บริการรับปรึกษาและทำคดีความสำหรับคนจีนในประเทศไทย

ในปัจจุบันมีชาวจีนจำนวนมากที่มาอาศัยและทำงานในประเทศไทย ซึ่งบางครั้งอาจประสบกับปัญหาทางกฎหมายที่ซับซ้อนและยากลำบาก สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์เข้าใจถึงความเดือดร้อนและความกังวลของคนจีนที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ ด้วยความมุ่งมั่นและความเชี่ยวชาญในการให้บริการทางกฎหมาย เราจึงพร้อมที่จะให้คำปรึกษาและการสนับสนุนที่ดีที่สุดแก่คุณ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกฎหมายทั่วไป คดีแพ่ง คดีอาญา หรือคดีแรงงาน เรามีทีมทนายความที่มีประสบการณ์และสามารถสื่อสารได้ทั้งภาษาไทยและภาษาจีน เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ยินดีให้บริการรับปรึกษาและรับทำคดีความสำหรับคนจีนที่มาอาศัยหรือทำงานในประเทศไทย ด้วยความมุ่งมั่นและความเชี่ยวชาญในการวางรูปคดีที่สลับซับซ้อน เราจึงเข้าใจถึงความยากลำบากและความกังวลที่คนจีนต้องเผชิญเมื่อต้องเจอกับปัญหาทางกฎหมายในต่างแดน ด้วยเหตุนี้เราจึงพร้อมที่จะเป็นที่ปรึกษาและผู้แทนทางกฎหมายที่น่าเชื่อถือให้กับคุณ

บริการรับปรึกษา

1. รับปรึกษาเรื่องกฎหมายทั่วไป

 ไม่ว่าคุณจะมีคำถามหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับกฎหมายในประเทศไทย เราพร้อมให้คำปรึกษาอย่างมืออาชีพ โดยมีทีมทนายความที่มีประสบการณ์และความรู้ในกฎหมายไทยเป็นอย่างดี ทั้งในเรื่องกฎหมายแพ่ง อาญา แรงงาน และอื่น ๆ

2. การรับปรึกษาเรื่องธุรกิจและการลงทุน

สำหรับคนจีนที่ต้องการลงทุนหรือทำธุรกิจในประเทศไทย เรามีบริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการจัดตั้งบริษัท การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ การทำธุรกรรมทางการเงิน และเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การลงทุนของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย

บริการรับทำคดีความ

1. คดีแพ่ง หากคุณประสบปัญหาทางด้านกฎหมายแพ่ง เช่น ข้อพิพาทเรื่องสัญญา ข้อพิพาทเรื่องที่ดิน หรือปัญหาทางด้านทรัพย์สิน เรามีทีมทนายความที่มีความเชี่ยวชาญในการทำคดีแพ่ง ที่พร้อมให้คำปรึกษาและช่วยแก้ไขปัญหาของคุณ

2. คดีอาญา ในกรณีที่คุณหรือคนในครอบครัวของคุณต้องเผชิญกับคดีอาญา เช่น ความผิดทางเศรษฐกิจ หรือความผิดทางอาญาอื่น ๆ เรามีทนายความที่มีประสบการณ์ในการทำคดีอาญาที่พร้อมให้ความช่วยเหลือและเป็นตัวแทนในการต่อสู้คดี

3. คดีแรงงาน หากคุณมีปัญหาเรื่องแรงงาน เช่น การเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม การไม่ได้รับค่าจ้าง หรือปัญหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับแรงงาน เรามีทนายความที่มีความเชี่ยวชาญในกฎหมายแรงงานที่พร้อมให้คำปรึกษาและช่วยแก้ไขปัญหาของคุณ

การวางรูปคดีที่สลับซับซ้อน

การวางรูปคดีที่มีความซับซ้อนเกี่ยวกับคนจีน ต้องการความรู้และประสบการณ์ในการจัดการที่รอบคอบ เราใช้วิธีการวิเคราะห์และการวางแผนที่ละเอียดรอบคอบ เพื่อให้แน่ใจว่าทุกขั้นตอนของการดำเนินคดีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และได้รับผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับลูกความของเรา

ขั้นตอนการทำงาน

1. การให้คำปรึกษาเบื้องต้น ในขั้นตอนแรก เราจะให้คำปรึกษาเบื้องต้นเพื่อให้เข้าใจถึงปัญหาที่คุณกำลังเผชิญและวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของคดี

2. การวางแผนการดำเนินคดี เราจะวางแผนการดำเนินคดีอย่างละเอียด เพื่อให้แน่ใจว่าทุกขั้นตอนของการดำเนินคดีเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

3. การจัดการเอกสารและหลักฐาน เราจะช่วยคุณจัดเตรียมเอกสารและหลักฐานที่จำเป็นในการดำเนินคดี เพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายและเป็นประโยชน์ต่อคดี

4. การเจรจาและการต่อรอง หากมีการเจรจาหรือการต่อรองในระหว่างกระบวนการดำเนินคดี เราจะเป็นตัวแทนในการเจรจาเพื่อให้คุณได้รับผลประโยชน์สูงสุด

5. การดำเนินคดีในชั้นศาล หากคดีต้องดำเนินการในชั้นศาล เราจะเป็นตัวแทนของคุณในการว่าความและต่อสู้คดี เพื่อให้คุณได้รับความยุติธรรม

ความมุ่งมั่นและความเชี่ยวชาญ

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ มีความมุ่งมั่นในการให้บริการที่มีคุณภาพและเป็นมืออาชีพ เรามีทีมทนายความที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในหลากหลายสาขาของกฎหมาย เพื่อให้มั่นใจว่าลูกความของเราได้รับการบริการที่ดีที่สุด

การให้บริการรับปรึกษาและทำคดีความสำหรับคนจีนในประเทศไทยของสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ เป็นการแสดงถึงความตั้งใจในการช่วยเหลือและสนับสนุนชาวจีนที่ต้องเผชิญกับปัญหาทางกฎหมายในต่างแดน เรามีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการจัดการคดีที่ซับซ้อน พร้อมให้คำปรึกษาและการสนับสนุนที่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ หากคุณหรือคนในครอบครัวของคุณต้องการความช่วยเหลือทางกฎหมาย อย่าลังเลที่จะติดต่อเรา สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์พร้อมที่จะเป็นที่ปรึกษาและผู้แทนทางกฎหมายที่คุณไว้วางใจ พร้อมที่จะร่วมแก้ไขปัญหาและให้คำปรึกษาเพื่อให้คุณได้รับความยุติธรรมและความพึงพอใจสูงสุด

เรายินดีให้บริการคนจีนที่มีปัญหาทางกฎหมายในประเทศไทย ด้วยความตั้งใจและความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาและให้คำปรึกษาที่เป็นประโยชน์ หากคุณต้องการคำปรึกษาหรือความช่วยเหลือในเรื่องกฎหมาย อย่าลังเลที่จะติดต่อเรา สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์พร้อมที่จะเป็นที่ปรึกษาและผู้แทนทางกฎหมายที่คุณไว้วางใจ

เราพร้อมที่จะให้บริการและช่วยเหลือคุณในทุกปัญหาทางกฎหมาย เพื่อให้คุณได้รับความยุติธรรมและความพึงพอใจสูงสุด

ก้าวแรกเมื่อเข้าสู่วิชาชีพทนายเต็มตัวกับแนวทางที่ทนายใหม่จะอยู่รอดและก้าวหน้าในวิชาชีพ

เป็นเรื่องที่ทนายใหม่ควรรู้กับการก้าวเข้าสู่วิชาชีพทนายความเป็นการเดินทางที่ท้าทายและเต็มไปด้วยโอกาส สำหรับทนายใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นอาชีพ การปรับตัวและเตรียมตัวให้พร้อมเป็นสิ่งสำคัญ วันนี้ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ ในฐานะทนายรุ่นพี่ จึงอยากแบ่งปันแนวทางที่จะช่วยให้ทนายใหม่สามารถอยู่รอดและก้าวหน้าในวิชาชีพทนายความได้อย่างมั่นคงและประสบความสำเร็จในอนาคต

แนวทางการเป็นทนายความที่ดีจากทนายรุ่นพี่สู่ทนายรุ่นน้อง

การพัฒนาความรู้และทักษะอย่างต่อเนื่อง

ทนายใหม่ควรหมั่นศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมทั้งในด้านกฎหมายและทักษะการทำงาน โดยเฉพาะความรู้ภาคปฏิบัติในการดำเนินคดีตั้งแต่ต้นจนจบ การเข้าร่วมอบรมหลักสูตรต่าง ๆ อาทิ การสอบข้อเท็จจริง การเขียนคำฟ้อง การว่าความ จะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในการทำงาน การพัฒนาตนเองไม่เพียงแค่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน แต่ยังเป็นการเพิ่มโอกาสในการได้รับงานมากขึ้นอีกด้วย

สร้างเครือข่ายและความสัมพันธ์

การทำความรู้จักกับทนายรุ่นพี่ เพื่อนร่วมวิชาชีพ และบุคคลในแวดวงกฎหมาย จะช่วยเปิดโอกาสในการเรียนรู้และได้รับงาน การเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมและวิชาชีพอย่างสม่ำเสมอจะช่วยขยายเครือข่าย ความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงานและผู้เชี่ยวชาญในวงการเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับการพัฒนาตนเองและการสร้างโอกาสในการทำงาน

พัฒนาบุคลิกภาพและการวางตัว

การมีบุคลิกภาพที่ดี ทั้งการแต่งกาย การพูดจา และการวางตัว จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจจากลูกความ การมีทัศนคติที่ดีในการทำงานจะช่วยให้เราสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การที่ลูกความรู้สึกมั่นใจและไว้วางใจในตัวทนายจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เราประสบความสำเร็จในวิชาชีพ

