Update กลโกงแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงิน 2024 ที่ต้องรู้ !

Update กลโกงแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงิน 2024 ที่ต้องรู้ !

          เดินทางข้ามปีมาถึงปี 2024 กันแล้ว แต่แก๊งมิจฉาชีพอย่างพวกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงิน ก็ยังทำพิษไม่เลิกรา เรียกได้ว่ากลุ่มแก๊งเหล่านี้ยังไม่มีวี่แววว่าจะหายไปหรือลดน้อยลงจากประเทศไทยได้เลย และดูเหมือนว่าจะทวีคูณเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากยังมีคนไทยหลายคนที่หลงเชื่อและได้ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงินอยู่เป็นจำนวนมากไม่เว้นแต่ละวัน วันนี้สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ของเรา จะมาอัปเดตภัยร้ายจากพวกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงิน เหล่านี้กันว่าปี 2024 แล้ว เหล่ามิจฉาชีพออนไลน์มีกลโกงใหม่ ๆ อะไรบ้าง และเราจะมีวิธีรับมือกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงินพวกนี้ได้อย่างไร

อัปเดตกลโกงก่อนถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงิน

อัปเดตกลโกงก่อนถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงิน

          กลโกงใหม่ ๆ ของพวกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงินนี้ เรียกได้ว่ามีอัปเดตมาตลอดจริง ๆ โดยเหล่ามิจฉาชีพพวกนี้มักจะหาลู่ทางเพื่อมาหลอกเอาเงินกับประชาชนตาดำ ๆ จนได้ แม้ว่าขณะนี้ในสังคมได้มีการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับกลโกงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงินนี้อยู่ทุกวัน ๆ แต่ก็ไม่ได้ทำให้มิจฉาชีพพวกนี้ลดลง อีกทั้งยังมีคนหลงเชื่อและสูญเสียทรัพย์สินไปจำนวนมากอยู่ วันนี้เราจึงได้นำกลโกงใหม่ ๆ ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงินที่เอามาหลอกลวงประชาชนหลงเชื่อให้โอนเงินไป จากข่าวดังที่กำลังเป็นกระแสในขณะนี้มาฝากกัน

แอบอ้างเป็นหน่วยงานทหาร

          เป็นเรื่องราวของชายไทยวัย 40 คนหนึ่งถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกว่าเป็นทหารหญิงอเมริกัน หลอกว่าจะส่งเงินมาให้ สุดท้ายทำเอาชายผู้นี้สูญเงินกว่า 300,000 บาท โดยพฤติกรรมของแก๊งคอลเซ็นเตอร์นี้อ้างว่า เป็นทหารหญิงอเมริกันไปทำสงครามที่ซีเรียได้ยึดเงินจากกลุ่มกบฎที่ปล้นมาจากธนาคารจำนวน 6 ล้านดอลลาร์ แต่ไม่สามารถส่งเงินกลับเข้าประเทศของตัวเองได้ จึงจะขอส่งเงินมาที่ประเทศไทย พร้อมบอกว่าจะแบ่งเงินให้ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้ส่งที่อยู่ไปให้ หลังจากนั้นมีพัสดุจากประเทศซีเรียมาส่ง และต้องจ่ายค่าธรรมเนียมจำนวน 35,500 บาท และมีเหตุให้ผู้เสียหายหาวิธีโอนเงินให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ด้วยความโลภอย่างต่อเนื่องจนหมดบัญชี  18 ครั้ง สูญเสียเงินไปทั้งสิ้น 320,500 บาท ด้วยกัน จากเหตุนี้ทำเอาผู้เสียหายและครอบครัวเดือดร้อนหนักและเป็นอุทาหรณ์อย่างมากสำหรับผู้ที่ยังไม่ตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงิน

ส่งลิงก์ผ่านข้อความ SMS อ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า

          ข่าวนี้เป็นเรื่องราวของคุณยายวัย 81 ปี ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงิน ถูกดูดเงินในบัญชีร่วม 70,000 บาท โดยพฤติกรรมของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ คือ ส่ง SMS ข้อความพร้อมแนบลิงก์มาให้กด โดยข้อความระบุว่า เนื่องจากเจ้าหน้าที่การไฟฟ้ามีการจดเลขมิเตอร์ผิด ทำให้การชำระค่าไฟของคุณไม่สำเร็จ พร้อมลิงก์ให้กดเพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่ คุณยายผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้กดไป แก๊งคอลเซ็นเตอร์แอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าและสอนให้ผู้เสียหายทำตามขั้นตอนทันที หลังจากนั้นไม่นานมารู้ตัวทีหลังว่ายอดเงินในบัญชีหายไปแล้วจำนวน 70,000 บาท ทำเอาผู้เสียหายถึงกับช็อค เพราะเงินในบัญชีสูญหายไปในเวลาอันรวดเร็ว เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งกลโกงของพวกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงิน ก็ว่าได้ ซึ่งก็นับว่าเป็นกลวิธีที่แยบยลหากใครเผลอไปกดลิงก์แปลก ๆ ก็อาจทำให้สูญเสียเงินเป็นจำนวนมากได้

หลอกให้ลงทุน

          ในยุคสมัยเศรษฐกิจฝืดเคืองแบบนี้ แน่นอนว่าหลายคนคงหาลู่ทางเพื่อทำอาชีพเสริมกันไม่น้อย แต่ก็แน่นอนว่าอะไรที่ได้มาอย่างง่ายดายในที่ยุคที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงินระบาดหนักแบบนี้นั้นเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างมาก อย่างเคสนี้มีผู้เสียหาย 4 คน ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงิน ผ่านการเชิญชวนลงทุนเทรดหุ้นในเฟซบุ๊ก สูญเงินกว่า 20 ล้าน พฤติการณ์การหลอกเอาเงินโดยการให้เทรดหุ้นนี้ คือ เมื่อผู้เสียหายลงทุนในครั้งแรกก็จะได้กำไรคืนมา จึงลงทุนไปเรื่อย ๆ สุดท้ายถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงินบล็อกช่องทางการติดต่อทันที กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สูญเงินไปหลายล้านแล้ว เรียกได้ว่าอาชีพเสริมที่เล่นกับความโลภอยากได้เงินของคนแบบนี้ เป็นทางถนัดของพวกแก๊งมิจฉาชีพแบบนี้เลยทีเดียว หากไม่อยากตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงินแนะนำว่าควรตรวจสอบขั้นตอนวิธีการดี ๆ หรือไม่ก็ควรหาอาชีพเสริมที่สุจริตได้เงินมาอย่างสมเหตุสมผลจะดีกว่า เพราะสมัยนี้มิจฉาชีพมีจำนวนมากพอสมควรเลยทีเดียว

ถูกหลอกให้โอนเงินไปแล้ว ควรรับมืออย่างไร?

ถูกหลอกให้โอนเงินไปแล้ว ควรรับมืออย่างไร?

