ฉุกคิดก่อนฟ้องตัวแทนประกันชีวิต ก่อนตัดสินใจทำประกันชีวิตต้องรู้อะไรบ้าง

ฉุกคิดก่อนฟ้องตัวแทนประกันชีวิต ก่อนตัดสินใจทำประกันชีวิตต้องรู้อะไรบ้าง

          มีคดีความมากมายเกี่ยวกับเรื่องราวของตัวแทนประกันชีวิตที่เรียกได้ว่าบุคคลเหล่านี้ทำพิษไม่น้อยให้ผู้บริโภคจำนวนมาก จนเกิดข่าวและเรื่องราวการดำเนินคดีฟ้องตัวแทนประกันชีวิตหลายต่อหลายคดีเลยก็ว่าได้ ซึ่งก่อนหน้านี้สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ก็ได้นำเสนอเรื่องราววีรกรรมสุดแสบของตัวแทนประกันชีวิตไปอย่าง อุทาหรณ์ตัวแทนประกันชีวิต ขายประกันทิพย์จนต้องฟ้อง!! เพื่อเตือนภัยให้ผู้บริโภคทั้งหลายได้ฉุกคิดก่อนซื้อหรือทำประกันชีวิตกับตัวแทน เพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าหลังจากที่เราตัดสินใจทำประกันชีวิตกับตัวแทนไปแล้วนั้นจะเกิดผลอย่างไรตามมาบ้าง บางรายที่ทำประกันชีวิตไปก็ไม่เคยมีปัญหาใด ๆ ตามมา อีกทั้งยังได้รับผลตอบแทนตรงตามที่ตัวแทนประกันชีวิตนำเสนอมาในตอนแรก แต่ก็มีอีกหลายรายเช่นเดียวกันที่ถูกตัวแทนประกันชีวิตหลอกจนเกิดเป็นคดีความฟ้องตัวแทนประกันชีวิต กันมานักต่อนัก อาทิ เจอตัวแทนประกันชีวิตปลอมไม่ใช่เจ้าหน้าที่ที่มีใบอนุญาตเป็นตัวแทน , เจอกรมธรรม์ประกันชีวิตที่ไม่มีอยู่จริง , ถูกตัวแทนประกันชีวิตปลอมแปลงเอกสาร/ลายเซ็นต์ ฯลฯ ซึ่งทำให้ผู้บริโภคต้องสูญเสียเงินและได้รับความเดือดร้อนไปหลายรายเลยทีเดียว วันนี้สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ก็ได้นำข้อมูลข่าวสารความรู้มาฝากผู้ติดตามทุกท่านอีกเช่นเคย เพื่อให้ทุกท่านได้ฉุกคิดก่อนทำประกันชีวิตจะได้ไม่มีปัญหาตามมาภายหลังจนต้องเกิดเป็นคดีความฟ้องตัวแทนประกันชีวิต

ก่อนทำประกันชีวิตควรรู้ 4 ข้อหลักที่ประกันชีวิตจะไม่จ่าย

ก่อนทำประกันชีวิตควรรู้ 4 ข้อหลักที่ประกันชีวิตจะไม่จ่าย

          ก่อนที่จะเกิดเป็นคดีความฟ้องตัวแทนประกันชีวิตในภายหลังจนต้องขึ้นโรงขึ้นศาลจนเสียเวลากัน วันนี้เราก็ได้สืบหาข้อมูลความรู้ดี ๆ มาฝากสำหรับผู้ที่คิดจะทำประกันชีวิต ต้องมีความรู้หลัก ๆ เลยว่าบริษัทประกันชีวิตจะไม่จ่ายค่าสินไหมทดแทนหากทำ 4 สิ่งนี้ ดังนี้

  1. ข้อแรกเลยคือประกันชีวิตมีระยะเวลาให้ลูกค้าหรือผู้เอาประกันได้ชำระเบี้ยประกันชีวิตอย่างต่อเนื่อง หากผู้เอาประกันมีการขาดชำระค่าเบี้ยประกันเกินกว่าระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด จะส่งผลให้ประกันชีวิตขาดและหรือสิ้นผลบังคับได้ ภายหลังหากผู้เอาประกันเป็นอะไรขึ้นมาไม่ว่าจะบาดเจ็บหรือเสียชีวิตในช่วงที่ประกันชีวิตสิ้นผลบังคับไปแล้ว บริษัทประกันก็จะปฏิเสธการชดใช้ทุนประกันทันที ทำให้ผู้เอาประกันไม่สามารถได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ที่ตกลงกันกับตัวแทนประกันชีวิตในตอนแรกได้ หากผู้เอาประกันขาดส่งเบี้ยประกันในกรณีแบบนี้ก็อาจดำเนินคดีฟ้องตัวแทนประกันชีวิตในภายหลังไม่ได้
  2. ข้อต่อมาหากผู้เอาประกันฆ่าตัวตายด้วยใจสมัครภายใน 1 ปี นับตั้งแต่สัญญากรมธรรม์อนุมัติ บริษัทฯ ก็จะไม่จ่ายเช่นเดียวกัน สำหรับกรณีนี้หากจะดำเนินคดีฟ้องตัวแทนประกันชีวิตทางเราก็ไม่แนะนำเช่นเดียวกัน
  3. และก่อนจะฟ้องตัวแทนประกันชีวิตหากผู้เอาประกันถูกผู้รับผลประโยชน์ฆาตรกรรมโดยเจตนา เพื่อที่จะรับประโยชน์ หากบริษัทประกันพิสูจน์ข้อเท็จจริงของการเสียชีวิตของผู้เอาประกันได้ บริษัทฯ ก็จะไม่จ่ายเช่นกันทันที
  4. ข้อนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เป็นเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่งเลยก็ว่าได้ เพราะบริษัทฯ จะไม่จ่ายเลยทันทีก็คือ การที่ผู้เอาประกันมีการปกปิดแถลงเท็จขณะการสอบถามเพื่อสมัครเอาประกันชีวิต หากพิสูจน์แล้วว่าผู้เอาประกันมีการแถลงเท็จไม่เปิดเผยประวัติตามความเป็นจริง บริษัทฯ ก็จะไม่จ่ายในที่สุด

          สำหรับ 4 ข้อที่เรานำมาฝากเป็นความรู้เบื้องต้นก่อนที่คิดจะทำประกันชีวิต ซึ่งเป็น 4 เรื่องสำคัญเกี่ยวกับการไม่จ่ายของบริษัทประกันชีวิต ที่ผู้คิดจะทำต้องรู้ก่อนที่จะตัดสินใจทำประกันชีวิตไป เพราะหากภายหลังได้มีเหตุการณ์ที่เป็นปัญหาเกิดขึ้น จะได้ไม่มีคดีความฟ้องตัวแทนประกันชีวิตในภายหลังนั่นเอง

          แต่ถ้าหากใครกำลังประสบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการทำประกันชีวิตหรือถูกตัวแทนประกันชีวิตหลอก อย่ายอมให้ถูกบริษัทฯ โกงหรือเอาเปรียบ ฟ้องตัวแทนประกันชีวิต คือคำตอบที่ดีที่สุด หาทนายความเพื่อปรึกษาหรือดำเนินคดีไว้ตั้งแต่เกิดเรื่องดีที่สุด สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ยินดีให้บริการทุกคดีความ ด้วยทีมทนายความมืออาชีพที่พร้อมให้คำปรึกษาทุกปัญหาของคุณ  

ขอขอบคุณข้อมูลความรู้ดี ๆ จากช่อง YouTube : PATTAMA CHANNEL

เตือนภัยออนไลน์ ภัยร้ายที่ยังวนเวียน แอพดูดเงินหมดบัญชี

เตือนภัยออนไลน์ ภัยร้ายที่ยังวนเวียน แอพดูดเงินหมดบัญชี

          ภัยร้ายออนไลน์ที่ยังวนเวียนอย่างแอพดูดเงินแอพพลิเคชันที่เหล่ามิจฉาชีพสร้างขึ้นมาเพื่อพร้อมดูดเงินคุณจนหมดบัญชี หากหลงเชื่อและคลิกลิงก์ที่มิจฉาชีพคอลเซ็นเตอร์ได้ส่งมา และในขณะนี้ที่มากไปกว่านั้นภัยร้ายออนไลน์แอพดูดเงินไม่ใช่มีแค่เหล่ามิจฉาชีพออนไลน์ และหรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์อีกต่อไปที่จะส่งลิงก์แอพดูดเงินแอพพลิเคชันปลอมมาให้คุณ เพราะในขณะนี้คนที่คุณรู้จักเองก็อาจจะเป็นผู้ที่ส่งลิงก์แอพดูดเงินหรือแอพปลอมที่พวกเหล่ามิจฉาชีพมักชอบส่งมาได้เช่นเดียวกัน จะด้วยสาเหตุใดข้อเท็จจริงยังไม่แน่ชัดนัก แต่ที่แน่นอนเรียกได้ว่าในปัจจุบันนี้ไม่สามารถหลงเชื่อใครได้ แม้ว่าจะเป็นคนที่คุณรู้จักมักคุ้นก็ตาม ตามเช่นเคยวันนี้สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ก็ได้นำ 13 แอพพลิเคชั่นอันตรายมาฝากทุกคนให้ได้เช็กแอพดูดเงินในมือถือของคุณกัน และนอกจากนี้ยังได้นำข้อมูลความรู้วิธีป้องกันแอพดูดเงินที่พร้อมดูดเงินคุณจนหมดบัญชีหากเพียงคุณคลิกแค่ปลายนิ้วมาฝากกัน

เช็กมือถือด่วน !!! แอพที่มีเป็นแอพดูดเงินหรือไม่

เช็กมือถือด่วน !!! แอพที่มีเป็นแอพดูดเงินหรือไม่

          SPRING NEWS เปิด 13 แอพอันตรายหากโหลดมาอาจถูกแอพดูดเงินเกลี้ยงบัญชีได้ จะมีแอพอะไรบ้างมาเช็กกันเลย

  1. Battery Charging Animations Battery Wallpaper
  2. Classic Emoji Keyboard
  3. Battery Charging Animations Bubble -Effects
  4. Easy PDF Scanner
  5. Dazzling Keyboard
  6. Halloween Coloring
  7. EmojiOne Keyboard
  8. Smart TV remote
  9. Flashlight Flash Alert On Call
  10. Volume Booster Hearing Aid
  11. Now QRcode Scan
  12. Volume Booster Louder Sound Equalizer
  13. Super Hero Effect