สร้างชื่อเสียงและการเป็นที่รู้จัก

การทำงานเพื่อสังคม การให้ความรู้ทางกฎหมายผ่านสื่อต่าง ๆ หรือการสร้างคอนเทนต์ออนไลน์ จะช่วยให้ทนายใหม่เป็นที่รู้จักและสร้างโอกาสในการได้รับงาน การมีชื่อเสียงในด้านบวกจะช่วยให้เราได้รับความไว้วางใจจากลูกความและทำให้เรามีโอกาสในการทำงานมากขึ้น รวมไปถึงการใช้เทคโนโลยีและสื่อออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยให้ทนายใหม่อย่างเราสามารถเข้าถึงลูกความได้มากขึ้น

 รักษาจรรยาบรรณวิชาชีพ

ทนายหม่รวมไปถึงทนายความท่านอื่น ๆ กับการการยึดมั่นในหลักจรรยาบรรณ ไม่เอาเปรียบหรือหลอกลวงลูกความ จะช่วยสร้างชื่อเสียงที่ดีในระยะยาว การทำงานอย่างมีจรรยาบรรณจะช่วยให้เราได้รับความไว้วางใจจากลูกความและเพื่อนร่วมงาน การรักษาจรรยาบรรณเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับการพัฒนาตนเองและการสร้างชื่อเสียงในวิชาชีพได้

หาแนวทางการเรียนรู้จากประสบการณ์

แม้จะหาโอกาสฝึกงานกับทนายรุ่นพี่ได้ยาก ทนายใหม่ควรหาวิธีเรียนรู้จากประสบการณ์ เช่น การเข้าร่วมอบรมกับสถาบันที่สอนการทำคดีภาคปฏิบัติ การเรียนรู้จากประสบการณ์จะช่วยให้เราเข้าใจและสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เลือกความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน

การมุ่งเน้นความเชี่ยวชาญในกฎหมายเฉพาะด้าน จะช่วยสร้างจุดแข็งและความแตกต่างจากทนายคนอื่น การมีความเชี่ยวชาญในด้านใดด้านหนึ่งจะช่วยให้เราได้รับการยอมรับและมีโอกาสในการทำงานมากขึ้น

ปรับตัวกับการแข่งขันในตลาด

ทนายใหม่รวมไปถึงทนายท่านอื่น ๆ แทนที่จะแข่งขันด้วยการลดราคา ควรเน้นการสร้างคุณค่าและคุณภาพในการให้บริการทางด้านกฎหมาย เพื่อสร้างความแตกต่างและความน่าเชื่อถือ การพัฒนาคุณภาพในการให้บริการจะช่วยให้เราได้รับความไว้วางใจจากลูกความและทำให้เรามีโอกาสในการทำงานมากขึ้น

พัฒนาทักษะการสื่อสารและการให้คำปรึกษา

ความสามารถในการอธิบายประเด็นทางกฎหมายให้ลูกความเข้าใจได้ง่าย จะช่วยสร้างความประทับใจและการบอกต่อ การพัฒนาทักษะการสื่อสารจะช่วยให้เราเป็นที่รู้จักและได้รับความไว้วางใจจากลูกความมากขึ้น

มีความอดทนและมุ่งมั่น

การสร้างชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือต้องใช้เวลา ทนายใหม่ต้องมีความอดทนและมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง การมีความอดทนและมุ่งมั่นจะช่วยให้เราได้รับความสำเร็จในวิชาชีพได้ง่ายขึ้น

จากทนายอาร์มถึงทนายใหม่ : การพัฒนาตนเองและความมุ่งมั่นเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จ

ในที่สุดการเป็นทนายความที่ประสบความสำเร็จนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน ทนายใหม่ต้องใช้เวลาในการพัฒนาตนเองในหลายด้าน ตั้งแต่การพัฒนาความรู้และทักษะ การสร้างเครือข่ายและความสัมพันธ์ การรักษาจรรยาบรรณวิชาชีพ ไปจนถึงการสร้างชื่อเสียงและการปรับตัวให้เข้ากับสภาพการแข่งขันในตลาด ทั้งหมดนี้ต้องดำเนินควบคู่ไปกับความอดทนและมุ่งมั่นในระยะยาว

รีวิวอาชีพทนายความ การเดินทางของ #ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ

การเติบโตและประสบความสำเร็จในสายอาชีพทนายความไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะการเปิดสำนักงานทนายความของตัวเองและการได้รับใบอนุญาตจากสภาทนายความ สำหรับผมในฐานะทนายศุภสิทธิ์ ศิริ (Supasit Siri) หรือที่หลายคนรู้จักในนาม #ทนายอาร์ม นั้นเป็นการเดินทางที่เต็มไปด้วยความท้าทายและประสบการณ์ที่หลากหลาย

การเริ่มต้นสู่การเป็นทนายความ  

การสอบใบอนุญาตทนายความเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญสำหรับผู้ที่มีความฝันอยากเป็นทนายความ การสอบนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายและก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินไป แต่สิ่งที่สำคัญคือการเตรียมตัวและความพยายามในการศึกษาหาความรู้ เมื่อผ่านการสอบใบอนุญาตทนายความแล้ว ความท้าทายที่แท้จริงเริ่มต้นขึ้น

ความสำคัญของการหาคดีและการบริหารสำนักงานทนาย

หลังจากได้รับใบอนุญาตเป็นทนายความ การหาคดีเข้าสำนักงานทนายเป็นเรื่องที่ท้าทายและมีความสำคัญอย่างยิ่ง การมีคดีในมือไม่เพียงแต่จะเป็นแหล่งรายได้หลักที่ช่วยให้สำนักงานสามารถดำเนินกิจการได้ แต่ยังเป็นการสะสมประสบการณ์และสร้างชื่อเสียงให้กับทนายและสำนักงานทนาย

การหารายได้ให้เพียงพอต่อการดำเนินชีวิตและการบริหารบุคลากรในสำนักงานทนายเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือการที่มีงาน แต่ขาดบุคลากรที่มีความสามารถเพียงพอในการดำเนินการจะเป็นปัญหาใหญ่ การตัดสินใจเปิดสำนักงานทนายจึงต้องใช้ความคิดให้รอบคอบ การคิดว่าเปิดสำนักงานเล็ก ๆ แล้วจะพอ อาจทำให้พบกับความยากลำบากในการบริหารงานและตอบสนองความต้องการของลูกความได้

นอกจากนี้การบริหารสำนักงานทนายยังต้องคำนึงถึงการจัดการทรัพยากรที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในเรื่องของเทคโนโลยี ระบบการจัดเก็บข้อมูล และการให้บริการลูกความ การทำงานให้เกิดประสิทธิผลสูงสุดต้องมีการวางแผนที่ดีและการจัดการที่มีประสิทธิภาพ

ขณะเดียวกันการหาคดีและการบริหารสำนักงานทนายก็เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพื่อให้สามารถสร้างรายได้ที่เพียงพอ และมีบุคลากรที่มีคุณภาพในการให้บริการลูกความ การทำงานอย่างรอบคอบและการวางแผนที่ดีจะช่วยให้สำนักงานทนายสามารถเติบโตและประสบความสำเร็จในระยะยาว

ความสำคัญของการรับผิดชอบในการทำคดี

การรับผิดชอบในการทำคดีเป็นหัวใจสำคัญของการเป็นทนายความที่ดี ความรับผิดชอบนี้ครอบคลุมทั้งด้านจริยธรรม ความเป็นมืออาชีพ และการให้บริการที่มีคุณภาพต่อลูกความ การทำคดีไม่ใช่เพียงแค่การแก้ไขปัญหาในศาล แต่ยังรวมถึงการวางแผนและการจัดการที่ดีในทุกขั้นตอนของกระบวนการทางกฎหมาย

การรับผิดชอบต่อสังคมและต่อลูกความในการทำคดีเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่ง การทำงานในฐานะทนายความหมายถึงการเป็นตัวแทนและผู้ปกป้องสิทธิของลูกความ ความรับผิดชอบนี้ต้องมีการฝึกฝนและสั่งสมประสบการณ์ในการวางแผนและเตรียมคดี เพื่อให้สามารถนำเสนอข้อเท็จจริงและหลักฐานในศาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การรับผิดชอบในการทำคดียังหมายถึงการให้คำปรึกษาที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อลูกความ การแนะนำที่ผิดพลาดอาจนำไปสู่ความเสียหายและปัญหาที่รุนแรงกว่าเดิม การให้คำปรึกษาและการดำเนินการที่ถูกต้องต้องอาศัยความรู้และประสบการณ์ที่เพียงพอ

การวางแผนและการจัดการที่ดีเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญในการทำคดี การเตรียมตัวอย่างละเอียดถี่ถ้วน การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล และการประเมินสถานการณ์ล่วงหน้า เป็นสิ่งที่จำเป็นในการให้บริการที่มีคุณภาพต่อลูกความและการรักษาความเป็นธรรมในกระบวนการทางกฎหมาย

ความรับผิดชอบในการทำคดีจึงเป็นสิ่งที่ทนายความทุกคนต้องให้ความสำคัญและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความไว้วางใจให้กับลูกความและสังคม

กว่าจะประสบความสำเร็จมาเป็นสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

การก่อตั้งสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย มีหลายสิ่งที่ต้องคำนึงถึงและจัดการอย่างรอบคอบ การมีสำนักงานทนายความของตัวเองหมายถึงการต้องพร้อมที่จะรับมือกับความท้าทายในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านเทคโนโลยี การจัดการข้อมูล และการให้บริการลูกความอย่างมีประสิทธิภาพ

