“ค่าเสื่อมราคา” รถยนต์หลังอุบัติเหตุ ทำไมบริษัทประกันไม่จ่าย? และทำไมต้อง ให้ทนายเดินเรื่อง ถึงจะได้สิทธิ์คืน

เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ สิ่งที่เจ้าของรถหลายคนต้องเผชิญหลังจากความเสียหายทางร่างกายและทรัพย์สิน คือขั้นตอนการเรียกร้องค่าชดเชยจากบริษัทประกันภัย หนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ “ค่าเสื่อมราคา” ของรถยนต์หลังซ่อม บริษัทประกันต้องจ่ายหรือไม่?

คำตอบคือ “สามารถเรียกร้องได้ตามกฎหมาย” แต่ในความเป็นจริง “บริษัทประกันภัยมักไม่จ่าย”และสุดท้าย ผู้เสียหายจำนวนมากต้องพึ่งทนายความผู้เชี่ยวชาญคดีประกันภัย เพื่อดำเนินการเรียกร้องสิทธิ์คืน เพราะเรื่อง “ค่าเสื่อมราคา” ไม่ใช่สิ่งที่ใครก็เรียกได้ง่าย ๆ แต่ต้องอาศัยเทคนิคและกลยุทธ์ทางกฎหมายของทนาย เพื่อพิสูจน์ให้เห็นถึงมูลค่าความเสียหายที่แท้จริง

 “ค่าเสื่อมราคา” คืออะไร?

“ค่าเสื่อมราคา” หมายถึง มูลค่าทรัพย์สินที่ลดลงจากสภาพเดิมหลังเกิดอุบัติเหตุ แม้รถจะซ่อมจนดูเหมือนใหม่ แต่ในตลาดรถยนต์มือสอง รถที่เคยชนจะขายได้ราคาต่ำกว่ารถที่ไม่เคยเกิดเหตุ เช่น รถยนต์ของคุณมีมูลค่าก่อนเกิดเหตุอยู่ที่ 1,000,000 บาท
หลังอุบัติเหตุ บริษัทประกันซ่อมให้จนใช้งานได้เหมือนเดิม แต่เมื่อขายต่อกลับได้เพียง 900,000 บาท
ส่วนต่าง 100,000 บาทนี้ คือ “ค่าเสื่อมราคา”

มูลค่านี้ถือเป็นความเสียหายที่แท้จริงตามกฎหมายที่ผู้เสียหายมีสิทธิเรียกร้องจากผู้ก่อเหตุหรือบริษัทประกันภัยได้

วิธีคิด “ค่าเสื่อมราคารถ” ไม่มีใครอยากซื้อรถที่ถูกชนแล้ว

เวลารถเกิดอุบัติเหตุ แม้ซ่อมจนใช้งานได้ แต่สภาพรถจะไม่เหมือนเดิม ทำให้มูลค่ารถลดลง ตรงนี้เองที่เรียกว่า “ค่าเสื่อมราคา” หรือ “ค่าขาดราคาของรถ” ซึ่งผู้เสียหายสามารถเรียกร้องจากบริษัทประกันภัยได้

ทนายอาร์ม อธิบายว่า วิธีการประเมินค่าเสื่อมราคารถที่มักใช้กันจริง ๆ มีอยู่ 3 วิธีหลัก คือ

วิธีที่ 1  – อิงจากเหตุการณ์จริงของผู้ขาย

ผู้เสียหายรายหนึ่งทำธุรกิจซื้อขายรถมือสอง ขณะขับรถไปเสนอขายให้ลูกค้าเกิดอุบัติเหตุ รถถูกชนจนลูกค้าปฏิเสธซื้อทันที เพราะ “ไม่มีใครอยากซื้อรถที่เคยชน”
จากเดิมรถราคาประมาณ 500,000 บาท ลูกค้าบอกว่าถ้าจะซื้อก็ซื้อได้แค่ 100,000 บาท เท่านั้น
ส่วนต่าง 400,000 บาทนี้คือ “ค่าเสื่อมราคา” จากอุบัติเหตุ

วิธีที่ 2 – สอบถามเต็นท์รถ

ในบางกรณี ผู้เสียหายอาจไปสอบถามเต็นท์รถมือสองเพื่อประเมินราคา
เช่น เต็นท์แจ้งว่ารถรุ่นนี้ปกติขาย 500,000 บาท แต่ถ้าเคยชน จะรับซื้อเพียง 200,000 บาท
ส่วนต่าง 300,000 บาท ก็ถือเป็นค่าเสื่อมราคาได้เช่นกัน

วิธีที่ 3 – ประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญหรือช่างผู้ชำนาญ

