คดีเช็คเด้ง คืออะไร? สิ่งที่ผู้รับเช็คและผู้ออกเช็คควรรู้ตามกฎหมาย

ในทางปฏิบัติทางธุรกิจและการทำธุรกรรมทางการเงิน “เช็ค (Cheque)” ยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ใช้ในการชำระหนี้ระหว่างคู่สัญญา ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายสินค้า การว่าจ้างบริการ หรือการชำระหนี้ทางการค้า อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่พบได้บ่อยและก่อให้เกิดข้อพิพาททางกฎหมายจำนวนมาก คือ กรณี เช็คเด้ง ซึ่งอาจนำไปสู่ทั้งคดีอาญาและคดีแพ่ง หากคู่กรณีไม่เข้าใจสิทธิและหน้าที่ของตนเองอย่างถูกต้อง

ทำความเข้าใจ เช็คเด้ง คืออะไร?

เช็คเด้ง หมายถึง กรณีที่ผู้รับเช็คนำเช็คไปขึ้นเงินกับธนาคารแล้ว ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามจำนวนที่ระบุไว้หน้าเช็ค โดยทั่วไป การที่เช็คเด้งจะเกิดขึ้นได้จากเหตุสำคัญเพียงไม่กี่ประการ ได้แก่

  • เงินในบัญชีไม่เพียงพอที่จะจ่ายตามจำนวนในเช็ค
  • บัญชีเงินฝากถูกปิดไปแล้ว
  • บัญชีถูกธนาคารระงับการสั่งจ่าย
  • ลายมือชื่อผู้ออกเช็คไม่ตรงกับที่ให้ไว้กับธนาคาร

เมื่อเกิดกรณีเช็คเด้ง ผู้ออกเช็คอาจต้องรับผิดทางกฎหมาย โดยเฉพาะในกรณีที่เข้าข่ายเป็นคดีเช็คเด้งตามกฎหมายอาญา

เช็คเด้ง มีความผิดทางอาญาหรือไม่?

ตามกฎหมาย หากเป็นเช็คที่ออกเพื่อชำระหนี้ และหนี้นั้นเป็นหนี้ที่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้ออกเช็คที่ทำให้เช็คเด้งอาจมีความผิดทางอาญา มีโทษ

  • ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือ
  • จำคุกไม่เกิน 1 ปี
    หรือทั้งจำทั้งปรับ

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าเช็คเด้งทุกกรณีจะสามารถดำเนินคดีอาญาได้ ผู้เสียหายจำเป็นต้องปฏิบัติตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด

เมื่อเช็คเด้ง ผู้รับเช็คควรทำอย่างไร?

เมื่อเกิดกรณี เช็คเด้ง ผู้รับเช็คจำนวนไม่น้อยมักเกิดความสับสน ไม่ทราบว่าควรเริ่มต้นดำเนินการอย่างไร หรือกลัวว่าจะดำเนินการผิดขั้นตอนจนเสียสิทธิทางกฎหมาย ความจริงแล้ว กฎหมายได้กำหนดแนวทางและระยะเวลาในการดำเนินคดีไว้อย่างชัดเจน หากผู้รับเช็ครู้เท่าทันและดำเนินการอย่างถูกต้องตั้งแต่แรก จะสามารถเพิ่มโอกาสในการเรียกร้องสิทธิและลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ ดังนั้น เมื่อผู้รับเช็คนำเช็คไปขึ้นเงินแล้วปรากฏว่าเช็คเด้ง สิ่งที่ควรดำเนินการโดยเร็วมีขั้นตอนสำคัญดังต่อไปนี้

1. แจ้งความร้องทุกข์ภายในกำหนดเวลา
ผู้เสียหายต้องไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ภายใน 3 เดือนนับแต่วันที่เช็คเด้ง หากพ้นกำหนดเวลาดังกล่าว คดีอาญาจะขาดอายุความ และไม่สามารถดำเนินคดีกับผู้ออกเช็คในทางอาญาได้