          ความผิดพลาดมักเกิดขึ้นได้เสมอ และแน่นอนว่าสำหรับใครที่ตกเป็นเหยื่อของพวกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงินเหล่านี้ไปแล้ว ไม่ว่าคุณจะถูกหลอกให้โอนเงิน สูญเสียเงินในบัญชีไปจะมากจะน้อย จงมีสติไว้เสมอและรวบรวมข้อมูล หรือหลักฐาน รวมไปถึงเอกสารทางการเงินต่าง ๆ หลังจากนั้นให้เข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที หรือถ้าไม่อยากรอนานในขั้นตอนการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ  เราขอแนะนำให้ผู้เสียหายทุกท่านควรมีทนายความเพื่อดำเนินการทวงคืนเงินของคุณที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงินไปจะดีกว่า

หากตกเป็นเหยื่อถูกหลอกต้องมีทนายความ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ยินดีให้บริการด้วยการดำเนินงานที่รวดเร็วและว่องไวตามขั้นตอน 

เมื่อเกิดปัญหาต้องมีที่ปรึกษากฎหมายไว้อุ่นใจที่สุด

เมื่อเกิดปัญหาต้องมีที่ปรึกษากฎหมายไว้อุ่นใจที่สุด

ที่ปรึกษากฎหมายคืออะไร ?

ที่ปรึกษากฎหมายคืออะไร

       ที่ปรึกษากฎหมาย คือ บุคคลผู้มีความรู้ความเข้าใจความเชี่ยวชาญทางด้านกฎหมายเป็นอย่างดี เป็นบุคคลผู้ที่สามารถรับฟังปัญหาหรือคำปรึกษาจากผู้ที่ทุกข์ร้อนหรือมีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจได้เป็นอย่างดี นอกจากที่ปรึกษากฎหมายจะเป็นผู้ที่ต้องรับฟังปัญหาจากผู้ที่เดือดร้อนได้แล้ว หน้าที่สำคัญของที่ปรึกษากฎหมายก็คือต้องสามารถให้คำปรึกษา คำแนะนำ และสามารถแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อมูลข้อเท็จจริงของเรื่องที่ผู้เดือดร้อนปรึกษามาได้ โดยที่ปรึกษากฎหมายที่ดีควรจะต้องให้คำปรึกษารวมไปถึงแสดงทัศนคติ และแสดงความคิดเห็นให้คำแนะนำแนวทางเกี่ยวกับข้อเท็จจริงของเรื่องนั้น ๆ ให้เป็นไปตามข้อเท็จจริงของข้อกฎหมาย อีกทั้งที่ปรึกษากฎหมายที่ดีควรที่จะให้คำแนะนำ หรือการอธิบายขั้นตอนในการแก้ปัญหาตามข้อกฎหมายให้ผู้ที่มาปรึกษาเข้าใจได้ง่าย และรู้สึกว่าได้รับคำแนะนำอย่างจริงใจและตรงไปตรงมา เนื่องจากไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถเข้าใจในกระบวนการดำเนินงานรวมไปถึงขั้นตอนทางกฎหมาย และต้องให้ผู้ที่มาปรึกษารู้สึกว่าการมีที่ปรึกษากฎหมายนั้นมีประโยชน์ต่อตัวเขามากที่สุด และเขาควรที่จะมีที่ปรึกษากฎหมายไว้สักหนึ่งคนเพื่อที่จะสามารถช่วยเหลือ และให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมายในภายภาคหน้าได้หากมีปัญหาใดเกิดขึ้นอีก

ที่ปรึกษากฎหมายจำเป็นต้องเป็นทนายความหรือไม่ ?

ที่ปรึกษากฎหมายจำเป็นต้องเป็นทนายความหรือไม่ ?

       เป็นอีกหนึ่งความสงสัยของผู้ที่ต้องการจะปรึกษาทางด้านกฎหมาย เพราะที่ปรึกษากฎหมายบางคน ไม่ได้เป็นทนายความ แต่บอกว่าเป็นที่ปรึกษากฎหมาย แบบนี้จะสามารถไปปรึกษาและรับฟังคำแนะนำจากบุคคลผู้นั้นได้หรือไม่

       คำตอบ คือ ที่ปรึกษากฎหมายอาจไม่ต้องเป็นทนายความก็ได้ เพราะที่ปรึกษากฎหมายก็เป็นอาชีพหนึ่ง ซึ่งบุคคลที่จะเป็นที่ปรึกษากฎหมายได้นั้น แน่นอนว่าก็ต้องมีความรู้ความเข้าใจในข้อกฎหมายเป็นอย่างดีอยู่แล้วอย่างแท้จริง ดังนั้น จึงสามารถมั่นใจได้ว่าปรึกษากฎหมายกับบุคลลที่เป็นที่ปรึกษากฎหมายก็สามารถเชื่อและรับฟังคำแนะนำจากบุคคลนั้นได้แม้ว่าเขาไม่ได้เป็นทนายความก็ตาม ส่วน ทนายความ ก็เป็นอาชีพหนึ่งที่รับบริการทางด้านกฎหมายเช่นเดียวกัน สามารถเป็นที่ปรึกษากฎหมายให้กับผู้ที่ต้องการจะปรึกษาได้ดีเหมือนกัน เพียงแต่ว่าทนายความจะมีความพิเศษกว่าที่ปรึกษากฎหมายทั่วไป เนื่องจากมีใบประกอบวิชาชีพที่สามารถว่าความในชั้นศาลได้นั่นเอง ดังนั้น ที่ปรึกษากฎหมายหากไม่ใช่ทนายความก็สามารถให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมายได้เช่นเดียวกัน

ทำไมต้องมีที่ปรึกษากฎหมาย ?

       ในหนึ่งวันสำหรับบางคนเรียกได้ว่ามีเป็นพันเรื่องราวก็ว่าได้ และกับบางคนต่างก็เจอปัญหาไม่ซ้ำในแต่ละวัน และแต่ละปัญหาที่เข้ามานั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่จะแก้ปัญหาได้ง่าย ๆ และผ่านไปได้ไว และถ้ายิ่งปัญหาที่ต้องเจอเป็นปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของกฎหมายด้วยแล้วนั้น หากใครไม่มีความรู้ความเข้าใจทางข้อกฎหมายเลยก็จะยิ่งเป็นเรื่องที่ลำบากและเดือดร้อนอย่างมาก เพราะไม่สามารถไปปรึกษาใครได้ หรือคนรอบตัวที่สามารถปรึกษาได้ก็อาจให้คำปรึกษาได้ไม่ถูกจุด หรือถูกต้องตามกฎหมาย ดังนั้น ที่ปรึกษากฎหมาย จึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดขณะประสบปัญหาเรื่องกฎหมาย เพราะควรที่จะให้ทนายความหรือที่ปรึกษากฎหมายเป็นผู้ให้คำแนะนำ รับฟังปัญหาที่คุณเจอดีที่สุด นอกจากจะได้รับคำปรึกษาที่ถูกที่ควรแล้ว ที่สำคัญคือคุณไม่ต้องเผชิญปัญหาเพียงลำพังด้วย

