เตือนภัยมิจฉาชีพ 2026 แก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างเป็นเครือข่ายมือถือ หลอกเหยื่อให้แจ้งความ ก่อนโอนสายหาตำรวจปลอม

มิจฉาชีพปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ไม่ได้ใช้เพียงการอ้างว่าเป็นตำรวจหรือเจ้าหน้าที่รัฐเหมือนในอดีต แต่เริ่มวางแผนเป็นขั้นตอน มีการสร้างเรื่องราวให้สมจริง ใช้ศัพท์ราชการ และหลอกให้ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองกำลังตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีอาญา
ล่าสุด สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์พบเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นกับพนักงานของสำนักงานเอง ซึ่งเกือบตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ หากไม่สังเกตความผิดปกติและตั้งสติไว้ก่อน เหตุการณ์ครั้งนี้จึงเป็นกรณีศึกษาที่อยากนำมาแบ่งปัน เพื่อให้ประชาชนรู้ทันกลโกงรูปแบบใหม่ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในปี 2026

จุดเริ่มต้นของการหลอกลวง 

มิจฉาชีพโทรศัพท์เข้ามาหาพนักงานของสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ โดยอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ
ผู้โทรแจ้งว่ามีหมายเลขโทรศัพท์ที่เปิดใช้งานในจังหวัดแห่งหนึ่ง และมีผู้ร้องเรียนหลายร้อยรายว่าเบอร์ดังกล่าวส่งข้อความ SMS พร้อมลิงก์เกี่ยวกับเว็บพนันออนไลน์ จึงต้องการตรวจสอบว่าเป็นเจ้าของหมายเลขดังกล่าวหรือไม่ พนักงานของเราปฏิเสธทันทีว่าไม่เคยเปิดหมายเลขดังกล่าว และยืนยันว่าไม่ใช่ข้อมูลของตนเอง

มิจฉาชีพเริ่มสร้างความน่าเชื่อถือ

หลังจากนั้น ผู้โทรเริ่มสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม เช่น หมายเลขโทรศัพท์อีกเบอร์ที่เคยใช้งาน และพูดเลขบัตรประชาชนบางส่วนเพื่อตรวจสอบตัวตน
ในช่วงแรก มิจฉาชีพพูดข้อมูลไม่ตรงกับความจริง แต่ไม่นานก็กลับมาพร้อมข้อมูลที่ถูกต้อง และพูดซ้ำหลายครั้งเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
จากนั้นแจ้งว่า หมายเลขโทรศัพท์ดังกล่าวถูกเปิดที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในต่างจังหวัด พร้อมระบุวันเปิดใช้งาน และแนะนำให้ผู้เสียหายไปแจ้งความที่สถานีตำรวจในพื้นที่นั้น เมื่อพนักงานแจ้งว่าไม่สะดวกเดินทาง มิจฉาชีพจึงเสนอว่าจะช่วยประสานงานให้ทั้งหมด

กลลวงสำคัญของแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ขั้นตอนต่อมาคือสิ่งที่หลายคนอาจหลงเชื่อ มิจฉาชีพอ้างว่าจะช่วยติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ และสอนวิธีแจ้งความ พร้อมบอกว่าหลังแจ้งความแล้ว ต้องขอเอกสารหลายรายการ เช่น บันทึกประจำวันหรือหลักฐานต่าง ๆ เพื่อส่งให้ผู้ให้บริการเครือข่ายดำเนินการ ระหว่างการพูดคุย สายโทรศัพท์มีปัญหาติด ๆ ขัด ๆ หลายครั้ง ทางมิจฉาชีพจึงอ้างว่าขอเวลาตรวจสอบสัญญาณมือถือเครือข่าย แล้วเดี๋ยวจะติดต่อกลับไปอีกรอบ 
ต่อมาไม่นานก็มีอีกสายโทรเข้ามา อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่เครือข่ายมือถือ พร้อมพูดข้อมูลเดิมซ้ำไปมา เพื่อให้ผู้เสียหายรู้สึกว่ากำลังเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบของหลายหน่วยงานจริง

โอนสายไปหาตำรวจปลอม
หลังจากสร้างความเชื่อถือได้ระดับหนึ่ง มิจฉาชีพจึงโอนสายไปยังบุคคลที่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตำรวจปลอมสอบถามว่าจะมาแจ้งความเรื่องอะไร และพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่พนักงานของสำนักงานเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ จึงเปลี่ยนให้เพื่อนร่วมงานอีกคนเข้ามาพูดคุยแทน เมื่อเพื่อนร่วมงานสอบถามกลับ เช่น ชื่อตำรวจ หรือรายละเอียดของเจ้าหน้าที่ตำรวจ กลับถูกตำรวจปลอมถามย้อนว่า

