รถชนฟันหัก เรียกค่าเสียหายจากประกันได้ไหม?

อุบัติเหตุรถชนไม่เพียงสร้างความเสียหายให้กับรถยนต์เท่านั้น แต่ยังอาจส่งผลกระทบต่อร่างกายของผู้ขับขี่และผู้โดยสารอีกด้วย หนึ่งในอาการบาดเจ็บที่พบบ่อยและสร้างความเจ็บปวดไม่น้อยก็คือ ฟันหักหรือฟันโยกจากแรงกระแทก ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่ยังเป็นปัญหาสุขภาพที่ต้องได้รับการรักษาทันที แล้วกรณีแบบนี้ เราจะสามารถ รถชนเรียกค่าเสียหาย รถชนฟันหักฟ้องประกัน จากบริษัทประกันภัยได้หรือไม่?

คำตอบคือ ได้ แต่อาจขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ประกันภัยรถยนต์ที่เราทำไว้เป็นประเภทใด มีความคุ้มครองเกี่ยวกับอุบัติเหตุส่วนบุคคลหรือไม่ และมีเอกสารประกอบเพียงพอในการเรียกร้องหรือเปล่า

ประกันภัยรถยนต์ประเภทใดครอบคลุมอุบัติเหตุฟันหัก?

การจะเรียกค่ารักษาฟันจากประกันภัยรถยนต์ได้ ต้องพิจารณาประเภทของประกันที่ผู้ขับขี่ทำไว้ก่อน ดังนี้

1. ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ (ชั้น 1, 2+, 3+)

  • ประกันภัย ชั้น 1 โดยทั่วไปจะครอบคลุมทั้งตัวรถและบุคคล รวมถึง ค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ เช่น ฟันหัก หรือบาดเจ็บจากการชน
  • ส่วนประกัน ชั้น 2+ และ 3+ อาจมีความคุ้มครองในบางกรณี แต่ต้องตรวจสอบ เงื่อนไขกรมธรรม์ ว่าครอบคลุมถึงอุบัติเหตุส่วนบุคคลหรือไม่
  • ในบางกรณี ผู้เอาประกันสามารถเรียกร้อง ค่าทำฟัน / ค่ารักษาฟันหัก ได้จากความคุ้มครอง อุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) ที่แนบท้ายกรมธรรม์

2. ประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.)

  • พ.ร.บ. ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับจะคุ้มครองเบื้องต้นในกรณีที่มีการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ โดยจะชดเชยค่ารักษาพยาบาลให้ไม่เกิน 30,000 บาท ต่อคน และหากฟันหักเป็นส่วนหนึ่งของการบาดเจ็บ ก็สามารถเบิกค่ารักษาได้จากตรงนี้

หากมี ใบรับรองแพทย์ และ ใบเสร็จรับเงินจากคลินิกทันตกรรมหรือโรงพยาบาล ก็สามารถยื่นเบิกค่าใช้จ่ายได้เช่นกัน

เอกสารที่ต้องใช้ในการเรียกร้องค่ารักษาฟันหัก

เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชนและได้รับบาดเจ็บ ฟันหัก หรือได้รับความเสียหายทางช่องปาก ผู้ประสบเหตุควรเก็บรวบรวมเอกสารต่าง ๆ ให้ครบถ้วนเพื่อใช้เรียกร้องสิทธิ์จากบริษัทประกันภัย ได้แก่

1.สำเนากรมธรรม์ประกันภัย

2.ใบรับรองแพทย์ / ทันตแพทย์ ระบุอาการบาดเจ็บ เช่น ฟันหัก ฟันโยก จำเป็นต้องทำครอบฟันหรือใส่รากเทียม

3.ใบเสร็จรับเงิน ค่าใช้จ่ายในการรักษาทางทันตกรรม

4.รายงานอุบัติเหตุ / สำเนาบันทึกประจำวัน จากเจ้าหน้าที่ตำรวจ

5.ภาพถ่ายบาดแผล หรือภาพหลังการรักษา (ถ้ามี)

