ค่าสินไหมทดแทนรถชน: เป็นฝ่ายผิดเรียกค่าเสียหายจากบริษัทประกันภัยได้ไหม? เข้าใจให้ชัดก่อนเสียสิทธิ

ค่าสินไหมทดแทนรถชน กรณีเป็นฝ่ายผิด แน่นอนว่าอุบัติเหตุทางรถยนต์เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่มือใหม่หรือผู้มีประสบการณ์ และหนึ่งในคำถามที่หลายคนสงสัยมากที่สุดคือ “หากเราเป็นฝ่ายผิด จะยังสามารถเรียกค่าสินไหมทดแทนรถชนจากบริษัทประกันภัยได้หรือไม่?”

หลายคนอาจเคยได้รับคำตอบจากบริษัทประกันภัยว่า “ไม่ได้ เพราะเป็นฝ่ายผิด” ซึ่งทำให้เข้าใจไปว่าหมดสิทธิเรียกร้องใด ๆ ทั้งหมด แต่ในความเป็นจริงแล้ว เรื่องของค่าสินไหมทดแทนรถชน มีรายละเอียดทางกฎหมายที่ลึกกว่านั้น และบางกรณีผู้เอาประกันยังสามารถเรียกร้องสิทธิของตนได้

บทความนี้และคลิปวิดีโอต่อไปนี้จะอธิบายให้ทุกท่านเข้าใจอย่างชัดเจนว่า กรณีเป็นฝ่ายผิดมีสิทธิเรียกอะไรได้บ้าง และในกรณีใดที่ยังสามารถเรียกค่าเสียหายเพิ่มเติมจากบริษัทประกันภัยได้

ค่าสินไหมทดแทนรถชน คืออะไร?

ค่าสินไหมทดแทนรถชน คือเงินที่บริษัทประกันภัยจ่ายให้แก่ผู้เอาประกันหรือผู้เสียหาย เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุ เช่น

  • ค่าซ่อมรถยนต์
  • ค่ารักษาพยาบาล
  • ค่าเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
  • ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ

อย่างไรก็ตาม สิทธิในการได้รับค่าสินไหมจะขึ้นอยู่กับประเภทของประกันภัย เงื่อนไขในกรมธรรม์ และข้อเท็จจริงของอุบัติเหตุ

กรณีเป็นฝ่ายผิด เรียกค่าสินไหมทดแทนรถชนได้หรือไม่?

จากกรณีตัวอย่างที่มีผู้เสียหายเข้ามาปรึกษา โดยขับรถลื่นไถลตกข้างทาง และเมื่อแจ้งบริษัทประกันภัยกลับได้รับคำตอบว่า “ไม่สามารถเรียกค่าเสียหายได้ เนื่องจากเป็นฝ่ายผิด”

ในทางกฎหมาย ต้องแยกพิจารณาเป็น 2 กรณีสำคัญ

1. กรณีเรียกไม่ได้ตามหลักทั่วไป

หากผู้เอาประกันเป็นฝ่ายผิด เช่น

  • ขับรถชนเสาไฟฟ้าเอง
  • ขับรถชนท้ายคู่กรณี
  • เกิดอุบัติเหตุจากความประมาทของตนเอง

ในกรณีนี้ โดยหลักแล้วจะไม่สามารถเรียกค่าสินไหมทดแทนรถชนจากบริษัทประกันภัยของฝ่ายตนเองได้ (ในส่วนความเสียหายที่เกิดจากความผิดของตนเอง) โดยเฉพาะหากเป็นประกันที่มีเงื่อนไขจำกัดความคุ้มครอง

2. กรณีที่ยังสามารถเรียกค่าเสียหายได้

แม้จะเป็นฝ่ายผิด แต่ในบางสถานการณ์ยังสามารถเรียกค่าเสียหายจากบริษัทประกันภัยได้ หากบริษัทประกันภัยมีพฤติการณ์ดังต่อไปนี้

