“นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง” ต่อรองขอจ่าย 50% แบบนี้ก็ได้เหรอ ? แบบนี้ต้องหาทนายดำเนินคดี

นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง" ต่อรองขอจ่าย 50%

          หากใครที่ติดตามสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์คงทราบกันดีอยู่แล้วถึงกลวิธีจอมเจ้าเล่ห์หัวแพทย์ของบริษัทประกันภัย ที่ดูเหมือนว่าจะพร้อมมาเอาเปรียบผู้บริโภคอย่างผู้เอาประกันภัยตั้งแต่แรก จนต้องเดือดร้อนหาทนาย เพราะข้ออ้างในการปฏิเสธความรับผิดชอบของบริษัทประกันภัยนั้น เป็นเหตุให้ผู้เสียหายรีบโร่หาทนายในการดำเนินคดี เพราะทนพฤติกรรมการถูกบริษัทฯ เอาเปรียบไม่ไหว จึงต้องนำเรื่องหาทนายเรียกร้องความเป็นธรรมกับสิ่งที่ต้องเผชิญ และวันนี้ก็เช่นเคยแอดมินได้นำเรื่องราวหนึ่งของผู้เสียหายท่านหนึ่งเดือดร้อนจนต้องรีบหาทนายเพื่อปรึกษาดำเนินคดีความ โดยเป็นเรื่องที่ผู้เสียหายถูกบริษัทประกันภัยจอมเจ้าเล่ห์ใช้กลยุทธ์เด็ดอย่าง “นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง” อ้างว่า “เมาแล้วขับ”มาปฏิเสธการรับผิดชอบชดใช้ค่าสินไหมทดแทนต่อผู้เสียหาย เป็นเหตุให้เรื่องราวนี้จึงได้ถึงมือสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

ผู้เสียหายงง ? ทนายงง ? ทุกคนงง ? บริษัทประกันภัยยังไม่เลิกงัดมุก “นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง” มาเอาเปรียบ

ผู้เสียหายงง ทนายงง ทุกคนงง บริษัทประกันภัยยังไม่เลิกงัดมุก

          เคสนี้ผู้เสียหายเห็นท่าไม่ดีจึงได้รีบหาทนาย…สำหรับเคสนี้เรียกได้ว่าทำเอาผู้เสียหายงง ? ทนายงง ? ทุกคนงง ? งงตาแตกกันเลยทีเดียว เมื่อผู้เสียหายเกิดอุบัติเหตุทำให้รถยนต์ได้รับความเสียหายหนัก แต่เมื่อได้เป่าวัดปริมาณแอลกอฮอล์ก็พบว่าเป่าวัดแอลกอฮอล์ได้เพียง 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์เท่านั้น ซึ่งตามหลักของแพทยสภาฯ หากผู้เสียหายเป่าวัดได้ 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ บริษัทประกันภัยจะต้องรับผิดต่อผู้เสียหายทันที และไม่สามารถเอาหลักเกณฑ์การนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลังมาใช้ในการปฏิเสธได้ แต่บริษัทประกันก็ยังไม่ยอมรับความจริง จึงงัดมุก #เมาแล้วขับ #นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง บอกว่าผู้เสียหายมีปริมาณแอลกอฮอล์เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ มาปฏิเสธไม่รับผิดชอบใด ๆ ต่อผู้เสียหาย เพราะเหตุนี้เมื่อผู้เสียหายเห็นท่าไม่ดีจึงโร่หาทนายในการดำเนินคดีทันที เนื่องจากกลัวจะถูกบริษัทประกันภัยหัวแพทย์เอาเปรียบเหมือนอย่างเคสอื่น ๆ

นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลังมาปฏิเสธไม่พอ ชั้นคปภ.ขอต่อรองรับผิดเพียง 50% แบบนี้ก็ได้ด้วยเหรอ ?

          หลังจากที่ผู้เสียหายได้ติดต่อหาทนายให้ดำเนินคดี เรื่องราวสุดช็อกเกี่ยวกับบริษัทประกันภัยสุดแสบก็ตามมา หลังจากที่สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ได้ดำเนินคดีให้ผู้เสียหาย ต่อมาก็ได้มีการเจรจาในชั้นคปภ. แต่เรื่องราวไม่คาดคิดก็ได้เกิดขึ้น เมื่อบริษัทประกันภัยบอกจะรับผิดให้ผู้เสียหายเพียง 50% ของค่าเสียหายทั้งหมด ??? เจอแบบนี้ก็ถึงกับเหวอกันเลยทีเดียว เป็นเหตุให้อดคิดไม่ได้ว่าแบบนี้ก็ได้ด้วยเหรอ ทั้งที่ตามหลักข้อเท็จจริงจากเงื่อนไขของกรรมธรรม์ฯ มีเพียง 2 ทาง ดังนี้

  1. บริษัทฯ ไม่จ่ายเลย
  2. บริษัทฯ จะต้องจ่ายเต็มจำนวนตามความเสียหายที่แท้จริง

          ดังนั้น การที่บริษัทฯ มาบอกแบบนี้นั่นหมายความว่า บริษัทฯ ต้องรู้อยู่แล้วแต่แรกว่าบริษัทฯ มีหน้าที่ต้องรับผิดต่อผู้เสียหาย แต่กลับยกเอาเรื่องที่อ้างว่าผู้เสียหายมีปริมาณแอลกอฮอล์เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์มาต่อรองเพื่อเสนอจ่ายแค่ 50% ซึ่งในตามเงื่อนไขกรมธรรม์ฯ ไม่มีข้อใดกำหนดว่า เป่าแอลกอฮอล์ได้เท่าไหร่ จะต้องจ่ายกี่เปอร์เซ็นต์ เพราะในความเป็นจริงหากผู้เสียหายเมาแล้วขับอย่างที่บริษัทฯ ว่าจริง ๆ บริษัทฯ ก็ไม่ต้องจ่ายแม้แต่บาทเดียว แต่การที่บริษัทประกันภัยทำแบบนี้สามารถอนุมานได้ว่าตั้งใจเอาเปรียบประชาชนอย่างผู้บริโภคได้หรือไม่ ???

          การที่บริษัทประกันภัยทำแบบนี้ต่อผู้บริโภคที่ไว้เนื้อเชื่อใจทำประกันภัยด้วย เรียกได้ว่าเป็นการตอบแทนผู้บริโภคที่ใจแคบเป็นอย่างมาก เพราะกว่าผู้บริโภคจะตัดสินใจทำประกันภัยกับบริษัทใดบริษัทหนึ่ง ก็ต้องใช้ทั้งความคิดและความเชื่อใจเป็นอย่างมากว่าบริษัทประกันภัยที่เลือกทำประกันด้วย จะช่วยเหลือเมื่อยามลำบากและมีปัญหา แต่สุดท้ายเมื่อเกิดปัญหาก็พบว่า ได้ถูกบริษัทประกันภัยตอบแทนอย่างที่คาดไม่ถึง แล้วแบบนี้ผู้เสียหายจะเชื่อใจไว้ใจบริษัทใดในการทำประกันภัยรถยนต์ด้วยได้ หาทนายหลังเกิดปัญหาคือคำตอบที่ถูกต้องที่สุด

          สำหรับผู้เสียหายท่านใดหากเจอบริษัทประกันภัยทำพฤติกรรมแบบนี้ ควรหาทนายไว้ดำเนินคดีตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุดีที่สุด เพราะเมื่อใดที่คุณได้ตกอยู่ในสถานะของการเป็นผู้เสียหาย คุณก็ไม่ควรที่จะต้องถูกบริษัทประกันภัยทำพฤติกรรมหัวหมอใส่มาเอาเปรียบ มีหลายเคสที่ถูกบริษัทประกันภัยใช้กลยุทธ์แบบนี้มาเอาเปรียบจนแทบไม่เหลืออะไร ดังนั้น อย่ายอมให้บริษัทประกันภัยเห็นว่าคุณไม่มีความรู้จึงคิดจะเอาเปรียบ หากเกิดอุบัติเหตุหาทนายไว้ปรึกษาดีที่สุด และสำนักงานกฎหมายที่พร้อมให้บริการด้านกฎหมายและการประกันภัยรถยนต์ที่พร้อมจะดูแลและให้คำปรึกษาอย่างตรงไปตรงมาต้องที่สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์โดยทนายอาร์มเท่านั้น ติดต่อหาทนายคลิก >>ติดต่อเรา<<

เมาแล้วขับ “แอลกอฮอล์เกิน” ต้องติดคุกนาน 73 วัน ซ้ำ ! บริษัทประกันภัยไม่เป็นมิตร ลืมประกันตัวลูกค้า

เมาแล้วขับ “แอลกอฮอล์เกิน” ต้องติดคุกนาน 73 วัน ซ้ำ ! บริษัทประกันภัยไม่เป็นมิตร ลืมประกันตัวลูกค้า

          แอลกอฮอล์เกินกว่ากฎหมายกำหนดเป็นเหตุสังเกตได้กับพฤติกรรมสุดแสบของบริษัทประกันภัยจอมเจ้าเล่ห์ วันนี้สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ก็มีเรื่องราวมานำเสนอให้เป็นอุทาหรณ์กันอีกแล้ว เราเชื่อเป็นอย่างมากว่าเหตุการณ์สุดแสบของบริษัทประกันภัยรายหนึ่งที่เรากำลังจะนำเสนอในวันนี้เรียกได้ว่าเป็นเรื่องที่ราวที่จะสามารถเป็นกรณีตัวอย่างให้ทุกคนได้เป็นอย่างดีว่า “บริษัทประกันภัยแบบนี้ก็มีด้วยเหรอ” จากเหตุการณ์นี้ทำเอารู้กันหมดว่าความจริงแล้วการทำงานของบริษัทประกันภัยรายหนึ่งนั้นมีการปฏิบัติอย่างไรต่อลูกค้าที่ไว้เนื้อเชื่อใจและไว้ใจทำประกันภัยด้วย เมื่อเจอบริษัทประกันภัยทำแบบนี้ผู้เสียหายถึงกับคิดหนักว่าต้องเปลี่ยนบริษัทประกันภัยอย่างแน่นอน

แอลกอฮอล์เกินเป็นเหตุ รู้หมดว่าบริษัทประกันภัยความจริงแล้วเป็นอย่างไร

แอลกอฮอล์เกินเป็นเหตุ รู้หมดว่าบริษัทประกันภัยความจริงแล้วเป็นอย่างไร

          โดยเรื่องราวต่อไปนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับบริษัทประกันภัยชื่อดังบริษัทหนึ่งที่วันนี้เราขอมาเล่าสู่กันฟัง เมื่อผู้เสียหายนาย A ซึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยไว้กับบริษัทประกันภัยไม่เป็นมิตรรายนี้ ได้เมาแล้วขับมีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ภายหลังจึงได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาตามกฎหมาย และต่อมานาย A ก็ได้มีการถูกฝากขังที่ศาล เนื่องจากจะต้องถูกดำเนินคดีข้อหาเมาแล้วขับแอลกอฮอล์เกินนั่นเอง

