คลิปหลุดจากคนรักเก่า ทำอย่างไรได้บ้าง? ทนายอาร์มเปิดต้นตอของเรื่องจากกรณีข่าวดัง ตร.ไซเบอร์ บุกรวบช่างภาพรับถ่ายนักศึกษา ปล่อยคลิปหลุดอดีตแฟน

คลิปหลุดยังคงเป็นหนึ่งในปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ที่สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงให้กับผู้เสียหายในยุคดิจิทัลในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษา อินฟลูเอนเซอร์ หรือบุคคลทั่วไป เพราะเมื่อภาพหรือคลิปส่วนตัวถูกเผยแพร่ออกไปแล้ว ความเสียหายที่เกิดขึ้นมักไม่ได้จบเพียงแค่บนโลกออนไลน์ แต่ส่งผลต่อการเรียน การทำงาน ชื่อเสียง และสภาพจิตใจของผู้เสียหายในระยะยาวอีกด้วย

จากกรณีข่าวที่สังคมให้ความสนใจเกี่ยวกับการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีที่เกี่ยวข้องกับการเผยแพร่ข้อมูลลามกผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ได้แถลงผลการปฏิบัติการเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 นั้น ทำให้หลายคนหันกลับมาสนใจปัญหาเรื่องคลิปหลุดและการนำภาพหรือคลิปส่วนตัวไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาตอีกครั้ง

ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ฯ เผยจุดเริ่มต้นของปัญหาคลิปหลุด

หลังจากมีผู้เสียหายติดต่อเข้ามาขอความช่วยเหลือจากทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ เนื่องจากถูกอดีตคนรักนำคลิปวิดีโอส่วนตัวไปเผยแพร่และจำหน่ายโดยไม่ได้รับความยินยอม ทนายอาร์มจึงเริ่มตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมข้อมูล ก่อนที่เรื่องราวจะขยายผลจนกลายเป็นคดีที่สังคมให้ความสนใจ

คดีที่เป็นข่าวนี้เกิดจากต้นทางคือมีน้องคนหนึ่งอยู่ที่มหาวิทยาลัยพะเยาแล้วถูกแฟนเก่าอดีตคนรักอัดคลิปวิดีโอเวลามีอะไรกับสาว ๆ แล้วก็เอาไปขายในแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ชื่อว่า X หรือที่รู้จักกันในแอพทวิตเตอร์ พอไปขายเสร็จ ณ ตอนนั้นทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ฯ ก็สงสัยว่าทวิตเตอร์นี้เป็นของใคร ก็เลยไปตามต่อ ตามไปตามมาเราก็เลยไปเจอน้องคนนึงที่ก็โดนเหมือนกัน ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ ก็วางแผนจับกุมกันกับท่านรองผู้บัญชาการตำรวจ สอท. หรือท่านพล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ ส่วนคดีลักษณะแบบนี้เรื่องของค่าเสียหายเป็นเรื่องสังคม มันก็คือการละเมิด ละเมิดก็คือการเรียกค่าเสียหาย ซึ่งเรื่องนี้สามารถเรียกค่าเสียหายได้จำนวนมากจากประสบการณ์ที่ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ฯ ทำคดีมา

จากประสบการณ์ของทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ แห่งสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ พบว่า คดีคลิปหลุดจำนวนมากไม่ได้เริ่มต้นจากการถูกแฮกข้อมูลหรือการถูกโจรกรรมข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ แต่เริ่มต้นจากความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างคนสองคน

หลายกรณีเกิดจากความรัก ความไว้วางใจ หรือความเชื่อใจในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิตที่ยังรักกัน จนมีการบันทึกภาพหรือคลิปส่วนตัวไว้ร่วมกัน โดยในขณะนั้นไม่มีใครคาดคิดว่าวันหนึ่งความสัมพันธ์จะสิ้นสุดลงหรือมีปัญหาตามมา หรือข้อมูลเหล่านั้นจะถูกนำไปใช้ในทางที่ก่อให้เกิดความเสียหาย