          13 แอพที่ขึ้นอยู่ข้างต้น เป็นแอพที่ไม่ควรเผลอโหลดมาเด็ดขาด ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม หากไม่อยากถูกแอพดูดเงินหมดบัญชี เพราะการทำงานของแอพดูดเงินประเภทนี้ เมื่อเราโหลดมาใส่มือถือของเราแล้ว นั่นหมายถึงเราได้กดยอมรับ/ติดตั้งให้เหล่ามิจฉาชีพออนไลน์ได้แฝงตัวเข้ามาอย่างถูกต้อง เนื่องจากเจ้าของโทษศัพท์มือถือ ได้มีการกดดาวน์โหลด และหรือใส่รหัสยืนยันให้มันเข้ามานั่นเอง และนอกจากวันนี้จะมาเปิดเผย 13 แอพดูดเงินแล้ว เรายังได้นำ 5 วิธีป้องกันดี ๆ ง่าย ๆ มาฝากทุกท่านกันด้วย

 5 วิธีป้องกัน “แอพดูดเงินหมดบัญชี” ภัยร้ายใกล้ตัวที่เสียหายได้แค่เพียงปลายนิ้วคลิก

          เนื่องจากแอพดูดเงินยังคงเป็นที่น่าระแวงและระวังอยู่ อีกทั้งยังเพิ่มพูนความอันตรายต่อข้อมูลความเป็นส่วนตัวของเราเป็นอย่างมาก วันนี้สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ก็ได้นำ 5 วิธีการป้องกันดี ๆ เป็นวิธีง่าย ๆ ที่ตัวแทนธนาคารออมสินขอออกมาเตือนภัยด้วยตนเองมาฝากทุกท่านกัน เพื่อให้ทุกท่านได้ระแวดระวังต่อแอพดูดเงินภัยร้ายออนไลน์ที่ยังไม่หมดไปจากสังคม โดยวิธีการป้องกันแอพดูดเงินก็มีดังนี้

  1.   อย่าคลิกลิงก์ที่เราไม่รู้จัก และหรือลิงก์ที่ส่งมาโดยคนแปลกหน้า
  2.   ถ้าเป็นไปได้ควรแยกเครื่องโทรศัพท์มือถือที่ใช้งานแอพธนาคาร กับเครื่องที่ใช้งาน Social ต่าง ๆ เพื่อความปลอดภัยที่มากขึ้น
  3.   ใช้โทรศัพท์มือถือที่มีระบบความปลอดภัยสูง เช่น ระบบป้องกันการโหลดแอพพลิเคชันปลอม เพราะหากถูกแอพดูดเงินหมดบัญชีไปแล้ว ต่อให้ลบแอพธนาคารก็ไม่ช่วยอะไร
  4.   ตื่นตัวตื่นรู้อยู่ตลอดเวลา ไม่หลงเชื่อใครง่าย ๆ ในยุคสมัยแบบนี้
  5.   ทำตัวเป็นเดก็ก็ก็กยึดคำว่า “อย่าเชื่อคนแปลกหน้า” ไว้เสมอ

          สุดท้ายนี้เมื่อความผิดพลาดไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น หากคุณถูกแอพดูดเงินไปเกลี้ยงบัญชี คงเป็นเรื่องยากที่จะไม่ให้ตระหนกตกใจ แต่เรื่องราวดี ๆ ยังมี คือ รีบปรึกษาทนายด่วน เรื่องแบบนี้ควรมีทนายไว้ปรึกษาและหรือดำเนินคดีเพื่อเอาเงินคืนบัญชีดีที่สุด มีหลายเคสที่โดนแอพดูดเงินไปหมดบัญชี ไปเดินเรื่องดำเนินการเอง ก็มีแต่เสียเวลา อีกทั้งคดีความยังไม่คืบหน้า เนื่องจากมีผู้เสียหายจำนวนมากที่ถูกแอพดูดเงินไป ดังนั้น การมีทนายความเพื่อให้คำปรึกษาหรือดำเนินคดีตั้งแต่ที่คุณได้ชื่อว่า “เป็นผู้เสียหาย” ตั้งแต่แรกเป็นเรื่องที่ดีที่สุด อีกทั้งยังไม่ต้องปวดหัวหรือกังวลใจที่จะไม่ได้เงินคืนอีก หากต้องการติดต่อทนายไม่ว่าจะเรื่องนี้หรือเรื่องไหนก็สามารถติดต่อเราได้ตลอดเวลา สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ยินดีให้บริการ

 ขอขอบคุณข้อมูลความรู้ดี ๆ จาก TikTok ช่อง SPRING NEWS

แฉ! วีรกรรมสุดแสบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ล่าสุด ดูดเงินกลางอากาศ

แฉ! วีรกรรมสุดแสบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ล่าสุด ดูดเงินกลางอากาศ

          ขณะนี้ในสังคมไทยอย่างที่รู้กันเป็นอย่างดีเกี่ยวกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ขบวนการมิจฉาชีพที่มีการหลอกลวงเหยื่อทางโทรศัพท์มือถือ โดยมักมีการสร้างสถานการณ์เพื่อหลอกเหยื่อด้วยการอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่าง ๆ หรือสร้างความตื่นตระหนกให้เหยื่อตกใจและหลอกเอาเงินเหยื่อ หรือดูดเงินเหยื่อออกจากบัญชีจนหมดในท้ายที่สุด ซึ่งตั้งแต่ที่ขบวนการของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้ระบาดหนักในประเทศไทย ก็มีผู้เสียหายที่สูญเสียทรัพย์สินไปเป็นจำนวนมากหลายรายแล้ว อย่างล่าสุดนี้ที่สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์กำลังจะนำเสนอกับทุกท่านเพื่อเตือนไว้เป็นอุทาหรณ์ไม่ให้หลงตกเป็นเหยื่อของพวกแก๊งคอลเซ็นเตอร์กัน

แก๊งคอลเซ็นเตอร์ทำเรื่องไม่หยุด อัปสกิลอีกขั้นดูดเงินกลางอากาศ

          เอาอีกแล้วเมื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ทำพิษให้กับผู้เสียหายไม่หยุดจนเป็นข่าวดัง จนต้องเตือนภัยกันอีกสักรอบเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยเรื่องที่เราจะนำเสนอต่อไปนี้เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงกับผู้เสียหายรายหนึ่ง ซึ่งกลวิธีของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ครั้งนี้ถือว่าร้ายแรงกว่าที่เคยมีมา เพราะคราวนี้มิจฉาชีพอัปสกิลดูดเงินกลางอากาศขณะโอนเงินเลยทีเดียว

ขอขอบพระคุณคลิปข่าวจากรายการเรื่องเล่าเช้านี้

          จากคลิปวิดีโอที่เรานำมาเตือนภัยเป็นเรื่องราวของผู้เสียหายรายหนึ่งที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ดูดเงินกลางอากาศขณะโอนเงินเข้าบัญชีตัวเอง ซึ่งนับว่าเป็นกลวิธีที่ใหม่มากสำหรับวิธีการหลอกเหยื่อของพวกมิจฉาชีพ เนื่องจากเป็นการโอนเงินเข้าบัญชีตัวเองที่ชื่อบัญชีก็เป็นชื่อตัวเอง แต่ก็สามารถถูกมิจฉาชีพแก๊งคอลเซ็นเตอร์ดูดเงินไปได้ จึงเรียกได้ว่าวิธีดังกล่าวของแก๊งคอลเซ็นเตอร์นี้เป็นสกิลใหม่ที่มิจฉาชีพตั้งใจที่จะนำมาหลอกลวงเหยื่อรายต่อไปแน่นอน โดยวิธีการดูดเงินของแก๊งคอลเซ็นเตอร์นี้เป็นวิธีการแฮ็กโทรศัพท์มือถือจากลิงก์ทางข้อความ ซึ่งเป็นข้อความที่เสมือนว่าส่งมาจากบริษัทขนส่งแห่งหนึ่งที่ผู้เสียหายใช้ประจำ เป็นเหตุให้ผู้เสียหายสูญเงินไปจำนวน 9,000 บาท

          โดยเรื่องราวนี้ได้สืบเนื่องมาจากที่ก่อนหน้านี้มีข้อความพร้อมแนบลิงก์ส่งมาหาผู้เสียหาย ในทำนองที่ว่า “ไม่สามารถจัดส่งสินค้าให้คุณได้ ให้คลิกลิงก์เพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่” โดยผู้เสียหายไม่ได้เอะใจอะไร เนื่องด้วยเห็นว่าตนได้สั่งสินค้าไปจริง ๆ จึงได้หลงตกเป็นเหยื่อโดยการคลิกลิงก์นั้นไป  หลังจากที่คลิกลิงก์ดังกล่าวไปแล้ว ลิงกก์นั้นได้เด้งไปเป็นการเพิ่มเพื่อนในไลน์ และผู้เสียหายก็ได้มีการพูดคุยกับบุคคลซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ขนส่งเอกชนรายหนึ่งแจ้งว่า “สินค้าของผู้เสียหายมีการสูญหายเกิดขึ้น ทางบริษัทจึงต้องการขอชดใช้เงินให้” หลังจากนั้นมิจฉาชีพก็ได้ส่งลิงก์มา และมิจฉาชีพแก๊งคอลเซ็นเตอร์ก็ได้โอนเงินเข้ามาบัญชีของผู้เสียหายจริง ๆ อีกทั้งยังได้บอกให้ผู้เสียหายโอนเงินไปเก็บอีกบัญชีหนึ่งของตนเอง แต่ระหว่างที่ผู้เสียหายกำลังโอนเงินเข้าบัญชีตัวเองนั้น อยู่ ๆ โทรศัพท์มือถือของผู้เสียหายถูกล็อก และใช้งานโทรศัพท์ไม่ได้ ต่อมาเงินของผู้เสียหายก็หายไป โดยไม่ทราบสาเหตุ

          หลังจากนั้นผู้เสียหายก็พยายามจะดึงซิมออกจากมือถือ และรีบเอาโทรศัพท์ไปให้ร้านซ่อมมือถือตรวจสอบให้ หลังจากได้รับการตรวจสอบปรากฏว่า แก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้มีการฝังลิงก์ที่ปลอมว่าเป็นบริษัทขนส่ง 2 บริษัทกับการไฟฟ้า PEA เอาไว้ในเครื่องของผู้เสียหาย ทำเอาผู้เสียหายตกใจเป็นอย่างมากในกระบวนการหลอกดูดเงินในบัญชีของพวกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่นอกจากบริษัทขนส่งแล้วยังมีหน่วยงานการไฟฟ้าด้วย ผู้เสียหายจึงได้ไปติดต่อที่ธนาคาร และพบความจริงเกี่ยวกับบัญชีธนาคารของตนว่าถูกโอนเงินซ้อน เจ้าหน้าที่ธนาคารได้ตรวจสอบเลขที่บัญชีที่ถูกโอนซ้อนแล้ว พบว่าเป็นบัญชีม้า ซึ่งมีการโอนจากบัญชีม้าโอนส่งต่อเป็นทอด ๆ อีก  

          จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ผู้เสียหายจึงได้ฝากไว้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจอีกว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ต้องตั้งสติ อีกทั้งยังฝากถึงหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นธนาคาร , เจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากเหตุการณ์ในทำนองนี้มีการเกิดขึ้นบ่อย โดยตัวผู้เสียหายเองยังได้บอกอีกว่าตนก็ได้ทำใจไว้แล้วว่าจะได้เงินคืนหรือไม่ แต่ระบบหรือกระบวนการต่าง ๆ เช่น การปิดบัญชีของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรือการดำเนินเรื่องทุกอย่างมีความล่าช้าไปหมด และจากเคสนี้สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์จึงอยากฝากเตือนไว้ว่าไม่ว่าจะลิงก์ใด ๆ จากหน่วยงานใดที่ถูกส่งมาไม่ว่าจะผ่าน SMS หรือ Line รวมไปถึงแอปพลิเคชันใด ๆ ก็ตามไม่ควรกดเข้าไป เพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าจะเกิดเหตุการณ์อย่างไรเกี่ยวกับโทรศัพท์มือถือของคุณอีกหรือไม่ ควรป้องกันไว้ดีกว่าปล่อยให้ยอดเงินในบัญชีธนาคารของคุณจะถูกดูดไปหมดบัญชี  หากผู้เสียหายท่านต้องการดำเนินคดีความสามารถปรึกษา สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ได้ทันที คลิก ติดต่อเรา

How to เช็กคอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ หรือ เจ้าหน้าที่ตัวจริง

How to เช็กคอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ หรือ เจ้าหน้าที่ตัวจริง

          คอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ หรือ แก๊งคอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพนักต้มตุ๋นรูปแบบใหม่ที่ได้สร้างความเดือดร้อนและความเสียหายให้ประชาชนในสังคมไทยพอสมควร แม้ว่าจะเดินทางข้ามปีมายัง 2024 แล้ว แต่ดูเหมือนว่าเหล่า คอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ พวกนี้ยังไม่มีทีท่าว่าจะลดลงไปจากสังคม นอกจากจะยังไม่ลดลงแล้วยังมีกลวิธีในการหลอกลวงประชาชนในรูปแบบใหม่ ๆ ให้คนหลงเชื่อแล้วโอนเงินให้ หรือถูกคอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพดูดเงินจนหมดบัญชีอีกด้วย เรียกได้ว่าคอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพในยุค 2024 นี้ไม่มีวี่แววว่าจะเกรงกลัวต่อกฎหมายใด ๆ เลย กลับมีผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อของคอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ๆ

         แม้ว่าขณะนี้สังคมไทยจะมีการกวาดล้างคอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพอย่างเข้มงวดมากขึ้น แต่เราก็ยังชะล่าใจไม่ได้ เพราะขบวนการมิจฉาชีพพวกนี้คงไม่ลดลงง่าย ๆ อีกทั้งยิ่งนานวันเข้าก็ยิ่งส่งผลกระทบให้ประชาชนรวมไปถึงหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกสารจำนวนมาก จนปฏิเสธไม่ได้เลยว่าปัจจุบันนี้มีประชาชนหลายคนที่ใช้ชีวิตกับการรับสายทางโทรศัพท์มือถืออย่างหวาดระแวงจนบางคนไม่กล้าที่จะรับสายใครเลยก็ว่าได้ เนื่องจากกลัวว่าจะเป็นคอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ  วันนี้สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์จึงได้รวบรวมข้อมูล วิธีเช็กว่าเบอร์ที่โทรเข้ามานั้นเป็นคอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ หรือ เจ้าหน้าที่ตัวจริงกันแน่

วิธีเช็กคอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ หรือ เจ้าหน้าที่/หน่วยงานจริง

วิธีเช็กคอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ หรือ เจ้าหน้าที่/หน่วยงานจริง

         อย่างที่กล่าวไปว่าในปัจจุบันนี้เหล่าคอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพได้เข้ามาสร้างความเดือดร้อนเสียหายเป็นอย่างมาก จนทำให้การดำเนินชีวิตในแต่ละวันต้องอยู่แบบหวาดระแวงว่าจะถูกมิจฉาชีพมาหลอกให้โอนเงิน หรือถูกดูดเงินในบัญชีไปหรือไม่ วันนี้เราจึงได้นำข้อมูลความแตกต่างระหว่าง คอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ กับ เจ้าหน้าที่ตัวจริง / หน่วยงานจริง มาฝากกันเพื่อให้สังเกตและรู้ทันกลโกงเบอร์แปลกจากพวกมิจฉาชีพ ดังนี้

เจ้าหน้าที่/หน่วยงานจริง

         -ก่อนอื่นที่ต้องรู้เป็นอันดับแรกเมื่อมีเบอร์แปลกโทรเข้ามาก็คือ การสังเกตเบอร์ที่โทรเข้ามา โดยเบอร์ของเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานจริงนั้นจะไม่มีการใช้เบอร์ที่เป็นเบอร์ส่วนตัวติดต่อมาเด็ดขาด อาทิ เบอร์ที่ขึ้นต้นด้วยพวก 08 , 09 เป็นต้น อีกทั้งเจ้าหน้าที่โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐตัวจริง เช่น เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ไทย , เจ้าหน้าที่ตำรวจ , เจ้าหน้าที่กรมสรรพากร ฯลฯ จะไม่มีทางติดต่อคุณมาก่อนอย่างแน่นอน

         -เบอร์โทรของเจ้าหน้าที่ตัวจริงหรือหน่วยงานจริงจะเป็นเบอร์ที่ลงทะเบียนไว้อย่างถูกต้องของสังกัดหน่วยงานนั้น ๆ และจะเป็นเบอร์ที่มีหมายเลขเพียง 4 ตัวเท่านั้น นอกจากนี้หากในบางกรณีที่มีเจ้าหน้าที่ตัวจริงโทรเข้ามา เสียงปลายสายจะเป็นเสียงของเจ้าหน้าที่จริง ๆ ไม่ใช่เสียงของคอลเซ็นเตอร์ และจะไม่มีการให้กดหมายเลขใดเพื่อต่อสายอีก

       -เจ้าหน้าที่ตัวจริงจะสามารถยืนยันข้อมูลส่วนตัวของคุณเกี่ยวกับเรื่องที่ติดต่อเข้ามาได้อย่างครบถ้วนถูกต้อง และจะเข้าประเด็นเกี่ยวกับเรื่องที่ต้องการติดต่อเข้ามาทันที

แก๊งคอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ

         -อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าหากมีเบอร์ที่ขึ้นต้นด้วย 08 หรือ 09 โทรเข้ามาให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่าเป็นเบอร์ของคอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพแน่นอน และหากหลงไปรับสายแล้วปลายสายให้กดหมายเลขหรือเครื่องหมายใด ๆ ในการต่อสายไปยังอีกที่หนึ่งหรือเพื่อรับข้อมูลต่อ นั่นคือมิจฉาชีพอย่างแน่นอน 100% ให้รีบวางสายทันที

         –คอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ เมื่อโทรเข้ามามักเป็นเสียงคอลเซ็นเตอร์โทรเข้ามาแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่าง ๆ อีกทั้งยังมักจะหลอกถามข้อมูลส่วนตัวของคุณ เช่น “กำลังเรียนสายอยู่กับใคร” หรืออาจจะจั่วเรื่องเข้ามาเลยว่า “คุณมียอดค้างชำระ…” เป็นต้น  

         -นอกจากวิธีการโทรเข้ามาแล้ว คอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ ยังมีการส่งข้อความ SMS พร้อมแนบลิงก์เข้ามาเพื่อให้กด ซึ่งจะมาพร้อมข้อความทำนองที่ว่า “คุณเป็นผู้โชคดีได้รับรางวัล” ซึ่งวิธีการนี้เป็นเหตุให้มีผู้เสียหายหลายท่านสูญเสียทรัพย์สินจำนวนมาก หรือในบางท่านได้ถูกดูดเงินไปจนหมดบัญชี

         ข้อมูลข้างต้นเป็นเพียงข้อมูลเล็ก ๆ น้อย  ๆ ที่เรานำมาให้ทุกท่านได้มีวิธีการเช็กว่าเบอร์แปลกที่โทรเข้ามานั้นเป็นคอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพหรือไม่อย่างไร เพื่อที่จะได้รู้ทันไม่หลงกลหลงเชื่อและถูกเหล่ามิจฉาชีพพวกนี้หลอกให้โอนเงิน หรือถูกดูดเงินไปหมดบัญชีตามที่เป็นข่าวดังมากมาย นอกจากนี้ยังมีวิธีการการสังเกตอีกมาก และในคราวหน้าเราจะนำมาลงให้อ่านกันอย่างแน่นอน

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ สำนักงานทนายที่เปิดให้บริการกว่า 1 ทศวรรษ

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ สำนักงานทนายที่เปิดให้บริการกว่า 1 ทศวรรษ

          สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ สำนักงานทนายที่เปิดให้บริการมากว่า 10 ปี โดยทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์  ศิริ ผู้ริเริ่มจัดตั้งสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ด้วยความมุ่งหวังว่าจะเป็นสำนักงานทนายที่มีความพร้อมและมีประสิทธิภาพในการให้บริการทางด้านกฎหมายแก่ผู้มาใช้บริการ ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร มีอาชีพใด สำนักงานทนายของเราก็พร้อมและยินดีที่จะให้บริการในทุกปัญหาของผู้มาใช้บริการ ซึ่งปัจจุบันนี้สำนักงานทนายสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ได้เดินทางมา 1 ทศวรรษด้วยกัน มีทีมทนายมากความสามารถมากกว่า 20 คน และให้บริการประชาชนผู้มาใช้บริการอย่างมีประสิทธิภาพจนได้รับความไว้วางใจจากผู้มาใช้บริการหลายท่าน เพราะเรามุ่งเน้นที่จะให้ทุกคำปรึกษาของเรามีประโยชน์อย่างมากที่สุดต่อผู้มาใช้บริการ วันนี้จึงจะพาทุกท่านมาทำความรู้จักสำนักงานทนายของเรากันให้มากยิ่งขึ้น ว่าเรามีบริการทางด้านกฎหมายอะไรบ้าง และทำไมเมื่อเกิดปัญหาต้องใช้บริการสำนักงานทนาย สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ มีบริการอะไรบ้าง ?


สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ มีบริการอะไรบ้าง ?

