หลายคนที่ซื้อประกันภัย ไม่ว่าจะเป็นประกันชีวิต ประกันสุขภาพ หรือประกันภัยรถยนต์ มักคุ้นชื่อ “คปภ.” หรือสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ในฐานะหน่วยงานที่ทำหน้าที่กำกับดูแลธุรกิจประกันภัยในประเทศไทย รวมถึงดูแลสิทธิของผู้บริโภคที่ทำประกันภัยทุกประเภทแต่คำถามสำคัญคือ
คปภ. รวดเร็วเป็นธรรม จริงหรือ?

นี่คืออีกหนึ่งมุมมองจาก ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ แห่งสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ที่อยากเปิดเผยข้อเท็จจริงจากประสบการณ์ตรง เพื่อให้ประชาชนได้คิด วิเคราะห์ และเข้าใจกระบวนการต่าง ๆ ของ คปภ. มากขึ้น ก่อนตัดสินใจเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการ
คปภ. คืออะไร? ทำหน้าที่อะไร?
หลายคนอาจยังไม่เข้าใจว่า คปภ. คือหน่วยงานที่ทำหน้าที่กำกับดูแลธุรกิจประกันภัยทั้งหมดในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น
- ประกันสุขภาพ
- ประกันชีวิต
- ประกันภัยรถยนต์
- ประกันอุบัติเหตุ
- ประกันทรัพย์สิน
- รวมถึงประกันภัยทุกประเภท
หน้าที่หลักของ คปภ. คือ
- ดูแลบริษัทประกันภัย
- คุ้มครองผู้บริโภค
- รับเรื่องร้องเรียน
- ดำเนินกระบวนการอนุญาโตตุลาการในบางกรณี
ฟังดูแล้วเหมือนเป็นหน่วยงานที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ แต่เมื่อเข้าสู่กระบวนการจริง หลายคนกลับเริ่มตั้งคำถามว่า “รวดเร็วและเป็นธรรม” อย่างที่โฆษณาไว้จริงหรือไม่
อนุญาโตตุลาการของ คปภ. คืออะไร?
เมื่อประชาชนเข้าไปดูข้อมูลในเว็บไซต์ คปภ. จะพบคำอธิบายเกี่ยวกับ “อนุญาโตตุลาการ” ว่าเป็นกระบวนการที่
- รวดเร็ว
- เป็นธรรม
- ประหยัดค่าใช้จ่าย
คำว่า “รวดเร็วเป็นธรรม” เป็นคำที่หลายคนอ่านแล้วรู้สึกมั่นใจทันที เพราะประชาชนทั่วไปย่อมเข้าใจว่า หากเกิดปัญหากับบริษัทประกันภัย กระบวนการนี้น่าจะช่วยให้ได้รับความยุติธรรมอย่างรวดเร็ว
แต่ในมุมของทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ กลับตั้งคำถามว่า
“ความรวดเร็วคืออะไร?”

และที่สำคัญยิ่งกว่า คือ
“ความเป็นธรรม ใครเป็นคนกำหนด?”
แม้แต่ตัวทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์เอง ยังมองว่า คำว่า “เป็นธรรม” เป็นเรื่องที่ตอบได้ยากมากในทางปฏิบัติ
เปิดไทม์ไลน์จริงของคดีในสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์
เพื่อให้ประชาชนเห็นภาพชัดขึ้น ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ได้นำเคสจริงจากสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์มาเล่าให้ฟัง
ขั้นตอนที่ 1 ยื่นคำเสนอ
- วันที่ 8 พฤษภาคม 2568
สำนักงาน คปภ. รับเรื่องคำเสนออนุญาโตตุลาการ
ขั้นตอนที่ 2 นัดพิจารณา
- วันที่ 17 มิถุนายน 2568
มีการนัดพิจารณาครั้งแรก
หลายคนอาจถามว่าเร็วไหม?
ในมุมของประชาชนทั่วไป บางคนอาจรู้สึกว่าใช้เวลานานพอสมควรแล้ว
จากนัดแรก สู่การตั้งอนุญาโตตุลาการ ใช้เวลาเป็นเดือน
หลังจากวันที่ 17 มิถุนายน 2568
กลับต้องรอไปถึง
- วันที่ 18 กรกฎาคม 2568
เพื่อกำหนด “ตัวอนุญาโตตุลาการ” หรือคนกลางที่จะมาชี้ขาดข้อพิพาท
คำถามคือ
เหตุใดเพียงการกำหนดตัวคนกลาง จึงต้องใช้เวลาอีกเกือบ 1 เดือนเต็ม
นี่คือสิ่งที่ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ตั้งข้อสังเกตว่า หากเรียกว่ารวดเร็ว มาตรฐานของแต่ละคนอาจไม่เท่ากัน
นัดชี้ นัดสืบพยาน และการรอคำชี้ขาด
หลังแต่งตั้งอนุญาโตตุลาการแล้ว
กระบวนการต่อมาคือ “นัดชี้”
ซึ่งเป็นขั้นตอนที่
- กำหนดประเด็นข้อพิพาท
- กำหนดว่าผู้บริโภคจะสืบอะไร
- บริษัทประกันภัยจะโต้แย้งอะไร
จากนั้นจึงเข้าสู่ “นัดสืบพยาน”
แต่กว่าจะถึงขั้นตอนนี้ ต้องรอไปถึง
- วันที่ 8 ตุลาคม 2568
ลองคำนวณง่าย ๆ จากเดือนมิถุนายนถึงตุลาคม ใช้เวลาประมาณ 4 เดือน
คำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการออกเมื่อไหร่?
หลังสืบพยานเสร็จในวันที่ 8 ตุลาคม 2568
คำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการออกในวันที่
- 12 กุมภาพันธ์ 2569
ขณะที่สำนักงานคปภ. ได้รับคำชี้ขาดตั้งแต่
- วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569
เมื่อรวมระยะเวลาทั้งหมดตั้งแต่ยื่นคำเสนอจนได้รับคำชี้ขาด ใช้เวลาหลายเดือน
คำถามจึงกลับมาว่านี่คือ “รวดเร็ว” จริงหรือไม่?
ความเร็วของประชาชน กับความเร็วของหน่วยงาน อาจไม่เหมือนกัน

