จำเป็นหรือไม่ที่ต้องมีคนรู้เรื่องกฎหมาย ไปเจรจาที่สถานีตำรวจด้วย ?

จำเป็นหรือไม่ที่ต้องมีคนรู้เรื่องกฎหมาย ไปเจรจาที่สถานีตำรวจด้วย ?

วันนี้สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์กับทนายอาร์ม มีเกล็ดความรู้ที่ต้องรู้ไว้ เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเองมาฝากทุกท่านกันอีกเช่นเคย เกี่ยวกับเรื่องที่ว่า จำเป็นหรือไม่ที่ต้องมีคนรู้เรื่องกฎหมาย ไปเจรจาที่สถานีตำรวจด้วย เรียกได้ว่าเป็นคำถามที่หลายคนน่าจะอยากรู้อย่างแน่นอน เพราะบางท่านคงอยากรู้กันว่าเมื่อมีเหตุการณ์ที่จะต้องไปสถานีตำรวจ หรือเกิดอุบัติเหตุแล้วต้องมีการไปเจรจาค่าเสียหายที่สถานีตำรวจ เราจำเป็นที่จะต้องมี ทนายความ หรือผู้รู้เทคนิคทางกฎหมายไปร่วมเจรจาด้วยหรือไม่

ผู้เสียหายทักปรึกษาสงสัยจำเป็นต้องมีทนายไปร่วมเจรจาด้วยหรือไม่ ?

จำเป็นต้องมี ทนาย ไปร่วมเจรจาด้วยหรือไม่?

โดยต้นตอของการมาให้ความรู้ของทนายอาร์มในครั้งนี้ก็คือเรื่องมีอยู่ว่าวันหนึ่ง ทนายอาร์มได้รับคำปรึกษาจากผู้เสียหายท่านหนึ่งทักข้อความมาปรึกษาในช่องทางเฟซบุ๊กแฟนเพจของสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ว่า เขาเกิดอุบัติเหตุและจะไปเจรจาค่าเสียหายกับบริษัทประกันภัยที่สถานีตำรวจแห่งหนึ่ง จึงต้องการจ้างทนายความผู้รู้กฎหมายไปร่วมเจรจาค่าเสียหายด้วย ตรงนี้จึงเป็นที่มาของบทความนี้ว่า จำเป็นหรือไม่ที่ต้องมีคนรู้เรื่องกฎหมาย ไปเจรจาในสถานีตำรวจด้วย และวันนี้ทนายอาร์มจะมาให้ความรู้กับมุมมองชวนคิดกันว่าจำเป็นหรือไม่

          หลายคนคงอยากรู้ว่าจริง ๆ แล้วนั้นคำตอบของคำถามนี้นั้น จำเป็นหรือไม่ ในความเห็นส่วนตัวของทนายอาร์มมองว่า ไม่ได้จำเป็นขนาดนั้น คือเมื่อเราไปเจรจาที่สถานีตำรวจนั้น มีเหตุผลที่ไม่จำเป็น เนื่องจากตัวของบริษัทประกันภัยเองจะเพียงแค่รับเรื่องไปเสนอที่บริษัทเท่านั้นเอง ไม่ได้ทำให้ผู้เสียหายได้ประโยชน์อะไรจากการไปเจรจาที่สถานีตำรวจเท่าไรนัก หรือเรียกได้ว่าไม่ได้รับประโยชน์อะไรเลยก็ว่าได้ ในการประกอบกิจการบริการธุรกิจสำนักงานทนายความของทนายอาร์ม จากประสบการณ์การดำเนินกิจการมามากกว่า 10 ปีแล้ว ที่ผ่านมาทนายอาร์มไม่เคย หรือต้องเน้นที่จะต้องไปเจรจาที่สถานีตำรวจ เพราะมองว่าไม่มีประโยชน์ทั้งตัวผู้เสียหายเองและตัวทนายเอง ที่สำคัญเลยคือผู้เสียหายไม่ได้รับประโยชน์อะไรกับการไปเจรจาที่สถานีตำรวจ