หนึ่งในปัจจัยที่สำคัญในการบริหารสำนักงานทนายคือการมีคอมพิวเตอร์ประจำสำนักงานและระบบซอฟต์แวร์การเก็บข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากการทำงานของทนายความในปัจจุบันพึ่งพาเทคโนโลยีในการจัดการข้อมูลและเอกสารต่าง ๆ หากระบบเหล่านี้ไม่ดีพอ อาจส่งผลให้การดำเนินงานมีปัญหาและล่าช้าได้

การบริหารจัดการข้อมูลเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่มีความสำคัญมาก ข้อมูลในคดีความเป็นสิ่งที่ต้องได้รับการจัดเก็บและป้องกันอย่างดี การใช้ระบบซอฟต์แวร์ที่สามารถจัดการและเก็บข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลจะไม่สูญหายและสามารถเข้าถึงได้อย่างรวดเร็วเมื่อต้องการ

นอกจากนี้ การให้บริการลูกความอย่างมีประสิทธิภาพและทันเวลายังเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ หากเราอยู่นอกสำนักงานและลูกความต้องการขอเอกสารในคดี เราต้องสามารถจัดการและส่งไฟล์คดีนั้นให้ลูกความได้อย่างรวดเร็ว การที่เราสามารถตอบสนองความต้องการของลูกความได้ทันเวลาไม่เพียงแต่สร้างความไว้วางใจให้กับลูกความ แต่ยังช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสำนักงานอีกด้วย

ความสำเร็จของสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์จึงไม่เพียงแต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการให้คำปรึกษาและการทำคดี แต่ยังขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการที่ดีในทุกด้าน ทั้งการใช้เทคโนโลยีในการจัดการข้อมูล การบริการลูกความอย่างมีประสิทธิภาพ และการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกความ หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่สนใจในอาชีพทนายความและคิดจะมีสำนักงานทนายของตัวเอง

การให้คำแนะนำลูกความ

การที่เราจะให้คำแนะนำลูกความเกี่ยวกับการไปศาลเป็นเรื่องหนึ่งที่สำคัญ ถ้าเราแนะนำผิดพลาด เช่น แนะนำว่าไม่ต้องไปศาล แต่คดีนั้นกลับมีปัญหา ลูกความก็จะโทษเรา เพราะฉะนั้นเทคนิคและประสบการณ์ในการจัดการกับสถานการณ์ต่าง ๆ เป็นสิ่งที่สำคัญมาก การเปิดสำนักงานทนายความของตัวเองจึงจำเป็นที่จะต้องมีประสบการณ์ที่เพียงพอ ต้องพิจารณาได้ว่าตนเองมีความพร้อมมากพอหรือไม่ และควรที่จะเปิดสำนักงานทนายของตัวเองหรือไม่

มีสำนักงานทนายความเป็นของตัวเองไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็สามารถทำได้ถ้ามีความตั้งใจที่มากพอ

การเป็นทนายความและการมีสำนักงานทนายความของตัวเองเป็นการเดินทางที่ท้าทาย แต่ก็เป็นอาชีพที่มีความภาคภูมิใจ การมีความรู้และประสบการณ์เป็นสิ่งสำคัญในการตัดสินใจและการทำงาน หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่สนใจในอาชีพทนายความและคิดจะมีสำนักงานทนายของตัวเอง

ขอให้ข้อมูลนี้เป็นแนวทางในการตัดสินใจเกี่ยวกับการเป็นทนายความและการเปิดสำนักงานทนายความ หวังว่าทุกคนจะได้รับประโยชน์จากประสบการณ์และคำแนะนำจาก #ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ ครับ

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ยินดีให้คำปรึกษาและบริการทางกฎหมายในทุกด้าน ด้วยทีมทนายความที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ พร้อมที่จะยืนหยัดเคียงข้างคุณในทุกสถานการณ์ หากคุณมีคำถามหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับกฎหมาย อย่าลังเลที่จะติดต่อเรา เรายินดีที่จะให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนคุณในทุกขั้นตอน 

การ “ละเมิดลิขสิทธิ์รูปภาพ” กับความสำคัญของการปกป้องรูปภาพที่มีมูลค่า

สาว ๆ หรือหนุ่ม ๆ ที่จัดว่าหน้าตาดีอาจคาดไม่ถึงว่ารูปภาพของคุณทั้งหลาย มีราคา มีมูลค่า เพราะในบางท่านต้องอย่าลืมว่ากว่าที่คุณจะดูแลตัวเอง หรือสรรหากลวิธีมาแต่งเติมเสริมแต่งให้รูปร่าง หรือหน้าเราดูดี ดูสวย-หล่อ ไม่ใช่เรื่องงาน รวมไปถึงบางท่านที่ต้องลงทุนไปแต่ง/เติมกับคลินิกเสริมความงาม กว่าใบหน้าจะออกมาเป็นที่พึงพอใจนั้นต้องสูญเสียเงินในการไปทำเท่าไร

ลิขสิทธิ์รูปภาพ ปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม !

สำหรับใครที่ถูกนำรูปภาพไปใช้ประโยชน์ โดยไม่ได้รับการอนุญาตจากคุณ นั่นหมายถึงการละเมิดลิขสิทธิ์ การกระทำดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายแล้ว แต่ยังทำให้คุณสูญเสียโอกาสในการหารายได้จากรูปภาพของเราอีกด้วย มีหลายกรณีเกิดขึ้นผู้ที่นำรูปภาพของบคุณไปใช้ อาจได้รับประโยชน์ทางการเงินจากผลงานของคุณผู้หญิงหรือคุณผู้ชายทั้งหลาย การกระทำดังกล่าวนั้นส่งผลให้คุณเสียโอกาสอย่างมากในการที่จะหารายได้จากภาพของคุณเอง  ดังนั้น จึงควรคิดค่าใช้จ่ายจากผู้ที่นำรูปภาพไปใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาต เพราะการ

ถูกละเมิดลิขสิทธิ์ อย่าคิดว่าไม่เป็นไรปกป้องสิทธิ์ง่าย ๆ ด้วยการมีทนายความ

อย่างที่ทราบกันดีว่าการถูกละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะด้วยสิ่งใดก็ตามนั่นไม่ใช่เรื่องที่ดี และการที่สาว ๆ ถูกละเมิดลิขสิทธิ์ภาพ ก็ไม่ใช่สิ่งที่จะต้องรู้สึกดีเช่นกัน การที่รูปของคุณถูกนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตก็ว่าเป็นเรื่องที่แย่แล้ว แต่การที่ถูกนำรูปไปใช้ในทางที่ไม่ดี อาทิ นำไปรีวิว Before/After , การถูกนำไปโปรโมทเว็บไซต์พนันออนไลน์ที่ผิดกฎหมาย หรือการนำภาพไม่ใช้โดยมิชอบว่าแย่ยิ่งกว่า ซึ่งในขณะนี้สาว ๆ ที่จัดว่าหน้าตาดีกำลังประสบปัญหาดังกล่าวอยู่อย่างที่หาทางแก้ไขไม่ได้จึงได้ปล่อยผ่านไป เพราะความ “ไม่รู้” ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไปกับปัญหาที่เกิดขึ้น

แต่วันนี้สาว ๆ ไม่ควรพลาดกับทางออกของปัญหาที่เกิดขึ้น และสามารถทำได้จริงอย่างถูกต้องตามกฎหมาย หากเคยพบว่ารูปภาพของคุณถูกนำไปใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ว่าจะในทางที่ดีหรือเลวร้าย เราคือสำนักงานกฎหมายที่พร้อมไปด้วยทีมทนายความผู้เชี่ยวชาญในการทำคดีละเมิดลิขสิทธิ์รูปภาพ เราพร้อมที่จะให้บริการทางกฎหมายในการคุณปกป้องสิทธิ์และเรียกร้องค่าชดเชยจากการถูกละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าคุณจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือองค์กร เรามีความรู้และประสบการณ์ในการทำคดีให้คุณได้รับความยุติธรรม อย่าปล่อยให้การละเมิดลิขสิทธิ์รูปภาพของคุณผ่านไปโดยไม่มีการเรียกร้องความยุติธรรม ติดต่อเรา เพื่อรับคำปรึกษาและเริ่มกระบวนการทางกฎหมายที่ถูกที่ควรในการปกป้องสิทธิ์และผลประโยชน์ของคุณ

#เกิดชาติหน้าฉันใด ขอให้รูปสวยรวยทรัพย์นับปัญญา

วลีด้านบนที่กล่าวมานี้ไม่ใช่เพียงแค่คำขวัญเท่านั้น แต่เป็นความจริงที่เราสามารถทำให้เกิดขึ้นได้ ในเมื่อรูปภาพของคุณมีมูลค่า มีลิขสิทธิ์ และที่สำคัญไปกว่านั้นคุณมีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องค่าชดเชยจากการที่รูปภาพของคุณถูกละเมิดลิขสิทธิ์จากการที่คนอื่นนำรูปของคุณไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ปัญหาตรงนี้อย่างที่กล่าวมาข้างต้น ต่อให้ในสังคมการละเมิดลิขสิทธิ์รูปภาพดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา แต่หารู้ไม่ว่าในอนาคตอาจสร้างบาดแผลและปัญหาได้อย่างไม่น่าเชื่อ ดังนั้น อย่าให้ใครนำรูปภาพของคุณไปใช้ประโยชน์ฟรี ๆ  และได้รับผลประโยชน์อันมีมูลค่าจากภาพของคุณ การดำเนินคดีละเมิดลิขสิทธิ์คือทางออกที่ที่สุด อย่าทำให้การละเมิดลิสิทธิ์ภาพหรือการละเมิดลิขสิทธิ์สิ่งต่าง ๆ ดูเหมือนเป็นความปกติในสังคม อย่าสร้างวัฒนธรรมใหม่ที่ไม่ถูกต้อง ปรึกษาทนายความ เพื่อดำเนินคดีละเมิดลิขสิทธิ์ เพื่อปกป้องสิทธิ์และเพิ่มมูลค่าให้กับรูปภาพของคุณอย่างที่ควรจะเป็น 