6.สำเนาบัตรประชาชน และ สำเนาทะเบียนบ้าน

ข้อควรรู้ก่อนเรียกค่าทำฟันจากประกัน

  • บริษัทประกันบางแห่งอาจตีความว่า ค่าทำฟันเป็นค่าใช้จ่ายด้านความงาม หากไม่ได้เกิดจากการบาดเจ็บจริง จึงควรมีหลักฐานทางการแพทย์ชัดเจนว่าฟันหักจากแรงกระแทก
  • หากใช้สิทธิเบิกจาก พ.ร.บ. แล้ว ยังสามารถเรียกส่วนเกินจากประกันชั้น 1 หรือประกัน PA ได้เพิ่มเติม
  • หากเป็นผู้โดยสาร ก็สามารถเรียกจาก ประกันของรถที่เป็นฝ่ายผิด ได้โดยตรง

หากประกันปฏิเสธจ่าย ควรทำอย่างไร?

หากคุณมั่นใจว่าการฟันหักเกิดจากอุบัติเหตุรถชนจริง แต่บริษัทประกันภัยปฏิเสธการจ่ายค่ารักษา หรือจ่ายไม่ครบตามจริง สามารถดำเนินการได้ดังนี้

1.ติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่ประกัน พร้อมแนบเอกสารเพิ่มเติม เช่น ใบรับรองแพทย์ ฉบับละเอียด

2.ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคปภ. (คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย)

3.ปรึกษาทนายความ เพื่อดำเนินคดีฟ้องร้องในกรณีที่เกิดความเสียหายรุนแรง หรือบริษัทจงใจไม่จ่ายโดยไม่มีเหตุอันสมควร

ตัวอย่างของการมีทนายความเรียกค่าเสียหายให้

อ้างอิงจากหนังสือรวมคำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการว่าด้วยเรื่องประกันภัย บาดเจ็บ บาดเจ็บพิสดาร เล่ม1 เรียบเรียงโดย ศุภสิทธิ์ ศิริ (ทนายอาม) พิมพ์ครั้งที่ 1 / 2564

ข้อพิพาทหมายเลขแดงที่  217/2561

ยุติจำนวนเงิน  379,310 บาท

ผู้เสนอข้อพิพาทเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน  ดังนี้

-ค่ารักษาพยาบาล 100,000 บาท

-ค่ารักษาพยาบาลในอนาคต 300,000 บาท

-ไม่สามารถประกอบกิจการงานได้ในระหว่างบาดเจ็บสาหัส 200,000 บาท

-ถ้าสูญเสียความสามารถในการประกอบการงานในอนาคต 200,000 บาท

-ค่าเสียหายอย่างอื่นอันมิใช่ตัวเงิน เป็นเงิน 400,000 บาท

ผู้คัดค้าน  (บริษัท อ…ประกันภัย จำกัด (มหาชน) ) คัดค้านว่า

ค่าเสียหายทั้งหมดที่ผู้เสนอข้อพิพาทเรียกร้องมาสูงเกินไม่มีหลักฐานสนับสนุน และผู้คัดค้านมีทุนประกันภัยภาคสมัครใจจำนวน 500,000 บาท จึงต้องรับผิดเกินกว่านี้ ขอให้ยกคำเสนอข้อพิพาท

ประเด็นข้อพิพาท  : ค่าเสียหายมีเพียงใด และผู้คัดค้านต้องรับผิดในวงเงินเพียงใด

คำวินิจฉัยชี้ขาด

-ค่ารักษาพยาบาล

ตามประเด็นข้อพิพาท  พิเคราะห์แล้ว ประเด็นที่ว่า “ ค่าเสียหายมีเพียงใด” นั้น ผู้เสนอข้อพิพาทเสียค่ารักษาพยาบาลระหว่างนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล 4 วัน รวมเป็นเงิน 39,270 บาท ซึ่งข้อนี้ได้ความจากผู้เสนอข้อพิพาทให้การเองว่าบริษัทผู้รับประกันภัยตาม พ.ร.บ. ได้จ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลให้เต็มตามจำนวนประกันภัย เป็นเงิน 80,000 บาทแล้ว ดังนี้ ผู้เสนอข้อพิพาทจึงไม่อาจเรียกร้องค่าเสียหายส่วนนี้จากผู้คัดค้านได้อีก

