โดนจับ “รถบรรทุกน้ำหนักเกิน” ทำยังไงดี? รู้ไว้ก่อนสาย ป้องกันค่าปรับก้อนโตและคดีความตามมา

การบรรทุกน้ำหนักเกิน หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “รถบรรทุกน้ำหนักเกิน” คือหนึ่งในความผิดที่ผู้ประกอบการขนส่ง เจ้าของกิจการโลจิสติกส์ หรือแม้แต่คนขับรถบรรทุกหลายคนอาจเคยเจอ หรืออาจเผลอทำผิดโดยไม่รู้ตัว ความผิดในลักษณะนี้นอกจากจะทำให้ต้องเสียค่าปรับสูงแล้ว ยังอาจนำไปสู่การดำเนินคดีทางกฎหมาย หากมีผลกระทบต่อทรัพย์สินหรือชีวิตของบุคคลอื่น

ในบทความนี้เราจะมาอธิบายว่า “รถบรรทุกน้ำหนักเกิน” ผิดกฎหมายอย่างไร โดนจับแล้วต้องทำยังไง และควรดำเนินการทางกฎหมายหรือปรึกษาทนายความเมื่อใด เพื่อป้องกันความเสียหายที่มากเกินควร

รถบรรทุกน้ำหนักเกิน คืออะไร?

“รถบรรทุกน้ำหนักเกิน” หมายถึง รถที่มีน้ำหนักรวมของรถและสิ่งของที่บรรทุกเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ซึ่งมีการควบคุมชัดเจนโดย พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก และ กฎกระทรวงที่กำหนดน้ำหนักบรรทุกที่เหมาะสมของแต่ละประเภทของรถ

โดยทั่วไป รถแต่ละประเภทจะมีน้ำหนักบรรทุกที่อนุญาตตามพิกัด เช่น

  • รถบรรทุก 6 ล้อ: ไม่เกิน 15 ตัน
  • รถบรรทุก 10 ล้อ: ไม่เกิน 25 ตัน
  • รถพ่วงหรือเทรลเลอร์: ขึ้นอยู่กับจำนวนเพลาและชนิดของพ่วง

เมื่อรถมีน้ำหนักเกินกว่าที่กำหนด ถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย และอาจมีผลตามมา เช่น

  • ถูกจับโดยเจ้าหน้าที่กรมทางหลวง หรือตำรวจจราจร
  • ถูกสั่งห้ามวิ่งต่อ
  • ต้องขนถ่ายสินค้าเพื่อลดน้ำหนักทันที
  • เสียค่าปรับจำนวนมาก
  • มีประวัติถูกดำเนินคดีในระบบราชการ

โดนจับ “รถบรรทุกน้ำหนักเกิน” แล้วต้องทำยังไง?

หากคุณหรือพนักงานขับรถของคุณถูกเจ้าหน้าที่จับในข้อหาบรรทุกน้ำหนักเกิน ขั้นตอนที่ควรดำเนินการมีดังนี้

1. ตรวจสอบเอกสารและใบสั่ง

หากมีการชั่งน้ำหนักโดยด่านตรวจ และเจ้าหน้าที่ออกใบสั่ง ตรวจสอบข้อมูลให้ครบถ้วน ทั้งน้ำหนักที่ชั่งได้ พิกัดที่อนุญาต และข้อกฎหมายที่อ้างอิง

2. อย่ารีบร้อนเซ็นรับสารภาพ

หลายคนเข้าใจผิดว่า “เซ็นรับแล้วจะจบ” แต่ในความจริงแล้ว การเซ็นรับโดยไม่มีการปรึกษาทนายความ อาจเป็นการยอมรับผิดในข้อกฎหมายที่คุณไม่เข้าใจหรือไม่ตั้งใจทำผิด

3. หากถูกยึดใบอนุญาตขับขี่หรือมีคำสั่งห้ามวิ่งต่อ

ให้สอบถามเจ้าหน้าที่ถึงขั้นตอนในการแก้ไข และควรติดต่อหน่วยงานต้นสังกัดของรถเพื่อดำเนินการอย่างถูกต้อง

4. รวบรวมพยานหลักฐาน

เช่น ใบโหลดสินค้า, เอกสารจากต้นทางปลายทาง, น้ำหนักรถเปล่า, หรือเอกสารขนส่งอื่น ๆ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการชี้แจงต่อเจ้าหน้าที่หรือศาลหากมีการดำเนินคดี

ปรับเท่าไหร่? โทษหนักแค่ไหน?

