กรระดับนานาชาติ

ในมุมมองของทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ มองว่า ปัญหาเกี่ยวกับแรงงานหรือลูกจ้างเป็นสิ่งที่ “ไม่มีวันหมด” ตราบใดที่ธุรกิจยังต้องทำงานร่วมกับคน เพราะแต่ละบุคคลมีความคิด ความเข้าใจ และพฤติกรรมที่แตกต่างกัน จึงเป็นเหตุผลสำคัญว่าทำไมบริษัทควรมี “ทนายความที่ปรึกษา” หรือ “ที่ปรึกษากฎหมาย” คอยดูแลตั้งแต่ต้น ก่อนที่ปัญหาจะบานปลายจนกลายเป็นคดีแรงงานหรือถูกร้องเรียนต่อกรมแรงงาน

ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ฯ ถือเป็นอีกหนึ่งบุคคลที่เข้าใจปัญหาด้านกฎหมายแรงงานอย่างลึกซึ้ง เพราะเคยผ่านทั้งบทบาท “ลูกจ้าง” มาก่อน และปัจจุบันก็มีสถานะเป็นทั้ง “ทนายความ” และ “ผู้บริหารองค์กร” จึงเข้าใจทั้งมุมของนายจ้างและลูกจ้างเป็นอย่างดี อีกทั้งยังเคยเผชิญปัญหาเกี่ยวกับแรงงานจริงในโลกธุรกิจ แต่สามารถบริหารจัดการและผ่านสถานการณ์ต่าง ๆ มาได้อย่างเหมาะสม โดยไม่เสียเปรียบทางกฎหมายและไม่เกิดภาพลักษณ์เสียหายต่อองค์กร

นอกจากนี้ ทนายอาร์มยังมองว่า ปัจจุบันยังมีอีกหลายบริษัทที่อาจ “ทำผิดกฎหมายแรงงานโดยไม่รู้ตัว” อาจเกิดจากความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน หรือขาดผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายคอยให้คำแนะนำ ทำให้หลายองค์กรเผชิญปัญหาเมื่อลูกจ้างร้องเรียนต่อสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในภายหลัง

เพราะฉะนั้น การมีที่ปรึกษากฎหมายหรือทีมทนายความด้านกฎหมายแรงงาน จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการแก้ปัญหาเมื่อเกิดคดีเท่านั้น แต่คือการ “ป้องกันปัญหา” ก่อนจะเกิดขึ้นจริง ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากสำหรับองค์กรในยุคปัจจุบัน

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ พร้อมให้คำปรึกษาด้านกฎหมายแรงงานแก่บริษัทและองค์กรทุกประเภท รวมถึงเปิดรับการบรรยาย อบรม หรือจัดคอร์สให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายแรงงานสำหรับผู้บริหาร ฝ่ายบุคคล และพนักงานในองค์กร

เพราะเราเชื่อว่า “ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับกฎหมายแรงงาน” คือจุดเริ่มต้นสำคัญในการลดความขัดแย้งภายในองค์กร และช่วยป้องกันปัญหาทางกฎหมายในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หากองค์กรหรือบริษัทใดสนใจรับคำปรึกษา หรือสนใจติดต่อคอร์สบรรยายด้านกฎหมายแรงงาน สามารถติดต่อสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ได้ทันที >>ติดต่อเรา<<

อย่าปล่อยให้ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับกฎหมายแรงงาน กลายเป็นระเบิดเวลาที่รอวันปะทุ เพราะในความเป็นจริงแล้ว กฎหมายไทยย่อมให้ความคุ้มครองลูกจ้างมากกว่านายจ้างเสมอ

นักศึกษาฝึกงาน “เปิดประสบการณ์จริงสู่โลกการทำงาน” ขอขอบคุณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่ไว้วางใจสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ขอขอบคุณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ สาขาวิชาภาษาจีน เป็นอย่างสูง ที่ได้ให้ความไว้วางใจและขอความอนุเคราะห์ส่งนักศึกษาเข้ามาฝึกประสบการณ์วิชาชีพกับทางสำนักงาน เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้และสัมผัสการทำงานจริงในสายงานกฎหมายและการประสานงานด้านภาษาจีน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่โลกการทำงานอย่างเต็มรูปแบบในอนาคต