-ค่ารักษาพยาบาลในอนาคต

ผู้เสนอข้อพิพาทได้รับบาดเจ็บสา  ใบหน้าเสียโฉม ฟันหักสี่ซี่ เหงือกมีอาการติดเชื้อ ต้องทำการรักษาอาการบาดเจ็บต่อไป คิดค่ารักษาเป็นเงิน 179,000 บาท เห็นว่า ผู้เสนอข้อพิพาทได้รับบาดเจ็บสาหัสต้องรักษาบาดแผลตามใบหน้า รักษาเหงือกและฟันให้อยู่ในสภาพดีดังเดิม ต้องใช้ ค่าใช้จ่ายเป็นค่ารักษา เป็นเงินจำนวนสูงแน่นอน แต่ที่เรียกร้องมาเป็นเงิน 179,000 บาท ก็เป็นเพียงการคำนวณราคาว่าน่าจะเป็นราคาดังนี้เท่านั้น เห็นว่าเป็นการคำนวณราคาสูงไป เห็นควรกำหนดราคาค่าเสียหายส่วนนี้ให้เป็นเงิน 100,000 บาท

-ค่าขาดประโยชน์ในการทำมามาหาได้ระหว่างบาดเจ็บ

ผู้เสนอข้อพิพาท มีบาดแผลบนใบหน้าเป็นผลสด น้ำเหลืองซึม หน้าตึงแสบแผล จึงไปทำงานตามปกติไม่ได้ คิดเป็นค่าเสียหายเดือนละ 29,310 บาท จึงให้ตามคำขอ

-ค่าสูญเสียความสามารถในการประกอบการงานในอนาคต

ผู้เสนอข้อพิพาทมีรายได้เสริมพิเศษหลังเลิกงานด้วยการเปิดร้านขายของชำ การต้องพักรักษาตัวทำให้ต้องปิดร้านขายของชำ จึงขาดรายได้ไป ขอคิดค่าเสียหายเป็นเงิน 180,000 บาท เห็นว่า การบาดเจ็บสาหัสของผู้เสนอข้อพิพาทเป็นเหตุให้ผู้เสนอข้อพิพาทต้องปิดร้านขายของชำ จึงขาดรายได้ส่วนนี้ไปจริง แต่เรียกร้องค่าเสียหายในส่วนนี้ มาเป็นเงิน 180,000 บาท สูงเกิน เห็นควรกำหนดให้เป็นเงิน 100,000 บาท

-ค่าเสียหายอย่างอื่นอันมิใช่ตัวเงิน

ผู้เสนอข้อผิดพลาดได้รับบาดเจ็บสาหัสโดยเฉพาะแผลบนใบหน้า และปากกระทบถึงฟันหัก เป็นอาการแสนสาหัสที่ผู้เสนอข้อผิดพลาดได้รับเป็นการกระทบจิตใจ และความรู้สึกมากจริง แต่ที่เรียกร้องมาเป็นเงิน 400,000 บาท ยังสูงเกินไป เห็นควร กำหนดค่าเสียหายส่วนนี้ให้เป็นเงิน 150,000 บาท

รวมเป็นเงินค่าเสียหายที่กำหนดให้ทั้งสิ้นจำนวน  379,310 บาท ซึ่งไม่เกินวงเงินความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยฉบับพิพาท

วินิจฉัยคำชี้ขาดให้ผู้คัดค้านชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน  379,310 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันเสนอข้อพิพาทเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่ผู้เสนอข้อพิพาท ให้ผู้คัดค้านปฏิบัติตามคำชี้ขาดภายใน 30 วัน นับแต่วันได้รับสำเนาคำชี้ขาด ค่าป่วยการตุลาการและค่าใช้จ่ายอื่นในชั้นดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการ ให้ฝ่ายผู้เสนอข้อพิพาทและผู้คัดค้านชำระตามบัญชีแนบท้ายคำชี้ขาดฝ่ายละกึ่งหนึ่ง

