คปภ. ช่วยประชาชนจริงไหมกับเรื่องจริงที่ผู้เอาประกันต้องรู้ ทำไมหลายคนเข้าสู่กระบวนการแล้วกลับเสียเปรียบโดยไม่รู้ตัว

เมื่อพูดถึงการทำประกันภัย คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่า หากเกิดอุบัติเหตุหรือเกิดความเสียหายขึ้นมา หน่วยงานที่จะเข้ามาช่วยเหลือประชาชนก็คือ “คปภ.” หรือสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลธุรกิจประกันภัยในประเทศไทย

แต่ในความเป็นจริง ยังมีอีกหลายเรื่องที่ประชาชนทั่วไปอาจไม่เคยรู้มาก่อน โดยเฉพาะขั้นตอนการร้องเรียนหรือการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันภัย ซึ่งหลายครั้งผู้เสียหายกลับเสียเปรียบโดยไม่รู้ตัวล่าสุด ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ จากสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ได้ออกมาเล่าเรื่องจริงเกี่ยวกับกระบวนการร้องเรียนต่อ คปภ. ที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้มาก่อน และถือเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับผู้ที่ทำประกันภัยทุกคน

เมื่อไปร้อง คปภ. แต่กลับถูกบอกว่า “เจ้าหน้าที่ตัดสินไม่ได้”

หนึ่งในประเด็นที่เกิดขึ้นจริง คือเมื่อผู้เสียหายหรือผู้เอาประกันเดินทางไปร้องเรียนต่อ คปภ. เจ้าหน้าที่มักแจ้งว่า

“เจ้าหน้าที่ไม่สามารถตัดสินได้”

พร้อมแนะนำให้ผู้เสียหายไปใช้

  • กระบวนการอนุญาโตตุลาการ
    หรือ
  • กระบวนการทางศาล

ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องปกติ แต่ในความจริงแล้ว เรื่องนี้มีรายละเอียดลึกกว่าที่หลายคนคิด

ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ มองว่า ประชาชนไม่ควรเชื่อทุกอย่างทันทีโดยไม่วิเคราะห์ เพราะบางเรื่องเจ้าหน้าที่อาจให้ข้อมูลได้ถูกต้อง แต่บางเรื่องก็ต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน

ปัญหาสำคัญคือ หากเป็นประชาชนทั่วไปที่ไม่มีความรู้ด้านกฎหมาย จะสามารถวิเคราะห์ได้อย่างไรว่า

  • สิ่งไหนควรเชื่อ
  • สิ่งไหนควรตรวจสอบเพิ่มเติม

นี่จึงเป็นจุดที่ทำให้ผู้เสียหายจำนวนมากเสียเปรียบโดยไม่รู้ตัว

กระบวนการอนุญาโตตุลาการ ที่หลายคนคิดว่าจะช่วยได้

ในสัญญาประกันภัยส่วนใหญ่ มักจะมีข้อความเกี่ยวกับสิทธิของผู้เสียหายว่า:

ผู้เสียหายหรือผู้มีสิทธิเรียกร้อง สามารถเลือกเข้าสู่ “กระบวนการอนุญาโตตุลาการ” ได้

คำถามสำคัญคือ
เมื่อกฎหมายหรือสัญญาเปิดสิทธิให้ผู้เสียหายเลือกได้ แล้วเหตุใดเมื่อเข้าสู่กระบวนการจริง กลับเกิดปัญหาตามมา?

เรื่องจริงที่หลายคนไม่เคยรู้

จากประสบการณ์ของสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ที่เจอลูกความเข้ามาปรึกษา พบว่า มีหลายกรณีที่ผู้เสียหายเลือกเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการตามคำแนะนำของ คปภ.

แต่เมื่อเข้าสู่กระบวนการแล้ว บริษัทประกันภัยกลับยื่นคำร้องต่ออนุญาโตตุลาการว่า

“ขอให้จำหน่ายคดี และให้ไปใช้สิทธิทางศาลแทน”

สิ่งที่น่าตั้งคำถามคือ
หากสุดท้ายแล้วต้องกลับไปศาลอยู่ดี

แล้วเหตุใดผู้เสียหายจึงต้อง

  • เสียเวลา
  • เสียค่าใช้จ่าย
  • เสียค่าดำเนินการในกระบวนการอนุญาโตตุลาการก่อน

โดยเฉพาะบางกรณี ผู้เสียหายอาจเสียเงินหลักหมื่นบาทไปแล้ว ก่อนจะทราบว่าคดีถูกจำหน่ายออกจากระบบ

คปภ. ควรมีบทบาทอย่างไรกับเรื่องนี้?

