ประกันภัยนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง ปัดจ่าย เจอทนายฟ้องศาล ชนะคดี!

ในโลกของการประกันภัยรถยนต์ ผู้เอาประกันคงคาดหวังว่าหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น บริษัทประกันภัยจะดำเนินการตามหน้าที่เพื่อช่วยเหลือและชดเชยความเสียหายให้ตรงไปตรงมา ทว่าความจริงอาจไม่สวยงามเช่นนั้น กรณีศึกษาหนึ่งที่น่าสนใจคือเหตุการณ์ที่บริษัทประกันภัยใช้วิธี นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง มาเป็นเหตุผลในการ ปฏิเสธจ่ายค่าสินไหมทดแทน ทั้งที่ไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจน และสุดท้ายต้องจบลงด้วยการฟ้องร้องในชั้นศาล

เคสอุทาหรณ์ เหตุการณ์เริ่มต้น : อุบัติเหตุและการปฏิเสธจากประกัน

เหตุการณ์เริ่มต้นจากผู้เสียหายรายหนึ่งขับรถยนต์จนเกิดอุบัติเหตุขึ้น ทำให้รถยนต์ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก โดยตามหน้าที่ของบริษัทประกันภัยแล้ว จำเป็นต้องเข้ามาสำรวจและประเมินความเสียหาย พร้อมจัดซ่อมให้คืนสภาพเดิมภายในระยะเวลาที่สมควร

แต่บริษัทประกันภัยกลับมีหนังสือปฏิเสธความคุ้มครอง โดยให้เหตุผลว่า “ผู้ขับขี่มีแอลกอฮอล์เกินกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ในขณะเกิดเหตุ”

เมื่อหลักฐานคลุมเครือ ไม่มีผลตรวจจริงในขณะเกิดเหตุ

แม้จะฟังดูเหมือนบริษัทประกันภัยปฏิบัติตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ แต่เมื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงจะพบความคลุมเครือในหลายประเด็น บริษัทฯ ไม่สามารถแสดงหลักฐานการตรวจวัดแอลกอฮอล์ในขณะเกิดเหตุได้อย่างชัดเจน ทั้งไม่สามารถยืนยันว่าเครื่องมือที่ใช้ผ่านการรับรองมาตรฐาน และไม่มีลายเซ็นของผู้ขับขี่ในเอกสารยืนยันผลตรวจ

ประเด็นหลักของคดี ! นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลังโดยไม่มีหลักฐาน

ประเด็นสำคัญของคดีนี้คือบริษัทประกันภัยกับการ “นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง” โดยไม่มีหลักฐานแสดงผลการวัดแอลกอฮอล์ที่เกิดขึ้น ณ ขณะเกิดเหตุจริง ซึ่งสวนทางกับคำสั่งของนายทะเบียนที่ 66/2563 ที่ระบุชัดว่า การยกเว้นความรับผิดตามเงื่อนไขแอลกอฮอล์ ต้องพิจารณาที่ “ขณะเกิดเหตุ” เท่านั้น

ไม่รอถูกเอาเปรียบนาน ให้ทนายความเดินเรื่องทันที

เมื่อผู้เสียหายเห็นว่าตนไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงได้ติดต่อขอความช่วยเหลือจาก สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ เพื่อให้ทนายความดำเนินการเรียกร้องสิทธิในฐานะผู้เอาประกัน โดยทนายความได้ยื่นหนังสือเรียกร้องค่าเสียหายจากบริษัทประกันภัย พร้อมอ้างอิงระเบียบของ คปภ. ว่าการเพิกเฉยหรือประวิงเวลาการพิจารณาเป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจประกันวินาศภัย พ.ศ. 2566

ศาลชี้ชัด! บริษัทประกันภัยต้องชดใช้

ในที่สุด คดีความนี้จึงถูกนำขึ้นสู่ชั้นศาล ซึ่งศาลได้พิจารณาพยานหลักฐานทั้งหมดและมีคำพิพากษาให้บริษัทประกันภัยแพ้คดี โดยศาลชี้ชัดว่าการอ้างผลแอลกอฮอล์ย้อนหลังโดยไม่มีหลักฐานยืนยันสถานะในขณะเกิดเหตุ ถือเป็นการปฏิเสธความรับผิดที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ศาลสั่งชดใช้ค่าเสียหายรวมเกือบ 620,000 บาท ได้แก่

  • ค่าซ่อมรถยนต์ 550,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย 15% ต่อปี
  • ค่ายกลากรถ 4,500 บาท
  • ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ 50,000 บาท
  • ค่ารักษาพยาบาล 5,506.69 บาท
  • ค่าทนายความ 10,000 บาท