  • “เป็นมิจฉาชีพหรือเปล่า”
  • “จะมาหลอกเอาข้อมูลเจ้าหน้าที่ใช่ไหม”
  • “ว่างมากเหรอ”

เมื่อเห็นว่าถูกจับพิรุธได้ มิจฉาชีพจึงยุติการสนทนา และให้วางสาย หลังจากพนักงานแจ้งว่าจะเดินทางไปพบตำรวจด้วยตนเอง

ทำไมมิจฉาชีพถึงใช้วิธีนี้?

จากประสบการณ์ของสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ พบว่า แก๊งคอลเซ็นเตอร์ในปัจจุบันไม่ได้รีบหลอกให้โอนเงินทันที แต่จะใช้วิธีสร้างความกลัวก่อน

เช่น

  • อ้างว่ามีคดีอาญา
  • อ้างว่ามีผู้เสียหายจำนวนมาก
  • อ้างว่ามีการเปิดเบอร์โทรศัพท์ในชื่อของเหยื่อ
  • ใช้ศัพท์ราชการจำนวนมาก
  • พูดวนซ้ำหลายรอบจนผู้เสียหายสับสน
  • อ้างว่าจะช่วยประสานงานทุกอย่าง

เมื่อเหยื่อเริ่มเชื่อใจ จึงค่อยเข้าสู่ขั้นตอนที่ต้องการข้อมูลส่วนบุคคลหรือชักจูงให้ดำเนินการตามคำสั่ง ผู้สูงอายุ เยาวชน หรือผู้ที่ไม่เคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับการแจ้งความ อาจตกเป็นเหยื่อได้ง่ายกว่าคนทั่วไป

หากได้รับสายโทรเข้าลักษณะนี้ ควรทำอย่างไร?

หากมีผู้โทรอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่าง ๆ และพยายามสร้างความกดดัน ควรตั้งสติและดำเนินการดังนี้

  • อย่ารีบให้ข้อมูลส่วนบุคคล
  • อย่าเชื่อเพียงเพราะผู้โทรรู้ข้อมูลบางส่วนของเรา
  • อย่าดำเนินการตามคำสั่งผ่านโทรศัพท์ทันที
  • หากสงสัย ให้ตัดสายแล้วติดต่อหน่วยงานนั้นผ่านช่องทางทางการด้วยตนเอง
  • หากผู้โทรอ้างว่าจะโอนสายไปยังตำรวจหรือหน่วยงานอื่น ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะหน่วยงานราชการโดยทั่วไปมีขั้นตอนการติดต่อของตนเอง

หากตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพออนไลน์ ควรรีบปรึกษาทนายความ

หากคุณเผลอให้ข้อมูลส่วนบุคคล โอนเงิน หรือได้รับความเสียหายจากมิจฉาชีพ อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปให้รีบปรึกษาทนายความเพื่อวางแนวทางดำเนินการทางกฎหมายวางรูปคดีทันที

เพราะการวางรูปคดีตั้งแต่ต้น มีส่วนสำคัญต่อการรวบรวมพยานหลักฐาน การติดตามเส้นทางการเงิน และการดำเนินคดีในอนาคต

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ พร้อมให้คำปรึกษาคดีมิจฉาชีพออนไลน์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ปัจจุบันมิจฉาชีพ และแก๊งคอลเซ็นเตอร์มีการพัฒนาวิธีการหลอกลวงอย่างต่อเนื่อง จนบางครั้งแม้แต่คนที่ระมัดระวังก็อาจถูกหลอกได้
หากคุณหรือคนในครอบครัวได้รับสายที่น่าสงสัย ถูกหลอกให้โอนเงิน ถูกหลอกให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล หรือกำลังไม่แน่ใจว่าควรดำเนินการอย่างไร สามารถปรึกษาสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ได้ทันที เพื่อร่วมวางแผนและเลือกแนวทางทางกฎหมายที่เหมาะสมก่อนความเสียหายจะลุกลาม

เตือนภัย!! เทคนิคตุ๋นเหยื่อ “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ที่อย่าหลงเชื่อเด็ดขาด