แหล่งที่มา

ข้อพิพาทหมายเลขดำที่ : 460/2560

หลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง : ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 877, 446

อนุญาโตตุลาการ  : นายขวัญชัย ปิ่นรอด

ความเห็นส่วนตัวของคณะทำงาน

ในส่วนค่ารักษาพยาบาลในอนาคต  อันเป็นค่ารักษารากฟันนั้น ผู้เสนอข้อพิพาทจำเป็นต้องรักษาพยาบาลจริง เพียงแต่ว่าผู้เสนอข้อพิพาทยังไม่ได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ซึ่งโดยทั่วไปแล้วผู้เสนอข้อพิพาทและคณะทำงานต้องเรียนแจ้งตามตรงว่าส่วนใหญ่แล้ว ผู้เสนอข้อผิดพลาดไม่มีเงินเพียงพอที่จะไปรักษา เนื่องจากต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาตัวแล้ว ยังต้องหยุดงานไปรักษาตัวทำให้ไม่มีรายได้ ไหนจะเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัวในชีวิตประจำวันของตัวผู้เสนอข้อพิพาทเองอีก จึงทำให้ไม่อาจนำค่ารักษาพยาบาลที่แน่นอนมาแสดงต่ออนุญาตต่อตุลาการได้ ดังนั้น ผู้แทนผู้เสนอข้อพิพาทหรือท่านผู้อ่านจึงมีความจำเป็นต้องหาพยานหลักฐานใดๆ มาแสดงต่ออนุญาโตตุลาการให้ทราบให้แน่ชัดว่ามีค่ารักษาพยาบาลประมาณเท่าใดจากตัวอย่างที่ยกมาข้างต้นนั้นสะท้อนความจริงให้เห็นว่า แม้การเรียกค่าเสียหายจากบริษัทประกันภัยจะดูเหมือนเป็นขั้นตอนง่าย ๆ แต่ในความเป็นจริง หลายกรณีกลับต้องใช้ความรู้ด้านกฎหมายเพื่อยืนยันสิทธิของผู้เอาประกัน หากคุณ รถชนฟันหัก แล้วไม่ได้รับความเป็นธรรมในการชดเชย หรืออยากให้ทุกขั้นตอนเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่เสียสิทธิ

ปรึกษาทนายความตั้งแต่แรก คือทางเลือกที่จะไม่ทำให้คุณเสียเปรียบประกันภัย

ไม่ว่าจะเป็นการร่างหนังสือเรียกร้อง แจ้งความ ตรวจสอบเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือดำเนินคดีฟ้องร้อง ทนายความจะสามารถให้คุณ “รถชนเรียกค่าเสียหาย” ได้ และที่สำคัญเลยคือจะไม่เสียเปรียบบริษัทประกันภัยหากคุณหรือคนใกล้ตัว รถชนฟันหัก จำไว้ว่าสามารถเรียกร้องค่ารักษาได้ทั้งจาก พ.ร.บ. และประกันภัยภาคสมัครใจ เพียงเตรียมเอกสารให้ครบ และอย่าลืมใช้สิทธิให้เต็มที่ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หากมีข้อสงสัยหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม อย่าลังเลที่จะ ปรึกษาทนาย เพื่อให้คุณได้รับสิ่งที่ควรได้รับ

ฟันหักหายเป็นแถบ ประกันภัยหัวแพทย์ขอจ่าย 3 หมื่น ยื้อขอเอกสารเพิ่ม ทั้งที่แพทย์ลงความเห็นราคากว่า 8 หมื่นบาทต่อซี่

