เปิดเทคนิคกลยุทธ์จอมเจ้าเล่ห์บ.ประกันภัย และวิธีเรียกค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถที่ถูกต้อง

เปิดเทคนิคกลยุทธ์จอมเจ้าเล่ห์บ.ประกันภัย

          ก่อนที่จะไปดูวิธีเรียกค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถที่ถูกต้อง วันนี้สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ก็มีความรู้ดี ๆ ที่จะทำให้ผู้ติดตามของเราทุกท่านได้รู้ทันเทคนิคและกลยุทธ์จอมเจ้าเล่ห์ของบริษัทประกันภัยก่อนที่จะถูกบริษัทประกันภัยมาเอาเปรียบในอนาคต นอกจากนี้ยังนำเทคนิคเด็ดรู้ทันบริษัทประกันภัยที่คนมีรถต้องรู้หากรถยนต์ได้รับความเสียหายกับการรู้ทันกลโกงบริษัทประกันภัยประวิงการซ่อมอีกด้วย เรียกได้ว่าหากใครไม่อยากเสียรู้บริษัทประกันภัยต้องห้ามพลาดความรู้ดี ๆ ที่เรานำมาเสนอในวันนี้เลย

รถชนแล้วอย่าเสียสิทธิประโยชน์ ค่าเสียหายจากอุบัติเหตุรถชนมีอะไรบ้าง ?

รถชนแล้วอย่าเสียสิทธิประโยชน์

          รถชนแล้วอย่าเสียสิทธิประโยชน์ให้กับบริษัทประกันภัยจอมเจ้าเล่ห์ที่หมกเม็ดไม่ยอมบอกว่าจ่ายค่าอะไรบ้าง และผู้เสียหายสามารถเรียกร้องอะไรบ้าง วันนี้เราจะพาทุกท่านมาดูกัน

1.ค่ารักษาพยาบาล ผู้เสียหายสามารถเรียกอะไรได้บ้าง ?

          1.1 ค่ารักษาพยาบาล ณ ปัจจุบัน เช่น สิทธิเฉพาะตัวของผู้เสียหายในกรณีที่ผู้เสียหายมีประกันชีวิต และบริษัทประกันชีวิตเป็นคนจ่ายเงินให้ผู้เสียหายโดยตรง ในส่วนตรงนี้ผู้เสียหายสามารถนำมาเบิกค่ารักษาพยาบาลเอากับบริษัทประกันภัยได้

          1.2 ค่ารักษาพยาบาลในอนาคต เช่น ผู้เสียหายถูกรถชนขาหักต้องผ่าตัดใส่เหล็กดาม และในอนาคตต้องมีการผ่าตัดเอาเหล็กออก หรือผู้เสียหายถูกรถชนขนใบหน้าได้รับความเสียหายอย่างหนักและในอนาคตต้องเลเซอร์ใบหน้าให้กลับมาเป็นเสมือนก่อนเกิดอุบัติเหตุ ผู้เสียหายสามารถเรียกค่าเสียหายในส่วนค่ารักษาพยาบาลในอนาคตจากการประเมินได้

2.ค่าขาดประโยชน์จากการทำมาหาได้ มี 2 กรณี ได้แก่

          2.1 ในปัจจุบัน ในระหว่างที่รถชนจนหายดี

          2.2 ในอนาคต (หากมี) เช่น ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บที่นิ้ว และผู้เสียหายมีอาชีพที่ต้องใช้งานนิ้วในการทำงาน แล้วนิ้วใช้งานไม่ได้ไม่สามารถประกอบอาชีพได้อย่างเช่นก่อนเกิดเหตุ สิ่งนี้คือค่าขาดประโชน์จากการทำมาหาได้ต่อไปในอนาคต ผู้เสียหายสามารถเรียกร้องได้ แต่ต้องมีหลักฐาน อาทิ รูปถ่าย หรือพยานมายืนยัน

3.ค่าเสียหายที่มิใช่ตัวเงิน/ค่าทุกขเวทนา

          ในกรณีนี้จะดูจากอาการบาดเจ็บ แต่สิ่งสำคัญผู้เสียหายต้องอย่าลืมถ่ายรูปขณะที่บาดเจ็บไว้ ซึ่งเราเข้าใจดีว่าเป็นภาพที่ไม่มีใครอยากมีความทรงจำ แต่จำเป็นต้องจำ เพราะถ้าไม่จำไม่มีรูปถ่ายผู้เสียหายอาจจะไม่ได้ค่าเสียหายในส่วนนี้นั่นเอง

4.ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ

          สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้มีวิธีเรียกค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ โดยกำหนดค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถขั้นต่ำไว้ ดังนี้

– รถยนต์ส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง สามารถเรียกค่าชดเชยไม่น้อยกว่าวันละ 500 บาท

– รถยนต์รับจ้างสาธารณะ สามารถเรียกค่าชดเชยไม่น้อยกว่าวันละ 700 บาท

– รถยนต์ขนาดเกิน 7 ที่นั่ง สามารถเรียกค่าชดเชยไม่น้อยกว่าวันละ 1,000 บาท

รู้ทันกลโกงบริษัทประกันภัยในการประวิงการซ่อม

1.ประวิงการประเมินการซ่อม

          สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้กำหนดไว้ว่ากรณีที่ถือว่าเป็นการประวิงค่าสินไหมทดแทนก็คือ ไม่ยอมประเมินการจัดซ่อมภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด คือ 15 วัน หมายความว่าวันเกิดวินาศภัยวันใด วันนั้นบริษัทประกันภัยต้องทำการประเมินค่าเสียหายของทรัพย์สิน เพื่อแจ้งให้กับผู้เอาประกันภัยทราบ เช่น รถถูกไฟไหม้วันนี้ ภายใน 15 วันบริษัทประกันภัยต้องประเมินแจ้งผู้เอาประกัน เพราะการประเมินแจ้ง ผู้เอาประกันจะได้ตัดสินใจว่ารถคันนี้ต้องคืนทุนหรือไม่คืนทุน และหรือจะซ่อมต่อไปไม่ได้

2.บริษัทประกันภัยออกหลักฐานให้ แต่ไม่ซ่อมให้ โดยอาศัยเหตุสงสัย

          ประวิงที่ 2 บริษัทประกันภัยออกหลักฐานให้ผู้เอาประกันภัย แล้วบริษัทประกันภัยไม่ซ่อม โดยอาศัยเหตุสงสัย ในความเป็นจริงตามข้อเท็จจริงผู้เสียหายถูกชนบริษัทประกันภัยจะต้องเร่งรัดการจัดซ่อม เพราะกฎหมายต้องการให้คนที่เป็นเจ้าของทรัพย์ได้มีโอกาสได้ใช้สอยทรัพย์นั้นด้วยความรวดเร็ว ไม่เสียหาย และไม่ขาดประโยชน์ ไม่เกิดกระบวนการที่ล่าช้าหรือบั่นทอน เพราะฉะนั้นถ้าคุณเกิดเหตุคุณควรที่จะปรึกษาทนายเป็นอันดับแรกดีที่สุด  

วิธีเรียกค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ เรียกอย่างไรให้ถูกต้องและได้จริง

           วิธีเรียกค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถที่ใครหลายคนอาจยังไม่รู้ว่าหากเมื่อรถเกิดความวินาศภัยและรถยนต์ได้รับความเสียหาย เจ้าของรถและหรือผู้เอาประกันภัยสามารถเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถจากบริษัทประกันภัยได้ ซึ่งวิธีเรียกค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถก็มีด้วยกันหลายวิธี เช่น ผู้เอาประกันภัยหรือเจ้าของรถสามารถไปเดินเรื่องเรียกร้องได้เอง ซึ่งในกรณีไปเดินเรื่องเรียกร้อง อาจใช้ระยะเวลาที่นานและหรือต้องเสียเวลาในการเดินทางเพื่อไปเดินเรื่องบ่อยครั้ง แต่วิธีเรียกค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถที่จะสามารถทำให้ผู้เสียหายหรือผู้เอาประกันภัยได้ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถอย่างถูกต้องและเหมาะสมนั่นคือ การให้ทนายความดำเนินการเรียกร้องให้ เพราะทนายความจะมีความรู้ความเชี่ยวชาญในการเรียกร้องค่าเสียหายในส่วนนี้มากกว่า อีกทั้งทนายความยังมีวิธีเรียกค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถที่เป็นเทคนิคกลยุทธ์เฉพาะตัวของทนายเองในดำเนินคดีเรียกร้องค่าขาดประโยชน์ฯ ให้กับผู้เสียหายได้ และที่สำคัญคือผู้เสียหายไม่ต้องเสียเวลาในการไปเดินเรื่องเอง เพราะทนายความจะเป็นผู้ที่ดำเนินการแทนทุกขั้นตอนจนสามารถเรียกค่าขาดประโยชน์ฯ ให้กับผู้เสียหายได้ในระยะเวลาไม่นานนั่นเอง ดังนั้น เมื่อรถเกิดความวินาศภัยสามารถมีทนายความได้ทันทีไม่ต้องคิดนาน และหรือไม่ต้องรอให้บริษัทประกันภัยมาเอาเปรียบ ปรึกษาทนายความที่มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายและการประกันภัยรถยนต์ได้ที่เพจกฎหมายและการประกันภัยรถยนต์

ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ คือ ? เรื่องที่คนมีรถต้อง “รู้” ก่อนเสียรู้ประกันภัย

ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ คือ ? เรื่องที่คนมีรถต้อง “รู้” ก่อนเสียรู้ประกันภัย

          ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ คืออะไร ?? หากใครที่ได้ติดตามสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ของเรา คงจะทราบกันแล้วว่าค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ คืออะไร เพราะเรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ผู้มีรถยนต์หลาย ๆ ท่านต้องทราบไว้ เนื่องจากเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าในวันหนึ่งหรือวันไหนจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดกับรถของคุณได้บ้าง การมีความรู้เกี่ยวกับประกันภัย และหรือค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ คืออะไร มีความเกี่ยวข้องกับรถของคุณอย่างไรนั้นเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่จำเป็นต้องรู้ เพื่อวันหนึ่งเกิดอะไรขึ้นมาจะได้ไม่เสียรู้บริษัทประกันภัย รวมไปถึงทะแนะผู้ที่ให้ความรู้ผิด ๆ กับผู้ที่ไม่มีความรู้ด้วย  

คนมีรถต้องรู้ “ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ คือ ?”

