รู้ทันประกันภัย: “ไปรักษาตัวให้หายดีก่อน แล้วค่อยมาคุยกัน” จริงหรือแค่กลยุทธ์เลี่ยงจ่ายค่าเสียหาย?

เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชน โดยเฉพาะกรณีที่มีผู้บาดเจ็บ หนึ่งในประโยคที่ผู้เสียหายจำนวนมากมักได้ยินจากบริษัทประกันภัยคือ

ฟังดูเหมือนเป็นคำแนะนำที่หวังดี แต่ในความเป็นจริงแล้ว ประโยคนี้อาจเป็นเพียง “กลยุทธ์” ของบริษัทประกันภัยที่ต้องการชะลอหรือหลีกเลี่ยงการจ่ายค่าสินไหมทดแทน หากผู้เสียหายหลงเชื่อ อาจทำให้เสียสิทธิทางกฎหมายโดยไม่รู้ตัว และบางกรณีอาจถึงขั้น “เจ็บตัวฟรี” โดยไม่ได้รับค่าเสียหายที่ควรได้ บทความนี้จะช่วยให้คุณรู้ทันประกันภัยเข้าใจสิทธิของตนเอง และรู้ว่าควรทำอย่างไรเมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชน

รู้ทันประกันภัย ทำไมต้องระวังคำว่า “หายก่อนแล้วค่อยคุยกัน”?

ในทางปฏิบัติ บริษัทประกันภัยมีประสบการณ์สูงในการบริหารเคลม และมีแนวทางในการลดความรับผิดหรือจำกัดจำนวนเงินที่ต้องจ่ายอยู่แล้ว

คำพูดลักษณะนี้ เช่น

“รักษาให้หายก่อน”

“เดี๋ยวค่อยสรุปทีเดียว”

“รอให้แผลหายก่อนแล้วค่อยมาคุยกัน”

แม้จะดูเหมือนหวังดี แต่แท้จริงแล้วอาจมีเป้าหมายเพื่อถ่วงเวลา เพราะยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไร โอกาสที่ผู้เสียหายจะเรียกร้องค่าเสียหายได้ครบถ้วนก็ยิ่งลดลง

รถชนเจ็บหนัก “ขาหักใส่เหล็ก” ยิ่งห้ามรอ!

ในกรณีที่ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บรุนแรง เช่น

-กระดูกหัก ต้องผ่าตัดใส่เหล็ก

-ต้องพักรักษาตัวเป็นเวลานาน

-สูญเสียความสามารถในการทำงานชั่วคราว

กรณีลักษณะนี้ยิ่งไม่ควรรอให้หายก่อนแล้วค่อยเรียกค่าเสียหาย เพราะค่าเสียหายไม่ได้มีแค่ค่ารักษาพยาบาล แต่ยังรวมถึง

-ค่าขาดรายได้ระหว่างพักรักษาตัว

-ค่าดูแลรักษาในอนาคต

-ค่าเสียหายทางจิตใจ

-ค่าขาดประโยชน์จากการใช้ชีวิต

หากปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยไม่มีการวางแผนเรียกร้อง อาจทำให้หลักฐานบางอย่างหายไป หรือการประเมินความเสียหายไม่ครบถ้วน

ความจริงที่ต้องรู้: “รอให้หายก่อน” ไม่มีอยู่จริง

หลายคนเข้าใจผิดว่า ต้องรักษาตัวให้หายดีเสียก่อน จึงจะสามารถเรียกค่าเสียหายได้

แต่ในความเป็นจริงแล้ว
“รักษาให้หายก่อน แล้วค่อยเรียกค่าเสียหาย” ไม่มีอยู่จริงในทางกฎหมาย

การเรียกร้องค่าเสียหายสามารถดำเนินการควบคู่ไปกับการรักษาได้ และในหลายกรณี ยิ่งเริ่มเร็ว ยิ่งได้เปรียบ

เพราะการเรียกร้องค่าเสียหายต้องอาศัย เอกสารทางการแพทย์, ใบรับรองแพทย์, หลักฐานค่าใช้จ่าย, การประเมินความเสียหายอย่างต่อเนื่อง หากเริ่มดำเนินการตั้งแต่ต้น จะสามารถเก็บข้อมูลได้ครบถ้วนและแม่นยำมากกว่า

รู้ทันประกันภัย: กลยุทธ์ที่ผู้เสียหายควรรู้

บริษัทประกันภัยบางแห่งอาจใช้วิธีการ เช่น ปฏิเสธเบื้องต้น เพื่อดูว่าผู้เสียหายจะยอมไหม, ชะลอการติดต่อหรือการเจรจา, ขอเอกสารซ้ำซ้อน, เสนอเงินชดเชยต่ำกว่าความเป็นจริง หากผู้เสียหายไม่มีความรู้ทางกฎหมาย อาจยอมรับข้อเสนอโดยไม่รู้ว่าตนมีสิทธิเรียกร้องได้มากกว่านั้น

