ทนายความ หรือทนายความชาวจีนในไทย? สิ่งที่ชาวต่างชาติหรือนักลงทุนจีนต้องเข้าใจก่อนเลือกที่ปรึกษากฎหมายในไทย

ทนายความชาวจีนในไทยในปัจจุบันประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีนหรือนักลงทุนจากประเทศจีน ไม่ว่าจะเข้ามาทำธุรกิจ ลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ทำโรงงาน ธุรกิจร้านอาหาร หรือทำธุรกิจนำเข้า-ส่งออก สิ่งหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือเรื่อง “กฎหมาย” หรือกฎหมายไทยที่นักลงทุนจำเป็นต้องเข้าใจและต้องมีทนายความที่ปรึกษา และเมื่อพูดถึงการเลือกทนายความ หลายคนโดยเฉพาะชาวต่างชาติหรือชาวจีน มักมีความเข้าใจอย่างหนึ่งว่า“ต้องจ้างทนายพูดภาษาจีนได้” หรืออาจจะเพราะเหตุผลด้านการสื่อสารต่าง ๆ แต่ความจริงแล้ว แนวคิดแบบนี้อาจทำให้ชาวต่างชพลาดโอกาสในการได้ทีมกฎหมายที่มีคุณภาพ และเข้าใจคดีของคุณอย่างแท้จริง

เพราะการเลือกทนายความหรือทีมกฎหมาย ไม่ควรตัดสินกันแค่ “พูดภาษาจีนได้หรือไม่ได้”

แต่ควรดูที่ “ความเข้าใจในคดี ความใส่ใจ และประสบการณ์” บทความนี้จากสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์จะพามาไขข้อข้องใจว่า การมีทนายความที่สามารถวางรูปคดีเก่งหรือการมีผู้ช่วยทนายความที่พูดภาษาจีนได้และมีความรู้ด้านกฎหมายจีน มีความสำคัญอย่างไร และทำไมสิ่งนี้อาจสำคัญกว่าการมีทนายความที่พูดภาษาจีนเก่งเสียอีก

ความเข้าใจผิดของชาวต่างชาติ ทนายพูดจีนไม่ได้ = ไม่เก่ง?

นี่คือความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อย หลายคนคิดว่า ถ้าจะทำคดีหรือทำธุรกิจในไทย และตัวเองเป็นชาวจีนหรือชาวต่างชาติ ก็ควรเลือกทนายความชาวจีนหรือทนายที่พูดภาษาจีนได้เท่านั้น แต่ในความจริง สิ่งสำคัญในงานกฎหมาย ไม่ใช่ภาษาเพียงอย่างเดียว แต่คือความเข้าใจกฎหมายไทย ความเข้าใจโครงสร้างคดี ความสามารถในการวางกลยุทธ์ ความใส่ใจในรายละเอียด ภาษาเป็นเพียง “เครื่องมือในการสื่อสาร” แต่ไม่ใช่ตัววัดคุณภาพของทนายความ

ทนายความพูดภาษาจีนไม่ได้ ไม่ได้แปลว่าให้บริการชาวจีนไม่ได้

ที่สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์แม้ตัวทนายความอาจไม่ได้ใช้ภาษาจีนเป็นหลักในการสื่อสาร แต่เรามีทีมผู้ช่วยทนายความที่มีคุณภาพสูง โดยเฉพาะผู้ช่วยทนายความที่จบการศึกษาจากประเทศจีน เข้าใจระบบกฎหมายจีน เข้าใจกฎหมายไทย มีประสบการณ์ทำงานมากกว่า 10 ปี นี่คือสิ่งที่สามารถเชื่อมต่อระหว่างลูกค้าชาวจีนกับทนายความได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้ช่วยทนายที่ไม่มีใบอนุญาตว่าความ ไม่ได้แปลว่าไม่เก่งกฎหมาย

หลายคนเข้าใจผิดว่า หากไม่มีใบอนุญาตว่าความ แปลว่าไม่มีความรู้กฎหมาย

ซึ่งไม่เป็นความจริง ความจริงคือ ใบอนุญาตว่าความ คือใบอนุญาตสำหรับการขึ้นว่าความในศาล

