เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชน สิ่งที่หลายคนให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกคือการนำรถเข้าซ่อมให้กลับมาใช้งานได้โดยเร็ว แต่สิ่งที่ผู้เอาประกันภัยจำนวนไม่น้อยมักมองข้าม คือ สิทธิในการเรียกค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ ซึ่งเป็นสิทธิที่กฎหมายรับรองให้ผู้เสียหายได้รับการชดเชย หากไม่สามารถใช้รถได้ระหว่างการซ่อม
อย่างไรก็ตาม จากประสบการณ์การทำคดีของทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ แห่งสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ผู้ที่อยู่ในวงการประกันภัยมาอย่างยาวนาน พบว่าหลายกรณีที่รถชนต้องจัดซ่อมรถนาน ๆ บริษัทประกันภัยมักมีการนำเอกสารมาให้ผู้บริโภคเซ็นยินยอมที่จะจัดซ่อมนาน โดยผู้บริโภคจำนวนมากไม่ทราบว่าการลงลายมือชื่อหรือการเซ็นเอกสารดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อสิทธิของตนเองในภายหลังได้ บทความทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ฯ จึงอยากมีตีแผ่และแชร์เรื่องราวที่หลายคนยังไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถจากเคสจริงของสำนักงานฯ ให้ได้ทราบกันเป็นอุทาหรณ์ก่อนจะเสียรู้บริษัทประกันภัย
เคสจริง บริษัทประกันภัยโทรให้ลูกความเซ็นยินยอมรออะไหล่

เหตุการณ์เริ่มต้นจากลูกความของสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ประสบอุบัติเหตุ รถต้องเข้าซ่อมที่ศูนย์บริการ
ระหว่างดำเนินการได้มีเจ้าหน้าที่จากบริษัทประกันภัยโทรศัพท์ติดต่อมายังทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ฯ โดยแจ้งว่าลูกความจำเป็นต้องลงนามเซ็นชื่อในเอกสาร “ยินยอมรออะไหล่” และยินยอมให้การซ่อมล่าช้า
ทนายอาร์มจึงสอบถามกลับทันทีว่า
“หากลูกความไม่เซ็นเอกสารฉบับนี้ บริษัทจะซ่อมรถหรือไม่”
คำตอบที่ได้รับคือ
“ซ่อมครับ”
เมื่อได้รับคำตอบเช่นนั้น ทนายอาร์มจึงถามต่อว่า
“ถ้าสุดท้ายก็ซ่อมรถอยู่แล้ว แล้วทำไมจึงต้องเซ็นยินยอม”
คำตอบที่ได้รับคือ
“เพื่อให้ลูกค้ารับทราบ”
แต่คำถามสำคัญคือ การให้ “รับทราบ” เพียงอย่างเดียวจริงหรือ หรือเอกสารดังกล่าวอาจมีผลกระทบต่อการเรียกค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถในภายหลังด้วยกันแน่
ทำไมการเซ็นเอกสารจึงเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาให้รอบคอบ?

ในทางปฏิบัติแล้วเอกสารแต่ละฉบับมีรายละเอียดแตกต่างกันไป หากมีข้อความเกี่ยวกับการยินยอมให้การซ่อมล่าช้า หรือยอมรับการรออะไหล่นาน ผู้บริโภคควรอ่านรายละเอียดให้ครบถ้วนก่อนลงนามเซ็นชื่อ เพราะเอกสารดังกล่าวอาจถูกนำมาอ้างอิงภายหลังได้ ขึ้นอยู่กับข้อความในเอกสารและข้อเท็จจริงของแต่ละคดี
ดังนั้น ก่อนลงนามในเอกสารใด ๆ ผู้เสียหายควรทำความเข้าใจเนื้อหาให้ชัดเจน และหากไม่แน่ใจ ควรปรึกษาทนายความก่อนเสมอทุกครั้งที่ต้องมีการเซ็นเอกสาร
ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ คืออะไร?
ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ คือค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากการที่เจ้าของรถไม่สามารถใช้รถของตนได้ระหว่างที่รถเข้าซ่อมจากอุบัติเหตุที่เกิดจากความรับผิดของอีกฝ่าย
ตัวอย่างเช่น
- รถใช้เดินทางไปทำงาน
- รถใช้รับส่งบุตรหลาน
- รถใช้ประกอบธุรกิจ
- รถใช้รับลูกค้า
- รถใช้ในการดำเนินกิจการของบริษัท
เมื่อรถไม่สามารถใช้งานได้ เจ้าของรถย่อมได้รับผลกระทบ และกฎหมายเปิดโอกาสให้เรียกค่าเสียหายในส่วนนี้ได้ตามข้อเท็จจริงและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
ทำไมหลายคนจึงเสียสิทธิโดยไม่รู้ตัว?