          หลายท่านคงสงสัยกันแล้วว่า จากเหตุการณ์นี้ที่นาย A แอลกอฮอล์เกินได้ถูกฝากขังก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว เพราะนาย A ก็เมาแล้วขับมีความผิดจริง แต่ แต่ แต่ วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยให้ทุกท่านทราบกัน ก่อนอื่นเราต้องมีความรู้ในเรื่องของ “หน้าที่” ของบริษัทประกันภัยก่อน เนื่องจากบริษัทไม่เป็นมิตรรายนี้ก็มีหน้าที่ต้องปฏิบัติต่อลูกค้า ซึ่งหน้าที่ของบริษัทฯ มีระบุชัดเจนอยู่ในเงื่อนไขเลยว่า บริษัทฯ จะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ค่าทนายความในการต่อสู้คดี รวมถึงค่าประกันตัวนาย A เพื่อออกมาต่อสู้คดีด้วย ซึ่งบริษัทฯ ไม่เป็นมิตรรายนี้ก็ได้ทำวีรกรรมสุดแสบ ลืม!!! ประกันตัวนาย A ซึ่งเป็นลูกค้า แอลกอฮอล์เกินทำให้นาย A ต้อง “ติดคุก” ขาดอิสรภาพนานถึง 73 วันด้วยกัน ซึ่งการลืมคน ๆ หนึ่งที่ต้องอยู่ในคุกทำให้เขาต้องสูญเสียอิสรภาพไป 2 เดือนกว่า ยิ่งทำให้อดคิดไม่ได้ว่านี่หรือคือการตอบแทนลูกค้าของบริษัทประกันภัย หากมองในมุมคนธรรมดาทั่วไปที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมองในมุมของผู้เอาประกันภัยเหมือนกัน แอลกอฮอล์เกินดูแล้วนับว่าเป็นการตอบแทนที่เลือดเย็นจริง ๆ เพราะการที่คน ๆ หนึ่งต้องมาติดคุก โดยตั้งตารอว่าเมื่อไรบริษัทประกันภัยจะทำหน้าที่ของตน คือ มาประกันตัวออกไปสู้คดี แต่ดันถูกบริษัทประกันภัยลืมที่จะมาประกันตัวไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามนาย A ก็ต้องติดอยู่ในคุกอยู่ดี

ลืมลูกค้าในคุกนาน 2 เดือนกว่า พอถูกดำเนินคดีรีบอ้างเหตุติดโควิด-19

          เมื่อทำกันถึงขนาดนี้นาย A แอลกอฮอล์เกินจึงได้ตัดสินใจให้สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ดำเนินคดีกับบริษัทประกันภัยไม่เป็นมิตรรายนี้ทันที ภายหลังจากที่เราได้ดำเนินคดีฟ้องไป ทางบริษัทฯ ก็รีบอ้างมาทันทีว่า ระหว่างนาย A เกิดเหตุเป็นช่วงโควิด-19 ทางบริษัทฯ ได้มีการ work from home ทำให้เจ้าหน้าที่ประสานงานกันลำบาก ส่งผลให้ทางบริษัทฯ ไม่สามารถติดต่อขอประกันตัวนาย A ได้ และหากจะต้องไปประกันตัวก็ต้องตรวจโควิด-19 ซึ่งมีขั้นตอนเยอะและดำเนินการลำบาก ฯลฯ เมื่อฟังแล้วก็ดูตลกดีที่บริษัทฯ มีข้ออ้างเยอะจนลืมคำว่า “หน้าที่” ของบริษัทประกันภัยในฐานะผู้ประกอบธุรกิจประกันภัยไปแล้ว ยังไม่พอหนำซ้ำบริษัทประกันภัยไม่เป็นมิตรรายนี้ยังทำแสบได้อีก ยังมีการมากล่าวโทษนาย A ว่า ไม่ได้แจ้งเหตุที่เกิดขึ้นให้บริษัทฯ ทราบ อีกทั้งยังโทษว่านาย A ไม่ได้แจ้งว่าถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ ซึ่งข้อเท็จจริงตามความคุ้มครองหลักถึงแม้ว่าลูกค้าจะผิดอะไรก็ตาม บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องประกันตัวลูกค้าอยู่ดี ไม่ใช่มีข้ออ้างและโทษลูกค้าแบบนี้ แอลกอฮอล์เกิน

เลือกประกันภัยรถยนต์ดี ๆ เลือกซื้อกับ โปรเด็ดประกันภัย

เลือกประกันภัยรถยนต์ดี ๆ เลือกซื้อกับ โปรเด็ดประกันภัย

          สำหรับเรื่องราวแอลกอฮอล์เกินวีรกรรมสุดแสบของบริษัทประกันภัยที่ได้กระทำต่อนาย A  นอกจากประเด็นที่ผู้มีรถทุกท่านจะต้องทำประกันภัยรถยนต์แล้ว ประเด็นในเรื่องการเลือกทำประกันภัยรถยนต์กับบริษัทประกันภัยดี ๆ ก็มีส่วนที่จะช่วยเหลือผู้เอาประกันในยามลำบากหรือยามเกิดปัญหาได้ เพราะอุบัติเหตุเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แอลกอฮอล์เกินอย่าชะล่าใจแม้ว่าขับรถเก่งมากแค่ไหน และการเลือกบริษัทประกันภัยที่ดีก็เป็นสิ่งสำคัญ ให้โปรเด็ดประกันภัยช่วยเลือกบริษัทฯ ดี ๆ กับโปรโมชั่นโดน ๆ ได้ที่ เพจโปรเด็ดประกันภัย

อัปเดตโทษกฎหมายแอลกอฮอล์เกิน 50 Mg.% “เมาแล้วขับ” ปี 2024

อัปเดตโทษกฎหมายแอลกอฮอล์เกิน 50 Mg.% “เมาแล้วขับ” ปี 2024

          “เมาแล้วขับ” พฤติกรรมการขับขี่ยานพาหนะขณะเมาสุราหรือแอลกอฮอล์ ไม่ว่าคุณจะขับขี่ไปแล้วเกิดอุบัติเหตุหรือไม่ก็ตาม ก็ถือว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม อีกทั้งยังสร้างความเดือดร้อนให้ทั้งตัวผู้ขับขี่เองและเพื่อนร่วมท้องถนนด้วย นอกเหนือจากนี้หากการที่ผู้ขับขี่มีปริมาณแอลกอฮอล์เกิน 50 Mg.% ขณะขับขี่แล้วดันขับรถไปเกิดอุบัติเหตุ แม้ว่าจะมีคู่กรณีกรณีหรือไม่ก็ตาม ต้องบอกเลยว่าผู้ขับขี่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลยที่จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย วันนี้สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ จึงได้มาอัปเดตโทษกฎหมายใหม่ที่ว่าหากแอลกอฮอล์เกิน 50 Mg.% “เมาแล้วขับ” ในปี 2024 มาฝากทุกท่านกัน เพื่อป้องกันไม่ให้พฤติกรรมการเมาแล้วขับเป็นเรื่องปกติของทุกคน และเพื่อเป็นการระมัดระวังให้กับสายดื่มสายปาร์ตี้ดึกทุกท่านกันด้วย

สายดื่ม สายปาร์ตี้ต้องรู้ บทลงโทษของคน “เมาแล้วขับ” ปี 2024 มีอะไรบ้าง

สายดื่ม สายปาร์ตี้ต้องรู้ บทลงโทษของคน “เมาแล้วขับ” ปี 2024 มีอะไรบ้าง

          ไม่ว่าคุณจะเป็นนักดื่ม หรือนักปาร์ตี้ในเวลากลางคืนหรือไม่ และไม่ว่าคุณจะต้องขับขี่ยานพาหนะหรือไม่นั้น สำหรับเรื่องนี้แล้วเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องรู้ เพื่อที่จะได้ไม่เผลอดื่มหนักแล้วขับขี่ยานพาหนะไปสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่นและหรือตัวคุณเอง วันนี้จึงได้พาทุกท่านมาเช็กกฎหมายใหม่ของปี 2024 ในเรื่องของการเมาแล้วขับ แอลกอฮอล์เกิน 50 Mg.% ขณะขับขี่กัน สายดื่ม สายเมา จำเป็นต้องรู้อย่างยิ่ง มีดังนี้

          ผู้ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์เกิน 50 Mg.% การเมาและขับขี่ยานพาหนะตามกฎหมายแล้วมีโทษ คือ ต้องจำคุกไม่เกิน 1 ปี และมีโทษปรับตั้งแต่ 5,000 – 20,000 km และหรือทั้งจำทั้งปรับนั่นเอง

          ผู้ที่เมาแล้วขับแอลกอฮอล์เกิน 50 Mg.% นอกจากจะต้องได้รับโทษข้างต้นแล้ว ยังต้องถูกพักใช้ใบขับขี่หรือใบอนุญาตขับขี่รถระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 6 เดือน

           และสำหรับผู้ที่เมาแล้วขับมีปริมาณแอลกอฮอล์เกิน 20 Mg.% และเป็นผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และหรือเป็นผู้ที่ยังมีใบขับขี่แบบชั่วคราว หรือแบบ 2 ปี หากมีปริมาณแอลกอฮอล์เกิน 20 Mg.% อย่างที่กล่าวไป ให้ถือว่าผู้นั้น “เมาแล้วขับ” ทันที

          นอกจากนี้ยังมีในกรณีที่ว่าผู้ขับขี่ “เมาแล้วขับ” มีปริมาณแอลกอฮอล์เกิน 50 Mg.% และหรือมีปริมาณแอลกอฮอล์เกิน 20 Mg.% หากผู้นั้นปฏิเสธการเป่าวัดแอลกอฮอล์จากเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ จะต้องรับโทษทั้ง “จำคุก” ไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 10,000 – 20,000 บาท อีกทั้งยังต้องถูกระงับใช้ใบขับขี่ในระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 6 เดือนเช่นเดียวกัน นอกเหนือจากนี้แล้วหากผู้ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์เกินศาลยังสามารถสั่งพักใบขับขี่ และหรือสั่งยกเลิกเพิกถอนใบขับขี่ และหรือสามารถยึดรถไว้ในระยะเวลาไม่เกิน 7 วัน ได้อีกด้วย

“เมาแล้วขับ” ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน มีโทษอะไรบ้าง

“เมาแล้วขับ” ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน มีโทษอะไรบ้าง

          มาถึงในกรณีที่ว่าหากผู้ขับขี่ยานพาหนะขณะมึนเมาสุราหรือแอลกอฮอล์ หากเป่าวัดแอลกอฮอล์เกิน 50 Mg.% และหรือผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ หากเป่าวัดปริมาณแอลกอฮอล์เกิน 20 Mg.% อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าก็ถือว่าเมาแล้วขับ และหากผู้นั้นขับขี่ยานพาหนะขณะเมาสุราหรือของมึนเมาอย่างอื่น แล้วเกิอุบัติเหตุสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่นในกรณีต่าง ๆ จะได้รับโทษดังนี้