แต่ไม่ได้หมายความว่าคนมีใบอนุญาตจะเก่งกฎหมายทุกคนหรือคนไม่มีใบอนุญาตจะไม่เข้าใจกฎหมาย เพราะความรู้กฎหมายกับใบอนุญาต เป็นคนละเรื่องกัน การมีผู้ช่วยทนายความที่มีประสบการณ์จริงหลายปี อาจเข้าใจข้อเท็จจริงและรายละเอียดของคดีได้ลึกมาก และนี่คือสิ่งที่สำคัญต่อการทำคดี

ทำไมการสื่อสารถึงสำคัญในคดีชาวจีน?

ไม่ว่าชาวจีนหรือชาวต่างชาติจะจ้างทนายความหรือค้นหาทนายความชาวจีน กระบวนการทำงานจริงจะมี “ทีม” อยู่เบื้องหลังเสมอ เพราะไม่มีทางที่ทนายความจะดูแลทุกอย่างคนเดียวทั้งหมด ในกระบวนการทำคดีจริง ขั้นตอนหรือสิ่งที่เกิดขึ้น คือ ลูกค้าเล่าข้อมูล ผู้ช่วยทนายความจะเก็บรายละเอียด ตรวจสอบเอกสารของลูกค้าที่เกี่ยวข้อง สรุปข้อเท็จจริง และนำเรื่องราวทั้งหมดของลูกค้ามาสรุปและส่งต่อให้ทนายความวางกลยุทธ์ หรือเทคนิคในการวางรูปเรื่องของคดีนั้น ๆ เพราะทนายความที่มีกลยุทธ์ในการวางรูปเรื่องย่อมส่งผลให้คดีความมีประสิทธิภาพ ดังนั้น ต่อให้ทนายความพูดภาษาจีนได้เอง สุดท้ายก็ต้องมีผู้ช่วยทนายความอยู่ดี

ผู้ช่วยทนายความที่เข้าใจภาษาและวัฒนธรรมหรือไลฟ์สไตล์ของชาวจีน สำคัญกว่าแค่พูดภาษาได้

ในคดีของชาวจีน ความท้าทายไม่ได้มีแค่การพูดภาษาจีนเท่านั้น แต่มีเรื่องของวัฒนธรรมการสื่อสาร, วิธีคิดทางธุรกิจ, การใช้ถ้อยคำ, น้ำหนักของคำพูด  เพราะคำบางคำในภาษาจีน เมื่อนำมาแปลตรงตัวเป็นภาษาไทย อาจทำให้ความหมายผิดเพี้ยนได้ นี่คือเหตุผลที่ทีมผู้ช่วยทนายความที่มีพื้นฐานจากประเทศจีน มีความสำคัญมากเพราะจะสามารถ “แปลความหมายได้” ไม่ใช่แค่ “แปลภาษา” นอกจากนี้ผู้ช่วยทนายความที่มีพื้นฐานหรือความเชี่ยวชาญในประเทศจีนยังเข้าใจถึงไลฟ์สไตล์ความเป็นชาวจีนได้อย่างมากด้วย 

สิ่งสำคัญที่สุดในการเลือกทนายความ คือ “ความใส่ใจ”
ไม่ว่าคุณจะค้นหาทนายความหรือทนายความชาวจีนในไทย คำถามที่สำคัญกว่าคือ สำนักงานกฎหมายนั้นใส่ใจคดีของคุณจริงหรือไม่? เพราะประโยชน์หรือความเสียหายในคดีของลูกค้า มักไม่ได้ขึ้นอยู่กับภาษา แต่ขึ้นอยู่กับความละเอียด การวิเคราะห์ การวางแผน การติดตามคดี และความจริงจังในการทำงาน