เตือนภัย!! เทคนิคตุ๋นเหยื่อ “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ที่อย่าหลงเชื่อเด็ดขาด

เตือนภัย!! เทคนิคตุ๋นเหยื่อ แก๊งคอลเซ็นเตอร์

ความจริงแล้วกรณีเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกเงินในเกิดขึ้นบ่อยมาก และในแทบจะทุกเคสมักเป็นผู้สูงอายุที่ตกเป็นเหยื่อ อย่างในเคสล่าสุดอาม่าวัย 72 ปี ได้ตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์อีกราย สูญเงินไปกว่า 1.6 ล้านบาท ซึ่งในก่อนหน้านี้แก๊งคอลเซ็นเตอร์พยายามหลอกล่อให้อาม่าโอนเงินเพื่อแลกเงินหยวนจำนวน 50,000 บาท อาม่าหลงเชื่อจึงโอนไป แต่หลังจากรู้ว่าถูกหลอกจึงเกิดเสียดายเงิน ประจวบกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์รวมหัวสร้างกลุ่มแสร้งว่าเป็นผู้เสียหายเช่นกัน และกำลังจะรวมตัวเพื่อดำเนินการเอาเงินคืนมา แต่อาม่าต้องโอนเงินค่าดำเนินการเอาเงินคืนมา แต่อาม่าต้องโอนงินค่าดำเนินการมาให้ นี่จึงเป็นที่มาว่าทำไมอาม่าถึงสูญเงินกว่า 1.6 ล้านบาท

กลลวงที่เหล่ามิจฉาชีพแก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้นั้น ยังคงคอนเซปต์เดิมไม่เปลี่ยนไปมาก แต่ที่เปลี่ยนคือเป้าหมายหรือเหยื่อจะเป็นบรรดาผู้สูงวัยมากขึ้น ดังนั้นเราจึงควรช่วยกันสอดส่องเตือนภัยมุกหลอกโอนเงินให้แก่ผู้สูงวัยในบ้านมากขึ้น เพื่อจะได้ไม่หลงเชื่อตกเป็นเหยื่อ “มิจ” ที่ไม่ได้แปลว่าเพื่อน วันนี้ทีมงานสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์จึงรวมมุกมิจฉาชีพมาเตือนภัยกันอีกครั้ง  

Scam
  1. บัญชีของคุณถูกอายัด ต้องไปทำรายการที่ตู้เอทีเอ็ม

มุกคลาสสิกเบื้องต้นของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่นิยมโทรเข้ามาหลอก ซึ่งแก๊งคอลเซ็นเตอร์จะชอบอ้างว่าตนเองเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อแอบอ้างสร้างความน่าเชื่อให้ผู้ที่ถูกหลอกหลงเชื่อได้ง่ายมากยิ่งขึ้น เช่น การอ้างว่าคุณได้โอนเงินไปที่บัญชีที่ถูกอายัด ทำให้ผู้ที่ถูกหลอกหลงเชื่อว่าได้กระทำความผิด

 

  1. คุณมีหนี้บัตรเครดิตค้างชำระถ้าไม่เป็นความจริง ต้องรีบไปกดยกเลิกที่ตู้เอทีเอ็ม

การหลอกเป็นเจ้าหน้าที่จากธนาคารเป็นสิ่งที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์มักใช้อยู่เป็นประจำ โดยจะหลอกว่าคุณยังไม่ได้ชำระยอดค้างจ่ายของบัตรครดิต แล้วให้คุณดำเนินการชำระด้วยการโอนเงินค้างจ่ายดังกล่าว หากรู้ไม่เท่าทันแก๊งคอลเซ็นเตอร์ก็จะหลอกให้โอนเงินจนหมดบัญชี ดังนั้นคุณจะต้องเช็คให้แน่ใจว่าไม่ได้มียอดเงินค้างชำระ หรือโทรกลับไปเช็คกับทางธนาคารให้แนใจ

 

  1. ข้อมูลของคุณหายไปจากธนาคารรบกวนขอข้อมูลส่วนตัวอีกครั้ง

บางครั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ก็จะมาในรูปแบบของการบอกว่าทางธนาคารได้ทำการอัพเดทข้อมูลของลูกค้าใหม่ ดังนั้นจึงทำการขอข้อมูลของลูกค้าเพื่ออัพเดทเข้าไปในฐานข้อมูลใหม่ ซึ่งแก๊งคอลเซ็นเตอร์อาจจะมีการได้ข้อมูลบางอย่างของผู้ที่ถูกหลอกมา เช่น ได้ธนาคารที่เรามีบัญชีอยู่มา ทำให้เราเชื่อได้ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของธนาคารจริง จึงหลงเชื่อทำตามขั้นตอนที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์บอก จนทำให้สูญเสียเงินจากในบัญชีไป

 

  1. คุณเป็นผู้ต้องสงสัยว่าพัวพันกับคดีค้ายาหรือฟอกเงินต้องโอนเงินทั้งหมดมาให้เราตรวจสอบ

อีกมุกที่ช่วงแรกๆ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้บ่อยมาก ถึงขนาดที่มีผู้เสียหายที่ถูกหลอกอัดคลิปเสียงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไว้ เพื่อให้ทราบถึงกลวิธีการที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้หลอกเหยื่อ โดยจะใช้วิธีการบอกว่าบัญชีของเราเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน ต้องทำการโอนเงินทั้งหมดไปให้ทางตำรวจตรวจสอบ การสร้างความน่าเชื่อถือให้ดูมีน้ำหนักแก๊งคอลเซ็นเตอร์จะใช้หน้าม้าหลอกว่าเป็นตำรวจจาก สภอ. นั้น สภอ. นี้ เพื่อให้เหยื่อกลัวว่าได้กระทำความผิดจึงหลงเชื่อแล้วโอนเงินไปเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ แต่ที่ไหนได้นั่นเป็นการโอนเงินไปให้มิจฉาชีพแล้ว

 

  1. คุณได้รับสิทธิ์ขอคืนภาษีรีบไปทำรายการขอรับคืนที่ตู้เอทีเอ็ม

คนทำงานที่มีรายได้ตามเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษีอาจมีโอกาสเจอมุกนี้กัน โดยแก๊งคอลเซ็นเตอร์จะหลอกว่าทางสรรพากรได้มีการจ่ายคืนเงินภาษี ให้คุณสามารถไปทำการขอรับคืนได้ที่ตู้ ATM โดยวิธีขั้นตอนดำเนินการนั้นเป็นการโอนเงินไปยังบัญชีของแก๊งคอลเซ็นเตอร์

 

  1. คุณโชคดีได้รับรางวัลใหญ่แต่ต้องโอนจ่ายภาษีให้เราก่อนนะ

มุกนี้แก๊งคอลเซ็นเตอร์จะทำทีโทรเข้ามาแล้วบอกว่าคุณได้รับรางวัลจากแบรนด์นั้น แบรนด์นี้ ให้กดลิ้งค์เพื่อทำการรับรางวัล สุดท้ายอาจหลอกให้กรอกรายละเอียดเพื่อยืนยันตัวตน หรือบอกว่าการที่จะรับรางวัลจะต้องโอนเงินเพื่อชำระภาษีก่อน ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินให้เหล่ามิจฉาชีพไป

 

  1. มีหมายศาลส่งถึงคุณแต่ส่งไปไม่ถึง รบกวนขอข้อมูลส่วนตัวหน่อย

เมื่อเราได้ยินคำว่า “หมายศาล” หลายคนจะรู้สึกกลัวว่าตนเองได้กระทำผิดกฎหมายไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง มัวแต่พะวงว่าตนเองจะถูกจับ ถูกดำเนินคดี เมื่อเหล่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์บอกว่าจะต้องโอนเงินมาเป็นค่าดำเนินคดีเหยื่อจึงหลงกลตกเป็นเหยื่อสูญเสียเงินมากมาย

 

  1. เมื่อกี้โอนเงินไปผิดบัญชีรบกวนโอนคืนมาให้หน่อย

มาถึงมุกสุดท้ายที่หลอกกันตรงๆ บางครั้งอาจจะไม่ใช่แก๊งคอลเซ็นเตอร์โดยตรง อาจเป็นมิจฉาชีพมือสมัครเล่นทั่วไปก็ได้ที่สุ่มโทรมาแล้วบอกเราว่าตนเองได้โอนเงินมาผิดบัญฃี จะใช้เราช่วยโอนคืนกลับไปให้หน่อย ซึ่งบางครั้งกลหลอกตุ๋นเหยื่อนี้ยังรวมถึง การแกล้งโอนเงินมาให้ผิดบัญชีแล้วเราอาจต้องตกเป็นบัญชีม้าไปด้วย

 

หากไม่อยากตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพแก๊งคอลเซ็นเตอร์ต้องรู้ให้เท่าทันมุกตุ๋นเหยื่อเหล่านี้เอาไว้ และหากท่านใดมีปัญหาอยากปรึกษาทางด้านกฎหมายติดต่อได้ที่ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ 

ประกันตัว ชั้นศาลต้องทำอย่างไร และการมีทนายความประกันตัวดีอย่างไร ?