ฟันหักหายเป็นแถบ ประกันภัยหัวแพทย์ขอจ่าย 3 หมื่น ยื้อขอเอกสารเพิ่ม ทั้งที่แพทย์ลงความเห็นราคากว่า 8 หมื่นบาทต่อซี่

          หากใครที่ได้ติดตามสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ของเรา คงจะคุ้นเคยกันดีกับกลยุทธ์เด็ดต่าง ๆ ของบริษัทประกันภัย ที่เรียกได้ว่าแต่ละคำนั้นได้สร้างความเดือดร้อนให้ผู้ประสบภัยหลายท่านไม่น้อย เช่น รักษาตัวให้หายดีก่อน แล้วค่อยมาเรียกร้องก็ดี หรือ อ้างว่าเมาแล้วขับ นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลังมาปฏิเสธการรับผิดชอบก็ดี ข้ออ้างหรือมุกเด็ดต่าง ๆ ของบริษัทประกันภัยแต่ละคำล้วนแต่ส่งผลเสียต่อผู้เสียหายอย่างบอกไม่ถูก เพราะแต่ละกรณีได้รับความเสียหายที่แตกต่างกันไป

          และสำหรับกรณีต่อไปนี้ที่เราจะมานำเสนอก็เช่นเดียวกัน เป็นเรื่องราวของผู้เสียหายท่านหนึ่งที่ประสบอุบัติเหตุ แต่เป็นอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดที่ต้องฟันหัก แต่ไม่ใช่ฟันหักธรรมดาเพราะสามารถเปลี่ยนชีวิตของคน ๆ หนึ่งได้ในพริบตา

ผู้เสียหายสุดช้ำ ! ฟันหักหายไปเป็นแถบ ประกันภัยตัวแสบไร้เยื่อใยเสนอจ่ายต่ำกว่าความเสียหายที่แท้จริง

ผู้เสียหายสุดช้ำ ! ฟันหักหายไปเป็นแถบ ประกันภัยตัวแสบไร้เยื่อใย

          อย่างที่กล่าวไปในข้างต้น เรื่องราวที่เรานำมาเสนอนี้เป็นเรื่องราวของผู้เสียหายท่านหนึ่งที่เราเชื่อมาก ๆ ว่าหากใครได้มาอ่านจะต้องรู้สึกสะเทือนใจไปกับผู้เสียหายท่านนี้อย่างแน่นอน เรื่องราวของนาย A ผู้เสียหายที่ต้องเผชิญกับอุบัติเหตุถูกรถชนอย่างรุนแรง และการประสบอุบัติเหตุในครั้งนี้ไม่ได้ส่งผลเพียงสร้างบาดแผลทางกายเท่านั้น แต่ยังสร้างบาดแผลทางใจที่ทิ้งร่องรอยไว้อย่างที่นาย A ไม่มีทางลืมเลือนได้แน่นอน

          เขาได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัส ไม่เพียงแค่ศีรษะที่ได้รับความกระทบกระเทือนเท่านั้น แต่ยังมีแผลฉีกขาดในหลายส่วน และที่มากไปกว่านั้นนาย A ฟันหักไปกว่า 3 ซี่ ซึ่งสร้างความเจ็บปวดและอุปสรรคในการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก นาย A ไม่สามารถพูดได้ เนื่องจากมีเลือดไหลจากปากตลอดเวลา และไม่สามารถรับประทานอาหารได้แม้แต่อาหารอ่อน ๆ ความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมานที่นาย A ได้รับ ไม่ได้หยุดอยู่แค่ความบาดเจ็บทางร่างกาย แต่ยังลุกลามไปถึงการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งกว่าจะผ่านในแต่ละวันไปได้นาย A ต้องเผชิญกับอุปสรรคอย่างมาก