ไม่จำเป็นต้องเอาทนายไปร่วมเจรจา แต่ถ้าไม่อยากถูกเอาเปรียบต้องจ้างทนาย

การที่ต้องการเอาทนายความหรือผู้รู้เทคนิคทางกฎหมายไปเจรจาที่สถานีตำรวจ สรุปคือเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็นอย่างมาก แต่ถ้าเมื่อไรเราเห็นว่าถูกเอาเปรียบ หรือรู้สึกว่าจะถูกบริษัทประกันภัยเอาเปรียบ ไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือไม่ได้ประโยชน์ ควรและจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตั้งทนาย หรือมีทนายความไว้ทันที และทนายจะเป็นผู้กำหนดแนวทางการทำคดีให้เอง เนื่องจากผู้เสียหายหลายท่านอาจจะไม่มีความรู้ความเข้าใจในเทคนิคทางกฎหมาย เพราะฉะนั้นแล้วเราจึงต้องให้ทนายเป็นคนวางแผนคดี และดำเนินคดีให้ เราเป็นเพียงแค่ผู้เสียหายไม่จำเป็นต้องวางแผนคดีแทนทนาย ข้อสำคัญอย่างยิ่งของการมีทนายความคือเพื่อให้ผู้เสียหายไม่เสียรู้ต่อบริษัทประกันภัย อีกทั้งการมีทนายยังทำให้เรารู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของบริษัทประกันภัยเพิ่มมากขึ้นด้วย อย่ารอให้ตัวเองตกเป็นเหยื่อของบริษัทประกันภัย อย่ารอให้ถูกเอาเปรียบ หากเกิดอุบัติเหตุควรรีบติดต่อทนายทันที และมีทนายไว้ทำคดีดีที่สุด เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง ปรึกษาทนายความคลิก สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

ประกันภัยรถยนต์ทำไมต้องมี มีแล้วดีอย่างไร by โปรเด็ดประกันภัย

ประกันภัยรถยนต์ทำไมต้องมี มีแล้วดีอย่างไร by โปรเด็ดประกันภัย

อุบัติเหตุเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่ผู้ใช้รถใช้ถนนทุกท่านก็ไม่สามารถห้าม หรือควบคุมอุบัติเหตุไม่ให้เกิดขึ้นได้ แม้ว่าจะขับขี่กันอย่างระมัดระวังและมีสติแล้ว แต่อุบัติเหตุก็สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เช่น เราไม่ชนเขา เขาก็ชนเรา หรือเหตุการณ์อื่น ๆ ที่ไม่คาดคิดบนท้องถนน ประกันวินาศภัยหรือประกันภัยรถยนต์จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยคุณได้ดีในเวลาที่คุณเกิดอุบัติเหตุ แน่นอนว่าจะเป็นสิ่งแรกที่คุณนึกถึงอย่างแน่นอน สำหรับใครที่กำลังมองว่าประกันภัยรถยนต์นั้นไม่สำคัญ ต้องห้ามพลาดความรู้ดี ๆ ความสำคัญ และประโยชน์ของประกันภัยรถยนต์กัน

ประกันภัยรถยนต์คืออะไร ?

        การประกันภัย หมายถึง การบริหารความเสี่ยงภัยวิธีหนึ่ง ซึ่งจะโอนความเสี่ยภัยของเจ้าของรถหรือผู้เอาประกันภัยไปสู่บริษัทประกันภัย เมื่อใดที่เกิดความเสียหายต่อตัวรถขึ้น บริษัทประกันภัยก็จะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามที่ได้รับความคุ้มครองในกรมธรรม์ประกันภัยนั่นเอง โดยที่เจ้าของรถหรือผู้เอาประกันภัยจะต้องจ่ายเบี้ยประกันให้บริษัทประกันภัยตามจำนวนและระยะเวลาที่ได้ตกลงกันตามสัญญา เป็นการวางแผนป้องกันความเสี่ยงในอนาคตอย่างหนึ่ง