ให้สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ เป็นที่ปรึกษากฎหมายที่ดีที่สุดของคุณ

        สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์  เราเป็นสำนักงานกฎหมายที่มีทนายความมืออาชีพหลายท่าน ที่สามารถเป็นที่ปรึกษากฎหมายให้คุณได้ ไม่ว่าคุณจะประสบปัญหาเรื่องใด คดีความใด เรายินดีบริการและให้คำปรึกษาทางกฎหมายอย่างดีที่สุด ให้คุณได้รับบริการทางกฎหมายของเราอย่างเต็มรูปแบบ ที่ปรึกษากฎหมายที่พร้อมให้คำปรึกษาทุกด้านไม่ว่าจะคดีแพ่ง คดีอาญา ฯลฯ รวมไปถึงคดีความกับบริษัทประกันภัย ไม่ว่าจะรถชน ทรัพย์สินเสียหาย บาดเจ็บสาหัส เราสามารถให้คำปรึกษาได้ทุกเรื่องเกี่ยวกับกฎหมาย ดังนั้น เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ให้สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์เป็นที่ปรึกษากฎหมายให้กับคุณ เราพร้อมให้บริการทางกฎหมายกับคุณได้ทุกเรื่อง คลิก ติดต่อเรา

รู้ทันประกันภัย ไม่เสียเปรียบ อย่ากลัวที่จะ ติดต่อทนาย

รู้ทันประกันภัย ไม่เสียเปรียบ อย่ากลัวที่จะ ติดต่อทนาย

          ผู้เสียหายจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ครั้งแรก ด้วยความที่เป็นครั้งแรก และยังไม่เคยเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์มาก่อน หลังเกิดอุบัติเหตุ 90% ก็มักจะทำตัวไม่ถูกอย่างแน่นอนว่าต้องทำอย่างไรต่อไป หรือควรจะเชื่อและทำตามคำบอกของประกันภัยดี ควรขอคำแนะนำจากญาติ จากคนรู้จัก หรือเพื่อน ซึ่งบรรดาคนเหล่านี้ไม่ต่างอะไรกับ “ทะแนะ” สักเท่าไร เพราะแต่ละคนก็ไม่ได้เป็นผู้รู้จริงและพากันให้คำแนะนำกันไปต่าง ๆ นานา ว่าควรทำอย่างนี้สิ อย่างนั้นสิ  ต้องไปแจ้งที่นั่นสิ ติดต่อที่นู่นดูสิ  ฯลฯ คำว่า “ติดต่อทนาย” คงไม่มีในความคิด เพราะกลัวและไม่กล้าที่จะติดต่อทนาย คิดว่าสามารถจัดการเองได้ และทำตามคำแนะนำของผู้ที่เคยมีประสบการณ์มาก่อนเรื่องราวคดีความคงจะผ่านไปได้ด้วยดีเช่นคนอื่น จึงไม่คิดที่จะติดต่อทนายเข้ามา

          มีผู้เสียหายหลายท่านที่ได้ติดต่อทนายเข้ามาหลังจากที่ดันหลงผิดไปทำตามคำแนะนำของผู้อื่นมาแล้ว ต่างก็ล้วนมีปัญหาตามมาจากการที่ไปทำตามคำแนะนำของเหล่าทะแนะกันจำนวนมาก แน่นอนว่าหากหลงเชื่อใครคนใดคนหนึ่งไปแล้วเป็นคำแนะนำที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากประสบการณ์ ความรู้ ความเข้าใจของแต่ละคนก็มีไม่เท่ากัน สุดท้ายแล้วก็เกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมา และปัญหาเดิมก็ไม่สามารถแก้ให้จบสิ้นไปได้ คดีก็ไม่มีความคืบหน้า เพราะไม่ยอมมาติดต่อทนายตั้งแต่แรกที่เกิดอุบัติเหตุ แล้วเมื่อพอไปเดินเรื่องเอง ติดต่อหน่วยงานเองจากการไปเชื่อทะแนะผู้รู้ไม่จริง หรือคนอื่น ๆ เมื่อมาคิดได้ว่าต้องติดต่อทนาย คราวนี้ผู้เสียหายก็จะเริ่มรู้สึกว่าที่ผ่านมาเสียเวลาไปเยอะพอสมควรแล้ว 

รีบปรึกษาทนายอย่ารอช้า เพื่อป้องกันการถูก “ประกันภัย” เอาเปรียบ

รู้ทันประกันภัย ไม่เสียหาย อย่ากลัวที่จะปรึกษาทนาย-2

          อย่างที่กล่าวไปในหัวข้อด้านบนว่าเวลาเกิดอุบัติเหตุครั้งแรก อย่าทำตัวไม่ถูก ที่สำคัญอย่ากลัวที่จะติดต่อทนาย เพราะไม่เช่นนั้นการที่ไปเชื่อผู้อื่นบางทีนอกจากจะไม่ได้ทำให้เรื่องราวผ่านไปได้อย่างสวยงามแล้ว ในภายหลังอาจสร้างปัญหาตามมาอย่างที่คุณไม่คาดคิดก็เป็นได้ วันนี้สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ดำเนินกิจการโดยทนายอาร์ม ทนายความมืออาชีพด้านกฎหมายและการประกันภัยรถยนต์ มีเหตุผลดี ๆ มาบอกสำหรับใครที่ยังไม่เคยเกิดอุบัติเหตุเลย หรือสำหรับใครที่เคยเกิดอุบัติเหตุแล้วก็สามารถมาอ่านความรู้ดี ๆ จากเราเพื่อรู้ไว้เป็นความรู้ และเพื่อเตือนใจว่าหากคราวหน้ามีเหตุให้ต้องเกิดอุบัติเหตุก็อย่ารอช้าที่จะติดต่อทนาย

ข้อเสียของการไม่รีบติดต่อทนายหลังเกิดอุบัติเหตุ

  • ถูกประกันภัยเอาเปรียบได้ง่าย

          เกิดอุบัติเหตุครั้งแรกแน่นอนว่าความกลัว ความประหม่า ความไม่มั่นใจ ความทำตัวไม่ถูกมีเกิดอยู่แล้วเป็นธรรมดาและปกติมาก ๆ สำหรับมนุษย์ทั่วไป แต่คุณรู้หรือไม่ว่าเมื่อใดที่คุณแสดงอาการเหล่านั้นออกไป ไม่ว่าจะความกลัว ความไม่รู้ก็แล้วแต่ จะทำให้คุณเกิดความเชื่อในคำแนะนำของผู้อื่น ๆ ได้ง่าย เมื่อคุณได้เจอเข้ากับบริษัทประกันภัย หากเขาพูดสิ่งใดมา หรือให้คุณทำอะไร คุณก็จะพร้อมที่จะเชื่อ และทำตามโดยไม่ขัดขืน ก็จะยิ่งเข้าทางประกันทันที แล้วหลังจากนั้นความเดือดร้อนก็จะตามมาอย่างที่คุณไม่รู้ตัว หรือเมื่อมารู้ตัวในภายหลังว่าเริ่มมีบางอย่างที่ไม่เป็นธรรมเกิดขึ้นกับตัวคุณ ถึงตอนนั้นคุณก็จะเริ่มต้องการติดต่อทนายแล้ว

