ในยุคที่ใครก็สามารถสั่งสินค้าจากประเทศจีนมาขายออนไลน์ได้อย่างง่ายดาย ผ่านแพลตฟอร์มยอดนิยมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Shopee, Lazada, TikTok Shop หรือ Facebook Marketplace ผู้บริโภคจำนวนมากจึงตกเป็นเหยื่อของ “สินค้าไม่มีมาตรฐาน” โดยไม่รู้ตัว
สินค้าราคาถูกเหล่านี้ บางชิ้นไม่มีเครื่องหมายการรับรองความปลอดภัย ไม่มีเอกสารศุลกากรถูกต้อง และบางกรณีก็ไม่ได้ขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) หรือ อย. ในกรณีที่เป็นอาหาร เครื่องสำอาง หรือของใช้ที่เกี่ยวข้องกับร่างกาย นอกจากนี้ ยังพบว่า สินค้าหลายชนิดไม่มีเอกสารศุลกากรอย่างถูกต้อง หรือไม่ชำระภาษีนำเข้า อย่างเหมาะสม ทำให้เมื่อเกิดความเสียหายขึ้นกับผู้บริโภค เมื่อนำไปใช้แล้วเกิดอุบัติเหตุ เช่น ไฟฟ้าลัดวงจร ไฟไหม้ บาดเจ็บ หรือเสียหายต่อทรัพย์สินกลับไม่มีการเยียวยาใด ๆ อย่างเหมาะสม อีกทั้งผู้ขายบางราย ปฏิเสธความรับผิดชอบ อ้างว่าสินค้าผลิตจากต่างประเทศ หรือเป็นแค่ “ตัวกลางนำเข้า” ผู้บริโภคอย่างเราสามารถเอาผิดกับผู้ประกอบการได้เต็มที่ไม่ต้องกลัวไร้ความยุติธรรม ในวันนี้สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์จะพาทุกคนไปพบกับวิธีการรับมือจากผู้ประกอบการที่เพิกเฉยต่อความเสียหายของผู้บริโภคกันค่ะ
เราจะรู้ได้ยังไงว่าสินค้าที่ซื้อมานั้นไม่ได้มาตรฐาน?

เมื่อมองที่ตัวสินค้าผู้บริโภคมักตัดสินใจจาก “ราคา” “รีวิว” และ “ความชอบส่วนตัว” โดยมองข้ามเรื่องความปลอดภัยและคุณภาพของสินค้า ซึ่งอาจทำให้ต้องเสียทรัพย์ หรือร้ายแรงถึงชีวิต และสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์รวมถึงทนายความเชี่ยวชาญด้านผู้บริโภคจึงได้รวบรวม “วิธีเช็กง่าย ๆ” เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถป้องกันตัวเองได้ทันก่อนตกเป็นเหยื่อ
✅ 1. ไม่มีเครื่องหมายมาตรฐาน (เช่น มอก. หรือ อย.)
- สำหรับสินค้าไฟฟ้า เครื่องใช้ในบ้าน ต้องมี ตราสัญลักษณ์ มอก. กำกับ
- สินค้าอาหาร ยา เครื่องสำอาง ต้องมี เลขที่จดแจ้งของ อย. หากไม่มี ถือว่าไม่ได้มาตรฐานตามกฎหมาย
✅ 2. ไม่มีฉลากภาษาไทย
- ตาม ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สินค้าที่ขายในไทยต้องมีฉลากภาษาไทยชัดเจน บอกรายละเอียด เช่น วิธีใช้ ส่วนผสม ข้อควรระวัง
- หากฉลากมีแต่ภาษาจีนหรืออังกฤษ ไม่มีแปลไทย = ผิดกฎหมาย และเสี่ยงเป็นของไม่มีคุณภาพ
✅ 3. ราคาถูกผิดปกติ / ไม่มีที่มาชัดเจน
- ของที่ถูกกว่าท้องตลาดมาก ๆ อาจเป็นสินค้าตกเกรด หรือไม่ได้ผ่านมาตรฐานการตรวจสอบ
- ผู้ขายไม่สามารถบอกแหล่งที่มาหรือชื่อผู้นำเข้าได้ = น่าสงสัย
✅ 4. ไม่มีใบรับประกัน / ไม่มีข้อมูลติดต่อผู้ขาย
- สินค้ามาตรฐานส่วนใหญ่มักมีใบรับประกัน หรืออย่างน้อยมีข้อมูลให้ติดต่อหากสินค้ามีปัญหา
- ถ้าซื้อผ่านเพจ เฟซบุ๊ก หรือร้านค้าไม่มีชื่อ ไม่มีนโยบายคืนสินค้า = เสี่ยงสูงมาก
✅ 5. กล่อง/บรรจุภัณฑ์ผิดปกติ
- ตรวจสอบว่ากล่องมีรอยแกะ ซองบุบ เบี้ยว สกรีนไม่ชัดเจน จนสามารถมองเห็นได้ชัด
- สินค้าปลอม/ลอกเลียนแบบมักใช้บรรจุภัณฑ์ราคาถูก หลีกเลี่ยงต้นทุนสูง
หากพบสินค้าไม่มี มอก. หรือ อย. = ฟ้องได้!