  • ละเลยไม่ดำเนินการตามหน้าที่
  • เพิกเฉยต่อการเคลม
  • ไม่ควบคุมราคาค่าซ่อม
  • ไม่เสนอราคาการซ่อมอย่างเหมาะสม
  • อ้างเหตุล่าช้า เช่น รอฝ่ายประเมินราคาโดยไม่มีเหตุผล
  • ปฏิเสธการดำเนินการโดยไม่มีเหตุอันสมควร

ในกรณีเหล่านี้ ผู้เอาประกันสามารถใช้สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนรถชนในส่วนความเสียหายที่เกิดจากการกระทำหรือการละเลยของบริษัทประกันภัยเอง

ตัวอย่างสถานการณ์ที่เรียกค่าสินไหมได้

เพื่อให้เข้าใจชัดเจนขึ้น ลองพิจารณาตัวอย่างดังนี้

กรณีที่ 1:
ผู้เอาประกันขับรถชนเอง (เป็นฝ่ายผิด) → บริษัทประกันรับเรื่อง แต่ปล่อยให้การซ่อมล่าช้าเกินสมควร
➡ ผู้เอาประกันอาจเรียกค่าเสียหายจากความล่าช้า เช่น ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถได้

กรณีที่ 2:
บริษัทประกันไม่เสนอราคาซ่อม หรือไม่ประสานงานกับอู่ซ่อม
➡ อาจเข้าข่ายละเลยหน้าที่ ทำให้เกิดความเสียหายเพิ่มเติม

กรณีที่ 3:
บริษัทประกันปฏิเสธการเคลมโดยไม่มีเหตุผลที่ชัดเจน
➡ ผู้เอาประกันสามารถโต้แย้งและเรียกร้องสิทธิได้

ดังนั้น แม้จะเป็นฝ่ายผิด ก็ไม่ได้หมายความว่าจะหมดสิทธิในค่าสินไหมทดแทนรถชนเสมอไป

เทคนิคสำคัญในการเรียกค่าสินไหมทดแทนรถชน

การเรียกค่าสินไหมในกรณีลักษณะนี้ ไม่ใช่เพียงแค่ยื่นเรื่องธรรมดา แต่ต้องอาศัยการวิเคราะห์ข้อกฎหมาย การรวบรวมพยานหลักฐาน การจัดลำดับข้อเท็จจริง การวางกลยุทธ์ในการเรียกร้อง ฯลฯ ซึ่งในทางปฏิบัติ การ “วางรูปเรื่อง” หรือการเรียบเรียงข้อเท็จจริงให้สอดคล้องกับข้อกฎหมาย เป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก และเป็นจุดที่ทำให้ผลของคดีแตกต่างกันได้

ความสำคัญของการมีประกันภัยรถยนต์

จากกรณีข้างต้น จะเห็นได้ว่าการมีประกันภัยรถยนต์ยังคงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะช่วยลดภาระความเสียหายทางการเงินเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

แม้ในบางกรณีจะไม่สามารถเรียกค่าสินไหมได้ทั้งหมด แต่ประกันภัยยังช่วยคุ้มครองในหลายด้าน เช่น

-ความเสียหายต่อบุคคลภายนอก

-ค่ารักษาพยาบาล

-ความเสียหายต่อทรัพย์สิน

การเลือกประกันภัยที่เหมาะสมและเข้าใจเงื่อนไขในกรมธรรม์จึงเป็นสิ่งสำคัญ

ทำไมควรปรึกษาทนายความเมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชน?

หลายคนเลือกจัดการปัญหาด้วยตนเอง แต่ในความเป็นจริงคดีเกี่ยวกับค่าสินไหมทดแทนรถชนมีความซับซ้อนทางกฎหมาย โดยเฉพาะกรณีที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาทกับบริษัทประกันภัย การปรึกษาทนายความตั้งแต่ต้นจะสามารถให้ผู้เสียหายเข้าใจสิทธิของตนเองอย่างถูกต้อง ประเมินแนวทางในการเรียกร้องค่าเสียหาย วางกลยุทธ์ในการดำเนินเรื่อง ลดความเสี่ยงในการเสียสิทธิได้ เป็นต้น