เมาแล้วขับทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ

          สำหรับผู้ที่ดื่มหนักมีปริมาณแอลกอฮอล์เกินตามที่กฎหมายกำหนด และขับขี่ยานพาหนะเกิดอุบัติเหตุส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ผู้นั้นจะมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-5 ปี อีกทั้งยังต้องถูกปรับตั้งแต่ 20,000 – 100,000 บาท  นอกจากนี้ยังจะต้องถูกสั่งพักใช้ใบขับขี่ไม่ต่ำกว่า 60 เดือน และหรือถูกสั่งเพิกถอนใบขับขี่ด้วย

เมาแล้วขับทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส

          อ่านมาถึงตรงนี้หลายท่านอาจมองว่าโทษในข้อแรกที่ว่าเมาแล้วขับทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บว่าเป็นโทษที่หนักแล้ว สำหรับข้อนี้ผู้ใดที่เมาแล้วขับสร้างความเดือดร้อนโดยให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ “สาหัส” จะต้องได้รับโทษ คือ จำคุกตั้งแต่ 2-6 ปี ปรับตึ้งแต่ 40,000 – 120,000 บาท อีกทั้งยังต้องถูกระงับใช้ใบขับขี่ไม่ต่ำกว่า 2 ปีเลยทีเดียว

เมาแล้วขับทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

          ผู้ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์เกินตามที่กฎหมายกำหนด แล้วขับขี่ยานพาหนะไปทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายหรือเสียชีวิต จะต้องได้รับโทษจำคุกตั้งแต่ 3-10 ปี และต้องถูกโทษปรับตั้งแต่ 60,000 – 200,000 บาท นอกจากนี้ยังต้องถูกระงับใช้ใบขับขี่ทันทีอีกด้วย

          เป็นอย่างไรกันบ้างกับข้อมูลที่เรานำมาให้ทุกท่านได้อ่านวันนี้ หวังว่าจะสร้างประโยชน์ให้กับทั้งสายดื่ม สายปาร์ตี้ และหรือบุคคลทั่วไปได้ดี เพื่อให้ทุกท่านไม่เผลอไปทำพฤติกรรมเมาแล้วขับจนทำให้ผู้อื่นและตัวเองต้องเดือดร้อน อีกทั้งอย่าชะล่าใจในเรื่องของปริมาณแอลกอฮอล์ เพราะถ้าเมื่อไรที่เป่าวัดแล้วมีปริมาณแอลกอฮอล์เกิน 50 Mg.% แม้ว่าจะไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใครก็ตาม ก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอยู่ดี

          แต่ถ้าใครขับขี่ยานพาหนะแล้วดันไปเกิดอุบัติเหตุ แล้วถูกบริษัทประกันภัยนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลังบอกว่าคุณมีปริมาณแอลกอฮอล์เกิน เพื่อมาปฏิเสธการรับผิดชอบชดใช้ค่าสินไหมทดแทน หากไม่อยากเสียรู้และตกเป็นเหยื่อของบริษัทประกันภัย หลังเกิดอุบัติเหตุไม่ว่าคุณจะถูกหรือผิดรีบติดต่อทนายด่วน

ขอขอบคุณข้อมูล : กรมขนส่งทางบก

คำถามยอดฮิต “เมาแล้วขับ” ประกันจ่ายไหม ?

คำถามยอดฮิต “เมาแล้วขับ” ประกันจ่ายไหม ?

          คำถามที่ว่า “เมาแล้วขับประกันจ่ายไหม” น่าจะเป็นคำถามยอดฮิตที่หลายคนให้ความสนใจและสงสัยกันอย่างมากเลยทีเดียว เพราะใครก็กลัวที่จะถูกข้อหาเมาแล้วขับอย่างแน่นอน ยิ่งสำหรับนักดื่ม สายเที่ยว สายปาร์ตี้แล้วล้วนต้องรู้ทันกฎหมายสำหรับเรื่อง เมาแล้วขับ เป็นอย่างมาก เพื่อในอนาคตจะได้ไม่เผลอไปโดนข้อหาเมาแล้วขับบนท้องถนน และวันนี้สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์จะมาพูดถึงเรื่อง เมาแล้วขับประกันจ่ายไหม มาฝากทุกท่านให้หายข้องใจกัน  

เมาแล้วขับควรทำอย่างไรดี ?

          สำหรับใครที่วันใดวันหนึ่งเกิดดื่มหนักมา แล้วมีเหตุให้ต้องขับรถ และแล้ววันนั้นดันเจอด่านเป่าแอลกอฮอล์ แน่นอนว่านาทีนั้นคงทำอะไรไม่ได้อย่างแน่นอน หรือหากใครคิดจะหนีด่านตรวจล่ะก็ เราขอแนะนำเลยว่าไม่ควรหนีด่านตรวจดีที่สุด เพราะสุดท้ายแล้วคุณก็จะถูกจับให้เป่าแอลกอฮอล์อยู่ดี หรือร้ายแรงไปกว่านั้นเจ้าหน้าที่อาจมีข้อสงสัยในตัวคุณมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

          วันนี้เราก็มีคำแนะนำมาฝากทุกท่านกันเกี่ยวกับ เมาแล้วขับประกันจ่ายไหม อาจเป็นวิธีที่ไม่ได้สามารถให้คุณรอดพ้นการเมาแล้วขับได้ 100% แต่รับรองได้เลยว่าเป็นผลดีกับตัวคุณอย่างแน่นอน เผื่อวันไหนได้เผลอดื่มหนักแล้วต้องขับรถไปเจอด่านตรวจขึ้นมา เราขอแนะนำดังนี้

  • ทำการเป่าแอลกอฮอล์ไปเลย

          เมื่อคุณรู้ตัวเองดีว่าตัวคุณเมาแน่นอนและต้องเป่าแอลกอฮอล์ ณ นาทีนั้นแล้ว แนะนำว่าให้คุณทำการเป่าแอลกอฮอล์ไปเลยหรือยอมรับสารภาพไปเลย เพราะการที่คุณยอมรับหรือสารภาพไปนั้นจะเป็นผลดีในทางคดีอาญา จะสามารถช่วยคุณในเรื่องของการลดโทษได้นั่นเอง เนื่องจากตามกฎหมายแล้วนั้นถือว่าคุณขับรถขณะเมาสุรา จะถูกโทษจำคุกและปรับอย่างที่ทราบกันดี

  • ไม่ควรประวิงเวลา เพื่อให้ปริมาณแอลกอฮอล์ลดลง

          การที่คุณหัวหมอประวิงเวลา ไม่ยอมเป่าเพื่อให้ปริมาณแอลกอฮอล์ลดลง ส่วนนี้ก็จริงอยู่ที่ปริมาณแอลกอฮอล์จะลดลง แต่ผลเสียที่ตามในทางนำสืบนั้นอาจส่งผลให้คุณโดนทั้งคดีแพ่งและอาญาก็เป็นได้ ชัดเจนแน่นอนว่าให้ผลเสียมากกว่าให้ประโยชน์ เมาแล้วขับประกันจ่ายไหม

ต้องเมาขนาดไหนถึงเรียก “เมาแล้วขับ”

ต้องเมาขนาดไหนถึงเรียก “เมาแล้วขับ”

          เมาแล้วขับประกันจ่ายไหม ก่อนอื่นคุณต้องซื่อสัตย์กับตัวเองก่อนเลย และต้องรู้ว่าคุณดื่มอะไรไปมากน้อยแค่ไหน เนื่องจากตัวเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แต่ละยี่ห้อมีระบุปริมาณในตัวอยู่แล้ว ซึ่งแน่นอนว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์ไม่เกินที่กฎหมายกำหนด แต่ต้องคำนึงด้วยว่าคุณดื่มไปมากน้อยแค่ไหน เพราะนั่นจะเป็นคำตอบให้คุณได้ว่าแอลกอฮอล์เกินหรือน้อยกว่ากฎหมายกำหนดหรือไม่นั่นเอง

          ตามกฎหมาย พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ.2522 แล้วนั้นได้ระบุไว้ว่า หากมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ถือว่าเมาสุรา และยกเว้นใน 4 กรณีดังต่อไปนี้ว่า หากมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ก็ถือว่าเมาสุราเช่นเดียวกัน ได้แก่

1.ผู้ขับขี่ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี

2.ผู้ขับขี่ที่มีใบอนุญาตขับขี่แบบ 2 ปี หรือที่เรียกว่าใบขับขี่ชั่วคราว

3.ผู้ที่มีใบขับขี่ประเภทอื่น ซึ่งไม่สามารถใช้แทนกันได้

4.ผู้ขับขี่ที่ถูกพักใช้งานใบขับขี่ หรือผู้ที่ถูกยกเลิกใช้งานใบขับขี่

          อย่างไรก็ตาม เมาแล้วขับประกันจ่ายไหม แม้ว่ากฎหมายจะระบุไว้อย่างชัดเจนแล้วว่า ผู้ขับขี่ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ถือว่าเมาสุรา แต่ในความเป็นจริงเมื่อใดที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปไม่ว่าจะมากหรือน้อยก็ไม่ควรขับขี่ยานพาหนะใด ๆ เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุ และเพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมด้วยเป็นเรื่องดีที่สุด เมาแล้วขับประกันจ่ายไหม

“เมาแล้วขับ” ประกันจ่ายไหม?

“เมาแล้วขับ” ประกันจ่ายไหม?

          มาถึงคำถามยอดฮิตสำหรับสายดื่ม สายปาร์ตี้ “เมาแล้วขับประกันจ่ายไหม” เมื่อดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปอย่างหนัก แล้วมีเหตุให้ต้องขับรถจนไปเกิดอุบัติเหตุเข้า เมื่อได้มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นคราวนี้ก็ว้าวุ่นกันเลยทีเดียว เรียกได้ว่าทำเอาสร่างกันเลยก็ว่าได้ เมื่อดันไป เมาแล้วขับ แล้วทีนี้ประกันจะจ่ายไหมนะ ? เมาแล้วขับประกันจ่ายไหม วันนี้เรามีคำตอบมากฝากกัน

เมาแล้วขับแล้วเกิดอุบัติเหตุ ประกันจ่ายหรือไม่ ?

          สำหรับคำถามยอดฮิตนี้เกี่ยวกับเรื่องเมาแล้วขับประกันจ่ายไหมที่หลายคนอยากรู้  โดยคำตอบของคำถามนี้จะแบ่งเป็น 2 กรณีด้วยกัน ดังนี้

1.กรณีรถมีประกันภัยภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ.