       ประกันภัยรถยนต์  คือ ข้อตกลงร่วมกันระหว่างบริษัทประกันภัยรถยนต์กับบุคคลหรือผู้บริโภค เมื่อหลังจากเซ็นสัญญาทำประกันแล้ว บริษัทประกันภัยรถยนต์จะต้องให้ความคุ้มครองต่อรถยนต์จากการสูญหาย หรือ ความเสียหายจากกรณีที่เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยการทำประกันภัยรถยนต์นั้นก็เพื่อที่จะคุ้มครองความเสียหายหรือสูญเสียอันเกิดจากการใช้รถ อาทิ รถบุบสลาย หรือสูญหาย นอกจากนี้ความเสียหายหรือความสูญเสียที่ก่อให้เกิดขึ้นแก่ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน ของบุคคลภายนอก รวมทั้งบุคคลที่โดยสารอยู่ในรถยนต์นั้นด้วย

ประกันภัยรถยนต์มีกี่ประเภท ?

       ประกันภัยรถยนต์ในไทยมีด้วยกันทั้งหมด 5 ประเภท ตามกฎหมายรถทุกคันจำเป็นต้องมี พ.ร.บ. เมื่อต่อทะเบียนรถ แต่พ.ร.บ. นั้นคุ้มครองเฉพาะค่ารักษาพยาบาลคนเจ็บเท่านั้น เจ้าของรถจึงควรต้องทำประกันภัยรถยนต์ชั้นอื่น ๆ เพิ่มไว้ด้วย เพื่อคุ้มครองรถและทรัพย์สินเพิ่มทั้งของเราและของคู่กรณีด้วย โดยประกันชั้นต่าง ๆ ที่เลือกได้ทำเพิ่มได้มีดังนี้

ประกันภัยชั้น 1

       ประกันชั้น 1 นี้จะคุ้มครองทุกอย่าง ซื้อไว้รับรองว่าอุ่นใจแน่นอน

ประกันภัยชั้น 2+

       ประกันชั้นนี้จะซ่อมทั้งรถเราและรถของคู่กรณี  (ในกรณีรถชนรถเท่านั้น) นอกจากนั้นการคุ้มครองอื่น ๆ จะเหมือนกับประกันชั้น 1

ประกันภัยชั้น 3+

       ประกันชั้น 3+ นี้จะซ่อมทั้งรถเราและรถของคู่กรณี  (ในกรณีรถชนรถเท่านั้น) แต่ไม่มีการคุ้มครองในส่วนรถสูญหาย ไฟไหม้ หรือภัยธรรมชาติ

ประกันภัยชั้น 3

       ประกันชั้นนี้เคลมรถของคู่กรณีเท่านั้น แต่จะเคลมรถเราไม่ได้ และไม่มีการคุ้มครองในส่วนรถสูญหาย ไฟไหม้ หรือภัยธรรมชาติ

ถ้าเกิดอุบัติเหตุรถชนรถขึ้นมา เมื่อรถเราไปชนเข้ากับรถคนอื่นประกันภัยแต่ละชั้นจะคุ้มครองดังนี้

       ประกันภัยรถยนต์สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เป็นสิ่งที่จะมีแต่ประโยชน์และข้อดในวันที่คุณเกิดปัญหาเกิดอุบัติเหตุประกันภัยจะเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่คุณจะนึกถึง วันนี้จึงพามาแนะนำประกันภัยว่าควระทำแบบไหน ชั้นไหนดีถึงจะตอบโจทย์คุณได้มากที่สุด

พ.ร.บ. = จะคุ้มครองเพียงค่ารักษาพยาบาลคนเจ็บเท่านั้น

ประกันภัยชั้น 1 = คุ้มครองครอบคลุมทุกกรณี

ประกันภัยชั้น 2+ = คุ้มครองเพราะครอบคลุมรถชนรถ สามารถเคลมได้ทั้งรถเราและรถคู่กรณี

ประกันภัยชั้น 3+ = คุ้มครองเพราะครอบคลุมรถชนรถ สามารถเคลมได้ทั้งรถเราและรถคู่กรณี

ประกันภัยชั้น 3 = เนื่องจากเราไปชนเขาเท่ากับว่าเราเป็นฝ่ายผิด จะเคลมรถเราไม่ได้ แต่จะสามารถเคลมรถคู่กรณีได้เท่านั้น

        และถ้ากรณีที่รถเราโดนชน เราเป็นฝ่ายถูก บริษัทประกันจะคุยกับคู่กรณีให้เอง โดยประกันทุกชั้นคู่กรณีเป็นผู้จ่ายค่าเสียหายให้ หากรถเราถูกชนแล้วหนี ไม่ว่าประกันชั้นไหนก็ตามหากเรามีหลักฐานชัดเจนสามารถแจ้งทะเบียนรถของคู่กรณีได้ให้แจ้งความและโทรแจ้งประกันเพื่อดำเนินการรับใบเคลมและรับความคุ้มครองได้ทันที

 ประกันภัยรถยนต์สำคัญอย่างไร จำเป็นต้องทำหรือไม่ ?