การพูดภาษาจีนได้ เป็นเพียงพื้นฐาน

ต้องยอมรับว่า การพูดภาษาจีนได้เป็นข้อดี เพราะช่วยให้เริ่มต้นการสื่อสารง่ายขึ้น ทำให้ลูกค้ารู้สึกสบายใจ แต่สิ่งนี้เป็นเพียง “พื้นฐานเบื้องต้น” สิ่งที่สำคัญกว่าคือ ทีมงานที่เข้าใจในตัวลูกค้า ทีมงานที่เข้าใจคดี ทีมงานที่พร้อมดูแลคดีความของคุณอย่างเต็มที่ นี่คือหัวใจของงานกฎหมาย เพราะเราเอาความทุกข์ของลูกค้ามาอยู่ในมือ เราย่อมต้องดูแลและใส่ใจทำคดีความของลูกค้าให้ออกมาดีที่สุด และเป็นประโยชน์กับลูกค้าที่สุด

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์กับการดูแลลูกค้าชาวจีน

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าชาวจีนจำนวนมาก ทั้งในเรื่องคดีแพ่ง คดีธุรกิจระหว่างประเทศ คดีประกันภัย คดีแรงงาน คดีหุ้นส่วน การลงทุนทำธุรกิจในไทยที่ปรึกษากฎหมายประจำบริษัท สิ่งที่ทำให้ลูกค้าไว้วางใจ ไม่ใช่เพราะเป็นทนายความที่เป็นชาวจีน

แต่เพราะเป็นทีมกฎหมายที่ใส่ใจและจริงจังกับทุกคดี พร้อมมีทีมผู้ช่วยทนายความที่เข้าใจภาษาจีนและระบบกฎหมายจีนอย่างแท้จริง

ขอขอบคุณความไว้วางใจจากลูกค้าชาวจีน

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ โดยทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ ขอขอบคุณลูกค้าชาวจีนทุกท่านที่ไว้วางใจให้ดูแลคดีและปัญหากฎหมาย ความไว้วางใจของคุณ คือสิ่งที่มีค่ามากที่สุดสำหรับทีมงานของเรา เพราะเราเชื่อว่า งานกฎหมายที่ดี ไม่ได้เริ่มจากภาษา แต่เริ่มจาก “ความจริงใจ ความใส่ใจ และความรับผิดชอบ”

เลือกทนายความ อย่าดูแค่ภาษา

หากคุณเป็นชาวต่างชาติหรือชาวจีนที่กำลังมองหาทนายความ อย่าตัดสินแค่เรื่องภาษา เพราะทนายความที่ดี ไม่จำเป็นต้องพูดภาษาจีนได้คล่องเสมอไป แต่ต้องมีทีมหรือผู้ช่วยทนายความที่สื่อสารกับคุณได้อย่างถูกต้อง
เข้าใจข้อเท็จจริงของคุณ และทำงานเพื่อผลประโยชน์ของคุณอย่างเต็มที่

ไม่ว่าจะเป็นทนายความหรือทีมที่มีผู้ช่วยด้านกฎหมายจีน สิ่งสำคัญที่สุดคือ “คุณได้รับการดูแลที่ดีที่สุดทางคดีความหรือไม่” และนี่คือสิ่งที่สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ให้ความสำคัญสูงสุดเสมอ ต้องการปรึกษาทนายความ คลิก >>ติดต่อเรา<<

ชาวจีนทำธุรกิจในไทย ทำไมต้องรู้กฎหมายเกี่ยวกับเช็ค?

การประกอบธุรกิจในประเทศไทยของชาวจีนกำลังเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจค้าขาย นำเข้า-ส่งออก หรือธุรกิจบริการต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่าการทำธุรกรรมทางการเงินเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่น หนึ่งในเครื่องมือทางการเงินที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในไทยก็คือ “เช็ค” แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า เช็คมีอายุความในการฟ้องร้องเพียง 3 เดือนนับจากวันที่ถูกปฏิเสธการจ่ายเงิน

เช็คคืออะไร และมีบทบาทอย่างไรในธุรกิจไทย?