จากประสบการณ์ของสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ผู้เสียหายจำนวนไม่น้อยมุ่งสนใจเพียงการนำรถเข้าซ่อมให้เสร็จโดยเร็ว แต่ระหว่างดำเนินการกลับมีเอกสารหลายฉบับให้ลงนามหลายคนคิดว่า
- เซ็นไปก่อน
- เจ้าหน้าที่บอกให้เซ็น
- คงไม่มีอะไร
แต่เมื่อถึงเวลาจะเรียกค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ กลับพบว่ามีประเด็นข้อโต้แย้งเกิดขึ้นจากเอกสารที่เคยลงลายมือชื่อไว้ จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการอ่านเอกสารก่อนลงนามจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
ข้อสำคัญควรรู้ บริษัทประกันภัยมีทนายความตั้งแต่แรก

ในมุมของทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ฯ การดำเนินธุรกิจของบริษัทประกันภัย มีการวางระบบ ขั้นตอน และมีที่ปรึกษากฎหมายคอยให้คำแนะนำอยู่แล้ว
ขณะที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่เพิ่งเผชิญเหตุการณ์รถชนเป็นครั้งแรก จึงอาจไม่ทราบสิทธิหรือผลทางกฎหมายของเอกสารแต่ละฉบับ
การขอคำปรึกษาจากทนายความจึงไม่ใช่การสร้างปัญหา แต่เป็นการช่วยให้ผู้เสียหายเข้าใจสิทธิของตนเอง และสามารถตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลที่ครบถ้วน
หากรถชน ควรปรึกษาทนายตั้งแต่วันแรก
หลายคนมักรอจนเกิดปัญหากับบริษัทประกันภัยแล้วจึงค่อยหาทนาย
แต่จากประสบการณ์ของสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ หากได้รับคำปรึกษาตั้งแต่วันแรกหลังเกิดอุบัติเหตุ จะสามารถวางแนวทางการดำเนินเรื่องได้อย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็น
- การเก็บพยานหลักฐาน
- การติดต่อบริษัทประกันภัย
- การตรวจสอบเอกสารก่อนลงนาม
- การติดตามการซ่อมรถ
- การรักษาสิทธิในการเรียกค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ
- การประเมินความเสียหายตามกฎหมาย
การวางแผนตั้งแต่ต้นช่วยลดความเสี่ยงในการเสียสิทธิที่ผู้เสียหายควรได้รับ
อุบัติเหตุรถชนไม่ได้จบเพียงการนำรถเข้าซ่อมก็จบ แต่ยังเกี่ยวข้องกับสิทธิหลายประการที่ผู้เสียหายควรได้รับ โดยเฉพาะค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ หรือค่าเสื่อมราคาของตัวรถ ซึ่งหลายคนอาจเสียสิทธิ์ไปเพราะลงนามในเอกสารโดยไม่เข้าใจผลทางกฎหมาย
หากคุณกำลังประสบปัญหาลักษณะนี้กับบริษัทประกันภัย ไม่ว่าจะเป็นการให้เซ็นเอกสาร การรออะไหล่ การซ่อมล่าช้า หรือการเรียกค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ การเรียกค่าเสียหายในส่วนค่าเสื่อมราคา อย่าเพิ่งรีบลงนามในเอกสารโดยไม่ได้ตรวจสอบรายละเอียดให้ดีก่อน
สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์พร้อมให้คำปรึกษาและวางรูปเรื่องวางแนวทางดำเนินการตั้งแต่วันแรกหลังรถชน เพื่อให้คุณเข้าใจสิทธิของตนเองและสามารถตัดสินใจได้อย่างรอบคอบ ไม่ต้องรอให้เกิดปัญหาแล้วค่อยแก้ไข เพราะการวางแผนที่ดีตั้งแต่ต้น ย่อมสามารถลดโอกาสในการเสียสิทธิที่ผู้บริโภคควรได้รับ ปรึกษาทนายอาร์ม คลิก ติดต่อเรา