          ในสถานการณ์ที่เลวร้ายแบบนี้ แต่ความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมานของนาย A กลับไม่ได้รับการเยียวยาอย่างที่ควรจะเป็น เมื่อบริษัทประกันภัยหัวแพทย์พิจารณาชดใช้ค่ารักษาฟันที่ต้องสูญเสียรากฟันไปให้เพียง 30,000 บาทเท่านั้น ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่ห่างไกลจากค่ารักษาจริงที่ทันตแพทย์ประเมินไว้เป็นอย่างมาก เนื่องจากนาย A ได้รับการประเมินค่ารักษาพยาบาลจากทันตแพทย์อย่างละเอียด โดยทันตแพทย์ระบุว่าความเสียหายของฟันแต่ละซี่นั้นมีมูลค่าการรักษาสูงถึง 85,000 บาทต่อซี่ สาเหตุเพราะรากฟันได้รับความเสียหายอย่างมาก ซึ่งสามารถเห็นได้ชัดเจนจากฟิล์มเอกซเรย์

ฟิล์มเอกซเรย์ฟันหัก

          ในขณะที่นาย A ต้องการการดูแลรักษาและการเยียวยาที่เหมาะสม แต่บริษัทประกันภัยหัวแพทย์กลับพิจารณาชดใช้ให้เพียงเท่านี้ จากเหตุการณ์นี้เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงปัญหาของบริษัทประกันภัยที่ไม่เป็นธรรม และความจำเป็นที่ผู้เสียหายต้องมีการต่อสู้เพื่อสิทธิของตนเอง

          นอกจากจะพิจารณาจ่ายค่ารักษาที่ต่ำกว่าความเป็นจริงอย่างมากแล้ว บริษัทประกันภัยยังขอเอกสารเพิ่มเติมจากนาย A เพื่อยื้อเวลาในการพิจารณาเพิ่มอีก นับเป็นการสร้างความเครียดและความทุกข์ใจให้กับผู้เคราะห์ร้ายอย่างมาก การขอเอกสารเพิ่มเติมและการยืดเวลาพิจารณาเช่นนี้ ดูเหมือนจะเป็นกลยุทธ์ที่บริษัทประกันภัยใช้ในทุกกรณี เพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามที่ควรจะเป็น

          การที่นาย A ฟันหัก ไม่ใช่เพียงแค่ฟันหักธรรมดาทั่วไป แต่นับว่าต้องสูญเสียอวัยวะและต้องทำการรักษา คำถามที่ต้องถามคือ การที่บริษัทประกันภัยพิจารณาชดใช้เพียง 30,000 บาท ต่อการที่ต้องฟันหักไปหลายซี่นั้น เหมาะสมกับความเสียหายที่นาย A ได้รับแล้วหรือ? การชดใช้เพียงเท่านี้กับความเสียหายที่เกิดขึ้นแทบจะไม่สามารถครอบคลุมค่ารักษาอะไรได้เลย และแน่นอนว่าการที่ฟันหักส่งผลให้นาย A ได้รับความเดือดร้อนในชีวิตเป็นอย่างมาก ที่สำคัญคือไม่มีใครควรต้องทนทุกข์ทรมานจากอาการบาดเจ็บแบบนี้โดยไม่ได้รับการรับผิดชอบที่เหมาะสมจากบริษัทประกันภัย

บริษัทประกันภัยยังมีทนายได้ แล้วทำไมคนธรรมดาจะมีทนายไม่ได้ เจอแบบนี้มีทนายเดินเรื่องดีที่สุด

บริษัทประกันภัยยังมีทนายได้ แล้วทำไมคนธรรมดาจะมีทนายไม่ได้

          จากเหตุการณ์ที่กล่าวไปข้างต้น การที่นาย A ประสบอุบัติเหตุฟันหักเหมือนเท่ากับว่าต้องสูญเสียอวัยวะในร่างกายไป นั่นไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ หรือเรื่องธรรมดาทั่วไป และจากเรื่องนี้ก็ชัดเจนแล้วว่าการที่ผู้เสียหายต้องรับมือกับกระบวนการของบริษัทประกันภัยเพียงลำพังนั้น มีแนวโน้มที่จะถูกเอาเปรียบและไม่ได้รับการชดเชยที่เหมาะสม การมีทนายความที่มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายประกันภัยเพื่อดำเนินคดีและต่อสู้เพื่อสิทธิที่ควรได้รับ จึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะการมีทนายความสามารถช่วยให้ผู้เสียหายได้รับการปกป้องและชดเชยอย่างเต็มที่ตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง และไม่ต้องเผชิญกับการยื้อเวลาและการเอาเปรียบจากบริษัทประกันภัยอีกต่อไป หากเจอกรณีเหมือนอย่างนาย A นี้ ควรมีทนายความเดินเรื่องดำเนินการให้ดีที่สุด >>ปรึกษากฎหมาย<<