คนมีรถต้องรู้ “ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ คือ

          ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ คือ ค่าสินไหมทดแทนหรือที่เรียกว่าเงินชดเชยที่เจ้าของรถฝ่ายถูกสามารถเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากคู่กรณีได้ ค่าขาดประโยชน์ฯ ถือเป็นค่าใช้จ่าย อาทิ ค่าเดินทาง , ค่าเช่ารถระหว่างที่รถจัดซ่อมอยู่ที่อู่ ตามหลักแล้วผู้ที่ต้องจ่ายค่าชดเชยหรือค่าขาดประโยชน์ฯ จากการที่ทำให้เจ้าของรถฝ่ายถูกไม่มีรถใช้ก็คือ “บริษัทประกันภัย” ของรถคู่กรณีฝ่ายผิด แต่ถ้ารถของคู่กรณีไม่มีประกันเจ้าของรถฝ่ายถูกก็สามารถเรียกร้องค่าขาดประโยชน์ฯ กับตัวคู่กรณีได้โดยตรงนั่นเอง

ไม่อยากเสียเปรียบบริษัทประกันภัยหัวแพทย์อย่าหลงเชื่อทะแนะ ! หลังเกิดอุบัติเหตุปรึกษาทนายได้ทันที

          สำหรับใครที่ไม่อยากตกเป็นเหยื่อหรือไม่อยากเสียเปรียบบริษัทประกันภัยหัวแพทย์เหมือนอย่างผู้เสียหายท่านอื่น ๆ หลังเกิดอุบัติเหตุสามารถปรึกษาทนายและหรือมีทนายได้ทันที ไม่ต้องรอคำแนะนำจากทะแนะ หรือผู้รู้/ผู้มีประสบการณ์ท่านอื่น ๆ เพราะเหตุการณ์หรือกรณีที่แต่ละคนได้ประสบพอเจอมาไม่เหมือนกัน ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ คือสิ่งที่จำเป็นต้องรู้อย่างยิ่ง และวันนี้เราก็ได้ยกตัวอย่างกรณีผู้เสียหายได้เกิดอุบัติเหตุรถชน แล้วรถ/ทรัพย์สินได้รับความเสียหนักมาฝากให้ทุกท่านได้ดูเป็นอุทาหรณ์กัน

เดินเรื่องเรียกร้องเอง ประกันปฏิเสธค่าซ่อม

          เคสนี้รถของผู้เสียหายถูกชนท้ายยับเรียกได้ว่าได้รับความเสียหายไม่น้อยเลยทีเดียว จากอุบัติเหตุนี้ส่งผลทำให้ผู้เสียหายไม่มีรถใช้นานเป็นเวลาเกือบ 3 เดือน เนื่องจากรถต้องจอดซ่อมอยู่ที่อู่ และแม้ว่าคู่กรณีจะรับผิดว่าประมาทแล้ว แต่บริษัทประกันภัยตัวดีของคู่กรณีก็ยังไม่สนใจใยดี จนผู้เสียหายทนไม่ไหวตัดสินใจเดินเรื่องเรียกร้อง #ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ เอง ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้มีความรู้อะไรมากมาย แต่ผลที่ออกมาหลังจากที่ผู้เสียหายได้ดำเนินการเรียกร้องไปนั้นกลับถูกบริษัทประกันภัยใช้ข้ออ้างสาระพัดมาปัดความรับผิดชอบ อาทิ “บริษัทไม่ได้เป็นผู้สั่งซ่อม” บ้างล่ะ , “ตามความเสียหายใช้เวลาซ่อมไม่เกิน 64 วัน” บ้างล่ะ และหากพูดถึงเรื่องค่าเสื่อมสภาพบริษัทประกันภัยยังอ้างอีกว่า “ไม่สามารถพิสูจน์ได้เนื่องจากไม่มีเอกสารประเมินของหน่วยงานที่เชื่อถือได้” เจอแบบนี้ผู้เสียหายก็ถึงกับไปไม่เป็น เพราะถูกบริษัทจ้องจะเอาเปรียบในทุกทางและในเมื่อเดินเรื่องเองแล้วไม่เป็นผลจึงต้องให้ #ทนายอาร์ม เข้าดำเนินคดีจัดการให้ทันที จากกรณีดังกล่าวเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าการที่ไปเดินเรื่องเรียกร้องเองนั้น นอกจากจะทำให้เสียเวลา เสียค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ยังถูกบริษัทประกันภัยนำข้ออ้างต่าง ๆ นานา มาปัดความรับผิดชอบอีก และยิ่งบริษัทฯ เห็นว่าคุณไม่มีความรู้ใด ๆ ก็ยิ่งหาเรื่องมาปฏิเสธความรับผิดชอบที่มากกว่าเดิม จนสุดท้ายคุณแทบจะไม่ได้อะไร และหรือเท่ากับศูนย์เลยก็ว่าได้ การมีทนายความในการดำเนินการเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ คือสิ่งที่ควรทำ เพราะจะสามารถช่วยคุณเรียกร้องค่าของความเสียหายได้อย่างเป็นรูปธรรม

ปรึกษาทนายตัวจริงไม่ใช่ทะแนะ ต้องที่สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

          เกิดอุบัติเหตุรถชนทรัพย์สินเสียหายแล้วถูกบริษัทประกันภัยจอมเจ้าเล่ห์ “นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง” ปฏิเสธการรับผิดชอบค่าเสียหายใด ๆ อย่ายอมหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อข้ออ้าง 108 ของบริษัทประกันภัยหัวแพทย์เด็ดขาด เพราะนอกจากคุณจะถูกอ้างว่า “คุณเมาแล้วขับ” ไม่ว่าจะเมาแล้วขับจริงหรือไม่ก็ตาม นอกจากนี้คุณยังจะไม่ได้รับการแสดงความรับผิดชอบใด ๆ จากบริษัทประกันภัยเลยก็ว่าได้ ดังนั้น หากเกิดอุบัติเหตุรถชน รถได้รับความเสียหาย อย่าหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อ และข้อสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามอย่าลืมเรียก ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ และความรู้เรื่องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ คืออะไรเป็นสิ่งที่ทุกท่านควรรู้เพื่อในอนาคตจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อเสียรู้ถูกบริษัทประกันภัยเอาเปรียบจนไม่ได้รับค่าเสียหายใด ๆ เลย และที่สำคัญหากเกิดอุบัติเหตุไม่ต้องรอช้าหลังเกิดเหตุสามารถปรึกษาทนายตัวจริงได้ทันทีที่ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

ทำความรู้จักค่าขาดประโยชน์ คืออะไรให้มากขึ้น พร้อมวิธีการเรียกร้องค่าขาดประโยชน์ฯ ที่ถูกต้อง

ทำความรู้จักค่าขาดประโยชน์ คืออะไรให้มากขึ้น พร้อมวิธีการเรียกร้องค่าขาดประโยชน์ฯ ที่ถูกต้อง

          ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ หรือที่คนส่วนใหญ่มักจะเรียกสั้น ๆ ว่า ค่าขาดประโยชน์ฯ สำหรับค่าขาดประโยชน์นี้หลายท่านอาจจะไม่รู้จักว่า ค่าขาดประโยชน์ คืออะไร สามารถเรียกร้องได้เมื่อไร และหรือวิธีการเรียกร้องค่าขาดประโยชน์ต้องทำอย่างไร วันนี้สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ จะมานำเสนอในเรื่องของค่าขาดประโยชน์กันอีกสักครั้ง เพื่อเน้นย้ำว่าค่าขาดประโยชน์ คืออะไร และผู้มีรถสมควรเรียกค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถอย่างไร

ค่าขาดประโยชน์คืออะไร?  ทำไมคนมีรถไม่ควรเสียสิทธิเรียกค่าขาดประโยชน์ ?

ค่าขาดประโยชน์คืออะไร ทำไมคนมีรถไม่ควรเสียสิทธิเรียกค่าขาดประโยชน์

          ค่าขาดประโยชน์ คือ ค่าสินไหมทดแทนและหรือเงินชดเชยที่บริษัทประกันภัยจะต้องรับผิดชอบแทนผู้ขับขี่ กรณีที่รถคันเอาประกันภัยภาคสมัครใจ เป็นฝ่ายผิด กรณีเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก และมีการเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดจากการขาดประโยชน์จากการใช้รถยนต์ บริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามจริง  ดังนั้น ผู้มีรถสามารถเรียกร้องจากบริษัทประกันภัยได้หากรถยนต์ของคุณเกิดอุบัติเหตุ และรถยนต์ต้องเข้าศูนย์ซ่อมไม่สามารถใช้สอยรถของตนเองในการทำงานหรือการดำเนินชีวิตได้อย่างปกติ  ในช่วงที่รถของคุณซ่อมอยู่ที่อู่หรือศูนย์ซ่อมและคุณไม่มีรถใช้ในการทำงาน และหรือในการดำเนินชีวิตประจำวัน ระหว่างที่คุณไม่สามารถใช้งานรถได้นั้น ในส่วนตรงนี้คือคุณสามารถเรียกค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถได้นั่นเอง

          เมื่อทราบถึงตรงนี้แล้วหลายท่านคงเข้าใจกันแล้วว่า ค่าขาดประโยชน์ คืออะไร ต่อมาเราจะพาทุกท่านมาดูกันว่าหลักเกณฑ์การจ่ายค่าสินไหมทดแทนในส่วนของค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถกันว่ามีรายละเอียดอย่างไรบ้าง

         สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้กำหนดหลักเกณฑ์ไว้ ดังนี้
1. รถยนต์ที่มีที่นั่งไม่เกิน 7 คน หรือรถยนต์บรรทุกผู้โดยสารรวมทั้งผู้ขับขี่ไม่เกิน 7 คน ในอัตราไม่น้อยกว่าวันละ 500 บาท
2. รถยนต์รับจ้างสาธารณะที่มีที่นั่งไม่เกิน 7 คน ในอัตราไม่น้อยกว่าวันละ 700 บาท
3. รถยนต์ที่มีที่นั่งเกิน 7 คน หรือรถยนต์บรรทุกผู้โดยสารรวมทั้งผู้ขับขี่เกิน 7 คน ในอัตราไม่น้อยกว่าวันละ 1,000 บาท
ทั้งนี้ กรณีรถยนต์ประเภทอื่นที่ไม่ได้ถูกกำหนดอัตราไว้ข้างต้น สามารถเรียกร้องได้ตามความเสียหายที่แท้จริง

วิธีการเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถที่ถูกต้อง

วิธีการเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถที่ถูกต้อง

          ค่าขาดประโยชน์ คืออะไรทุกคนครงทราบกันแล้ว และสำหรับวิธีการเรียกร้องค่าขาดประโยชน์ที่ถูกต้องให้ได้รับค่าสินไหมทดแทนที่เหมาะสมและได้รับความเป็นธรรมอย่างถึงที่สุด คือ การปรึกษาทนายความนั่นเอง ใรความเป็นจริงแล้วก็จริงอยู่ที่คนธรรมดาทั่วไปสามารถเดินเรื่องเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถได้เอง แต่ก็ต้องยอมรับด้วยว่าการเดินเรื่องเรียกร้องเองนั้นต้องใช้เวลาและต้องเสียเวลาในการเดินเรื่อง เพราะมีขั้นตอนค่อนข้างมาก แต่ถ้าหากคุณใช้บริการทนายความในการดำเนินคดีเดินเรื่องค่าขาดประโยชน์ คือ เรียกร้องค่าสินไหมทดแทนในส่วนของค่าขาดประโยชน์นี้ คุณไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทาง เสียเวลาจัดการเดินเรื่อง รวมไปถึงไม่ต้องเสียเวลาในการทำงานของคุณอีกด้วย เพราะทนายความจะช่วยสร้างความสะดวกสบายให้กับคุณและเดินเรื่องของคุณอย่างต่อเนื่องในเวลาอันรวดเร็ว และได้รับค่าสินไหมทดแทนในส่วนของค่าขาดประโยชน์ในการใช้รถที่เป็นธรรมและเหมาะสมอีกด้วย ดังนั้น ค่าขาดประโยชน์ คือคนมีรถหากรถเกิดอุบัติเหตุต้องจัดซ่อมนานไม่ควรเสียสิทธิ สามารถติดต่อทนายเพื่อดำเนินการเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถได้ทันที

ย้ำอีกครั้ง ! รถพัง เข้าอู่ซ่อม อย่าลืมเรียกค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ

          ค่าขาดประโยชน์ คืออะไร สำคัญและจำเป็นที่จะต้องเรียกร้องในส่วนนี้หรือไม่เมื่อรถเกิดอุบัติเหตุได้รับความเสียหาย ทุกคนก็คงทราบและเห็นความสำคัญของค่าขาดประโยชน์กันแล้ว ค่าขาดประโยชน์ คือ หากรถพัง เข้าอู่ซ่อมนาน อย่าลืม ! เรียกค่าขาดประโยชน์ และหากพบบริษัทประกันภัยทำเล่นลิ้นลีลาปฏิเสธการจ่ายหรือปฏิเสธการจ่ายชดเชยค่าเสียหาย สามารถปรึกษาทนายความให้ช่วยดำเนินการได้ เพราะ ค่าขาดประโยชน์ คือ ค่าสินไหมทดแทนที่คนมีรถห้ามพลาดที่จะเรียกร้อง ปรึกษาทนายความเพื่อเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถได้ที่สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

คนมีรถต้องรู้! รถเกิดอุบัติเหตุจัดซ่อมนาน สามารถเรียก “ค่าเสียโอกาสในการใช้รถ” หรือ “ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถได้”

คนมีรถต้องรู้! รถเกิดอุบัติเหตุจัดซ่อมนาน สามารถเรียก “ค่าเสียโอกาสในการใช้รถ” หรือ “ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถได้”

          สำหรับเรื่องที่สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์นำมาฝากกันวันนี้ เป็นเรื่องที่คนมีรถยนต์ต้องควรรู้ไว้เป็นอย่างมาก เพื่อเป็นข้อมูลความรู้กับเรื่องอุบัติเหตุรถชน หากคุณขับรถแล้วดันไปเกิดอุบัติเหตุแล้วรถยนต์ของคุณได้รับความเสียหาย และต้องใช้ระยะเวลาในการจัดซ่อมนาน ไม่ว่าคุณจะเป็นฝ่ายถูกหรือฝ่ายผิด อย่าลืมเรียก ค่าเสียโอกาสในการใช้รถ หรือ ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ จากบริษัทประกันภัยได้

          เนื่องจากประเด็นนี้คนมีรถหลายคนยังไม่รู้ว่า รถยนต์ที่คุณใช้ขับไปทำงานในทุกวัน หากเกิดอุบัติเหตุได้รับความเสียหายและต้องใช้เวลาจัดซ่อมนาน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม สามารถเรียกค่าเสียโอกาสในการใช้รถจากบริษัทประกันภัยได้ เพราะบริษัทประกันภัยคงไม่ได้บอกให้ทราบในประเด็นนี้ แต่ก็ได้มีผู้เสียหายหลายท่านได้ประสบเข้ากับปัญหาเรื่องรถยนต์จัดซ่อมนาน , รออะไหล่นาน ไม่มีรถใช้ ฯลฯ และต้องการเรียกร้องค่าเสียโอกาสในการใช้รถ จึงได้ติดต่อให้สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ดำเนินคดีเรียกค่าเสียโอกาสในการใช้รถจากบริษัทประกันภัยให้ วันนี้เราจึงอยากมาย้ำเตือนอีกครั้งว่า หากรถยนต์ของคุณเกิดอุบัติเหตุต้องจัดซ่อมนานอย่ารอให้ถูกบริษัทประกันภัยเอาเปรียบ รีบปรึกษาทนายเพื่อดำเนินคดีเรียกร้องค่าเสียโอกาสในการใช้รถอย่างเร็วที่สุด

รู้ทันประกันภัย กลโกงประวิงการซ่อม

รู้ทันประกันภัย กลโกงประวิงการซ่อม

          นอกจากจะมาย้ำเตือนสำหรับคนที่มีรถกันแล้วว่า หากรถชนทรัพย์สินเสียหายอย่าลืมเรียกค่าเสียโอกาสในการใช้รถ วันนี้สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์กับทนายอาร์ม จะมาขอพูดถึงกลโกงของบริษัทประกันภัยในเรื่องที่บริษัทฯ ประวิงการจัดซ่อมรถของผู้เอาประกันภัย มีดังนี้

1.บริษัทฯ ประวิงการประเมินการซ่อม

ค่าเสียโอกาสในการใช้รถ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ. ได้กำหนดไว้อย่างชัดเจนเลยว่า ในกรณีที่ถือว่าเป็นการประวิงค่าสินไหมทดแทน คือ การที่บริษัทฯ ไม่ยอมประเมินการซ่อมรถภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด คือ 15 วัน หมายความว่าวันที่เกิดความวินาศภัยวันใด วันนั้นบริษัทประกันภัยต้องทำการประเมินค่าเสียหายของทรัพย์สิน เพื่อแจ้งให้กับผู้เอาประกันภัยทราบ เช่น หากรถของผู้เอาประกันภัยถูกไฟไหม้ตามกฎหมายแล้วภายในระยะเวลา 15 วัน บริษัทฯ ต้องประเมินความเสียหายเพื่อแจ้งต่อผู้เอาประกันภัย ให้ผู้เอาประกันภัยได้ทราบและจะได้ตัดสินใจได้ว่ารถคันนี้จะต้องคืนทุนหรือไม่คืนทุน และหรือจะซ่อมต่อไปไม่ได้แล้ว

2.บริษัทฯ ออกหลักฐานให้ แต่ไม่นำรถของผู้เอาประกันภัยไปจัดซ่อม โดยอาศัยเหตุสงสัย

เมื่อรถของลูกค้าหรือผู้เอาประกันภัยถูกชนได้รับความเสียหาย บริษัทประกันภัยจะต้องเร่งรัดการจัดซ่อม เพราะตามกฎหมายต้องการให้คนที่เป็นเจ้าของทรัพย์/เจ้าของรถได้มีโอกาสได้ใช้สอยทรัพย์/รถ ด้วยความรวดเร็วไม่เสียหายและไม่ขาดประโยชน์จากการใช้รถจนต้องมีการเรียกค่าเสียโอกาสในการใช้รถกัน ที่สำคัญคือจะต้องไม่เกิดกระบวนการพิจารณาล่าช้าหรือบั่นทอนต่อผู้เอาประกันภัย

รถชนทรัพย์สินเสียหาย อย่ายอมเสียสิทธิประโยชน์ส่วนตัว

          อย่างที่กล่าวไปว่าหากเกิดอุบัติเหตุรถชนจนทรัพย์สินต้องเสียหาย แล้วต้องจัดซ่อมนานล่าช้า ซึ่งการจัดซ่อมล่าช้าอาจสร้างความเสียหายในส่วนอื่น ๆ ตามมา บริษัทฯ จึงต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ นั่นก็คือค่าเสียโอกาสในการใช้รถ อย่ากลัวที่จะใช้สิทธิในการเรียกร้องประโยชน์ให้กับตนเอง  

          “รถชนไม่ได้ถูกหวย” เป็นคำพูดของบริษัทประกันภัยที่มองว่าการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนรวมไปถึงการเรียกค่าเสียโอกาสในการใช้รถ เปรียบเหมือนการที่ผู้เอาประกันภัยได้ถูกหวยเพราะต้องการค่าสินไหมทดแทน แต่ในมุมมองความเป็นจริงคนเจ็บและหรือคนที่ทรัพย์สินต้องเสียหายจนต้องขาดประโยชน์จากการใช้รถไม่มีใครอยากถูกหวยเพราะรถชนเช่นเดียวกัน เมื่อคุณเกิดอุบัติเหตุควรปรึกษาทนายทันที อย่ายอมให้บริษัทประกันภัยกระทำการใด ๆ ที่ดูเหมือนว่าคุณจะเสียเปรียบ หากบริษัทประกันภัยมีทนายความตั้งแต่ที่คุณยังไม่ได้เกิดอุบัติเพื่อมาต่อสู้คดีกับคุณ ดังนั้น หลังจากที่คุณเกิดอุบัติเหตุก็สามารถมีทนายไว้สู้คดีกับบริษัทประกันภัยได้ทันทีเช่นเดียวกัน  

รู้จักกับ “ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ” ที่เรียกได้แม้คุณจะเป็นฝ่ายผิด!

ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ

ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ คืออะไร ?

ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ

       ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ คือ ส่วนหนึ่งของค่าสินไหมทดแทนที่บริษัทประกันภัยจะต้องรับผิดชอบแทนผู้ขับขี่ กรณีที่รถคันเอาประกันภัยภาคสมัครใจ เป็นฝ่ายผิด กรณีเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก และมีการเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดจากการขาดประโยชน์จากการใช้รถยนต์ บริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามจริง โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้กำหนดหลักเกณฑ์ไว้ มีดังนี้
1. รถยนต์ที่มีที่นั่งไม่เกิน 7 คน หรือรถยนต์บรรทุกผู้โดยสาร รวมทั้งผู้ขับขี่ไม่เกิน 7 คน ในอัตราไม่น้อยกว่าวันละ 500 บาท
2. รถยนต์รับจ้างสาธารณะที่มีที่นั่งไม่เกิน 7 คน ในอัตราไม่น้อยกว่าวันละ 700 บาท
3. รถยนต์ที่มีที่นั่งเกิน 7 คน หรือรถยนต์บรรทุกผู้โดยสารรวมทั้งผู้ขับขี่เกิน 7 คน ในอัตราไม่น้อยกว่าวันละ 1,000 บาท
ทั้งนี้ กรณีรถยนต์ประเภทอื่นที่ไม่ได้ถูกกำหนดอัตราไว้ข้างต้น ก็สามารถเรียกค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถได้ตามความเสียหายที่แท้จริง

รู้หรือไม่ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ สามารถเรียกได้เลยไม่ต้องรอ ซ่อมเสร็จ

         ถึงผู้เสียหายทุกท่าน ไหน ๆ ท่านก็ต้องตกเป็นผู้เสียหาย รถเกิดอุบัติเหตุเสียหายหนักแล้ว บางคนเสียหายหนักมาก บางคนเสียหายน้อย แน่นอนว่าคงย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ นอกจากสามารถเรียกค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ แต่รู้กันหรือไม่ว่าค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถนั้น ไม่จำเป็นต้องรอให้รถของเราซ่อมเสร็จ ก็สามารถเรียกร้องจากบริษัทประกันภัยได้เลย ไม่ว่ารถของคุณจะต้องใช้เวลาซ่อมหรือรออะไหล่นาน หรือไม่ว่าคุณจะเป็นฝ่ายถูกหรือผิด จำไว้เสมอว่าบริษัทประกันภัยมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบในการเสนอจ่ายค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถให้แก่ผู้เอาประกันภัย หรือผู้เสียหายอย่างคุณนั่นเอง

กลยุทธ์ของบริษัทประกันภัยที่คุณต้องรู้

         อีกหนึ่งกลยุทธ์เกี่ยวกับบริษัทประกันภัยหัวแพทย์ที่คุณต้องรู้ คือ บริษัทจะเงียบหายไปไม่ติดต่อเรามาเป็นระยะเวลาหนึ่ง นอกจากนี้ผู้เสียหายอาจพบบริษัทประกันภัยบ่ายเบี่ยง เพิกเฉย ติดต่อยาก หากเจอเช่นนี้อย่าตกเป็นเหยื่อหลงเชื่อไปรอนานทิ้งเวลาเด็ดขาด มิเช่นนั้นอาจถูกเอาเปรียบก็เป็นได้ ควรปรึกษาทนายความผู้มีความเชี่ยวชาญ ใช้แนวทางด้านกฎหมายในการเรียกร้องสิทธิ์เรียกค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ ปรึกษาทนายด่วน ต้องทนายอาร์มจากสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

กรณีตัวอย่าง รถเสียหายหนักรอบคัน ไม่รู้ว่าเรียกค่าขาดประโยชน์ได้

          กรณีต่อไปนี้จะเล่าถึงกรณีหนึ่ง ที่ซึ่งอาจจะเป็นประโยชน์ให้กับใครหลาย ๆ คนได้ นั่นคือ มีผู้เสียหายหลายคนที่ยังไม่รู้ว่า เมื่อไรที่รถเกิดอุบัติเหตุ เราสามารถเรียกค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถได้ โดยผู้เสียหายที่เป็นลูกความของเราท่านนี้ ได้ประสบอุบัติเหตุรถยนต์เสียหายยับรอบคัน โดยได้ตัดสินใจมาปรึกษาทนาย เพราะรู้ตัวว่ากำลังจะถูกบริษัทประกันภัยปัดความรับผิดชอบ อีกทั้งไม่รู้ว่าสามารถเรียกค่าขาดประโยชน์จากบริษัทประกันได้ โดยผู้เสียหายท่านนี้เกิดอุบัติเหตุสภาพรถขณะเกิดเหตุคือหงายท้องตกข้างทาง เสียหายหนักรอบคัน และผู้เสียหายคิดว่าต้องเดินเรื่องนานแน่ ๆ เนื่องจากเห็นพฤติกรรมบางอย่างที่ผิดปกติของบริษัทประกันว่า ประกันไม่ยอมมาติดต่อหรือคุยกับผู้เสียหายสักทีหลังเกิดเหตุ และคิดอยู่ในหัวตลอดว่า ถ้าเราไม่ทำอะไรสักอย่าง เราจะไม่ได้ค่าสินไหม ไม่ได้ค่าเสียเวลา และผู้เสียหายท่านนี้ จึงเลือกที่จะติดต่อหาทนาย เพื่อเข้าปรึกษาคดีความทันที เพราะก่อนหน้าที่ผู้เสียหายจะเข้าปรึกษาทนายก็ได้โทรหาประกันก่อน เพื่อจะให้ประกันคุยก่อน แต่ประกันดันหายเงียบไม่มาติดต่อใด ๆ  จึงลองปรึกษาทนาย เพราะบางสิ่งบางอย่าง ผู้เสียหายไม่รู้ว่าสามารถเรียกได้จริง ๆ อย่างค่าขาดประโยชน์นี้บางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องได้รับ หรือไม่รู้ว่าสามารถเรียกได้ และบางคนก็อาจเสียรู้ถูกประกันภัยเอาเปรียบไปแล้วหลายต่อหลายคนก็เป็นได้ เพราะความไม่รู้นี้

รถที่ใช้ทำมาหากินเกิดอุบัติเหตุเสียหาย รีบเรียกค่าขาดประโยชน์

            เกิดอุบัติเหตุจนรถที่ใช้ทำมาหากินได้รับความเสียหาย จนต้องเข้าอู่ซ่อม อย่าเพิ่งสบายใจเพียงเพราะคิดว่ามีประกันจ่ายให้ แต่อย่าลืมว่าคุณยังสามารถเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถได้อีก รถพัง เข้าอู่ อย่าลืมเรียกค่าขาดประโยชน์ หรือพบบริษัทประกันภัยทำเล่นลิ้นลีลาปฏิเสธการจ่ายหรือปฏิเสธการชดเชยค่าเสียหาย สามารถปรึกษาทนายความให้ช่วยดำเนินการได้ #คดีประกันภัย ต้อง #สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ปรึกษาด่วนที่ทนายอาร์มเท่านั้น แม้ว่าจะต้องรอซ่อมรถนานเป็นปี ต้องรออะไหล่นานแค่ไหน หรือค่าซ่อมจะแพงเหยียบล้าน อย่าลืมเรียกร้อง #ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ จากบริษัทประกันภัย

         อยากฝากถึงผู้เสียหายทุกท่านที่ขณะนี้กำลังประสบปัญหาเกี่ยวกับการรอซ่อมรถ รออะไหล่นาน ฯลฯ สาระพัดข้ออ้างต่าง ๆ ที่ทำให้รถที่ต้องใช้ทำมาหาในชีวิตประจำวันของคุณยังซ่อมไม่เสร็จเสียที หรือใช้เวลานานกว่าที่ควรจะเป็น อย่าปล่อยให้เวลาไหลไปเรื่อย ๆ เหมือนสายน้ำ สามารถเรียกค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถได้ และควรหาทนายไว้ปรึกษาดีที่สุด เพื่อไม่หลงเชื่อบริษัทประกันภัย และรักษาผลประโยชน์ให้ตัวคุณเอง ปรึกษาทนายดำเนินการเรียกค่าขาดประโยชน์ที่ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

แฉ ! กลยุทธ์การเอาเปรียบของบริษัทประกันภัย ในเรื่อง ทำไมบริษัทประกันภัยต้องให้คู่กรณีไปคุมราคาเอง ?

แฉกลยุทธ์การเอาเปรียบของบริษัทประกันภัยง

          เรียกได้ว่าเทคนิคและกลยุทธ์ของบริษัทประกันภัยนี้มีออกมาหลากหลายมากเลยทีเดียว ไม่ว่าจะให้ไป รักษาตัวให้หายดีก่อน หรือ นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง และอื่น ๆ อีกมากมายที่สำนักงานทนายความของทนายอาร์มต้องเจอ รวมถึงผู้เสียหายหลายท่านที่ต้องเจอกับเทคนิคกลยุทธ์ของประกันภัย และนอกจากนี้ยังมีหลายรูปแบบอย่างมากที่บริษัทประกันภัยนี้มักนำมาเป็นข้ออ้างที่จะไม่ยอมจ่ายค่าเสียหายให้กับผู้เสียหาย และขณะนี้ยังมีกลยุทธ์ใหม่อีกก็คือบริษัทประกันภัยให้คู่กรณีไปคุมราคาเอง ผลในตอนท้ายคือมาตลบหลังกัน และนั่นใช่หน้าที่ของคู่กรณีหรือไม่ ตรงนี้ก็เป็นคำถามที่ชวนสงสัยว่า เพราะเหตุใดบริษัทประกันภัยจึงมีพฤติการณ์แบบนี้ต่อผู้บริโภค แต่ละเทคนิค แต่ละกลยุทธ์ของบริษัทประกันภัย ดูเหมือนว่าบริษัทฯ จะคิดมาดีแล้ว ราวกับว่าตั้งใจจงใจเอาที่จะเอาเปรียบผู้บริโภคมาตั้งแต่แรกอย่างไรอย่างนั้น เพราะแต่ละเทคนิคและแต่ละกลยุทธ์ของประกันภัยทำให้ผู้บริโภคอย่างเรา ๆ อดคิดไม่ได้เลยว่าพฤติการณ์การกระทำแบบนี้ตั้งใจที่จะเอาเปรียบผู้บริโภคหรือไม่

ทนายอาร์มขอแฉ !  ทำไมบริษัทประกันภัยต้องให้คู่กรณีไปคุมราคาเอง ?