เป็นฝ่ายผิดก็ยังมีสิทธิ หากปรึกษาทนายถูกคน

คำว่า “เป็นฝ่ายผิด” ไม่ได้หมายความว่าจะหมดสิทธิในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนรถชน เสมอไป ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ของบริษัทประกันภัยด้วย

หากบริษัทประกันภัยดำเนินการไม่ถูกต้อง ล่าช้า หรือปฏิเสธโดยไม่มีเหตุผล ผู้เอาประกันยังสามารถใช้สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายได้

ปรึกษาทนายความก่อน เพื่อไม่ให้เสียสิทธิได้แล้ววันนี้

หากคุณประสบอุบัติเหตุรถชน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายผิดหรือฝ่ายถูกการปรึกษาทนายความตั้งแต่แรกเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะการวางแนวทางที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น อาจสามารถให้คุณสามารถเรียกค่าสินไหมทดแทนรถชนได้อย่างครบถ้วน และไม่เสียสิทธิที่ควรได้รับสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์โดยทนายอาร์มพร้อมให้คำปรึกษาและวางกลยุทธ์ทางกฎหมาย เพื่อปกป้องสิทธิของคุณอย่างเต็มที่ ปรึกษาทนาย คลิก >>ติดต่อเรา<<

เคสตัวอย่างเรียกค่าสินไหมทดแทนรถชน : พอมีทนายจ่ายง่าย ไม่ต้องรอให้ “หายดีก่อน”

อุบัติเหตุทางถนนถือเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดแล้ว สิ่งที่ผู้เสียหายทุกคนควรได้รับคือ สิทธิในการเรียกค่าสินไหมทดแทนรถชน เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงทั้งร่างกาย จิตใจ และทรัพย์สิน ทว่าในความเป็นจริง หลายครั้งบริษัทประกันภัยกลับพยายามเลี่ยงหรือชะลอความรับผิดชอบ โดยใช้คำพูดที่ทำให้ผู้เสียหายลังเล เช่น “รักษาตัวให้หายดีก่อนแล้วค่อยมายื่นเรื่อง” ทั้งที่ตามกฎหมาย ผู้เสียหายมีสิทธิเรียกร้องได้ทันทีตั้งแต่วันเกิดเหตุ

บทความนี้จะพาไปดูเคสของ นาย A ผู้บาดเจ็บสาหัสจากอุบัติเหตุรถชน ที่ตัดสินใจไม่หลงเชื่อคำพูดของบริษัทประกัน แต่เลือกปรึกษาทนายความและเดินหน้าดำเนินการทันที ผลลัพธ์คือได้รับค่าสินไหมทดแทนอย่างรวดเร็ว ต่างจากผู้ที่รอให้ “หายดีก่อน” อย่างสิ้นเชิง

เคสจริงที่สะท้อนปัญหา: รอไปก็เสียสิทธิ

นาย A ประสบอุบัติเหตุรถชนจนบาดเจ็บสาหัส ต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล ตอนแรกเมื่อครอบครัวติดต่อไปยังบริษัทประกัน กลับได้รับคำแนะนำว่า

“ให้รักษาตัวให้หายดีก่อน แล้วค่อยมาเรียกร้องทีหลังก็ได้”

หากเป็นผู้เสียหายทั่วไปที่ไม่รู้สิทธิ อาจจะเชื่อตามคำแนะนำนี้ แล้วเลือกที่จะรอ แต่โชคดีที่นาย A ตัดสินใจไม่รอ เขาและครอบครัวเลือกปรึกษาทนายอาร์มจากสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ เพื่อให้ดำเนินเรื่องเรียกค่าสินไหมทดแทนรถชนทันที แม้ยังรักษาตัวไม่หาย

ผลลัพธ์ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เพราะหลังจากสำนักงานของเราส่งหนังสือทวงถาม (โนติส) ไปยังบริษัทประกัน ไม่ถึง 1 เดือน บริษัทรีบติดต่อกลับมาขอชำระค่าสินไหมทดแทนโดยเร็ว

ทำไมบริษัทประกันไม่จ่ายตั้งแต่แรก ทั้งที่ก็จ่ายได้?