  • เสียเวลา/เสียสุขภาพจิต

          เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ผู้เสียหายที่เคยติดต่อทนายให้ทำคดีความให้ คือเมื่อไปทำตามคนอื่นบอกมาว่าต้องไปติดต่อหน่วยงานที่นั่นที่นี่เอง แล้วทุกอย่างต้องใช้เวลา การที่คุณไปเดินเรื่องเอง ทำอะไรเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ก็ไม่รู้ว่าไปถูกทางหรือไม่ จะตอบโจทย์กับสิ่งที่คุณต้องการหรือไม่นั้น กว่าจะรู้ว่าสิ่งที่ทำมาทั้งหมดก็ยังไม่ทำให้คุณได้รับความเป็นธรรมได้รับค่าเสียหายอยู่ดี พอคุณมารู้ทีหลังหลังจากติดต่อทนายก็จะเกิดความรู้สึกว่าเสียเวลา ที่ทำมาทั้งหมดสูญเปล่า แล้วกว่าจะผ่านขั้นตอนต่าง ๆ ก็คงทำให้คุณเสียสุขภาพจิตไปไม่น้อยทางที่ดีต้องติดต่อทนายให้ไวที่สุด

  • อาจมีปัญหาอื่น ๆ ตามมาได้อีก

          อย่างที่กล่าวไปใน 2 ข้อแรกนั้น ข้อเสียอีกหนึ่งข้อที่ต้องมีแน่ ๆ หลังจากที่เกิดอุบัติเหตุแล้วกลัวที่จะติดต่อทนาย ก็คือปัญหาที่ตามมามีแน่นอน 100% แล้ววิธีการแก้ปัญหาก็เป็นสิ่งสำคัญ เมื่อเกิดปัญหา แล้วแก้ปัญหาไม่ถูกจุดก็ไม่ทำให้คุณได้รับค่าเสียหายได้ไวกว่าเดิม หนำซ้ำยังเป็นการขยายระยะเวลาไปอีก และทำให้คุณไม่ได้รับความเป็นธรรมในที่สุด ติดต่อทนายคือตัวเลือกที่ดีที่สุด และอย่าตัดสินใจติดต่อทนายตอนที่ถูกเอาเปรียบไปมากแล้ว ทางออกที่ดีที่สุดคือติดต่อทนายไว้เป็นอันดับแรก

  • เมื่อมาติดต่อทนายภายหลัง เรื่องอาจยากขึ้น

           เมื่อคุณคิดได้ในภายหลังว่าควรติดต่อทนายตั้งแต่แรกที่เกิดอุบัติเหตุ คุณก็เสียเวลาเสียสุขภาพจิตไปมากพอสมควรแล้ว และการที่ไปทำตามคำแนะนำของทะแนะ ไม่ยอมติดต่อทนายก็ยิ่งสร้างปัญหาตามมาในภายหลัง บางทีอาจะส่งผลให้คดีความไม่จบง่าย ๆ เมื่อมาติดต่อทนายถึงมือทนายก็อาจเป็นเรื่องที่ยากขึ้น เพราะเรื่องได้มีการดำเนินการไปแล้ว และยิ่งไปทำดำเนินการเองในวิธีที่ไม่ถูกทางก็จะยิ่งเป็นการสร้างภาระให้กับทนายในภายหลังด้วย อย่างที่กล่าวไปติดต่อทนายให้ไวเป็นเรื่องที่ควรทำที่สุดหลังเกิดอุบัติเหตุ หากติดต่อทนายไวการได้รับความเป็นธรรมหรือค่าเสียหายก็จะไวด้วย อีกทั้งยังไม่ต้องตกเป็นเหยื่อเสียรู้ประกันภัยอีก

          หลังเกิดอุบัติเหตุอย่ากลัวที่จะติดต่อทนา เพื่อป้องกันการถูกประกันภัยเอาเปรียบเกิดอุบัติเหตุครั้งแรกในชีวิต อย่ากลัว และอย่าเพิ่งหลงเชื่อทะแนะผู้รู้ไม่จริง เข้าใจไม่จริง ทางที่ดีหลังเกิดอุบัติเหตุทันทีควรรีบปรึกษา “ทนายความ” ผู้มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย สามารถใช้วิชาชีพในการให้คำปรึกษาและแก้ปัญหาให้คุณได้ เพื่อที่คุณจะได้ไม่ถูกเอาเปรียบจากบริษัทประกันภัยหรือคู่กรณี ที่คุณอาจรู้ไม่เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมของพวกเขา อย่าเพิกเฉย หรือเชื่อคำพูด #ทะแนะ มากกว่า #ทนาย ผู้รู้กฎหมาย ติดต่อทนายไวที่สุดเป็นเรื่องที่ควรทำ

จำเป็นหรือไม่ที่ต้องมีคนรู้เรื่องกฎหมาย ไปเจรจาที่สถานีตำรวจด้วย ?

จำเป็นหรือไม่ที่ต้องมีคนรู้เรื่องกฎหมาย ไปเจรจาที่สถานีตำรวจด้วย ?

วันนี้สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์กับทนายอาร์ม มีเกล็ดความรู้ที่ต้องรู้ไว้ เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเองมาฝากทุกท่านกันอีกเช่นเคย เกี่ยวกับเรื่องที่ว่า จำเป็นหรือไม่ที่ต้องมีคนรู้เรื่องกฎหมาย ไปเจรจาที่สถานีตำรวจด้วย เรียกได้ว่าเป็นคำถามที่หลายคนน่าจะอยากรู้อย่างแน่นอน เพราะบางท่านคงอยากรู้กันว่าเมื่อมีเหตุการณ์ที่จะต้องไปสถานีตำรวจ หรือเกิดอุบัติเหตุแล้วต้องมีการไปเจรจาค่าเสียหายที่สถานีตำรวจ เราจำเป็นที่จะต้องมี ทนายความ หรือผู้รู้เทคนิคทางกฎหมายไปร่วมเจรจาด้วยหรือไม่

ผู้เสียหายทักปรึกษาสงสัยจำเป็นต้องมีทนายไปร่วมเจรจาด้วยหรือไม่ ?