        หากหลายท่านยังมองภาพไม่ออกว่าประกันภัยรถยนต์สำคัญมากน้อยแค่ไหน วันนี้พาทุกท่านมาทำความเข้าใจกันว่าหากรถของเราตกอยู่ในสถานการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ ประกันภัยสำคัญหรือไม่ และประกันชั้นไหนคุ้มครองสถานการณ์ไหนบ้าง

 -หากรถของเราไปชนอย่างอื่นที่ไม่ใช่รถ ประกันจะคุ้มครองเพียงประกันชั้น 1 เท่านั้น

-หากรถเจอน้ำท่วมหรือภัยธรรมชาติ ถ้ามีประกันชั้น 1 หรือ 2+ ประกันจะคุ้มครอง

-ในกรณีที่รถสูญหาย มีเพียงประกันชั้น 1 และ 2+ เท่านั้นที่คุ้มครอง

-ในกรณีที่รถไฟไหม้ มีเพียงประกันชั้น 1  และ 2+ เท่านั้นที่คุ้มครองเช่นกัน

เรียกได้ว่าแต่ละสถานการณ์มีสิทธิ์และอาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาก็ว่าได้ ดังนั้น ถ้าหากใครกำลังคิดว่าประกันภัยรถยนต์ไม่สำคัญ ไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ ให้ลองนึกถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับรถของคุณดู และเมื่อถึงเวลานั้นจริง ๆ คุณจะทำอย่างไรต่อไปหากไม่มีประกันภัย อย่าปล่อยให้รถไม่มีประกันและควรทำประกันเพิ่มเพื่อตัวคุณและคนรอบข้าง สิ่งดี ๆ ที่ตัวคุณเลือกได้เองกับประกันภัยโปรโมชั่นดี ๆ ต้องที่ >>>โปรเด็ดประกันภัย เท่านั้น

5   ข้อดีของประกันภัยรถยนต์ สิ่งดี ๆ ที่ตัวคุณเลือกเองได้

  1. อุ่นใจทั้งเราและคู่กรณี

หากวันหนึ่งคุณเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดบนท้องถนนขึ้นมา อย่างน้อยถ้าเรามีประกันภัยก็สามารถอุ่นใจได้ว่าประกันจะช่วยเราแน่นอน เช่น ค่าซ่อมทั้งเราและคู่กรณี โดยที่เราไม่ต้องสำรองจ่ายไปก่อนอีกด้วย

  1. อุ่นใจอีกขั้นไม่ต้องสำรองค่ารักษาพยาบาลเอง

หากเกิดอุบัติเหตุแล้วมีผู้ได้รับบาดเจ็บขึ้นมาไม่ว่าจะเป็นเราหรือคู่กรณีก็ตาม ประกันภัยจะช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลให้ตามวงเงิน เรียกได้ว่าสามารถช่วยแบ่งเบาภาระไปได้มากและอุ่นใจแน่นอนหากมีประกันไว้

  1. ประกันภัยพร้อมเคียงข้างช่วยเหลือ 24 ชม.

