ถูกดูดเงินหมดบัญชี ปรึกษาทนายความทันที !!

มิจฉาชีพดูดเงินหมดบัญชี ปัญหาที่ถูกพบมากเป็นอันดับต้นๆในขณะนี้ อย่างที่เคยกล่าวไปในหลายๆบทความของเรา ไม่ว่าจะเป็น ถูกดูดเงินหมดบัญชี ปรึกษาทนายฟ้องธนาคารได้ ไม่ต้องรอให้เสียเวลา ! หรือ ปรึกษาทนายด่วนอย่ายอม !! หาเงินแทบตาย สุดท้ายถูกแอปดูดเงินหมดบัญชีและบทความอื่นๆที่เกี่ยวกับการดูดเงินของมิจฉาชีพ ในยุคดิจิทัลที่ธุรกรรมทางการเงินออนไลน์เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน ปัญหาการถูกมิจฉาชีพหลอกลวงทางการเงินและการสูญเสียเงินในบัญชีธนาคารก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลายคนพบว่าตัวเองกลายเป็นเหยื่อของการหลอกลวงทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการถูกล้วงข้อมูลบัญชีผ่านฟิชชิ่ง (Phishing) การปลอมตัวเป็นบุคคลสำคัญ หรือการใช้โปรแกรมสอดแนมข้อมูล (Spyware) ที่อาจดูดเงินจากบัญชีโดยไม่รู้ตัว

เหตุการณ์เช่นนี้อาจสร้างความตกใจและทำให้ผู้เสียหายไม่รู้จะทำอย่างไรดี ดังนั้น การรีบปรึกษาทนายความเพื่อขอความช่วยเหลือและคำแนะนำทางกฎหมายเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพื่อเพิ่มโอกาสในการจัดการกับปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพและได้รับการคุ้มครองตามสิทธิ์ที่ควรจะได้รับ

รูปแบบการหลอกลวงทางการเงินที่พบบ่อย

1. ฟิชชิ่ง (Phishing)

   ฟิชชิ่งเป็นการหลอกลวงที่ใช้วิธีส่งอีเมล ข้อความ หรือการโทรปลอมตัวเป็นธนาคารหรือองค์กรที่เชื่อถือได้ เพื่อหลอกให้เหยื่อกรอกข้อมูลส่วนตัว เช่น หมายเลขบัญชีธนาคาร รหัสผ่าน หรือรหัส OTP จากนั้นมิจฉาชีพจะนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้เข้าถึงบัญชีและดูดเงินออกจากบัญชีอย่างรวดเร็ว

2. มัลแวร์และสปายแวร์ (Malware & Spyware)

   มิจฉาชีพอาจใช้โปรแกรมมัลแวร์หรือสปายแวร์ที่ถูกฝังในอุปกรณ์ของผู้ใช้โดยไม่รู้ตัว โปรแกรมเหล่านี้จะคอยเก็บข้อมูลสำคัญ เช่น รหัสผ่าน ข้อมูลบัญชีธนาคาร และรหัส OTP เพื่อให้มิจฉาชีพสามารถเข้าถึงบัญชีของเหยื่อและทำธุรกรรมการเงินได้

3. การปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารหรือหน่วยงานรัฐ

   มิจฉาชีพมักจะโทรศัพท์มาหลอกลวงเหยื่อ โดยอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากธนาคาร หน่วยงานรัฐ หรือบริษัทบัตรเครดิต เพื่อแจ้งเตือนเกี่ยวกับการทำธุรกรรมที่ผิดปกติ และขอข้อมูลสำคัญจากเหยื่อ เช่น หมายเลขบัตรประชาชนหรือรหัสผ่าน

4. การหลอกให้ลงทุนปลอม

   มิจฉาชีพบางกลุ่มจะใช้วิธีการชักชวนให้เหยื่อลงทุนในธุรกิจหรือโปรแกรมการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูง โดยใช้เว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันปลอมที่ดูน่าเชื่อถือ แต่แท้จริงแล้วเมื่อเหยื่อโอนเงินเพื่อการลงทุน เงินจะถูกดูดออกจากบัญชีทันทีและไม่สามารถติดตามได้

ทำไมการปรึกษาทนายความจึงสำคัญ?

