ศุภสิทธิ์ ศิริ (ทนายอาร์ม) จัดพิธีสวดมนต์นพเคราะห์ 12 ราศี เนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 39 ปี ณ วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 39 ปี ของทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ ได้จัดพิธีสวดมนต์นพเคราะห์ 12 ราศี ณ พระอุโบสถ วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร เพื่อความเป็นสิริมงคลและเป็นโอกาสในการทำบุญเนื่องในวันคล้ายวันเกิด โดยมีผู้มีเกียรติ ผู้ร่วมบุญ ตลอดจนบุคลากรจากสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์เข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความสงบและความเป็นสิริมงคล

ในโอกาสสำคัญนี้ ได้รับความเมตตาจากพระธรรมวชิรเมธี เจ้าอาวาสวัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยพลตำรวจตรีชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกฤช ศิลปชัย ที่ให้เกียรติเข้าร่วมงาน นอกจากนี้ยังมีคุณยัต ชัยโสโร หรือคุณยัต เฟ็ดเฟ่บอยแบนด์ ยูทูบเบอร์ชื่อดัง รวมถึงผู้ร่วมงานจากสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ทั้งฝ่ายกฎหมาย ฝ่ายบัญชี และฝ่ายสื่อสารองค์กร มาร่วมพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลในวาระสำคัญของทนายอาร์ม

พิธีสวดมนต์นพเคราะห์ 12 ราศี จัดขึ้นระหว่างเวลา 12.30–16.00 น. โดยมีนาวาอากาศเอกสุภาวิต ธรรมสิทธิรุจน์ เป็นผู้จัดลำดับพิธี ภายในพิธีได้รับความเมตตาจากพระสงฆ์จากวัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร และวัดหนามแดง รวมถึงได้รับเมตตาจากพระภาวนาวชิรมงคล หรือพระอาจารย์พร เจ้าอาวาสวัดป่าธรรมโสภณ จังหวัดลพบุรี เป็นผู้อ่านโองการในพิธี และ พระครูพิสุทธิวรากร หรือพระอาจารย์ขาว อดีตเจ้าอาวาสวัดหิรัญญาราม (วัดบางคลาน) จังหวัดพิจิตร ร่วมนั่งปรกอธิษฐานจิตในพิธีดังกล่าว

นอกจากการจัดพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลแล้ว ในโอกาสวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 39 ปี ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ยังได้มอบทุนการศึกษาให้แก่วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร โดยมี พระมหาสันติ ญาณเมธี หรือพระอาจารย์สันติ อาจารย์ใหญ่สำนักเรียนวัดหงส์รัตนาราม เป็นผู้รับมอบ ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ทนายอาร์มตั้งใจจัดขึ้นเพื่อร่วมสนับสนุนด้านการศึกษาและถวายเป็นสาธารณประโยชน์ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิด

ตลอดช่วงเวลาของพิธี ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมสวดมนต์และประกอบพิธีตามลำดับด้วยความตั้งใจ บรรยากาศภายในพระอุโบสถเป็นไปด้วยความสงบและศรัทธา ก่อนเข้าสู่ช่วงท้ายของพิธีพระธรรมวชิรเมธี เจ้าอาวาสวัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร ได้เมตตาพรมน้ำมนต์แก่ผู้ที่มาร่วมบุญ เพื่อความเป็นสิริมงคลและเป็นการส่งท้ายพิธีสำคัญในครั้งนี้ ท่ามกลางความประทับใจของผู้เข้าร่วมงานทุกคน

สำหรับทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ การก้าวเข้าสู่วัย 39 ปี จึงไม่ได้เป็นเพียงอีกหนึ่งปีของการเติบโต แต่ยังเป็นอีกช่วงเวลาสำคัญของการเดินหน้าทั้งในบทบาททนายความ ผู้บริหาร และการทำงานเพื่อสังคม โดยพิธีสวดมนต์นพเคราะห์ 12 ราศีในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งความทรงจำสำคัญของปีที่ 39 และเป็นโอกาสในการเริ่มต้นก้าวต่อไปด้วยความตั้งใจ ความมุ่งมั่น และความเป็นสิริมงคลอย่างงดงาม

คลิปหลุดจากคนรักเก่า ทำอย่างไรได้บ้าง? ทนายอาร์มเปิดต้นตอของเรื่องจากกรณีข่าวดัง ตร.ไซเบอร์ บุกรวบช่างภาพรับถ่ายนักศึกษา ปล่อยคลิปหลุดอดีตแฟน

คลิปหลุดยังคงเป็นหนึ่งในปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ที่สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงให้กับผู้เสียหายในยุคดิจิทัลในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษา อินฟลูเอนเซอร์ หรือบุคคลทั่วไป เพราะเมื่อภาพหรือคลิปส่วนตัวถูกเผยแพร่ออกไปแล้ว ความเสียหายที่เกิดขึ้นมักไม่ได้จบเพียงแค่บนโลกออนไลน์ แต่ส่งผลต่อการเรียน การทำงาน ชื่อเสียง และสภาพจิตใจของผู้เสียหายในระยะยาวอีกด้วย