การฝึกประสบการณ์ในสถานประกอบการจริง ถือเป็นกระบวนการสำคัญในการเสริมสร้างทักษะ ความรู้ และความสามารถในการประยุกต์ใช้วิชาการที่ได้ศึกษามาในห้องเรียนให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่ทักษะด้านภาษา การสื่อสาร และการทำงานร่วมกับองค์กรระดับมืออาชีพ เป็นสิ่งที่ตลาดแรงงานให้ความสำคัญอย่างมาก สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์จึงมีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและผลักดันให้นักศึกษาได้เรียนรู้ผ่านสถานการณ์จริง ทั้งในด้านการทำงาน การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และการพัฒนาทักษะการทำงานอย่างเป็นระบบ

นอกจากนี้ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ยังเชื่อมั่นว่า การเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาได้เข้ามาเรียนรู้จากประสบการณ์จริง จะช่วยสร้างมุมมองใหม่ ๆ และเสริมสร้างความมั่นใจให้กับนักศึกษาในการเตรียมตัวสู่เส้นทางอาชีพในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งเป็นการสร้างความร่วมมืออันดีระหว่างสถาบันการศึกษากับภาควิชาชีพ เพื่อร่วมกันพัฒนาศักยภาพของเยาวชนไทยให้พร้อมก้าวสู่สังคมการทำงานอย่างมั่นคงและมีคุณภาพต่อไป

ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ รับมอบเหรียญพระราหูทรงครุฑ จากอาจารย์ลักษณ์ โหราธิบดี มงคลวัตถุแห่งศรัทธาและพลังบารมี เปลี่ยนร้ายกลายเป็นดี

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมาทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ ได้รับมอบมงคลวัตถุอันทรงคุณค่า “เหรียญพระราหูทรงครุฑ รุ่นปาฏิหาริย์ดวงชะตา” จากอาจารย์ลักษณ์ โหราธิบดี โดยตรง นับเป็นอีกหนึ่งวัตถุมงคลที่เปี่ยมไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์และพลังแห่งความเชื่อในศาสตร์แห่งดวงดาวและพุทธคุณตามคติความศรัทธา ซึ่งมงคลวัตถุดังกล่าวเป็นของแท้ ของจริง ที่ได้รับการการันตีโดยตรงจากอาจารย์ลักษณ์ โหราธิบดี ผู้เชี่ยวชาญด้านโหราศาสตร์ชื่อดังของประเทศไทย

เหรียญพระราหูทรงครุฑ รุ่นปาฏิหาริย์ดวงชะตา ถือเป็นมงคลวัตถุที่ได้รับความสนใจจากสายมูเตลูและผู้มีความศรัทธาเป็นจำนวนมาก ด้วยความเชื่อที่ว่า “พระราหู” เป็นสัญลักษณ์แห่งการเปลี่ยนแปลง พลิกชะตาชีวิต และเสริมพลังด้านโชคลาภ ขณะที่ “ครุฑ” เป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจ บารมี และการปกป้องคุ้มครอง เมื่อนำทั้งสองพลังมารวมกัน จึงกลายเป็นวัตถุมงคลที่เปี่ยมไปด้วยนัยยะด้านการเสริมดวง เสริมบารมี และความมั่นคงในชีวิตและหน้าที่การงาน เปลี่ยนดวงชะตาจากร้ายกลายเป็นดี เสริมโชคลาภเกิดปาฏิหาร์ย์ดวงชะตา

ความพิเศษของมงคลวัตถุรุ่นนี้ ยังอยู่ที่การจัดสร้างตามฤกษ์ดวงดาวที่เหมาะสม พร้อมผ่านพิธีบวงสรวงและปลุกเสกอย่างเข้มขลัง โดยอาจารย์ลักษณ์ โหราธิบดี ด้วยขั้นตอนพิธีกรรมที่ละเอียดตามตำรับความเชื่อโบราณ จึงยิ่งเสริมให้เหรียญพระราหูทรงครุฑ รุ่นปาฏิหาริย์ดวงชะตา ดังกล่าวได้รับความนิยมและเป็นที่ต้องการในกลุ่มผู้ศรัทธาอย่างต่อเนื่อง