หากเกิดอุบัติเหตุสามารถขอความช่วยเหลือประกันได้ตลอด 24 ชม. พร้อมเคียงข้างคุณในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเวลาไหน จังหวัดใด ก็ครอบคลุมทุกพื้นที่เพื่อไปดูแลและช่วยเหลือคุณ

  1. คุ้มครองอย่างครอบคลุม สบายใจได้

ไม่ว่าจะกรณีใด ทั้งรถหาย เกิดเหตุไฟไฟม้ รวมไปถึงน้ำท่วม หากมีประกันภัยก็อุ่นใจได้ทันที เพราะจะได้รับเงินชดเชยตามความคุ้มครองของกรมธรรม์ แต่ไม่ครอบคลุมความเสียหายของทรัพย์สินเท่านั้น

  1. รอรถซ่อมก็มีรถให้ใช้ ไม่ต้องลำบาก

หากเกิดอุบัติเหตุแล้วรถเข้าอู่ซ่อมอยู่ หลังจากนั้นไม่ต้องกังวลเลยว่าคุณจะไม่มีรถใช้ หากมีประกันภัยรถยนต์ ระหว่างรอรถซ่อมคุณก็จะมีรถใช้ไม่ต้องเดือดร้อนเรื่องรถแน่นอน หรือถ้าหากไม่ต้องการรถใช้ระหว่างรอซ่อมก็สามารถเลือกเป็นค่าเดินทาง หรือไม่ก็ค่าน้ำมันชดเชยได้อีกด้วย สะดวกและสบายสุด ๆ เพียงแค่มีประกันภัย

        ประกันภัยรถยนต์สิ่งดี ๆ ที่คุณไม่ควรมองข้าม เพราะเมื่อทำไว้แล้วไม่เสียเปล่าอย่างแน่นอน เพราะคุณจะได้รับประโยชน์อย่างที่คุณไม่คาดคิดว่าจะได้ ทั้งอุ่นใจ ปลอดภัย สะดวกสบาย สบายใจทั้งตัวคุณและคู่กรณี เพราะอุบัติเหตุเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา อย่าชะล่าใจ ขับรถเก่งแค่ไหนก็สามารถเกิดอุบัติเหตุได้ ทำไว้ดีกว่าแก้ไขในวันที่สายไป ประกันภัยรถยนต์ราคาดีกับโปรโมชั่นโดน ๆ ต้องที่ โปรเด็ดประกันภัย

สำนักงานประกันวินาศภัย ศุภสิทธิ์ ศิริ

ภัยร้ายออนไลน์ คอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ #แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกให้กดลิงก์ ถูกดูดเงินหมดบัญชี

ภัยร้ายออนไลน์ คอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ

ทนายอาร์มเห็นว่าไม่นิ่งนอนใจ ได้มีคำพิพากษาศาลฎีกาเคยตัดสินให้ผู้รับฝากทรัพย์เป็นฝ่ายต้องผิด (ธนาคารด้วย) ฉะนั้นแล้วอย่าเพียงแค่ไปแจ้งความปล่อยให้คดีขาดอายุความไปเฉย ๆ รีบดำเนินการเอาเงินคืนด่วน ! ด่วน ! ด่วน !

แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรือ คอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ คือ มิจฉาชีพรูปแบบใหม่เป็นภัยร้ายออนไลน์ที่แทรกซึมเข้ามาในประเทศไทยระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งหลาย ๆ ท่านน่าจะคุ้นเคย หรือคุ้นหูเกี่ยวกับวีรกรรมต่าง ๆ ของคอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ ที่สร้างความเดือดเนื้อร้อนใจเกี่ยวกับมิจฉาชีพจอมหลอกลวงรูปแบบนี้เป็นอย่างดี และเชื่อว่าคงมีหลายคนไม่น้อยเลยที่หลงไปเชื่อพวกกลโกงของคอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ หลอกลวงให้เสียหายไปชนิดที่เรียกว่าหนักหนาสาหัสก็ว่าได้  โดยกลโกง หรือกลวิธีที่กลุ่มคอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพเหล่านี้มักนำมาหลอกลวงเหยื่อก็มีไม่น้อยเลยทีเดียว และยิ่งนานวันเข้าเหล่าพวกมิจฉาชีพนี้ก็หนักข้อขึ้นเรื่อย ๆ ทุกวัน สร้างความเสียหายสาหัสถึงขั้น หลอกให้กดลิงก์ เพื่อดูดเงินในบัญชีของผู้เสียหายไปจนหมดเกลี้ยงก็มีมาแล้ว

เตือนภัย พฤติการณ์ของวายร้าย คอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ

กลุ่มบุคคลที่ได้ชื่อว่าเป็นคอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพประเภทนี้  มักจะมีพฤติการณ์การหลอกลวงเหยื่อในรูปแบบต่าง ๆ ผ่านเครื่องมือสื่อสารอย่างโทรศัพท์มือถือ หรือผ่านระบบอินเทอร์เน็ตเป็นส่วนใหญ่ โดยมีพฤติการณ์ที่แตกต่างกันออกไป และดูเหมือนว่ากลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพเหล่านี้มักจะมีรูปแบบหรือพฤติการณ์อันแปลกใหม่ออกมา เพื่อใช้เป็นกลอุบายหลอกลวงเอาเงินเหยื่ออยู่เสมอ ๆ โดยพฤติการณ์การหลอกลวงเหยื่ออย่างผู้เสียหายให้หลงเชื่อมักมีดังนี้

คอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ

คอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ คือ มิจฉาชีพที่มาในรูปแบบของพนักงานคอลเซ็นเตอร์นั่นเอง พฤติการณ์จะเป็นในลักษณะทำทีเป็นพนักงานคอลเซ็นเตอร์ เป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่าง ๆ บางครั้งทำทีเป็นข้อความเสียงแบบอัตโนมัติ โทรเข้ามาเพื่อให้กดปุ่มติดต่อเจ้าหน้าที่ ซึ่งก็คือพวกแก๊งมิจฉาชีพเอง โดยพวกนี้จะมีเรื่องราวที่นำมาหลอกเอาเงินกับผู้เสียหายได้หลายเรื่องและทำให้ผู้เสียหายเชื่อจนสนิทใจ

ทำเนียนเป็นรู้จัก

นอกจากคอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ เหล่านี้มักจะชอบทำตัวเป็น คอลเซ็นเตอร์แล้ว ยังมักจะมาในรูปแบบทำเนียนเป็นคนรู้จัก มาขอหยิบยืมเงิน หรือบางครั้งมักแอบอ้างเป็นบุคคลในครอบครัว เช่น ลูก พ่อ แม่ ส่วนใหญ่อ้างเรื่องที่เกี่ยวกับความเดือดร้อนของคนนั้น ๆ เพื่อมาหลอกให้โอนเงินไปทันที และกลนี้ก็ทำให้มีผู้หลงเชื่อไปหลายคนเลยทีเดียว

ข้อความ SMS ปลอมหลอกให้กดลิงก์

คอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ พวกนี้มักส่งข้อความผ่าน SMS มา ส่วนใหญ่เป็นในเชิงว่า “คุณเป็นผู้โชคดีได้รับรางวัลต่าง ๆ” หรือ “คุณได้รับเงินรางวัล” ฯลฯ และส่งลิงก์มาให้คุณกดเข้าไป ผู้เสียหายบางคนเคยถูก หลอกให้กดลิงก์ แล้วถูกดูดเงินในบัญชีธนาคารหายไปจนขึ้นโรงขึ้นศาลกันมานักต่อนักแล้ว

                   ตัวอย่างที่นำเสนอไปในขั้นต้น ภัยร้ายคอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ ในรูปแบบออนไลน์ได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนหรือชาวบ้านผู้ไม่รู้ไปเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะในรูปแบบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรือมิจฉาชีพที่มาในรูปแบบคนรู้จัก ฯลฯ
 คอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ ต่างก็ส่งผลให้กับผู้เสียหายที่หลงเชื่อไปไม่น้อย บางคนเสียหายมาก บางคนเสียหายน้อย หรือแม้แต่บางคนยังล้มละลายหมดตัวไปเลยถึงขั้นต้องจบชีวิตตัวเองลงก็มีเป็นกรณีตัวอย่างให้เห็นไม่น้อย เรียกได้ว่าในยุคสมัยแบบนี้ไว้ใจ หรือเชื่อใจใครไม่ได้เลย อย่างกรณีต่อไปนี้ ทนายอาร์ม จะขอมาแนะเตือนภัยเกี่ยวกับผู้เสียหายคนหนึ่งที่ถูกหลอกให้กดลิงก์ และหลังจากที่กดลิงก์ไปแล้วก็ได้สร้างบทเรียนราคาแพงให้ผู้เสียหายท่านนี้เลยทีเดียว