“จังหวะเวลา” คือหัวใจของการเรียกค่าเสียหาย

ในคดีอุบัติเหตุรถชน โดยเฉพาะกรณีบาดเจ็บเวลาเป็นปัจจัยสำคัญมาก

หากปล่อยให้เวลาผ่านไป อาจเกิดปัญหา เช่น หลักฐานไม่ครบ, ประเมินค่าเสียหายไม่ทัน, ถูกโต้แย้งว่า “หายแล้ว” หรือ “กลับมาใช้ชีวิตได้ปกติแล้ว” , เรียกค่าเสียหายได้น้อยกว่าที่ควร

ประโยคที่มักได้ยินในภายหลัง เช่น
“ก็หายดีแล้วนี่”
“ก็เดินได้แล้วนี่”

อาจถูกใช้เป็นเหตุเพื่อลดจำนวนเงินที่ควรได้รับ

ปรึกษาทนายความตั้งแต่ต้น 

วิธีที่ดีที่สุดในการปกป้องสิทธิของตนเองคือ

 ปรึกษาทนายความตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุ

เพราะทนายความจะสามารถวิเคราะห์สิทธิของผู้เสียหาย, วางแผนการเรียกค่าเสียหาย, รวบรวมพยานหลักฐาน, ประสานงานกับบริษัทประกันภัย, ป้องกันการเสียเปรียบในการเจรจา

โดยเฉพาะในเคสที่มีการบาดเจ็บรุนแรง การมีทนายเดินเรื่องดูแลตั้งแต่ต้น จะสามารถให้ได้รับค่าเสียหายอย่างเหมาะสมและครบถ้วน

อย่าปล่อยให้ “เจ็บตัวฟรี” เพราะเชื่อคำบริษัทประกันภัย

สิ่งที่น่าเสียดายที่สุดคือ ผู้เสียหายจำนวนมากเชื่อคำพูดของบริษัทประกันภัย รู้ไม่ทันกลยุทธ์ในการปฏิเสธค่าเสียหาย, ผู้เสียหายไม่รีบดำเนินการ ปล่อยเวลา, ไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ หรือมัวแต่หลงเชื่อผู้ชี้นำที่รู้ไม่จริง สุดท้ายกลับได้รับค่าเสียหายไม่ครบ หรือไม่ได้เลย เพราะทอดเวลาจนรักษาตัวหายดีแล้ว ทั้งที่ความจริง หากมีการวางแผนและปรึกษาทนายความผู้เชี่ยวชาญคดีประกันภัยดำเนินการตั้งแต่ต้น ผู้เสียหายมีโอกาสได้รับสิทธิอย่างเต็มที่ตามกฎหมาย และไม่เสียเปรียบบริษัทประกันภัยแน่นอน

รู้ทันประกันภัย = ปกป้องสิทธิของตัวเอง

คำพูดว่า “ไปรักษาตัวให้หายดีก่อน แล้วค่อยมาคุยกัน” อาจไม่ใช่ความหวังดีเสมอไป แต่เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ผู้เสียหายควรรู้ทันประกันภัย

จำไว้ว่าการเรียกค่าเสียหายไม่จำเป็นต้องรอให้หายดีก่อน ยิ่งเริ่มเดินเรื่องเร็ว ยิ่งได้เปรียบ เวลาและหลักฐานคือสิ่งสำคัญ การมีทนายความให้คำปรึกษา คือการป้องกันการเสียสิทธิ หากมีทนายที่เชี่ยวชาญคดีประกันภัยคอยให้ปรึกษาตั้งแต่แรก ผู้เสียหายจะรู้ทันกลยุทธ์และเทคนิคการปฏิเสธค่าเสียหายของบริษัทประกันภัยอย่างมากเลยทีเดียว และสิ่งที่ลืมไม่ได้เลยคือ บริษัทประกันภัยนั้นมีทนายความตั้งแต่ยังไม่เกิดอุบัติเหตุเลยด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นบริษัทประกันภัยย่อมมีประสบการณ์หรือความเชี่ยวชาญในการปฏิเสธผู้เสียหายอยู่แล้ว

ปรึกษาทนายความตั้งแต่วันนี้ ก่อนจะสายเกินไป

หากคุณหรือคนใกล้ตัวประสบอุบัติเหตุรถชน และได้รับคำพูดลักษณะนี้จากบริษัทประกันภัย อย่ารอให้เวลาผ่านไปโดยไม่ได้ทำอะไร

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ พร้อมให้คำปรึกษาและวางกลยุทธ์ทางกฎหมายตั้งแต่วันแรก เพื่อให้คุณไม่ต้อง “เจ็บทั้งตัว และเสียสิทธิไปพร้อมกัน”

👉ปรึกษาทนายได้ทันทีตั้งแต่วันนี้ เพื่อปกป้องสิทธิของคุณอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องรอรักษาตัวหายดีก่อน

Line @ คลิก! โทรหาเรา คลิก!