เมื่อมีการแจ้งความร้องทุกข์แล้ว แนวทางดำเนินคดีจะมีอยู่ 2 วิธีหลัก ได้แก่

แนวทางที่ 1 : ดำเนินคดีผ่านพนักงานสอบสวน
พนักงานสอบสวนจะทำการสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน และส่งสำนวนให้พนักงานอัยการเพื่อพิจารณาฟ้องคดีต่อศาล วิธีนี้เป็นกระบวนการตามปกติของคดีอาญา แต่อาจใช้ระยะเวลาพอสมควร

แนวทางที่ 2 : ว่าจ้างทนายความฟ้องคดีโดยตรง
ผู้เสียหายสามารถว่าจ้างทนายความเพื่อยื่นฟ้องคดีต่อศาลเองได้โดยตรง ซึ่งในทางปฏิบัติ มักจะดำเนินการได้รวดเร็วกว่าวิธีแรก และสามารถวางกลยุทธ์คดีได้อย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น

ประเด็นสำคัญ: เช็คต้องออกเพื่อชำระ “หนี้ที่ชอบด้วยกฎหมาย”

หัวใจสำคัญของ คดีเช็คเด้ง คือ เช็คนั้นต้องออกเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริง และเป็นหนี้ที่สามารถบังคับคดีได้ตามกฎหมาย

ตัวอย่างหนี้ที่ชอบด้วยกฎหมาย
เช่น นาย A ซื้อเหล็กจากนาย B และออกเช็คเพื่อชำระราคาค่าเหล็ก กรณีนี้ถือเป็นหนี้ตามสัญญาซื้อขายที่ชอบด้วยกฎหมาย หากเช็คเด้ง นาย B สามารถดำเนินคดีเช็คเด้งได้

ตัวอย่างหนี้ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
เช่น นาย A ออกเช็คให้นาย B เพื่อชำระหนี้ค่าหวยใต้ดิน ต่อมานาย B นำเช็คไปขึ้นเงินแล้วเช็คเด้ง กรณีนี้ นาย B ไม่สามารถฟ้องคดีเช็คเด้งได้ เนื่องจากหนี้ค่าหวยใต้ดินเป็นหนี้ที่กฎหมายไม่รับรอง และไม่สามารถบังคับคดีได้ตามกฎหมาย

นอกจากคดีอาญา สามารถฟ้องคดีแพ่งได้หรือไม่?

นอกจากการดำเนินคดีอาญาแล้ว ผู้เสียหายยังสามารถฟ้อง คดีแพ่ง เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายตามจำนวนเงินในเช็คได้อีกด้วย เนื่องจากผู้ออกเช็คต้องรับผิดตามข้อความที่ระบุไว้ในเช็ค

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของคดีแพ่ง พนักงานสอบสวนจะไม่ดำเนินการให้ ผู้เสียหายจำเป็นต้องว่าจ้างทนายความเพื่อดำเนินคดีเอง การวางแผนฟ้องคดีแพ่งควบคู่กับคดีอาญาอย่างเหมาะสม จะสามารถเพิ่มโอกาสในการได้รับเงินคืนและลดความเสียหายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การปรึกษาทนายความสำคัญอย่างไร?

คดีเช็คเด้งเป็นคดีที่มีรายละเอียดทางกฎหมายค่อนข้างมาก ทั้งเรื่องอายุความ เงื่อนไขของหนี้ และกลยุทธ์การดำเนินคดี หากดำเนินการผิดขั้นตอน อาจทำให้เสียสิทธิในการฟ้องคดีโดยไม่รู้ตัว

หากคุณเป็นผู้เสียหายจาก คดีเช็คเด้ง หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญา การปรึกษาทนายความตั้งแต่ต้นจะสามารถให้คุณเข้าใจสิทธิของตนเอง วางแผนคดีได้อย่างถูกต้อง และลดความเสี่ยงในการเสียเปรียบทางกฎหมาย สามารถติดต่อปรึกษาทนายความได้โดยตรง คลิก >>ติดต่อเรา<<

Line @ คลิก! โทรหาเรา คลิก!