ประกันตัว ชั้นศาลต้องทำอย่างไร

          ในการประกันตัว ชั้นศาล เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่หลายท่านให้ความสนใจเรื่องหนึ่ง เพราะเป็นเรื่องที่ต้องมีขั้นตอน วิธีการ อีกทั้งเป็นเรื่องที่มีการดำเนินการต้องใช้ความรู้ ความสามารถ และหรืออาจต้องใช้ประสบการณ์ ความชำนาญในการประกันตัว ชั้นศาล และหรือการประกันตัวในชั้นอื่น ๆ นอกเหนือจากนี้

          การที่ผู้ต้องหาถูกจับในคดีอาญานั้น เมื่อถูกควบคุมตัวโดยเจ้าพนักงานครบกำหนดตามระยะเวลาควบคุมตัวแล้ว เจ้าพนักงานจะต้องนำตัวผู้ต้องหามาฝากขังไว้ที่ศาล และหากผู้ต้องหาไม่ต้องการถูกฝากขังก็สามารถประกันตัว ชั้นศาลออกมาได้ อาจดำเนินการโดยบุคคลที่เกี่ยวข้องและหรือมีทนายในการดำเนินการก็ได้

ทำความเข้าใจการประกันตัวหรือปล่อยตัวชั่วคราว

          ประกันตัว ชั้นศาล หมายถึง การขอให้ศาลปล่อยตัวผู้ต้องหาจากการถูกควบคุมตัวของศาลในระหว่างสอบสวนและหรือระหว่างการพิจารณาคดีเป็นเวลาชั่วคราว โดยปกติแล้วผู้ต้องหาที่มีความประสงค์ต้องการได้รับการประกันตัวออกมา ก็เพื่อต้องการเตรียมตัวต่อสู้คดีความนั้น ๆ ไม่ว่าผู้ต้องหารายนั้นจะทำผิดจริงหรือไม่ แต่ก็สามารถประกันตัวออกมาเพื่อต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่ตนเองได้

กระบวนการประกันตัวชั้นศาล

การประกันตัว ชั้นศาล มีกระบวนการหรือขั้นตอนหลัก ๆ ดังนี้

1.เริ่มต้นด้วยการยื่นคำร้องขอประกันตัวผู้ต้องหาเป็นอันดับแรก อาจดำเนินการโดยทนายความเพื่อความสะดวกและถูกต้อง โดยเนื้อความในคำร้องขอประกันตัวนั้นจะต้องระบุเหตุผลที่ผู้ต้องหาควรได้รับการประกันตัว ชั้นศาลอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังต้องระบุถึงหลักประกันที่จะเสนอต่อศาลได้ด้วย

2.ต่อมาหลังจากที่ทนายความของผู้ต้องหาและหรือผู้ดำเนินการได้ยื่นคำร้องขอประกันตัวแล้ว ศาลจะมีการพิจารณาคำร้องดังกล่าว โดยศาลจะมีการพินิจพิจารณาซึ่งประกอบไปด้วยปัจจัยต่าง ๆ อาทิ ความเสี่ยงของผู้ต้องหาในการหลบหนี , การก่อเหตุซ้ำของผู้ต้องหา เป็นต้น

3.เมื่อศาลได้พิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ แล้ว และเมื่อศาลเห็นควรให้สามารถประกันตัว ชั้นศาลได้ ศาลก็จะมีการกำหนดเงื่อนไขในการประกันตัวมาอย่างชัดเจน อาทิ หลักทรัพย์ในการใช้ประกัน , ข้อกำหนดต่าง ๆ เช่น การมารายงานตัวต่อศาลตามวันเวลาที่กำหนด , การติดอุปกรณ์ติดตามตัว เป็นต้น

4.หลังจากที่ทนายความของผู้ต้องหาและหรือผู้ดำเนินการได้มีการจัดหาหลักทรัพย์ตามที่ศาลกำหนดแล้ว ต่อมาศาลจะมีการออกคำสั่งปล่อยตัวผู้ต้องหาชั่วคราวให้พร้อมเงื่อนไขตามที่ศาลกำหนดโดยศาลจะมีการระบุมาอย่างชัดเจน

ข้อควรระวังในการประกันตัว ชั้นศาล

          ในการประกันตัวผู้ต้องหาในชั้นศาล นอกจากจะมีขั้นตอนกระบวนการในการดำเนินเรื่องแล้ว การประกันตัว ชั้นศาลยังมีข้อควรระวังด้วย อาทิ

-ความเสี่ยงที่ผู้ต้องหาจะหลบหนี

          โดยผู้ต้องหาบางรายหลังจากได้รับการประกันตัวแล้ว อาจมีแนวโน้มในการหลบหนีหลังได้รับการประกันตัวได้

-การก่อเหตุซ้ำของผู้ต้องหา

          ในกรณีที่ผู้ต้องหามีการก่อเหตุที่เป็นอันตรายต่อสังคม ในการขอประกันตัว ชั้นศาลอาจทำให้ศาลท่านมีการพิจารณาที่ถี่ถ้วนมากยิ่งขึ้น เหตุเพราะกลัวว่าผู้ต้องหาจะก่อเหตุซ้ำอีกหลังได้รับการประกันตัว เพราะอาจส่งผลกระทบอันเลวร้ายต่อสังคมและบุคคลอื่น ๆ ได้

          จากข้อควรระวังในการประกันตัว ชั้นศาลที่ได้กล่าวมาข้างต้นนั้น เป็นเพียงข้อควรระวังเบื้องต้นในการขอประกันตัวเท่านั้น เพราะนอกจากนี้อาจมีหลายเหตุ หลายปัจจัยออกไปแล้วแต่กรณี โดยการที่ต้องคำนึงถึงเหตุต่าง ๆ นั้นก็เนื่องจากเหตุในการขอประกันตัวของผู้ต้องหามีความแตกต่างกันออกไป ดังนั้น ในการขอประกันตัว ชั้นศาลจึงต้องคำนึงถึงปัจจัยและความเป็นไปได้ในแต่ละกรณีของผู้ต้องหาด้วย

มีทนายความดำเนินการประกันตัวดีอย่างไร?

มีทนายความดำเนินการประกันตัวดีอย่างไร

          ในการที่จะประกันตัว ชั้นศาลและหรือประกันตัวผู้ต้องหานั้น นอกจากจะต้องมีความรู้เรื่องกฎหมายและหรือการมีประสบการณ์ร่วมด้วยแล้ว ในขั้นตอนการดำเนินการประกันตัวนั้นยังต้องใช้เวลาเป็นตัวช่วยอีกด้วย การมีทนายความในการเดินเรื่องประกันตัว ชั้นศาล รวมไปถึงประกันตัวอื่น ๆ จะสามารถช่วยให้ผู้ที่ต้องการการประกันตัว ผู้ที่เดือดร้อนได้รับความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น เนื่องจากทนายความจะมีความรู้ความเชี่ยวชาญทางด้านกฎหมาย และมีความเชี่ยวชาญหรือมีประสบการณ์การเดินเรื่องประกันตัว ชั้นศาลและหรืออื่น ๆ อีกมากมาย ดังนั้น การมีทนายความในการเดินเรื่องประกันตัว จะสามารถช่วยให้ผู้ที่เดือดร้อน หรือต้องการประกันตัวด่วนมีผู้ที่มีความรู้และเชี่ยวชาญทางด้านกฎหมายเป็นคนเดินเรื่อง อีกทั้งยังไม่ต้องรับความเสียงในการเสียรู้และหรือดำเนินการที่ผิดพลาดด้วย ต้องการทนายความสำหรับประกันตัวผู้ต้องหา คลิก >>ติดต่อเรา<<

ค่าเสียหายทางแพ่ง คืออะไร สามารถเรียกอะไรได้บ้าง ? สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์มีคำตอบ

ค่าเสียหายทางแพ่ง คืออะไร

          สำหรับคำว่า “ค่าเสียหายทางแพ่ง” หลายคนคงเคยได้ยินคำนี้ แต่อาจจะยังไม่เข้าใจว่า ค่าเสียหายทางแพ่งนี้คืออะไร คือค่าเสียหายแบบใดบ้าง และค่าเสียหายทางแพ่งนี้สามารถเรียกได้อย่างไร และเรียกค่าเสียหายอะไรได้บ้าง วันนี้สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์จะมาไขข้อข้องใจและให้ความรู้กันในแบบฉบับที่เข้าใจง่ายอีกตามเคยในเรื่องของค่าเสียหายทางแพ่ง

ทำความรู้จักค่าเสียหายทางแพ่งคืออะไร ?

ทำความรู้จักค่าเสียหายทางแพ่งคืออะไร ?

          ค่าเสียหายทางแพ่ง ก็คือค่าเสียหายในคดีแพ่งนั่นเอง ส่วนคดีแพ่งนั้นก็คือ คดีที่มีการโต้แย้งสิทธิ หรือหน้าที่กันเกิดขึ้นของบุคคลตามกฎหมายแพ่ง ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องส่วนตัวของบุคคล 2 ฝ่าย ที่มีการผิดสัญญากัน หรือต้องการโต้แย้งสิทธิหน้าที่กัน หรือเป็นคดีที่มีการร้องขอต่อศาลให้รับรองสิทธิบางอย่างให้ เช่น การขอให้อีกฝ่ายชดใช้เงิน คืนของ หรือจ่ายค่าเสียหายต่าง ๆ หรือต้องการให้ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง รวมไปถึงการฟ้องร้องให้ผู้กู้ชำระเงินตามสัญญากู้ หรือการฟ้องเรียกให้ผู้ละเมิดชดใช้ค่าเสียหายให้

ค่าเสียหายทางแพ่ง มีอะไรบ้าง และเรียกอะไรได้บ้าง ?

