ในยุคที่โลกธุรกิจหมุนเร็ว กฎหมายก็มีการเปลี่ยนแปลงหรือปรับเกณฑ์เงื่อนไขอยู่ตลอดเวลา ซึ่งแน่นอนว่าความเสี่ยงทางธุรกิจก็สามารถเกิดขึ้นได้จากทุกทิศทางที่พร้อมจะส่งผลกระทบต่อหลาย ๆ ธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ ต่างเผชิญกับปัญหาทางกฎหมายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งการทำสัญญา การจัดการข้อพิพาท การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา หรือแม้แต่การปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน ซึ่งหากไม่มีผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายคอยให้คำปรึกษา ก็อาจทำให้ธุรกิจเกิดความเสียหายอย่างคาดไม่ถึง ด้วยเหตุนี้ “ทนายความที่ปรึกษา” หรือ “ที่ปรึกษาประจำบริษัท” จึงกลายเป็นหนึ่งในบุคลากรสำคัญที่ธุรกิจไทยยุคใหม่ไม่ควรมองข้าม
ธุรกิจไทยในยุคกฎหมายซับซ้อน
ประเทศไทยในปัจจุบันมีการบังคับใช้กฎหมายจำนวนมาก ครอบคลุมทั้งด้านภาษี การค้าระหว่างประเทศ กฎหมายแรงงาน กฎหมายสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค ยิ่งไปกว่านั้น หลายหน่วยงานรัฐยังมีระเบียบปฏิบัติแยกย่อยอีกมาก หากผู้ประกอบการไม่เข้าใจข้อกฎหมายอย่างแท้จริง อาจละเมิดกฎโดยไม่ตั้งใจ และนำไปสู่คดีความหรือค่าปรับจำนวนมากได้ ยิ่งธุรกิจเติบโต ความรับผิดชอบทางกฎหมายก็ยิ่งมากขึ้น เช่น การจัดทำสัญญาซื้อขายกับคู่ค้า การตั้งเงื่อนไขการชำระเงิน การกำหนดบทลงโทษในกรณีผิดสัญญา หากไม่มีทนายดำเนินการตรวจสอบและวางกลยุทธ์ อาจทำให้ธุรกิจเสียเปรียบ หรือเสียผลประโยชน์จำนวนมากในระยะยาว
หน้าที่ของทนายความที่ปรึกษาประจำบริษัท

“ทนายความที่ปรึกษา” หรือ “ที่ปรึกษาประจำบริษัท” คือผู้ที่มีหน้าที่ให้คำปรึกษาและสนับสนุนธุรกิจในทุกเรื่องที่เกี่ยวกับกฎหมาย อาจมีขอบเขตของงานที่แตกต่างกันไปแล้วแต่กรณี เช่น
- ร่าง, ตรวจ, และปรับแก้สัญญาทางธุรกิจ
- ให้คำแนะนำเรื่องกฎหมายแรงงาน, การจ้างงาน, และเลิกจ้าง
- ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารก่อนส่งราชการ รวมถึงการส่งเอกสารถึงคู่ค้าทางธุรกิจ
- วางแผนและป้องกันความเสี่ยงทางกฎหมาย
- เป็นตัวแทนในการเจรจาข้อพิพาทกับคู่ค้า หรือลูกจ้าง
- สนับสนุนการดำเนินคดี หากมีคดีความเกิดขึ้น
นอกจากนี้ ทนายความที่ปรึกษาประจำบริษัท ยังสามารถประสานงานกับหน่วยงานราชการ แปลกฎหมายที่ซับซ้อนให้ผู้บริหารเข้าใจง่าย และมีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบให้ธุรกิจดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ
เปรียบเทียบบริษัทที่มีทนายความที่ปรึกษาประจำ กับบริษัทที่ไม่มีทนายความที่ปรึกษา

ข้อดีของการมีทนายความที่ปรึกษาประจำบริษัท

1. ลดความเสี่ยงทางกฎหมาย: ทนายสามารถคาดการณ์และป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้
2. เพิ่มความมั่นใจในการตัดสินใจ: เจ้าของธุรกิจสามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ โดยมีข้อมูลทางกฎหมายสนับสนุน
3. ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในระยะยาว: ดีกว่าการแก้ปัญหาเมื่อเกิดคดีแล้ว ซึ่งมักใช้เวลานานและมีค่าใช้จ่ายสูง
4. ช่วยให้การเจรจาธุรกิจมีพลังมากขึ้น: ทนายสามารถวางเงื่อนไขในสัญญาให้รัดกุม ไม่เสียเปรียบคู่ค้า
5. สร้างภาพลักษณ์มืออาชีพให้ธุรกิจ: การมีทีมกฎหมายสนับสนุนแสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพ และน่าเชื่อถือในสายตาลูกค้า
ข้อเสีย หากไม่มีทนายประจำบริษัท

1. ความเสี่ยงสูงต่อการถูกฟ้องร้องหรือเสียเปรียบในสัญญา
2. เสียเวลาในการแก้ปัญหาที่เกิดจากความผิดพลาดทางกฎหมาย
3. ต้องพึ่งพาทนายภายนอกแบบรายครั้ง ซึ่งอาจไม่เข้าใจธุรกิจของคุณอย่างแท้จริง
4. ขาดแนวทางป้องกันปัญหาในระยะยาว
การมีทนายความที่ปรึกษาประจำบริษัทเหมาะกับใครบ้าง?
- ผู้ประกอบการ SME: ที่เริ่มมีการทำสัญญากับคู่ค้า หรือเริ่มจ้างพนักงานจำนวนมาก
- บริษัทขนาดกลาง – ใหญ่: ที่มีการขยายกิจการ เปิดบริษัทลูก หรือมีความเกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายด้าน
- ผู้ลงทุนต่างชาติ: ที่ต้องการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างถูกกฎหมาย
ทำไมต้องใช้บริการทนายความที่ปรึกษาจากเรา?

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ โดยทนายอาร์มมีประสบการณ์ในการให้คำปรึกษากฎหมายเชิงธุรกิจอย่างครอบคลุม เรามีทีมทนายความผู้เชี่ยวชาญด้านสัญญาไม่ว่าจะเป็นการร่างสัญญา, ตรวจสัญญาฯลฯ ยังครอบคลุมการค้าระหว่างประเทศ กฎหมายแรงงาน และทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมให้บริการทั้งแบบรายครั้ง และแบบรายเดือนตามความเหมาะสมของธุรกิจคุณ
ลูกค้าของเราครอบคลุมตั้งแต่กิจการ SME, บริษัทสตาร์ทอัป, จนถึงบริษัทมหาชน และได้รับความไว้วางใจในการร่างสัญญา ตรวจสัญญา และให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์เพื่อเติบโตทางธุรกิจอย่างมั่นคง
หากคุณเป็นเจ้าของกิจการ ไม่ว่าธุรกิจจะเพิ่งเริ่มต้นหรือดำเนินการมานานแล้ว การมี ทนายความที่ปรึกษา ประจำบริษัทจะสามารถดำเนินการให้คุณวางแผนธุรกิจได้มั่นคง ลดความเสี่ยง และเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากคุณต้องการคำปรึกษาที่ตอบโจทย์ธุรกิจของคุณ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ยินดีให้บริการเต็มที่ ด้วยความเป็นมืออาชีพ ใส่ใจในผลประโยชน์ของลูกค้าเสมอ ต้องการปรึกษาทนายความ คลิก >>ติดต่อเรา<<

