อินฟลูเอนเซอร์โดนละเมิดสิทธิ! เอารูปเซ็กซี่ไปใช้โฆษณาโดยไม่ขออนุญาต ฟ้องได้ไหม?

ในยุคที่ “อินฟลูเอนเซอร์” กลายเป็นอาชีพที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในสังคมออนไลน์ ภาพลักษณ์และตัวตนของอินฟลูเอนเซอร์คือทรัพย์สินสำคัญที่ช่วยสร้างรายได้และชื่อเสียง อย่างไรก็ตาม เมื่อสื่อออนไลน์แพร่หลายมากขึ้น ก็มีผู้ไม่หวังดีจำนวนมากนำ “ภาพ” โดยเฉพาะภาพที่มีลักษณะเซ็กซี่หรือแต่งกายโป๊ของอินฟลูเอนเซอร์ไปใช้ประโยชน์ทางการค้า เช่น โฆษณาสินค้า ยา อาหารเสริม หรือบริการต่าง ๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ

เหตุการณ์เช่นนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก หากคุณเป็นอินฟลูเอนเซอร์หรือบุคคลทั่วไปที่ถูกนำภาพไปใช้โดยไม่ได้รับความยินยอม คุณมีสิทธิ์ตามกฎหมายที่จะดำเนินการเอาผิดกับผู้กระทำได้อย่างเต็มที่ และควรรีบปรึกษาทนายความเพื่อดำเนินคดีโดยเร็ว

การนำภาพโป๊หรือเซ็กซี่ไปใช้โดยพลการ = ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล + หมิ่นประมาท

การนำภาพของบุคคลไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเฉพาะภาพที่อาจทำให้เจ้าของภาพได้รับความเสียหายทางชื่อเสียง เช่น ภาพแต่งตัวเซ็กซี่ ภาพชุดว่ายน้ำ ภาพในเชิงวาบหวิว แล้วนำไปใช้โฆษณาสินค้าโดยไม่มีบริบท หรือใช้ร่วมกับข้อความชวนเข้าใจผิด ล้วนเข้าข่ายความผิดหลายประการตามกฎหมายไทย ได้แก่:

  • ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420
  • หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา หากข้อความหรือภาพที่ใช้ทำให้บุคคลนั้นเสียหาย ถูกดูหมิ่น หรือเกลียดชัง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328
  • ความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) หากนำภาพบุคคลไปใช้เพื่อผลประโยชน์โดยไม่ได้รับความยินยอม
  • ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 กรณีเผยแพร่ภาพหรือข้อมูลที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อเจ้าของข้อมูล

อินฟลูเอนเซอร์ = บุคคลสาธารณะ ที่ต้องได้รับการคุ้มครองเช่นเดียวกัน 

แม้อินฟลูเอนเซอร์จะมีสถานะเป็น “บุคคลสาธารณะ” ในทางการตลาดหรือสื่อ แต่ไม่ได้แปลว่าใครจะสามารถใช้ภาพหรือนำชื่อเสียงของอินฟลูเอนเซอร์ไปใช้หาประโยชน์ทางการค้าโดยอิสระ เพราะอินฟลูเอนเซอร์ทุกคนมี สิทธิในภาพลักษณ์ (Image Right) และ สิทธิในข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data Right) เช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป

ยิ่งหากภาพนั้นเป็นภาพที่ถ่ายขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ เช่น ถ่ายเพื่อโปรโมตงานศิลปะ แฟชั่น หรืองานส่วนตัว แล้วถูกนำไปตัดต่อ โฆษณาสินค้าเกี่ยวกับเรื่องเพศ ยาเสริม อาหารเสริม หรือสิ่งที่อาจบั่นทอนชื่อเสียง ยิ่งถือเป็นการละเมิดร้ายแรง

ตัวอย่างเหตุการณ์ที่พบบ่อย

  • อินฟลูเอนเซอร์สายแฟชั่นโพสต์ภาพชุดบิกินีริมทะเล ถูกนำไปตัดต่อและใส่ข้อความชวนเข้าใจผิดเพื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก
  • ภาพถ่ายจากไอจีของเน็ตไอดอลถูกดึงไปใช้ในเพจขายครีมโดยไม่แจ้งให้ทราบ
  • รูปนางแบบที่แต่งเซ็กซี่ในบริบทแฟชั่น ถูกนำไปแปะบนโฆษณาสำหรับเว็บพนันหรือบริการไม่เหมาะสม

กรณีเหล่านี้แม้ไม่ได้มีคำด่าหรือกล่าวหาโดยตรง แต่ก็สามารถทำให้เจ้าของภาพได้รับความเสียหายทั้งด้านชื่อเสียงและโอกาสทางอาชีพ และมีสิทธิ์เรียกร้อง ค่าเสียหายทางแพ่ง หรือ ฟ้องร้องทางอาญา ได้

อินฟลูเอนเซอร์ควรทำอย่างไรเมื่อถูกละเมิดสิทธิ?

1.รวบรวมหลักฐานทันที เช่น สกรีนช็อตโพสต์ที่ละเมิด ข้อมูลของผู้โพสต์ ต้นฉบับของภาพที่ถูกนำไปใช้

2.อย่าโต้ตอบด้วยอารมณ์ เพราะอาจทำให้เรื่องบานปลาย หรือคุณกลายเป็นผู้กระทำผิดเอง

3.ปรึกษาทนายความ เพื่อประเมินความเสียหาย รวบรวมหลักฐาน และดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญา

4.แจ้งความหรือยื่นฟ้องในศาล ทนายความสามารถดำเนินการแทนได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว

5.แจ้งลบเนื้อหาหรือร้องเรียนไปยังแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้อง เช่น Facebook, Instagram, TikTok หรือเว็บไซต์นั้น ๆ

ทำไมต้องปรึกษาทนายความโดยเฉพาะ?

การดำเนินคดีละเมิดสิทธิส่วนบุคคลและหมิ่นประมาทบนโลกออนไลน์มีรายละเอียดทางกฎหมายที่ซับซ้อน ตั้งแต่การอ้างสิทธิในภาพ การระบุเจตนาของผู้ละเมิด ไปจนถึงการเรียกร้องค่าเสียหายอย่างเป็นธรรม ทนายความผู้เชี่ยวชาญจะช่วยคุณ:

  • วิเคราะห์คดีอย่างถูกต้อง
  • เก็บพยานหลักฐานให้ครบถ้วน
  • ดำเนินการฟ้องคดีได้อย่างมืออาชีพ
  • ปกป้องชื่อเสียงและสิทธิของคุณในระยะยาว

“อินฟลูเอนเซอร์” ไม่ควรนิ่งเฉยเมื่อถูกละเมิดสิทธิ ไม่ว่าจะเป็นการเอาภาพไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือถูกตัดต่อให้เสียหาย เพราะชื่อเสียงและภาพลักษณ์คือสินทรัพย์ที่มีมูลค่า หากถูกกระทำให้เสียหาย ต้องรีบดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด

หากคุณกำลังเผชิญเหตุการณ์เช่นนี้ อย่ารอช้า ปรึกษา ทนายอาร์ม จาก สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ทันที — เพราะภาพของคุณคือสิทธิของคุณ และเราอยู่ตรงนี้เพื่อปกป้องมันให้ดีที่สุด

Line @ คลิก! โทรหาเรา คลิก!