          เมาแล้วขับประกันจ่ายไหม หากผู้เอาประกันภัยมีปริมาณแอลกอฮอล์เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ หรือเมาแล้วขับไปประสบอุบัติเหตุ ประกันภาคบังคับจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ แต่ค่าเสียหายไม่ว่าจะเป็นค่าซ่อม หรือค่าอื่น ๆ ผู้เอาประกันจะต้องเป็นผู้รับปิดชอบเองทั้งหมด เนื่องจากเมาแล้วขับประกันจะไม่รับผิดชอบในส่วนนี้นั่นเอง

2.กรณีรถมีประกันภัยภาคสมัครใจ

          หากมีปริมาณแอลกอฮอล์เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์แล้วนั้นไม่ว่าประกันชั้นไหน ๆ ก็ไม่จ่ายและไม่รับผิดชอบ แต่หากมีคู่กรณีมีประกันภาคสมัครใจจะรับผิดชอบต่อคู่กรณีเท่านั้น และผู้เอาประกันก็จะต้องจ่ายเงินส่วนนี้คืนให้แก่ประกันในภายหลังเช่นกัน เมาแล้วขับประกันจ่ายไหม

          ดังนั้น คำตอบของคำถามที่ว่า เมาแล้วขับประกันจ่ายไหม ก็ชัดเจนแล้วว่าหากเมาแล้วขับประกันจะไม่รับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น นอกจากค่ารักษาพยาบาลในส่วนของพ.ร.บ.เท่านั้น จึงไม่ต้องเป็นกังวลอีกต่อไปเกี่ยวกับคำถามที่ว่า เมาแล้วขับประกันจ่ายไหม เพราะวันนี้เราได้รวบรวมคำตอบสำหรับหลายปัญหาที่ทุกคนอยากรู้มาให้แล้ว

รู้ทันประกันภัยหัวแพทย์ นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง

          อย่างที่ได้รวบรวมคำตอบของหลายปัญหาที่หลายคนอยากรู้มาให้อ่านกันแล้ว และหวังว่าทุกคนที่อ่านจะได้รับความรู้ไม่มากก็น้อยจากบทความนี้ของเรา แต่ ๆ แต่ ก็ยังมีประกันภัยหัวแพทย์ที่มักจ้องจะเอาเปรียบผู้เอาประกันโดยการนับปริมาณแอลกอฮอล์ย้อนหลัง เพื่อมาปฏิเสธไม่จ่าย ไม่รับผิดชอบใด ๆ ต่อผู้เอาประกัน  ใครเจอแบบนี้ก็มีหงายเงิบกันไปตาม ๆ กันว่าเมาแล้วขับประกันจ่ายไหม แบบนี้ก็มีด้วยหรือ ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดเมื่อเมาแล้วขับ ไม่ว่าคุณจะเมาจริงหรือไม่ก็ตาม หากเกิดอุบัติเหตุแล้วถูกนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง ควรมีทนายไว้เป็นอันดับแรกเลยดีที่สุด อย่ารอให้ถูกบริษัทประกันภัยเอาเปรียบ และไม่ต้องเป็นกังวลในเรื่อง เมาแล้วขับประกันจ่ายไหม อีกต่อไป หากเกิดอุบัติเหตุรีบปรึกษาทนายด่วน และทนายที่จะสามารถช่วยคุณได้ก็ต้องเป็นทนายผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายและการประกันภัยรถยนต์เท่านั้น ปรึกษาทนายคลิกเลยติดต่อเรา

ประกันภัยปฏิเสธไม่จ่าย อ้างผลแอลกอฮอล์ย้อนหลังหากเจอแบบนี้ปรึกษาทนายด่วน

ประกันภัยปฏิเสธไม่จ่าย อ้างผลแอลกอฮอล์ย้อนหลังหากเจอแบบนี้ปรึกษาทนายด่วน

          หลายเคสที่เข้ามาปรึกษาทนาย ส่วนใหญ่เป็นผู้เสียหายที่ได้รับผลมาจากการกระทำของบริษัทประกันภัยทั้งนั้น โดยเรื่องที่ผู้เสียหายมักจะเข้ามาปรึกษาทนาย เห็นทีว่าจะไม่พ้นเรื่องที่ถูกบริษัทประกันภัยใช้เล่ห์เหลี่ยมเอาเปรียบผู้เสียหาย หรือประชาชน จนทำให้ผู้เสียหายหลายท่านรู้สึกว่าถูกเอาเปรียบ ทำให้เสียความรู้สึก และที่มากไปกว่านั้นคือเสียเวลาที่จะดำเนินหน้าที่การงาน  เพราะทุกครั้งที่เกิดอุบัติเหตุขึ้นกับในหลายคน ไม่มีผู้เสียหายคนไหนที่ได้รับความรับผิดชอบจากบริษัทประกันภัยอย่างง่ายดายเลย หรือแม้แต่บางคนกลับไม่ได้รับความเป็นธรรม และได้รับความเดือดร้อนมากกว่าเดิมอีก จนทำให้เกิดคำถามว่า “นี่หรือบริษัทประกันภัยที่เราเลือกทำประกันภัยด้วย” ถึงขั้นทนไม่ไหวต้องนำเรื่องมาปรึกษาทนายกับสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ซึ่งเราก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะให้คำปรึกษา และช่วยเหลือผู้ที่ถูกเอาเปรียบตกทุกข์ได้ยากอย่างผู้เสียหายที่ถูกบริษัทประกันภัยเอาเปรียบควรปรึกษาทนาย

กรณีตัวอย่าง ผู้เสียหายถูกประกันภัยเอาเปรียบ ปัดจ่าย ปัดรับผิดชอบทุกอย่าง

          กรณีต่อไปนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงของลูกความของสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ที่ดำเนินคดีความโดยทนายอาร์ม ได้เข้ามาปรึกษาทนายอย่างเดือดเนื้อร้อนใจ เนื่องด้วยถูกบริษัทประกันภัยจงใจเอาเปรียบ และไม่ใยดีต่อความเดือดร้อนของผู้เสียหายแม้แต่น้อย

          เคสนี้ผู้เสียหายรีบปรึกษาทนาย ชื่อคดีคุณประสิทธิ์  อินทร์วงค์ ทางสำนักงานฯ ต้องขอขอบพระคุณที่คุณประสิทธิ์ฯ ยินดีที่จะให้สำนักงานฯ เผยแพร่ข้อมูลเพื่อเป็นกรณีตัวอย่างให้กับผู้เสียหายคนอื่น ๆ ที่ถูกบริษัทประกันภัยเอาเปรียบ รวมไปถึงผู้ติดตามคนอื่น ๆ เพื่อที่จะได้ทราบรายละเอียดไว้รู้เท่าทันประกันภัย โดยเรื่องราวของผู้เสียหายก่อนนำเรื่องมาปรึกษาทนาย มีอยู่ว่า ผู้เสียหายได้ทำประกันภัยไว้กับบริษัทแห่งหนึ่ง และวันหนึ่งผู้เสียหายได้เกิดอุบัติเหตุขับรถเฉี่ยวชนกับเสาไฟจราจร และเหล็กประตูร้านค้าได้รับความเสียหาย ซึ่งต่อมาบริษัทได้ปฏิเสธที่จะชดใช้ค่าเสียหายให้กับผู้เสียหาย  โดยเจ้าหน้าที่ประกันภัยอ้างกับผู้เสียหายว่า ผู้เสียหายมีผลแอลกอฮอล์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ทั้งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดของผู้เสียหายแล้วว่ามีเพียง 38 Mg.% เท่านั้น แต่เมื่อผู้เสียหายเกิดอุบัติเหตุ และได้รับความเสียหาย และถูกประกันภัยปฏิเสธไม่ชดใช้ค่าเสียหาย ทำให้ผู้เสียหายได้รับความเดือดร้อน รถเสียหาย และไม่มีรถใช้ในการดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพ หากใครเจอแบบนี้ต้องปรึกษาทนายด่วน

เป่าได้เพียง 38 Mg.% ไม่เกินกฎหมายกำหนดยังถูกปฏิเสธจ่าย

          ก่อนดำเนินเรื่องปรึกษาทนาย คุณประสิทธิ์ฯ ผู้เสียหายได้เป่าวัดแอลกอฮอล์ และค่าที่ได้เพียง 38 Mg.% เท่านั้น แต่เจ้าหน้าที่ประกันภัยเลือกปฏิเสธที่จะไม่จ่ายค่าเสียหาย โดยปฏิเสธด้วยเหตุผลที่ว่า ผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

          โดยในเอกสารได้แจ้งว่า “ซึ่งในวันผู้เสียหายขับรถยนต์เกิดเหตุนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือกด้วยวิธีเป่าตรง และมีรายงานผลการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ อัลโคลมิเตอร์ รุ่น AXV XL วันที่ 2-5-2565 เวลา 03.46 น. ลำดับเครื่องตรวจวันที่ 1345 หมายเลขเครื่องวัด 11221 ค่าที่วัดได้มีจำนวน 38 Mg.% ระยะเวลาผ่านไปจากขณะเกิดเหตุจริง จำนวน 286 นาที อันตราค่าเฉลี่ยลดลง 0.25 Mg.%ต่อนาที (ตามสถาบันการแพทย์) คิดเป็นจำนวน 71.50 Mg.% เมื่อนำผลรวมกันกับผลเป่าตรงที่มีเอกสารแสดงไว้แล้วทำให้ทราบข้อเท็จจริงว่า ในขณะที่ผู้เสียหายขับรถยนต์ เกิดเหตุเวลา 23.00 น. ท่านมีปริมาณแอลกอฮอล์เป็นจำนวน 109.50 Mg.%”

นำเรื่องเข้าปรึกษาทนายหลังรู้ตัวว่าถูกประกันภัยเอาเปรียบ

           หลังจากผู้เสียหายทราบว่ากำลังถูกประกันภัยเอาเปรียบจึงไม่รอช้ารีบปรึกษาทนายทันทีก่อนที่อะไรจะสายไป สุดท้ายหลังเกิดเป็นคดีความหลังปรึกษาทนายที่ทางสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ดำเนินคดีให้ ผลปรากฏว่า ศาลตัดสินให้บริษัทประกันจ่ายค่าเสียหาย พร้อมดอกเบี้ย 200,000 กว่าบาทให้กับผู้เสียหายท่านนี้  หากในวันนั้นผู้เสียหายไม่ได้ปรึกษาทนายและให้ทนายอาร์มดำเนินคดีให้คงไม่รู้เลยว่าตนเองจะเป็นอย่างไรต่อไปในอนาคต เพราะเป็นเพียงแค่ชาวบ้านธรรมดาหาเช้ากินค่ำเท่านั้น คงไม่รู้วิธีการดำเนินเรื่องเพื่อทวงความยุติธรรมให้ตนเอง อีกทั้งผู้เสียหายท่านนี้ยังมองว่าประกันภัยเอาเปรียบประชาชนแบบตน ทำให้ต้องมาปรึกษาทนายต่อสู้คดีเอง

รู้ทันประกันภัย ไม่เสียหาย อย่ากลัวที่จะปรึกษาทนาย

ทนายอาร์มขอแนะ เมื่อเกิดอุบัติเหตุรีบปรึกษาทนายดีที่สุด

  • เมื่อเกิดอุบัติเหตุควรปรึกษาทนาย เพื่อไม่ถูกประกันภัยเอาเปรียบ

 

  • ไม่ควรเซ็นเอกสารอะไรให้ประกันภัยไปแล้วค่อยมาปรึกษาทนาย เนื่องจากมาเมื่อมาแก้ไขอะไรในภายหลังจะเป็นเรื่องยาก เพราะดันเซ็นให้ประกันไปแล้ว

 

  • ปรึกษาทนายมีแต่ประโยชน์ เพราะทนายไม่ได้เอาเปรียบบริษัทประกันภัย มีแต่ประกันภัยที่จ้องจะเอาเปรียบชาวบ้าน

 

  • เมื่อเกิดเหตุอย่าเสียรู้เขียนตามคำประกันบอก ถ้าการเขียนข้อความไปแล้วเป็นไปตามความข้อเท็จจริงก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าถูกประกันภัยหลอกให้เขียนตามว่า มีการดื่มแอลกอฮอล์ ฯลฯ หลังจากนั้นไม่นานคุณจะถูกบริษัทปฏิเสธการจ่ายทันที ทางที่ดีควรปรึกษาทนาย

          จากที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้นนั้น ก็เพื่อเป็นวิทยาทานให้กับทุกท่านเพื่อไม่ตกเป็นเหยื่อเสียรู้ให้กับบริษัทประกันภัย ทางที่ดีเมื่อเกดอุบัติเหตุไม่ว่าจะเล็ก หรือใหญ่ควรปรึกษาทนายไว้ก่อนดีที่สุด เพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าสิ่งที่ประกันภัยแจ้งมานั้นควรเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน และดีที่สุดควรปรึกษาทนายกับสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ที่ดำเนินโดยทนายอาร์ม ทนายความมากความสามารถผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและการประกันภัยรถยนต์อันดับหนึ่ง

คดีเมาแล้วขับ เป่าแอลกอฮอล์ เกินหรือไม่เกินประกันภัยก็ไม่จ่าย ได้หรอ ?