จำเป็นต้องมี ทนาย ไปร่วมเจรจาด้วยหรือไม่?

โดยต้นตอของการมาให้ความรู้ของทนายอาร์มในครั้งนี้ก็คือเรื่องมีอยู่ว่าวันหนึ่ง ทนายอาร์มได้รับคำปรึกษาจากผู้เสียหายท่านหนึ่งทักข้อความมาปรึกษาในช่องทางเฟซบุ๊กแฟนเพจของสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ว่า เขาเกิดอุบัติเหตุและจะไปเจรจาค่าเสียหายกับบริษัทประกันภัยที่สถานีตำรวจแห่งหนึ่ง จึงต้องการจ้างทนายความผู้รู้กฎหมายไปร่วมเจรจาค่าเสียหายด้วย ตรงนี้จึงเป็นที่มาของบทความนี้ว่า จำเป็นหรือไม่ที่ต้องมีคนรู้เรื่องกฎหมาย ไปเจรจาในสถานีตำรวจด้วย และวันนี้ทนายอาร์มจะมาให้ความรู้กับมุมมองชวนคิดกันว่าจำเป็นหรือไม่

          หลายคนคงอยากรู้ว่าจริง ๆ แล้วนั้นคำตอบของคำถามนี้นั้น จำเป็นหรือไม่ ในความเห็นส่วนตัวของทนายอาร์มมองว่า ไม่ได้จำเป็นขนาดนั้น คือเมื่อเราไปเจรจาที่สถานีตำรวจนั้น มีเหตุผลที่ไม่จำเป็น เนื่องจากตัวของบริษัทประกันภัยเองจะเพียงแค่รับเรื่องไปเสนอที่บริษัทเท่านั้นเอง ไม่ได้ทำให้ผู้เสียหายได้ประโยชน์อะไรจากการไปเจรจาที่สถานีตำรวจเท่าไรนัก หรือเรียกได้ว่าไม่ได้รับประโยชน์อะไรเลยก็ว่าได้ ในการประกอบกิจการบริการธุรกิจสำนักงานทนายความของทนายอาร์ม จากประสบการณ์การดำเนินกิจการมามากกว่า 10 ปีแล้ว ที่ผ่านมาทนายอาร์มไม่เคย หรือต้องเน้นที่จะต้องไปเจรจาที่สถานีตำรวจ เพราะมองว่าไม่มีประโยชน์ทั้งตัวผู้เสียหายเองและตัวทนายเอง ที่สำคัญเลยคือผู้เสียหายไม่ได้รับประโยชน์อะไรกับการไปเจรจาที่สถานีตำรวจ

ไม่จำเป็นต้องเอาทนายไปร่วมเจรจา แต่ถ้าไม่อยากถูกเอาเปรียบต้องจ้างทนาย

การที่ต้องการเอาทนายความหรือผู้รู้เทคนิคทางกฎหมายไปเจรจาที่สถานีตำรวจ สรุปคือเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็นอย่างมาก แต่ถ้าเมื่อไรเราเห็นว่าถูกเอาเปรียบ หรือรู้สึกว่าจะถูกบริษัทประกันภัยเอาเปรียบ ไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือไม่ได้ประโยชน์ ควรและจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตั้งทนาย หรือมีทนายความไว้ทันที และทนายจะเป็นผู้กำหนดแนวทางการทำคดีให้เอง เนื่องจากผู้เสียหายหลายท่านอาจจะไม่มีความรู้ความเข้าใจในเทคนิคทางกฎหมาย เพราะฉะนั้นแล้วเราจึงต้องให้ทนายเป็นคนวางแผนคดี และดำเนินคดีให้ เราเป็นเพียงแค่ผู้เสียหายไม่จำเป็นต้องวางแผนคดีแทนทนาย ข้อสำคัญอย่างยิ่งของการมีทนายความคือเพื่อให้ผู้เสียหายไม่เสียรู้ต่อบริษัทประกันภัย อีกทั้งการมีทนายยังทำให้เรารู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของบริษัทประกันภัยเพิ่มมากขึ้นด้วย อย่ารอให้ตัวเองตกเป็นเหยื่อของบริษัทประกันภัย อย่ารอให้ถูกเอาเปรียบ หากเกิดอุบัติเหตุควรรีบติดต่อทนายทันที และมีทนายไว้ทำคดีดีที่สุด เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง ปรึกษาทนายความคลิก สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

ประกันภัยรถยนต์ทำไมต้องมี มีแล้วดีอย่างไร by โปรเด็ดประกันภัย

ประกันภัยรถยนต์ทำไมต้องมี มีแล้วดีอย่างไร by โปรเด็ดประกันภัย

อุบัติเหตุเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่ผู้ใช้รถใช้ถนนทุกท่านก็ไม่สามารถห้าม หรือควบคุมอุบัติเหตุไม่ให้เกิดขึ้นได้ แม้ว่าจะขับขี่กันอย่างระมัดระวังและมีสติแล้ว แต่อุบัติเหตุก็สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เช่น เราไม่ชนเขา เขาก็ชนเรา หรือเหตุการณ์อื่น ๆ ที่ไม่คาดคิดบนท้องถนน ประกันวินาศภัยหรือประกันภัยรถยนต์จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยคุณได้ดีในเวลาที่คุณเกิดอุบัติเหตุ แน่นอนว่าจะเป็นสิ่งแรกที่คุณนึกถึงอย่างแน่นอน สำหรับใครที่กำลังมองว่าประกันภัยรถยนต์นั้นไม่สำคัญ ต้องห้ามพลาดความรู้ดี ๆ ความสำคัญ และประโยชน์ของประกันภัยรถยนต์กัน

ประกันภัยรถยนต์คืออะไร ?

        การประกันภัย หมายถึง การบริหารความเสี่ยงภัยวิธีหนึ่ง ซึ่งจะโอนความเสี่ยภัยของเจ้าของรถหรือผู้เอาประกันภัยไปสู่บริษัทประกันภัย เมื่อใดที่เกิดความเสียหายต่อตัวรถขึ้น บริษัทประกันภัยก็จะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามที่ได้รับความคุ้มครองในกรมธรรม์ประกันภัยนั่นเอง โดยที่เจ้าของรถหรือผู้เอาประกันภัยจะต้องจ่ายเบี้ยประกันให้บริษัทประกันภัยตามจำนวนและระยะเวลาที่ได้ตกลงกันตามสัญญา เป็นการวางแผนป้องกันความเสี่ยงในอนาคตอย่างหนึ่ง

       ประกันภัยรถยนต์  คือ ข้อตกลงร่วมกันระหว่างบริษัทประกันภัยรถยนต์กับบุคคลหรือผู้บริโภค เมื่อหลังจากเซ็นสัญญาทำประกันแล้ว บริษัทประกันภัยรถยนต์จะต้องให้ความคุ้มครองต่อรถยนต์จากการสูญหาย หรือ ความเสียหายจากกรณีที่เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยการทำประกันภัยรถยนต์นั้นก็เพื่อที่จะคุ้มครองความเสียหายหรือสูญเสียอันเกิดจากการใช้รถ อาทิ รถบุบสลาย หรือสูญหาย นอกจากนี้ความเสียหายหรือความสูญเสียที่ก่อให้เกิดขึ้นแก่ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน ของบุคคลภายนอก รวมทั้งบุคคลที่โดยสารอยู่ในรถยนต์นั้นด้วย

ประกันภัยรถยนต์มีกี่ประเภท ?