จากกรณีข่าวที่สังคมให้ความสนใจเกี่ยวกับการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีที่เกี่ยวข้องกับการเผยแพร่ข้อมูลลามกผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ได้แถลงผลการปฏิบัติการเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 นั้น ทำให้หลายคนหันกลับมาสนใจปัญหาเรื่องคลิปหลุดและการนำภาพหรือคลิปส่วนตัวไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาตอีกครั้ง

ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ฯ เผยจุดเริ่มต้นของปัญหาคลิปหลุด

หลังจากมีผู้เสียหายติดต่อเข้ามาขอความช่วยเหลือจากทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ เนื่องจากถูกอดีตคนรักนำคลิปวิดีโอส่วนตัวไปเผยแพร่และจำหน่ายโดยไม่ได้รับความยินยอม ทนายอาร์มจึงเริ่มตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมข้อมูล ก่อนที่เรื่องราวจะขยายผลจนกลายเป็นคดีที่สังคมให้ความสนใจ

คดีที่เป็นข่าวนี้เกิดจากต้นทางคือมีน้องคนหนึ่งอยู่ที่มหาวิทยาลัยพะเยาแล้วถูกแฟนเก่าอดีตคนรักอัดคลิปวิดีโอเวลามีอะไรกับสาว ๆ แล้วก็เอาไปขายในแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ชื่อว่า X หรือที่รู้จักกันในแอพทวิตเตอร์ พอไปขายเสร็จ ณ ตอนนั้นทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ฯ ก็สงสัยว่าทวิตเตอร์นี้เป็นของใคร ก็เลยไปตามต่อ ตามไปตามมาเราก็เลยไปเจอน้องคนนึงที่ก็โดนเหมือนกัน ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ ก็วางแผนจับกุมกันกับท่านรองผู้บัญชาการตำรวจ สอท. หรือท่านพล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ ส่วนคดีลักษณะแบบนี้เรื่องของค่าเสียหายเป็นเรื่องสังคม มันก็คือการละเมิด ละเมิดก็คือการเรียกค่าเสียหาย ซึ่งเรื่องนี้สามารถเรียกค่าเสียหายได้จำนวนมากจากประสบการณ์ที่ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ฯ ทำคดีมา

จากประสบการณ์ของทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ แห่งสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ พบว่า คดีคลิปหลุดจำนวนมากไม่ได้เริ่มต้นจากการถูกแฮกข้อมูลหรือการถูกโจรกรรมข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ แต่เริ่มต้นจากความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างคนสองคน

หลายกรณีเกิดจากความรัก ความไว้วางใจ หรือความเชื่อใจในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิตที่ยังรักกัน จนมีการบันทึกภาพหรือคลิปส่วนตัวไว้ร่วมกัน โดยในขณะนั้นไม่มีใครคาดคิดว่าวันหนึ่งความสัมพันธ์จะสิ้นสุดลงหรือมีปัญหาตามมา หรือข้อมูลเหล่านั้นจะถูกนำไปใช้ในทางที่ก่อให้เกิดความเสียหาย

เมื่อความสัมพันธ์เปลี่ยนแปลง ข้อมูลที่เคยเป็นเรื่องส่วนตัวอาจกลายเป็นเครื่องมือในการข่มขู่ กลั่นแกล้ง หรือสร้างความเสียหายให้กับอีกฝ่ายร้อนรนได้

คลิปหลุดไม่ใช่แค่เรื่องน่าอาย แต่เป็นเรื่องสิทธิทางกฎหมาย

หลายคนเข้าใจผิดว่า หากมีคลิปหลุดออกไปแล้ว ผู้เสียหายควรยอมรับชะตากรรม หรือปล่อยให้เรื่องเงียบไปเอง แต่ในความเป็นจริง การเผยแพร่ภาพหรือคลิปส่วนตัวของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายหลายประการ ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละคดีด้วย

นอกจากประเด็นทางกฎหมายอาญาแล้ว ผู้เสียหายยังอาจมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งจากผู้ที่ทำให้เกิดความเสียหายได้อีกด้วย โดยเฉพาะในกรณีที่การเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวส่งผลกระทบต่อชื่อเสียง หน้าที่การงาน การศึกษา หรือสภาพจิตใจของผู้เสียหาย

จากประสบการณ์ในการทำคดีของสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ พบว่าความเสียหายในคดีลักษณะนี้อาจมีมูลค่าสูง เนื่องจากเป็นความเสียหายที่เกี่ยวข้องกับสิทธิส่วนบุคคลและชื่อเสียงของผู้เสียหายโดยตรง

ทำไมผู้เสียหายจำนวนมากไม่กล้าออกมาดำเนินคดี?

สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ ผู้เสียหายจำนวนมากเลือกที่จะเงียบ เพราะกลัวสังคมตัดสิน กลัวครอบครัวรับไม่ได้ หรือกลัวว่าการดำเนินคดีจะทำให้เรื่องยิ่งถูกเผยแพร่มากขึ้น
ในความเป็นจริง ผู้เสียหายจำนวนมากไม่ได้เป็นผู้กระทำผิด แต่กลับตกเป็นเหยื่อของการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล
ยิ่งปล่อยเวลาให้ผ่านไปนาน พยานหลักฐานบางอย่างอาจสูญหาย หรือผู้กระทำอาจมีโอกาสเผยแพร่ข้อมูลต่อไปยังช่องทางอื่นเพิ่มเติม ทำให้ความเสียหายขยายวงกว้างขึ้น
ดังนั้น การรีบขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายตั้งแต่เริ่มต้น จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง

หากตกเป็นเหยื่อคลิปหลุด ควรทำอย่างไร?

เมื่อพบว่าภาพหรือคลิปส่วนตัวถูกเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต สิ่งแรกที่ควรทำคือการตั้งสติ และรวบรวมพยานหลักฐานให้ได้มากที่สุด

ตัวอย่างพยานหลักฐานที่ควรเก็บรักษา ได้แก่

  • ภาพหน้าจอของโพสต์หรือเว็บไซต์
  • ลิงก์ URL ที่เผยแพร่ข้อมูล
  • ข้อความสนทนาที่เกี่ยวข้อง
  • หลักฐานการข่มขู่หรือเรียกร้องผลประโยชน์
  • รายชื่อพยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง

การมีพยานหลักฐานจะช่วยให้การดำเนินการตามกฎหมายมีประสิทธิภาพมากขึ้น และรีบปรึกษาทนายความให้เร็วที่สุด เพราะทนายความสามารถวางรูปเรื่องในการดำเนินคดีได้อย่างรัดกุมและรอบคอบก่อนดำเนินการไปแจ้งความ

ในยุคดิจิทัล ข้อมูลส่วนตัวมีความเสี่ยงมากกว่าที่คิด

ปัจจุบันภาพและคลิปต่าง ๆ ไม่ได้ถูกเก็บไว้เพียงในโทรศัพท์มือถือเท่านั้น แต่ยังถูกจัดเก็บบนระบบคลาวด์ แอปพลิเคชันส่งข้อความ หรือพื้นที่จัดเก็บข้อมูลออนไลน์ต่าง ๆ

นั่นหมายความว่า เมื่อข้อมูลถูกบันทึกในรูปแบบดิจิทัลแล้ว โอกาสที่ข้อมูลจะถูกคัดลอก ส่งต่อ หรือเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตก็มีเพิ่มมากขึ้น

แม้จะเป็นคนรัก คนสนิท หรือบุคคลที่ไว้ใจมากที่สุดในช่วงเวลาหนึ่ง ก็ไม่มีใครสามารถคาดการณ์อนาคตได้อย่างแน่นอนว่าจะไม่มีปัญหาตามมา

ดังนั้น วิธีป้องกันที่ดีที่สุด คือการระมัดระวังในการสร้างหรือจัดเก็บข้อมูลส่วนตัวที่มีความอ่อนไหวตั้งแต่แรก

ปรึกษาทนายความก่อนดำเนินการ เพื่อปกป้องสิทธิอย่างรอบคอบ

ในคดีที่เกี่ยวข้องกับคลิปหลุดรายละเอียดข้อเท็จจริงของแต่ละคดีมีความแตกต่างกัน บางกรณีเกี่ยวข้องกับการเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัว บางกรณีมีการข่มขู่เรียกเงิน หรือบางกรณีอาจมีความเชื่อมโยงกับการนำข้อมูลไปใช้แสวงหาประโยชน์ในรูปแบบอื่น

การขอคำปรึกษาจากทนายความตั้งแต่เริ่มต้น จะช่วยให้ผู้เสียหายเข้าใจสิทธิของตนเอง รู้แนวทางการเก็บพยานหลักฐาน และสามารถวางแผนการดำเนินการทางกฎหมายได้อย่างเหมาะสม

หากใครกำลังประสบปัญหาคลิปหลุดถูกนำภาพหรือคลิปส่วนตัวไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือกำลังถูกข่มขู่จากข้อมูลส่วนตัวของตนเอง สามารถปรึกษาสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ หรือทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ฯ เพื่อร่วมวางแนวทางการดำเนินการและปกป้องสิทธิของคุณตามกฎหมายได้ตั้งแต่วันนี้ เพราะยิ่งได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องเร็วเท่าไร โอกาสในการลดความเสียหายและรักษาสิทธิของตนเองก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น

Line @ คลิก! โทรหาเรา คลิก!