ทำไมบริษัทประกันภัยต้องให้คู่กรณีไปคุมราคาเอง

          วันนี้ทนายอาร์มขอมาแฉเกี่ยวกับเทคนิคและกลยุทธ์ที่จ้องจะเอาเปรียบผู้บริโภคของบริษัทประกันภัย เรื่องเล่าดี ๆ เกี่ยวกับบริษัทประกันภัยจากทนายอาร์มที่มีทุกวัน และวันนี้จะมาพูดถึงทีเด็ดอีกหนึ่งอย่างของบริษัทประกันภัยที่ตอนนี้ทำพิษให้กับผู้บริโภคตาดำ ๆ อย่างมาก เกี่ยวกับการที่ ทำไมบริษัทประกันภัยต้องให้คู่กรณีไปคุมราคาเอง วันนี้ทนายอาร์มมีคำตอบ

          ในกรณีที่บริษัทประกันภัยให้รถคู่กรณีหรือให้รถลูกค้าคุมราคาแล้วมาเสนอราคาจัดซ่อม สุดท้ายแล้วบริษัทประกันภัยก็มาตัดราคาที่ถูกคุมและเสนอ ต่อมาไม่นานมีเหตุการณ์เกิดขึ้นเป็นเรื่องเป็นราว แล้วเมื่อพอเป็นเรื่องเป็นราวเกิดขึ้นมาแล้วนั้น บริษัทประกันก็อ้างว่า ลูกค้าฉ้อโกงบริษัทประกันภัยซะอย่างนั้น เหมือนว่าลูกค้าทำใบราคาปลอมขึ้นมา หรือสมรู้ร่วมคิดกับทางอู่หรือศูนย์ขึ้นมาเอง หาว่าลูกค้าจะมาเอาเปรียบบริษัทประกันภัย การที่ประกันภัยทำกับลูกค้าแบบนี้ มองได้ทางเดียวเลยว่าเป็นเทคนิคและกลยุทธ์ที่จะตลบหลังลูกค้าในภายหลัง อีกอย่างหนึ่งเนื่องจากกฎหมายได้กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่าให้บริษัทประกันภัยเป็นผู้ทำ และเป็นหน้าที่ของบริษัทประกันภัย หาใช่หน้าที่ของลูกค้าไม่ หากจะให้ลูกค้าเป็นผู้ทำก็ต้องออกค่าใช้จ่ายในการประเมินราคา ซึ่งเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์อย่างชัดเจนแล้ว

ถูกประกันภัย ใช้เทคนิคกลยุทธ์เอาเปรียบ รีบติดต่อทนายอาร์ม

          หากผู้เสียหายท่านใดกำลังประสบปัญหาเจอกลยุทธ์ของบริษัทประกันภัยเอาเปรียบอยู่ ไม่ว่าจะเทคนิคใด รูปแบบไหนที่คิดว่าไม่เป็นธรรม หรือคิดว่ากำลังจะถูกเอาเปรียบอย่างแน่นอนต้องรีบติดต่อทนายด่วน สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ยินดีให้บริการ เพราะเราเชี่ยวชาญด้านกฎหมายและการประกันภัยรถยนต์โดยทนายอาร์ม ทนายความมืออาชีพมือหนึ่งด้านประกันภัยรถยนต์ ที่สำคัญเมื่อไรที่เกิดอุบัติเหตุควรรีบมีทนายดำเนินการเรียกร้องค่าเสียหายให้ดีที่สุด ถ้าไม่อยากตกเป็นเหยื่อให้บริษัทประกันภัยใช้เทคนิคหรือกลยุทธ์ต่าง ๆ มาเอาเปรียบต้องติดต่อทนาย

“ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ” รีบปรึกษาทนาย เรียกร้องได้เลย ไม่ต้องรอซ่อมเสร็จ

ค่าขาดประโยชน์ จากการใช้รถ รีบปรึกษาทนาย เรียกร้องได้เลย ไม่ต้องรอซ่อมเสร็จ

       หลายท่านที่ติดตามสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ของเราคงคุ้นเคยและรู้จักกันเป็นอย่างดีสำหรับ ค่าขาดประโยชน์ หรือที่เรียกเต็ม ๆ ว่า ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถนั่นเอง สำหรับเรื่องค่าขาดประโยชน์นี้ทั้งเฟซบุ๊กแฟนเพจหรือช่องยูทูปของสำนักงานของเราก็ได้นำเสนอให้เห็นบ่อย ๆ

กันสำหรับเคสคดีค่าขาดประโยชน์ เพราะมีผู้เสียหายหลายที่ได้รับความเดือดร้อนจากบริษัทประกันภัยที่มักทำพิษให้ผู้เสียหายเหมือนเช่นเคย มีผู้เสียหายหลายท่านได้เข้ามาปรึกษาทนายอาร์มกี่ยวกับเรื่องเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถจำนวนมาก โดยแต่คนพูดเป็นเสียงเดียวกันเลยว่าไม่คิดเลยว่าประกันภัยจะหัวแพทย์ได้ขนาดนี้

ไม่คิดว่าวันหนึ่งจะต้องมาดำเนินคดีให้เป็นเรื่องเป็นราว แต่ถ้าหากอยู่นิ่ง ๆ ไม่ทำอะไรเลย ก็ไม่มีทางที่จะได้รับความเป็นธรรม หรือแทบจะไม่มีวี่แววเลยที่ประกันภัยจะยอมจ่ายให้ จึงต้องโร่ปรึกษาทนายความที่มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายและการประกันภัยรถยนต์ดังเช่นทนายอาร์ม

          อย่างที่กล่าวไปว่าหลายท่านที่ติดตามสำนักงานทนายของเราคงคุ้นเคยและเคยได้เห็นเคสตัวอย่างในเรื่องของค่าขาดประโยชน์กันมาบ้างแล้ว แต่ก็เชื่อเลยว่ายังมีอีกหลายท่านที่ยังไม่เข้าใจคำว่า ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถคืออะไร จำเป็นต้องเรียกหรือไม่ วันนี้สำนักงานของเรามีคำตอบมาฝากทุกท่านกัน พร้อมนำเคสตัวอย่างมานำเสนอให้ชมกันเพื่อให้ทุกท่านได้เห็นว่าคดีค่าขาดประโยชน์นี้ผู้เสียหายแต่ละท่านเจอมาอย่างไร และเจอประกันภัยเอาเปรียบรูปแบบไหนบ้าง

ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถคืออะไร ?

          ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ คือ ค่าสินไหมทดแทนหรือที่เรียกว่าเงินชดเชยที่เจ้าของรถฝ่ายถูกสามารถเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากคู่กรณีได้ ค่าขาดประโยชน์นี้ถือเป็นค่าใช้จ่ายไม่ว่าจะเป็นค่าเดินทาง ค่าเช่ารถระหว่างที่รถจัดซ่อมอยู่ที่อู่ โดยตามหลักผู้ที่ต้องจ่ายค่าชดเชยหรือค่าขาดประโยชน์จากการที่ทำให้เจ้าของรถฝ่ายถูกไม่มีรถใช้ก็คือ บริษัทประกันภัยของรถคู่กรณีฝ่ายผิดนั่นเอง แต่ถ้ารถของคู่กรณีไม่มีประกัน เจ้าของรถฝ่ายถูกก็สามารถเรียกร้องค่าขาดประโยชน์กับตัวคู่กรณีได้โดยตรง

เคสตัวอย่าง : รถหรูจอดเฝ้าอู่ ประกันนิ่งไม่ประเมินค่าซ่อม

รถหรูจอดเฝ้าอู่ ประกันนิ่งไม่ประเมินค่าซ่อม

          เคสนี้รถยนต์หรูยี่ห้อเบนซ์เกิดเหตุเมื่อช่วงต้นปีของเดือนมกราคมที่ผ่านมา เสียหายยับขนาดนี้ดันเจอประกันภัยนิ่งใส่ให้รถหรูจอดเฝ้าอู่นานร่วม 2 เดือน ทั้งที่ควรจะเร่งรัดประเมินค่าซ่อมตั้งแต่เกิดเหตุ เดือดร้อนไม่มีรถใช้งานด้วยความรอนานประกันไม่ตอบรับไม่เห็นความคืบหน้า จนมาเจอ #ทนายอาร์ม จากคลิปใน Youtube รีบตรงเข้าปรึกษาเรียกร้องค่าขาดประโยชน์และตัดสินใจดำเนินคดีกับบริษัทประกันภัยที่ #สำนักงานกฎหมายวงกรณ์ ทันที หลังจากทนายอาร์มเดินเรื่อง บริษัทประกันยังอ้างว่าเป็นรถนำเข้าจากต่างประเทศ หาอะไหล่ยาก ต้องใช้เวลาหาอะไหล่นาน อีกทั้งเสียหายหนักต้องใช้เวลาซ่อมนาน เมื่อเจอแบบนี้ก็ต้องเรียกค่าขาดประโยชน์ให้ผู้เสียหายอย่างสมเหตุสมผล

เคสตัวอย่าง : เบนซ์หน้ายุบ จอดอยู่เฉย ๆ ก็โดนชนประกันจ่าย 24,000

เคสตัวอย่าง : เบนซ์หน้ายุบ จอดอยู่เฉย ๆ ก็โดนชนประกันจ่าย 24,000

          มาต่อกันที่เคสนี้เป็นรถเบนซ์โดนชนหน้ายุบ แต่บริษัทประกันเสนอจ่ายเพียง 24,000 เท่านั้นจนเกิดคำถามว่าน่าเกลียดไปไหม ? สำหรับกรณีแบบนี้เมื่อรถจอดอยู่ดี ๆ ก็โดนชนจนเสียหายยับ ประกันคู่กรณีออกหลักฐานรับผิดชอบความเสียหายให้ไป #เรียกร้องเอาค่าเสียหายและค่าสินไหมทดแทนเอง จากที่เคยมีรถใช้ อยู่ ๆ ก็กลายเป็นคนไม่มีรถใช้ซะอย่างนั้น ให้ประกันจัดหารถเช่าก็แล้ว ให้จัดหาศูนย์เบนซ์ที่ซ่อมให้เร็วกว่า 30 วันก็แล้ว บริษัทประกันตัวดีก็ทำเพิกเฉย เท่านั้นยังไม่พอ ยังเสนอจ่ายค่าขาดประโยชน์ #ค่าเสื่อม ของรถเบนซ์เพียง 24,000 เท่านั้น เหมาะสมแล้วหรือที่ต้องมาเสียเวลา #ทรัพย์สินเสียหาย ไม่มีรถใช้ต้องเช่ารถขับ แถมประกันยังมาทำแบบนี้อีกเอาเปรียบกันเกินไปไหม