       ประกันภัยรถยนต์ในไทยมีด้วยกันทั้งหมด 5 ประเภท ตามกฎหมายรถทุกคันจำเป็นต้องมี พ.ร.บ. เมื่อต่อทะเบียนรถ แต่พ.ร.บ. นั้นคุ้มครองเฉพาะค่ารักษาพยาบาลคนเจ็บเท่านั้น เจ้าของรถจึงควรต้องทำประกันภัยรถยนต์ชั้นอื่น ๆ เพิ่มไว้ด้วย เพื่อคุ้มครองรถและทรัพย์สินเพิ่มทั้งของเราและของคู่กรณีด้วย โดยประกันชั้นต่าง ๆ ที่เลือกได้ทำเพิ่มได้มีดังนี้

ประกันภัยชั้น 1

       ประกันชั้น 1 นี้จะคุ้มครองทุกอย่าง ซื้อไว้รับรองว่าอุ่นใจแน่นอน

ประกันภัยชั้น 2+

       ประกันชั้นนี้จะซ่อมทั้งรถเราและรถของคู่กรณี  (ในกรณีรถชนรถเท่านั้น) นอกจากนั้นการคุ้มครองอื่น ๆ จะเหมือนกับประกันชั้น 1

ประกันภัยชั้น 3+

       ประกันชั้น 3+ นี้จะซ่อมทั้งรถเราและรถของคู่กรณี  (ในกรณีรถชนรถเท่านั้น) แต่ไม่มีการคุ้มครองในส่วนรถสูญหาย ไฟไหม้ หรือภัยธรรมชาติ

ประกันภัยชั้น 3

       ประกันชั้นนี้เคลมรถของคู่กรณีเท่านั้น แต่จะเคลมรถเราไม่ได้ และไม่มีการคุ้มครองในส่วนรถสูญหาย ไฟไหม้ หรือภัยธรรมชาติ

ถ้าเกิดอุบัติเหตุรถชนรถขึ้นมา เมื่อรถเราไปชนเข้ากับรถคนอื่นประกันภัยแต่ละชั้นจะคุ้มครองดังนี้

       ประกันภัยรถยนต์สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เป็นสิ่งที่จะมีแต่ประโยชน์และข้อดในวันที่คุณเกิดปัญหาเกิดอุบัติเหตุประกันภัยจะเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่คุณจะนึกถึง วันนี้จึงพามาแนะนำประกันภัยว่าควระทำแบบไหน ชั้นไหนดีถึงจะตอบโจทย์คุณได้มากที่สุด

พ.ร.บ. = จะคุ้มครองเพียงค่ารักษาพยาบาลคนเจ็บเท่านั้น

ประกันภัยชั้น 1 = คุ้มครองครอบคลุมทุกกรณี

ประกันภัยชั้น 2+ = คุ้มครองเพราะครอบคลุมรถชนรถ สามารถเคลมได้ทั้งรถเราและรถคู่กรณี

ประกันภัยชั้น 3+ = คุ้มครองเพราะครอบคลุมรถชนรถ สามารถเคลมได้ทั้งรถเราและรถคู่กรณี

ประกันภัยชั้น 3 = เนื่องจากเราไปชนเขาเท่ากับว่าเราเป็นฝ่ายผิด จะเคลมรถเราไม่ได้ แต่จะสามารถเคลมรถคู่กรณีได้เท่านั้น

        และถ้ากรณีที่รถเราโดนชน เราเป็นฝ่ายถูก บริษัทประกันจะคุยกับคู่กรณีให้เอง โดยประกันทุกชั้นคู่กรณีเป็นผู้จ่ายค่าเสียหายให้ หากรถเราถูกชนแล้วหนี ไม่ว่าประกันชั้นไหนก็ตามหากเรามีหลักฐานชัดเจนสามารถแจ้งทะเบียนรถของคู่กรณีได้ให้แจ้งความและโทรแจ้งประกันเพื่อดำเนินการรับใบเคลมและรับความคุ้มครองได้ทันที

 ประกันภัยรถยนต์สำคัญอย่างไร จำเป็นต้องทำหรือไม่ ?

        หากหลายท่านยังมองภาพไม่ออกว่าประกันภัยรถยนต์สำคัญมากน้อยแค่ไหน วันนี้พาทุกท่านมาทำความเข้าใจกันว่าหากรถของเราตกอยู่ในสถานการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ ประกันภัยสำคัญหรือไม่ และประกันชั้นไหนคุ้มครองสถานการณ์ไหนบ้าง

 -หากรถของเราไปชนอย่างอื่นที่ไม่ใช่รถ ประกันจะคุ้มครองเพียงประกันชั้น 1 เท่านั้น

-หากรถเจอน้ำท่วมหรือภัยธรรมชาติ ถ้ามีประกันชั้น 1 หรือ 2+ ประกันจะคุ้มครอง

-ในกรณีที่รถสูญหาย มีเพียงประกันชั้น 1 และ 2+ เท่านั้นที่คุ้มครอง

-ในกรณีที่รถไฟไหม้ มีเพียงประกันชั้น 1  และ 2+ เท่านั้นที่คุ้มครองเช่นกัน

เรียกได้ว่าแต่ละสถานการณ์มีสิทธิ์และอาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาก็ว่าได้ ดังนั้น ถ้าหากใครกำลังคิดว่าประกันภัยรถยนต์ไม่สำคัญ ไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ ให้ลองนึกถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับรถของคุณดู และเมื่อถึงเวลานั้นจริง ๆ คุณจะทำอย่างไรต่อไปหากไม่มีประกันภัย อย่าปล่อยให้รถไม่มีประกันและควรทำประกันเพิ่มเพื่อตัวคุณและคนรอบข้าง สิ่งดี ๆ ที่ตัวคุณเลือกได้เองกับประกันภัยโปรโมชั่นดี ๆ ต้องที่ >>>โปรเด็ดประกันภัย เท่านั้น

5   ข้อดีของประกันภัยรถยนต์ สิ่งดี ๆ ที่ตัวคุณเลือกเองได้

  1. อุ่นใจทั้งเราและคู่กรณี

หากวันหนึ่งคุณเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดบนท้องถนนขึ้นมา อย่างน้อยถ้าเรามีประกันภัยก็สามารถอุ่นใจได้ว่าประกันจะช่วยเราแน่นอน เช่น ค่าซ่อมทั้งเราและคู่กรณี โดยที่เราไม่ต้องสำรองจ่ายไปก่อนอีกด้วย

  1. อุ่นใจอีกขั้นไม่ต้องสำรองค่ารักษาพยาบาลเอง

หากเกิดอุบัติเหตุแล้วมีผู้ได้รับบาดเจ็บขึ้นมาไม่ว่าจะเป็นเราหรือคู่กรณีก็ตาม ประกันภัยจะช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลให้ตามวงเงิน เรียกได้ว่าสามารถช่วยแบ่งเบาภาระไปได้มากและอุ่นใจแน่นอนหากมีประกันไว้

  1. ประกันภัยพร้อมเคียงข้างช่วยเหลือ 24 ชม.

