ทนายอาร์มขอตีเก๊ “รักษาตัวให้หายดีก่อน” คำพูดที่ผู้เสียหายต้องรู้ทัน! อย่าเพิ่งเสียสิทธิเรียกร้องจากประกันภัย

“รักษาตัวให้หายดีก่อน” หมายความว่าอย่างไรในมุมของทนายอาร์ม?

เมื่อเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามีผู้เสียหายจำนวนไม่น้อยต้องเจอกับทั้งอาการบาดเจ็บ ความเสียหายต่อทรัพย์สิน และภาระค่าใช้จ่ายที่ตามมา ขณะเดียวกัน การติดต่อเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันภัยก็อาจทำให้เกิดข้อสงสัย โดยเฉพาะเมื่อได้รับคำตอบว่า “รักษาตัวให้หายดีก่อน” “เอกสารยังไม่ครบ” หรือ “ต้องรอให้รถซ่อมเสร็จก่อนจึงจะดำเนินการได้”

ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ ผู้มีประสบการณ์ในวงการประกันภัยมาเกือบ 20 ปี ตั้งแต่การทำงานด้านเอกสารไปจนถึงการเป็นทนายความให้คำปรึกษาแก่ผู้เสียหาย ได้หยิบยกประเด็นนี้มาเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนให้เข้าใจสิทธิของตนเอง และไม่ควรปล่อยให้ข้อสงสัยเกี่ยวกับขั้นตอนของประกันภัยกลายเป็นอุปสรรคต่อการเรียกร้องค่าเสียหาย

ทนายอาร์มขอใช้คำว่า “ตีเก๊” ในเชิงเตือนภัย เพื่อสื่อถึงการตั้งข้อสงสัยและไม่ควรเชื่อคำอธิบายบางอย่างโดยปราศจากการตรวจสอบ แม้คำดังกล่าวไม่ใช่ศัพท์กฎหมาย และการที่บริษัทประกันภัยแจ้งให้รอหรือขอเอกสารเพิ่มเติมก็ไม่ได้หมายความว่าบริษัทกำลังเอาเปรียบผู้เสียหายเสมอไป สิ่งสำคัญคือผู้เสียหายต้องตรวจสอบว่าเหตุผลที่ได้รับมีความจำเป็นหรือไม่ มีหลักเกณฑ์รองรับอย่างไร และส่งผลต่อสิทธิของตนเองอย่างไร

ประกันภัยบอกให้รักษาตัวให้หายก่อน ผู้เสียหายควรทำอย่างไร?

กรณีที่ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุและยังอยู่ระหว่างการรักษา การประเมินความเสียหายอาจต้องพิจารณาจากข้อมูลทางการแพทย์เพิ่มเติม เช่น อาการบาดเจ็บ ระยะเวลารักษา ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น และผลกระทบต่อการทำงาน การขอเอกสารเหล่านี้อาจเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการพิจารณาค่าสินไหมทดแทน

แต่ผู้เสียหายไม่ควรเข้าใจว่าการรักษาต้องสิ้นสุดลงทั้งหมดก่อนจึงจะสามารถติดต่อบริษัทประกันภัยหรือแจ้งเรียกร้องค่าเสียหายได้ ในทางปฏิบัติแล้วผู้เสียหายสามารถเริ่มแจ้งเหตุ รวบรวมเอกสาร และสอบถามขั้นตอนการเรียกร้องได้ตั้งแต่ระยะแรก ส่วนค่าเสียหายแต่ละรายการจะพิจารณาได้เมื่อใดนั้น ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง หลักฐาน และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

หากบริษัทประกันภัยแจ้งว่าต้องรอให้รักษาตัวให้หายดีก่อน ผู้เสียหายควรสอบถามให้ชัดเจนว่าเป็นการรอเพื่อประเมินค่าเสียหายรายการใด สามารถยื่นเอกสารส่วนที่มีอยู่ก่อนได้หรือไม่ และมีเอกสารใดที่ยังขาดอยู่บ้าง ควรขอคำตอบเป็นลายลักษณ์อักษรเมื่อเหมาะสม เพื่อให้สามารถติดตามเรื่องได้อย่างมีหลักฐาน

แนวทางนี้จะสามารถช่วยให้ผู้เสียหายไม่ต้องรอโดยไม่ทราบเหตุผล และยังสามารถเตรียมข้อมูลสำหรับเรียกร้องค่าเสียหายได้อย่างเป็นระบบ

ปัญหาที่ผู้เสียหายต้องระวัง ประกันให้เซ็นเอกสารไม่ตรงตามข้อเท็จจริง

อีกกรณีหนึ่งที่ทนายอาร์มยกขึ้นมาเตือน คือกรณีการซ่อมรถที่มีการแจ้งให้เจ้าของรถลงนามในเอกสารรับรองว่าใช้เวลาซ่อม 30 วัน ทั้งที่ข้อเท็จจริงคือรถเข้าซ่อมเป็นระยะเวลา 60 วัน โดยเจ้าของรถรู้สึกว่าหากไม่ลงนามก็อาจไม่ได้รับรถคืน

กรณีลักษณะนี้ทำให้เห็นว่าเอกสารเกี่ยวกับการซ่อมรถมีความสำคัญอย่างมาก เพราะระยะเวลาที่รถไม่สามารถใช้งานได้อาจเกี่ยวข้องกับการเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ ตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่ใช้บังคับ หากเอกสารระบุระยะเวลาซ่อมไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ก็อาจทำให้การตรวจสอบความเสียหายภายหลังมีความยุ่งยากขึ้น