เมื่อความสัมพันธ์เปลี่ยนแปลง ข้อมูลที่เคยเป็นเรื่องส่วนตัวอาจกลายเป็นเครื่องมือในการข่มขู่ กลั่นแกล้ง หรือสร้างความเสียหายให้กับอีกฝ่ายร้อนรนได้

คลิปหลุดไม่ใช่แค่เรื่องน่าอาย แต่เป็นเรื่องสิทธิทางกฎหมาย

หลายคนเข้าใจผิดว่า หากมีคลิปหลุดออกไปแล้ว ผู้เสียหายควรยอมรับชะตากรรม หรือปล่อยให้เรื่องเงียบไปเอง แต่ในความเป็นจริง การเผยแพร่ภาพหรือคลิปส่วนตัวของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายหลายประการ ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละคดีด้วย

นอกจากประเด็นทางกฎหมายอาญาแล้ว ผู้เสียหายยังอาจมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งจากผู้ที่ทำให้เกิดความเสียหายได้อีกด้วย โดยเฉพาะในกรณีที่การเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวส่งผลกระทบต่อชื่อเสียง หน้าที่การงาน การศึกษา หรือสภาพจิตใจของผู้เสียหาย

จากประสบการณ์ในการทำคดีของสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ พบว่าความเสียหายในคดีลักษณะนี้อาจมีมูลค่าสูง เนื่องจากเป็นความเสียหายที่เกี่ยวข้องกับสิทธิส่วนบุคคลและชื่อเสียงของผู้เสียหายโดยตรง

ทำไมผู้เสียหายจำนวนมากไม่กล้าออกมาดำเนินคดี?

สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ ผู้เสียหายจำนวนมากเลือกที่จะเงียบ เพราะกลัวสังคมตัดสิน กลัวครอบครัวรับไม่ได้ หรือกลัวว่าการดำเนินคดีจะทำให้เรื่องยิ่งถูกเผยแพร่มากขึ้น
ในความเป็นจริง ผู้เสียหายจำนวนมากไม่ได้เป็นผู้กระทำผิด แต่กลับตกเป็นเหยื่อของการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล
ยิ่งปล่อยเวลาให้ผ่านไปนาน พยานหลักฐานบางอย่างอาจสูญหาย หรือผู้กระทำอาจมีโอกาสเผยแพร่ข้อมูลต่อไปยังช่องทางอื่นเพิ่มเติม ทำให้ความเสียหายขยายวงกว้างขึ้น
ดังนั้น การรีบขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายตั้งแต่เริ่มต้น จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง

หากตกเป็นเหยื่อคลิปหลุด ควรทำอย่างไร?

เมื่อพบว่าภาพหรือคลิปส่วนตัวถูกเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต สิ่งแรกที่ควรทำคือการตั้งสติ และรวบรวมพยานหลักฐานให้ได้มากที่สุด

ตัวอย่างพยานหลักฐานที่ควรเก็บรักษา ได้แก่

  • ภาพหน้าจอของโพสต์หรือเว็บไซต์
  • ลิงก์ URL ที่เผยแพร่ข้อมูล
  • ข้อความสนทนาที่เกี่ยวข้อง
  • หลักฐานการข่มขู่หรือเรียกร้องผลประโยชน์
  • รายชื่อพยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง

การมีพยานหลักฐานจะช่วยให้การดำเนินการตามกฎหมายมีประสิทธิภาพมากขึ้น และรีบปรึกษาทนายความให้เร็วที่สุด เพราะทนายความสามารถวางรูปเรื่องในการดำเนินคดีได้อย่างรัดกุมและรอบคอบก่อนดำเนินการไปแจ้งความ