          สำนักงานทนายของเราตั้งใจเป็นอย่างยิ่งที่จะเป็นสถานที่สำหรับให้บริการทางด้านกฎหมายให้แก่ประชาชนอย่างครบครันในทุกเรื่องของกฎหมาย และในวันนี้สำนักงานทนายของเราก็ได้มีบริการทางด้านกฎหมายกว่า 10 บริการด้วยกัน ดังนี้

คดีประกันภัย

          สำนักงานทนายของเราให้คำปรึกษาเกี่ยวกับคดีประกันภัยในทุกกรณี เรียกร้องค่าสินไหมทดแทนกับบริษัทประกันภัย ฟ้องเรียกค่าเสียหายต่อบริษัทประกันภัย ทำให้ผู้เสียหายได้รับความยุติธรรมจากบริษัทประกันภัยได้มากที่สุด และอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการเรียกร้องค่าเสียหายกับบริษัทประกันภัยทั้งหมด

คดีแพ่ง

          สำหรับคดีแพ่งเป็นคดีที่สำนักงานทนายของเรามีอยู่ในมือหลายคดีที่มีความแตกต่างหลากหลายกรณีออกไป ไม่ว่าจะเป็นการรับปรึกษาคดีเบื้องต้นเกี่ยวกับคดีแพ่ง, ทำคดีเกี่ยวกับที่ดิน, คดีเกี่ยวกับการผิดสัญญา, คดีเกี่ยวกับการกู้ยืมเงิน และคดีอื่น ๆ อีกมากมายที่เรารับทำเกี่ยวกับคดีแพ่ง สำหรับใครที่ต้องการให้เราช่วยดำเนินคดีแพ่งสามารถติดต่อเราเข้ามาได้ทันที

คดีอาญา

          คดีอาญานี้แต่ละกรณีจะมีความร้ายแรงที่แตกต่างกันออกไป แต่สำนักงานทนายของเราก็ให้คำปรึกษาและให้คำแนะนำสำหรับผู้ที่ถูกแจ้งความหรือผู้ที่ถูกฟ้องคดีอาญารับทำคดีอาญาทุกประเภท

คดีหมิ่นประมาท

         เป็นคดีความที่เกี่ยวกับการใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยทำให้บุคคลที่ถูกกล่าวถึงเสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง โดยคดีประเภทหมิ่นประมาทเป็นคดีที่เกิดขึ้นได้ง่ายและใกล้ตัว สำนักงานทนายของเรารับปรึกษาและทำคดีหมิ่นประมาททุกคดี ไม่ว่าจะฟ้องคดีหมิ่นประมาท, เจรจา และหรือไกล่เกลี่ย

คดีครอบครัว

          คดีครอบครัวนี้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการหย่าร้าง/ชู้สาว สินสมรส การผิดสัญญาหมั้น อำนาจในการปกครองบุตร การร้องขอเป็นบุตรโดยชอบ เรียกร้องค่าเลี้ยงดู คดีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับครอบครัว สำนักงานทนายของเราสามารถดำเนินการช่วยเหลือให้คำแนะนำ รวมไปถึงทิศทางหรือแนวทางในการดำเนินคดี เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างถูกต้องตามขั้นตอนของกระบวนการทางกฎหมายได้

คดีมรดก

          สำหรับคดีที่เกี่ยวข้องกับมรดกหรือทรัพย์สินทุกชนิดของบุคคลที่เสียชีวิต ทรัพย์สินที่มีอยู่ก่อนบุคคลนั้นถึงแก่ความตาย ส่วนใหญ่ก็เป็นคดีที่พิพาทกันระหว่างทายาท หรือบุคคลที่มีสิทธิในการรับมรดกด้วยกันตามกฎหมาย หรือตามพินัยกรรม รวมไปถึงคดีที่ทายาทหรือผู้จัดการมรดกถูกฟ้องในฐานะทายาทให้รับผิดชอบหนี้ของผู้เสียชีวิต สำนักงานทนายของเราก็สามารถดำเนินคดีนี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการมรดก , จัดทำพินัยกรรม , การฟ้องเกี่ยวกับคดีมรดก เป็นต้น  

คดีผู้บริโภค

          สำนักงานทนายของเรามีประสบการณ์ในการทำคดีผู้บริโภคอย่างมาก สำหรับคดีความระหว่างผู้ประกอบธุรกิจกับผู้บริโภคนี้ โดยลักษณะคดีจะเป็นการเรียกร้องให้ผู้ประกอบธุรกิจ ผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย หรือผู้ให้บริการ รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้บริโภค ส่วนใหญ่มักเป็นเรื่องที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้บริโภค หากท่านใดที่ต้องการดำเนินคดีความกับผู้ประกอบธุรกิจก็สามารถมาใช้บริการสำนักงานทนายของเราได้

การร่างสัญญา

          หนึ่งในบริการของสำนักงานทนายของเรา เป็นกระบวนการเตรียมการร่างเอกสารทางกฎหมาย เกี่ยวกับการทำข้อตกลงระหว่างบุคคล 2 ฝ่าย หรือ หลายฝ่าย ที่มีข้อตกลงเห็นชอบร่วมกันว่าจะกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งร่วมกัน หรืองดเว้นการกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งร่วมกัน หรือข้อตกลงต่าง ๆ อย่างชัดเจน ที่ทุกฝ่ายจะต้องปฏิบัติตามข้อตกลงที่ได้ระบุไว้อย่างเคร่งครัด รวมไปถึงการลงลายมือชื่อของบุคคลที่ร่วมทำสัญญากัน และหรือลายมือชื่อของพยานด้วย

ทนายความรับรองลายมือชื่อ

          เป็นบริการรับรองลายมือชื่อของทนายความ เพื่อรับรองเอกสาร รวมไปถึงการทำสัญญาต่าง ๆ ว่าเป็นลายมือชื่อของบุคคลนั้นจริง นอกจากนี้ยังมีการลงชื่อในเอกสารฉบับนั้นด้วยในฐานะพยาน และรวมไปถึงการลงลายมือชื่อรับรองสำเนาว่าเป็นเอกสารที่สำเนามาจากต้นฉบับนั้นจริง

บริการคัดถ่ายสำนวนของศาลในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล

          สำหรับบริการไปคัดถ่ายสำนวนสรรพเอกสารต่าง ๆ ของศาลในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เป็นบริการที่สำนักงานทนายของเราตั้งใจมีขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการ สำหรับทนายความ หรือคู่ความที่ไม่สะดวกเดินทางมาเอง หรือผู้ที่อยู่ต่างจังหวัด หากไม่อยากเสียเวลาเดินทางมาก็สามารถใช้บริการนี้ของสำนักงานทนายของเราได้ทันที

ทำไมต้องทำคดีกับสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ?


https://www.youtube.com/watch?v=SzZyLiK-Www

          จากคลิปวิดีข้างต้นเป็นเพียงเหตุผลบางส่วนจากผู้มาใช้บริการของเราเท่านั้น นอกจากนี้ทุกท่านยังสามารถติดตามและอัปเดตข่าวสารและรีวิวการทำคดีความของสำนักงานทนายของเราได้ในทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นทางเว็บไซต์นี้ FACEBOOK, YOUTUBE และ TIKTOK สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ สำนักงานทนายสำนักงานหนึ่งที่พร้อมและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะให้บริการทางกฎหมายกับทุกท่านที่ต้องการความช่วยเหลือในทุกปัญหา นอกจากเราจะมีบริการทางกฎหมายที่ครบครันแล้ว ทีมทนายความของเรายังเต็มเปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ในการทำคดีความที่หลากหลาย และพร้อมให้คำปรึกษาคุณในทุกปัญหาของคุณ 

ทำความรู้จักอาชีพทนายความให้มากขึ้นกับสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

ทำความรู้จักอาชีพทนายความให้มากขึ้นกับสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

          วันนี้สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์จะมาพูดถึงในเรื่องของบริษัททนายความ หรือสำนักงานกฎหมายนั่นเอง ว่าแท้ที่จริงแล้วนั้นบริษัททนายความให้บริการอย่างไรบ้าง และอาชีพทนายความเป็นอย่างไร มีหน้าที่อะไรบ้าง และต้องมีคุณสมบัติอย่างไรถึงจะมาเป็นทนายความได้ สำหรับใครที่ในอนาคตต้องการมีอาชีพเป็นทนายความต้องอ่านเลย เพราะวันนี้เราได้สรุปและรวบรวมข้อมูลคร่าว ๆ เกี่ยวกับอาชีพทนายความ และบริษัททนายความมาฝากทุกคนกัน

บริษัททนายความ สำนักงานทนายความ สำนักงานกฎหมายเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร?

บริษัททนายความ สำนักงานทนายความ สำนักงานกฎหมาย เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร

          บริษัททนายความ  สำนักงานทนายความ หรือสำนักงานกฎหมาย คือ สถานที่สำหรับให้บริการทางด้านกฎหมายแก่ผู้มาใช้บริการ ไม่ว่าจะเป็นบุคคลทั่วไป องค์กรและหรือบริษัทขนาดเล็ก-ใหญ่ ที่ต้องการได้รับคำแนะนำ คำปรึกษาทางด้านกฎหมาย หรือต้องการดำเนินการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องทางกฎหมาย เช่น จัดทำเอกสารเกี่ยวกับกฎหมาย โดยบริษัททนายความจะมีทนายความและทีมผู้ช่วยทนายความเป็นผู้ให้บริการทางกฎหมายแก่ผู้มาใช้บริการ โดยจะต้องให้คำปรึกษา คำแนะนำเกี่ยวกับปัญหาของผู้ที่มาใช้บริการอย่างตรงจุด และให้ผู้มาใช้บริการรู้สึกว่าได้รับประโยชน์จากการที่มาปรึกษาทนาย ซึ่งบริษัททนายความบริษัทหนึ่งสามารถมีทนายความได้หลายคน และทนายความแต่ละคนอาจมีประสบการณ์ ความถนัด หรือความสามารถทางกฎหมายที่แตกต่างกันได้ เพื่อให้คำปรึกษาความเข้าใจอย่างตรงปัญหาของผู้มาใช้บริการมากที่สุด นอกจากนี้ยังเพื่อให้ผู้มาใช้บริการได้รับความเชื่อมั่นและเชื่อถือในตัวทนายความอย่างมากที่สุดด้วย

คุณสมบัติของผู้ที่จะมาเป็นทนายความ


          สำหรับใครที่สนใจและต้องการจะประกอบอาชีพทนายความในอนาคต ต้องอ่านหัวข้อนี้เลย ว่าการจะเป็นทนายความได้นั้นจะต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง เพื่อการเตรียมตัวที่ดีในการที่จะประกอบอาชีพนี้ในอนาคต