สำหรับผู้ที่สนใจมงคลวัตถุ “เหรียญพระราหูทรงครุฑ รุ่นปาฏิหาริย์ดวงชะตา” ที่ผ่านพิธีอันเข้มขลังและจัดสร้างภายใต้ฤกษ์ดวงดาวอันเป็นมงคล สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คลิก ติดต่อเรา หรือผ่าน Line Official ID: @324hsadw เพื่อสอบถามข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติมได้โดยตรง (เขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลจัดส่งฟรีมีของพร้อมส่ง)

ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ เข้าร่วมพิธีไหว้ครูประจำปี 2569 พระอาจารย์ขวัญ วัดทับยายเชียง ท่ามกลางศิษยานุศิษย์นับพัน

เมื่อวันที่ 02 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา บรรยากาศแห่งความศรัทธาได้อบอวลทั่วบริเวณวัดทับยายเชียง จังหวัดพิษณุโลก ในงานพิธีไหว้ครูประจำปี 2569 ของพระอาจารย์ขวัญ วัดทับยายเชียง จ.พิษณุโลก พระเกจิชื่อดังที่ได้รับความเคารพนับถือจากลูกศิษย์ทั่วประเทศ โดยในปีนี้มีศิษยานุศิษย์เดินทางมาร่วมพิธีจากหลากหลายจังหวัดอย่างเนืองแน่น รวมผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 1,000 คน สะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งความศรัทธาและความผูกพันที่ลูกศิษย์มีต่อพระอาจารย์ขวัญ วัดทับยายเชียง อย่างแท้จริง

ในโอกาสสำคัญดังกล่าวทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ ได้เดินทางเข้าร่วมพิธีไหว้ครูประจำปีในฐานะลูกศิษย์ผู้ศรัทธาในพระอาจารย์ขวัญมาอย่างยาวนาน โดยตลอดหลายปีที่ผ่านมาทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ให้ความเคารพนับถือพระอาจารย์ขวัญด้วยความศรัทธาอย่างแน่วแน่ และมักเข้าร่วมกิจกรรมสำคัญของทางวัดอยู่เสมอ ความสัมพันธ์ระหว่างลูกศิษย์กับครูบาอาจารย์ในสายศรัทธานี้ จึงไม่ใช่เพียงการเคารพตามประเพณี แต่ยังสะท้อนถึงความผูกพันทางจิตใจที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน

อีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญภายในพิธี คือการที่ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ฯ ได้รับเกียรติให้เป็นหนึ่งในประธานจุดเทียนที่โต๊ะหมู่บูชา ท่ามกลางบรรยากาศอันเข้มขลังและเปี่ยมไปด้วยแรงศรัทธาของเหล่าศิษยานุศิษย์ แม้ผู้คนภายในงานจะหนาแน่นเป็นจำนวนมาก แต่ตลอดพิธีกลับเต็มไปด้วยความสงบ ความเคารพ และความพร้อมเพรียงของผู้ที่เดินทางมาร่วมงานจากทั่วทุกสารทิศ จนกลายเป็นอีกหนึ่งภาพแห่งความประทับใจของพิธีไหว้ครูประจำปีในครั้งนี้

พิธีไหว้ครูของพระอาจารย์ขวัญ วัดทับยายเชียง ในทุก ๆ ปี ไม่เพียงเป็นพิธีกรรมตามความเชื่อเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์รวมของผู้มีจิตศรัทธาที่เดินทางมาร่วมแสดงความกตัญญูต่อครูบาอาจารย์ และร่วมสืบสานประเพณีอันงดงามของไทยให้คงอยู่ต่อไป ท่ามกลางความศรัทธาที่หลอมรวมผู้คนจากหลากหลายพื้นที่เข้าไว้ด้วยกันอย่างอบอุ่นและเปี่ยมพลังแห่งความเชื่อมั่นทางจิตใจ

Line @ คลิก! โทรหาเรา คลิก!