ในมุมของประชาชนทั่วไป คำว่า “เร็ว” อาจหมายถึง
- ไม่ต้องรอหลายเดือน
- ไม่ต้องเสียเวลาเดินเรื่องนาน
- ได้รับคำตอบไว
แต่ในมุมของกระบวนการทางหน่วยงานหรือระบบอนุญาโตตุลาการ อาจมีมาตรฐานอีกแบบหนึ่ง
ดังนั้น ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์จึงอยากให้ประชาชน
- วิเคราะห์เอง
- เปรียบเทียบเอง
- และพิจารณาเองว่าเร็วหรือไม่
หน่วยงานบอกว่าประหยัดค่าใช้จ่าย จริงไหม?
อีกหนึ่งคำที่ประชาชนมักเห็น คือคำว่า “ประหยัดค่าใช้จ่าย” แต่จากเคสจริงที่สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ดำเนินการ
ค่าใช้จ่ายรวมทั้งสิ้นอยู่ที่ประมาณ
- 12,800 บาท
และเพียงแค่เริ่มยื่นเรื่อง ผู้เสนออนุญาโตตุลาการก็ต้องวางค่าธรรมเนียม
- 10,000 บาท
นั่นหมายความว่า กระบวนการนี้ “ไม่ได้ฟรี” อย่างที่หลายคนเข้าใจ
ประชาชนควรทำอย่างไร เมื่อมีปัญหากับบริษัทประกันภัย?

สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่าตัดสินใจจากคำโฆษณาหรือข้อความสั้น ๆ เพียงอย่างเดียว
ไม่ว่าจะเป็นคำว่า
- รวดเร็ว
- เป็นธรรม
- ประหยัดค่าใช้จ่าย
เพราะในความเป็นจริง แต่ละคดีมีรายละเอียดแตกต่างกัน
ทำไมควรปรึกษาทนายก่อนเข้าสู่กระบวนการ คปภ.
หลายคนเพิ่งมาปรึกษาทนาย หลังจาก
- เข้าสู่กระบวนการแล้ว
- เสียค่าธรรมเนียมแล้ว
- เสียเวลาไปแล้วหลายเดือน
ทั้งที่จริงแล้ว การวางแผนตั้งแต่ต้นสำคัญมาก
เพราะทนายจะสามารถ
- วิเคราะห์ว่าควรเข้าสู่กระบวนการใด
- ประเมินโอกาสของคดี
- วางรูปคดี
- ป้องกันการเสียเปรียบ
โดยเฉพาะคดีประกันภัยที่บริษัทประกันมีทีมกฎหมายดูแลตั้งแต่แรก
คปภ. รวดเร็วเป็นธรรม จริงหรือไม่ ให้ประชาชนตัดสินเอง

บทความนี้จากสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ไม่ได้มีเจตนาโจมตีหน่วยงานใด แต่ต้องการสะท้อนอีกมุมหนึ่งจากประสบการณ์จริง เพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจกระบวนการของ คปภ. มากขึ้น
เพราะสุดท้ายแล้ว คำว่า
- “รวดเร็ว”
- “เป็นธรรม”
- “ประหยัดค่าใช้จ่าย”
อาจมีความหมายแตกต่างกันในมุมของแต่ละคนดังนั้น ก่อนเข้าสู่กระบวนการใดเกี่ยวกับประกันภัย ควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้าน และปรึกษาทนายความที่มีประสบการณ์โดยตรง เพื่อป้องกันการเสียเวลา เสียค่าใช้จ่าย และเสียเปรียบในอนาคต ปรึกษาทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ คลิก >>ติดต่อเรา<<