รถชน ฟันหัก 5 ซี่ขึ้นไป พ.ร.บ.จ่ายเท่าไหร่ ?

รถชน ฟันหัก 5 ซี่ขึ้นไป พ.ร.บ.จ่ายเท่าไหร่ ?

          อุบัติเหตุจากรถเป็นเรื่องไม่คาดฝัน เป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่มีโอกาสเกิดขึ้นได้กับทุกคน  เพราะเราต้องใช้ยานพานหนะทางบกในการเดินทางเป็นหลัก ซึ่งรถทุกประเภทมีความเสี่ยงภัยทั้งสิ้น โดยเฉพาะอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ที่ผู้คนนิยมใช้จำนวนมาก เพราะมีความสะดวก คล่องตัว ทำให้มีความเสี่ยงภัยสูงที่จะเกิดอุบัติเหตุ จากรายงานแสดงสถิติการเกิดเหตุจากรถจักรยานยนต์ ตามข้อมูลการใช้สิทธิ์ พ.ร.บ  ในปีพ.ศ. 2566 ของศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุเพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน พบว่า ในปี 2566 ประเทศไทยมีอุบัติเหตุทางท้องถนนจากรถจักรยานยนต์ เกิดขึ้น จำนวน 495,264 ครั้ง  มีผู้เสียชีวิต 7,915 ราย และมีผู้บาดเจ็บถึง 486,855 ราย เห็นสถิติแล้วต้องบอกว่าน่าทึ่งมาก แล้วจะมีผู้ประสบภัยสักกี่คนที่ได้รับการเยียวยาที่ถูกต้องตามสิทธิ กรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถได้กำหนดให้บริษัทจ่ายค่าสินไหมทดแทน กรณีได้รับความเสียหายต่อร่างกาย อนามัย ตามความเสียหายที่แท้จริง ไม่เกิน 80,000 บาท และกรณีสูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต คนส่วนใหญ่ค่อนข้างทราบดีว่าสามารถเรียกร้องได้ 200,000-500,000 บาท แต่อาจจะมีบางท่านที่ยังไม่ทราบว่ากรณีที่อวัยวะถูกทำลายลงแล้วจะทำให้กระทบต่อการดำรงชีวิตอย่างปกติสุขของผู้ประสบภัยนั้น เช่น การสูญเสียฟันแท้ตั้งแต่ 5 ซี่ ขึ้นไป สามารถเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนได้ถึง 250,000 บาท เป็นต้น

ฟันหัก ดูดีๆ อาจไม่ใช่กรณีบาดเจ็บธรมดา แต่เป็นเรื่องการสูญเสียอวัยวะ

ฟันหัก ดูดีๆ อาจไม่ใช่กรณีบาดเจ็บธรมดา

          “ฟัน” เป็นอวัยวะหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้อวัยวะอื่น ๆ ในร่างกาย เพราะมีหน้าที่ช่วยทำให้เราบดเคี้ยวอาหารได้ในทุก ๆ วัน ฟันเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราพูดและออกเสียงได้อย่างปกติ ช่วยรักษาโครงสร้างใบหน้า ให้มีความกว้าง , ความยาว และความอิ่มของริมฝีปากให้สมดุล และฟันเป็นส่วนประกอบของบุคลิกภาพ สร้างความประทับใจได้โดยเฉพาะเวลาที่พูดคุยกัน ฉะนั้น เมื่อเกิดอุบัติเหตุจากรถแล้วฟันหัก แน่นอนว่าย่อมเกิดความเจ็บปวดทุกข์ทรมานและกระทบต่อการใช้ชีวิตอย่างปกติสุข นอกจากการเรียกร้องค่ารักษาพยาบาล ค่าสูญเสียโอกาสในการทำงาน ค่าเสียหายอื่น ๆ แล้ว ต้องดูเงื่อนไข พ.ร.บ. ด้วย