  • ต้องมีสัญชาติไทย
  • ต้องสำเร็จการศึกษาระดับชั้นปริญญาตรีคณะนิติศาสตร์หรืออนุปริญญาจากสถาบันที่สภาทนายความให้การรับรองอนุมัติ
  • ต้องเป็นบุคคลที่มีการขอจดทะเบียนและได้รับใบอนุญาตเป็นทนายความจากสภาทนายความอย่างถูกต้อง
  • ต้องเป็นบุคคลที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ ในวันที่ยื่นขอจดทะเบียนและได้รับใบอนุญาต
  • ต้องไม่เป็นผู้ที่อยู่ระวางมีโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุด และหรือต้องไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
  • ต้องไม่เป็นผู้ที่มีความประพฤติเสื่อมเสียในศีลธรรมหรือมีความบกพร่องในการทำผิดศีลธรรมอันดี อีกทั้งยังต้องเป็นผู้ที่ไม่มีความประพฤติหรือการกระทำใด ๆ ที่แสดงให้เห็นว่าไม่ซื่อสัตย์สุจริต
  • ต้องเป็นผู้ที่ไม่มีโรคติดต่อซึ่งเป็นที่รังเกียจของสังคม
  • ต้องไม่เป็นผู้ที่มีความบกพร่องทางร่างกาย ความพิการ หรือมีความบกพร่องทางด้านจิตใจอันเป็นผลไปสู่ความบกพร่องในสมรรถภาพในการประกอบอาชีพ
  • ต้องไม่เป็นบุคคลที่มีตำแหน่งทางราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีเงินเดือนและตำแหน่งประจำ
  • ต้องมีความซื่อตรงซื่อสัตย์ต่อลูกความ ผู้ร่วมงาน องค์กร บริษัท และมีความซื่อสัตย์ต่อตนเอง

ลักษณะงานของทนายความ

          ใครที่อยากเป็นทนายความในอนาคตต้องรู้เลยว่าลักษณะการทำงานของทนายความในแต่ละวันนั้นต้องทำอะไรบ้าง วันนี้เรามีคำตอบมาฝากกัน

  • ให้คำปรึกษาแก่ผู้ที่มาใช้บริการทางกฎหมายกับบริษัททนายความที่เราทำงานประจำอยู่
  • จัดทำเอกสารเกี่ยวกับกฎหมาย ซึ่งในบางบริษัททนายความทนายความส่วนใหญ่อาจไม่ต้องทำเอกสารเอง เนื่องจากจะมีผู้ช่วยทนายความหรือที่เรียกว่าเสมียนทนายความทำให้อยู่แล้ว
  • มีหน้าที่ในการดำเนินกระบวนการทางกฎหมาย ว่าความ และดำเนินกระบวนการพิจารณาใด ๆ ในศาลแทนคู่ความทั้งคดีแพ่งและหรืออาญา
  • สร้างความเป็นธรรมและรักษาผลประโยชน์ให้กับบุคคลหรือองค์กรที่รับเป็นทนายความให้
  • นอกจากนี้ในบางครั้งทนายความยังมีหน้าที่ในการเป็นคนกลางไกลเกลี่ยความขัดแย้งในด้านผลประโยชน์ด้วย

สถานที่ทำงานของทนายความ

          ส่วนใหญ่แล้วสถานที่ทำงานของทนายความจะเป็นลักษณะออฟฟิศอย่างบริษัททนายความ หรือสำนักงานกฎหมาย ก็จะเป็นบริษัททนายความมีออฟฟิศที่มีสิ่งแวดล้อมพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกสบายต่อการทำงานของทนาย บริษัททนายความจะมีความคล้ายคลึงกับออฟฟิศทั่ว ๆ ไป แต่อาจมีความแตกต่างเล็กน้อยตรงที่โต๊ะของทนายความอาจต้องใช้พื้นที่มากพอสมควรสำหรับการวางเอกสารต่าง ๆ และนอกจากนี้ทนายความยังต้องมีการออกไปติดต่อประสานงานนอกสถานที่อย่างเช่น ศาล สถานีตำรวจ รวมไปถึงสถานที่อื่น ๆ อีกด้วย โดยการทำงานในหนึ่งสัปดาห์ของทนายความนั้นอาจมีการทำงานมากกว่า 40 ชั่วโมงก็เป็นได้ เนื่องจากต้องปฏิบัติงานให้ได้ตามที่ได้รับมอบหมายและต้องอยู่ในขอบเขตเวลา นอกจากนี้ยังอาจมีการใช้วันหยุดอย่างวันเสาร์-อาทิตย์เป็นวันทำงานหรือต้องเข้าบริษัททนายความด้วยเช่นกัน เรียกได้ว่าบางสัปดาห์ทนายความอาจไม่มีวันหยุดเลยก็ว่าได้ สำหรับอาชีพนี้เป็นอาชีพที่ต้องทุ่มเทและเสียสละเวลาส่วนตัวมากจริง ๆ

          อย่างที่กล่าวไปในข้างต้นนั้น หากใครที่สนใจในอาชีพทนายความก็อย่าลืมศึกษาคุณสมบัติข้างต้นของทนายความไว้ เพื่อเป็นการเริ่มต้นเตรียมตัวที่จะเป็นทนายความในอนาคต และที่สำคัญเกี่ยวกับอาชีพนี้ก็คือ นอกจากจะต้องมีความฝัน มีใจรักในอาชีพนี้แล้ว ต้องรู้ไว้เลยว่าอาชีพนี้เป็นอาชีพที่จะต้องมีความอดทน ความเสียสละและทุ่มเทอย่างมาก ดังนั้น หากสามารถทำได้ตามที่กล่าวไปนี้ก็จะสามารถเป็นทนายในบริษัททนายความได้อย่างประสบความสำเร็จแน่นอน

ทนายความที่ปรึกษา คืออะไร ? มีทนายความที่ปรึกษาแล้วดีอย่างไร ?

ทนายความที่ปรึกษา คืออะไร ? มีทนายความที่ปรึกษาแล้วดีอย่างไร ?

          ทนายความที่ปรึกษา หรือ ที่ปรึกษาทางด้านกฎหมาย ตามหลักแล้วนั้น ทนายความที่ปรึกษา คือ บุคคลผู้ที่ประกอบวิชาชีพทางด้านกฎหมาย อย่างที่หลายคนจะรู้จักกันเป็นอย่างดีก็คืออาชีพทนายความนั่นเอง แต่ในบางประเทศก็มักใช้คำเรียกอาชีพนี้ว่า ทนายแก้ต่าง ทั้งทนายความที่ปรึกษา หรือทนายความแก้ต่าง ต่างก็มีหน้าที่เหมือนกัน คือให้บริการทางด้านกฎหมาย โดยทนายความหรือทนายความที่ปรึกษา เป็นอาชีพที่ไม่ใช่ว่าใครก็จะเป็นกันได้ง่าย ๆ เนื่องจากต้องผ่านบททดสอบ ผ่านการปฏิบัติ และที่สำคัญต้องมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด นอกจากนี้ทนายความที่ปรึกษายังต้องมีใบอนุญาตในการประกอบวิชาชีพ เพื่อทำหน้าที่ในการให้คำปรึกษาทางด้านข้อกฎหมาย รวมไปถึงดำเนินขั้นตอนหรือกระบวนพิจารณาตามกฎหมายด้วย

มีทนายความที่ปรึกษาดีอย่างไร ?

มีทนายความที่ปรึกษาดีอย่างไร ?

          ปัจจุบันไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ประกอบอาชีพใด ต่างก็สามารถมีทนายความที่ปรึกษาได้โดยที่ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เนื่องจากในปัจจุบันในสังคมมีเรื่องราวต่าง ๆ เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาและรวดเร็วพอสมควร ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในยุคที่โลกหมุนเร็วในวันหนึ่ง ๆ คุณก็อาจเป็นผู้โชคร้ายที่ประสบเข้ากับปัญหาอย่างที่คาดไม่ถึงได้ ซึ่งแน่นอนว่ามันอาจเกิดขึ้นได้ในทุกวัน หากวันหนึ่งเกิดเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจ ประสบปัญหาถึงขั้นเป็นคดีความขึ้นมา แต่ความรู้ทากฎหมายก็มีไม่มากพอที่จะสามารถแก้ไขปัญหาได้ด้วยตนเองได้ เพราะเหตุนี้จึงต้องมีทนายความที่ปรึกษาเพื่อเป็นที่ปรึกษาในยามที่คุณเดือดร้อน ต้องการที่พึ่งพึงทางด้านกฎหมาย และแน่นอนว่าทนายความที่ปรึกษาที่พร้อมและยินดีจะเป็นที่ปรึกษาให้กับคุณในทุกเรื่องร้อนใจต้องที่ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

ทำไมถึงจ้างเรา #สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ เสียงจากผู้เสียงหายจริง

https://www.youtube.com/watch?v=SzZyLiK-Www

           คลิปวิดีโอข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเสียงจากลูกความหลังจากใช้บริการทนายความที่ปรึกษาในการดำเนินคดีความให้เท่านั้น ยังมีอีกหลายเรื่องราว หลายคดีความที่สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ให้บริการในการดำเนินคดีรวมไปถึงเป็นทนายความที่ปรึกษาให้กับคดีเล็ก คดีใหญ่อีกมากมาย ในหัวข้อเนื้อหาถัดไปเราจะมานำเสนอให้ทุกท่านได้ชมกันอย่างแน่นอน  เพราะทนายความที่ปรึกษาที่พร้อมจะรับฟังทุกปัญหาในเรื่องทุกข์ใจของคุณให้เราเป็นทนายความที่ปรึกษา เพื่อการแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้อง ถูกจุด และที่สำคัญถูกต้องตามขั้นตอนของหลักกฎหมาย ดำเนินคดีความอย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อให้คุณได้รับความเป็นธรรมอย่างถึงที่สุดต้องที่ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

ทีมทนายความที่พร้อมให้คำปรึกษาต้องที่ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

          สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ เรามีทีมทนายความที่ปรึกษาที่พร้อมรับฟังทุกปัญหาของผู้มาใช้บริการ เพราะสำนักงานของเรายึดมั่นในในการบริการทางด้านกฎหมาย  ด้วยประสบการณ์มากกว่า 10 ปี และเรามีทีมทนายความมากประสบการณ์ นำทีมโดยทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์  ศิริ ที่พร้อมและยินดีให้บริการคุณในทุกเรื่องเดือดร้อน ทุกเรื่องทุกข์ใจ ไม่ว่าคุณจะประสบปัญหาใด คดีความใด จะหนักหนาหรือสาหัสมากเพียงไหนให้ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ เป็นทนายความที่ปรึกษาให้กับคุณในการแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด วางแผนรูปคดีอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเทคนิคและวิธีการทางกฎหมายที่ได้สั่งสมมาไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนตามหลักขั้นตอนทางกฎหมายทุกประการ ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็สามารถมีทนายความที่ปรึกษาได้โดยที่ไม่ต้องรอให้มีคดีความหรือมีเรื่องราวถึงขั้นขึ้นโรงขึ้นศาลก่อน เพราะทนายความที่ปรึกษาจะให้ปรึกษา คำแนะนำ แนะแนวทางในทุกเรื่องไม่ว่าคุณจะกระทำสิ่งใด ไม่ว่าจะในเรื่องของธุรกิจ การทำงาน ครอบครัว รวมไปถึงเรื่องอื่น ๆ ที่คุณสนใจด้วย ดังนั้น การมีทนายความที่ปรึกษาถือเป็นเรื่องที่ดี อย่าคิดว่าคุณเป็นเพียงบุคคลธรรมดาทั่วไป ไม่ใช่นักธุรกิจหรือนักลงทุนใด ๆ  ไม่จำเป็นต้องมีทนายความที่ปรึกษาก็ได้ ก็จริงอยู่แต่เป็นในยุคสมัยก่อนที่สังคมจะเต็มไปด้วยปัญหา เต็มไปด้วยมิจฉาชีพเกลื่อนเมืองเหมือนอย่างทุกวันนี้ การมีทนายความที่ปรึกษาจะช่วยให้คุณอุ่นใจได้ตลอดเวลา เพราะคุณมีที่ปรึกษาทางด้านกฎหมายอยู่ใกล้ตัว อยากจะปรึกษา หรือสอบถามเรื่องใดก็ง่าย และสอบถามได้ตลอดเวลา อีกทั้งทนายความที่ปรึกษายังเป็นผู้ที่จะอยู่เคียงข้างคุณตั้งแต่วันที่คุณมีปัญหา จนถึงวันที่คุณผ่านพ้นช่วงปัญหาไปในที่สุด 

สำนักงานทนายความมืออาชีพ ต้องสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

สำนักงานทนายความมืออาชีพ ต้องสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

          สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์  สำนักงานทนายความมืออาชีพที่พร้อมให้บริการทางด้านกฎหมายแก่ผู้มาใช้บริการทุกท่าน  พร้อมทนายความมืออาชีพอย่างทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ และทีมทนายความหลายท่านผู้มีความเชี่ยวชาญทางด้านข้อกฎหมายต่าง ๆ หากใครที่ติดตามและรู้จักสำนักงานทนายความของเรา คงทราบกันเป็นอย่างดีว่าเราโดดเด่นทางด้านคดีประกันภัย แม้ว่าเราจะโดดเด่นในด้านกฎหมายและการประกันรถยนต์แล้ว เรายังรับทำคดีทั้งคดีแพ่ง คดีอาญา คดีผู้บริโภค คดีหมิ่นประมาท คดีมรดก คดีครอบครัว รวมไปถึงรับร่างสัญญา ทำบันทึกข้อตกลงต่าง ๆ บริการทนายความรับรองลายมือชื่อ อีกทั้งสำนักงานทนายความของเรายังมีบริการคัดถ่ายสำนวนของศาลในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลอีกด้วย ครบวงจรทุกเรื่องของกฎหมายต้องที่สำนักงานทนายความ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ เท่านั้น

ทำไมต้องสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ?

ทำไมต้องสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ?

          อย่างที่ได้กล่าวไปในข้างต้น สำนักงานทนายความของเราครบวงจรทุกเรื่องของกฎหมาย และมีทีมทนายความที่พร้อมเป็นที่ปรึกษาพร้อมให้บริการกับผู้ใช้บริการอย่างเต็มเปี่ยม ด้วยประสบการณ์ที่มีมาอย่างยาวนานกว่า 10 ปี มีประสบการณ์เกี่ยวกับคดีความมาทุกประเภท ด้วยการสั่งสมประสบการณ์ เทคนิค กลยุทธ์ วิธีการในการดำเนินคดีความจึงมีอย่างหลากหลาย เรียกได้ว่าสำนักงานทนายความของเรามีความพร้อมเป็นอย่างมากที่จะดำเนินคดีความหลากหลายรูปแบบ วันนี้จึงได้นำรีวิวและความรู้สึกของผู้เสียหายที่มีต่อ สำนักงานทนายความ  สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ หลังจากที่สำนักงานทนายความ ของเราดำเนินคดีความให้

รีวิวของผู้เสียหายหลังให้สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ดำเนินคดีให้

https://www.youtube.com/watch?v=eESj7qHLFRo

          เคสนี้เป็นเรื่องราวของสามีผู้เสียหายที่ภรรยาของเขาได้ถูกรถชนเป็นเหตุให้ต้องบาดเจ็บสาหัสถึงขั้นเลือดคั่งในสมอง กะโหลกยุบ ต้องผ่าตัดใส่กะโหลกเทียมหลายต่อหลายครั้ง นอกจากนี้ยังต้องพักรักษาตัวนานกว่า 5 เดือนด้วยกัน จากเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ทำให้ปัจจุบันผู้เสียหายได้มีอาการหลงลืม ไม่สามารถกลับมาจำได้เป็นปกติ อีกทั้งบริษัทประกันภัยจองเจ้าเล่ห์ยังไม่ใยดีต่อความเสียหาย อ้างว่าเอกสารไม่ครบบ้าง ให้ไปรักษาตัวให้หายดีก่อนบ้าง และบ่ายเบี่ยงไม่ยอมรับผิดชอบต่อผู้เสียหาย จนวันหนึ่งสามีของผู้เสียหายเดือดร้อนหนักจนต้องรีบหาทนายความเพื่อดำเนินคดี และโชคดีที่สามีผู้เสียหายได้ดู YouTube ของสำนักงานทนายความของเรา จึงมั่นใจว่าต้องให้สำนักงานทนายความของเราเป็นคนดำเนินคดีให้ สุดท้ายผู้เสียหายก็ได้รับความเป็นธรรมในที่สุด เมื่อบริษัทประกันภัยได้จ่ายค่าสินไหมทดแทนให้ทั้งภาคบังคับและภาคสมัครใจอย่างเป็นธรรมต่อความเสียหายความทุกข์ทรมานที่ผู้เสียหายได้รับ

          สำหรับเคสนี้เป็นอีกหนึ่งเคสที่สะเทือนใจเป็นอย่างมาก เมื่อเด็กหญิง 2 พี่น้องได้ประสบอุบัติเหตุต้องรักษาตัวนานกว่า 3 เดือน แต่ดันถูกบริษัทประกันภัยหัวแพทย์เสนอจ่ายน้อยกว่าความเจ็บปวดที่แท้จริงของเด็กหญิงทั้ง 2 จากเหตุการณ์นี้ทำเอาหัวใจของผู้เป็นแม่แทบแตกสลาย จึงได้ดำเนินการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนขึ้น หลังจากที่คุณแม่ของเด็กหญิงเดินหน้าเรียกร้องความเป็นธรรมให้ลูกทั้ง 2 กลับเจอ #ทะแนะ ผู้ให้ข้อมูลผิด ๆ ว่าเดี๋ยวค่อยมาเรียกร้องก็ได้ อีก 10 ปีก็เรียกร้องทัน สุดท้ายหลงเชื่อทำให้คดีความเกือบขาดอายุความ แต่คดีนี้ยังโชคดีที่คุณแม่ได้มาเจอสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ สำนักงานทนายความของทนายอาร์ม  จึงได้รู้ว่าตนนั้นถูกทะแนะหลอกเข้าให้แล้ว เพราะความจริงแล้วนั้นคดีความมีระยะเพียง 2 ปีเท่านั้น จากเคสนี้จึงทำให้ได้รู้ว่าเมื่อเกิดอุบัติเหตุควรรีบดำเนินการ ดำเนินคดีให้รวดเร็ว และไม่ควรหลงเชื่อทะแนะผู้ให้ข้อมูลผิด ๆ หลังเกิดอุบัติเหตุควรรีบมีทนายความโดยเร็วที่สุด เพื่อความเป็นธรรมของตัวคุณ สำนักงานทนายความของเรายินให้บริการ โดยทนายความไม่ใช่ทะแนะแน่นอน

          เป็นอีกหนึ่งเคยที่ผู้เสียหายยืนยันว่าต้องเลือกสำนักงานทนายความของเราเป็นผู้ดำเนินคดีความให้ โดยผู้เสียหายท่านนี้ประสบอุบัติเหตุทางจยย. ได้รับบาดเจ็บสาหัสต้องผ่าตัดใส่เหล็กเช่นเดียวกัน การใช้ชีวิตของผู้เสียหายจากปกติก็เปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป อีกทั้งในช่วงระหว่างการรักษาตัวก็ยังต้องดูแลตัวเองในทุกค่าใช้จ่ายที่มีขึ้น ไร้เยื่อใยจากบริษัทประกันภัยมารับผิดชอบ และเสนอจ่ายน้อยกว่าความเจ็บปวดของผู้เสียหาย ทางคุณพ่อของผู้เสียหายเห็นว่าไม่คุ้มค่าต่อการรักษาตัวในอนาคต เนื่องจากยังต้องพบแพทย์อย่างต่อเนื่อง จนผลสุดท้ายมาเจอสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ สำนักงานทนายความ ได้ดำเนินคดีความให้จนผลสุดท้ายผู้เสียหายก็ได้รับการเยียวยาที่เป็นธรรมในที่สุด

           สำนักงานทนายความ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ครบวงจรทุกปัญหาทุกความเดือดร้อนของผู้มาใช้บริการ เพราะเป็นผู้ให้บริการทางด้านกฎหมายที่ครอบคลุมทุกคดีความ ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่ทีมทนายความของเรามี จึงสามารถเชื่อมั่นและไว้ใจในฝีมือของเราได้ เราพร้อมและยินดีให้คำปรึกษาทุกข้อกฎหมายทุกเรื่องราว ไม่ว่าจะคดีรถชน คดีประกันภัย หรือคดีความอื่น ๆ เราพร้อมให้บริการ ต้องการปรึกษาทนายความ คลิก ติดต่อเรา

อุทาหรณ์ตัวแทนประกันชีวิต ขายประกันทิพย์จนต้องฟ้อง!!

อุทาหรณ์ตัวแทนประกันชีวิต ขายประกันทิพย์จนต้องฟ้อง!!