เตือนภัย!! เทคนิคตุ๋นเหยื่อ แก๊งคอลเซ็นเตอร์

ความจริงแล้วกรณีเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกเงินในเกิดขึ้นบ่อยมาก และในแทบจะทุกเคสมักเป็นผู้สูงอายุที่ตกเป็นเหยื่อ อย่างในเคสล่าสุดอาม่าวัย 72 ปี ได้ตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์อีกราย สูญเงินไปกว่า 1.6 ล้านบาท ซึ่งในก่อนหน้านี้แก๊งคอลเซ็นเตอร์พยายามหลอกล่อให้อาม่าโอนเงินเพื่อแลกเงินหยวนจำนวน 50,000 บาท อาม่าหลงเชื่อจึงโอนไป แต่หลังจากรู้ว่าถูกหลอกจึงเกิดเสียดายเงิน ประจวบกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์รวมหัวสร้างกลุ่มแสร้งว่าเป็นผู้เสียหายเช่นกัน และกำลังจะรวมตัวเพื่อดำเนินการเอาเงินคืนมา แต่อาม่าต้องโอนเงินค่าดำเนินการเอาเงินคืนมา แต่อาม่าต้องโอนงินค่าดำเนินการมาให้ นี่จึงเป็นที่มาว่าทำไมอาม่าถึงสูญเงินกว่า 1.6 ล้านบาท

กลลวงที่เหล่ามิจฉาชีพแก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้นั้น ยังคงคอนเซปต์เดิมไม่เปลี่ยนไปมาก แต่ที่เปลี่ยนคือเป้าหมายหรือเหยื่อจะเป็นบรรดาผู้สูงวัยมากขึ้น ดังนั้นเราจึงควรช่วยกันสอดส่องเตือนภัยมุกหลอกโอนเงินให้แก่ผู้สูงวัยในบ้านมากขึ้น เพื่อจะได้ไม่หลงเชื่อตกเป็นเหยื่อ “มิจ” ที่ไม่ได้แปลว่าเพื่อน วันนี้ทีมงานสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์จึงรวมมุกมิจฉาชีพมาเตือนภัยกันอีกครั้ง  

Scam
  1. บัญชีของคุณถูกอายัด ต้องไปทำรายการที่ตู้เอทีเอ็ม

มุกคลาสสิกเบื้องต้นของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่นิยมโทรเข้ามาหลอก ซึ่งแก๊งคอลเซ็นเตอร์จะชอบอ้างว่าตนเองเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อแอบอ้างสร้างความน่าเชื่อให้ผู้ที่ถูกหลอกหลงเชื่อได้ง่ายมากยิ่งขึ้น เช่น การอ้างว่าคุณได้โอนเงินไปที่บัญชีที่ถูกอายัด ทำให้ผู้ที่ถูกหลอกหลงเชื่อว่าได้กระทำความผิด

 

  1. คุณมีหนี้บัตรเครดิตค้างชำระถ้าไม่เป็นความจริง ต้องรีบไปกดยกเลิกที่ตู้เอทีเอ็ม

การหลอกเป็นเจ้าหน้าที่จากธนาคารเป็นสิ่งที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์มักใช้อยู่เป็นประจำ โดยจะหลอกว่าคุณยังไม่ได้ชำระยอดค้างจ่ายของบัตรครดิต แล้วให้คุณดำเนินการชำระด้วยการโอนเงินค้างจ่ายดังกล่าว หากรู้ไม่เท่าทันแก๊งคอลเซ็นเตอร์ก็จะหลอกให้โอนเงินจนหมดบัญชี ดังนั้นคุณจะต้องเช็คให้แน่ใจว่าไม่ได้มียอดเงินค้างชำระ หรือโทรกลับไปเช็คกับทางธนาคารให้แนใจ

 

  1. ข้อมูลของคุณหายไปจากธนาคารรบกวนขอข้อมูลส่วนตัวอีกครั้ง

บางครั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ก็จะมาในรูปแบบของการบอกว่าทางธนาคารได้ทำการอัพเดทข้อมูลของลูกค้าใหม่ ดังนั้นจึงทำการขอข้อมูลของลูกค้าเพื่ออัพเดทเข้าไปในฐานข้อมูลใหม่ ซึ่งแก๊งคอลเซ็นเตอร์อาจจะมีการได้ข้อมูลบางอย่างของผู้ที่ถูกหลอกมา เช่น ได้ธนาคารที่เรามีบัญชีอยู่มา ทำให้เราเชื่อได้ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของธนาคารจริง จึงหลงเชื่อทำตามขั้นตอนที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์บอก จนทำให้สูญเสียเงินจากในบัญชีไป