เช็คเป็นเครื่องมือทางการเงินที่ใช้แทนเงินสดและเป็นการรับรองการชำระเงินในอนาคต โดยบุคคลหนึ่ง (ผู้ออกเช็ค) สั่งให้ธนาคารจ่ายเงินให้กับบุคคลหรือบริษัทที่ระบุในเช็ค (ผู้รับเงิน) เช็คจึงเป็นเอกสารสำคัญที่ช่วยให้การทำธุรกิจเป็นไปอย่างมั่นใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการทำสัญญาการค้าระหว่างผู้ประกอบการไทยและชาวจีน

อย่างไรก็ตาม เช็คก็มีข้อจำกัดที่ผู้ใช้ต้องเข้าใจ โดยเฉพาะเรื่อง “อายุความของเช็ค” ซึ่งเป็นประเด็นที่ชาวจีนที่ทำธุรกิจในไทยต้องให้ความสำคัญ

อายุความของเช็คในประเทศไทย

ตามกฎหมายไทย เมื่อมีการนำเช็คไปขึ้นเงินที่ธนาคาร หากธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน เช่น บัญชีไม่มีเงินเพียงพอ หรือบัญชีถูกปิด ผู้รับเงินสามารถดำเนินการทางกฎหมายเพื่อเรียกเงินคืนจากผู้ออกเช็คได้ แต่ต้องทำภายในระยะเวลา 3 เดือน นับจากวันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน

หากปล่อยเวลาล่วงเลยไป สิทธิ์ในการฟ้องร้องตามกฎหมายเช็คจะหมดไป ซึ่งหมายความว่าผู้รับเงินอาจไม่สามารถเรียกเงินคืนได้ หรืออาจต้องใช้ช่องทางทางกฎหมายอื่นที่ยุ่งยากและใช้เวลานานกว่า

ทำไมชาวจีนที่ทำธุรกิจในไทยต้องรู้เรื่องนี้?

1.ป้องกันความเสียหายทางธุรกิจ
หากชาวจีนที่ประกอบธุรกิจในไทยไม่ได้รับทราบเรื่องอายุความของเช็ค อาจทำให้พลาดโอกาสในการเรียกคืนเงินที่ควรได้รับ และต้องเสียเวลาไปกับกระบวนการทางกฎหมายที่ซับซ้อน

2.เพิ่มความมั่นใจในการรับชำระเงิน
ผู้ประกอบการชาวจีนสามารถใช้เช็คเป็นหลักฐานในการทำธุรกรรมและใช้กฎหมายบังคับการชำระเงินได้ หากเข้าใจกฎหมายเกี่ยวกับเช็คอย่างถูกต้อง

3.ลดความเสี่ยงจากการถูกโกง
มีหลายกรณีที่ผู้ประกอบการได้รับเช็คเด้ง (เช็คที่ไม่สามารถขึ้นเงินได้) หากไม่เข้าใจว่าต้องดำเนินการภายใน 3 เดือน อาจเสียเปรียบและไม่สามารถฟ้องร้องเรียกเงินคืนได้

4.วางแผนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การรู้จักการใช้เช็คอย่างถูกต้องช่วยให้ผู้ประกอบการวางแผนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถกำหนดระยะเวลาการรับเงินและการฟ้องร้องได้ตามกฎหมาย

เมื่อเช็คถูกปฏิเสธการจ่ายเงิน ควรทำอย่างไร?

หากผู้ประกอบการชาวจีนได้รับเช็คที่ถูกปฏิเสธการจ่ายเงิน ควรดำเนินการดังนี้

1.ติดต่อผู้ออกเช็คทันที
ตรวจสอบสาเหตุของการปฏิเสธการจ่ายเงินและพยายามติดต่อผู้ออกเช็คเพื่อเจรจาให้ชำระเงิน

2.เก็บหลักฐานทั้งหมด
เก็บเช็คที่ถูกปฏิเสธ ใบแจ้งปฏิเสธจากธนาคาร และหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อใช้เป็นหลักฐานในกรณีที่ต้องดำเนินการทางกฎหมาย

3.แจ้งความดำเนินคดีอาญา
หากพบว่ามีเจตนาโกง เช่น ออกเช็คโดยรู้ว่าบัญชีไม่มีเงินเพียงพอ ผู้รับเช็คสามารถแจ้งความดำเนินคดีอาญาฐานออกเช็คโดยไม่มีเงินรองรับ ซึ่งอาจมีโทษจำคุก