บทเรียนสำคัญจากเคสนี้ คือ ผู้บริโภคควรปรึกษาทนายทันทีหลังเกิดเหตุ

เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ผู้บริโภคยังคงเป็นฝ่ายที่เสียเปรียบเมื่อเจอกับบริษัทประกันภัยที่มุ่งหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบด้วยเหตุผลอันคลุมเครืออย่างการ นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง โดยปราศจากหลักฐานสนับสนุนที่ถูกต้องและชัดเจนนี่จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ยืนยันว่า ผู้เอาประกันควรมี ทนายความที่เข้าใจด้านประกันภัย คอยให้คำแนะนำและช่วยดำเนินคดีหากถูกเอาเปรียบ

ทนายความที่มีประสบการณ์คดีประกันภัย กรณีประกันภัยอ้างผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง – สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ เป็นสำนักงานกฎหมายที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านคดีประกันภัย โดยเฉพาะกรณีที่บริษัทประกันภัยปฏิเสธความรับผิด โดยอ้างผลตรวจแอลกอฮอล์ย้อนหลังแบบไม่มีหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์รองรับ ซึ่งตลอดมาทางจากประสบการณ์สำนักงานฯ ยังไม่เคยแพ้คดีลักษณะนี้ หากคุณหรือคนใกล้ตัวเคยเจอปัญหาแบบเดียวกัน อย่าเพิ่งยอมแพ้ขอแนะนำให้ปรึกษาทนายความก่อนเป็นอันดับแรกดีที่สุด เพื่อที่คุณจะสามารถใช้สิทธิทางกฎหมายเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมได้เต็มที่ นอกจากนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือ ควรมีทนายความตั้งแต่เริ่มต้น เพราะในความเป็นจริง บริษัทประกันภัยมีทนายเตรียมพร้อมต่อสู้ตั้งแต่รถยังไม่ทันชน แล้วเหตุใดเราจึงไม่ควรมีทนายตั้งแต่วันเกิดเหตุ?

อย่ารอจนสายเกินไป จนไม่ได้อะไรเลยแม้แต่บาทเดียว — ปรึกษาทนายตั้งแต่แรกคือทางออกที่ดีที่สุด >>ติดต่อเรา<<

ประกันภัยนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง ปฏิเสธจ่ายค่าสินไหมฯ อุทาหรณ์สำคัญที่ต้องระวัง!

ในยุคที่การทำประกันภัยรถยนต์กลายเป็นสิ่งที่จำเป็นและคาดหวังว่าจะช่วยบรรเทาความเสียหายที่เกิดจากอุบัติเหตุได้ หลายคนอาจไม่ทราบว่า บริษัทประกันภัยมีสิทธิในการปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมทดแทน โดยเฉพาะในกรณีที่ตรวจพบแอลกอฮอล์ในเลือดของผู้ขับขี่ ซึ่งปัจจัยสำคัญที่หลายคนมองข้ามไปคือ การนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง (Retroactive Alcohol Testing) ที่กลายเป็นเหตุผลสำคัญที่บริษัทประกันภัยใช้ในการปฏิเสธค่าสินไหม

บทความนี้จะเล่าถึงกรณีศึกษาเคสหนึ่งที่เกิดขึ้นจริง และเป็นอุทาหรณ์เตือนใจผู้ใช้รถใช้ถนน รวมถึงคำแนะนำสำคัญเกี่ยวกับการจัดการเมื่อเกิดอุบัติเหตุ เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกบริษัทประกันภัยปฏิเสธความรับผิดชอบ

แอลกอฮอล์วัดช้าแต่ปฏิเสธไว ! นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลังปฏิเสธทันที

เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อมีอุบัติเหตุรถชนในช่วงกลางดึก เวลาประมาณ 02.01 น. โดยหลังจากที่เกิดเหตุ บริษัทประกันภัยได้ส่งตัวแทนลงพื้นที่ เวลาประมาณ 03.45 น. และในระหว่างกระบวนการตรวจสอบเหตุการณ์ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในร่างกายของผู้ขับขี่ เวลาประมาณ 05.17 น. ซึ่งผลการตรวจวัดออกมาที่ 48 Mg.%

จากผลวัดแอลกอฮอล์ดังกล่าว แม้จะไม่ได้เกินระดับที่ผิดกฎหมายซึ่งกำหนดไว้ที่ 50 Mg.% แต่บริษัทประกันภัยได้ใช้กลยุทธ์ในการ นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง และอ้างว่า ณ ช่วงเวลาที่เกิดเหตุ (02.01 น.) ระดับแอลกอฮอล์ในร่างกายของผู้ขับขี่อาจจะเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ทำให้บริษัทประกันภัย ปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมทดแทน

ผู้เสียหายตัดสินใจนำเรื่องร้องเรียนไปที่ คปภ. แต่ก็ไม่เป็นผลอยู่ดี

หลังจากที่ถูกปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหม ผู้เสียหายจึงตัดสินใจนำเรื่องไปร้องเรียนต่อ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) โดยหวังว่าจะได้รับความช่วยเหลือและความยุติธรรมในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันภัย

อย่างไรก็ตาม คปภ.ได้พิจารณาเรื่องดังกล่าวและมีมติยืนตามคำตัดสินของบริษัทประกันภัย โดยเห็นพ้องว่าบริษัทประกันภัยมีสิทธิที่จะนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง และใช้เป็นเหตุในการปฏิเสธค่าสินไหมได้ เนื่องจากถือว่า ผู้ขับขี่มีแอลกอฮอล์ในร่างกาย ณ ช่วงเวลาที่เกิดเหตุ

นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง บริษัทประกันภัยทำได้หรือไม่?

การนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลังเป็นวิธีที่บริษัทประกันภัยใช้ในการคำนวณระดับแอลกอฮอล์ในเลือดของผู้ขับขี่ ย้อนหลังไปยังช่วงเวลาที่เกิดเหตุ โดยใช้สูตรคำนวณที่พิจารณาจากอัตราการเผาผลาญแอลกอฮอล์ในร่างกาย ซึ่งเป็นวิธีการที่ได้รับการยอมรับทางกฎหมายและทางการแพทย์

อัตราการเผาผลาญแอลกอฮอล์

 โดยทั่วไปนั้นร่างกายมนุษย์จะเผาผลาญแอลกอฮอล์ในอัตราเฉลี่ยประมาณ 15-20 Mg.% ต่อชั่วโมง ดังนั้น หากตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ที่ 48 Mg.%  ในเวลาประมาณ 05.17 น. บริษัทประกันภัยสามารถนับย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ (02.01 น.) และคาดการณ์ว่า ณ เวลานั้น ระดับแอลกอฮอล์อาจเกิน 50 Mg.%  ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

ระวังอย่าไปร้องคปภ.ก่อนมาปรึกษาทนายความ

ในเคสนี้ ผู้เสียหายตัดสินใจไปร้องเรียนที่ คปภ. ก่อนที่จะปรึกษาทนายความ ซึ่งถือเป็น ความผิดพลาดสำคัญ เนื่องจากการยื่นเรื่องต่อ คปภ. โดยไม่มีคำแนะนำจากทนายความ อาจทำให้เสียโอกาสในการต่อสู้ทางกฎหมายอย่างเต็มที่

ในหลายกรณีที่เกิดปัญหาการปฏิเสธค่าสินไหมจากบริษัทประกันภัย การมีทนายความเข้ามาให้คำปรึษาทันทีหลังเกิดอุบัติเหตุ จะช่วยให้ผู้เสียหายได้รับการคุ้มครองสิทธิและประโยชน์อย่างเต็มที่ เพราะทนายความสามารถให้คำแนะนำที่ถูกต้อง และดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายเพื่อเจรจาและต่อสู้กับบริษัทประกันภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า

อย่าลืม ! ประกันภัยมีทนายตั้งแต่ยังไม่เกิดเหตุ แล้วคุณมีทนายหรือยัง?

จากเหตุการณ์นี้ เป็นอุทาหรณ์สำคัญที่ควรเตือนใจผู้ขับขี่ทุกคนว่า หากเกิดอุบัติเหตุขึ้น สิ่งสำคัญที่ควรทำคือ การปรึกษาทนายความทันที เพราะทนายความจะสามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนการเรียกร้องค่าสินไหม และวิธีป้องกันไม่ให้ถูกปฏิเสธความคุ้มครองจากบริษัทประกันภัย

สิ่งที่ควรทำหลังเกิดอุบัติเหตุ

1.      โทรแจ้งบริษัทประกันภัยและตำรวจทันที

2.      อย่าดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลังเกิดเหตุ เพื่อป้องกันปัญหาการตรวจวัดแอลกอฮอล์

3.      ปรึกษาทนายความทันทีหลังเกิดเหตุ เพื่อให้ได้คำแนะนำที่ถูกต้องและปกป้องสิทธิของคุณ

4.      อย่าร้องเรียนไปที่ คปภ. โดยไม่มีทนายความ เพราะอาจทำให้เสียโอกาสในการต่อสู้ทางกฎหมาย

ป้องกันไม่ให้ถูกปฏิเสธค่าสินไหมฯ ด้วยการมีทนายความ

เคสนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า บริษัทประกันภัยมีสิทธิในการปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหม หากตรวจพบแอลกอฮอล์ในเลือดของผู้ขับขี่ ณ ช่วงเวลาที่เกิดเหตุ ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เสียสิทธิของตัวเอง ผู้ขับขี่ควรมีทนายความที่คอยให้คำปรึกษาและช่วยเหลือในทุกขั้นตอนหลังเกิดอุบัติเหตุ

“สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์” พร้อมให้บริการทางกฎหมายในกรณีที่ถูกปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมจากบริษัทประกันภัย เราเข้าใจถึงความซับซ้อนของกฎหมายประกันภัยและพร้อมเป็นที่ปรึกษาให้กับผู้เสียหายทุกคน เพื่อให้ได้รับความยุติธรรมและสิทธิประโยชน์ที่ควรได้รับ

อย่าปล่อยให้บริษัทประกันภัยเอาเปรียบคุณ ติดต่อเราทันทีหลังเกิดเหตุ!

Line @ คลิก! โทรหาเรา คลิก!