ถ้าสินค้าที่คุณซื้อมาไม่มี มอก. หรือ อย. แล้วเกิดความเสียหาย เช่น บาดเจ็บ ไฟไหม้ ทรัพย์สินเสียหาย คุณสามารถ ฟ้องผู้ขายได้ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค และกฎหมายแพ่ง ได้ทันที ไม่ต้องกลัวว่าจะต้องรับผิดชอบคนเดียว
โดยเฉพาะสินค้าที่ขายในไทย ผู้ขายไทยจะต้องรับผิด แม้จะอ้างว่านำเข้ามาจากประเทศจีนก็ตาม แต่ถ้าหากเป็นผู้ขายชาวจีนหรือต่างประเทศก็ควรจะต้องดูเอกสารการนำเข้าและดำเนินคดีตามกฎหมายไทยได้เลย
กรณีสำคัญที่คุณสามารถดำเนินคดีทางกฎหมายได้
1. สินค้าไม่ได้มาตรฐาน ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุหรือบาดเจ็บ
- เช่น กรณีซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า หม้อทอดไร้น้ำมัน เครื่องชาร์จ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ “ไม่มี มอก.” แล้วเกิดไฟไหม้ หรือไฟดูด
- ผู้บริโภคสามารถยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง และแจ้งหน่วยงานรัฐตรวจสอบสินค้า
2. ไม่ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับสินค้า
- หากผู้ขายไม่ได้แจ้งว่าเป็นสินค้านำเข้า ไม่มี มอก. หรือไม่มีใบอนุญาตจาก อย. ในกรณีสินค้าอาหาร/ยา
- เข้าข่าย “โฆษณาเกินจริง” หรือ “ปกปิดความจริง” ผู้บริโภคสามารถแจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้ทันที
3. ผู้ขายไทยเป็น “ผู้รับผิดตามกฎหมาย” แม้จะบอกว่าสินค้ามาจากจีน
- ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มาตรา 41 ระบุว่า “ผู้ขาย” ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดจากสินค้า แม้จะไม่ได้ผลิตเอง
- ต่อให้สั่งจากจีนมาขายแค่เป็นพ่อค้าคนกลาง ก็ยังถูกฟ้องร้องได้ เพราะจำหน่ายในประเทศไทย
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง :
- พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522
- พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 ตรวจสอบภาษีนำเข้าว่าได้นำเข้าอย่างเสียภาษีครบหรือไม่
- กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 (ความรับผิดจากการละเมิด)
- มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 (สมอ.)
แนวทางปกป้องสิทธิของผู้บริโภค

- เก็บหลักฐานทุกครั้งที่ซื้อสินค้าออนไลน์ เช่น ภาพสินค้า, แชท, ใบเสร็จ
- หากสินค้ามีปัญหา ติดต่อผู้ขายทันที และเก็บบันทึกการพูดคุยไว้เป็นหลักฐาน
- หากผู้ขายไม่รับผิดชอบ ให้ปรึกษาทนายหรือติดต่อ สคบ.
ในกรณีรุนแรง เช่น ไฟไหม้ บาดเจ็บ แจ้งความและฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้ทันที
ปรึกษาทนายจากสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ = ปลอดภัยกว่า

ทนายอาร์ม ทนายความผู้เชี่ยวชาญด้านคดีผู้บริโภค มีความเห็นว่า “ผู้บริโภคมีสิทธิตามกฎหมายในการฟ้องร้อง เรียกค่าเสียหาย ต่อผู้ประกอบการที่ทำให้ผู้บริโภคเสียหายและขอให้ฝ่ายงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบสินค้านั้นได้ทันที อย่ากลัว อย่าคิดว่าเราจะสู้อยู่ฝ่ายเดียว เพราะกฎหมายออกแบบมาเพื่อปกป้องผู้บริโภคเช่นกัน ”
หากคุณเป็นผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหายจากสินค้านำเข้าจากจีนหรือประเทศอื่นๆ อย่ารอให้เรื่องเงียบ ควรรีบปรึกษาทนายความ เพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้องก่อนดำเนินการทางกฎหมาย ทนายสามารถช่วยยื่นคำร้องต่อ สคบ. หรือฟ้องศาลแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหายได้อย่างเป็นระบบ อีกทั้งจะช่วยให้คุณได้รับความยุติธรรม
ทางสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์มีความชำนาญ และมีประสบการณ์ในการทำคดีความประเภทนี้ดีเป็นอย่างมาก ทั้งทีมทนายความ หรือผู้ช่วยทนายความเองทุกคนล้วนแต่มีความชำนาญในการทำคดีประเภทนี้ในกรณีที่แตกต่างกันออกไป และผลลัพธ์ในการทำคดี ส่วนใหญ่ออกมาเป็นที่น่าพึงพอใจสำหรับผู้ที่มาใช้บริการของเรา ผู้เสียหายท่านใดที่ต้องการให้เราทำคดีประเภทนี้ให้ไม่ต้องกังวลใจ สามารถปรึกษาได้ทุกกรณีเกี่ยวกับคดีผู้บริโภค
👉 เพื่อให้คุณได้รับผลประโยชน์สูงสุด >>ติดต่อเรา<<
อ้างอิงจากเว็บไซต์ : https://www.mmthailand.com/cheap_china_product_threat/
เขียนโดย :วรารัตน์ วงโพธิสาร (นักศึกษาฝึกประสบการณ์ภาษาจีน)