          สำหรับเรื่องตัวแทนประกันชีวิตที่เรียกได้ว่ามีกระแสหนาหูกันมากทีเดียวกับเรื่องฟ้องตัวแทนประกันชีวิตไม่ว่าจะในปัจจุบันหรือในอดีต วีรกรรมสุดแสบของเหล่าตัวแทนประกันชีวิตที่สร้างปัญหาและความเดือดร้อนให้ผู้บริโภคและบริษัทเองจนถึงขั้นฟ้องตัวแทนประกันชีวิตกันมานักต่อนักแล้ว วันนี้สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์มีตัวอย่างเรื่องราวสุดแสบของตัวแทนประกันชีวิตที่ได้สร้างความเดือดร้อนจนเสียหายกว่า 10 ล้าน มาฝากให้เป็นอุทาหรณ์กัน

ตัวแทนประกันชีวิต หลอกขายประกันทิพย์ไม่มีอยู่จริง

https://www.youtube.com/watch?v=WwC6057fm-M

          เป็นข่าวสด ๆ ร้อน ๆ ส่งท้ายปีเก่ารับปี 2567 สำหรับเรื่องราวเกี่ยวกับบริษัทประกันชีวิตและตัวแทนขายประกันชีวิตเลยก็ว่าได้ ฟ้องตัวแทนประกันชีวิตทำเอาสะเทือนวงการบริษัทประกันชีวิตเป็นอย่างมากเลยทีเดียว และนอกจากจะสะเทือนวงการบริษัทประกันชีวิตแล้ว ลูกค้าหรือผู้บริโภคก็สะเทือนใจเช่นเดียวกัน เนื่องจากต่างเกิดความกลัวและกังวลในตัวของตัวแทนขายประกันชีวิตและบริษัทเกิดขึ้น เมื่อมีข่าวดังออกมาเกี่ยวกับวีรกรรมสุดแสบของตัวแทนขายประกันที่ทำเอาเหล่าลูกค้าต้องรีบเช็คกับบริษัทหรือตัวแทนขายประกันอย่างเร่งด่วนเลยทีเดียว

       ฟ้องตัวแทนประกันชีวิตโดยเรื่องราวมีอยู่ว่าตัวแทนประกันชีวิตได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับได้ที่ จ.ปทุมธานี ซึ่งบุคคลนี้เป็นพนักงานบริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่ง โดยได้ร่วมกับผู้ต้องหาอีก 2 คน ปลอมแปลงเอกสารและยักยอกเงินของบริษัทไปกว่า 10 ล้านบาทด้วยกัน จากการสืบสวนพบว่าเมื่อเดือนกันยายนปี 2560 ถึง กรกฎาคม ปี 2561 หนึ่งในผู้ต้องหาที่เป็นตัวแทนขายประกันของบริษัทประกันแห่งหนึ่ง ร่วมกันคิดเสนอโครงการออมทรัพย์ประกันพิเศษกับลูกค้าของบริษัทจำนวนมาก โดยอ้างต่อลูกค้าว่าได้อัตราดอกเบี้ยร้อยละสี่ต่อปี ซึ่งเป็นจำนวนที่มากพอสมควรในการซื้อประกันชีวิต นอกจากนี้ยังบอกอีกว่าได้รับความคุ้มครองเมื่อเสียชีวิต 3 เท่าของเงินฝาก แต่โครงการนี้เป็นโครงการทิพย์ ไม่มีอยู่จริง จากนั้นหนึ่งในผู้ต้องหาที่เป็นตัวแทนขายประกันยังร่วมกันปลอมแปลงเอกสาร อาทิ สมุดรับฝากเงินที่ปรากฏตราสัญลักษณ์และลายมือชื่อของผู้บริหารของบริษัทประกันแห่งนี้ นำไปส่งมอบให้กับลูกค้าจำนวนมาก จนลูกค้าหลงเชื่อจึงได้จ่ายค่าทุนประกันนี้ให้กับผู้ต้องหาด้วยความเชื่อถือ โดยผู้ต้องหาได้เก็บเงินค่าทุนประกันไว้เอง ฟ้องตัวแทนประกันชีวิตและไม่ได้ส่งให้บริษัท ยังไม่พอนอกจากนี้ผู้ต้องหายังปลอมแปลงลายมือชื่อของลูกค้าในใบคำขอเอาประกันเรียกค่าสินไหมทดแทนจากการเสียชีวิตของลูกค้าจำนวนเกือบ 8 ล้านบาท แต่กลับจ่ายเงินให้ลูกค้าเป็นผู้เอาเงินทุนประกันเพียง 3 ล้านบาทเท่านั้น จากนั้นกลุ่มผู้ต้องหาหลังจากได้เงินจากลูกค้ามาได้เอาเงินมาแบ่งกัน จากเหตุการณ์นี้ได้ทำให้บริษัทประกันชีวิตได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก จึงได้รีบรุดไปแจ้งความในเวลาต่อมา จากการตรวจสอบผู้ต้องหามีด้วยกัน 3 ราย โดยรายที่ 1 และ 2 ได้เดินทางไปต่างประเทศตั้งแต่ปลายปี 2562 แล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ประสานไปยังตำรวจสากลออกหมายแดงให้ช่วยติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดถูกดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอม และร่วมกันฉ้อโกง สุดท้ายไม่รอดโดนจับได้ในที่สุด

       จึงอยากเตือนเป็นอุทาหรณ์ไว้สำหรับใครที่คิดจะทำประกันชีวิต ต้องเลือกตัวแทนประกันดี ๆ บริษัทที่เชื่อถือได้ และที่สำคัญคือต้องตรวจสอบอย่างละเอียดว่าโครงการประกันชีวิตแบบนี้มีในเว็บไซต์กลางหรือไม่ หากไม่ตรวจสอบให้ดีก็อาจถูกหลอกเหมือนอย่างลูกค้าของบริษัทนี้ได้

       สำหรับเรื่องราวนี้ก็นับว่าร้ายแรงต่อผู้บริโภคและบริษัทประกันชีวิตต้นสังกัดมากทีเดียว ฟ้องตัวแทนประกันชีวิต คงเป็นคำตอบที่ดีที่สุดหากเจอเหตุการณ์แบบนี้ หัวข้อถัดไปเราได้นำข้อมูลที่คุณต้องรู้ให้ทันตัวแทนประกันชีวิตมาฝากด้วย

รู้ทัน…ประเภทตัวแทนประกันชีวิตที่ไม่ประสงค์ดีต่อคุณ

รู้ทัน...ประเภทตัวแทนประกันชีวิตที่ไม่ประสงค์ดีต่อคุณ

ตัวแทนประเภทบิดเบือนผลตอบแทน

       โดยตัวแทนประเภทนี้มักจะอาศัยความไว้เนื้อเชื่อใจจากลูกค้าและจากการที่ลูกค้าอาจไม่ได้ตรวจสอบรายละเอียดข้อมูลให้ดีก่อน จะโน้มน้าวโดยมุ่งไปที่การบอกลูกค้าถึงผลตอบแทนจากการทำประกันชีวิตที่สูงเกินความเป็นจริง ฟ้องตัวแทนประกันชีวิต ซึ่งในความเป็นจริงนั้นเป็นไปไม่ได้เลยที่จะได้ผลตอบแทนที่สูง เนื่องจากผลตอบแทนของประกันแบบสะสมทรัพย์จะต้องเชื่องโยมกับผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งไม่มีทางเกิน 3% อย่างแน่นอน

ตัวแทนประเภทตั้งใจมาหลอก

       ฟ้องตัวแทนประกันชีวิตตัวแทนประเภทนี้ไม่ต่างอะไรกับมิจฉาชีพ เพราะมักจะหลอกลวงผู้ที่รู้จักกันเป็นอย่างดี โดยตัวแทนประกันรูปแบบนี้มักจะเคยเป็นอดีตตัวแทนขายประกันมาก่อน จะมานำเสนอประกันที่มีผลตอบแทนที่สูงมากเช่นเดียวกัน และใช้ความไว้เนื้อเชื่อใจหลอกล่อด้วยกลอุบายต่าง ๆ ให้โอนเงินเข้าบัญชีของตัวเอง หลังจากนั้นก็แน่นอนว่าตัวแทนประกันหรือมิจฉาชีพก็จะหายไปโดยปริยาย และเมื่อหลังจากที่รู้ตัวว่าถูกหลอกบริษัทต้นสังกัดก็ไม่รับผิดชอบใด ๆ แล้ว แน่นอนว่าแบบประกันที่ตัวแทนขายมานั้นก็ไม่มีอยู่จริง เป็นประกันทิพย์เช่นเดียวกับข่าวที่เราได้นำมาเป็นอุทาหรณ์

          และตัวแทนประกันประเภทนี้ เป็นประเภทที่ผู้เสียหายฟ้องตัวแทนประกันชีวิตมากที่สุด เนื่องจากหลอกให้สูญเงินจำนวนมาก และตัวแทนประเภทนี้ทำให้วงการบริษัทประกันชีวิตได้สั่นสะเทือน เนื่องจากหลังผู้เสียหายฟ้องตัวแทนประกันชีวิต ความน่าเชื่อถือ ความไว้ใจที่ผู้เสียหายมีต่อบริษัทประกันชีวิตก็เริ่มลดน้อยลงไปด้วยเช่นเดียวกัน

          ยังมีวีรกรรมสุดแสบของตัวแทนประกันชีวิตอีกหลายเหตุการณ์ที่ทำให้ทั้งบริษัทเองหรือผู้เสียหายเองได้เคยฟ้องตัวแทนประกันชีวิตกันเป็นจำนวนมากมาแล้ว หากไม่อยากตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพในรูปแบบของตัวแทนขายประกันก็ต้องตรวจสอบรายละเอียดอย่างรอบครอบและถี่ถ้วน และถ้าหากใครตกเป็นเหยื่อของตัวแทนประกันชีวิตถูกหลอกอย่ารอช้ารีบปรึกษาทนายเพื่อฟ้องตัวแทนประกันชีวิต เพื่อเอาเงินที่สูญไปคืนมา คลิก>>ติดต่อเรา

ค่าเสียหายเชิงลงโทษคืออะไร ?

ค่าเสียหายเชิงลงโทษคืออะไร ?