คำถามที่หลายคนสงสัยคือ “ทำไมบริษัทประกันไม่จ่ายตั้งแต่แรก ทั้งที่ก็จ่ายได้?”

คำตอบง่าย ๆ คือ การที่ผู้เสียหายไม่รู้สิทธิ หรือไม่มีทนายเป็นที่ปรึกษา ย่อมทำให้บริษัทประกันมีโอกาส ยืดเวลา เลี่ยงความรับผิดชอบ หรือจ่ายน้อยกว่าที่ควรจะจ่าย ได้ง่ายมาก

การพูดว่า “รอให้หายดีก่อน” ดูเผิน ๆ อาจฟังเหมือนเป็นคำแนะนำด้วยความห่วงใย แต่ความจริงแล้วนี่คือ กลยุทธ์ของบริษัทประกันภัย เพราะเมื่อถึงเวลาที่ผู้เสียหายรักษาหายดีแล้ว บริษัทมักใช้เหตุผลว่า

  • “ในเมื่อแผลหายแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายมาก”
  • “เดินได้เป็นปกติแล้ว จะเรียกร้องค่าเสียหายสูง ๆ ทำไม”

ผลก็คือ ผู้เสียหายถูกตีมูลค่าความเสียหายให้ต่ำกว่าความเป็นจริง ทั้งที่ความเจ็บปวด ความทุกข์ทรมาน และผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน ได้เกิดขึ้นไปแล้วตั้งแต่วันแรกของอุบัติเหตุ

ดังนั้น การรอจนรักษาหายจึงไม่ใช่ข้อดี แต่เป็นการเสียเปรียบในคดีและเสียสิทธิในการเรียกค่าสินไหมทดแทนอย่างเต็มที่ ทั้งที่ความเสียหายสามารถประเมินและเรียกร้องได้ตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุ

สิทธิของผู้เสียหาย: เรียกค่าสินไหมทดแทนรถชนได้ทันที

ตามหลักกฎหมาย ผู้เสียหายจากอุบัติเหตุรถชนสามารถ เรียกค่าสินไหมทดแทนรถชน ได้ตั้งแต่วันเกิดเหตุ ไม่ว่าจะเป็น

  • ค่ารักษาพยาบาล (ทั้งปัจจุบันและอนาคตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น)
  • ค่าเสียรายได้ ระหว่างที่ต้องหยุดงาน
  • ค่าฟื้นฟูร่างกายหรือจิตใจ
  • ค่าเสียหายเชิงจิตใจ สำหรับความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมาน
  • ค่าเสียหายต่อทรัพย์สิน เช่น ค่าซ่อมรถ ค่าของเสียหายอื่น ๆ

ที่สำคัญ หากคดีถึงศาล ศาลยังสามารถ “สงวนสิทธิ” ให้ผู้เสียหายเรียกร้องในอนาคตเพิ่มเติมได้อีก เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพความเสียหายที่อาจปรากฏภายหลัง

ทำไมต้องมีทนายเดินเรื่องให้?

สิ่งที่เคสของนาย A สะท้อนอย่างชัดเจนคือ การมีทนายทำให้บริษัทประกันไม่กล้าเพิกเฉย เพราะทนายความรู้ช่องทาง รู้สิทธิ และรู้ทันเทคนิคทางกฎหมายของบริษัทประกันภัยเพื่อให้บริษัทรีบจ่ายตามความเสียหายจริง

ในขณะที่ผู้เสียหายทั่วไปอาจไปยื่นเรื่องเอง และต้องเจอกับคำตอบแบบเดิม ๆ เช่น

  • “เอกสารยังไม่ครบ”
  • “รอรักษาตัวให้หายก่อน”
  • “บริษัทจะพิจารณาให้อีกที”

ซึ่งทำให้เสียเวลาและเสียสิทธิอย่างมหาศาล

อย่าปล่อยให้คำพูดของประกันทำให้คุณเสียสิทธิ

เคสของนาย A แสดงให้เห็นชัดว่า การมีทนายเข้ามาเดินเรื่องให้ตั้งแต่ต้น ทำให้ เรียกค่าสินไหมทดแทนรถชน ได้อย่างรวดเร็วและเต็มจำนวน โดยไม่ต้องทนรอคำว่า “รักษาตัวให้หายดีก่อน” จากบริษัทประกัน