ค่าเสียหายทางแพ่ง มีอะไรบ้าง และเรียกอะไรได้บ้าง

          ค่าเสียหายทางแพ่ง มีอะไรบ้าง และหรือสามารถเรียกอะไรได้บ้าง คำตอบคือ ค่าเสียหายที่ผู้เสียหายได้รับตามความเสียหายข้างต้นที่ได้ยกตัวอย่างมานั่นเอง โดยหากผู้เสียหายได้รับความเสียหายเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ก็สามารถเรียกค่าเสียหายทางแพ่งได้ทุกอย่างตามความเสียหายที่แท้จริง

          ซึ่งสำหรับค่าเสียหายทางแพ่งนี้ หลายคนอาจไม่คุ้นหูกับคำนี้สักเท่าไร เนื่องจากโดยปกติแล้วค่าเสียหายทางแพ่งจะถูกเรียกว่า “ค่าสินไหมทดแทน” นั่นเอง ซึ่งก็คือการเรียกค่าเสียหายทดแทนเงินและหรือทดแทนค่าเสียหายที่ผู้เสียหายได้รับตามความเสียหายในเรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจริงทั้งหมด

ยกตัวอย่างเช่น

          รถชนได้รับบาดเจ็บ รถชนได้รับความเสียหาย รถชนบาดเจ็บสาหัส ต้องตกเป็นบุคคลทุพพลภาพถาวร รถยนต์ได้รับความเสียหาย ไม่มีรถใช้หลายเดือน และหรือได้รับบาดเจ็บจนไม่สามารถทำงานประกอบอาชีพได้ ฯลฯ สำหรับความเสียหายต่าง ๆ นานาที่ผู้เสียหายได้รับมานั้น ในส่วนเหล่านี้ ผู้เสียหายสามารถเรียกค่าเสียหายทางแพ่งและหรือค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันภัย และหรือคู่กรณีได้ และจากที่กล่าวไปสำหรับกรณีที่รถชนจนไรถได้รับความเสียหายหนัก ต้องเข้าจัดซ่อมที่ศูนย์นานหลายเดือน เป็นเหตุให้ผู้เสียหายไม่มีรถใช้ในการประกอบอาชีพหรือใช้ประโยชน์จากรถได้  ในส่วนตรงนี้ผู้เสียหายก็สามารถเรียกค่าเสียหายทางแพ่งในส่วนของค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ และหรือค่าเสียโอกาสในการใช้รถ ได้นั่นเอง เพราะถือว่าเป็นค่าเสียหายทางแพ่งด้วย นอกจากนี้ค่าซ่อมรถต่าง ๆ ก็ถือว่าเป็นค่าเสียหายทางแพ่งเช่นกัน มาถึงตรงนี้หลายท่านที่ได้อ่านคงจะมองเห็นภาพของค่าเสียหายทางแพ่งกันมาบ้างแล้ว เพราะค่าเสียหายทางแพ่งในแบบฉบับเข้าใจได้ง่าย ก็คือ ค่าสินไหมทดแทนนั่นเอง

          ในอีกประเด็นหนึ่งที่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าในกรณีแบบนี้ก็สามารถเรียกค่าเสียหายทางแพ่งได้ นั่นก็คือในกรณีที่มีผู้เสียชีวิตนั่นเอง หลายคนก็อาจจะสงสัยว่าในเมื่อเป็นกรณีที่มีผู้เสียชีวิตจะสามารถเรียกคาเสียหายทางแพ่งได้หรือ ซึ่งแน่นอนว่าต้องเป็นคดีอาญา โดยเราจะสามารถเรียกค่าเสียหายในค่าเสียหายส่วนนี้ได้ ก็คือต้องนำมาฟ้องในคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องคดีอาญา จึงสามารถเรียกค่าเสียหายทางแพ่งได้ อาทิ

-ค่าทำศพ

-เงินค่าเสียโอกาสในการทำงานของผู้เสียชีวิต

-ค่าอุปการะเลี้ยงดู หากผู้เสียชีวิตมีภรรยาและลูกและหรือครอบครัวที่ต้องดูแล เป็นต้น

ค่าเสียหายต่าง ๆ ตามตัวอย่างเหล่านี้คือค่าเสียหายทางแพ่งที่สามารถเรียกได้นั่นเอง

          จากที่ได้กล่าวมาข้างต้นนั้นสำหรับเรื่องค่าเสียหายทางแพ่งนั้น สรุปใจความอย่างอธิบายเข้าใจง่าย ๆ ก็คือ ค่าเสียหายทางแพ่ง = ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจริง สามารถคิดคำนวณออกมาเป็นตัวเลขได้ และที่สำคัญคือจะต้องสามารถสืบให้ศาลมท่านเห็นและเข้าใจอย่างชัดเจนว่าค่าต่าง ๆ เหล่านั้นคือค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจริง และเมื่อสามารถสืบให้ศาลท่านเห็นได้อย่างชัดเจนอย่างตรงไหนตรงมาแล้ว ศาลท่านก็จะพิจารณาและตัดสินให้ตามค่าเสียหายทางแพ่งที่ผู้เสียหายได้ขอไปนั่นเอง

          และไม่ว่าคดีใดเรื่องใด คดีแพ่ง คดีอาญา และหรือคดีความอื่น ๆ รวมไปถึงบริการทางกฎหมายอื่น ๆ อาทิ ประกันตัวเร่งด่วน , ปรึกษากฎหมายในเรื่องต่าง ๆ คดีประกันภัยรถยนต์ , เมาแล้วขับถูกนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง และหรือความเดือดเนื้อร้อนใจอื่น  ๆ อย่ารอให้ถูกเอาเปรียบหรือรอให้ความเสียหายที่ได้รับเสียหายไปมากกว่าเดิม เดินเรื่องตั้งแต่แรกให้ถูกจุดคือสิ่งสำคัญ อย่าหลงไปเจอทะแนะ ก่อนเจอทนาย สามารถมีทนายได้ตั้งแต่เกิดเรื่องโดยไม่ต้องลังเล เพราะหากว่ามัวแต่ลังเล ความเสียหายหรือเรื่องเดือดร้อนก็บานปลายไปใหญ่แล้ว ปรึกษากฎหมายได้ที่ >>สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์<<

เกือบแล้ว !!! เช่าหลักทรัพย์ประกันตัวเสียเงินซ้ำซ้อน โชคดีปรึกษาทนายก่อน

เกือบแล้ว !!! เช่าหลักทรัพย์ประกันตัวเสียเงินซ้ำซ้อน โชคดีปรึกษาทนายก่อน

          ประกันตัวเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ช่วงนี้มีคนเข้ามาปรึกษาทนายอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับเรื่องประกันตัวผู้ต้องหา ซึ่งแน่นอนว่าสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ของเราก็มีบริการทางด้านกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องประกันตัว ไม่ว่าจะเป็นการให้คำแนะนำ ให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมาย และหรือรวมไปถึงการรับประกันตัวผู้ต้องหาด้วยเช่นเดียวกัน และวันนี้สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ก็มีเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับการประกันตัวที่น่าสนใจ จึงอยากหยิบยกมานำเสนอให้ผู้ติดตามของเราได้มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องประกันตัวเพื่อเป็นประโยชน์และเป็นวิทยาทานที่ดีต่อทุกท่าน

เดือดร้อนหนักโร่ปรึกษาทนาย เกือบเสียรู้เช่าหลักทรัพย์ประกันตัว

เดือดร้อนหนักโร่ปรึกษาทนาย เกือบเสียรู้เช่าหลักทรัพย์ประกันตัว

          เรื่องราวต่อไปนี้เป็นเรื่องที่มีผู้เดือดร้อนได้โทรหาปรึกษาทนายความ เรื่องเช่าหลักทรัพย์ประกันตัว เรื่องราวน่าสนใจตรงที่ว่าหากผู้เดือดร้อนคนนี้ไม่ได้โทรหาทนายก่อน คงได้เงินซ้ำซ้อนหลายครั้งในการจะประกันตัวเป็นแน่

          ผู้เดือดร้อนท่านนี้ได้โทรมาปรึกษาทนาย ในที่นี้ขอใช้คำว่า นางสาว A นามสมมติ โดยนางสาว A บอกว่า “จะเช่าหลักทรัพย์ประกันตัว ทนายพอจะมีคนหาให้ได้ไหม เป็นผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์” ทางทนายจึงได้ถามไปว่า ศาลได้สั่งประกันตัวเท่าไร และเป็นคดีรูปแบบใดลักทรัพย์นายจ้างหรือลักทรัพย์กลางคืน ด้านนางสาว A จึงตอบมาว่าศาลสั่งประกันตัวในจำนวน 45,000 บาท ศาลตัดสินตอนนี้  1 ปี และผู้ต้องหาอยู่ในเรือนจำแล้ว โดยเป็นคดีลักทรัพย์เพื่อน และประกันตัวชั้นอุทธรณ์แล้ว

          ทางทนายจึงได้แนะนำนางสาว A ไปว่าไม่ต้องไปเสียเงินในการเช่าหลักทรัพย์ประกันตัว แต่ทางที่ดีควรจะมีทนายไว้ปรึกษาในการเขียนอุทธรณ์ดีกว่า เพื่อที่เธอจะได้ไม่ต้องไปเสียเงินซ้ำซ้อนและหลายรอบ นอกจากนี้นางสาว A ยังเล่าต่อถึงปัญหาที่พบอีกว่า หลังจากที่เธอไปเดินเรื่องที่ศาลเอง แต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับและหรือการตามเรื่องจากเจ้าหน้าที่ให้  อีกทั้งเธอยังถามทนายต่ออีกว่า เธอต้องจ้างงานใหม่แล้วเขียนอุทธรณ์ใหม่ใช่หรือไม่ ทนายจึงแนะนำนางสาว A ต่อว่ามาปรึกษาทนายให้ทนายเขียนอุทธรณ์ให้เป็นทางที่ดีกว่า และไม่ต้องใช้หลักทรัพย์อีกด้วย เพราะหากนางสาว A เอาเงินไปเช่าหลักทรัพย์ประกันตัว หลังจากนั้นเธอก็ต้องเสียเงินในการจ้างทนายอีก ซึ่งเป็นการเสียเงินที่ซับซ้อน ซึ่งนาสาว A จึงได้เข้าใจในหลักการและขั้นตอนวิธีการมากขึ้น หากไม่เจอทนายก่อนก็คงต้องเสียเงินในการเช่าหลักทรัพย์ประกันตัว และอาจเสียเงินมากกว่านั้นอีกหลายครั้ง และหลังจากที่เธอได้ปรึกษากับทนายความแล้ว เธอจึงเลือกที่จะมีทนายความสำหรับการเดินเรื่องประกันตัวผู้ต้องหาดังกล่าว เพราะการมีทนายความในการเดอินเรื่องจะสร้างความสะดวก รวดเร็ว ที่สำคัญคือถูกต้องตามวิธีการและหลักการที่ควรจะเป็น และยังทำให้เธอไม่ต้องเสียเงินซ้ำซ้อนในการเดินเรื่องเองอีกด้วย

ก่อนพลาดเจอทะแนะ ปรึกษาทนายก่อนอันดับแรกดีที่สุด !