ในยุคดิจิทัล ข้อมูลส่วนตัวมีความเสี่ยงมากกว่าที่คิด

ปัจจุบันภาพและคลิปต่าง ๆ ไม่ได้ถูกเก็บไว้เพียงในโทรศัพท์มือถือเท่านั้น แต่ยังถูกจัดเก็บบนระบบคลาวด์ แอปพลิเคชันส่งข้อความ หรือพื้นที่จัดเก็บข้อมูลออนไลน์ต่าง ๆ

นั่นหมายความว่า เมื่อข้อมูลถูกบันทึกในรูปแบบดิจิทัลแล้ว โอกาสที่ข้อมูลจะถูกคัดลอก ส่งต่อ หรือเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตก็มีเพิ่มมากขึ้น

แม้จะเป็นคนรัก คนสนิท หรือบุคคลที่ไว้ใจมากที่สุดในช่วงเวลาหนึ่ง ก็ไม่มีใครสามารถคาดการณ์อนาคตได้อย่างแน่นอนว่าจะไม่มีปัญหาตามมา

ดังนั้น วิธีป้องกันที่ดีที่สุด คือการระมัดระวังในการสร้างหรือจัดเก็บข้อมูลส่วนตัวที่มีความอ่อนไหวตั้งแต่แรก

ปรึกษาทนายความก่อนดำเนินการ เพื่อปกป้องสิทธิอย่างรอบคอบ

ในคดีที่เกี่ยวข้องกับคลิปหลุดรายละเอียดข้อเท็จจริงของแต่ละคดีมีความแตกต่างกัน บางกรณีเกี่ยวข้องกับการเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัว บางกรณีมีการข่มขู่เรียกเงิน หรือบางกรณีอาจมีความเชื่อมโยงกับการนำข้อมูลไปใช้แสวงหาประโยชน์ในรูปแบบอื่น

การขอคำปรึกษาจากทนายความตั้งแต่เริ่มต้น จะช่วยให้ผู้เสียหายเข้าใจสิทธิของตนเอง รู้แนวทางการเก็บพยานหลักฐาน และสามารถวางแผนการดำเนินการทางกฎหมายได้อย่างเหมาะสม

หากใครกำลังประสบปัญหาคลิปหลุดถูกนำภาพหรือคลิปส่วนตัวไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือกำลังถูกข่มขู่จากข้อมูลส่วนตัวของตนเอง สามารถปรึกษาสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ หรือทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ฯ เพื่อร่วมวางแนวทางการดำเนินการและปกป้องสิทธิของคุณตามกฎหมายได้ตั้งแต่วันนี้ เพราะยิ่งได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องเร็วเท่าไร โอกาสในการลดความเสียหายและรักษาสิทธิของตนเองก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น

“พ.ต.อ.สันติพัฒน์ พรหมะจุล” ตำนานผู้กำกับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สู่ที่ปรึกษากฎหมายสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

อาชญากรรมทางเทคโนโลยี: ภัยร้ายยุคดิจิทัลและความสำคัญของทนายความในการดำเนินคดี

ในยุคที่เทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน “อาชญากรรมทางเทคโนโลยี” ได้กลายเป็นภัยเงียบที่สร้างความเสียหายต่อทั้งบุคคล องค์กร และสังคมโดยรวม หนึ่งในเครื่องมือที่ใช้ตรวจสอบและพิสูจน์ความจริงในคดีประเภทนี้ก็คือ ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ (Computer Traffic Data) ซึ่งถือเป็นหลักฐานสำคัญในการสืบสวนและดำเนินคดี

ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์คืออะไร?

ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ หมายถึง ข้อมูลที่แสดงถึงแหล่งที่มา เส้นทางการติดต่อ ข้อมูลวันเวลา ปริมาณการใช้ และลักษณะของการติดต่อสื่อสารทางคอมพิวเตอร์ ซึ่งไม่รวมถึงเนื้อหาของข้อมูล ตัวอย่างเช่น

  • หมายเลข IP Address ที่ใช้เชื่อมต่อ
  • วันและเวลาที่มีการส่งอีเมลหรือข้อความ
  • ข้อมูลเส้นทางการเข้าเว็บไซต์
  • การบันทึกการเข้าถึงระบบเครือข่าย

ข้อมูลเหล่านี้แม้ดูเหมือนเล็กน้อย แต่สามารถเชื่อมโยงไปถึงผู้กระทำความผิดในคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีได้ ไม่ว่าจะเป็นการเจาะระบบ การปลอมแปลงข้อมูล หรือการหลอกลวงออนไลน์

ภัยร้ายในโลกออนไลน์ที่น่าเป็นห่วง

อาชญากรรมทางเทคโนโลยีในปัจจุบันมีความซับซ้อนและแพร่หลายมากขึ้น โดยมีหลายรูปแบบที่ควรระวัง ได้แก่

1.การหลอกลวงออนไลน์ (Online Scam / Phishing)
เช่น การส่งอีเมลหรือข้อความแอบอ้างเป็นธนาคาร บริษัทขนส่ง หรือแพลตฟอร์มต่าง ๆ เพื่อหลอกให้เหยื่อกรอกข้อมูลส่วนตัวหรือโอนเงิน

2.การโจรกรรมข้อมูลส่วนบุคคล (Identity Theft)
ผู้ไม่หวังดีนำข้อมูลบัตรประชาชน เลขบัญชีธนาคาร หรือข้อมูลบัตรเครดิต ไปใช้ในการกระทำผิดหรือก่อหนี้แทนเจ้าของตัวจริง

3.การแฮ็กระบบและโจมตีไซเบอร์ (Hacking & Cyber Attack)
ไม่ว่าจะเป็นการเจาะระบบองค์กร การติดตั้งมัลแวร์ หรือการโจมตีแบบ DDoS ซึ่งสร้างความเสียหายมหาศาลต่อธุรกิจและโครงสร้างพื้นฐาน

4.การหมิ่นประมาทและละเมิดสิทธิออนไลน์
เช่น การสร้างบัญชีปลอม การโพสต์ข้อความทำลายชื่อเสียง หรือการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต

5.การฉ้อโกงการลงทุนออนไลน์
เช่น แชร์ลูกโซ่ ดิจิทัลแอสเซท หรือการชักชวนลงทุนผ่านแพลตฟอร์มที่ไม่มีจริง

ภัยเหล่านี้ล้วนสร้างความเสียหายทางการเงิน จิตใจ และชื่อเสียงแก่ผู้เสียหาย ซึ่งหากไม่มีการดำเนินคดีอย่างจริงจัง อาชญากรทางเทคโนโลยีก็จะยิ่งกล้าก่อเหตุซ้ำ

ทำไมต้องให้ทนายความเป็นผู้ดำเนินคดี?

เมื่อเกิดความเสียหายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หลายคนอาจเลือกแจ้งความหรือพยายามหาหลักฐานเอง แต่ในความเป็นจริง การดำเนินคดีประเภทนี้มีความซับซ้อนสูง เนื่องจากเกี่ยวข้องกับกฎหมายเฉพาะทางและหลักฐานดิจิทัลที่ต้องจัดเก็บอย่างถูกวิธี หากผู้เสียหายดำเนินการผิดขั้นตอน อาจทำให้หลักฐานไม่สามารถใช้ในชั้นศาลได้

ทนายความจึงมีบทบาทสำคัญในการ

  • ให้คำปรึกษาเชิงกฎหมาย เพื่อวางแนวทางการฟ้องร้อง
  • รวบรวมและจัดการหลักฐานดิจิทัล ให้ถูกต้องตามกระบวนการ
  • แทนผู้เสียหายในชั้นศาล เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายและปกป้องสิทธิ
  • เจรจาไกล่เกลี่ย กับคู่กรณีหรือบริษัทที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้เสียหายได้รับการเยียวยาเร็วขึ้น