หากไม่มีการซื้อขายจริง สามารถให้ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างรถยนต์ หรือช่างผู้มีใบอนุญาต ประเมินมูลค่าหลังซ่อมโดยเทียบกับราคาตลาดรถมือสองรุ่นเดียวกัน วิธีนี้ถือว่ามีความเป็นธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้ทางเทคนิค

ประเด็นสำคัญจากทนายอาร์ม

  • การเรียก “ค่าเสื่อมราคา” เป็นสิทธิ์ของผู้เสียหาย เพราะรถที่ชนแล้วไม่อาจขายได้ราคาเดิม
  • บริษัทประกันภัยไม่ควรแนะนำให้ผู้เสียหายโกหกเต็นท์รถว่ารถไม่เคยชน เพื่อให้ขายได้ราคาเดิม เพราะถือเป็นการทำผิดจริยธรรม
  • ในความเป็นจริง ไม่มีใครอยากซื้อรถที่เคยชนหนัก และราคาขายต่อย่อมลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

กล่าวได้ว่า “ค่าเสื่อมราคารถ” คือความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง แม้รถจะซ่อมจนดูดี แต่ในตลาดรถมือสองมูลค่าก็ลดลง การเรียกร้องส่วนต่างนี้จึงเป็นสิทธิ์ของผู้เสียหายโดยชอบตามกฎหมาย

ทำไมบริษัทประกันภัยมัก “ไม่ยอมจ่ายค่าเสื่อมราคา”?

ถึงแม้จะเป็นมูลค่าความเสียหายจริง แต่บริษัทประกันภัยมักอ้างเหตุผลต่าง ๆ เพื่อปฏิเสธ เช่น

1.รถซ่อมแล้วกลับมาใช้งานได้เหมือนเดิม

2.ไม่มีหลักฐานราคาตลาดรองรับ

3.สัญญาประกันภัยไม่ครอบคลุมค่าเสื่อมราคา

แต่ในทางกฎหมาย ความเสียหายจากค่าเสื่อมราคาไม่จำเป็นต้องระบุไว้ในกรมธรรม์
เพราะหากพิสูจน์ได้ว่ามูลค่ารถลดลงจากอุบัติเหตุ บริษัทประกันหรือคู่กรณีต้องชดใช้ตามหลัก มูลละเมิด (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420)

ทำไมควรมีทนายความเดินเรื่องเรียกค่าเสียหาย?

แม้ผู้เสียหายจะมีสิทธิ์เรียกร้องได้เอง แต่ในทางปฏิบัติ การเรียกค่าเสื่อมราคาต้องใช้หลักฐานที่ซับซ้อน เช่น

  • ใบประเมินราคาก่อนและหลังซ่อม
  • พยานผู้เชี่ยวชาญ
  • ใบเสร็จและเอกสารการซ่อม
  • ภาพถ่ายสภาพรถ

ซึ่งทนายความจะเข้ามาดำเนินการในส่วนสำคัญคือ
✅ การประเมินมูลค่าความเสียหายจริง
✅ การรวบรวมหลักฐานและจัดทำเอกสารที่ศาลรับฟังได้
✅ การอ้างคำพิพากษาเดิมที่ศาลเคยตัดสินให้ “จ่ายค่าเสื่อมราคา” เพื่อสร้างน้ำหนักทางคดี

พูดง่าย ๆ คือ ถ้าบริษัทประกันมี “ทีมทนาย” ตั้งแต่ก่อนรถจะชน ประชาชนก็มีสิทธิ์ “มีทนายของตัวเองตั้งแต่รถชน” เช่นกัน

 “ค่าเสื่อมราคา” เรียกได้จริง แต่อยู่ที่ว่าคุณรู้วิธีเรียกหรือไม่?

“ค่าเสื่อมราคา” คือมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่เรื่องเล็กหรือของแถมจากบริษัทประกัน แต่เพราะผู้เสียหายจำนวนมากขาดความรู้และไม่รู้วิธีพิสูจน์ ทำให้สิทธิ์นี้ “หายไปโดยไม่รู้ตัว” หากคุณกำลังถูกบริษัทประกันปฏิเสธค่าเสื่อมราคา อย่าปล่อยให้เรื่องเงียบหรือเสียเปรียบบริษัทประกันภัย ปรึกษาทนายทันทีเพื่อให้บริการทางกฎหมายเรียกร้องสิทธิ์ตามกฎหมายอย่างถูกต้องสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ โดย ทนายอาร์ม ทนายความผู้เชี่ยวชาญด้านคดีประกันภัยรถยนต์ พร้อมเดินเรียกเรียกร้องค่าเสียหายให้คุณในทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็น ค่าซ่อม ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ หรือค่าเสื่อมราคา ปรึกษาทนายคลิก >>ติดต่อเรา<< หรือ โทร 062-195-1661

Line @ คลิก! โทรหาเรา คลิก!