แอลกอฮอล์นับย้อนหลัง ประกันภัยปฏิเสธไปก่อนเผื่อเชื่อกับความจริงที่ผู้เสียหายต้องรู้

แอลกอฮอล์เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ขณะขับขี่ ปัญหาโลกแตกระหว่างผู้เสียหายกับบริษัทประกันภัย เมื่อเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน หนึ่งในประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาเสมอคือเรื่อง “นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง” ของผู้ขับขี่ โดยเฉพาะในกรณีที่เกี่ยวข้องกับการเคลมประกันภัย หลายคนอาจเคยเจอสถานการณ์แบบนี้

คำถามสำคัญคือ การนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลังแบบนี้ เป็นธรรมกับผู้บริโภคหรือไม่?

บทความนี้จากสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์จะพาคุณเจาะลึกเรื่อง แอลกอฮอล์กับประกันภัยพร้อมอธิบายกลไกที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อนให้ได้อ่านกัน

เงื่อนไขในสัญญาประกันภัยเกี่ยวกับแอลกอฮอล์

โดยทั่วไปสัญญาประกันภัยรถยนต์มักระบุเงื่อนไขสำคัญไว้ชัดเจนว่า

บริษัทจะไม่จ่ายค่าสินไหมทดแทน หากผู้ขับขี่มีปริมาณแอลกอฮอล์เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ “ขณะขับขี่”

ฟังดูเหมือนชัดเจน แต่ในทางปฏิบัติกลับมี “ช่องว่าง” สำคัญ

เพราะคำว่า “ขณะขับขี่” เป็นสิ่งที่ไม่สามารถวัดได้แบบเรียลไทม์

จุดเริ่มต้นของปัญหาการนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง

ในความเป็นจริง เมื่อเกิดอุบัติเหตุ การตรวจวัดแอลกอฮอล์มักเกิดขึ้น “หลังเหตุการณ์” จึงนำไปสู่แนวคิดเรื่อง “การนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง” ซึ่งเป็นหลักการทางการแพทย์ ที่ใช้คำนวณย้อนกลับจากค่าที่ตรวจได้ในภายหลัง

แล้วใครเป็นคนกำหนดให้ “นับย้อนหลัง”?

มีแนวทางจากหน่วยงานกำกับดูแล ที่อนุญาตให้สามารถนับย้อนหลังได้ในบางกรณี เช่น อัตราการเปลี่ยนแปลงของแอลกอฮอล์ในร่างกาย

แต่ปัญหาคือ ผู้บริโภคทั่วไปแทบไม่มีความรู้เรื่องนี้เลย

ทำไมผู้เสียหายถึงรู้สึกว่า “โดนเอาเปรียบ”

ลองนึกภาพสถานการณ์นี้

1. คุณไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเมาขณะขับรถ

2. ไม่มีการแจ้งเรื่องการนับย้อนหลังตอนทำประกัน

3. แต่หลังเกิดเหตุ บริษัทประกันภัยใช้วิธี “คำนวณย้อนหลัง”

4. แล้วสรุปว่าคุณมีแอลกอฮอล์เกินกำหนดขณะขับขี่

    ผลลัพธ์คือ ถูกปฏิเสธค่าสินไหมทดแทนทันทีในเวลาต่อมา

    แบบนี้เรียกว่าประกันภัย “หัวหมอ” ไหม?

    ในมุมของผู้เสียหาย หลายคนมองว่า เป็นการใช้ช่องว่างทางเทคนิคหรือกฎหมาย เพราะไม่ได้อธิบายตั้งแต่ตอนขายประกันว่าจะมีการนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลังขณะขี่นะ, ใช้หลักการทางการแพทย์ที่เข้าใจยาก เพราะไม่ใช่ประชาชนทุกคนจะเข้าใจในเรื่องของหลักการแพทย์แบบนี้และมักใช้ในจังหวะ “ปฏิเสธการจ่ายเงิน”  เมื่อพบว่าผู้ขับขี่มีปริมาณแอลกอฮอล์ขณะขับขี่ บริษัทประกันภัยก็ใช้มุกนี้มาปฏิเสธทันที เป็นการรักษาผลประโยชน์ให้กับบริษัทตัวเอง ปฏิเสธไปก่อนเผื่อผู้เสียหายหลงเชื่อ ถ้าผู้เสียหายหลงเชื่อก็เท่ากับบริษัทไม่ต้องเสียเงินชดใช้อะไร

    ความจริงที่ต้องเข้าใจ การนับย้อนหลังไม่ใช่ข้อสรุป 100% 
    สิ่งสำคัญที่ผู้เสียหายต้องรู้คือ

    การนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง ไม่ได้แปลว่า ขณะขับขี่ คุณมีแอลกอฮอล์เกิน 50 MG.% เสมอไป

    เพราะระดับแอลกอฮอล์ในร่างกาย
    ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น

    • เวลาที่ดื่ม
    • ปริมาณอาหารในกระเพาะ
    • น้ำหนักตัว
    • ระบบเผาผลาญของแต่ละคน

    ดังนั้น การคำนวณย้อนหลัง จึงเป็นเพียง “การประมาณค่า” ไม่ใช่ข้อเท็จจริงตายตัว 100%

    กลยุทธ์ที่พบได้บ่อยของบริษัทประกันภัย 

    จากประสบการณ์ในคดีประกันภัยหลายกรณี พบว่ามีแนวทางหนึ่งที่ถูกใช้บ่อยคือ

    “ปฏิเสธไว้ก่อน หากผู้เสียหายไม่โต้แย้ง ก็จบ”

    ทำไมกลยุทธ์นี้ถึงได้ผล?

    เพราะผู้เสียหายส่วนใหญ่ไม่รู้กฎหมาย ประกันภัยใช้คำพูด หลักการต่าง ๆ พูดจนผู้เสียหายเชื่อว่าตัวเองผิดจริง ประชาชนส่วนใหญ่ไม่กล้าต่อสู้หรือโต้แย้ง ด้วยความที่ไม่ต้องการเป็นเรื่องเป็นราวหรือขึ้นโรงขึ้นศาล เหตุผลข้อนี้จึงเป็นช่องโหว่ที่ทำให้บริษัทประกันภัยได้เปรียบแบบแทบไม่ต้องทำอะไร เพราะสุดท้ายแล้วบริษัทไม่ต้องจ่ายค่าสินไหมฯ ใด ๆ

    อย่าหลงเชื่อว่าคุณมี “แอลกอฮอล์เกิน” โดยไม่ตรวจสอบ

    สิ่งที่อันตรายที่สุดคือ
    การที่ผู้เสียหาย “เชื่อทันที” ว่าตัวเองผิด

    ทั้งที่ในความเป็นจริง
    อาจยังมีข้อโต้แย้งทางกฎหมายได้อีกมาก

    สิ่งที่ควรตั้งคำถาม

    -การตรวจวัดเกิดขึ้นเมื่อไหร่?

    -มีช่วงเวลาห่างจากเหตุการณ์นานแค่ไหน?

    -วิธีคำนวณย้อนหลังมีความแม่นยำแค่ไหน?

    -มีปัจจัยอื่นที่ส่งผลต่อค่าที่วัดหรือไม่?

    ทางออกที่ดีที่สุด ปรึกษาทนายตั้งแต่หลังเกิดเหตุทันที

    หากคุณหรือคนใกล้ตัวประสบอุบัติเหตุและมีประเด็นเรื่องแอลกอฮอล์หรือการนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง

    สิ่งที่ควรทำทันทีคือ อย่ารอ อย่าคิดเอง และอย่าเพิ่งเชื่อคำของบริษัทประกันภัย

    เพราะอะไรต้องรีบปรึกษาทนาย?

    เพราะคดีต้อง “วางรูปเรื่อง” ตั้งแต่ต้น หลักฐานหรือข้อมูลบางอย่างต้องเก็บทันที การตอบโต้ต้องใช้ความรู้เฉพาะทาง

    เพราะประกันภัยมีทีมกฎหมายอยู่แล้ว

    สิ่งที่หลายคนอาจไม่รู้คือบริษัทประกันภัยมีทีมกฎหมาย, แนวทางการต่อสู้คดี, กลยุทธ์การเจรจาหว่านล้อมให้ผู้เสียหายยอม ตั้งแต่ “ก่อนเกิดเหตุ” แล้ว

    ดังนั้น หากผู้เสียหายไม่มีผู้เชี่ยวชาญในการเดินเรื่องเรียกค่าเสียหาย ย่อมเสียเปรียบอย่างชัดเจน

    ถูกนับผลแอลกอฮอล์ไม่ใช่จุดจบของสิทธิ์คุณ

    การมีประเด็นเรื่องแอลกอฮอล์ในการถูกนับผลย้อนหลัง ไม่ได้หมายความว่าคุณจะ “หมดสิทธิ์” ทันที แต่สิ่งสำคัญคือ คุณต้องรู้เท่าทัน และไม่ยอมเสียเปรียบบริษัทประกันภัย

    หากคุณกำลังเจอปัญหานี้

    กรณีถูกประกันภัยปฏิเสธ ด้วยเหตุผลเรื่อง “นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง”

    อย่าปล่อยให้เรื่องจบลงง่าย ๆ เพราะในหลายเคสที่ทางสำนักงานเราเคยทำมา ยังไม่มีคดีไหนที่แพ้ เพราะเราดำเนินคดีถึงที่สุด ผู้เสียหายสามารถต่อสู้และเรียกร้องสิทธิ์ได้

    ทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการความเป็นธรรม

    การปรึกษาทนายความที่เชี่ยวชาญด้านคดีประกันภัย โดยเฉพาะกรณี แอลกอฮอล์ย้อนหลังจะให้คุณเข้าใจสิทธิ์ของตัวเอง วางแผนคดีได้ถูกต้อง เพิ่มโอกาสได้รับค่าสินไหมฯ อย่างเป็นธรรม

    อย่าปล่อยให้ความไม่รู้ ทำให้คุณเสียสิทธิ์

    เป่าแอลกอฮอล์ ผล 13 Mg.% ประกันปัดจ่าย กลยุทธ์เดิม ๆ อ้างผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง

    คดีเมาแล้วขับ คดีความนี้ไม่มีผู้ใช้รถใช้ถนนท่านใดที่อยากจะโดนทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ เมาแล้วขับ จริง ๆ แต่คงเป็นเพียงความคิดเท่านั้น เพราะทุกวันนี้เมื่อไรที่คุณเกิดอุบัติเหตุรถชน แน่นอนว่าก็ไม่วายที่จะถูกมองว่าเมาแล้วขับ จากการที่คุณถูกบริษัทประกันภัยนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลังทำให้คุณมีปริมาณแอลกอฮอล์เกิน 50 Mg.% จนเป็นเรื่องเป็นราวถูกกล่าวว่า

    เป็นเหตุให้ต้องโดนคดีเมาแล้วขับอย่างแน่นอน จากการทำคดีเมาแล้วขับของสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ 90% ของผู้เสียหายที่มาให้เราทำคดีความให้ ล้วนแต่เป็นผู้ที่ถูกบริษัทประกันภัยนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลังทำให้กลายเป็นบุคคลที่เมาแล้วขับไปโดยปริยาย และแม้ว่าคุณจะยืนกรานอย่างไรว่าไม่ได้เมาแล้วขับก็ตาม แต่ก็ไม่ได้ทำให้คุณพ้นคดีเมาแล้วขับไปได้ และเมื่อคุณถูกแจ้งว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์เกิน 50 Mg.% นั่นคือแน่นอนแล้วว่าคุณจะไม่ได้รับการรับผิดชอบจากบริษัทประกันภัยอย่างแน่นอน

    กรณีตัวอย่าง : ผู้เสียหายถูกประกันปัดจ่ายกับข้ออ้างเดิม ๆ นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง

    คดีเมาแล้วขับ คดีความที่ไม่มีใครอยากโดน ผู้เสียหายท่านนี้ก็เช่นเดียวกัน แต่คงไม่เป็นอย่างที่คิด เมื่อประกันภัยหัวแพทย์หยิบยื่นคดีเมาแล้วขับมาให้ถึงที่เกิดเหตุ เมื่อผู้เสียหายเกิดอุบัติเหตุรถชน ภายหลังเกิดเหตุตัวแทนประกันได้มาและผู้เสียหายได้เป่าแอลกอฮอล์ได้ผลเพียง 13 Mg.% เท่านั้น แต่กลับโดนบริษัทประกันปัดจ่ายไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ  ยืนยันอ้างว่า ผู้เสียหายมีปริมาณแอลกอฮอล์เกิน 50 Mg.% เมื่อเห็นว่าไม่เป็นธรรมต่อตัวเอง ผู้เสียหายจึงโร่เดินทางร้องสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) แต่ไม่เป็นผลเมื่อบริษัทประกันยังยืนยันไม่จ่ายค่าเสียหายใด ๆ ทั้งสิ้น จนผู้เสียหายสุดทนกับการที่ถูกบริษัทประกันภัยเอาเปรียบ ไม่ยอมแพ้ต่อความไม่ยุติธรรม เคสนี้จึงได้ถึงมือ #ทนายอาร์ม  ในที่สุด ทนายความผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและการประกันภัยรถยนต์ ได้ดำเนินคดีเมาแล้วขับเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เสียหายท่านนี้ 

    หากเจอกรณีแบบเคสตัวอย่างนี้ ทางสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ขอแนะนำว่า ควรปรึกษาทนายเพื่อดำเนินคดีดีกว่า ดีกว่าเดินเรื่องเอง หรือถูกบริษัทประกันภัยยื่นข้อเสนอที่ไม่ธรรมให้ เพราะนอกจากผู้เสียหายจะได้น้อยกว่าความเสียหายที่แท้จริงแล้ว การมีคดีเมาแล้วขับยังเสียเวลาและเสียความรู้สึกในฐานะผู้บริโภคอีกด้วย

    4 กรณี ถ้ามีปริมาณแอลกอฮอล์เกิน 20 Mg.% ก็ถือว่า “เมาสุรา”

    อย่างที่ทราบกันในคดีเมาแล้วขับหากผู้ใดมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 50 Mg.% ถือว่า เมาสุรา อ้างอิงตามกฎกระทรวงฉบับที่ 21 พ.ศ.2550 ใน พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 แต่ยกเว้นผู้ขับขี่ใน 4 กรณีนี้ที่หากมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 20 Mg.% ถือว่าเมาสุรา มีดังต่อไปนี้

    • ผู้ขับขี่ที่มีอายุน้อยกว่า 20 ปีบริบูรณ์
    • ผู้ขับขี่ที่มีใบขับขี่ชั่วคราว (ใบขับขี่อนุญาตแบบ 2 ปี)
    • ผู้ขับขี่ที่มีใบขับขี่ประเภทอื่น ซึ่งใช้แทนกันไม่ได้
    • ผู้ขับขี่ที่ถูกยกเลิกใบขับขี่ หรือเป็นผู้อยู่ระหว่างการพักใช้งานใบขับขี่

    คดีเมาแล้วขับตามกฎหมายถึงแม้ว่ากฎหมายจราจรเกี่ยวกับเรื่องเมาแล้วขับฉบับใหม่จะระบุเอาไว้ว่า ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดไม่ควรเกิน 50 Mg.% แต่ในความเป็นจริงแล้วในข้อเท็จจริงที่ถูกต้องเป็นอย่างมาก คือ การมีสติที่ครบถ้วน ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ก่อนขับขี่นั้นปลอดภัยที่สุด หากผู้ใช้รถใช้ถนนทุกท่านสามารถปฏิบัติตามกฎหมายจราจรใหม่ 2566 แน่นอนว่าอุบัติเหตุเรื่องเมาแล้วขับจะลดน้อยลงมาก คดีเมาแล้วขับก็จะลดน้อยลงเช่นเดียวกัน

    คดีเมาแล้วขับ คดีความสุดฮิตที่มีผู้เสียหายจำนวนมาก

    คดีเมาแล้วขับ เรียกได้ว่าเป็นคดีสุดฮิตที่มีผู้เสียหายติดต่อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง สำหรับกรณีการถูกบริษัทประกันภัยปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหม โดยอ้างผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง แม้จะเป็นข่าวดังถึงขั้นออกรายการ “#โหนกระแส” กันมาแล้ว แต่บริษัทประกันภัยก็ยังทำแสบไม่หยุด จึงเป็นอีกหนึ่งกรณีที่สำนักงานของเราได้รับทำคดีเมาแล้วขับมากที่สุดอีกเรื่องหนึ่งเลยก็ว่าได้

    นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง กลยุทธ์เด็ดจากบริษัทประกันภัย

    คดีเมาแล้วขับ กลยุทธ์เด็ดของที่ประกันภัยมักนำมาใช้ นั่นก็คือการประวิงเวลาให้ผู้เสียหายตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ทิ้งระยะเวลาห่างจากตอนเกิดเหตุ หลังจากนั้นจะหยิบยกเอาทฤษฎีว่าปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายของคนเราจะลดลง 15 Mg.% ในทุก ๆ 1 ชั่วโมง แล้วจะนำมาคูณด้วยจำนวนชั่วโมงที่เพิ่มขึ้นระหว่างตอนเกิดเหตุจนถึงตอนที่ได้ตรวจวัด คดีเมาแล้วขับจึงเป็นเรื่องที่มีผู้ที่ไม่เห็นด้วยพากันออกมาร้องเรียนมากมายเกี่ยวกับคดีเมาแล้วขับ ว่าการที่บริษัทประกันภัยใช้วิธีการแบบนี้ นั้นเป็นสิ่งที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้เสียหายเอาเสียเลย แถมยังดูเป็นการจงใจ ตั้งใจเอาเปรียบผู้บริโภคตั้งแรกอีกด้วย

    ผู้เสียหายหลายท่านเจอแบบนี้ก็ถึงกับไปไม่เป็น บางรายเจอคดีเมาแล้วขับทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เมาแล้วขับ หรือดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เลย ก็ดันถูกทำให้กลายเป็นบุคคลเมาแล้วขับมีปริมาณแอลกอฮอล์เกิน 50 Mg.% ซะอย่างนั้น นับว่าเป็นการกระทำที่ไม่เป็นธรรม อีกทั้งยังดูปัดความรับผิดชอบไม่สมกับเป็นบริษัทประกันที่ควรจะเป็นมิตรแก่ผู้บริโภค เมื่อผู้เสียหายถูกเอาเปรียบนานเข้า ก็เริ่มทนไม่ไหว จากที่ไม่ได้ต้องการที่จะมีสถานเป็นโจทก์ หรืออยากมีคดีความขึ้นโรงขึ้นศาล ก็ต้องมาให้ทนายอาร์มดำเนินคดีความให้ เนื่องจากถูกบริษัทประกันภัยทำให้ต้องดำเนินคดี หากรับผิดชอบตั้งแต่แรก คงไม่มีคดีเมาแล้วขับ หรือการดำเนินคดีความกับบริษัทประกันภัยเกิดขึ้นเหมือนอย่างทุกวันนี้

    หากผู้เสียหายท่านใด เกิดอุบัติเหตุรถชนแล้วถูกบริษัทประกันใช้กลยุทธ์ นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง ปฏิเสธการจ่าย ปัดความรับผิดชอบเช่นเดียวกับกรณีตัวอย่างข้างต้นนี้ ทนายอาร์ม และสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ขอแนะ ไม่ต้องเดินเรื่องเอง ไม่ต้องเจรจาให้เสียเวลา เสียการ เสียงาน  หาทนายความปรึกษาคดีเมาแล้วขับทันที สามารถทักมาปรึกษาได้ที่ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ หรือ เพจกฎหมายและการประกันภัยรถยนต์

    ประกันภัยไม่จ่ายแถมท้าให้ฟ้อง อ้างนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง ได้เหรอ?

    กลับคำ!!! ปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหม ทั้งที่ตอนแรกประกันบอกรับผิดชอบ และลูกความได้เอารถเข้าซ่อมระยะเวลาเป็นเดือน

    สุดท้ายประกันโทรมา อ้างเรื่องการวัดผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง ทั้งที่ลูกความเป่าได้เพียง 14 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ประกันอ้างว่าก่อนที่จะเป่าปริมาณแอลกอฮอล์จะต้องมากกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

    ซึ่งตามที่กฎหมายกำหนดจะต้องไม่เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ และไม่รับผิดชอบอะไรเลย แถมประกันยังให้ลูกความหาทนายไปฟ้องร้องเอาถ้าอยากจะสู้คดี…

     นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลังหลายเคสหลายเหตุการณ์ที่ผู้เสียหายหลายท่านเจอบริษัทประกันภัยนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง นำมาอ้างปฏิเสธการจ่าย เรียกได้เป็นกลยุทธ์เด็ดกลยุทธ์หนึ่งของบริษัทที่มักนำมาใช้อ้างหลังจากเกิดอุบัติเหตุเป็นหลักเลยก็ว่าได้ แต่กรณีในคลิปด้านล่างนี้เป็นเหตุการณ์ที่ผู้เสียหายไม่คิดว่าบริษัทประกันภัยที่ดูมีความน่าเชื่อถือ ที่เขาเชื่อใจซื้อประกันนภัยกับที่นี่ จะตอบแทนเขาด้วยการปฏิเสธการรับผิดชอบอย่างไม่ใยดีเกี่ยวกับปริมาณแอลกอฮอล์ประกันไม่จ่าย

    เหตุการณ์ คือ ผู้เสียหายท่านนี้ไปเที่ยวและขับรถกลับประมาณ 03.00 น.  โดยขับรถออกจากสถานที่เที่ยวมาได้เพียง 100 เมตรเท่านั้น ด้วยความที่ถนนเป็นวันเวย์ไม่มีเลนสวน ประกอบกับบริเวณข้างทางได้มีรถกระบะคันหนึ่งท้ายกระบะยื่นออกมาจอดขวางอยู่ จึงทำให้รถผู้เสียหายเกี่ยวเข้ากับท้ายของรถกระบะคันดังกล่าว โดยตรงที่เบียดโดนรถกระบะคู่กรณีไม่เป็นอะไรเลย แต่รถของผู้เสียหายมีการครูดจากด้านหน้าไปจนถึงด้านหลัง และครูดด้านข้าง และตัวรถไม่ได้มีรอยยุบแต่อย่างใดปริมาณแอลกอฮอล์ประกันไม่จ่าย

    ซ่อมไปแล้ว 1 เดือน อยู่ ๆ มาปฏิเสธกันดื้อ ๆ

    หลังจากที่เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว บริษัทประกันก็ได้ดำเนินการจัดซ่อมรถของผู้เสียหายตามปกติ และรถของผู้เสียหายได้ซ่อมไปแล้วเป็นเวลา 1 เดือน แต่หลังจากนั้นประกันภัยได้โทรกลับมาบอกกับผู้เสียหายว่า “ไม่รับผิดชอบการซ่อมรถให้ผู้เสียหายแล้วนะ” นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลังผู้เสียหายถึงกับงงจากที่ตอนแรกประกันภัยรับผิดชอบแล้ว อยู่ ๆ ก็โทรมาบอกว่าไม่รับผิดชอบแล้วซะอย่างนั้น ปริมาณแอลกอฮอล์ประกันไม่จ่าย ข้ออ้างที่ประกันโทรมาปฏิเสธผู้เสียหายอย่างดื้อ ๆ ก็คือ ผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง โดยข้อเท็จจริงหลังเกิดเหตุผู้เสียหายเป่าแอลกอฮอล์ได้เพียง 14 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่ภายหลังนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลังประกันดันโทรมากลับคำบอกว่า ผู้เสียหายมีปริมาณแอลกอฮอล์เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์  ปริมาณแอลกอฮอล์ประกันไม่จ่าย ซึ่งตามกฎหมายและผู้เสียหายก็ทราบดีและเข้าใจว่าห้ามเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ และตัวผู้เสียหายเองก็มีปริมาณแอลกอฮอล์เพียง 14 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์เท่านั้น จึงเกิดอาการงงและตั้งคำถามว่า นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลังประกันภัยนึกจะปฏิเสธก็ปฏิเสธกันดื้อ ๆ แบบนี้เลยหรือเกี่ยวกับปริมาณแอลกอฮอล์ประกันไม่จ่าย

    ประกันภัยยันไม่รับผิดชอบ ท้าให้ไปหาทนายฟ้องร้องเอา

    หลังจากโทรมาแจ้งปฏิเสธไม่รับผิดชอบนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลังต่อผู้เสียหายยังไม่พอ ทางประกันจอมเจ้าเล่ห์หักหลังบอกกับผู้เสียหายว่า “ให้ไปหาทนายฟ้องร้องเอา” และยืนยันไม่รับผิดชอบอีกต่อไป ซ้ำยืนยันปฏิเสธอย่างเดียว ทั้ง ๆ ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตัดสินไปแล้ว บอกว่าเหตุเกิดจากความประมาท เจอแบบนี้ผู้เสียหายถึงกับเงิบเลยทีเดียวเมื่อเจอบริษัทประกันนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลังมาปฏิเสธความรับผิดชอบ

    ความรู้สึกของผู้เสียหายหลังถูกประกันปฏิเสธอย่างไม่ใยดี

    หากถามถึงความรู้สึกหลังถูกนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลังนั้น การที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ประกันไม่จ่ายผู้เสียหายตอบว่าตนไม่เข้าใจการกระทำของบริษัทประกันภัยอย่างมาก อีกทั้งก็ได้มีการโทรไปต่อว่าทางประกันภัยเหมือนกันว่า “ทำไม เราซื้อประกันภัยกับเขา บริษัทต้องคุ้มครองดูแลเรา”  ณ ตอนนั้นผู้เสียหายรู้สึกว่า ตนก็เป่าแอลกอฮอล์ได้เพียง 14 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์  ซึ่งตามหลักแล้วบริษัทประกันต้องดูแลคุ้มครอง แต่ดันกลับมานับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลังปฏิเสธลูกค้า และทิ้งลูกค้าเผชิญหน้าทิ้งกันกลางทางอยู่คนเดียว ในส่วนรถของผู้เสียหายจากที่ตอนแรกบริษัทเอาไปดำเนินการซ่อมก็กลับมาทิ้งให้ผู้เสียหายแบกรับภาระและจัดการเองทั้งหมด  ทั้ง ๆ ที่ซ่อมไปแล้ว 1 เดือน

    หลังเจอประกันท้าหาทนายฟ้อง ผู้เสียหายตัดสินใจติดต่อเรา

    หลังจากผู้เสียหายถูกประกันนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลังทิ้งกลางทางแบบดื้อ ๆ อีกทั้งยังท้าให้หาทนายฟ้องร้องเอาเองอีก จึงไม่รอช้ารีบติดต่อหาทนายทันทีแบบไม่คิด เพราะที่เจอมาทั้งหมด เรียกได้ว่าเคราะห์ซ้ำกรรมซัดที่มาเจอเหตุการณ์และบริษัทประกันภัยแบบนี้ เมื่อรถเกิดอุบัติเหตุก็เจ็บช้ำใจมากพออยู่แล้ว ปริมาณแอลกอฮอล์ประกันไม่จ่าย หลงอุ่นใจว่ามีบริษัทประกันดี อุ่นใจว่ารถมีประกันภัย และเชื่อมั่นอย่างสุดใจว่า บริษัทต้องช่วยเหลือคุ้มครองเราเหมือนอย่างตอนที่เขาให้เราซื้อประกันด้วย เจอประกันทิ้งกลางทาง แถมท้าให้ฟ้องก็จัดการให้ทนายอาร์มดำเนินคดีให้ทันที หากเจอมุกนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลังแบบนี้ต้องปรึกษาทนายเท่านั้น

    มีทนายไว้อุ่นใจกว่า

    ไม่ต้องรอให้ประกันภัยนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลังงัดมุกไหนมาหัวหมอใส่ หลังเกิดเหตุรีบปรึกษาทนายทันที เพราะมีทนายไว้ตั้งแต่แรกอุ่นใจ และสะดวกกว่าในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็น

    -ไม่ต้องคุยหรือเจรจากับประกัน จึงไม่ต้องไปเสียรู้กับกลยุทธ์ของประกัน เพราะทนายจะคุยให้เอง

    -ไม่ต้องเดินเรื่อง ติดตามผลเอง และไม่ต้องเสียเวลา เพราะทนายจะดำเนินการเดินเรื่องเรียกร้องให้ทั้งหมด

    -ทนายจะเป็นผู้รักษาผลประโยชน์ให้กับผู้เสียหายตั้งแต่แรกเริ่มของการเดินเรื่องจนวินาทีสุดทท้ายที่คดีความสิ้นสุด  

    เกล็ดความรู้ เมาแล้วขับ ต้องโดนปรับ แถมประกันก็ไม่จ่าย

     สาเหตุที่บริษัทประกันปริมาณแอลกอฮอล์ประกันไม่จ่ายปฏิเสธการรับผิดชอบต่อผู้เสียหายนั้น ก็เพราะว่าบริษัทประกันจะมีข้อกำหนดว่า “จะไม่จ่ายค่าเสียหายให้ หากตรวจพบว่าผู้ขับขี่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์” ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์เดียวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ในการแจ้งข้อหากรณีเมาแล้วขับ ถึงแม้จะทำประกันชั้น 1 ทางประกันก็ไม่รับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้นใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นค่าเสียหายต่อผู้เอาประกันหรือคู่กรณี

    แต่ถ้าถามว่า กรณีเมา แล้วประกันภัยรถยนต์ของคุณเป็นภาคสมัครใจไม่จ่าย แล้วประกันภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ. รถยนต์ล่ะ จ่ายให้หรือไม่ ?

              คำตอบ คือ พ.ร.บ. จะจ่ายให้ ไม่ว่าคุณจะเมาไม่มีใบขับขี่ หรือทำผิดกฎหมายจราจรข้อใด พ.ร.บ.ก็จ่ายค่าเสียหายชดเชยให้หมดเมื่อเกิดเหตุ พ.ร.บ. จะจ่ายให้กับคู่กรณี และจ่ายแค่ความเสียหายต่อบุคคลเท่านั้น ส่วนความเสียหายต่อรถของคู่กรณีคุณต้องจ่ายค่าเสียหายชดใช้ให้แก่คู่กรณีเองทั้งหมด

              ดังนั้น หากเมาแล้วอย่าขับเลยจะดีกว่า เพราะนอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ยังอาจนำมาซึ่งความเสียหายต่อทรัพย์สิน เสียประวัติ แถมยังเสียเงิน มีแต่เสียกับเสียแบบนี้ไม่ดีแน่

    ถ้าคุยกับประกันมันยาก มาคุยกับเราดีกว่า ที่สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

    ประกันภัยจอมเจ้าเล่ห์หงายการ์ด ก่อนเกิดเหตุต้องเมาแน่

     แบบนี้ก็มีด้วยหรือเกิดอุบัติเหตุแล้วโดนจับเป่าแอลกอฮอล์ แต่ผลออกมาไม่ถึง 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ กลับถูกประกันนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลังอ้าง…ก่อนเกิดเหตุ ต้องเกินจากนั้นแน่นอน หัวหมอใส่ผู้เสียหายทันทีรีบหงายการ์ดทีเด็ดยกสูตรคำนวณปริมาณแอลกอฮอล์ประกันไม่จ่าย มาปฏิเสธการชดใช้ อ้างว่าก่อนเป่าผู้ขับขี่ต้องเมากว่านี้แน่    กลยุทธ์แบบนี้นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลังรีบรู้ไว้แล้วจำให้ขึ้นใจ หากเจอบริษัทกันภัยทำแบบนี้ใส่ อย่าไปยอมเสียรู้ตกเป็นเหยื่อเด็ดขาดปรึกษาทนายด่วน  

    ฝากถึงผู้เสียหายทุกท่านที่ถูกนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง ถ้าคุยกับประกันมันยาก มาคุยกับเราดีกว่า สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ดำเนินการโดยทนายอาร์ม ทนายความผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและการประกันภัยรถยนต์มือหนึ่งยินดีให้บริการ

    Line @ คลิก! โทรหาเรา คลิก!