          ดังนั้นดูให้ดี! บาดเจ็บฟันหักจากอุบัติเหตุรถชน แล้วฟันแท้หักตั้งแต่ 5 ซี่ขึ้นไป  สามารถเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนได้ถึง 250,000 บาท ตามเงื่อนไขกรมธรรม์พ.ร.บ. ข้อ 3.1.2 (7) ประกันภัยอาจจะใช้ความ “ไม่รู้” ของชาวบ้าน เสนอจ่าย พ.ร.บ. ในวงเงิน 80,000 บาท ซึ่งเป็นแค่กรณีบาดเจ็บเท่านั้น อาจจะทำให้ผู้ประสบภัยเสียสิทธิได้   

ตัวอย่างเคส ผู้เสียหาย ถูกรถชนได้รับบาดเจ็บฟันหักเกิน 5 ซี่ พ.ร.บ. จ่ายแค่ 80,000 บาท

          ผู้เสียหายรายหนึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส กระดูกเบ้าฟันหน้าแตก , ฟันหลุดออกจากเบ้า และฟันโยกไม่สามารถใช้งานได้มากกว่า 5 ซี่ มีบาดแผลฉีกขาดเหงือกบนและล่าง กระดูกนิ้วก้อยมือขวาหัก และมีบาดแผลถลอกตามร่างกาย จากอาการบาดเจ็บจะเห็นได้ว่าผู้เสียหายรายได้บาดเจ็บสาหัสมาก ก่อนที่จะได้มาปรึกษาสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ผู้เสียหายท่านนี้ได้ดำเนินคดีเรียกร้องค่าเสียหายจากการบาดเจ็บดังกล่าวจากพ.ร.บ. ซึ่งบริษัทประกันภัยเสนอจ่ายพ.ร.บ. เพียงแค่ 80,000 บาท เท่านั้น ซึ่งไม่ถูกต้อง ผู้เสียหายได้ค้นหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต จึงได้มารู้จักกับสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์  ทำให้ได้รู้ว่าอาจกำลังถูกประกันภัยเอาเปรียบ จึงตัดสินใจติดต่อหาทนายเพื่อปรึกษา และให้มาดำเนินการเรียกร้องค่าสินไหมแทน ซึ่งหลังจากที่สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์เข้าไปดำเนินการเรียกร้องในส่วน พ.ร.บ. ให้กับผู้เสียหายได้ 250,000 บาท ตามสิทธิ  และเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนในส่วนของภาคสมัครใจเป็นค่ารักษารักษาพยาบาลในอนาคต ค่าขาดประโยชน์จากการทำมาหาได้ ค่าสูญเสียความสามารถฯ และค่าสินไหมทดแทนอันมิใช่ตัวเงิน (ค่าทนทุกข์ทรมาน) ให้กับผู้เสียหายท่านนี้ด้วย ทำให้ผู้เสียหายไม่ถูกเอาเปรียบจากความไม่รู้ ดังนั้น สำหรับใครที่ถูกรถชนได้รับบาดเจ็บฟันหัก ดูให้ดี ว่าหักกี่ซี่? เข้าเงื่อนไขการสูญเสียอวัยะหรือไม่? หากไม่แน่ใจและรู้สึกว่าถูกเอาเปรียบเหมือนอย่างเคสคดีนี้ การติดต่อหาทนายความ
เป็นสิ่งที่ดีที่สุด

ขอขอบคุณที่มาข้อมูลสถิติ  : ศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุเพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน

Line @ คลิก! โทรหาเรา คลิก!