โทษของความผิดกรณีรถบรรทุกน้ำหนักเกินตามกฎหมายจะแตกต่างกันไปตามระดับน้ำหนักที่เกิน ตัวอย่างเช่น

  • น้ำหนักเกิน 5-10%: ปรับประมาณ 5,000–10,000 บาท
  • น้ำหนักเกิน 10-20%: ปรับสูงสุด 20,000 บาท
  • น้ำหนักเกินเกินกว่า 20% อาจพิจารณาโทษสูงถึง 50,000 บาท และอาจสั่งห้ามวิ่งเป็นการชั่วคราว

นอกจากนี้ ในบางกรณี เจ้าหน้าที่อาจมีอำนาจในการดำเนินคดีอาญา หากเห็นว่ามีการฝ่าฝืนอย่างร้ายแรงหรือเจตนา โดยเฉพาะหากมีผลกระทบต่อสาธารณูปโภค เช่น ถนนได้รับความเสียหาย

รถบรรทุกน้ำหนักเกิน อาจส่งผลต่อธุรกิจในระยะยาว

นอกจากค่าปรับและการดำเนินคดีแล้ว ผู้ประกอบการควรตระหนักถึงความเสียหายด้านชื่อเสียง และความเสี่ยงทางธุรกิจ เช่น

  • บริษัทขนส่งอาจถูกตัดสิทธิ์เข้าร่วมประมูลงานบางประเภท
  • ลูกค้าอาจไม่มั่นใจในความรับผิดชอบ
  • เกิดภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในการแก้ไขปัญหา
  • หากเกิดอุบัติเหตุขณะบรรทุกเกิน น้ำหนักเกินอาจถูกใช้เป็นข้ออ้างในการปฏิเสธความรับผิดโดยบริษัทประกันภัย

ปรึกษาทนายความทันทีที่เกิดเรื่อง คือทางออกที่ดีที่สุด

แม้เหตุการณ์ดูเล็กน้อยเพียงแค่ “โดนจับบรรทุกน้ำหนักเกิน” แต่ถ้าไม่จัดการอย่างถูกต้องตั้งแต่แรก อาจนำไปสู่คดีความ การเสียเงินโดยไม่จำเป็น และเสียเครดิตต่อคู่ค้าทางธุรกิจ

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ขอแนะนำให้คุณปรึกษาทนายความทันทีที่เกิดเรื่อง โดยเฉพาะในกรณีที่คุณเชื่อว่า

  • น้ำหนักที่ชั่งได้อาจไม่ถูกต้อง
  • มีเอกสารที่สามารถใช้ต่อสู้ข้อกล่าวหาได้
  • เจ้าหน้าที่ปฏิบัติไม่ชอบด้วยกฎหมาย
  • คุณไม่แน่ใจว่าควรดำเนินการอย่างไรต่อไป

ทนายความจะช่วยคุณตรวจสอบเอกสาร ข้อกฎหมาย และสามารถเป็นตัวแทนดำเนินคดี หรือยื่นอุทธรณ์เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของคุณได้อย่างถูกต้อง“รถบรรทุกน้ำหนักเกิน” ไม่ใช่เรื่องเล็ก การถูกจับหรือถูกดำเนินคดีในเรื่องนี้อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ ความน่าเชื่อถือ และภาระทางการเงินของคุณ หากคุณหรือทีมงานของคุณเผชิญกับเหตุการณ์นี้ ขอให้ตั้งสติและปรึกษาทนายความโดยเร็ว เพื่อให้คุณสามารถต่อสู้ทางกฎหมายได้อย่างถูกต้อง และลดความเสียหายที่จะตามมาในอนาคตติดต่อ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ เพื่อรับคำปรึกษาได้ทันที

Line @ คลิก! โทรหาเรา คลิก!