 

  1. คุณเป็นผู้ต้องสงสัยว่าพัวพันกับคดีค้ายาหรือฟอกเงินต้องโอนเงินทั้งหมดมาให้เราตรวจสอบ

อีกมุกที่ช่วงแรกๆ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้บ่อยมาก ถึงขนาดที่มีผู้เสียหายที่ถูกหลอกอัดคลิปเสียงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไว้ เพื่อให้ทราบถึงกลวิธีการที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้หลอกเหยื่อ โดยจะใช้วิธีการบอกว่าบัญชีของเราเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน ต้องทำการโอนเงินทั้งหมดไปให้ทางตำรวจตรวจสอบ การสร้างความน่าเชื่อถือให้ดูมีน้ำหนักแก๊งคอลเซ็นเตอร์จะใช้หน้าม้าหลอกว่าเป็นตำรวจจาก สภอ. นั้น สภอ. นี้ เพื่อให้เหยื่อกลัวว่าได้กระทำความผิดจึงหลงเชื่อแล้วโอนเงินไปเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ แต่ที่ไหนได้นั่นเป็นการโอนเงินไปให้มิจฉาชีพแล้ว

 

  1. คุณได้รับสิทธิ์ขอคืนภาษีรีบไปทำรายการขอรับคืนที่ตู้เอทีเอ็ม

คนทำงานที่มีรายได้ตามเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษีอาจมีโอกาสเจอมุกนี้กัน โดยแก๊งคอลเซ็นเตอร์จะหลอกว่าทางสรรพากรได้มีการจ่ายคืนเงินภาษี ให้คุณสามารถไปทำการขอรับคืนได้ที่ตู้ ATM โดยวิธีขั้นตอนดำเนินการนั้นเป็นการโอนเงินไปยังบัญชีของแก๊งคอลเซ็นเตอร์

 

  1. คุณโชคดีได้รับรางวัลใหญ่แต่ต้องโอนจ่ายภาษีให้เราก่อนนะ

มุกนี้แก๊งคอลเซ็นเตอร์จะทำทีโทรเข้ามาแล้วบอกว่าคุณได้รับรางวัลจากแบรนด์นั้น แบรนด์นี้ ให้กดลิ้งค์เพื่อทำการรับรางวัล สุดท้ายอาจหลอกให้กรอกรายละเอียดเพื่อยืนยันตัวตน หรือบอกว่าการที่จะรับรางวัลจะต้องโอนเงินเพื่อชำระภาษีก่อน ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินให้เหล่ามิจฉาชีพไป

 

  1. มีหมายศาลส่งถึงคุณแต่ส่งไปไม่ถึง รบกวนขอข้อมูลส่วนตัวหน่อย

เมื่อเราได้ยินคำว่า “หมายศาล” หลายคนจะรู้สึกกลัวว่าตนเองได้กระทำผิดกฎหมายไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง มัวแต่พะวงว่าตนเองจะถูกจับ ถูกดำเนินคดี เมื่อเหล่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์บอกว่าจะต้องโอนเงินมาเป็นค่าดำเนินคดีเหยื่อจึงหลงกลตกเป็นเหยื่อสูญเสียเงินมากมาย

 

  1. เมื่อกี้โอนเงินไปผิดบัญชีรบกวนโอนคืนมาให้หน่อย

มาถึงมุกสุดท้ายที่หลอกกันตรงๆ บางครั้งอาจจะไม่ใช่แก๊งคอลเซ็นเตอร์โดยตรง อาจเป็นมิจฉาชีพมือสมัครเล่นทั่วไปก็ได้ที่สุ่มโทรมาแล้วบอกเราว่าตนเองได้โอนเงินมาผิดบัญฃี จะใช้เราช่วยโอนคืนกลับไปให้หน่อย ซึ่งบางครั้งกลหลอกตุ๋นเหยื่อนี้ยังรวมถึง การแกล้งโอนเงินมาให้ผิดบัญชีแล้วเราอาจต้องตกเป็นบัญชีม้าไปด้วย

 

หากไม่อยากตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพแก๊งคอลเซ็นเตอร์ต้องรู้ให้เท่าทันมุกตุ๋นเหยื่อเหล่านี้เอาไว้ และหากท่านใดมีปัญหาอยากปรึกษาทางด้านกฎหมายติดต่อได้ที่ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ 

Line @ คลิก! โทรหาเรา คลิก!