คดีเมาแล้วขับ เป่าแอลกอฮอล์ เกินหรือไม่เกินประกันภัยก็ไม่จ่าย ได้หรอ ?

นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง กลยุทธ์เด็ดที่ผู้เสียหายปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเป็นเทคนิคกลยุทธ์ที่แยบยลมากทีเดียวในการที่บริษัทประกันภัยคิดที่จะมาเอาเปรียบผู้เสียหาย ราวกับว่าเป็นกลยุทธ์ที่คิดขึ้นมาแต่แรก เพื่อที่ตั้งใจจงใจมาเอาเปรียบผู้บริโภคในยามเดือดร้อนแต่แรก เจอประกันภัย นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง กับผู้เสียหายทุกคนที่เกิดอุบัติเหตุแบบนี้ ผู้เสียหายถึงกับไปไม่เป็นหลายเคสเลยทีเดียว

https://www.youtube.com/watch?v=MhWTZ2MW66U

คลิปนี้ทนายอาร์มและทนายนัท จะมาพูดถึงการคิดคำนวณ #ผลแอลกอฮอล์ ของบริษัทประกันภัย ที่บริษัทมักใช้คู่มือตีความมาเป็นหลักเกณฑ์ในการนับผลแอลกอฮอล์ย้อนกลับไปขณะเกิดเหตุว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์เกินหรือไม่ ความเจ้าเล่ห์ของบริษัทประกันภัย เกี่ยวกับคดีเมาแล้วขับในเรื่อง นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง มาพูดให้ฟังเป็นเกล็ดความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อที่จะไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ และรู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมของบริษัประกันภัย หรือผู้เสียหายท่านใดที่เจอเมาแล้วขับถูกประกันนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง เป็นคดีเมาแล้วขับ ยิ่งต้องดูคลิปนี้เลย ถือว่าเป็นเกล็ดความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ จากทนายอาร์ม และทนายนัท มาฝากให้ทุกท่านได้รู้เท่าทันกลยุทธ์ของบริษัทประกันภัยกัน

คดีเมาแล้วขับ ประกันไม่จ่าย

แม้ว่าทนายอาร์มจะเป็นทนายความที่เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและการประกันภัยรถยนต์ และทำคดีเกี่ยวกับคดีเมาแล้วขับมาเป็นจำนวนมากอยู่บ่อยครั้ง  แต่ทนายอาร์มก็ไม่สนับนุนให้คนดื่มเหล้าหรือดื่มแอลกอฮอล์ จนนำไปสู่การเมาแล้วขับ แต่ก็เป็นธรรมดาตราบใดที่สุราของมึนเมาหรือแอลกอฮอล์ยังมีจำหน่ายอยู่ ประกอบกับกฎหมายก็ไม่ได้มีการห้ามเด็ดขาด ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่อาจมีคนเผลอดื่มแอลกอฮอล์แล้วไปขับรถได้  ที่นี้เมื่อมีคนเลือกที่จะทำอย่างนั้นแล้ว ก็จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีความรู้เกี่ยวกับกฎหมายในเรื่องเมาแล้วขับไว้บ้าง อีกทั้งแต่ละมุกและเทคนิคของบริษัทประกันภัยจอมเจ้าเล่ห์อีกที่พร้อมจะเอาเปรียบคุณได้อยู่ตลอดเวลาที่เกิดอุบัติเหตุ  จึงทำให้เกิดความสงสัยมากมายว่าเพราะเหตุใดหน่วยงานของรัฐถึงปล่อยให้มาถึงจุดนี้ได้

          จากในคลิปได้ยกตัวอย่างคดีเมาแล้วขับ ผู้เสียหายถูกบริษัทนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลังและได้รับหนังสือปฏิเสธจากบริษัทประกันภัย โดยผู้ขับขี่ตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์หลังเกิดเหตุได้ 53 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เท่ากับเกินตามสัญญาประกันภัย บริษัทจึงไม่จ่ายก็ถือว่าถูกต้องตามหลักการ แต่ในอีกคดีหนึ่งผู้ขับขี่ตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์หลังเกิดเหตุเหมือนกัน แต่ผลปริมาณแอลกอฮอล์ไม่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด แต่บริษัทประกันก็ไม่จ่ายเช่นเดียวกัน สรุปว่าตรวจวัดหลังเกิดเหตุแล้วไม่ว่าจะมีปริมาณแอลกอฮอล์เกินประกันก็ไม่จ่าย และต่อให้ไม่เกินก็ไม่จ่ายอีก ถือว่ากลยุทธ์นี้เป็นความเจ้าเล่ห์ของบริษัทประกันภัยก็ไม่ผิดใช่หรือไม่

คดีเมาแล้วขับ นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง

สำหรับคดีเมาแล้วขับถูกนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลังและก็เรียกได้ว่ามีผู้เสียหายหลายท่านเลยทีเดียวที่กำลังประสบปัญหากับความเจ้าเล่ห์ของบริษัทประกันนี้อยู่ ทนายอาร์มขอชี้แจงและอธิบายเลยว่าอย่าหลงกลบริษัทประกันภัยเด็ดขาด เพราะในสัญญาประกันภัยไม่มีเขียนหรือระบุแม้แต่ข้อความเดียวเลยว่า ขณะเกิดเหตุหรืออะไรก็แล้วแต่ที่บริษัทปฏิเสธมา ทนายอาร์มจึงขอสมมติเป็นคดี A และคดี B โดยคดี A วัดปริมาณแอลกอฮอล์ได้ 53 Mg.% และคดี B วัดปริมาณแอลกอฮอล์ได้เพียง 49 Mg.% โดยทั้ง 2 คดีนี้ประกันภัยไม่จ่ายเรียกได้ว่าทั้งเกินก็ไม่จ่าย ไม่เกินก็ไม่จ่าย ระยะเวลาที่นับย้อนหลังแพทยสภาก็ให้ตั้งฐานไว้ที่ 20 Mg.% จากกรณีนี้ทนายอาร์มยังเล่าต่อว่า มีทนายบางสำนักงานไปสู้คดี แต่ไม่รู้ว่าควรสู้แบบไหนอย่างไร เอาคำพิพากษามาให้ทนายอาร์มช่วยเหลือว่า ทำอย่างไรถึงจะชนะคดี ทนายอาร์มจึงตอบไปว่า อยู่ที่ความเข้าใจในเรื่องทางการแพทย์ด้วย แต่ชาวบ้านคนธรรมดาทั่วไปที่ซื้อรถ ซื้อประกันภัย ทำไมต้องมาเดือดร้อนเพราะเหตุผลถูกบริษัทประกันภัยเจ้าเล่ห์ อย่างนี้คปภ.ต้องตอบให้ได้ว่าสรุปแล้วเกินก็ไม่จ่าย ไม่เกินก็ไม่จ่าย แต่คปภ.ดันออกกฎว่า ให้นับย้อนหลัง 15 Mg.% ทุก ๆ  1 ชม. โดยกฎนี้ใช้บังคับได้หรือไม่ ทนายอาร์มยืนยันว่าจากประสบการณ์ของทนายอาร์มที่ทำคดีมา จากคำพิพากษาศาลจะบอกในทำนองที่ว่าใช้ได้ แต่ไม่ได้บอกว่าใช้ไม่ได้ แต่ศาลบางท่านก็บอกว่าใช้ไม่ได้ จึงแนะว่าให้สู้ไปในแนวทางของคดีและของการใช้กฎในการนับ

คดีเมาแล้วขับ นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง-2

การเป็นทนายนั้นไม่ได้ง่ายเลย เพราะต้องมีความรู้ทางการแพทย์ด้วย ปัญหาที่เกิดขึ้น คือ บริษัทประกันภัยใช้เวลาประวิงเพื่อบีบผู้เสียหายมาเจรจาค่าเสียหาย สมมติว่าค่าซ่อมรถคุณ 100,000 บาท พอคุณโดนคดีเมาแล้วขับแบบนี้ ประกันก็จะออกอุบายบอกว่าจะไม่นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง แต่จะขอจ่ายครึ่งเดียวแบบนี้เพื่อให้เรื่องจบ ผู้เสียหายก็จะได้ค่าเสียหายน้อยกว่าความเป็นจริง จึงขอยืนยันว่าสนับสนุนให้ผู้ใช้รถใช้ถนนไม่เมาแล้วขับและอย่าตกเป็นเหยื่อของประกันภัย อีกทั้งพฤติการณณ์ของปรักนภัยยังชอบปฏิเสธไปก่อนเผื่อผู้เสียหายเชื่อด้วย เรียกได้ว่าไม่ต่างอะไรกับคำว่ารักษาตัวให้หายดีก่อนเลย ทนายอาร์มย้ำว่าไม่อยากให้ผู้บริโภคถูกเอาเปรียบ บางคนไปติดต่อหน่วยงานที่ควบคุมธุรกิจประกันภัย และมีความรู้สึกว่า สรุปแล้วเป็นหน่วยงานอะไรกันแน่ถึงให้การช่วยเหลือบริษัทประกันภัย เมื่อถึงเวลาเดือดร้อนเราก็มีหน้าที่เดินหน้าทวงความยุติธรรมให้ตัวเอง สุดท้ายก็มีเพียงตัวเราเท่านั้นที่ต้องช่วยเหลือตัวเอง แนะนำว่าหากเจอคดีเมาแล้วขับถูกประกันภัยนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลังรีบหาทนายเพื่อปรึกษาโดยเร็วดีที่สุด

เป่าแอลกอฮอล์ ผล 13 Mg.% ประกันปัดจ่าย กลยุทธ์เดิม ๆ อ้างผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง

เป่าผล 13 Mg.% ประกันปัดจ่าย กลยุทธ์เดิม ๆ อ้างผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง

คดีเมาแล้วขับ คดีความนี้ไม่มีผู้ใช้รถใช้ถนนท่านใดที่อยากจะโดนทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ เมาแล้วขับ จริง ๆ แต่คงเป็นเพียงความคิดเท่านั้น เพราะทุกวันนี้เมื่อไรที่คุณเกิดอุบัติเหตุรถชน แน่นอนว่าก็ไม่วายที่จะถูกมองว่าเมาแล้วขับ จากการที่คุณถูกบริษัทประกันภัยนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลังทำให้คุณมีปริมาณแอลกอฮอล์เกิน 50 Mg.% จนเป็นเรื่องเป็นราวถูกกล่าวว่า

 เป็นเหตุให้ต้องโดนคดีเมาแล้วขับอย่างแน่นอน จากการทำคดีเมาแล้วขับของสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ 90% ของผู้เสียหายที่มาให้เราทำคดีความให้ ล้วนแต่เป็นผู้ที่ถูกบริษัทประกันภัยนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลังทำให้กลายเป็นบุคคลที่เมาแล้วขับไปโดยปริยาย และแม้ว่าคุณจะยืนกรานอย่างไรว่าไม่ได้เมาแล้วขับก็ตาม แต่ก็ไม่ได้ทำให้คุณพ้นคดีเมาแล้วขับไปได้ และเมื่อคุณถูกแจ้งว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์เกิน 50 Mg.% นั่นคือแน่นอนแล้วว่าคุณจะไม่ได้รับการรับผิดชอบจากบริษัทประกันภัยอย่างแน่นอน

กรณีตัวอย่าง : ผู้เสียหายถูกประกันปัดจ่ายกับข้ออ้างเดิม ๆ นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง

คดีเมาแล้วขับ คดีความที่ไม่มีใครอยากโดน ผู้เสียหายท่านนี้ก็เช่นเดียวกัน แต่คงไม่เป็นอย่างที่คิด เมื่อประกันภัยหัวแพทย์หยิบยื่นคดีเมาแล้วขับมาให้ถึงที่เกิดเหตุ เมื่อผู้เสียหายเกิดอุบัติเหตุรถชน ภายหลังเกิดเหตุตัวแทนประกันได้มาและผู้เสียหายได้เป่าแอลกอฮออล์ได้ผลเพียง 13 Mg.% เท่านั้น แต่กลับโดนบริษัทประกันปัดจ่ายไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ  ยืนยันอ้างว่า ผู้เสียหายมีปริมาณแอลกอฮอล์เกิน 50 Mg.% เมื่อเห็นว่าไม่เป็นธรรมต่อตัวเอง ผู้เสียหายจึงโร่เดินทางร้องสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) แต่ไม่เป็นผลเมื่อบริษัทประกันยังยืนยันไม่จ่ายค่าเสียหายใด ๆ ทั้งสิ้น จนผู้เสียหายสุดทนกับการที่ถูกบริษัทประกันภัยเอาเปรียบ ไม่ยอมแพ้ต่อความไม่ยุติธรรม เคสนี้จึงได้ถึงมือ #ทนายอาร์ม  ในที่สุด ทนายความผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและการประกันภัยรถยนต์ ได้ดำเนินคดีเมาแล้วขับเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เสียหายท่านนี้ 

หากเจอกรณีแบบเคสตัวอย่างนี้ ทางสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ขอแนะนำว่า ควรปรึกษาทนายเพื่อดำเนินคดีดีกว่า ดีกว่าเดินเรื่องเอง หรือถูกบริษัทประกันภัยยื่นข้อเสนอที่ไม่ธรรมให้ เพราะนอกจากผู้เสียหายจะได้น้อยกว่าความเสียหายที่แท้จริงแล้ว การมีคดีเมาแล้วขับยังเสียเวลาและเสียความรู้สึกในฐานะผู้บริโภคอีกด้วย คดีเมาแล้วขับทนายอาร์มช่วยคุณได้

4 กรณี ถ้ามีปริมาณแอลกอฮอล์เกิน 20 Mg.% ก็ถือว่า “เมาสุรา”

อย่างที่ทราบกันในคดีเมาแล้วขับหากผู้ใดมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 50 Mg.% ถือว่า เมาสุรา อ้างอิงตามกฎกระทรวงฉบับที่ 21 พ.ศ.2550 ใน พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 แต่ยกเว้นผู้ขับขี่ใน 4 กรณีนี้ที่หากมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 20 Mg.% ถือว่าเมาสุรา มีดังต่อไปนี้

  • ผู้ขับขี่ที่มีอายุน้อยกว่า 20 ปีบริบูรณ์
  • ผู้ขับขี่ที่มีใบขับขี่ชั่วคราว (ใบขับขี่อนุญาตแบบ 2 ปี)
  • ผู้ขับขี่ที่มีใบขับขี่ประเภทอื่น ซึ่งใช้แทนกันไม่ได้
  • ผู้ขับขี่ที่ถูกยกเลิกใบขับขี่ หรือเป็นผู้อยู่ระหว่างการพักใช้งานใบขับขี่

           คดีเมาแล้วขับตามกฎหมายถึงแม้ว่ากฎหมายจราจรเกี่ยวกับเรื่องเมาแล้วขับฉบับใหม่จะระบุเอาไว้ว่า ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดไม่ควรเกิน 50 Mg.% แต่ในความเป็นจริงแล้วในข้อเท็จจริงที่ถูกต้องเป็นอย่างมาก คือ การมีสติที่ครบถ้วน ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ก่อนขับขี่นั้นปลอดภัยที่สุด หากผู้ใช้รถใช้ถนนทุกท่านสามารถปฏิบัติตามกฎหมายจราจรใหม่ 2566 แน่นอนว่าอุบัติเหตุเรื่องเมาแล้วขับจะลดน้อยลงมาก คดีเมาแล้วขับก็จะลดน้อยลงเช่นเดียวกัน

คดีเมาแล้วขับ

คดีเมาแล้วขับ คดีความสุดฮิตที่มีผู้เสียหายจำนวนมาก

คดีเมาแล้วขับ เรียกได้ว่าเป็นคดีสุดฮิตที่มีผู้เสียหายติดต่อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง สำหรับกรณีการถูกบริษัทประกันภัยปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหม โดยอ้างผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง แม้จะเป็นข่าวดังถึงขั้นออกรายการ “#โหนกระแส กันมาแล้ว แต่บริษัทประกันภัยก็ยังทำแสบไม่หยุด จึงเป็นอีกหนึ่งกรณีที่สำนักงานของเราได้รับทำคดีเมาแล้วขับมากที่สุดอีกเรื่องหนึ่งเลยก็ว่าได้

นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง กลเม็ดเด็ดจากบริษัทประกันภัย

คดีเมาแล้วขับ กลเม็ดเด็ดของที่ประกันภัยมักนำมาใช้ นั่นก็คือการประวิงเวลาให้ผู้เสียหายตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ทิ้งระยะเวลาห่างจากตอนเกิดเหตุ หลังจากนั้นจะหยิบยกเอาทฤษฎีว่าปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายของคนเราจะลดลง 15 Mg.% ในทุก ๆ 1 ชั่วโมง แล้วจะนำมาคูณด้วยจำนวนชั่วโมงที่เพิ่มขึ้นระหว่างตอนเกิดเหตุจนถึงตอนที่ได้ตรวจวัด คดีเมาแล้วขับจึงเป็นเรื่องที่มีผู้ที่ไม่เห็นด้วยพากันออกมาร้องเรียนมากมายเกี่ยวกับคดีเมาแล้วขับ ว่าการที่บริษัทประกันภัยใช้วิธีการแบบนี้ นั้นเป็นสิ่งที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้เสียหายเอาเสียเลย แถมยังดูเป็นการจงใจ ตั้งใจเอาเปรียบผู้บริโภคตั้งแรกอีกด้วย

           ผู้เสียหายหลายท่านเจอแบบนี้ก็ถึงกับไปไม่เป็น บางรายเจอคดีเมาแล้วขับทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เมาแล้วขับ หรือดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เลย ก็ดันถูกทำให้กลายเป็นบุคคลเมาแล้วขับมีปริมาณแอลกอฮอล์เกิน 50 Mg.% ซะอย่างนั้น นับว่าเป็นการกระทำที่ไม่เป็นธรรม อีกทั้งยังดูปัดความรับผิดชอบไม่สมกับเป็นบริษัทประกันที่ควรจะเป็นมิตรแก่ผู้บริโภค เมื่อผู้เสียหายถูกเอาเปรียบนานเข้า ก็เริ่มทนไม่ไหว จากที่ไม่ได้ต้องการที่จะมีสถานเป็นโจทก์ หรืออยากมีคดีความขึ้นโรงขึ้นศาล ก็ต้องมาให้ทนายอาร์มดำเนินคดีความให้ เนื่องจากถูกบริษัทประกันภัยทำให้ต้องดำเนินคดี หากรับผิดชอบตั้งแต่แรก คงไม่มีคดีเมาแล้วขับ หรือการดำเนินคดีความกับบริษัทประกัรนภัยเกิดขึ้นเหมือนอย่างทุกวันนี้

           หากผู้เสียหายท่านใด เกิดอุบัติเหตุรถชนแล้วถูกบริษัทประกันใช้กลยุทธ์ นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง ปฏิเสธการจ่าย ปัดความรับผิดชอบเช่นเดียวกับกรณีตัวอย่างข้างต้นนี้ ทนายอาร์ม และสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ขอแนะ ไม่ต้องเดินเรื่องเอง ไม่ต้องเจรจาให้เสียเวลา เสียการ เสียงาน  หาทนายความปรึกษาคดีเมาแล้วขับทันที สามารถทักมาปรึกษาได้ที่ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ หรือ เพจกฎหมายและการประกันภัยรถยนต์

ประกันภัยไม่จ่ายแถมท้าให้ฟ้อง อ้างนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง ได้หรอ?