4.ยื่นฟ้องคดีแพ่งภายใน 3 เดือน
หากผู้ออกเช็คไม่ยอมชำระเงิน ผู้รับเช็คต้องรีบยื่นฟ้องคดีแพ่งภายใน 3 เดือน นับจากวันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน หากเลยระยะเวลานี้แล้วจะไม่สามารถใช้สิทธิ์ฟ้องร้องตามกฎหมายเช็คได้

ข้อแนะนำสำหรับชาวจีนที่ใช้เช็คในการทำธุรกิจในไทย

  • ตรวจสอบสถานะของคู่ค้า ก่อนรับเช็คจากคู่ค้า ควรตรวจสอบข้อมูลทางการเงินและประวัติของบริษัทหรือบุคคลนั้นๆ
  • กำหนดวันขึ้นเงินให้ชัดเจน เมื่อตกลงรับเช็ค ควรกำหนดวันนำไปขึ้นเงินให้แน่ชัด และไม่ควรเก็บเช็คไว้นานเกินไป
  • หากมีข้อสงสัยให้ปรึกษาทนายความ เพื่อให้แน่ใจว่าการรับและใช้เช็คเป็นไปตามกฎหมายและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

ตัวอย่างคำสั่งศาลฎีกากรณีเช็คที่ถือว่าเป็นฉ้อโกง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้องกับกรณีการใช้เช็คในลักษณะที่ถือว่าเป็นการฉ้อโกงมีหลายคดี หนึ่งในนั้นคือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9634/2542 ในคดีนี้ จำเลยได้แสดงตนว่ามีคู่ชายหญิงพร้อมจะแลกเปลี่ยนคู่นอน แต่ต้องสมัครเป็นสมาชิกโดยเสียเงินค่าสมาชิก และนำหลักฐานมาแสดง ต่อมาจำเลยแจ้งว่ามีคู่ที่จะแลกเปลี่ยนคู่นอนด้วย แต่เมื่อถึงเวลานัดหมายกลับไม่มีคู่ใดปรากฏ การกระทำของจำเลยถือเป็นการหลอกลวงผู้อื่นด้วยข้อความอันเป็นเท็จ เพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สิน ถือเป็นความผิดฐานฉ้อโกง

แม้ว่าคดีนี้จะไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการใช้เช็ค แต่หลักการที่ศาลฎีกาวางไว้สามารถนำมาใช้พิจารณากรณีที่มีการออกเช็คโดยมีเจตนาหลอกลวง เช่น การออกเช็คโดยรู้ว่าไม่มีเงินเพียงพอในบัญชีเพื่อชำระหนี้ หรือการออกเช็คโดยไม่มีเจตนาที่จะให้เช็คถูกเรียกเก็บเงินได้จริง การกระทำดังกล่าวอาจถือเป็นการฉ้อโกงตามกฎหมาย

ดังนั้น ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการใช้เช็คควรตระหนักถึงความรับผิดชอบในการออกเช็ค และหลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจถูกพิจารณาว่าเป็นการฉ้อโกง เพื่อป้องกันปัญหาทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้น

ไม่ต้องรอให้เกิดปัญหา มีทนายความที่ปรึกษาสำหรับชาวจีนดีที่สุด

การประกอบธุรกิจในประเทศไทยของชาวจีนจำเป็นต้องเข้าใจกฎหมายเกี่ยวกับเช็ค โดยเฉพาะเรื่อง อายุความ 3 เดือนนับจากวันที่เช็คถูกปฏิเสธการจ่ายเงิน หากเพิกเฉยหรือไม่รู้ข้อกฎหมายนี้ อาจทำให้พลาดโอกาสในการเรียกเงินคืนและก่อให้เกิดความเสียหายทางธุรกิจ

ดังนั้น ชาวจีนที่ทำธุรกิจในไทยควรศึกษาและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้องควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเพื่อให้สามารถใช้เช็คเป็นเครื่องมือทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย หรือหากไม่ต้องรอให้เกิดปัญหาเรื่องนี้ หรือเรื่องอื่น ๆ ควรมีทนายความที่ปรึกษาสำหรับชาวจีนดีที่สุด >>ติดต่อเรา<<

Line @ คลิก! โทรหาเรา คลิก!