หากคุณหรือคนใกล้ตัวประสบอุบัติเหตุ อย่าปล่อยให้สิทธิหลุดลอยไปเพียงเพราะคำพูดของประกัน ควรรีบเก็บหลักฐาน ติดต่อทนายความ และดำเนินการเรียกร้องทันที เพื่อให้คุณได้รับความยุติธรรมและชดเชยความเสียหายอย่างแท้จริง

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ พร้อมยืนเคียงข้างคุณทุกคดี

✍️ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ นำโดย ทนายอาร์ม และทีมงานมืออาชีพ พร้อมยืนเคียงข้างคุณทุกคดี เพื่อให้คุณได้รับสิทธิและค่าสินไหมทดแทนที่ควรได้รับอย่างเต็มที่

การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนกรณีถูกรถชน อย่าหลงเชื่อคำว่า “รักษาตัวให้หายดีก่อน”

เมื่อเกิดอุบัติเหตุทางถนน ผู้เสียหายมักเผชิญความเจ็บปวดทั้งร่างกายและจิตใจ สิ่งสำคัญที่สุดคือการเยียวยาความเสียหายให้เร็วที่สุด แต่ในหลายกรณีบริษัทประกันภัยกลับมีกลยุทธ์เลี่ยงความรับผิดชอบ โดยมักใช้คำพูดที่ฟังดูดีว่า “รักษาตัวให้หายดีก่อน แล้วค่อยมาเรียก” ซึ่งในความจริงแล้วอาจทำให้ผู้เสียหายเสียสิทธิในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนกรณีถูกรถชน

กลยุทธ์ของประกันภัย: “รักษาตัวให้หายดีก่อน”

หลายคนอาจคิดว่าการฟังคำแนะนำนี้เป็นเรื่องปกติ เพราะผู้เสียหายก็ต้องการพักฟื้นร่างกายให้หายดีอยู่แล้ว แต่ในทางกฎหมาย การรอจนหายดีก่อนจึงไปเรียกร้อง กลับเป็นการ ทำให้หลักฐานความบาดเจ็บเลือนหายตามกาลเวลา และเมื่อถึงขั้นตอนพิจารณาคดี บริษัทประกันมักย้อนกลับมาอ้างว่า

  • ผู้เสียหายรักษาหายแล้ว
  • ไม่มีความเสียหายที่ต่อเนื่อง
  • ไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าสินไหมตามที่ร้องขอ

ดังนั้น คำว่า “รักษาตัวให้หายดีก่อน” ไม่ได้เป็นเพียงการเลื่อนเวลาเท่านั้น แต่ยังเป็นกลยุทธ์เพื่อให้ผู้เสียหายเสียเปรียบ ในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนกรณีถูกรถชน

กรณีศึกษา: เมื่อพ่อสั่งตรงจากไต้หวัน “ต้องทนายที่นี่เท่านั้น”

หนึ่งในเคสจริงที่เกิดขึ้นคือ ผู้เสียหายโดยสารรถตู้ซึ่งชนท้ายรถบรรทุกอ้อย ได้รับบาดเจ็บและพยายามติดต่อขอความช่วยเหลือจากบริษัทประกัน แต่กลับถูกปัดด้วยคำพูดเดิมว่า “รักษาตัวให้หายดีก่อน”

ในช่วงแรกเจ้าของรถยังรับปากว่าจะช่วยประสานงาน แต่ไม่นานก็เปลี่ยนท่าที ปล่อยให้ผู้เสียหายต้องจัดการเอง จนผู้เสียหายรู้สึกกังวลใจอย่างหนัก

โชคดีที่พ่อของผู้เสียหายทำงานอยู่ที่ไต้หวัน และเป็นผู้ติดตามคลิป YouTube ของทนายอาร์มจากสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์อยู่แล้ว จึงย้ำกับลูกสาวว่า “ถ้าเจอคำพูดนี้ ต้องติดต่อทนายอาร์มเท่านั้น” นี่คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ผู้เสียหายตัดสินใจหาที่ปรึกษากฎหมายอย่างมืออาชีพ

ทำไมต้องรีบปรึกษาทนายความ?

การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนกรณีถูกรถชน ไม่ใช่แค่การยื่นเอกสาร แต่คือการต่อสู้กับบริษัทประกันที่มีทนายมืออาชีพคอยวางแผนรับมืออยู่แล้ว หากผู้เสียหายไม่มีทนายความ การเจรจาหรือการดำเนินคดีมักเต็มไปด้วยความเสียเปรียบ

สิ่งที่ทนายความสามารถทำได้ ได้แก่

  • ประเมินมูลค่าความเสียหายทั้งค่ารักษาพยาบาล ค่าขาดประโยชน์ และค่าเสียหายในอนาคต
  • จัดทำเอกสารและหลักฐานทางการแพทย์ให้ถูกต้องตามกฎหมาย
  • ดำเนินคดีในชั้นศาลอย่างมีประสิทธิภาพ
  • ป้องกันการถูกบริษัทประกันบิดพลิ้วหรือประวิงเวลา

ทนายอาร์มมักย้ำเสมอว่า บริษัทประกันมีทีมกฎหมายตั้งแต่รถยังไม่ทันชน แต่ผู้เสียหายกลับไม่มีใครช่วย หากยังหลงเชื่อคำแนะนำผิด ๆ จาก “ทะแนะ” หรือคนรอบข้างที่ไม่รู้กฎหมาย ยิ่งทำให้เสียเปรียบมากขึ้น

ผลเสียของการ “รักษาตัวให้หายดีก่อน”

ผู้เสียหายหลายรายที่รอจนหายดีก่อนกลับมาพบว่า

  • ประกันใช้การหายดีมาเป็นข้อต่อสู้ในศาล
  • ค่าเสียหายที่ควรได้กลับถูกลดหรือไม่จ่ายเลย
  • เวลาที่เสียไปทำให้ขาดหลักฐานสำคัญ เช่น ใบรับรองแพทย์ ภาพถ่ายบาดแผล หรือเอกสารค่าใช้จ่าย

สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้เสียหายเสียโอกาสเรียกร้องสิทธิอย่างเต็มจำนวน ทั้งที่กฎหมายกำหนดไว้ชัดเจนว่าผู้เสียหายสามารถเรียกร้องค่าเสียหายในปัจจุบันและอนาคตได้

จะเป็นไรอย่างไรเมื่อคนข้างบ้านอยากเป็น “ทนาย” แต่แนะนำผิดๆ

ในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนกรณีถูกรถชน ผู้เสียหายจำนวนไม่น้อยมักได้รับคำแนะนำจาก “คนรู้ดี” รอบตัว หรือที่เรียกกันเล่น ๆ ว่า ทะแนะ ซึ่งมักให้ข้อมูลผิด ๆ จนทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและเสียสิทธิไปโดยไม่รู้ตัว

ตัวอย่างเช่น มีผู้เสียหายเล่าว่าคนข้างบ้านบอกว่า

“ถ้าเราไปเรียกค่าเสียหายแล้ว เราจะเรียกอะไรอีกไม่ได้”

คำพูดนี้ฟังดูเหมือนจริง แต่ในทางกฎหมาย ไม่ถูกต้องเลย เพราะกฎหมายกำหนดให้ผู้เสียหายสามารถเรียกร้องค่าเสียหายในอนาคตได้ และหากไปถึงศาล ศาลยังสงวนสิทธิให้ผู้เสียหายสามารถเรียกเพิ่มได้อีกด้วย จุดประสงค์ก็เพื่อให้ผู้เสียหายได้รับความเป็นธรรมและการชดใช้ที่รวดเร็วที่สุด

บริษัทประกันมี “ทนาย” แต่ผู้เสียหายกลับมีแค่ “ทะแนะ”