หากเกิดอุบัติเหตุสามารถขอความช่วยเหลือประกันได้ตลอด 24 ชม. พร้อมเคียงข้างคุณในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเวลาไหน จังหวัดใด ก็ครอบคลุมทุกพื้นที่เพื่อไปดูแลและช่วยเหลือคุณ

  1. คุ้มครองอย่างครอบคลุม สบายใจได้

ไม่ว่าจะกรณีใด ทั้งรถหาย เกิดเหตุไฟไฟม้ รวมไปถึงน้ำท่วม หากมีประกันภัยก็อุ่นใจได้ทันที เพราะจะได้รับเงินชดเชยตามความคุ้มครองของกรมธรรม์ แต่ไม่ครอบคลุมความเสียหายของทรัพย์สินเท่านั้น

  1. รอรถซ่อมก็มีรถให้ใช้ ไม่ต้องลำบาก

หากเกิดอุบัติเหตุแล้วรถเข้าอู่ซ่อมอยู่ หลังจากนั้นไม่ต้องกังวลเลยว่าคุณจะไม่มีรถใช้ หากมีประกันภัยรถยนต์ ระหว่างรอรถซ่อมคุณก็จะมีรถใช้ไม่ต้องเดือดร้อนเรื่องรถแน่นอน หรือถ้าหากไม่ต้องการรถใช้ระหว่างรอซ่อมก็สามารถเลือกเป็นค่าเดินทาง หรือไม่ก็ค่าน้ำมันชดเชยได้อีกด้วย สะดวกและสบายสุด ๆ เพียงแค่มีประกันภัย

        ประกันภัยรถยนต์สิ่งดี ๆ ที่คุณไม่ควรมองข้าม เพราะเมื่อทำไว้แล้วไม่เสียเปล่าอย่างแน่นอน เพราะคุณจะได้รับประโยชน์อย่างที่คุณไม่คาดคิดว่าจะได้ ทั้งอุ่นใจ ปลอดภัย สะดวกสบาย สบายใจทั้งตัวคุณและคู่กรณี เพราะอุบัติเหตุเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา อย่าชะล่าใจ ขับรถเก่งแค่ไหนก็สามารถเกิดอุบัติเหตุได้ ทำไว้ดีกว่าแก้ไขในวันที่สายไป ประกันภัยรถยนต์ราคาดีกับโปรโมชั่นโดน ๆ ต้องที่ โปรเด็ดประกันภัย

สำนักงานประกันวินาศภัย ศุภสิทธิ์ ศิริ

ภัยร้ายออนไลน์ คอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ #แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกให้กดลิงก์ ถูกดูดเงินหมดบัญชี

ภัยร้ายออนไลน์ คอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ

ทนายอาร์มเห็นว่าไม่นิ่งนอนใจ ได้มีคำพิพากษาศาลฎีกาเคยตัดสินให้ผู้รับฝากทรัพย์เป็นฝ่ายต้องผิด (ธนาคารด้วย) ฉะนั้นแล้วอย่าเพียงแค่ไปแจ้งความปล่อยให้คดีขาดอายุความไปเฉย ๆ รีบดำเนินการเอาเงินคืนด่วน ! ด่วน ! ด่วน !

แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรือ คอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ คือ มิจฉาชีพรูปแบบใหม่เป็นภัยร้ายออนไลน์ที่แทรกซึมเข้ามาในประเทศไทยระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งหลาย ๆ ท่านน่าจะคุ้นเคย หรือคุ้นหูเกี่ยวกับวีรกรรมต่าง ๆ ของคอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ ที่สร้างความเดือดเนื้อร้อนใจเกี่ยวกับมิจฉาชีพจอมหลอกลวงรูปแบบนี้เป็นอย่างดี และเชื่อว่าคงมีหลายคนไม่น้อยเลยที่หลงไปเชื่อพวกกลโกงของคอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ หลอกลวงให้เสียหายไปชนิดที่เรียกว่าหนักหนาสาหัสก็ว่าได้  โดยกลโกง หรือกลวิธีที่กลุ่มคอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพเหล่านี้มักนำมาหลอกลวงเหยื่อก็มีไม่น้อยเลยทีเดียว และยิ่งนานวันเข้าเหล่าพวกมิจฉาชีพนี้ก็หนักข้อขึ้นเรื่อย ๆ ทุกวัน สร้างความเสียหายสาหัสถึงขั้น หลอกให้กดลิงก์ เพื่อดูดเงินในบัญชีของผู้เสียหายไปจนหมดเกลี้ยงก็มีมาแล้ว

เตือนภัย พฤติการณ์ของวายร้าย คอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ

กลุ่มบุคคลที่ได้ชื่อว่าเป็นคอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพประเภทนี้  มักจะมีพฤติการณ์การหลอกลวงเหยื่อในรูปแบบต่าง ๆ ผ่านเครื่องมือสื่อสารอย่างโทรศัพท์มือถือ หรือผ่านระบบอินเทอร์เน็ตเป็นส่วนใหญ่ โดยมีพฤติการณ์ที่แตกต่างกันออกไป และดูเหมือนว่ากลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพเหล่านี้มักจะมีรูปแบบหรือพฤติการณ์อันแปลกใหม่ออกมา เพื่อใช้เป็นกลอุบายหลอกลวงเอาเงินเหยื่ออยู่เสมอ ๆ โดยพฤติการณ์การหลอกลวงเหยื่ออย่างผู้เสียหายให้หลงเชื่อมักมีดังนี้

คอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ

คอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ คือ มิจฉาชีพที่มาในรูปแบบของพนักงานคอลเซ็นเตอร์นั่นเอง พฤติการณ์จะเป็นในลักษณะทำทีเป็นพนักงานคอลเซ็นเตอร์ เป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่าง ๆ บางครั้งทำทีเป็นข้อความเสียงแบบอัตโนมัติ โทรเข้ามาเพื่อให้กดปุ่มติดต่อเจ้าหน้าที่ ซึ่งก็คือพวกแก๊งมิจฉาชีพเอง โดยพวกนี้จะมีเรื่องราวที่นำมาหลอกเอาเงินกับผู้เสียหายได้หลายเรื่องและทำให้ผู้เสียหายเชื่อจนสนิทใจ