ประกันภัยไม่จ่ายแถมท้าให้ฟ้อง อ้างนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง ได้หรอ

กลับคำ!!! ปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหม

ทั้งที่ตอนแรกประกันบอกรับผิดชอบ

และลูกความได้เอารถเข้าซ่อมระยะเวลาเป็นเดือน

สุดท้ายประกันโทรมา อ้างเรื่องการวัดผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง ทั้งที่ลูกความเป่าได้เพียง 14 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ประกันอ้างว่าก่อนที่จะเป่าปริมาณแอลกอฮอล์จะต้องมากกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

ซึ่งตามที่กฎหมายกำหนดจะต้องไม่เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ และไม่รับผิดชอบอะไรเลย แถมประกันยังให้ลูกความหาทนายไปฟ้องร้องเอาถ้าอยากจะสู้คดี…

 นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลังหลายเคสหลายเหตุการณ์ที่ผู้เสียหายหลายท่านเจอบริษัทประกันภัยนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง นำมาอ้างปฏิเสธการจ่าย เรียกได้เป็นกลยุทธ์เด็ดกลยุทธ์หนึ่งของบริษัทที่มักนำมาใช้อ้างหลังจากเกิดอุบัติเหตุเป็นหลักเลยก็ว่าได้ แต่กรณีในคลิปด้านล่างนี้เป็นเหตุการณ์ที่ผู้เสียหายไม่คิดว่าบริษัทประกันภัยที่ดูมีความน่าเชื่อถือ ที่เขาเชื่อใจซื้อประกันนภัยกับที่นี่ จะตอบแทนเขาด้วยการปฏิเสธการรับผิดชอบอย่างไม่ใยดีเกี่ยวกับปริมาณแอลกอฮอล์ประกันไม่จ่าย

https://www.youtube.com/watch?v=kkpKlsRIjrw

เหตุการณ์ คือ ผู้เสียหายท่านนี้ไปเที่ยวและขับรถกลับประมาณ 03.00 น.  โดยขับรถออกจากสถานที่เที่ยวมาได้เพียง 100 เมตรเท่านั้น ด้วยความที่ถนนเป็นวันเวย์ไม่มีเลนสวน ประกอบกับบริเวณข้างทางได้มีรถกระบะคันหนึ่งท้ายกระบะยื่นออกมาจอดขวางอยู่ จึงทำให้รถผู้เสียหายเกี่ยวเข้ากับท้ายของรถกระบะคันดังกล่าว โดยตรงที่เบียดโดนรถกระบะคู่กรณีไม่เป็นอะไรเลย แต่รถของผู้เสียหายมีการครูดจากด้านหน้าไปจนถึงด้านหลัง และครูดด้านข้าง และตัวรถไม่ได้มีรอยยุบแต่อย่างใดปริมาณแอลกอฮอล์ประกันไม่จ่าย

ซ่อมไปแล้วเดือนนึง อยู่ ๆ มาปฏิเสธกันดื้อ ๆ

หลังจากที่เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว บริษัทประกันก็ได้ดำเนินการจัดซ่อมรถของผู้เสียหายตามปกติ และรถของผู้เสียหายได้ซ่อมไปแล้วเป็นเวลา 1 เดือน แต่หลังจากนั้นประกันภัยได้โทรกลับมาบอกกับผู้เสียหายว่า “ไม่รับผิดชอบการซ่อมรถให้ผู้เสียหายแล้วนะ” นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลังผู้เสียหายถึงกับงงจากที่ตอนแรกประกันภัยรับผิดชอบแล้ว อยู่ ๆ ก็โทรมาบอกว่าไม่รับผิดชอบแล้วซะอย่างนั้น ปริมาณแอลกอฮอล์ประกันไม่จ่าย ข้ออ้างที่ประกันโทรมาปฏิเสธผู้เสียหายอย่างดื้อ ๆ ก็คือ ผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง โดยข้อเท็จจริงหลังเกิดเหตุผู้เสียหายเป่าแอลกอฮอล์ได้เพียง 14 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่ภายหลังนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลังประกันดันโทรมากลับคำบอกว่า ผู้เสียหายมีปริมาณแอลกอฮอล์เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์  ปริมาณแอลกอฮอล์ประกันไม่จ่าย ซึ่งตามกฎหมายและผู้เสียหายก็ทราบดีและเข้าใจว่าห้ามเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ และตัวผู้เสียหายเองก็มีปริมาณแอลกอฮอล์เพียง 14 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์เท่านั้น จึงเกิดอาการงงและตั้งคำถามว่า นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลังประกันภัยนึกจะปฏิเสธก็ปฏิเสธกันดื้อ ๆ แบบนี้เลยหรือเกี่ยวกับปริมาณแอลกอฮอล์ประกันไม่จ่าย

ประกันภัยยันไม่รับผิดชอบ ท้าให้ไปหาทนายฟ้องร้องเอา

หลังจากโทรมาแจ้งปฏิเสธไม่รับผิดชอบนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลังต่อผู้เสียหายยังไม่พอ ทางประกันจอมเจ้าเล่ห์หักหลังบอกกับผู้เสียหายว่า “ให้ไปหาทนายฟ้องร้องเอา” และยืนยันไม่รับผิดชอบอีกต่อไป ซ้ำยืนยันปฏิเสธอย่างเดียว ทั้ง ๆ ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตัดสินไปแล้ว บอกว่าเหตุเกิดจากความประมาท เจอแบบนี้ผู้เสียหายถึงกับเงิบเลยทีเดียวเมื่อเจอบริษัทประกันนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลังมาปฏิเสธความรับผิดชอบ

ความรู้สึกของผู้เสียหายหลังถูกประกันปฏิเสธอย่างไม่ใยดี

หากถามถึงความรู้สึกหลังถูกนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลังนั้น การที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ประกันไม่จ่ายผู้เสียหายตอบว่าตนไม่เข้าใจการกระทำของบริษัทประกันภัยอย่างมาก อีกทั้งก็ได้มีการโทรไปต่อว่าทางประกันภัยเหมือนกันว่า “ทำไม เราซื้อประกันภัยกับเขา บริษัทต้องคุ้มครองดูแลเรา”  ณ ตอนนั้นผู้เสียหายรู้สึกว่า ตนก็เป่าแอลกอฮอล์ได้เพียง 14 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์  ซึ่งตามหลักแล้วบริษัทประกันต้องดูแลคุ้มครอง แต่ดันกลับมานับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลังปฏิเสธลูกค้า และทิ้งลูกค้าเผชิญหน้าทิ้งกันกลางทางอยู่คนเดียว ในส่วนรถของผู้เสียหายจากที่ตอนแรกบริษัทเอาไปดำเนินการซ่อมก็กลับมาทิ้งให้ผู้เสียหายแบกรับภาระและจัดการเองทั้งหมด  ทั้ง ๆ ที่ซ่อมไปแล้ว 1 เดือน

หลังเจอประกันท้าหาทนายฟ้อง ผู้เสียหายตัดสินใจติดต่อเรา

หลังจากผู้เสียหายถูกประกันนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลังทิ้งกลางทางแบบดื้อ ๆ อีกทั้งยังท้าให้หาทนายฟ้องร้องเอาเองอีก จึงไม่รอช้ารีบติดต่อหาทนายทันทีแบบไม่คิด เพราะที่เจอมาทั้งหมด เรียกได้ว่าเคราะห์ซ้ำกรรมซัดที่มาเจอเหตุการณ์และบริษัทประกันภัยแบบนี้ เมื่อรถเกิดอุบัติเหตุก็เจ็บช้ำใจมากพออยู่แล้ว ปริมาณแอลกอฮอล์ประกันไม่จ่าย หลงอุ่นใจว่ามีบริษัทประกันดี อุ่นใจว่ารถมีประกันภัย และเชื่อมั่นอย่างสุดใจว่า บริษัทต้องช่วยเหลือคุ้มครองเราเหมือนอย่างตอนที่เขาให้เราซื้อประกันด้วย เจอประกันทิ้งกลางทาง แถมท้าให้ฟ้องก็จัดการให้ทนายอาร์มดำเนินคดีให้ทันที หากเจอมุกนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลังแบบนี้ต้องปรึกษาทนายเท่านั้น

มีทนายไว้อุ่นใจกว่า

 ไม่ต้องรอให้ประกันภัยนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลังงัดมุกไหนมาหัวหมอใส่ หลังเกิดเหตุรีบปรึกษาทนายทันที เพราะมีทนายไว้ตั้งแต่แรกอุ่นใจ และสะดวกกว่าในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็น

-ไม่ต้องคุยหรือเจรจากับประกัน จึงไม่ต้องไปเสียรู้กับกลยุทธ์ของประกัน เพราะทนายจะคุยให้เอง

-ไม่ต้องเดินเรื่อง ติดตามผลเอง และไม่ต้องเสียเวลา เพราะทนายจะดำเนินการเดินเรื่องเรียกร้องให้ทั้งหมด

-ทนายจะเป็นผู้รักษาผลประโยชน์ให้กับผู้เสียหายตั้งแต่แรกเริ่มของการเดินเรื่องจนวินาทีสุดทท้ายที่คดีความสิ้นสุด  

เกล็ดความรู้ เมาแล้วขับ ต้องโดนปรับ แถมประกันก็ไม่จ่าย


เกล็ดความรู้ เมาแล้วขับ

 สาเหตุที่บริษัทประกันปริมาณแอลกอฮอล์ประกันไม่จ่ายปฏิเสธการรับผิดชอบต่อผู้เสียหายนั้น ก็เพราะว่าบริษัทประกันจะมีข้อกำหนดว่า “จะไม่จ่ายค่าเสียหายให้ หากตรวจพบว่าผู้ขับขี่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์” ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์เดียวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ในการแจ้งข้อหากรณีเมาแล้วขับ ถึงแม้จะทำประกันชั้น 1 ทางประกันก็ไม่รับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้นใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นค่าเสียหายต่อผู้เอาประกันหรือคู่กรณี

แต่ถ้าถามว่า กรณีเมา แล้วประกันภัยรถยนต์ของคุณเป็นภาคสมัครใจไม่จ่าย แล้วประกันภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ. รถยนต์ล่ะ จ่ายให้หรือไม่ ?

          คำตอบ คือ พ.ร.บ. จะจ่ายให้ ไม่ว่าคุณจะเมาไม่มีใบขับขี่ หรือทำผิดกฎหมายจราจรข้อใด พ.ร.บ.ก็จ่ายค่าเสียหายชดเชยให้หมดเมื่อเกิดเหตุ พ.ร.บ. จะจ่ายให้กับคู่กรณี และจ่ายแค่ความเสียหายต่อบุคคลเท่านั้น ส่วนความเสียหายต่อรถของคู่กรณีคุณต้องจ่ายค่าเสียหายชดใช้ให้แก่คู่กรณีเองทั้งหมด

          ดังนั้น หากเมาแล้วอย่าขับเลยจะดีกว่า เพราะนอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ยังอาจนำมาซึ่งความเสียหายต่อทรัพย์สิน เสียประวัติ แถมยังเสียเงิน มีแต่เสียกับเสียแบบนี้ไม่ดีแน่

ผลแอลกอฮอลล์ไม่ถึง 50 mg แต่ประกันอ้างผลย้อนหลัง

ประกันภัยจอมเจ้าเล่ห์หงายการ์ด ก่อนเกิดเหตุต้องเมาแน่

 แบบนี้ก็มีด้วยหรือเกิดอุบัติเหตุแล้วโดนจับเป่าแอลกอฮอล์ แต่ผลออกมาไม่ถึง 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ กลับถูกประกันนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลังอ้าง…ก่อนเกิดเหตุ ต้องเกินจากนั้นแน่นอน หัวหมอใส่ผู้เสียหายทันทีรีบหงายการ์ดทีเด็ดยกสูตรคำนวณปริมาณแอลกอฮอล์ประกันไม่จ่าย มาปฏิเสธการชดใช้ อ้างว่าก่อนเป่าผู้ขับขี่ต้องเมากว่านี้แน่    กลยุทธ์แบบนี้นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลังรีบรู้ไว้แล้วจำให้ขึ้นใจ หากเจอบริษัทกันภัยทำแบบนี้ใส่ อย่าไปยอมเสียรู้ตกเป็นเหยื่อเด็ดขาดปรึกษาทนายด่วน  

          ฝากถึงผู้เสียหายทุกท่านที่ถูกนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง ถ้าคุยกับประกันมันยาก มาคุยกับเราดีกว่า สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ดำเนินการโดยทนายอาร์ม ทนายความผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและการประกันภัยรถยนต์มือหนึ่งยินดีให้บริการ

ต้องทำอย่างไร? เมื่อเจอประกันภัยอ้าง ปริมาณแอลกอฮอล์ประกันไม่จ่าย !