สิ่งที่ผู้เสียหายต้องเข้าใจคือ บริษัทประกันภัยมักมีทีมทนายความมืออาชีพตั้งแต่แรกเริ่ม แต่ผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาที่ไม่มีความรู้ทางกฎหมาย เมื่อหลงเชื่อทะแนะที่แนะนำผิด ๆ จึงทำให้เสียเปรียบและถูกประกันภัยเอาเปรียบได้ง่าย

ตัวอย่างที่พบบ่อย คือ ประกันภัยชอบบอกผู้เสียหายว่า

“ให้ไปรักษาตัวให้หายดีก่อน แล้วค่อยมาเรียกร้องค่าเสียหาย”

พอผู้เสียหายทำตามจริงและรักษาตัวจนหายดีแล้ว เมื่อไปถึงศาล ประกันกลับใช้เป็นข้อโต้แย้งว่า

“ตอนนี้คุณก็หายดีแล้ว จะมาเรียกค่าเสียหายเพิ่มอีกไม่ได้”

นี่คือตัวอย่างกลยุทธ์ที่บริษัทประกันใช้เพื่อประวิงเวลา และลดจำนวนเงินค่าสินไหมที่ควรจ่าย

หลงเชื่อทะแนะ สุดท้ายก็ต้องพึ่ง “ทนาย” ตัวจริง

การเป็นทนายความไม่ใช่ใครก็เป็นได้ ต้องผ่านการเรียนและการสอบจนมีใบอนุญาตที่ถูกต้อง ต่างจากทะแนะที่แค่มี “ความเข้าใจผิด ๆ” ก็สามารถสวมบทผู้รู้ไปให้คำแนะนำได้แล้ว โดยเฉพาะในเรื่องใหญ่ ๆ อย่าง การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนกรณีถูกรถชน หากผู้เสียหายเชื่อคำพูดเหล่านี้โดยไม่ตรวจสอบ ย่อมทำให้เสียสิทธิและเสียเปรียบทางคดี

บทเรียนที่ควรจำ

  • อย่าเชื่อคำแนะนำจากคนข้างบ้านหรือคนรู้ดีที่ไม่ใช่ทนาย
  • เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชน ควรรีบปรึกษาทนายความที่มีประสบการณ์ทันที
  • อย่าปล่อยให้ประกันประวิงเวลา หรือใช้คำว่า “รักษาตัวให้หายดีก่อน” มาเป็นเครื่องมือเอาเปรียบ

การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนกรณีถูกรถชน ไม่ใช่เรื่องเล็ก ผู้เสียหายต้องเข้าใจว่าประกันภัยมักมีทีมทนายคอยปกป้องผลประโยชน์ของบริษัท ขณะที่ผู้เสียหายเองควรมีทนายความมืออาชีพคอยเดินเรื่องเพื่อป้องกันการถูกเอาเปรียบจากกลยุทธ์ที่ไม่เป็นธรรม และเพื่อให้ได้รับสิทธิและค่าชดเชยอย่างครบถ้วน

อย่าปล่อยให้คำพูดของประกันทำให้คุณเสียสิทธิ ปรึกษาทนายได้ตั้งแต่วันที่รถชน

กรณีถูกรถชน ไม่ว่าคุณจะบาดเจ็บมากหรือน้อย อย่ารอจนกว่าจะหายดีแล้วค่อยเรียกร้อง เพราะนั่นอาจทำให้คุณเสียเปรียบในทางคดีและเสียสิทธิใน การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนกรณีถูกรถชน ทันทีที่เกิดเหตุ ควรเก็บหลักฐาน ติดต่อทนาย และดำเนินการเรียกร้องตามสิทธิของผู้เสียหาย

หากคุณหรือคนใกล้ตัวประสบอุบัติเหตุรถชน แล้วต้องเจอคำพูด “รักษาตัวให้หายดีก่อน” จากบริษัทประกัน อย่าหลงเชื่อ รีบปรึกษาทนายความมืออาชีพทันที ทีมงานสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ นำโดย ทนายอาร์ม พร้อมให้คำปรึกษาและสู้เคียงข้างคุณ เพื่อให้คุณได้รับความยุติธรรมและค่าสินไหมทดแทนอย่างเต็มที่ตามที่ควรได้รับ

Line @ คลิก! โทรหาเรา คลิก!