1. ปกป้องสิทธิ์ตามกฎหมาย

   การถูกมิจฉาชีพดูดเงินออกจากบัญชีธนาคารเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลและทรัพย์สิน การปรึกษาทนายความจะช่วยให้ผู้เสียหายเข้าใจถึงสิทธิ์ของตนเอง รวมถึงแนวทางในการเรียกร้องความเสียหายจากธนาคารหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

2. การติดตามและดำเนินคดี

   ทนายความสามารถช่วยในการติดตามข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีที่ถูกโจมตีและดำเนินการทางกฎหมายต่อมิจฉาชีพ การฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากการถูกหลอกลวงทางการเงินนั้นจำเป็นต้องมีการจัดการที่ซับซ้อน ซึ่งการมีทนายความที่มีความเชี่ยวชาญจะช่วยเพิ่มโอกาสในการติดตามเงินคืนหรือเรียกร้องค่าเสียหายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. การประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ

   เมื่อคุณพบว่าบัญชีธนาคารถูกดูดเงิน ทนายความสามารถประสานงานกับธนาคารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กองปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อเร่งรัดการสืบสวนและติดตามมิจฉาชีพ นอกจากนี้ ทนายความยังสามารถช่วยให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำได้ในอนาคต

4. การให้คำปรึกษาและการวางแผนในการดำเนินคดี

   ทนายความจะช่วยให้คุณวางแผนการดำเนินคดีและรวบรวมหลักฐานที่จำเป็นในการฟ้องร้อง โดยจะมีการแนะนำเรื่องเอกสารที่ต้องเตรียม การติดตามบัญชีทางการเงิน และวิธีป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่ออีกในอนาคต

วิธีป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพออนไลน์

-อย่าคลิกลิงก์จากแหล่งที่ไม่รู้จักหรือไม่ควรคลิกที่ลิงก์ที่ได้รับทางอีเมล ข้อความ หรือสื่อสังคมออนไลน์ หากไม่แน่ใจว่าเป็นแหล่งที่มาจากธนาคารหรือหน่วยงานที่เชื่อถือได้

-ตั้งค่าการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด ใช้รหัสผ่านที่ซับซ้อนและไม่ใช้รหัสผ่านเดียวกันสำหรับทุกบัญชี นอกจากนี้ ควรเปิดใช้การยืนยันตัวตนสองชั้น (Two-Factor Authentication) เพื่อเพิ่มความปลอดภัย

-ตรวจสอบข้อมูลธุรกรรมการเงินอย่างสม่ำเสมอ หมั่นตรวจสอบยอดเงินและธุรกรรมที่เกิดขึ้นในบัญชีธนาคารอย่างสม่ำเสมอ และแจ้งธนาคารทันทีหากพบความผิดปกติ

ดูดเงินหมดบัญชี มีทนายได้ทันทีไม่ต้องรอ

เมื่อคุณเผชิญกับเหตุการณ์ที่มิจฉาชีพดูดเงินหมดบัญชี ควรรีบปรึกษาทนายความโดยเร็วที่สุด ทนายความจะช่วยคุณปกป้องสิทธิ์ ติดตามคดี และเรียกร้องความเสียหายได้อย่างมีประสิทธิภาพ การได้รับความช่วยเหลือจากทนายความจะเพิ่มโอกาสในการแก้ไขปัญหาและป้องกันไม่ให้คุณตกเป็นเหยื่ออีกครั้ง

หากคุณตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงทางการเงินและต้องการคำปรึกษา สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์พร้อมให้บริการและให้คำแนะนำทางกฎหมายอย่างครบวงจร โดยทนายความมืออาชีพ 

Update กลโกงแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงิน 2024 ที่ต้องรู้ !

