กรณีที่ รถชน แล้วบริษัทประกันดึงเช็ง จ่ายน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด หรือปฏิเสธการจ่ายโดยอ้างเหตุผลสารพัด การมี
“ทนายความ” เข้ามาช่วยจัดการจะเปลี่ยนสถานะจาก “ผู้ประสบภัยที่รอความเมตตา” เป็น “ผู้เสียหายที่ใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย” ทันที
การเกิดเหตุ รถชน จนรถพังต้องเข้าอู่เป็นเดือน ๆ นอกจากจะเสียสุขภาพจิตแล้ว ยังเสียโอกาสในการทำมาหากิน หลายคนเลือกที่จะยอมรับเงินเยียวยาเพียงน้อยนิดจากบริษัทประกันเพราะไม่อยากยุ่งยาก แต่รู้หรือไม่ว่า หากคุณมีหลักฐานชัดเจนและความเสียหายสูง การ “สู้คดี” โดยมีทนายความดูแลอาจคุ้มค่ากว่าที่คุณคิด

ทำไมต้องใช้ทนาย? ในเมื่อมี คปภ.
แม้ คปภ. จะเป็นที่พึ่งหลัก แต่ในทางปฏิบัติ การเรียกร้องค่าสินไหมจากบริษัทประกันไม่ได้ง่ายเสมอไป โดยเฉพาะในกรณีที่มูลค่าความเสียหายสูง เช่น รถหรู รถที่ใช้ประกอบธุรกิจ หรือรถรับจ้างที่มีรายได้ต่อวัน บริษัทประกันมักใช้เหตุผลทางกฎหมายหรือข้ออ้างต่าง ๆ เพื่อลดจำนวนเงินที่ต้องจ่าย
การมีทนายความเข้ามาช่วย จะทำให้คุณได้เปรียบอย่างมีนัยสำคัญในหลายด้าน เช่น
- ✅ การรวบรวมพยานหลักฐานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ไม่ใช่เพียงใบเสร็จค่าใช้จ่ายทั่วไป แต่รวมถึงหลักฐานรายได้ รายการเดินบัญชี หรือหลักฐานการประกอบธุรกิจ เพื่อพิสูจน์ “ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ” - ✅ การวิเคราะห์ข้อกฎหมายและประเมินค่าเสียหาย
ทนายสามารถประเมินได้ว่าคุณควรได้รับเท่าไร ไม่ใช่ปล่อยให้บริษัทประกันเป็นฝ่ายกำหนดตัวเลขเพียงฝ่ายเดียว - ✅ การร่างคำฟ้องและดำเนินคดี
หากต้องเข้าสู่กระบวนการศาล การมีทนายจะช่วยให้คดีมีน้ำหนัก และเพิ่มโอกาสได้รับเงินชดเชยครบถ้วน

สัญญาณที่บอกว่า “คุณควรจ้างทนายได้แล้ว”
หากคุณเจอสถานการณ์เหล่านี้หลังจากเกิดเหตุ รถชน นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าคุณกำลังเสียสิทธิ์โดยไม่รู้ตัว
- ❗ ประกันจ่ายต่ำกว่า 500 บาท/วัน
ซึ่งโดยหลักทั่วไปถือว่าต่ำกว่ามาตรฐาน และอาจไม่สะท้อนความเสียหายจริง - ❗ ตัดจำนวนวันซ่อมโดยไม่เป็นธรรม
เช่น รถซ่อมจริง 45 วัน แต่ประกันจ่ายเพียง 10 วัน โดยอ้าง “มาตรฐานบริษัท” - ❗ ปฏิเสธการจ่ายทั้งที่คุณเป็นฝ่ายถูก
อ้างว่าคุณมีส่วนประมาท ทั้งที่เอกสารระบุชัดว่าไม่ผิด - ❗ มีความเสียหายทางรายได้จำนวนมาก
เช่น รถใช้ส่งของ รถรับจ้าง หรือรถบริษัท ที่สร้างรายได้หลัก
หากเข้าข่ายข้อใดข้อหนึ่ง การปรึกษาทนายทันทีจะช่วยลดความเสียหายระยะยาว
ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ เรียกอะไรได้บ้าง?
หนึ่งในประเด็นสำคัญของคดีรถชนคือ “ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ” ซึ่งหลายคนยังไม่รู้ว่าสามารถเรียกร้องได้มากกว่าที่คิด เช่น
- ค่าเช่ารถระหว่างซ่อม
- ค่าขาดรายได้ (กรณีใช้รถทำมาหากิน)
- ค่าเสียเวลาในการดำเนินการต่าง ๆ
- ค่าเดินทางที่เพิ่มขึ้น
- ค่าเสียโอกาสทางธุรกิจ
ยิ่งคุณมีหลักฐานชัดเจน เช่น รายได้ต่อวัน สัญญาจ้าง หรือประวัติการใช้งานรถ โอกาสในการเรียกร้องก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย
ทำไมหลายคน “เสียสิทธิ์” โดยไม่รู้ตัว?
สาเหตุหลักที่ผู้เสียหายจำนวนมากได้รับเงินไม่เต็มสิทธิ์ มักเกิดจาก:
- ไม่รู้สิทธิของตนเองตามกฎหมาย
- ไม่มีหลักฐานที่ครบถ้วน
- เชื่อข้อมูลจากบริษัทประกันเพียงฝ่ายเดียว
- ไม่กล้าดำเนินคดีเพราะคิดว่ายุ่งยาก
ในความเป็นจริงแล้ว การมีทนายช่วยตั้งแต่ต้น สามารถลดความยุ่งยากและเพิ่มโอกาสในการได้รับเงินชดเชยที่เหมาะสมได้อย่างมาก
ข้อคิดสำคัญ
“ความยุติธรรมไม่มีไว้สำหรับคนที่นิ่งเฉย”
หากคุณถูกเอาเปรียบจากกรณี รถชน หรือประกันจ่ายไม่เป็นธรรม การลุกขึ้นมาใช้สิทธิ์ของตนเองคือสิ่งสำคัญที่สุด และการมีผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายอยู่เคียงข้าง จะช่วยให้คุณไม่เสียเปรียบในทุกขั้นตอน
ปรึกษาทนายคดีรถชนติดต่อเรา
หากคุณประสบอุบัติเหตุรถชน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายผิดหรือฝ่ายถูก การปรึกษาทนายความตั้งแต่แรกเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะการวางแนวทางที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น อาจทำให้คุณสามารถเรียกค่าสินไหมทดแทนได้อย่างครบถ้วน และไม่เสียสิทธิที่ควรได้รับ
สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ โดยทนายอาร์ม พร้อมให้คำปรึกษาและวางกลยุทธ์ทางกฎหมาย เพื่อปกป้องสิทธิของคุณอย่างเต็มที่
ปรึกษาทนาย คลิก >> https://www.wongsakornsirilawfirm.com/
หรือ
📱 แอดไลน์ / ☎️ โทร 062 195 1661



















