          จากกรณีดังกล่าวนี้ เป็นเคสที่เกิดขึ้นจริง บริษัทประกันเสนอจ่ายน้อยจริงทำเอาผู้เสียหายเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เอาเปรียบกันอย่างชัดเจนขนาดนี้ แล้วอย่างนี้จะไม่ให้ผู้บริโภคเข้าใจได้อย่างไรว่าประกันจงใจเอาเปรียบผู้บริโภค

เคสตัวอย่าง : อู่ประเมินคืนซาก ประกันบอกมีอู่ซ่อม 200,000

          มาต่อกันที่เคสตัวอย่างที่สามรถยนต์พังยับขนาดนี้ ทั้งที่เป็นอู่ในเครือของประกันภัยประเมินให้ “คืนซาก” แต่ประกันดันบอก มีอู่ที่อื่นซ่อมได้ พร้อมจ่ายให้ 200,000 บาทเท่านั้น พอจริงหรือ ? เหมาะสมจริงหรือ ? ที่จะจ่ายแค่ 200,000 บาท รถพังยับขนาดนี้ ซ่อมแล้วจะเหมือนเดิมใช่ไหม ผู้เสียหายทนไม่ไหว โร่ปรึกษาทนายเรียกร้องค่าขาดประโยชน์พร้อมดำเนินคดีกับบริษัทประกันภัยตัวแสบอย่างเต็มที่ที่สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

มีประกันอย่าเพิ่งชะล่าใจ ระหว่างรออะไหล่ อย่าลืมเรียกค่าขาดประโยชน์

          ไม่ว่าจะรถแพงรถหรูหรือรถไมแพงเมื่อเข้าอู่ซ่อมแล้วต้องรออะไหล่นาน มีประกันภัย แต่ก็อย่าเพิ่งชะล่าใจไม่ว่าคุณจะเป็นฝ่ายถูกหรือฝ่ายผิด ห้ามลืมเด็ดขาดว่าสามารถเรียก “ค่าขาดประโยชน์” ได้ #ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ ไม่จำเป็นต้องรอให้ซ่อมเสร็จ สามารถเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากบริษัทประกันภัยได้เลย ไม่ว่ารถต้องใช้เวลาซ่อมหรือรออะไหล่นาน หรือไม่ว่าคุณจะเป็นฝ่ายถูกหรือผิด บริษัทมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบในการเสนอจ่ายค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถให้แก่ผู้เอาประกันภัย

          พบบริษัทประกันภัยบ่ายเบี่ยง เพิกเฉย ติดต่อยาก อย่าหลงเชื่อเด็ดขาด! มิเช่นนั้นอาจถูกเอาเปรียบก็เป็นได้ ปรึกษาทนายความผู้มีความเชี่ยวชาญใช้แนวทางด้านกฎหมายในการเรียกร้องสิทธิค่าขาดประโยชน์และดำเนินคดีกับบริษัทประกันภัย ต้องทนายอาร์มแห่งสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ สำนักงานทนายความที่ดำเนินกิจการโดยทนายอาร์ม ทนายความผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและการประกันภัยมือหนึ่ง 

“ค่าขาดประโยชน์” จากการใช้รถ รีบปรึกษาทนาย เรียกร้องได้เลย ไม่ต้องรอซ่อมเสร็จ

ค่าขาดประโยชน์ จากการใช้รถ รีบปรึกษาทนาย เรียกร้องได้เลย ไม่ต้องรอซ่อมเสร็จ

หลายท่านที่ติดตามสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ของเราคงคุ้นเคยและรู้จักกันเป็นอย่างดีสำหรับ ค่าขาดประโยชน์ หรือที่เรียกเต็ม ๆ ว่า ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถนั่นเอง สำหรับเรื่องค่าขาดประโยชน์นี้ทั้งเฟซบุ๊กแฟนเพจหรือช่องยูทูปของสำนักงานของเราก็ได้นำเสนอให้เห็นบ่อย ๆ กันสำหรับเคสคดีค่าขาดประโยชน์ เพราะมีผู้เสียหายหลายที่ได้รับความเดือดร้อนจากบริษัทประกันภัยที่มักทำพิษให้ผู้เสียหายเหมือนเช่นเคย มีผู้เสียหายหลายท่านได้เข้ามาปรึกษาทนายอาร์มกี่ยวกับเรื่องเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถจำนวนมาก โดยแต่คนพูดเป็นเสียงเดียวกันเลยว่าไม่คิดเลยว่าประกันภัยจะหัวแพทย์ได้ขนาดนี้ ไม่คิดว่าวันหนึ่งจะต้องมาดำเนินคดีให้เป็นเรื่องเป็นราว แต่ถ้าหากอยู่นิ่ง ๆ ไม่ทำอะไรเลย ก็ไม่มีทางที่จะได้รับความเป็นธรรม หรือแทบจะไม่มีวี่แววเลยที่ประกันภัยจะยอมจ่ายให้ จึงต้องโร่ปรึกษาทนายความที่มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายและการประกันภัยรถยนต์ดังเช่นทนายอาร์ม

          อย่างที่กล่าวไปว่าหลายท่านที่ติดตามสำนักงานทนายของเราคงคุ้นเคยและเคยได้เห็นเคสตัวอย่างในเรื่องของค่าขาดประโยชน์กันมาบ้างแล้ว แต่ก็เชื่อเลยว่ายังมีอีกหลายท่านที่ยังไม่เข้าใจคำว่า ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถคืออะไร จำเป็นต้องเรียกหรือไม่ วันนี้สำนักงานของเรามีคำตอบมาฝากทุกท่านกัน พร้อมนำเคสตัวอย่างมานำเสนอให้ชมกันเพื่อให้ทุกท่านได้เห็นว่าคดีค่าขาดประโยชน์นี้ผู้เสียหายแต่ละท่านเจอมาอย่างไร และเจอประกันภัยเอาเปรียบรูปแบบไหนบ้าง

ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถคืออะไร ?

          ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ คือ ค่าสินไหมทดแทนหรือที่เรียกว่าเงินชดเชยที่เจ้าของรถฝ่ายถูกสามารถเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากคู่กรณีได้ ค่าขาดประโยชน์นี้ถือเป็นค่าใช้จ่ายไม่ว่าจะเป็นค่าเดินทาง ค่าเช่ารถระหว่างที่รถจัดซ่อมอยู่ที่อู่ โดยตามหลักผู้ที่ต้องจ่ายค่าชดเชยหรือค่าขาดประโยชน์จากการที่ทำให้เจ้าของรถฝ่ายถูกไม่มีรถใช้ก็คือ บริษัทประกันภัยของรถคู่กรณีฝ่ายผิดนั่นเอง แต่ถ้ารถของคู่กรณีไม่มีประกัน เจ้าของรถฝ่ายถูกก็สามารถเรียกร้องค่าขาดประโยชน์กับตัวคู่กรณีได้โดยตรง

เคสตัวอย่าง : รถหรูจอดเฝ้าอู่ ประกันนิ่งไม่ประเมินค่าซ่อม

รถหรูจอดเฝ้าอู่ ประกันนิ่งไม่ประเมินค่าซ่อม

          เคสนี้รถยนต์หรูยี่ห้อเบนซ์เกิดเหตุเมื่อช่วงต้นปีของเดือนมกราคมที่ผ่านมา เสียหายยับขนาดนี้ดันเจอประกันภัยนิ่งใส่ให้รถหรูจอดเฝ้าอู่นานร่วม 2 เดือน ทั้งที่ควรจะเร่งรัดประเมินค่าซ่อมตั้งแต่เกิดเหตุ เดือดร้อนไม่มีรถใช้งานด้วยความรอนานประกันไม่ตอบรับไม่เห็นความคืบหน้า จนมาเจอ #ทนายอาร์ม จากคลิปใน Youtube รีบตรงเข้าปรึกษาเรียกร้องค่าขาดประโยชน์และตัดสินใจดำเนินคดีกับบริษัทประกันภัยที่ #สำนักงานกฎหมายวงกรณ์ ทันที หลังจากทนายอาร์มเดินเรื่อง บริษัทประกันยังอ้างว่าเป็นรถนำเข้าจากต่างประเทศ หาอะไหล่ยาก ต้องใช้เวลาหาอะไหล่นาน อีกทั้งเสียหายหนักต้องใช้เวลาซ่อมนาน เมื่อเจอแบบนี้ก็ต้องเรียกค่าขาดประโยชน์ให้ผู้เสียหายอย่างสมเหตุสมผล

เคสตัวอย่าง : เบนซ์หน้ายุบ จอดอยู่เฉย ๆ ก็โดนชนประกันจ่าย 24,000

เคสตัวอย่าง : เบนซ์หน้ายุบ จอดอยู่เฉย ๆ ก็โดนชนประกันจ่าย 24,000

          มาต่อกันที่เคสนี้เป็นรถเบนซ์โดนชนหน้ายุบ แต่บริษัทประกันเสนอจ่ายเพียง 24,000 เท่านั้นจนเกิดคำถามว่าน่าเกลียดไปไหม ? สำหรับกรณีแบบนี้เมื่อรถจอดอยู่ดี ๆ ก็โดนชนจนเสียหายยับ ประกันคู่กรณีออกหลักฐานรับผิดชอบความเสียหายให้ไป #เรียกร้องเอาค่าเสียหายและค่าสินไหมทดแทนเอง จากที่เคยมีรถใช้ อยู่ ๆ ก็กลายเป็นคนไม่มีรถใช้ซะอย่างนั้น ให้ประกันจัดหารถเช่าก็แล้ว ให้จัดหาศูนย์เบนซ์ที่ซ่อมให้เร็วกว่า 30 วันก็แล้ว บริษัทประกันตัวดีก็ทำเพิกเฉย เท่านั้นยังไม่พอ ยังเสนอจ่ายค่าขาดประโยชน์ #ค่าเสื่อม ของรถเบนซ์เพียง 24,000 เท่านั้น เหมาะสมแล้วหรือที่ต้องมาเสียเวลา #ทรัพย์สินเสียหาย ไม่มีรถใช้ต้องเช่ารถขับ แถมประกันยังมาทำแบบนี้อีกเอาเปรียบกันเกินไปไหม