           วันนี้สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์มีความรู้ดี ๆ มาให้ทุกท่านได้อ่านเพิ่มพูนความรู้กันเกี่ยวกับเรื่อง ค่าเสียหายเชิงลงโทษ ซึ่งหลายท่านอาจมีความสงสัยเกี่ยวกับค่าเสียหายเชิงลงโทษว่าคืออะไรกัน บางท่านเคยได้ยินก็ไม่รู้ว่าคืออะไร หรือบางท่านอาจยังมีความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ วันนี้เราจึงได้รวบรวมและสรุปเกี่ยวกับข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับ ค่าเสียหายเชิงลงโทษ มาฝากทุกท่านกัน

           ค่าเสียหายเชิงลงโทษ หรือที่เรียกว่า ค่าเสียหายเพื่อเป็นเยี่ยงอย่าง คือ ค่าเสียหายที่ถูกกำหนดขึ้นเพิ่มเติมจากค่าเสียหายที่แท้จริงที่ผู้ถูกกระทำละเมิดได้รับ โดยค่าเสียหายเชิงลงโทษนี้มีจุดมุ่งหมายก็เพื่อลงโทษผู้กระทำละเมิดให้เกิดความเข็ดหลาบไม่กระทำละเมิดอีก อีกทั้งยังเป็นการป้องกันไม่ให้ผู้อื่นกล้าที่จะกระทำละเมิดในลักษณะเช่นเดียวกันในอนาคตอีกด้วย ค่าเสียหายเชิงลงโทษนี้ จึงมีขึ้นมาเพื่อคุ้มครองสิทธิและป้องปรามการกระทำละเมิดไม่ให้เกิดขึ้นอีกในภายภาคหน้า และค่าเสียหายเชิงลงโทษ จะมีการกำหนดค่าเสียหายเชิงลงโทษ โดยจะมุ่งพิจารณาถึงความชั่วร้ายของพฤติกรรมที่ผู้ทำละเมิดได้ทำลงไปมากกว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง

รู้หรือไม่ ? ค่าเสียหายเชิงลงโทษมีใช้ในหลายประเทศ

รู้หรือไม่ ? ค่าเสียหายเชิงลงโทษมีใช้ในหลายประเทศ

           ค่าเสียหายเชิงลงโทษนี้ได้ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในต่างประเทศ ล้วนเป็นประเทศที่ใช้ระบบกฎหมายจารีตประเพณี ค่าเสียหายเชิงลงโทษ ได้มีการบัญญัติไว้ในกฎหมายเป็นที่แรกโดยประเทศอังกฤษ จนต่อมาค่าเสียหายเชิงลงโทษนี้ก็ได้รับการยอมรับและได้ถูกใช้ในประเทศที่มีการใช้ระบบประมวลกฎหมายนั่นเอง

หลักค่าเสียหายเชิงลงโทษในประเทศไทย

           ในประเทศไทยได้มีการนำเอาหลักค่าเสียหายเชิงลงโทษมาใช้ โดยในช่วงแรกที่ได้นำค่าเสียหายเชิงลงโทษนี้เข้ามานั้นยังไม่เป็นที่ยอมรับเท่าที่ควร เนื่องจากประเทศไทยนั้นมีการใช้ระบบประมวลกฎหมาย ที่ยอมรับหลักการที่ว่า ผู้กระทำละเมิดต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายไม่เกินจำนวนความเสียหายที่แท้จริง ตามที่ผู้ถูกกระทำละเมิดได้รับความเสียหายเท่านั้น แม้ว่าตามกฎหมายไทยจะมองว่าการลงโทษผู้กระทำละเมิดเช่นนี้จะเป็นการสร้างความยุติธรรมให้แก่ผู้ถูกกระทำละเมิดได้ แต่ก็มีในบางกรณีที่มีพฤติการณ์ของการกระทำละเมิดมีความร้ายแรง หรือในบุคคลบางคนบางกรณีที่ผู้กระทำละเมิดจงใจที่จะกระทำละเมิดอย่างไม่มีความเกรงกลัวในกฎหมายไทย อีกทั้งยังไม่ใยดีต่อความเสียหายที่ผู้ถูกกระทำละเมิดได้รับ นอกจากนี้ในผู้กระทำละเมิดบางคนยังไม่หลาบจำต่อความเสียหายที่ตนเองกระทำ เนื่องจากค่าเสียหายที่ตนต้องรับผิดต่อผู้ถูกกระทำนั้นเสียน้อยกว่าประโยชน์ที่ตนเองได้รับ ด้วยเหตุนี้ประเทศไทยจึงได้มีการนำหลักค่าเสียหายเชิงลงโทษมาปรับใช้กับระบบกฎหมายไทย เนื่องจากเล็งเห็นถึงความสำคัญและสิทธิของผู้ที่ถูกกระทำละเมิดและหรือประชาชน และหลักค่าเสียหายเชิงลงโทษนี้ยังได้มีการนำมาปรับใช้และได้มีการนำมาบัญญัติไว้ในกฎหมายไทยหลายฉบับด้วยกัน อาทิ พระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ.2545 , พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 , พระราชบัญญัติความผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 , พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 , พระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 และพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 เป็นต้น

ลักษณะสำคัญของค่าเสียหายเชิงลงโทษ  

           ค่าเสียหายเชิงลงโทษ มีลักษณะสำคัญด้วยกัน 4 ประการ ดังนี้

  1. ค่าเสียหายเชิงลงโทษ คือ ค่าเสียหายที่กำหนดขึ้นเพื่อเป็นบทลงโทษแก่ผู้กระทำละเมิด เป็นการป้องกันไม่ให้ผู้กระทำละเมิดกล้าที่จะกระทำละเมิดซ้ำอีก อีกทั้งยังเป็นการป้องกันไม่ให้ผู้อื่นกล้ากระทำการละเมิดกับบุคคลอื่นเช่นเดียวกันในอนาคตอีกด้วย
  2. ค่าเสียหายเชิงลงโทษ สำหรับผู้ถูกกระทำละเมิดแล้วนั้น ผู้ถูกกระทำละเมิดไม่ต้องพิสูจน์ในส่วนจำนวนความเสียหาย เนื่องจากเป็นดุลพินิจของศาลที่กำหนดให้แล้วตามความเหมาะสม โดยศาลได้คำนึงถึงความร้ายแรงของการที่ผู้ถูกกระทำละเมิดถูกละเมิดแล้ว อีกทั้งยังได้มีการคำนึงถึงฐานะทางเศรษฐกิจของผู้กระทำเมิดด้วย
  3. ค่าเสียหายเชิงลงโทษ ความเสียหายที่ผู้ถูกกระทำละเมิดได้รับจากผู้กระทำละเมิดนั้น เป็นค่าเสียหายที่กำหนดเพิ่มเติมนอกเหนือจากค่าเสียหายที่แท้จริง โดยค่าเสียหายเชิงลงโทษนี้ศาลอาจกำหนดเพีนงอย่างเดียวก็ได้แม้ว่าจะไม่ปรากฏค่าเสียหายที่แท้จริง
  4. ค่าเสียหายเชิงลงโทษ นี้ ศาลจะมีการกำหนดให้ในเฉพาะกรณีที่มีพฤติการณ์การกระทำละเมิดร้ายแรงรุนแรง ลักษณะการกระทำเช่นเดียวกับคดีอาญา เช่น การทำร้ายร่างกาย การข่มขู่ การใช้กลฉ้อฉล ฯลฯ ซึ่งมุ่งหวังให้เกิดการกระทบกระเทือนจิตใจแก่ผู้ถูกกระทำละเมิด รวมไปถึงการทำให้อับอาย การถูกดูหมิ่นด้วยเช่นกัน

ข้อดีของค่าเสียหายเชิงลงโทษ

การนำหลักค่าเสียหายเชิงลงโทษมาปรับใช้กับระบบกฎหมายไทยนั้นมีข้อดี คือ การดำเนินคดีทางแพ่งมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เนื่องจากค่าเสียหายเชิงลงโทษได้ทำให้ผู้กระทำละเมิดได้รับบทลงโทษที่รุนแรงขึ้น ผู้กระทำละเมิดมีความเกรงใจกลัวในกฎหมายไทยมากขึ้น และการที่มีบทลงโทษคือค่าเสียหายเชิงลงโทษนี้ก็ได้ทำให้ผู้อื่นไม่กล้าที่จะกระทำละเมิดต่อผู้อื่นในอนาคตเนื่องด้วยเกรงกลัวต่อบทลงโทษนี้ นอกจากนี้การที่ประเทศไทยมีหลักค่าเสียหายเชิงลงโทษยังเป็นการทำให้การทำงานของภาครัฐอย่างเช่นนโยบายของรัฐมีสภาพบังคับ ทำให้สร้างความยุติธรรมเป็นธรรมให้แก่ประชาชนผู้ถูกละเมิดได้

ข้อเสียของค่าเสียหายเชิงลงโทษ

           สำหรับการที่ประเทศไทยได้นำเอาหลักของค่าเสียหายเชิงลงโทษมาปรับใช้ในกฎหมายไทยซึ่งก็ล้วนสร้างข้อดีและมีประโยชน์ต่อกฎหมายไทยเป็นอย่างมาก แต่ก็ยังมีบางจุดที่หลักค่าเสียหายเชิงลงโทษยังมีข้อเสียอยู่ คือ การนำเอาหลักค่าเสียหายเชิงลงโทษมาปรับใช้อาจก่อให้เกิดความซ้ำซ้อนในการลงโทษผู้กระทำละเมิดได้ในกรณีที่การละเมิดนั้นมีการเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาด้วย อีกทั้งยังอาจเป็นช่องทางทำให้ผู้ถูกกระทำละเมิดรวมไปถึงทนายความอาจมีการแสวงหาผลประโยชน์จากคดีโดยทุจริตก็เป็นได้ รวมไปถึงการก่อให้เกิดผลเสียทางเศรษฐกิจได้ด้วยเช่นกันในกรณีที่ผู้กระทำละเมิดเป็นประเภทนิติบุคคล อย่างไรก็ตามการนำหลักค่าเสียหายเชิงลงโทษมาปรับใช้กับระบบกฎหมายไทยนั้น จำเป็นต้องมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน เหมาะสมกับพฤติการณ์การกระทำที่รุนแรง รวมไปถึงความเสียหายที่ได้เกิดขึ้นต่อผู้ถูกกระทำละเมิดด้วย เพื่อให้หลักของค่าเสียหายเชิงลงโทษเกิดประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลในทางปฏิบัติอย่างมากที่สุดต่อระบบกฎหมายไทย

           อ่านมาถึงตรงนี้สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ของเราก็มุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้ที่เข้ามาติดตามและเสพความรู้จากเว็บไซต์ของเราจะได้รับประโยชน์มากขึ้นและหวังว่าบทความของเราจะเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับเรื่องของ ค่าเสียหายเชิงลงโทษ มากขึ้นในอีกระดับแก่ผู้ที่ได้เข้ามาอ่านบทความนี้ เพราะความรู้ไม่มีที่สิ้นสุด เรียนรู้ไว้ก็ไม่เสียหายอะไรอีกทั้งยังเป็นการเพิ่มพูนความรู้อีกด้วย ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายก็เช่นเดียวกัน เพราะ “รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม” หากท่านใดต้องการปรึกษาเกี่ยวกับข้อกฎหมายใดสามารถติดต่อสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

Line @ คลิก! โทรหาเรา คลิก!