คำถามสำคัญที่หลายคนเริ่มตั้งขึ้นคือ หากมีพฤติกรรมลักษณะนี้เกิดขึ้นกับประชาชนซ้ำ ๆ สำนักงาน คปภ. ควรมีแนวทางรับผิดชอบหรือดูแลอย่างไร

เพราะประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจว่า

  • เมื่อเข้าสู่กระบวนการแล้ว
  • จะได้รับความช่วยเหลือ
  • หรือมีแนวทางที่ชัดเจนในการเรียกร้องสิทธิ

แต่เมื่อความจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น ผู้เสียหายจำนวนมากจึงรู้สึกเสียเปรียบทั้งด้านเวลาและค่าใช้จ่าย

ประชาชนทั่วไปเสียเปรียบ เพราะไม่รู้กฎหมาย

ปัญหาสำคัญที่สุด คือ ผู้เสียหายส่วนใหญ่ไม่ใช่นักกฎหมาย

จึงไม่เข้าใจว่า

  • กระบวนการใดเหมาะสม
  • ขั้นตอนใดควรทำก่อน
  • บริษัทประกันภัยมีสิทธิทำอะไรได้บ้าง

และเมื่อไม่มีความรู้ด้านกฎหมาย จึงง่ายต่อการหลงเชื่อหรือเดินผิดขั้นตอน

นี่คือเหตุผลว่าทำไม หลายคนจึงเสียเปรียบบริษัทประกันภัย แม้ตัวเองจะเป็นฝ่ายได้รับความเสียหายจริง

บริษัทประกันภัยมีทีมกฎหมายตั้งแต่แรก

สิ่งหนึ่งที่ผู้เสียหายต้องเข้าใจคือ บริษัทประกันภัยมี

  • ทีมกฎหมาย
  • ทนายความ
  • ผู้เชี่ยวชาญด้านคดี

คอยดูแลตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุแล้ว ดังนั้น หากผู้เสียหายเดินเรื่องเอง โดยไม่มีทนายความคอยวางแนวทาง โอกาสเสียเปรียบจึงมีสูงมาก

โดยเฉพาะในคดีที่เกี่ยวกับ

  • การปฏิเสธค่าสินไหม
  • การตีความกรมธรรม์
  • การเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการ
  • การดำเนินคดีทางศาล

อย่ารอให้มีปัญหาแล้วค่อยหาทนาย

นี่คือสิ่งที่ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ เน้นย้ำมาตลอด ผู้เสียหายจำนวนมากมักรอให้คดีมีปัญหาก่อน รอให้ประกันปฏิเสธก่อน รอให้เสียเปรียบก่อน แล้วค่อยปรึกษาทนายความ  แต่ในความจริง การวางแนวทางตั้งแต่ต้นสำคัญมากกว่า  เพราะบางครั้งเพียงแค่

  • การเขียนคำร้อง
  • การเรียงลำดับข้อมูล
  • การเลือกกระบวนการที่เหมาะสม

ก็ส่งผลต่อรูปคดีทั้งหมดแล้ว

รู้ทัน คปภ. และรู้ทันประกันภัย คือเรื่องสำคัญ

บทความนี้จากสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อโจมตีหน่วยงานใด แต่ต้องการให้ประชาชน “รู้ทัน” เพราะในโลกของประกันภัย

  • ไม่ใช่ทุกคำแนะนำจะเหมาะกับทุกคน
  • ไม่ใช่ทุกขั้นตอนจะเป็นประโยชน์ต่อผู้เสียหายเสมอไป

ดังนั้น ก่อนตัดสินใจเข้าสู่กระบวนการใดก็ตาม ควรศึกษาข้อมูลและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านคดีประกันภัยก่อนเสมอ

ปรึกษาทนายความตั้งแต่เกิดเหตุ คือทางเลือกที่ดีที่สุด

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ โดยทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ มองว่าสิ่งสำคัญที่สุดหลังเกิดอุบัติเหตุหรือเกิดปัญหาประกันภัย คือ

“การปรึกษาทนายความทันที”

เพื่อ

  • วางรูปคดีอย่างถูกต้อง
  • วิเคราะห์ข้อกฎหมาย
  • ประเมินแนวทางเรียกร้องค่าเสียหาย
  • ป้องกันการเสียเปรียบในกระบวนการต่าง ๆ

เพราะหากเดินผิดตั้งแต่ต้น สุดท้ายผู้เสียหายอาจต้องเสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายจำนวนมากโดยไม่จำเป็น

อย่าเสียรู้ทั้งประกันภัย และอย่าเสียรู้กระบวนการ

ในยุคปัจจุบัน การทำประกันภัยไม่ใช่แค่การซื้อความคุ้มครองเท่านั้น

แต่ผู้เอาประกันต้อง

  • รู้สิทธิของตัวเอง
  • เข้าใจกระบวนการ
  • และรู้ทันกลยุทธ์ทางกฎหมาย

โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับ คปภ. กระบวนการอนุญาโตตุลาการ หรือการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน

หากไม่อยากเสียเปรียบทั้งบริษัทประกันภัย และเสียรู้ในกระบวนการต่าง ๆ
การปรึกษาทนายความตั้งแต่แรก คือทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด

สามารถปรึกษาทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ จากสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ได้แล้ววันนี้ เพื่อวางแนวทางคดีอย่างถูกต้องตั้งแต่ต้น

Line @ คลิก! โทรหาเรา คลิก!