นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง ประกันภัยบอกให้เขียนข้อเท็จจริงไม่ตรงความจริง ระวังหายนะตามมา

บางคนอาจเคยได้ยินคำว่า “นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง” จากบริษัทประกันภัยในกรณีที่ขณะเกิดอุบัติเหตุแล้วมีการเป่าวัดปริมาณแอลกอฮอล์ แต่ไม่เคยรู้ว่าหากให้ข้อมูลผิด หรือถูกแนะนำให้เขียนข้อเท็จจริงไม่ตรงกับความเป็นจริงให้กับบริษัทประกันภัย อาจทำให้เสียสิทธิ์ตามกรมธรรม์ประกันภัย หรือกลายเป็นปัญหาทางกฎหมายได้

บทความนี้ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ จากสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ขอนำเคสจริงของผู้เสียหายที่เข้ามาปรึกษา เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้ผู้บริโภคหรือใช้รถทุกคน เพราะกรณีนี้เรียกได้ว่าผู้เสียหาย “เกือบถูกหลอกจนเสียสิทธิ์” ทั้งที่ความจริงสามารถปกป้องสิทธิของตนเองได้

เคสจริง ผู้เสียหายเกือบเสียสิทธิ์ เพราะเชื่อคำแนะนำของบริษัทประกันภัย

เหตุการณ์เกิดขึ้นเวลาประมาณ 02.00 น. ผู้เสียหายประสบอุบัติเหตุและต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในเวลาประมาณ 03.00 น.

หลังเกิดเหตุ ผู้เสียหายได้ติดต่อเข้ามาปรึกษาทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ ผ่าน LINE Official ของสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ เนื่องจากบริษัทประกันภัยมีการพูดถึงการ นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง และให้ผู้เสียหายเขียนข้อมูลเกี่ยวกับช่วงเวลาที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

เมื่อทนายอาร์มสอบถามข้อเท็จจริง ผู้เสียหายเล่าว่า ตนดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เสร็จประมาณเที่ยงคืน

แต่เมื่อทนายถามว่า “แล้วในเอกสารเขียนว่าอย่างไร”

คำตอบที่ได้รับกลับทำให้ทนายอาร์มต้องรีบเตือนทันที

ผู้เสียหายบอกว่า เจ้าหน้าที่ของบริษัทประกันภัยหรือผู้สำรวจภัย แนะนำให้เขียนว่า

  • เริ่มดื่มเวลา 18.00 น.
  • ดื่มเสร็จเวลา 20.00 น.
  • เกิดเหตุเวลา 02.00 น.

ทั้งที่ข้อเท็จจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น

คำตอบของทนายอาร์ม คือ “หายนะ”

เมื่อได้ยินข้อมูลดังกล่าว ทนายอาร์มตอบทันทีว่า

“แบบนี้หายนะ”

เหตุผลสำคัญคือ

การให้ข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง อาจส่งผลเสียต่อผู้เสียหายเองในภายหลัง

ไม่ว่าข้อมูลนั้นจะเป็นผู้เสียหายคิดเอง หรือมีผู้แนะนำให้เขียน หากลงลายมือชื่อรับรองเอกสารแล้ว ย่อมถือว่าเป็นข้อมูลที่ตนเองรับรอง

ดังนั้น สิ่งที่ควรทำคือ

ต้องเขียนตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริงเท่านั้น

ห้ามเขียนตามที่ใครบอก หากข้อมูลนั้นไม่ตรงกับความเป็นจริง

นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง คืออะไร?

คำว่า นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง เป็นประเด็นที่พบในคดีเกี่ยวกับอุบัติเหตุทางรถยนต์อยู่บ่อยครั้ง

โดยหลักแล้ว เป็นการนำผลตรวจปริมาณแอลกอฮอล์ในช่วงเวลาที่ตรวจ มาประกอบการวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกับข้อเท็จจริงต่าง ๆ เช่น

  • เวลาดื่ม
  • เวลาหยุดดื่ม
  • เวลาเกิดเหตุ
  • เวลาตรวจวัด
  • ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์อื่น ๆ

ทั้งนี้ แต่ละบุคคลมีการดูดซึมและกำจัดแอลกอฮอล์แตกต่างกัน จึงไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวที่ใช้ได้กับทุกคน ดังนั้น ข้อเท็จจริงเรื่องช่วงเวลาการดื่มจึงเป็นข้อมูลสำคัญอย่างยิ่ง หากข้อมูลผิดตั้งแต่ต้น ผลการวิเคราะห์ในภายหลังก็อาจผิดไปทั้งหมด

หากมีคนแนะนำให้เขียนข้อมูลไม่จริง ต้องทำอย่างไร?

ในมุมมองของทนายอาร์ม หากมีเจ้าหน้าที่คนใดแนะนำให้ผู้เสียหายเขียนข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ผู้เสียหายควรใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่ง

เพราะสุดท้ายแล้ว ผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อข้อมูลในเอกสาร คือผู้ลงลายมือชื่อเอง

ทนายอาร์มจึงแนะนำว่า

  • อย่าเขียนข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง
  • อ่านเอกสารทุกฉบับก่อนลงลายมือชื่อ
  • หากสงสัยให้หยุดเซ็นก่อน
  • ปรึกษาทนายความทันทีหลังเกิดอุบัติเหตุดีที่สุด

ในบางกรณี หากพบพฤติการณ์ที่เข้าข่ายหลอกลวงให้ผู้เสียหายลงข้อความอันเป็นเท็จ เพื่อให้เกิดผลประโยชน์แก่บุคคลอื่น ก็อาจต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและสิทธิทางกฎหมายเพิ่มเติมเป็นรายกรณี

เมาแล้วไม่โง่ แต่เกือบเสียสิทธิ์

เคสนี้สะท้อนให้เห็นว่า ผู้เสียหายไม่ได้เสียสิทธิ์เพราะดื่มแอลกอฮอล์เพียงอย่างเดียว

แต่เกือบเสียสิทธิ์ เพราะเชื่อคำแนะนำที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง แต่โชคดีที่ผู้เสียหายรีบเข้ามาปรึกษาทนายอาร์มก่อนที่จะดำเนินการต่อ ทำให้สามารถแก้ไขแนวทางได้ทันเวลา นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญว่า เมื่อเกิดอุบัติเหตุ อย่าเพิ่งรีบลงลายมือชื่อในเอกสารใด ๆ หากยังไม่เข้าใจเนื้อหา

ทำไมควรมีทนายความตั้งแต่วันเกิดเหตุ?

จากประสบการณ์ของสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ผู้เสียหายจำนวนไม่น้อยเพิ่งมาปรึกษาทนาย หลังจากลงลายมือชื่อในเอกสารไปแล้ว ซึ่งหลายครั้งการแก้ไขทำได้ยากกว่าการป้องกันตั้งแต่แรก

ทนายอาร์มจึงเน้นย้ำว่า

“เมื่อเกิดอุบัติเหตุ สิ่งแรกที่ควรทำ คือ ปรึกษาทนายความ”

เหตุผลคือ

บริษัทประกันภัยมีทีมกฎหมาย มีที่ปรึกษา และมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ

ในขณะที่ประชาชนจำนวนมากต้องตัดสินใจเพียงลำพัง ภายใต้ความตกใจ กังวล ความเครียด และความไม่รู้กฎหมาย

การมีทนายความตั้งแต่ต้น จึงช่วยให้เข้าใจสิทธิของตนเอง และลดโอกาสเสียเปรียบจากการลงนามในเอกสารหรือให้ข้อมูลที่อาจส่งผลเสียในภายหลังได้

ข้อแนะนำจากทนายอาร์ม

หากคุณประสบอุบัติเหตุ และมีประเด็นเกี่ยวกับการนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง หรือมีเจ้าหน้าที่ขอให้ลงลายมือชื่อในเอกสารเกี่ยวกับช่วงเวลาการดื่ม ควรปฏิบัติดังนี้

  • ให้ข้อมูลตามข้อเท็จจริง
  • อย่าลงนามในเอกสารที่ไม่เข้าใจ
  • อ่านรายละเอียดทุกฉบับก่อนเซ็น
  • ถ่ายรูปเอกสารทุกแผ่น
  • ปรึกษาทนายความโดยเร็ว หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสิทธิหรือผลทางกฎหมาย

กรณีนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลังเป็นเรื่องที่มีรายละเอียดทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย การให้ข้อมูลคลาดเคลื่อน แม้เพียงเล็กน้อย อาจส่งผลต่อการพิจารณาสิทธิของผู้เอาประกันภัยได้

หากคุณกำลังประสบปัญหาเกี่ยวกับอุบัติเหตุรถยนต์ การเรียกร้องค่าสินไหมฯ หรือข้อพิพาทกับบริษัทประกันภัย อย่ารอให้ปัญหาบานปลาย สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์แนะนำว่า ควรปรึกษาทนายความตั้งแต่วันเกิดเหตุ เพื่อวางแนวทางการดำเนินการอย่างรอบคอบและปกป้องสิทธิของตนเองอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เพราะหลายครั้ง การตัดสินใจที่ถูกต้องในชั่วโมงแรก อาจเป็นสิ่งที่กำหนดผลของทั้งคดีในอนาคตได้ ปรึกษาทนายอาร์ม คลิก >>ติดต่อเรา<<

Line @ คลิก! โทรหาเรา คลิก!