มิติใหม่ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ Upgrade ใหม่ หลอกให้กดลิงก์ดูดเงินในบัญชี

เตือนภัยคอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ มิติใหม่ของภัยร้ายออนไลน์ Upgrade ความร้ายแรงใหม่ หลอกให้กดลิงก์มา #หลอกดูดเงินในบัญชีธนาคาร จนหมดเกลี้ยง เรียกได้ว่าเป็นภัยร้ายแบบใหม่ในสังคมออนไลน์ ที่เราต้องรีบรู้อย่างมากกับการที่ถูก 
คอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ หลอกเอาเงินไปหมดบัญชี

                   เมื่อผู้เสียหายท่านหนึ่ง ได้เปิดบัญชีกับธนาคารแห่งหนึ่ง และได้ทำแอปพลิเคชันธนาคารตามปกติ แต่ดันเจอ คอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ ส่งลิงก์มาให้ พอผู้เสียหายกดเข้าไปในลิงก์ดังกล่าวปรากฏว่า ผู้เสียหายโดนดูดเงินไปหมดบัญชีแล้วจนผู้เสียหายเดือดร้อนเป็นอย่างมาก  ต่อมาไม่นานเรื่องแดงถึงชั้นศาล ธนาคารที่ผู้เสียหายเปิดบัญชีไว้จึงได้รับผลไปด้วย  เนื่องจากกรณีนี้ศาลฎีกาได้ตัดสินให้ธนาคารร่วมรับผิดชอบต่อผู้เสียหายจากการกระทำความผิดของ คอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ  ด้วย โดยกรณีแบบนี้มีผู้เสียหายจำนวนมากที่ถูก คอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ ส่งลิงก์หลอกดูดเงินจนหมดบัญชี หนำซ้ำหลังเรื่องแดงแล้ว ยังเคราะห์ซ้ำกรรมซัดต่อผู้เสียหาย เพราะคดีความยังไม่มีความคืบหน้า ผู้เสียหายยังไม่ได้เงินคืน รอนานจนผู้เสียหายหมดหวังกับการที่ถูกพวก
คอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ หลอกให้กดลิงก์ เรียกได้ว่าเป็นการสร้างความเสียหายครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตของผู้เสียหายเลยก็ว่าได้

 ทนายอาร์ม ขอแนะหากเจอคอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ หลอกให้กดลิงก์ดูดเงินหมดบัญชีควรทำอย่างไร

                   อย่างกรณีตัวอย่างข้างต้นที่ถูกพิษ คอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ แบบนี้  #ทนายอาร์ม ขอแนะว่า หากคุณได้ตกเป็นผู้เสียหายหลงเชื่อ และกลายเป็นเหยื่อของ คอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ ถูกดูดเงินไปหมดบัญชีคล้ายกับกรณีตัวอย่างนี้ นอกจากจะต้องเดือดร้อนกับเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ แล้ว ยังถูกดองคดีความ ไร้การรับรับผิดชอบจากธนาคารอีก ควรหาทนายเข้าดำเนินการฟ้องเลยดีที่สุด เพราะนาทีนี้คงมีแต่เราที่ต้องช่วยเหลือตัวเองเท่านั้น เมื่อหลงเชื่อถูก หลอกให้กดลิงก์ จากพวก คอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ ไปแล้ว ก็ต้องหาทางออกเพื่อตัวคุณเองดีที่สุดหากไม่อยากให้เงินที่เสียไปกลายเป็นศูนย์ และเสียเวลาไม่ได้อะไรเลยควร รีบหาทนายปรึกษาคดีด่วน  เพราะเรื่องแบบนี้คงมีแต่ตัวคุณเท่านั้นที่ต้องช่วยเหลือตัวเองขอเตือนด้วยความหวังดี

กลยุทธ์และวิธีการเอาเงินคืนนั้นเป็นเรื่องเทคนิคล้วน ๆ แต่เป็นเทคนิคทางกฎหมายที่อธิบายค่อนข้างสลับซับซ้อน

Line @ คลิก! โทรหาเรา คลิก!