ทำเนียนเป็นรู้จัก

นอกจากคอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ เหล่านี้มักจะชอบทำตัวเป็น คอลเซ็นเตอร์แล้ว ยังมักจะมาในรูปแบบทำเนียนเป็นคนรู้จัก มาขอหยิบยืมเงิน หรือบางครั้งมักแอบอ้างเป็นบุคคลในครอบครัว เช่น ลูก พ่อ แม่ ส่วนใหญ่อ้างเรื่องที่เกี่ยวกับความเดือดร้อนของคนนั้น ๆ เพื่อมาหลอกให้โอนเงินไปทันที และกลนี้ก็ทำให้มีผู้หลงเชื่อไปหลายคนเลยทีเดียว

ข้อความ SMS ปลอมหลอกให้กดลิงก์

คอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ พวกนี้มักส่งข้อความผ่าน SMS มา ส่วนใหญ่เป็นในเชิงว่า “คุณเป็นผู้โชคดีได้รับรางวัลต่าง ๆ” หรือ “คุณได้รับเงินรางวัล” ฯลฯ และส่งลิงก์มาให้คุณกดเข้าไป ผู้เสียหายบางคนเคยถูก หลอกให้กดลิงก์ แล้วถูกดูดเงินในบัญชีธนาคารหายไปจนขึ้นโรงขึ้นศาลกันมานักต่อนักแล้ว

                   ตัวอย่างที่นำเสนอไปในขั้นต้น ภัยร้ายคอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ ในรูปแบบออนไลน์ได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนหรือชาวบ้านผู้ไม่รู้ไปเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะในรูปแบบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรือมิจฉาชีพที่มาในรูปแบบคนรู้จัก ฯลฯ
 คอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ ต่างก็ส่งผลให้กับผู้เสียหายที่หลงเชื่อไปไม่น้อย บางคนเสียหายมาก บางคนเสียหายน้อย หรือแม้แต่บางคนยังล้มละลายหมดตัวไปเลยถึงขั้นต้องจบชีวิตตัวเองลงก็มีเป็นกรณีตัวอย่างให้เห็นไม่น้อย เรียกได้ว่าในยุคสมัยแบบนี้ไว้ใจ หรือเชื่อใจใครไม่ได้เลย อย่างกรณีต่อไปนี้ ทนายอาร์ม จะขอมาแนะเตือนภัยเกี่ยวกับผู้เสียหายคนหนึ่งที่ถูกหลอกให้กดลิงก์ และหลังจากที่กดลิงก์ไปแล้วก็ได้สร้างบทเรียนราคาแพงให้ผู้เสียหายท่านนี้เลยทีเดียว

มิติใหม่ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ Upgrade ใหม่ หลอกให้กดลิงก์ดูดเงินในบัญชี

เตือนภัยคอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ มิติใหม่ของภัยร้ายออนไลน์ Upgrade ความร้ายแรงใหม่ หลอกให้กดลิงก์มา #หลอกดูดเงินในบัญชีธนาคาร จนหมดเกลี้ยง เรียกได้ว่าเป็นภัยร้ายแบบใหม่ในสังคมออนไลน์ ที่เราต้องรีบรู้อย่างมากกับการที่ถูก 
คอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ หลอกเอาเงินไปหมดบัญชี

                   เมื่อผู้เสียหายท่านหนึ่ง ได้เปิดบัญชีกับธนาคารแห่งหนึ่ง และได้ทำแอปพลิเคชันธนาคารตามปกติ แต่ดันเจอ คอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ ส่งลิงก์มาให้ พอผู้เสียหายกดเข้าไปในลิงก์ดังกล่าวปรากฏว่า ผู้เสียหายโดนดูดเงินไปหมดบัญชีแล้วจนผู้เสียหายเดือดร้อนเป็นอย่างมาก  ต่อมาไม่นานเรื่องแดงถึงชั้นศาล ธนาคารที่ผู้เสียหายเปิดบัญชีไว้จึงได้รับผลไปด้วย  เนื่องจากกรณีนี้ศาลฎีกาได้ตัดสินให้ธนาคารร่วมรับผิดชอบต่อผู้เสียหายจากการกระทำความผิดของ คอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ  ด้วย โดยกรณีแบบนี้มีผู้เสียหายจำนวนมากที่ถูก คอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ ส่งลิงก์หลอกดูดเงินจนหมดบัญชี หนำซ้ำหลังเรื่องแดงแล้ว ยังเคราะห์ซ้ำกรรมซัดต่อผู้เสียหาย เพราะคดีความยังไม่มีความคืบหน้า ผู้เสียหายยังไม่ได้เงินคืน รอนานจนผู้เสียหายหมดหวังกับการที่ถูกพวก
คอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ หลอกให้กดลิงก์ เรียกได้ว่าเป็นการสร้างความเสียหายครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตของผู้เสียหายเลยก็ว่าได้

 ทนายอาร์ม ขอแนะหากเจอคอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ หลอกให้กดลิงก์ดูดเงินหมดบัญชีควรทำอย่างไร

                   อย่างกรณีตัวอย่างข้างต้นที่ถูกพิษ คอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ แบบนี้  #ทนายอาร์ม ขอแนะว่า หากคุณได้ตกเป็นผู้เสียหายหลงเชื่อ และกลายเป็นเหยื่อของ คอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ ถูกดูดเงินไปหมดบัญชีคล้ายกับกรณีตัวอย่างนี้ นอกจากจะต้องเดือดร้อนกับเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ แล้ว ยังถูกดองคดีความ ไร้การรับรับผิดชอบจากธนาคารอีก ควรหาทนายเข้าดำเนินการฟ้องเลยดีที่สุด เพราะนาทีนี้คงมีแต่เราที่ต้องช่วยเหลือตัวเองเท่านั้น เมื่อหลงเชื่อถูก หลอกให้กดลิงก์ จากพวก คอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ ไปแล้ว ก็ต้องหาทางออกเพื่อตัวคุณเองดีที่สุดหากไม่อยากให้เงินที่เสียไปกลายเป็นศูนย์ และเสียเวลาไม่ได้อะไรเลยควร รีบหาทนายปรึกษาคดีด่วน  เพราะเรื่องแบบนี้คงมีแต่ตัวคุณเท่านั้นที่ต้องช่วยเหลือตัวเองขอเตือนด้วยความหวังดี

กลยุทธ์และวิธีการเอาเงินคืนนั้นเป็นเรื่องเทคนิคล้วน ๆ แต่เป็นเทคนิคทางกฎหมายที่อธิบายค่อนข้างสลับซับซ้อน

Line @ คลิก! โทรหาเรา คลิก!