ก่อนพลาดเจอทะแนะ ปรึกษาทนายก่อนอันดับแรกดีที่สุด !

          จากเหตุการณ์ดังกล่าวข้างต้น อย่างกรณีของนางสาว A ถ้าเธอไม่ได้โทรมาปรึกษาทนายก่อน และไม่ได้รับคำแนะนำและหรือเข้าใจวิธีการทางกฎหมายก่อน เธอก็อาจจะดำเนินการผิด และเสียเงินในการเช่าหลักทรัพย์ ที่จะทำให้ในอนาคตเธอต้องเสียเงินอีกหลายต่อหลายครั้งในการเดินเรื่องที่จะประกันตัวผู้ต้องหานั่นเอง กรณีนี้จึงถือว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจเรื่องหนึ่ง เพราะเชื่อว่ายังมีกหลายคนที่ยังไม่รู้ และอาจดำเนินการผิดขั้นตอนได้ สำหรับผู้เสียหายและหรือผู้ที่มีเรื่องเดือดร้อนไม่ว่าจะเรื่องใด ควรมีทนายความเพื่อปรึกษาเป็นอันดับแรกดีที่สุด ก่อนที่จะพลาดไปเจอ “ทะแนะ” ก่อนเจอทนาย เพราะถ้าหากเกิดเรื่องแล้วไปเจอทะแนะ ผู้รู้ที่รู้ไม่จริงแนะนำการเดินเรื่องที่ผิดตั้งแต่ต้น วิธีการของเรื่องนั้น ๆ ก็จะผิดตั้งแต่ต้นเช่นกัน ยกตัวอย่างคล้ายกับโดมิโน่ ถ้าตัวแรกล้มตัวต่อไปก็จะล้มเช่นเดียวกัน การไม่รู้กฎหมายไม่ใช่เรื่องที่ผิด แต่การมีทนายความจะช่วยให้ผู้เสียหายและหรือผู้ที่เดือดร้อนรู้และเข้าใจขั้นตอนทางกฎหมายอย่างถูกต้อง และมีผู้ที่รู้เรื่องไปดำเนินการให้ได้อย่างที่ต้องการ เรียกได้ว่าการมีทนายตั้งแต่ต้นเป็นเรื่องที่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง เพราะทนายความเหมือนยาสามัญประจำบ้านที่หากมีไว้ไม่เสียหาย ถึงคราวเดือดร้อนก็สามารถปรึกษาทนายได้ทันที โดยที่ไม่ต้องรอให้ทะแนะมาแนะนำการเดินเรื่องที่ผิด ๆ ปรึกษาทนายความได้ทันทีที่ >>ติดต่อเรา<<

หลักการ/ความสำคัญ/กระบวนการในการประกันตัว ผู้ต้องหา

หลักการ/ความสำคัญ/กระบวนการในการประกันตัว ผู้ต้องหา

          ประกันตัว ผู้ต้องหา เป็นกระบวนการทางกฎหมายที่เป็นสิทธิอย่างหนึ่งของมนุษยชน ซึ่งการประกันตัว ผู้ต้องหานี้มีบทบาทที่สำคัญในระบบยุติธรรม การประกันตัว ผู้ต้องหา จึงหมายถึงการขออนุญาตให้ผู้ต้องหาถูกปล่อยตัวและหรือปล่อยตัวชั่วคราวในระหว่างดำเนินคดีหรือระหว่างการสอบสวน หรือระหว่างการพิจารณาคดีชั้นอุทธรณ์/ฎีกาของเจ้าพนักงานและหรือจากศาล โดยจะมีหลักประกันหรือไม่มีก็ได้

          การที่ประกันตัว ผู้ต้องหานั้นจะสามารถช่วยให้ผู้ต้องหามีเวลาและหรือการเตรียมตัวเพื่อจะต่อสู้คดีได้ในชั้นศาล โดยที่ตัวผู้ต้องหานั้นจะเป็นอิสระและไม่ต้องถูกควบคุมตัวในระหว่างรอพิจารณาคดีตามที่ได้กล่าวไปข้างต้น โดยวันนี้สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ก็จะมาพูดถึงหลักการ ความสำคัญ และกระบวนการในเรื่องประกันตัว ผู้ต้องหาให้ทุกท่านได้ทราบกันว่าในการประกันตัว ผู้ต้องหานั้นมีวิธีการและหรือกระบวนการอย่างไรบ้าง

หลักการในการประกันตัวผู้ต้องหา

          ตามกฎหมายแล้วนั้นหลักการในการประกันตัว ผู้ต้องหา มีจุดประสงค์ก็เพื่อให้ผู้ต้องหาได้รับโอกาสในการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตน และได้รับอิสระจากการถูกควบคุมตัวจนกว่าศาลจะพิพากษาแล้วว่าผู้ต้องหามีความผิดจริง นอกจากนี้หลักการในการประกันตัว ผู้ต้องหายังแสดงให้สังคมได้เห็นและตระหนักถึงเรื่องของการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะสิทธิในการได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียมกันด้วย

          นอกจากที่กล่าวไปในข้างต้นถึงหลักการในการประกันตัว ผู้ต้องหาแล้วนั้น นอกจากนี้ยังมีวัตถุประสงค์หลักอีก 2 ประการ ได้แก่

1.ป้องกันไม่ให้ผู้ต้องหาที่ถูกประกันตัวหลบหนีและหรือก่อเหตุซ้ำอีก

2.เป็นการรับประกันว่าผู้ต้องหาจะมาปรากฏตัวและหรือรายงานตัวในศาลตามที่ได้นัดหมาย

และที่สำคัญการประกันตัว ผู้ต้องหา นั้นไม่ใช่ผู้ต้องหาทุกคนที่จะได้สิทธิได้รับการประกันตัวเสมอไป แต่ผู้ต้องหาทุกคนสามารถใช้สิทธิในการร้องขอการประกันตัว แต่ในการอนุมัติการประกันตัวนั้นจะต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลในการพิจารณาว่าผู้ต้องหานั้นหากได้รับการประกันตัวไปแล้วมีความเสี่ยงต่อการหลบหนีหรือไม่อย่างไร

ความสำคัญของการประกันตัวผู้ต้องหา

          1.การประกันตัว ผู้ต้องหา จะช่วยคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องหาตามกฎหมาย เพื่อไม่ให้ผู้ต้องหาถูกควบคุมตัว โดยไม่มีเหตุผลเพียงพอและการประกันตัวผู้ต้องหานี้จะช่วยให้ผู้ต้องหาสามารถมีเวลาในการเตรียมตัวเพื่อจะสู้คดีเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับตนเองอย่างเต็มที่

          2. การประกันตัว ผู้ต้องหาไม่ว่าจะชั่วคราวหรืออย่างไร การที่ผู้ต้องหาได้รับการประกันตัวจะเป็นหนึ่งในการช่วยลดจำนวนผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมตัวในเรือนจำได้ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดปริมาณผู้ต้องหาแล้ว ยังสามารถลดปัญหาต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นเรือนจำได้ด้วย

          3.การที่ผู้ต้องหาได้รับการประกันตัว ทำให้ผู้ต้องหาได้รับอิสระไม่ว่าจะชั่วคราวหรืออย่างไรก็ตาม แต่สิ่งนั้นทำให้ผู้ต้องหามีความเท่าเทียมและมีโอกาสที่จะป้องกันตัวเอง อีกทั้งผู้ต้องหายังสามารถสร้างความยุติธรรมให้กับตนเองได้ ซึ่งเป็นหลักการสำคัญของความยุติธรรมและการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม

          4.การที่เจ้าพนักงานและหรือศาลท่านได้พิจารณาให้ผู้ต้องหาได้รับการประกันตัว จะสามารถช่วยกระตุ้นให้กระบวนการพิจารณาได้คดีดำเนินไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากผู้ต้องหามีเสรีภาพในการติดต่อทนายความและเตรียมหลักฐานในการต่อสู้คดีได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

ปัญหาและข้อจำกัดในการประกันตัว

       อย่างที่กล่าวไปข้างต้นถึงความสำคัญของการประกันตัว แม้ว่าการประกันตัวจะมีความสำคัญ แต่การประกันตัว ผู้ต้องหา ก็จะมีปัญหาและข้อจำกัดที่ต้องคำนึงถึงเช่นเดียวกัน อาทิ การกำหนดหลักทรัพย์และหรือหลักประกันที่สูงเกินไปเป็นเหตุให้ผู้ต้องหาไม่สามารถขอประกันตัวได้ นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงที่ผู้ต้องหาบางรายเกิดการก่อเหตุซ้ำและหรือหลบหนีระหว่างการได้รับการประกันตัว  