กล่าวได้ว่า การมีทนายความช่วยดำเนินคดี จะเพิ่มโอกาสในการพิสูจน์ความจริง และทำให้ผู้เสียหายได้รับความยุติธรรมมากกว่าการจัดการเอง

ความเชี่ยวชาญของ พ.ต.อ.สันติพัฒน์ พรหมะจุล ที่ปรึกษาสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่มีบทบาทสำคัญในประเทศไทยคือ พ.ต.อ.สันติพัฒน์ พรหมะจุล อดีตผู้กำกับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

ปัจจุบัน พ.ต.อ.สันติพัฒน์ เป็นที่ปรึกษาให้กับ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ โดยทำหน้าที่ให้คำแนะนำเชิงลึกในการดำเนินคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี รวมถึงการตรวจยึดและวิเคราะห์พยานหลักฐานดิจิทัล ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการต่อสู้คดี

จากการบรรยายสาธารณะในหัวข้อ “หลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์และการตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานทางดิจิทัล” (ณ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วันที่ 25 ตุลาคม 2558) พ.ต.อ.สันติพัฒน์ ได้อธิบายแนวทางสำคัญในการตรวจยึดพยานหลักฐานดิจิทัลที่ถูกต้องตามมาตรฐานสากล

แนวทางทั่วไปในการตรวจยึดพยานหลักฐานทางดิจิทัล

การตรวจยึดพยานหลักฐานดิจิทัลเป็นขั้นตอนที่ละเอียดอ่อน ต้องทำตามขั้นตอนที่ถูกต้อง เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของข้อมูล ได้แก่

1.การรักษาความปลอดภัยสถานที่เกิดเหตุ (Scene Security)
ป้องกันไม่ให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาเปลี่ยนแปลงหรือลบข้อมูล

2.การรักษาความปลอดภัยส่วนที่มีพยานหลักฐานดิจิทัล (Evidence Security)
แยกและควบคุมพื้นที่ที่มีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์หรือสื่อบันทึกข้อมูล

3.การยึดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และสื่อบันทึกข้อมูล (Seizure of Devices)
อาทิ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ ฮาร์ดดิสก์ หรือแฟลชไดรฟ์ ที่อาจมีข้อมูลสำคัญ

4.การบันทึกและจัดเก็บอย่างเป็นระบบ
จดบันทึกรายละเอียด จัดทำแผนผัง ติดป้ายกำกับ และบรรจุอุปกรณ์เพื่อเตรียมการขนย้าย

5.การส่งของกลางเพื่อพิสูจน์ (Forensic Examination)
นำอุปกรณ์ไปตรวจสอบในห้องปฏิบัติการดิจิทัล โดยผู้เชี่ยวชาญที่มีมาตรฐาน

อาชญากรรมทางเทคโนโลยีจัดการได้ แต่ต้องจัดการอย่างมืออาชีพ

อาชญากรรมทางเทคโนโลยีเป็นภัยใกล้ตัวที่ทุกคนอาจตกเป็นเหยื่อได้ ไม่ว่าจะเป็นการถูกหลอกลวงทางออนไลน์ การถูกขโมยข้อมูล หรือการถูกทำลายชื่อเสียง การรับมือกับปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเกี่ยวข้องกับหลักฐานดิจิทัลที่ต้องใช้ความรู้เฉพาะทาง

การมีทีมกฎหมายที่เชี่ยวชาญ โดยเฉพาะทนายความที่ทำงานร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่าง พ.ต.อ.สันติพัฒน์ พรหมะจุล จะทำให้ผู้เสียหายมั่นใจได้ว่าทุกคดีได้รับการดูแลอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และมีโอกาสสูงที่จะได้รับความยุติธรรมและค่าเสียหายที่ควรได้รับ

Line @ คลิก! โทรหาเรา คลิก!