ต้องทำอย่างไร เมื่อเจอประกันภัยอ้าง ปริมาณแอลกอฮอล์ประกันไม่จ่าย !

หลายกลวิธีเหลือเกินที่บริษัทประกันภัยนำมาใช้หลอกลวงผู้บริโภค เกี่ยวกับ เป่าแอลกอฮอล์ไม่เกินเท่าไหร่ หรือ ปริมาณแอลกอฮอล์ประกันไม่จ่าย มีหลายเคสแล้วที่ประกันภัยเหมือนไม่เต็มใจที่จะรับผิดชอบต่อผู้บริโภค พอทำทีว่าจะรับผิดชอบก็อ้าง นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง ซะอย่างนั้น จนทำให้ผู้บริโภคต้องมาปรึษาทนายให้ช่วยเหลือ กรณีเคส ปริมาณแอลกอฮอล์ประกันไม่จ่าย ผู้เสียหายก็หลงอุ่นใจคิดว่าได้ใบเคลมแล้วประกันจะรับผิดชอบ จัดการให้เอารถเข้าอู่เรียบร้อย แถมบอกว่าติดต่อกับอู่ให้แล้วรอซ่อมได้เลย อยู่ในขั้นตอนการประเมินผลแอลกอฮอล์ จนทำให้รถของผู้เสียหายในกรณีเคส ปริมาณแอลกอฮอล์ประกันไม่จ่าย ต้องนอนเฝ้าอู่ไปเลยร่วม 2 เดือน แล้วก็ยังไม่ซ่อมให้อีก สุดท้ายประกันงัดมุกอ้าง #นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง ทั้งที่ผู้เสียหายเป่าได้เพียง 27 Mg.% เท่านั้น ผู้เสียหายได้ติดต่อหาทนายทันที เจอแบบนี้ทนายเองก็ไม่คิดว่าประกันจะใช้มุก นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง นี้เพราะไม่ถึงเกณฑ์ ผู้เสียหายก็เดือดร้อนเพราะโดนประกันเอาเปรียบแล้วยังยื้อเวลาแบบนี้ เรื่องก็ต้องถึงมือ #ทนายอาร์ม ดำเนินการเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับผู้เสียหายอย่างไม่รอช้า

รู้ทันประกันภัยเพื่อไม่หลงตกเป็นเหยื่อ


https://www.youtube.com/watch?v=V5E_5IS3y9w

ปัญหาร้อยแปดข้อสงสัยที่หลายคนอยากรู้เกี่ยวกับคดีเมาขับ เป่าแอลกอฮอล์ไม่เกินเท่าไหร่ นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง หรือ ปริมาณแอลกอฮอล์ประกันไม่จ่าย ว่าถ้าหากในอนาคตเราต้องตกเป็นผู้ขับขี่ที่เมาแล้วขับต้องเป่าแอลกอฮอล์ไม่เกินเท่าไหร่ หรือวันหนึ่งขับรถไปแล้วเจอด่านตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ แล้วกลัวว่าจะทำตัวไม่ถูก หรือกลัวเจอประกันนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง เรามีข้อมูลความรู้ดี ๆ จากทนายความของสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์มาให้ฝากกัน

ผ่านด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ เรามีสิทธิปฏิเสธที่จะไม่ตรวจวัดได้หรือไม่?

ตามที่รัฐธรรมนูญได้กำหนดไว้ คือ เรามีสิทธิในเนื้อตัวร่างกายของเรา เพราะฉะนั้นเรามีสิทธิที่จะปฏิเสธไม่ทำตามได้  แต่ !!! ต้องเข้าใจก่อนว่าอาจมีผลอย่างอื่นตามมาด้วย ซึ่งในทางกฎหมาย มีอยู่ว่า ถ้ากรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจบอกให้เราเป่าแอลกอฮอล์ แต่เราเลือกที่จะไม่เป่า เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจมองว่าเราขัดขืนคำสั่งของเจ้าพนักงานได้ และอาจจะเข้าข้อสันนิษฐานของกฎหมายว่าเรามีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดถือว่าเราขับรถในขณะเมาสุรา  แน่นอน

หากเราบริสุทธิ์ใจ แต่ไม่เป่าแอลกอฮอล์ควรทำอย่างไร ?

หากเราบริสุทธิ์ใจจริง ๆ เป่าแอลกอฮอล์ไม่เกินเท่าไหร่ มั่นใจว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์ไม่เกิน 50  มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์แน่ ๆ แนะนำว่า ให้เป่าเลย เพราะว่าการเป่าหรือการที่เราได้ผลแอลกอฮอล์ออกมานั้น จะนำไปสู่ขั้นตอนในทางกฎหมาย ซึ่งเราสามารถนำไปเป็นข้อต่อสู้ของเราได้หากเกิดกรณี นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง หรืออ้าง ปริมาณแอลกอฮอล์ประกันไม่จ่าย

แอลกอฮอลล์เกิน 50mg แล้วทำไมประกันต้องจ่าย

ในกรณีที่เราดื่มแอลกอฮอล์และเมาจริง ๆ

ในกรณีนี้ก็จะเป็นไปตามกฎหมาย คือ เราขับรถในขณะเมาสุรา จะมีโทษจำคุก โทษปรับ และต้องดูด้วยว่า ความร้ายแรงของข้อหาที่ขับรถในขณะเมาสุราด้วย เพราะอาจจะไปเชื่อมโยงในกรณีอาจเป็นความประมาทเลินเล่อ โดยประกันสามารถอ้าง ปริมาณแอลกอฮอล์ที่เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์นั้นจะเป็น ปริมาณแอลกอฮอล์ประกันไม่จ่าย

ซึ่งจะเชื่อมไปอีกว่าผลของการกระทำของเรา เป็นความผิดร้ายแรงมากน้อยขนาดไหน เช่น ทำให้เขาบาดเจ็บสาหัส , มีผลต่อทรัพย์สิน หรือว่าทำให้ถึงตายหรือไม่ หลักสำคัญคือเป่าแอลกอฮอล์ไม่เกินเท่าไหร่

เมาแล้วขับควรทำอย่างไร ?

การที่รับสารภาพ ในทางอาญาก็จะเป็นผลดีกับเราเพราะว่าเป็นเรื่องของการลดโทษได้ แต่การที่เราประวิงเวลา หรือว่าไม่ยอมเป่า รอเวลาให้ปริมาณแอลกอฮอล์ลดลง หากมองในทางคดีความอาจจะทำให้เห็นว่าเราไม่ได้บริสุทธิ์ใจจริง ๆ หรือไม่ให้ความร่วมมือ เพราะเราหวังผลว่าการที่เรารอเวลาเพื่อที่จะให้แอลกอฮอล์ลดน้อยลง ก็จะทำให้ไม่เป็นประโยชน์ในรูปคดีได้ สุดท้ายเราก็จะโดนทั้งคดีแพ่งและคดีอาญาซึ่งไม่เป็นผลดีต่อตัวเราเอง

ต้องการประวิงเวลาจริง ไม่มั่นใจผลแอลกอฮอล์ในร่างกาย เราสามารถทำได้ไหม ?

เป่าแอลกอฮอล์ไม่เกินเท่าไหร่ หรือ ปริมาณแอลกอฮอล์ประกันไม่จ่าย ต้องลองมองก่อนว่าอย่างแรกที่ต้องสำรวจตัวเองก่อน คือ เรากินไปเท่าไร มากน้อยเพียงไหน สมมติว่าเราดื่มไปในปริมาณ 1-2 แก้ว ดื่มเป็นกระป๋อง กระป๋องเล็กหรือกระป๋องใหญ่ ตัวอย่างเช่น เราดื่มขวดใหญ่ 3 ขวด ซึ่งเป็นไปได้ยากว่าแอลกอฮอล์จะน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดคือ 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

ถ้าปฏิเสธไม่เป่าแอลกอฮอล์ จะโดนข้อหาอะไรบ้าง ?

แน่นอนเลยว่าโดนข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานที่ให้ทำการทดสอบผู้ขับขี่ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2542 มาตรา 142 วรรคสอง ซึ่งเป็นในกรณีที่เจ้าพนักงานจราจรเจ้าพนักงานสอบสวนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่เห็นว่าผู้ขับขี่ฝ่าฝืนมาตรา 43 อนุ 1 หรือ อนุ 2 ให้เจ้าพนักงานสอบสวนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่สั่งให้มีการทดสอบผู้ขับขี่ดังกล่าวว่าหย่อนความสามารถในอันที่จะขับหรือเมาสุราหรือเมาอย่างอื่นหรือไม่ โดยบทกำหนดโทษเป็นไปตามมาตรา 154 อนุ 3 ผู้ใดฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานจราจรเจ้าพนักงานสอบสวนหรือเจ้าหนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 142 วรรคสอง ต้องระวางโทษปรับครั้งละไม่เกิน 1,000 บาท

            ทั้งนี้พระราชบัญญัติจราจรทางบกมาตรา 142 วรรคสอง ก็ได้บัญญัติไว้ว่า ในกรณีที่กิจการอันควรเชื่อว่าผู้ขับขี่ขับรถในขณะเมาสุราหรือว่าของเมาอย่างอื่น หากผู้นั้นยังไม่ยอมให้ทดสอบตามวรรค 3 โดยไม่มีเหตุอันสมควรให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าคุณนั้นฝ่าฝืนมาตรา 43 อนุ 2 นั้นก็คือสันนิษฐานไว้ว่าขับรถขณะเมาสุรานั่นเอง

เป่าแอลกอฮอล์ไม่ถึง 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เมื่อขับรถชนแต่ประกันปฏิเสธไม่จ่ายทำอย่างไรได้บ้าง ?

เวลาเราเป่าแอลกอฮอล์ไม่เกินเท่าไหร่ หรือ ปริมาณแอลกอฮอล์ประกันไม่จ่าย เป่าแอลกอฮอล์ผลออกมาว่าไม่ถึง 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ แล้วประกันยังอ้างปฏิเสธว่าเกินนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง เพราะว่าในเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัยระบุไว้ว่าถ้าปริมาณแอลกอฮอล์เกินกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ บริษัทประกันภัยจะไม่คุ้มครองความเสียหายให้แก่เรา ดังนั้นหากมีปริมาณแอลกอฮอล์เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็น จะเป็นปริมาณแอลกอฮอล์ประกันไม่จ่าย ส่วนถ้าเป่าแอลกอฮอล์ไม่ถึง 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ และถูกประกันภัยปฏิเสธไม่จ่าย หรือหยิบยกข้ออ้างสาระพัดมาเพื่อหาเรื่องปฏิเสธ หากคุณไม่อยากตกเป็นเหยื่อ หรือถูกประกันภัยเอาเปรียบต้องติดต่อหาเราดำเนินการทันที สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

Line @ คลิก! โทรหาเรา คลิก!