          จากกรณีดังกล่าวนี้ เป็นเคสที่เกิดขึ้นจริง บริษัทประกันเสนอจ่ายน้อยจริงทำเอาผู้เสียหายเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เอาเปรียบกันอย่างชัดเจนขนาดนี้ แล้วอย่างนี้จะไม่ให้ผู้บริโภคเข้าใจได้อย่างไรว่าประกันจงใจเอาเปรียบผู้บริโภค

เคสตัวอย่าง : อู่ประเมินคืนซาก ประกันบอกมีอู่ซ่อม 200,000

          มาต่อกันที่เคสตัวอย่างที่สามรถยนต์พังยับขนาดนี้ ทั้งที่เป็นอู่ในเครือของประกันภัยประเมินให้ “คืนซาก” แต่ประกันดันบอก มีอู่ที่อื่นซ่อมได้ พร้อมจ่ายให้ 200,000 บาทเท่านั้น พอจริงหรือ ? เหมาะสมจริงหรือ ? ที่จะจ่ายแค่ 200,000 บาท รถพังยับขนาดนี้ ซ่อมแล้วจะเหมือนเดิมใช่ไหม ผู้เสียหายทนไม่ไหว โร่ปรึกษาทนายเรียกร้องค่าขาดประโยชน์พร้อมดำเนินคดีกับบริษัทประกันภัยตัวแสบอย่างเต็มที่ที่สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

มีประกันอย่าเพิ่งชะล่าใจ ระหว่างรออะไหล่ อย่าลืมเรียกค่าขาดประโยชน์

          ไม่ว่าจะรถแพงรถหรูหรือรถไมแพงเมื่อเข้าอู่ซ่อมแล้วต้องรออะไหล่นาน มีประกันภัย แต่ก็อย่าเพิ่งชะล่าใจไม่ว่าคุณจะเป็นฝ่ายถูกหรือฝ่ายผิด ห้ามลืมเด็ดขาดว่าสามารถเรียก “ค่าขาดประโยชน์” ได้ #ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ ไม่จำเป็นต้องรอให้ซ่อมเสร็จ สามารถเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากบริษัทประกันภัยได้เลย ไม่ว่ารถต้องใช้เวลาซ่อมหรือรออะไหล่นาน หรือไม่ว่าคุณจะเป็นฝ่ายถูกหรือผิด บริษัทมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบในการเสนอจ่ายค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถให้แก่ผู้เอาประกันภัย

          พบบริษัทประกันภัยบ่ายเบี่ยง เพิกเฉย ติดต่อยาก อย่าหลงเชื่อเด็ดขาด! มิเช่นนั้นอาจถูกเอาเปรียบก็เป็นได้ ปรึกษาทนายความผู้มีความเชี่ยวชาญใช้แนวทางด้านกฎหมายในการเรียกร้องสิทธิค่าขาดประโยชน์และดำเนินคดีกับบริษัทประกันภัย ต้องทนายอาร์มแห่งสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ สำนักงานทนายความที่ดำเนินกิจการโดยทนายอาร์ม ทนายความผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและการประกันภัยมือหนึ่ง 

ประกันภัยตัวร้าย จากผู้เสียหาย กลายเป็นผู้ต้องหา หากไปประเมินราคาเอง

จากผู้เสียหาย กลายเป็นผู้ต้องหา หากไปประเมินราคาเอง

ตามประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และระยะเวลาในการชดใช้เงินหรือค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัย และกรณีที่ถือว่าเป็นการประวิงการจ่ายค่าสินไหมทดแทนหรือประวิงการคืนเบี้ยประกันภัยของบริษัทประกันวินาศภัย พ.ศ.2566 หมวด 1 หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการชดใช้เงินหรือค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัย ข้อ 10 ระบุว่า

เมื่อบริษัทได้รับแจ้งเหตุ หรือมีการเรียกร้องให้ชดใช้เงินหรือค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัย ให้บริษัทดำเนินการอย่างน้อยต่อไปนี้

                (1)บันทึกข้อมูลการรับแจ้งเหตุหรือการเรียกร้อง โดยเชื่อมโยงข้อมูลดังกล่าวไปบันทึกรายการในสมุดทะเบียนค่าสินไหมทดแทนที่เกี่ยวข้อง และสมุดบัญชีของบริษัทภายในเจ็ดวันนับแต่วันได้รับข้อมูลดังกล่าว พร้อมทั้งออกเลขที่ตรวจสอบรายการความเสียหายและประมาณการค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้น

                (ก)กรณีที่ต้องมีการสำรวจภัย ให้บริษัทแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจภัย ณ ที่เกิดเหตุ หรือสถานที่ที่ผู้เอาประกันภัยนัดหมาย และออกเอกสารการรับแจ้งเหตุ หรือใบตรวจสอบรายการความเสียหายให้กับผู้เอาประกันภัย ผู้รับประโยชน์ หรือผู้มีสิทธิเรียกร้องตามกรมธรรม์ประกันภัย ไว้เป็นหลักฐานเพื่อให้นำมาติดต่อกับบริษัทหรือดำเนินการอื่นที่เกี่ยวข้องต่อไป

                (ข)กรณีที่ไม่ต้องมีการสำรวจภัย ให้บริษัทแจ้งให้ผู้เอาประกันภัย ผู้รับประโยชน์ หรือผู้มีสิทธิเรียกร้องตามกรมธรรม์ประกันภัย ทราบถึงเอกสารหลักฐานทั้งหมดที่ต้องใช้ประกอบการเรียกร้อง ช่องทางการติดต่อกับบริษัท และระยะเวลาที่ใช้ในการพิจารณาและชดใช้เงินหรือค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัย

          แล้วใครจะไปคาดคิดได้ว่าวันหนึ่งเมื่อรถเกิดอุบัติเหตุอยู่ ๆ ก็ได้รับสถานะเป็น ผู้เสียหาย สถานะที่ไม่มีใครอยากจะเป็นหรือได้รับ เพราะไม่ได้สร้างสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตัวผู้เสียหายเลย อีกทั้งยังมีแต่สร้างความเดือดเนื้อร้อนใจให้ที่รถต้องมาได้รับความเสียหาย อีกทั้งจัดซ่อมรถ และไม่มีรถชนระหว่างรอซ่อมอีก แต่ผู้เสียหายก็ยังอุ่นใจที่คิดว่ารถมีประกันภัย และประกันภัยก็เป็นสิ่งแรกที่นึกถึงว่าจะเป็นผู้ที่สามารถช่วยเหลือได้แน่นอนเมื่อยามเดือดร้อนนี้ แต่ ๆ แต่ ที่ไหนได้ประกันภัยกลับทำให้ผู้เสียหาย กลายเป็นผู้ต้องหาซะอย่างนั้น

ประกันภัยตัวร้ายทำพิษ จากผู้เสียหาย กลายเป็นผู้ต้องหา

ประกันภัยตัวร้ายทำพิษ จากผู้เสียหายกลายเป็นผู้ต้องหา

กรณีต่อไปนี้ทนายอาร์มจะมาพูดถึงกรณีหนึ่งที่ผู้เสียหายหรือผู้บริโภคได้ถูกบริษัทประกันภัยเอาเปรียบอย่างมาก และได้รับความเดือดร้อนจากพฤติกรรมที่สุดแสนจะเอาเปรียบประชาชนและผู้บริโภคตาดำ ๆ ของบริษัทประกัน ก่อนอื่นต้องเท้าความไปถึงหลักประกาศของคปภ. ปี 2566 ที่ได้กล่าวไปในข้างต้น และสรุปคร่าว ๆ ก็คือ บริษัทประกันภัยมีหน้าที่ที่จะต้องประเมินความเสียหายให้กับผู้บริโภค แต่ปัญหาอยู่ตรงที่บริษัทประกันภัยดันไม่ทำตามหน้าที่ที่ควรจะต้องทำ คือบริษัทได้ให้ผู้บริโภคหรือผู้เสียหายไปประเมินราคาค่าซ่อมรถเอง พอผู้บริโภคไปประเมินราคาเอง ทำใบประเมินราคาเองตามที่ประกันบอก ประกันก็กลับอ้างต่อผู้บริโภคว่า “ทำใบเสนอราคาปลอมหรือไม่” บ้าง “ไม่ใช่ของจริง” บ้าง หรือ “ไม่ได้ซ่อมราคานี้หรือไม่” บ้าง และ “ราคาสูงเกินความเป็นจริงหรือไม่” เป็นต้น

          กลายเป็นเหตุให้บริษัทประกันภัยนำมาอ้างสงสัยต่อตัวผู้บริโภคว่า ฉ้อฉลประกันภัย ซะอย่างนั้นว่า ราคาที่ผู้บริโภคตั้งมานั้น การไปซ่อมเอง,ทำเองราคามันแพงเกินไป, ผู้บริโภคมีเจตนาเอาประโยชน์อะไรจากบริษัทประกันหรือไม่” กลายเป็นว่าผู้บริโภคไม่สุจริตต่อบริษัทประกันภัยซะอย่างนั้น ทั้ง ๆ ที่บริษัทประกันก็ทราบหน้าที่ของตนเองดี ว่ามีหน้าที่ต้องทำอะไร แต่ทำไมจึงไม่ทำตามหน้าที่ของตนเอง

ประกันภัยไม่ยอมทำหน้าที่ คนที่เดือดร้อนคือใคร ?

เมื่อบริษัทประกันไม่ทำหน้าที่ของตน คนที่เดือดร้อนคือใคร ? คำตอบ คือ ผู้บริโภค ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนและหวังพึ่งว่าประกันจะสามารถช่วยเหลือได้ในยามเดือดร้อน แต่ประกันภัยกลับมาผลักภาระให้ผู้บริโภคว่าที่ผู้บริโภคต้องไปดำเนินการตามที่ประกันบอก จริง ๆ กลายเป็นว่าประกันก็เอาตรงนั้นมาเป็นข้ออ้างต่อผู้บริโภคอีกว่า “เจตนาคุณไม่สุจริตนะ” “มันราคาสูง” “ใบเสนอราคานี้ปลอมหรือเปล่า” “ฉ้อฉลประกันหรือไม่” ฯลฯ และอีกหลายเหตุผล ไม่ว่าจะทำอะไรผู้บริโภคก็ผิด ทั้ง ๆ ที่ประกันมีหน้าที่ที่ต้องทำ แต่ดันผลักภาระมาให้ผู้บริโภค พอผลักภาระมาให้ไม่พอยังมาซ้ำเติมผู้บริโภคอีกโดยการบอกว่า “น่าสงสัยนะ” “มีพิรุธนะ” กลายเป็นมองว่าที่ผู้บริโภคประเมินมาไม่ถูกต้อง และสุดท้ายจบด้วยคำว่า “ผมไม่จ่าย” ถ้าหากบริษัทประกันภัยจะคิดว่าผู้บริโภคที่ตั้งใจเอาเปรียบหรือฉ้อฉลประกันภัย เพราะเหตุใดจึงไม่ดำเนินการตามประกาศของคปภ. ปี 2566 ที่ระบุว่า

                (18) กรณีบริษัทไม่ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัย เนื่องจากสงสัยถึงการกระทำไม่สุจริต หรือโดยทุจริต หรือการฉ้อฉลประกันภัยของผู้เอาประกันภัย ผู้รับประโยชน์ หรือผู้มีสิทธิเรียกร้องตามกรมธรรม์ประกันภัย ซึ่งเป็นความผิดตามมาตรา 108/4 หรือมาตรา 108/5 แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หรือมาตรา 45 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หรือมาตรา 341 มาตรา 342 หรือมาตรา 347 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และบริษัทได้ดำเนินคดีอาญากับบุคคลดังกล่าว แต่พนักงานอัยการมีคำสั่งงดการสอบสวนหรือมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้อง หรือศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ยกฟ้อง แล้วแต่กรณี และบริษัทไม่ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัยให้แล้วเสร็จภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่พนักงานอัยการมีคำสั่งหรือศาลมีคำพิพากษาดังกล่าว แล้วแต่กรณี

           นั่นกลายเป็นว่าหลังจากนี้คนที่ได้รับความเดือดร้อนเต็ม ๆ ก็คือ ผู้บริโภค นอกจากนี้ยังโดนคดีติดตัวอีก เพราะประกันมาอ้างว่าผู้บริโภคนั้นฉ้อฉลประกันภัยเรื่องราคาที่ประกันมองว่าแพงไป อีกทั้งมองว่าผู้บริโภคแสวงหาผลประโยชน์อะไรกับบริษัทประกัน ทั้ง ๆ ที่ผู้บริโภคไม่ได้มีเจตนาอย่างนั้น แต่เพราะได้รับความเดือดร้อนรถไม่ได้ซ่อม และประกันไม่ยอมทำหน้าที่ของตัวเอง

ประกันภัยผู้ผลักภาระหน้าที่แก่ผู้บริโภค

ประกันภัยผู้ผลักภาระหน้าที่แก่ผู้บริโภค

จากการที่ประกันให้ผู้บริโภคไปประเมินราคาเอง แล้วผลสุดท้ายกลับมาสงสัยในตัวผู้บริโภค ก็ต้องเกิดคำถามว่า แล้วทำไมผู้บริโภคจึงต้องมารับผิดชอบกับการที่ประกันไม่ทำหน้าที่ของตนเอง ทั้ง ๆ ที่เป็นหน้าที่ของประกันแท้ ๆ อย่างไรประกันต้องรู้อยู่แล้วว่ารถที่เสียหายมีความเสียหายตรงไหนเกิดขึ้นบ้าง และความเสียหายตรงนี้ประกันสามารถประสานกับอู่คู่สัญญาได้อยู่แล้ว ว่าราคาเท่าไรอย่างไร รวมไปถึงรายละเอียดต่าง ๆ ถ้าหากประกันจะมองว่าเอกสารที่ผู้บริโภคประเมินมามันสูงไป หรือแพงไป ประกันก็ต้องทำหน้าที่ของประกันให้ดี เพราะมีกำหนดไว้อยู่แล้ว หมายความว่าต้องสามารถประเมินราคาหรือ ประเมินความเสียหายให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาตามที่กำหนดได้ สามารถแจ้งผู้บริโภคได้อย่างชัดเจน แต่ประกันภัยเป็นฝ่ายที่ไม่ชัดเจนต่อผู้บริโภค ไม่ยอมดำเนินการให้เป็นไปตามที่ควรจะเป็น อย่างใบเสนอราคาหรือ ใบประเมินความเสียหายก็ไม่ยอมออกให้ผู้บริโภค แล้วผู้บริโภคจะไปรู้ได้อย่างไรว่าราคาอย่างไรเท่าไร ทั้ง ๆ ที่ประกันเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ หน้าที่หลัก ๆ ของประกันต้องย่อมรู้อยู่แล้วว่า รายการความเสียหายตัวอู่เองประเมินราคาซ่อมได้อย่างไร อนุมัติอะไหล่ได้แบบไหนก็ล้วนเป็นหน้าที่ของประกันภัย

ประกันภัยมีหน้าที่อะไร เพราะเหตุใดจึงไม่ทำหน้าที่ ?

          เมื่อรถของผู้เอาประกันเกิดุอบัติเหตุประกันมีหน้าที่ประสานงานกับอู่เพื่อให้ดำเนินการจัดซ่อมรถผู้เสียหายให้เป็นไปตามกฎหมาย หรือตามกฎที่กำหนด แต่ประกันดันไม่ยอมทำ เมื่อไม่ทำตามหน้าที่ และมีประเด็นที่ “รู้สึกว่า เชื่อว่า สงสัยว่า” ตั้งสมมติฐานว่า ผู้บริโภคต้องโกงประกันแน่ ๆ จึงเอาตรงนี้มาอ้างเพื่อปฏิเสธกับผู้บริโภคอย่างนี้ก็ไม่เป็นธรรมกับผู้บริโภค แทนที่ประกันรู้ว่าสามารถจัดซ่อมไปก่อนได้ อีกทั้งยังรู้อยู่แล้วว่าโดยหลักการประกันภัยเป็นผู้ให้บริการ คุณย่อมต้องบริการ และถ้าภายหลังจะมีความเสียหายอะไรเกิดขึ้นตามมา ประกันสามารถไปดำเนินคดีกับผู้บริโภคภายหลังได้

          ถ้าการแค่เชื่อ หรือแค่เข้าใจว่า ผู้บริโภคเป็นคนโกง ฉ้อฉลประกัน แล้วเพราะเหตุใดจึงไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบ แต่กลับเอามาอ้างเพื่อปฏิเสธในหนังสือแจ้งผลพิจารณาว่า “คิดว่าผู้บริโภคน่าจะเข้าข่ายโกงประกัน” แล้วอย่างนี้จะพิสูจน์อย่างไรว่าทำอย่างนั้นจริง ๆ เท่ากับว่าความเสียหายย่อมมีเกิดขึ้น แต่คนที่แบกรับความเสียหายทุกอย่าง คือ ผู้บริโภค ที่ต้องแบกรับเต็ม ๆ

ประกันทำถูกต้องแล้วหรือ ? ไม่ยอมทำหน้าที่ กลับมาดำเนินคดีกับผู้บริโภค

          เห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าประกันไม่ทำหน้าที่ของตัวเองเท่านั้นยังไม่พอ เมื่อผู้บริโภคมาซ่อมรถเอง ก็กลายเป็นว่าจะเดือดร้อนอีก เพราะประกันจะเอามาอ้างปฏิเสธเหมือนเดิม  ในเมื่อตอนแรกไม่รับผิดชอบในหน้าที่ บอกว่าราคาที่เอาไปซ่อมสูงเกินไปก็ไม่จ่าย ต่อมาดูเอกสารแล้วปรากฏว่าประกันมีความคิดว่า ผู้บริโภคน่าจะเข้าข่ายสงสัยว่าจะฉ้อฉลประกันภัย คราวนี้ก็มาดำเนินคดีต่อผู้บริโภค โดยให้เหตุผลว่าน่าจะโกงประกัน จึงได้ฟ้องเป็นคดีอาญากับผู้บริโภค อย่างนี้ประกันภัยทำถูกต้องแล้วหรือทำกับผู้บริโภคได้ขนาดนี้ หากประกันเอารถไปซ่อมให้ผู้บริโภคตั้งแต่แรกจะไม่เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้น เพราะหน้าที่ของประกัน คือ ให้บริการ ควรรับผิดชอบ ดูแลผู้บริโภคให้สมกับเป็นผู้บริโภค และที่สำคัญควรบริการให้สมกับที่จ่ายเบี้ยประกันไป และถ้าหลังจากนี้จะมาสงสัยอะไรในตัวผู้บริโภคก็มาดำเนินคดีภายหลังได้ เพราะประกันต้องพิสูจน์ และนั่นก็เป็นภาระของประกันเอง ไม่สมควรที่ต้องให้ผู้บริโภคต้องมาเดือดร้อนระหว่างที่ประกันภัยพิสูจน์ข้อเท็จจริง าถ้าประกันภัยจะเจ้าเล่ห์กับผู้บริโภคขนาดนี้ก็ต้องหาทนายเข้าช่วยแล้ว

ประกันภัยหัวหมอเล่นแง่ เปลี่ยนคำให้การ

ประกันภัยหัวหมอเล่นแง่ เปลี่ยนคำให้การ

จากคำให้การคนขับรถในตอนแรก คนขับรถรับสภาพผิดเป็นคนประมาททำให้เกิด อุบัติเหตุพอได้เจอประกันหัวหมอ แนะให้คนขับเปลี่ยนคำรับสภาพ ให้ผู้เสียหายเป็นฝ่ายที่ประมาทเอง จากเป็นผู้เสียหายต้องกลายเป็นคนผิดซะเอง ทั้งที่ได้รับบาดเจ็บ ขาหัก ทำงานไม่ได้ ทั้งเจ็บตัวทั้งกลายเป็นคนผิด และถูกปฏิเสธไม่จ่ายสักบาท 

เมื่อไม่ได้รับความเป็นธรรมแบบนี้ รีบเข้าปรึกษา ทนายอาร์ม ช่วยดำเนินการทันที

Line @ คลิก! โทรหาเรา คลิก!