หากพบว่าเอกสารไม่ถูกต้อง ผู้เสียหายควรขอให้แก้ไขก่อนลงนาม และควรเก็บหลักฐานที่แสดงระยะเวลาซ่อมจริง เช่น ใบรับรถเข้าซ่อม ใบส่งมอบรถ ข้อความสนทนากับอู่ซ่อมรถ และเอกสารจากบริษัทประกันภัย หากจำเป็นต้องรับรถก่อนเพื่อป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม ควรสอบถามวิธีบันทึกข้อโต้แย้งหรือสงวนสิทธิให้เหมาะสมกับเอกสารนั้น ๆ

ผู้เสียหายไม่ควรลงนามรับรองข้อเท็จจริงที่ทราบว่าไม่ถูกต้องเพียงเพราะกังวลว่าจะไม่ได้รับรถคืน และไม่ควรสรุปว่าการลงนามดังกล่าวทำให้หมดสิทธิเรียกร้องทุกกรณี เพราะผลทางกฎหมายต้องพิจารณาจากข้อความในเอกสาร พฤติการณ์ และหลักฐานประกอบกัน

เอกสารไม่ครบ บริษัทประกันภัยขอให้รอ ต้องแยกให้ออกว่าเป็นขั้นตอนใด

คำว่า “เอกสารไม่ครบ” อาจเป็นเหตุผลที่เกิดขึ้นได้จริงในกระบวนการพิจารณาสินไหมทดแทน แต่ผู้เสียหายควรขอรายละเอียดให้ชัดเจนว่าเอกสารที่ขาดคืออะไร ต้องใช้เพื่อพิสูจน์ประเด็นใด และสามารถยื่นเอกสารส่วนอื่นไปก่อนได้หรือไม่

เช่นเดียวกัน หากบริษัทประกันภัยแจ้งว่าต้องรอให้รถซ่อมเสร็จก่อน ผู้เสียหายควรสอบถามว่าการรอนั้นเกี่ยวข้องกับการประเมินความเสียหายของตัวรถ หรือเกี่ยวข้องกับการเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถอย่างไร เพราะการเรียกร้องค่าเสียหายแต่ละประเภทอาจใช้หลักฐานและวิธีพิจารณาแตกต่างกัน

จากประสบการณ์ที่ทนายอาร์มถ่ายทอด สิ่งที่ผู้เสียหายควรระวังคือการยอมรับคำอธิบายโดยไม่สอบถามรายละเอียด ไม่ติดตามสถานะการเรียกร้อง และไม่เก็บหลักฐานไว้ตรวจสอบในภายหลัง ทั้งนี้ ไม่ควรเหมารวมว่าบริษัทประกันภัยทุกแห่งใช้วิธีเดียวกัน แต่ควรพิจารณาจากข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี

เกิดอุบัติเหตุแล้ว ควรปรึกษาทนายความตั้งแต่เมื่อใด?

ทนายอาร์มแนะนำให้ผู้เสียหายเริ่มจัดการเรื่องสิทธิและหลักฐานตั้งแต่หลังเกิดเหตุ ไม่จำเป็นต้องรอจนการรักษาสิ้นสุดหรือรถซ่อมเสร็จทั้งหมดจึงค่อยขอคำปรึกษา เพราะการเตรียมเอกสารตั้งแต่ต้นช่วยให้ทราบว่าต้องรวบรวมข้อมูลใด และควรติดต่อบริษัทประกันภัยอย่างไร

หลักฐานที่ควรเก็บไว้ ได้แก่ ภาพถ่ายสถานที่เกิดเหตุ ข้อมูลคู่กรณี เอกสารการรักษาพยาบาล ใบเสร็จรับเงิน หลักฐานรายได้ เอกสารเกี่ยวกับการซ่อมรถ และข้อความติดต่อกับบริษัทประกันภัยหรืออู่ซ่อมรถ หากมีการเสนอข้อตกลงหรือเอกสารให้ลงนาม ควรอ่านให้ครบถ้วนและทำความเข้าใจผลที่อาจเกิดขึ้นก่อนตัดสินใจ

ปรึกษาทนายความเพื่อไม่ให้เสียรู้ประกันภัยได้แล้ววันนี้

ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ และสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ให้คำปรึกษาด้านกฎหมายเกี่ยวกับอุบัติเหตุทางรถยนต์ การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน และปัญหาที่เกี่ยวข้องกับบริษัทประกันภัย สำหรับผู้เสียหายที่ไม่แน่ใจว่าควรดำเนินการอย่างไร สามารถขอคำปรึกษาเพื่อประเมินข้อเท็จจริง ตรวจสอบเอกสาร และวางแผนดำเนินการเป็นขั้นตอน

อย่าปล่อยให้ความไม่เข้าใจขั้นตอนทำให้คุณเสียโอกาสในการรักษาสิทธิของตนเอง หากกำลังมีปัญหากับการเรียกร้องค่าเสียหายจากประกันภัย ควรรีบตรวจสอบข้อมูลและขอคำแนะนำที่เหมาะสมตั้งแต่ระยะแรก

ปรึกษาทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ – สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

คลิก >> ติดต่อเรา <<

Line @ คลิก! โทรหาเรา คลิก!