กระบวนการของการประกันตัวผู้ต้องหา

          สำหรับกระบวนการในการประกันตัว ผู้ต้องหานั้น มีด้วยกันหลายวิธี ดังนี้

  1. ผู้ต้องหาและหรือทนายของผู้ต้องหา สามารถยื่นคำร้องขอประกันตัวต่อศาลได้ แต่ศาลจะเป็นผู้พิจารณาคำร้องและตัดสินใจว่าในคำร้องยื่นขอประกันตัวผู้ต้องหานั้น ผู้ต้องหามีสิทธิที่จะได้รับการประกันตัวหรือไม่อย่างไร
  2. เมื่อศาลเห็นควรพินิจพิจารณาแล้วว่าสามารถให้ผู้ต้องหาได้รับการประกันตัวได้ ต่อมาศาลจะกำหนดเงื่อนไขและจำนวนเงินประกันและหรือหลักประกันที่ผู้ต้องหาและทนายความของผู้ต้องหาจะต้องชำระให้
  3. เมื่อผู้ต้องหาและหรือทนายความชำระเงินประกันหรือจัดหาหลักประกันตามที่ศาลกำหนดแล้ว ขั้นตอนต่อไปศาลจะมีคำสั่งปล่อยตัวผู้ต้องหา โดยก็จะมีเงื่อนไขระบุชัดเจนว่าผู้ต้องหาที่ได้รับการประกันตัวนั้น ต้องมารายงานตัวที่ศาลตามวันเวลาที่นัดหมาย รวมไปถึงผู้ต้องหาจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนดอย่างเคร่งครัดด้วย
  4. นอกจากนี้ในบางกรณีสำหรับผู้ต้องหาบางรายศาลท่านอาจมีการกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมให้ อาทิ อาจต้องมีการติดตั้งเครื่องติดตาม (กำไล EM) เป็นต้น เพื่อเป็นการรายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ อีกทั้งการป้องกันการออกนอกประเทศ

          อย่างที่กล่าวไปข้างต้นถึงการประกันตัว ผู้ต้องหา นั้น หากไม่อยากเดินเรื่องเองให้ยุ่งยากหรือวุ่นวายบริการทางกฎหมายอีกหนึ่งบริการที่สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ของเรายินดีให้บริการก็คือบริการรับประกันตัว ผู้ต้องหา , ประกันตัวด่วน และหรือคดีความนอกเหนือจากนี้ก็สามารถเข้ามาปรึกษาและเข้ามาพูดคุยกับทนายความของเราได้เพราะที่เรายินดีให้บริการทางด้านกฎหมายครอบคลุมทุกเรื่องทุกคดีความปรึกษาทนายผู้เชี่ยวชาญติดต่อ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

ทำความรู้จักคดีแพ่ง จะฟ้องคดีแพ่ง ต้องทำไรอย่างไร ?

ทำความรู้จักคดีแพ่ง จะฟ้องคดีแพ่ง ต้องทำไรอย่างไร ?

          คำว่า “ฟ้องคดีแพ่ง” หลายคนคงเคยยินคำนี้กันมาบ้างแล้ว และแน่นอนว่าก็ยังมีอีกหลายคนเช่นกันที่ยังไม่รู้ว่าคดีแพ่งคืออะไร ? คดีแพ่งมีอะไรบ้าง ? จะฟ้องคดีแพ่งในกรณีไหนได้บ้าง ? ถ้าจะฟ้องคดีแพ่งต้องเกิดเรื่องกรณีแบบไหน ? และหรือกรณีแบบนี้สามารถฟ้องคดีแพ่งได้ไหม ? คำตอบของคำถามเหล่านี้ที่หลายคนสงสัย วันนี้สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ได้รวบรวมคำตอบสำหรับทุกคำถามในแบบเข้าใจง่าย ๆ มาฝากทุกท่านกัน

ทำความเข้าใจ “คดีแพ่ง” คืออะไรในแบบฉบับเข้าใจง่าย

ทำความเข้าใจ “คดีแพ่ง” คืออะไรในแบบฉบับเข้าใจง่าย

          สำหรับใครที่อยู่ในแวดวงกฎหมายและหรือทนายความคงรู้จักคดีแพ่งอยู่แล้วว่าคือคดีแบบไหน กรณีไหนสามารถฟ้องคดีแพ่งได้บ้าง และหรือใครที่จะฟ้องคดีแพ่ง ก็ต้องรู้จักกันก่อนว่าคดีแพ่งนั้นคืออะไร

          คดีแพ่ง คือ คดีที่มีการโต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่กันเกิดขึ้นของบุคคลตามกฎหมายแพ่ง ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องส่วนตัวของบุคคล 2 ฝ่ายที่มีการผิดสัญญากันนั่นเอง รวมไปถึงความต้องการโต้แย้งสิทธิหน้าที่กัน หรือเป็นคดีที่มีการร้องขอต่อศาลให้รับรองสิทธิบางอย่างให้ เช่น เรื่องชู้สาว , การฟ้องชู้ , ฟ้องหย่า , เรียกค่าเลี้ยงดูบุตร , การกู้ยืมเงิน , การขอให้อีกฝ่ายชดใช้เงินค่าเสียหาย , การให้อีกฝ่ายคืนคืนของ หรือให้อีกฝ่ายจ่ายค่าเสียหายต่าง ๆ ให้ หรือต้องการให้อีกฝ่ายทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง รวมไปถึงการฟ้องคดีแพ่งฟ้องร้องให้ผู้กู้ชำระเงินตามสัญญากู้ หรือการฟ้องเรียกให้ผู้ละเมิดชดใช้ค่าเสียหายให้ เป็นต้น

ตัวอย่างเหตุการณ์

          เช่น นาย A ได้เกิดอุบัติเหตุรถชน และรถของนาย A ได้รับความเสียหาย ต่อมาบริษัทประกันภัยของนาย A ปฏิเสธการรับผิดชอบในการจัดซ่อมรถ โดยมีหนังสือปฏิเสธความรับผิดมาให้ เมื่อนาย A ไม่ได้รับการรับผิดชอบต่อบริษัทประกันภัย ดังนั้น นาย A จึงสามารถปรึกษาทนายเพื่อฟ้องคดีแพ่ง ในการฟ้องคดีผู้บริโภคเพื่อเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันภัยได้ เป็นต้น

ข้อควรรู้ ! ในการว่าจ้างทนายฟ้องคดีแพ่ง

          ในการว่าจ้างทนายในการฟ้องคดีแพ่งอย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าคดีแพ่งมีหลายเรื่องและหลายกรณีออกไป และผู้เสียหายและหรือผู้ที่ต้องการว่าจ้างทนายในการฟ้องคดีแพ่ง จะต้องมีขั้นตอนการเตรียมตัวอย่างไร และต้องรู้ข้อควรรู้อะไรบ้าง วันนี้มีคำตอบ

1.รวบรวมหลักฐานทั้งหมดที่มี เนื่องจากการตัดสินในคดีแพ่งส่วนใหญ่แล้วตัดสินจากเอกสารและหรือหลักฐานที่มีเป็นหลัก 

2.หลังจากได้มาพบทนายเพื่อปรึกษาคดี ควรบอกเล่าเรื่องราว และหรือถ่ายทอดเรื่องราวที่ผู้เสียหายประสบพบเจอให้ทนายความฟังอย่างละเอียด และต้องเป็นความจริงทั้งหมด

3.หลังจากที่ทนายความได้ประเมินเรื่องราวของผู้เสียหายแล้ว หลังจากนั้นจะมีการตกลงและหรือเซ็นสัญญาว่าจ้างทนายความในการฟ้องคดีแพ่งเกิดขึ้น และหลังจากนั้นจะเป็นหน้าที่ของทนายความในการดำเนินการฟ้องคดีแพ่งทั้งหมด

บริการรับทำคดีแพ่งของเรา มีอะไรบ้าง ?

-คดีที่มีข้อพิพาทกัน

-คดีเกี่ยวกับที่ดิน

-คดีเกี่ยวกับสัญญา

-คดีเกี่ยวกับการกู้ยืมเงิน

-คดีเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วน/บริษัท

-การฟ้องให้ชำระหนี้

-การผิดสัญญาซื้อขาย

และคดีความอื่น ๆ ที่ถือเป็นคดีแพ่ง

ทำไมต้องให้เราดำเนินคดีแพ่งให้ ?

          สำหรับคดีแพ่งแล้วนั้น เป็นคดีความที่มีอยู่ในมือของสำนักงานของเราเป็นจำนวนมาก และมีคดีความที่ผู้เสียให้ให้ดำเนินคดีหลากหลายกรณีออกไปเช่นกัน และไม่ว่าจะเป็นการรับปรึกษาคดีเบื้องต้นเกี่ยวกับคดีแพ่ง หรือทำคดีเกี่ยวกับที่ดิน คดีเกี่ยวกับการผิดสัญญา คดีเกี่ยวกับการกู้ยืมเงิน และคดีอื่น ๆ อีกมากมายที่เรารับทำเกี่ยวกับคดีแพ่งนี้ ก็สามารถเรียกได้ว่าสำนักงานของเรามีประสบการณ์ทางด้านการฟ้องคดีแพ่งอยู่มากพอสมควร และนอกจากนี้สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ยังยินดีรับปรึกษาคดีต่าง ๆ อีกด้วย

       และแน่นอนว่าหากผู้เสียหายท่านใดที่ต้องการจะใช้บริการทางด้านกฎหมายกับสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ นอกจากจะเข้ามาปรึกษาทนายในรูปแบบวอล์กอินที่สำนักงานฯ ของเราแล้ว ยังสามารถปรึกษาทนายความของเราได้ทุกที่ในรูปแบบออนไลน์ในทุกช่องทางอีกด้วย อาทิ เฟซบุ๊ก : สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ เฟซบุ๊ก : กฎหมายและการประกันภัยรถยนต์ และไลน์แอด @Wongsakorn หรือคลิก ติดต่อเรา ได้ทันทีเมื่อท่านต้องการทนายความดี ๆ ไว้ปรึกษากฎหมาย

Line @ คลิก! โทรหาเรา คลิก!