Update กลโกงแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงิน 2024 ที่ต้องรู้ !

          เดินทางข้ามปีมาถึงปี 2024 กันแล้ว แต่แก๊งมิจฉาชีพอย่างพวกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงิน ก็ยังทำพิษไม่เลิกรา เรียกได้ว่ากลุ่มแก๊งเหล่านี้ยังไม่มีวี่แววว่าจะหายไปหรือลดน้อยลงจากประเทศไทยได้เลย และดูเหมือนว่าจะทวีคูณเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากยังมีคนไทยหลายคนที่หลงเชื่อและได้ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงินอยู่เป็นจำนวนมากไม่เว้นแต่ละวัน วันนี้สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ของเรา จะมาอัปเดตภัยร้ายจากพวกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงิน เหล่านี้กันว่าปี 2024 แล้ว เหล่ามิจฉาชีพออนไลน์มีกลโกงใหม่ ๆ อะไรบ้าง และเราจะมีวิธีรับมือกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงินพวกนี้ได้อย่างไร

อัปเดตกลโกงก่อนถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงิน

อัปเดตกลโกงก่อนถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงิน

          กลโกงใหม่ ๆ ของพวกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงินนี้ เรียกได้ว่ามีอัปเดตมาตลอดจริง ๆ โดยเหล่ามิจฉาชีพพวกนี้มักจะหาลู่ทางเพื่อมาหลอกเอาเงินกับประชาชนตาดำ ๆ จนได้ แม้ว่าขณะนี้ในสังคมได้มีการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับกลโกงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงินนี้อยู่ทุกวัน ๆ แต่ก็ไม่ได้ทำให้มิจฉาชีพพวกนี้ลดลง อีกทั้งยังมีคนหลงเชื่อและสูญเสียทรัพย์สินไปจำนวนมากอยู่ วันนี้เราจึงได้นำกลโกงใหม่ ๆ ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงินที่เอามาหลอกลวงประชาชนหลงเชื่อให้โอนเงินไป จากข่าวดังที่กำลังเป็นกระแสในขณะนี้มาฝากกัน

แอบอ้างเป็นหน่วยงานทหาร

          เป็นเรื่องราวของชายไทยวัย 40 คนหนึ่งถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกว่าเป็นทหารหญิงอเมริกัน หลอกว่าจะส่งเงินมาให้ สุดท้ายทำเอาชายผู้นี้สูญเงินกว่า 300,000 บาท โดยพฤติกรรมของแก๊งคอลเซ็นเตอร์นี้อ้างว่า เป็นทหารหญิงอเมริกันไปทำสงครามที่ซีเรียได้ยึดเงินจากกลุ่มกบฎที่ปล้นมาจากธนาคารจำนวน 6 ล้านดอลลาร์ แต่ไม่สามารถส่งเงินกลับเข้าประเทศของตัวเองได้ จึงจะขอส่งเงินมาที่ประเทศไทย พร้อมบอกว่าจะแบ่งเงินให้ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้ส่งที่อยู่ไปให้ หลังจากนั้นมีพัสดุจากประเทศซีเรียมาส่ง และต้องจ่ายค่าธรรมเนียมจำนวน 35,500 บาท และมีเหตุให้ผู้เสียหายหาวิธีโอนเงินให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ด้วยความโลภอย่างต่อเนื่องจนหมดบัญชี  18 ครั้ง สูญเสียเงินไปทั้งสิ้น 320,500 บาท ด้วยกัน จากเหตุนี้ทำเอาผู้เสียหายและครอบครัวเดือดร้อนหนักและเป็นอุทาหรณ์อย่างมากสำหรับผู้ที่ยังไม่ตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงิน

ส่งลิงก์ผ่านข้อความ SMS อ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า

          ข่าวนี้เป็นเรื่องราวของคุณยายวัย 81 ปี ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงิน ถูกดูดเงินในบัญชีร่วม 70,000 บาท โดยพฤติกรรมของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ คือ ส่ง SMS ข้อความพร้อมแนบลิงก์มาให้กด โดยข้อความระบุว่า เนื่องจากเจ้าหน้าที่การไฟฟ้ามีการจดเลขมิเตอร์ผิด ทำให้การชำระค่าไฟของคุณไม่สำเร็จ พร้อมลิงก์ให้กดเพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่ คุณยายผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้กดไป แก๊งคอลเซ็นเตอร์แอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าและสอนให้ผู้เสียหายทำตามขั้นตอนทันที หลังจากนั้นไม่นานมารู้ตัวทีหลังว่ายอดเงินในบัญชีหายไปแล้วจำนวน 70,000 บาท ทำเอาผู้เสียหายถึงกับช็อค เพราะเงินในบัญชีสูญหายไปในเวลาอันรวดเร็ว เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งกลโกงของพวกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงิน ก็ว่าได้ ซึ่งก็นับว่าเป็นกลวิธีที่แยบยลหากใครเผลอไปกดลิงก์แปลก ๆ ก็อาจทำให้สูญเสียเงินเป็นจำนวนมากได้

หลอกให้ลงทุน

          ในยุคสมัยเศรษฐกิจฝืดเคืองแบบนี้ แน่นอนว่าหลายคนคงหาลู่ทางเพื่อทำอาชีพเสริมกันไม่น้อย แต่ก็แน่นอนว่าอะไรที่ได้มาอย่างง่ายดายในที่ยุคที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงินระบาดหนักแบบนี้นั้นเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างมาก อย่างเคสนี้มีผู้เสียหาย 4 คน ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงิน ผ่านการเชิญชวนลงทุนเทรดหุ้นในเฟซบุ๊ก สูญเงินกว่า 20 ล้าน พฤติการณ์การหลอกเอาเงินโดยการให้เทรดหุ้นนี้ คือ เมื่อผู้เสียหายลงทุนในครั้งแรกก็จะได้กำไรคืนมา จึงลงทุนไปเรื่อย ๆ สุดท้ายถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงินบล็อกช่องทางการติดต่อทันที กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สูญเงินไปหลายล้านแล้ว เรียกได้ว่าอาชีพเสริมที่เล่นกับความโลภอยากได้เงินของคนแบบนี้ เป็นทางถนัดของพวกแก๊งมิจฉาชีพแบบนี้เลยทีเดียว หากไม่อยากตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงินแนะนำว่าควรตรวจสอบขั้นตอนวิธีการดี ๆ หรือไม่ก็ควรหาอาชีพเสริมที่สุจริตได้เงินมาอย่างสมเหตุสมผลจะดีกว่า เพราะสมัยนี้มิจฉาชีพมีจำนวนมากพอสมควรเลยทีเดียว

ถูกหลอกให้โอนเงินไปแล้ว ควรรับมืออย่างไร?

ถูกหลอกให้โอนเงินไปแล้ว ควรรับมืออย่างไร?

          ความผิดพลาดมักเกิดขึ้นได้เสมอ และแน่นอนว่าสำหรับใครที่ตกเป็นเหยื่อของพวกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงินเหล่านี้ไปแล้ว ไม่ว่าคุณจะถูกหลอกให้โอนเงิน สูญเสียเงินในบัญชีไปจะมากจะน้อย จงมีสติไว้เสมอและรวบรวมข้อมูล หรือหลักฐาน รวมไปถึงเอกสารทางการเงินต่าง ๆ หลังจากนั้นให้เข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที หรือถ้าไม่อยากรอนานในขั้นตอนการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ  เราขอแนะนำให้ผู้เสียหายทุกท่านควรมีทนายความเพื่อดำเนินการทวงคืนเงินของคุณที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงินไปจะดีกว่า

หากตกเป็นเหยื่อถูกหลอกต้องมีทนายความ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ยินดีให้บริการด้วยการดำเนินงานที่รวดเร็วและว่องไวตามขั้นตอน 

Line @ คลิก! โทรหาเรา คลิก!