ทนายความที่ปรึกษา คืออะไร ? มีทนายความที่ปรึกษาแล้วดีอย่างไร ?

ทนายความที่ปรึกษา คืออะไร ? มีทนายความที่ปรึกษาแล้วดีอย่างไร ?

          ทนายความที่ปรึกษา หรือ ที่ปรึกษาทางด้านกฎหมาย ตามหลักแล้วนั้น ทนายความที่ปรึกษา คือ บุคคลผู้ที่ประกอบวิชาชีพทางด้านกฎหมาย อย่างที่หลายคนจะรู้จักกันเป็นอย่างดีก็คืออาชีพทนายความนั่นเอง แต่ในบางประเทศก็มักใช้คำเรียกอาชีพนี้ว่า ทนายแก้ต่าง ทั้งทนายความที่ปรึกษา หรือทนายความแก้ต่าง ต่างก็มีหน้าที่เหมือนกัน คือให้บริการทางด้านกฎหมาย โดยทนายความหรือทนายความที่ปรึกษา เป็นอาชีพที่ไม่ใช่ว่าใครก็จะเป็นกันได้ง่าย ๆ เนื่องจากต้องผ่านบททดสอบ ผ่านการปฏิบัติ และที่สำคัญต้องมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด นอกจากนี้ทนายความที่ปรึกษายังต้องมีใบอนุญาตในการประกอบวิชาชีพ เพื่อทำหน้าที่ในการให้คำปรึกษาทางด้านข้อกฎหมาย รวมไปถึงดำเนินขั้นตอนหรือกระบวนพิจารณาตามกฎหมายด้วย

มีทนายความที่ปรึกษาดีอย่างไร ?

มีทนายความที่ปรึกษาดีอย่างไร ?

          ปัจจุบันไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ประกอบอาชีพใด ต่างก็สามารถมีทนายความที่ปรึกษาได้โดยที่ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เนื่องจากในปัจจุบันในสังคมมีเรื่องราวต่าง ๆ เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาและรวดเร็วพอสมควร ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในยุคที่โลกหมุนเร็วในวันหนึ่ง ๆ คุณก็อาจเป็นผู้โชคร้ายที่ประสบเข้ากับปัญหาอย่างที่คาดไม่ถึงได้ ซึ่งแน่นอนว่ามันอาจเกิดขึ้นได้ในทุกวัน หากวันหนึ่งเกิดเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจ ประสบปัญหาถึงขั้นเป็นคดีความขึ้นมา แต่ความรู้ทากฎหมายก็มีไม่มากพอที่จะสามารถแก้ไขปัญหาได้ด้วยตนเองได้ เพราะเหตุนี้จึงต้องมีทนายความที่ปรึกษาเพื่อเป็นที่ปรึกษาในยามที่คุณเดือดร้อน ต้องการที่พึ่งพึงทางด้านกฎหมาย และแน่นอนว่าทนายความที่ปรึกษาที่พร้อมและยินดีจะเป็นที่ปรึกษาให้กับคุณในทุกเรื่องร้อนใจต้องที่ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

ทำไมถึงจ้างเรา #สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ เสียงจากผู้เสียงหายจริง

           คลิปวิดีโอข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเสียงจากลูกความหลังจากใช้บริการทนายความที่ปรึกษาในการดำเนินคดีความให้เท่านั้น ยังมีอีกหลายเรื่องราว หลายคดีความที่สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ให้บริการในการดำเนินคดีรวมไปถึงเป็นทนายความที่ปรึกษาให้กับคดีเล็ก คดีใหญ่อีกมากมาย ในหัวข้อเนื้อหาถัดไปเราจะมานำเสนอให้ทุกท่านได้ชมกันอย่างแน่นอน  เพราะทนายความที่ปรึกษาที่พร้อมจะรับฟังทุกปัญหาในเรื่องทุกข์ใจของคุณให้เราเป็นทนายความที่ปรึกษา เพื่อการแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้อง ถูกจุด และที่สำคัญถูกต้องตามขั้นตอนของหลักกฎหมาย ดำเนินคดีความอย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อให้คุณได้รับความเป็นธรรมอย่างถึงที่สุดต้องที่ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

ทีมทนายความที่พร้อมให้คำปรึกษาต้องที่ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

          สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ เรามีทีมทนายความที่ปรึกษาที่พร้อมรับฟังทุกปัญหาของผู้มาใช้บริการ เพราะสำนักงานของเรายึดมั่นในในการบริการทางด้านกฎหมาย  ด้วยประสบการณ์มากกว่า 10 ปี และเรามีทีมทนายความมากประสบการณ์ นำทีมโดยทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์  ศิริ ที่พร้อมและยินดีให้บริการคุณในทุกเรื่องเดือดร้อน ทุกเรื่องทุกข์ใจ ไม่ว่าคุณจะประสบปัญหาใด คดีความใด จะหนักหนาหรือสาหัสมากเพียงไหนให้ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ เป็นทนายความที่ปรึกษาให้กับคุณในการแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด วางแผนรูปคดีอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเทคนิคและวิธีการทางกฎหมายที่ได้สั่งสมมาไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนตามหลักขั้นตอนทางกฎหมายทุกประการ ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็สามารถมีทนายความที่ปรึกษาได้โดยที่ไม่ต้องรอให้มีคดีความหรือมีเรื่องราวถึงขั้นขึ้นโรงขึ้นศาลก่อน เพราะทนายความที่ปรึกษาจะให้ปรึกษา คำแนะนำ แนะแนวทางในทุกเรื่องไม่ว่าคุณจะกระทำสิ่งใด ไม่ว่าจะในเรื่องของธุรกิจ การทำงาน ครอบครัว รวมไปถึงเรื่องอื่น ๆ ที่คุณสนใจด้วย ดังนั้น การมีทนายความที่ปรึกษาถือเป็นเรื่องที่ดี อย่าคิดว่าคุณเป็นเพียงบุคคลธรรมดาทั่วไป ไม่ใช่นักธุรกิจหรือนักลงทุนใด ๆ  ไม่จำเป็นต้องมีทนายความที่ปรึกษาก็ได้ ก็จริงอยู่แต่เป็นในยุคสมัยก่อนที่สังคมจะเต็มไปด้วยปัญหา เต็มไปด้วยมิจฉาชีพเกลื่อนเมืองเหมือนอย่างทุกวันนี้ การมีทนายความที่ปรึกษาจะช่วยให้คุณอุ่นใจได้ตลอดเวลา เพราะคุณมีที่ปรึกษาทางด้านกฎหมายอยู่ใกล้ตัว อยากจะปรึกษา หรือสอบถามเรื่องใดก็ง่าย และสอบถามได้ตลอดเวลา อีกทั้งทนายความที่ปรึกษายังเป็นผู้ที่จะอยู่เคียงข้างคุณตั้งแต่วันที่คุณมีปัญหา จนถึงวันที่คุณผ่านพ้นช่วงปัญหาไปในที่สุด 

สำนักงานทนายความมืออาชีพ ต้องสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

สำนักงานทนายความมืออาชีพ ต้องสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

          สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์  สำนักงานทนายความมืออาชีพที่พร้อมให้บริการทางด้านกฎหมายแก่ผู้มาใช้บริการทุกท่าน  พร้อมทนายความมืออาชีพอย่างทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ และทีมทนายความหลายท่านผู้มีความเชี่ยวชาญทางด้านข้อกฎหมายต่าง ๆ หากใครที่ติดตามและรู้จักสำนักงานทนายความของเรา คงทราบกันเป็นอย่างดีว่าเราโดดเด่นทางด้านคดีประกันภัย แม้ว่าเราจะโดดเด่นในด้านกฎหมายและการประกันรถยนต์แล้ว เรายังรับทำคดีทั้งคดีแพ่ง คดีอาญา คดีผู้บริโภค คดีหมิ่นประมาท คดีมรดก คดีครอบครัว รวมไปถึงรับร่างสัญญา ทำบันทึกข้อตกลงต่าง ๆ บริการทนายความรับรองลายมือชื่อ อีกทั้งสำนักงานทนายความของเรายังมีบริการคัดถ่ายสำนวนของศาลในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลอีกด้วย ครบวงจรทุกเรื่องของกฎหมายต้องที่สำนักงานทนายความ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ เท่านั้น

ทำไมต้องสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ?

ทำไมต้องสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ?

          อย่างที่ได้กล่าวไปในข้างต้น สำนักงานทนายความของเราครบวงจรทุกเรื่องของกฎหมาย และมีทีมทนายความที่พร้อมเป็นที่ปรึกษาพร้อมให้บริการกับผู้ใช้บริการอย่างเต็มเปี่ยม ด้วยประสบการณ์ที่มีมาอย่างยาวนานกว่า 10 ปี มีประสบการณ์เกี่ยวกับคดีความมาทุกประเภท ด้วยการสั่งสมประสบการณ์ เทคนิค กลยุทธ์ วิธีการในการดำเนินคดีความจึงมีอย่างหลากหลาย เรียกได้ว่าสำนักงานทนายความของเรามีความพร้อมเป็นอย่างมากที่จะดำเนินคดีความหลากหลายรูปแบบ วันนี้จึงได้นำรีวิวและความรู้สึกของผู้เสียหายที่มีต่อ สำนักงานทนายความ  สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ หลังจากที่สำนักงานทนายความ ของเราดำเนินคดีความให้

รีวิวของผู้เสียหายหลังให้สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ดำเนินคดีให้

https://www.youtube.com/watch?v=eESj7qHLFRo

          เคสนี้เป็นเรื่องราวของสามีผู้เสียหายที่ภรรยาของเขาได้ถูกรถชนเป็นเหตุให้ต้องบาดเจ็บสาหัสถึงขั้นเลือดคั่งในสมอง กะโหลกยุบ ต้องผ่าตัดใส่กะโหลกเทียมหลายต่อหลายครั้ง นอกจากนี้ยังต้องพักรักษาตัวนานกว่า 5 เดือนด้วยกัน จากเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ทำให้ปัจจุบันผู้เสียหายได้มีอาการหลงลืม ไม่สามารถกลับมาจำได้เป็นปกติ อีกทั้งบริษัทประกันภัยจองเจ้าเล่ห์ยังไม่ใยดีต่อความเสียหาย อ้างว่าเอกสารไม่ครบบ้าง ให้ไปรักษาตัวให้หายดีก่อนบ้าง และบ่ายเบี่ยงไม่ยอมรับผิดชอบต่อผู้เสียหาย จนวันหนึ่งสามีของผู้เสียหายเดือดร้อนหนักจนต้องรีบหาทนายความเพื่อดำเนินคดี และโชคดีที่สามีผู้เสียหายได้ดู YouTube ของสำนักงานทนายความของเรา จึงมั่นใจว่าต้องให้สำนักงานทนายความของเราเป็นคนดำเนินคดีให้ สุดท้ายผู้เสียหายก็ได้รับความเป็นธรรมในที่สุด เมื่อบริษัทประกันภัยได้จ่ายค่าสินไหมทดแทนให้ทั้งภาคบังคับและภาคสมัครใจอย่างเป็นธรรมต่อความเสียหายความทุกข์ทรมานที่ผู้เสียหายได้รับ

          สำหรับเคสนี้เป็นอีกหนึ่งเคสที่สะเทือนใจเป็นอย่างมาก เมื่อเด็กหญิง 2 พี่น้องได้ประสบอุบัติเหตุต้องรักษาตัวนานกว่า 3 เดือน แต่ดันถูกบริษัทประกันภัยหัวแพทย์เสนอจ่ายน้อยกว่าความเจ็บปวดที่แท้จริงของเด็กหญิงทั้ง 2 จากเหตุการณ์นี้ทำเอาหัวใจของผู้เป็นแม่แทบแตกสลาย จึงได้ดำเนินการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนขึ้น หลังจากที่คุณแม่ของเด็กหญิงเดินหน้าเรียกร้องความเป็นธรรมให้ลูกทั้ง 2 กลับเจอ #ทะแนะ ผู้ให้ข้อมูลผิด ๆ ว่าเดี๋ยวค่อยมาเรียกร้องก็ได้ อีก 10 ปีก็เรียกร้องทัน สุดท้ายหลงเชื่อทำให้คดีความเกือบขาดอายุความ แต่คดีนี้ยังโชคดีที่คุณแม่ได้มาเจอสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ สำนักงานทนายความของทนายอาร์ม  จึงได้รู้ว่าตนนั้นถูกทะแนะหลอกเข้าให้แล้ว เพราะความจริงแล้วนั้นคดีความมีระยะเพียง 2 ปีเท่านั้น จากเคสนี้จึงทำให้ได้รู้ว่าเมื่อเกิดอุบัติเหตุควรรีบดำเนินการ ดำเนินคดีให้รวดเร็ว และไม่ควรหลงเชื่อทะแนะผู้ให้ข้อมูลผิด ๆ หลังเกิดอุบัติเหตุควรรีบมีทนายความโดยเร็วที่สุด เพื่อความเป็นธรรมของตัวคุณ สำนักงานทนายความของเรายินให้บริการ โดยทนายความไม่ใช่ทะแนะแน่นอน

          เป็นอีกหนึ่งเคยที่ผู้เสียหายยืนยันว่าต้องเลือกสำนักงานทนายความของเราเป็นผู้ดำเนินคดีความให้ โดยผู้เสียหายท่านนี้ประสบอุบัติเหตุทางจยย. ได้รับบาดเจ็บสาหัสต้องผ่าตัดใส่เหล็กเช่นเดียวกัน การใช้ชีวิตของผู้เสียหายจากปกติก็เปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป อีกทั้งในช่วงระหว่างการรักษาตัวก็ยังต้องดูแลตัวเองในทุกค่าใช้จ่ายที่มีขึ้น ไร้เยื่อใยจากบริษัทประกันภัยมารับผิดชอบ และเสนอจ่ายน้อยกว่าความเจ็บปวดของผู้เสียหาย ทางคุณพ่อของผู้เสียหายเห็นว่าไม่คุ้มค่าต่อการรักษาตัวในอนาคต เนื่องจากยังต้องพบแพทย์อย่างต่อเนื่อง จนผลสุดท้ายมาเจอสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ สำนักงานทนายความ ได้ดำเนินคดีความให้จนผลสุดท้ายผู้เสียหายก็ได้รับการเยียวยาที่เป็นธรรมในที่สุด

           สำนักงานทนายความ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ครบวงจรทุกปัญหาทุกความเดือดร้อนของผู้มาใช้บริการ เพราะเป็นผู้ให้บริการทางด้านกฎหมายที่ครอบคลุมทุกคดีความ ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่ทีมทนายความของเรามี จึงสามารถเชื่อมั่นและไว้ใจในฝีมือของเราได้ เราพร้อมและยินดีให้คำปรึกษาทุกข้อกฎหมายทุกเรื่องราว ไม่ว่าจะคดีรถชน คดีประกันภัย หรือคดีความอื่น ๆ เราพร้อมให้บริการ ต้องการปรึกษาทนายความ คลิก ติดต่อเรา

อุทาหรณ์ตัวแทนประกันชีวิต ขายประกันทิพย์จนต้องฟ้อง!!

อุทาหรณ์ตัวแทนประกันชีวิต ขายประกันทิพย์จนต้องฟ้อง!!

          สำหรับเรื่องตัวแทนประกันชีวิตที่เรียกได้ว่ามีกระแสหนาหูกันมากทีเดียวกับเรื่องฟ้องตัวแทนประกันชีวิตไม่ว่าจะในปัจจุบันหรือในอดีต วีรกรรมสุดแสบของเหล่าตัวแทนประกันชีวิตที่สร้างปัญหาและความเดือดร้อนให้ผู้บริโภคและบริษัทเองจนถึงขั้นฟ้องตัวแทนประกันชีวิตกันมานักต่อนักแล้ว วันนี้สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์มีตัวอย่างเรื่องราวสุดแสบของตัวแทนประกันชีวิตที่ได้สร้างความเดือดร้อนจนเสียหายกว่า 10 ล้าน มาฝากให้เป็นอุทาหรณ์กัน

ตัวแทนประกันชีวิต หลอกขายประกันทิพย์ไม่มีอยู่จริง

https://www.youtube.com/watch?v=WwC6057fm-M

          เป็นข่าวสด ๆ ร้อน ๆ ส่งท้ายปีเก่ารับปี 2567 สำหรับเรื่องราวเกี่ยวกับบริษัทประกันชีวิตและตัวแทนขายประกันชีวิตเลยก็ว่าได้ ฟ้องตัวแทนประกันชีวิตทำเอาสะเทือนวงการบริษัทประกันชีวิตเป็นอย่างมากเลยทีเดียว และนอกจากจะสะเทือนวงการบริษัทประกันชีวิตแล้ว ลูกค้าหรือผู้บริโภคก็สะเทือนใจเช่นเดียวกัน เนื่องจากต่างเกิดความกลัวและกังวลในตัวของตัวแทนขายประกันชีวิตและบริษัทเกิดขึ้น เมื่อมีข่าวดังออกมาเกี่ยวกับวีรกรรมสุดแสบของตัวแทนขายประกันที่ทำเอาเหล่าลูกค้าต้องรีบเช็คกับบริษัทหรือตัวแทนขายประกันอย่างเร่งด่วนเลยทีเดียว

       ฟ้องตัวแทนประกันชีวิตโดยเรื่องราวมีอยู่ว่าตัวแทนประกันชีวิตได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับได้ที่ จ.ปทุมธานี ซึ่งบุคคลนี้เป็นพนักงานบริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่ง โดยได้ร่วมกับผู้ต้องหาอีก 2 คน ปลอมแปลงเอกสารและยักยอกเงินของบริษัทไปกว่า 10 ล้านบาทด้วยกัน จากการสืบสวนพบว่าเมื่อเดือนกันยายนปี 2560 ถึง กรกฎาคม ปี 2561 หนึ่งในผู้ต้องหาที่เป็นตัวแทนขายประกันของบริษัทประกันแห่งหนึ่ง ร่วมกันคิดเสนอโครงการออมทรัพย์ประกันพิเศษกับลูกค้าของบริษัทจำนวนมาก โดยอ้างต่อลูกค้าว่าได้อัตราดอกเบี้ยร้อยละสี่ต่อปี ซึ่งเป็นจำนวนที่มากพอสมควรในการซื้อประกันชีวิต นอกจากนี้ยังบอกอีกว่าได้รับความคุ้มครองเมื่อเสียชีวิต 3 เท่าของเงินฝาก แต่โครงการนี้เป็นโครงการทิพย์ ไม่มีอยู่จริง จากนั้นหนึ่งในผู้ต้องหาที่เป็นตัวแทนขายประกันยังร่วมกันปลอมแปลงเอกสาร อาทิ สมุดรับฝากเงินที่ปรากฏตราสัญลักษณ์และลายมือชื่อของผู้บริหารของบริษัทประกันแห่งนี้ นำไปส่งมอบให้กับลูกค้าจำนวนมาก จนลูกค้าหลงเชื่อจึงได้จ่ายค่าทุนประกันนี้ให้กับผู้ต้องหาด้วยความเชื่อถือ โดยผู้ต้องหาได้เก็บเงินค่าทุนประกันไว้เอง ฟ้องตัวแทนประกันชีวิตและไม่ได้ส่งให้บริษัท ยังไม่พอนอกจากนี้ผู้ต้องหายังปลอมแปลงลายมือชื่อของลูกค้าในใบคำขอเอาประกันเรียกค่าสินไหมทดแทนจากการเสียชีวิตของลูกค้าจำนวนเกือบ 8 ล้านบาท แต่กลับจ่ายเงินให้ลูกค้าเป็นผู้เอาเงินทุนประกันเพียง 3 ล้านบาทเท่านั้น จากนั้นกลุ่มผู้ต้องหาหลังจากได้เงินจากลูกค้ามาได้เอาเงินมาแบ่งกัน จากเหตุการณ์นี้ได้ทำให้บริษัทประกันชีวิตได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก จึงได้รีบรุดไปแจ้งความในเวลาต่อมา จากการตรวจสอบผู้ต้องหามีด้วยกัน 3 ราย โดยรายที่ 1 และ 2 ได้เดินทางไปต่างประเทศตั้งแต่ปลายปี 2562 แล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ประสานไปยังตำรวจสากลออกหมายแดงให้ช่วยติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดถูกดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอม และร่วมกันฉ้อโกง สุดท้ายไม่รอดโดนจับได้ในที่สุด

       จึงอยากเตือนเป็นอุทาหรณ์ไว้สำหรับใครที่คิดจะทำประกันชีวิต ต้องเลือกตัวแทนประกันดี ๆ บริษัทที่เชื่อถือได้ และที่สำคัญคือต้องตรวจสอบอย่างละเอียดว่าโครงการประกันชีวิตแบบนี้มีในเว็บไซต์กลางหรือไม่ หากไม่ตรวจสอบให้ดีก็อาจถูกหลอกเหมือนอย่างลูกค้าของบริษัทนี้ได้

       สำหรับเรื่องราวนี้ก็นับว่าร้ายแรงต่อผู้บริโภคและบริษัทประกันชีวิตต้นสังกัดมากทีเดียว ฟ้องตัวแทนประกันชีวิต คงเป็นคำตอบที่ดีที่สุดหากเจอเหตุการณ์แบบนี้ หัวข้อถัดไปเราได้นำข้อมูลที่คุณต้องรู้ให้ทันตัวแทนประกันชีวิตมาฝากด้วย

รู้ทัน…ประเภทตัวแทนประกันชีวิตที่ไม่ประสงค์ดีต่อคุณ

รู้ทัน...ประเภทตัวแทนประกันชีวิตที่ไม่ประสงค์ดีต่อคุณ

ตัวแทนประเภทบิดเบือนผลตอบแทน

       โดยตัวแทนประเภทนี้มักจะอาศัยความไว้เนื้อเชื่อใจจากลูกค้าและจากการที่ลูกค้าอาจไม่ได้ตรวจสอบรายละเอียดข้อมูลให้ดีก่อน จะโน้มน้าวโดยมุ่งไปที่การบอกลูกค้าถึงผลตอบแทนจากการทำประกันชีวิตที่สูงเกินความเป็นจริง ฟ้องตัวแทนประกันชีวิต ซึ่งในความเป็นจริงนั้นเป็นไปไม่ได้เลยที่จะได้ผลตอบแทนที่สูง เนื่องจากผลตอบแทนของประกันแบบสะสมทรัพย์จะต้องเชื่องโยมกับผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งไม่มีทางเกิน 3% อย่างแน่นอน

ตัวแทนประเภทตั้งใจมาหลอก

       ฟ้องตัวแทนประกันชีวิตตัวแทนประเภทนี้ไม่ต่างอะไรกับมิจฉาชีพ เพราะมักจะหลอกลวงผู้ที่รู้จักกันเป็นอย่างดี โดยตัวแทนประกันรูปแบบนี้มักจะเคยเป็นอดีตตัวแทนขายประกันมาก่อน จะมานำเสนอประกันที่มีผลตอบแทนที่สูงมากเช่นเดียวกัน และใช้ความไว้เนื้อเชื่อใจหลอกล่อด้วยกลอุบายต่าง ๆ ให้โอนเงินเข้าบัญชีของตัวเอง หลังจากนั้นก็แน่นอนว่าตัวแทนประกันหรือมิจฉาชีพก็จะหายไปโดยปริยาย และเมื่อหลังจากที่รู้ตัวว่าถูกหลอกบริษัทต้นสังกัดก็ไม่รับผิดชอบใด ๆ แล้ว แน่นอนว่าแบบประกันที่ตัวแทนขายมานั้นก็ไม่มีอยู่จริง เป็นประกันทิพย์เช่นเดียวกับข่าวที่เราได้นำมาเป็นอุทาหรณ์

          และตัวแทนประกันประเภทนี้ เป็นประเภทที่ผู้เสียหายฟ้องตัวแทนประกันชีวิตมากที่สุด เนื่องจากหลอกให้สูญเงินจำนวนมาก และตัวแทนประเภทนี้ทำให้วงการบริษัทประกันชีวิตได้สั่นสะเทือน เนื่องจากหลังผู้เสียหายฟ้องตัวแทนประกันชีวิต ความน่าเชื่อถือ ความไว้ใจที่ผู้เสียหายมีต่อบริษัทประกันชีวิตก็เริ่มลดน้อยลงไปด้วยเช่นเดียวกัน

          ยังมีวีรกรรมสุดแสบของตัวแทนประกันชีวิตอีกหลายเหตุการณ์ที่ทำให้ทั้งบริษัทเองหรือผู้เสียหายเองได้เคยฟ้องตัวแทนประกันชีวิตกันเป็นจำนวนมากมาแล้ว หากไม่อยากตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพในรูปแบบของตัวแทนขายประกันก็ต้องตรวจสอบรายละเอียดอย่างรอบครอบและถี่ถ้วน และถ้าหากใครตกเป็นเหยื่อของตัวแทนประกันชีวิตถูกหลอกอย่ารอช้ารีบปรึกษาทนายเพื่อฟ้องตัวแทนประกันชีวิต เพื่อเอาเงินที่สูญไปคืนมา คลิก>>ติดต่อเรา

รู้จักกับ “ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ” ที่เรียกได้แม้คุณจะเป็นฝ่ายผิด!

ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ

ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ คืออะไร ?

ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ

       ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ คือ ส่วนหนึ่งของค่าสินไหมทดแทนที่บริษัทประกันภัยจะต้องรับผิดชอบแทนผู้ขับขี่ กรณีที่รถคันเอาประกันภัยภาคสมัครใจ เป็นฝ่ายผิด กรณีเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก และมีการเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดจากการขาดประโยชน์จากการใช้รถยนต์ บริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามจริง โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้กำหนดหลักเกณฑ์ไว้ มีดังนี้
1. รถยนต์ที่มีที่นั่งไม่เกิน 7 คน หรือรถยนต์บรรทุกผู้โดยสาร รวมทั้งผู้ขับขี่ไม่เกิน 7 คน ในอัตราไม่น้อยกว่าวันละ 500 บาท
2. รถยนต์รับจ้างสาธารณะที่มีที่นั่งไม่เกิน 7 คน ในอัตราไม่น้อยกว่าวันละ 700 บาท
3. รถยนต์ที่มีที่นั่งเกิน 7 คน หรือรถยนต์บรรทุกผู้โดยสารรวมทั้งผู้ขับขี่เกิน 7 คน ในอัตราไม่น้อยกว่าวันละ 1,000 บาท
ทั้งนี้ กรณีรถยนต์ประเภทอื่นที่ไม่ได้ถูกกำหนดอัตราไว้ข้างต้น ก็สามารถเรียกค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถได้ตามความเสียหายที่แท้จริง

รู้หรือไม่ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ สามารถเรียกได้เลยไม่ต้องรอ ซ่อมเสร็จ

         ถึงผู้เสียหายทุกท่าน ไหน ๆ ท่านก็ต้องตกเป็นผู้เสียหาย รถเกิดอุบัติเหตุเสียหายหนักแล้ว บางคนเสียหายหนักมาก บางคนเสียหายน้อย แน่นอนว่าคงย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ นอกจากสามารถเรียกค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ แต่รู้กันหรือไม่ว่าค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถนั้น ไม่จำเป็นต้องรอให้รถของเราซ่อมเสร็จ ก็สามารถเรียกร้องจากบริษัทประกันภัยได้เลย ไม่ว่ารถของคุณจะต้องใช้เวลาซ่อมหรือรออะไหล่นาน หรือไม่ว่าคุณจะเป็นฝ่ายถูกหรือผิด จำไว้เสมอว่าบริษัทประกันภัยมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบในการเสนอจ่ายค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถให้แก่ผู้เอาประกันภัย หรือผู้เสียหายอย่างคุณนั่นเอง

กลยุทธ์ของบริษัทประกันภัยที่คุณต้องรู้

         อีกหนึ่งกลยุทธ์เกี่ยวกับบริษัทประกันภัยหัวแพทย์ที่คุณต้องรู้ คือ บริษัทจะเงียบหายไปไม่ติดต่อเรามาเป็นระยะเวลาหนึ่ง นอกจากนี้ผู้เสียหายอาจพบบริษัทประกันภัยบ่ายเบี่ยง เพิกเฉย ติดต่อยาก หากเจอเช่นนี้อย่าตกเป็นเหยื่อหลงเชื่อไปรอนานทิ้งเวลาเด็ดขาด มิเช่นนั้นอาจถูกเอาเปรียบก็เป็นได้ ควรปรึกษาทนายความผู้มีความเชี่ยวชาญ ใช้แนวทางด้านกฎหมายในการเรียกร้องสิทธิ์เรียกค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ ปรึกษาทนายด่วน ต้องทนายอาร์มจากสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

กรณีตัวอย่าง รถเสียหายหนักรอบคัน ไม่รู้ว่าเรียกค่าขาดประโยชน์ได้

          กรณีต่อไปนี้จะเล่าถึงกรณีหนึ่ง ที่ซึ่งอาจจะเป็นประโยชน์ให้กับใครหลาย ๆ คนได้ นั่นคือ มีผู้เสียหายหลายคนที่ยังไม่รู้ว่า เมื่อไรที่รถเกิดอุบัติเหตุ เราสามารถเรียกค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถได้ โดยผู้เสียหายที่เป็นลูกความของเราท่านนี้ ได้ประสบอุบัติเหตุรถยนต์เสียหายยับรอบคัน โดยได้ตัดสินใจมาปรึกษาทนาย เพราะรู้ตัวว่ากำลังจะถูกบริษัทประกันภัยปัดความรับผิดชอบ อีกทั้งไม่รู้ว่าสามารถเรียกค่าขาดประโยชน์จากบริษัทประกันได้ โดยผู้เสียหายท่านนี้เกิดอุบัติเหตุสภาพรถขณะเกิดเหตุคือหงายท้องตกข้างทาง เสียหายหนักรอบคัน และผู้เสียหายคิดว่าต้องเดินเรื่องนานแน่ ๆ เนื่องจากเห็นพฤติกรรมบางอย่างที่ผิดปกติของบริษัทประกันว่า ประกันไม่ยอมมาติดต่อหรือคุยกับผู้เสียหายสักทีหลังเกิดเหตุ และคิดอยู่ในหัวตลอดว่า ถ้าเราไม่ทำอะไรสักอย่าง เราจะไม่ได้ค่าสินไหม ไม่ได้ค่าเสียเวลา และผู้เสียหายท่านนี้ จึงเลือกที่จะติดต่อหาทนาย เพื่อเข้าปรึกษาคดีความทันที เพราะก่อนหน้าที่ผู้เสียหายจะเข้าปรึกษาทนายก็ได้โทรหาประกันก่อน เพื่อจะให้ประกันคุยก่อน แต่ประกันดันหายเงียบไม่มาติดต่อใด ๆ  จึงลองปรึกษาทนาย เพราะบางสิ่งบางอย่าง ผู้เสียหายไม่รู้ว่าสามารถเรียกได้จริง ๆ อย่างค่าขาดประโยชน์นี้บางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องได้รับ หรือไม่รู้ว่าสามารถเรียกได้ และบางคนก็อาจเสียรู้ถูกประกันภัยเอาเปรียบไปแล้วหลายต่อหลายคนก็เป็นได้ เพราะความไม่รู้นี้

รถที่ใช้ทำมาหากินเกิดอุบัติเหตุเสียหาย รีบเรียกค่าขาดประโยชน์

            เกิดอุบัติเหตุจนรถที่ใช้ทำมาหากินได้รับความเสียหาย จนต้องเข้าอู่ซ่อม อย่าเพิ่งสบายใจเพียงเพราะคิดว่ามีประกันจ่ายให้ แต่อย่าลืมว่าคุณยังสามารถเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถได้อีก รถพัง เข้าอู่ อย่าลืมเรียกค่าขาดประโยชน์ หรือพบบริษัทประกันภัยทำเล่นลิ้นลีลาปฏิเสธการจ่ายหรือปฏิเสธการชดเชยค่าเสียหาย สามารถปรึกษาทนายความให้ช่วยดำเนินการได้ #คดีประกันภัย ต้อง #สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ปรึกษาด่วนที่ทนายอาร์มเท่านั้น แม้ว่าจะต้องรอซ่อมรถนานเป็นปี ต้องรออะไหล่นานแค่ไหน หรือค่าซ่อมจะแพงเหยียบล้าน อย่าลืมเรียกร้อง #ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ จากบริษัทประกันภัย

         อยากฝากถึงผู้เสียหายทุกท่านที่ขณะนี้กำลังประสบปัญหาเกี่ยวกับการรอซ่อมรถ รออะไหล่นาน ฯลฯ สาระพัดข้ออ้างต่าง ๆ ที่ทำให้รถที่ต้องใช้ทำมาหาในชีวิตประจำวันของคุณยังซ่อมไม่เสร็จเสียที หรือใช้เวลานานกว่าที่ควรจะเป็น อย่าปล่อยให้เวลาไหลไปเรื่อย ๆ เหมือนสายน้ำ สามารถเรียกค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถได้