เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมาทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ กรรมการผู้จัดการสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ได้มอบเกียรติบัตรให้แก่นางสาวณัฐณิชา พฤทธิพงศ์กุล น้องเมวี่ นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายหลังเสร็จสิ้นการฝึกประสบการณ์ด้านกฎหมายกับสำนักงาน โดยตลอดระยะเวลาการฝึกงาน น้องเมวี่ได้มีโอกาสเรียนรู้การทำงานของทนายความอย่างใกล้ชิด ทั้งในสำนักงานและการลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่แตกต่างจาก.การเรียนในห้องเรียนอย่างสิ้นเชิง ในคอลัมน์นี้จะมาแชร์บทสัมภาษณ์น้องเมวี่จากการที่ได้มาฝึกงานที่สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์กันว่าฝึกงานที่สำนักงานกฎหมายเป็นอย่างไรบ้าง
เปิดบทสัมภาษณ์น้องเมวี่ นักศึกษาฝึกประสบการณ์จากคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Q: ทำไมถึงเลือกมาฝึกงานที่สำนักงานกฎหมาย?
A: “จะบอกว่างานทางกฎหมายนี่ค่ะ มันค่อนข้างหลากหลายมาก หลาย ๆ คนอาจจะมีเป้าหมายในการไปทำงานสายราชการนะคะ อย่างไปฝึกงานที่ศาลหรือว่าฝึกงานที่สำนักงานอัยการนะคะ แต่ว่าหนูอยากลองประสบการณ์ที่มันแตกต่างออกไปค่ะ ที่ว่ากระบวนการก่อนที่จะขึ้นศาลเป็นยังไง ต้องมาฝึกกับสำนักงานทนายความค่ะ ถึงจะรู้กระบวนการในชั้นนี้ แล้วถึงจะได้ดำเนินการในศาลถูกค่ะ”
Q: ตอนฝึกงานได้ทำอะไรบ้าง?
A: “ก็ตอนที่ฝึกงานนะคะ หนูได้ทำหลายอย่างเลยค่ะ มีทั้งเริ่มร่างคำฟ้อง เขียนคำร้อง หรือว่าจัดชุดฟ้องนะคะ แล้วก็ได้ทำคำแถลง แบบได้ทำอะไรเยอะมาก ๆ เลยค่ะ ทำให้หนูรู้ว่ากระบวนการก่อนขึ้นศาลมันมีสิ่งที่ต้องเตรียมตัว แล้วก็สิ่งที่ต้องเอาไปใช้งานเยอะมาก ๆ เลยค่ะ”
Q: มาฝึกงานที่นี่ได้ไปที่ไหนบ้าง?
A: “ที่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้ไปนะคะ ที่แรกที่หนูได้ไปเลย คือ ได้ไปกราบพระบรมศพของพระพันปีค่ะ เป็นโอกาสที่ดีมากมากสำหรับหนูเลยค่ะ แล้วหนูก็ไม่คิดว่าตัวหนูเองจะมีโอกาสได้ไปลองอะไรแบบนี้ด้วยค่ะ แล้วก็อีกที่หนึ่งนะคะ มีโอกาสได้ไปดูงานที่รัฐสภาค่ะ ก็เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่สำคัญมาก ๆ สำหรับวงการนี้นะคะ เป็นรากฐาน เพราะว่ารัฐสภามีหน้าที่ออกกฎหมายใช่ไหมคะ เราก็ไปดูถึงรากฐานเลย แล้วก็มีโอกาสได้เข้าร่วมดูการประชุมอภิปราย แล้วก็ได้เดินทัวร์รัฐสภาใหม่ด้วยค่ะ มีโอกาสได้ไปโรงพักนะคะได้ไปแจ้งความเนื่องจากว่ามีลูกความมาที่สำนักงานทนายความเป็นคดีที่ค่อนข้างน่าเศร้าประมาณหนึ่งค่ะ เราก็เลยพาผู้เสียหายไปดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานค่ะ จริง ๆ อย่างที่หลาย ๆ คนคิดนะคะ ว่าการไปร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานหรือการไปแจ้งความเป็นกระบวนการที่ทำให้เสียเวลาถูกไหมคะ เพราะว่าหลาย ๆ คนจะไปดำเนินการแจ้งความแต่ละเรื่องทีใช้เวลาเป็นหลักชั่วโมงหรือบางครั้งถึงสิบชั่วโมงเลยก็มี เพราะว่าเจ้าพนักงานต้องสอบปากคำค่ะ แต่ว่าหลังจากได้มาฝึกงานนะคะ ทำให้หนูได้รู้ว่าการที่จะเร่งกระบวนการตรงนี้ให้เร็วขึ้น แล้วเพื่อที่จะทำให้ทั้งเราและทั้งผู้เสียหายไม่เสียเวลาก็คือการเตรียมข้อมูลปริ้นท์เอกสาร แล้วก็ทำคำให้การเบื้องต้น เพื่อที่จะให้ตำรวจเข้าใจเรื่องราวเบื้องต้นคร่าว ๆ ก่อน แล้วก็จะได้ดำเนินการตรงนี้ได้ไวขึ้น ทำให้หนูได้เรียนรู้ว่าการเตรียมข้อมูลไปก่อนมีความสำคัญมาก ๆ เลยค่ะ นอกจากจะเร่งกระบวนการให้เร็วขึ้นแล้ว ยังจะทำให้ได้เนื้อหาที่ครบถ้วนด้วยค่ะ”
Q: ได้ไปศาลไปคดีอะไร?
A: “ไปศาลไปดูสืบพยานคดีหมิ่นประมาทค่ะ ชอบพอรักใคร่ค่ะ อีกฝ่ายหนึ่งชอบพอรักใคร่ ครั้งนี้จะเป็นฝ่ายชายเป็นโจทก์ฟ้องฝ่ายหญิงเป็นจำเลยค่ะ มีผู้หวังดีนะคะได้มีการส่งคลิปเสียงการสนทนานะคะของฝ่ายหญิงขณะที่กำลังถูกคณะกรรมการสอบสวนอยู่ค่ะ ไปให้ฝ่ายชาย เรื่องนี้ทำให้หนูตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการสื่อสารมากขึ้น จากกรณีดังกล่าวนะคะ การที่ผู้หวังดีได้ส่งคลิปเสียงมา ทำให้เรารู้ว่าเรามีโอกาสที่จะถูกอัดเสียงหรือว่านำเสียงของเราเนี่ยไปแปลงเป็นอย่างอื่นได้ง่าย ๆ เลยค่ะ ดังนั้นก็เพิ่มความระมัดระวังตัวมากขึ้นค่ะ”
สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์โดยทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ เชื่อมั่นว่าการเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากการทำงานจริง คือการสร้างนักกฎหมายคุณภาพให้กับสังคมในอนาคต เพราะวิชาชีพกฎหมายไม่ได้อาศัยเพียงความรู้ตามตัวบทกฎหมายเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยประสบการณ์ การคิดวิเคราะห์ การแก้ไขปัญหา และการทำงานร่วมกับผู้คนในสถานการณ์จริง สำหรับนักศึกษาที่สนใจฝึกประสบการณ์ด้านกฎหมาย และต้องการเรียนรู้การทำงานของทนายความอย่างใกล้ชิด สามารถติดต่อสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ เพื่อสอบถามรายละเอียดและสมัครเข้าร่วมการฝึกประสบการณ์ได้ผ่านช่องทาง “ติดต่อเรา“

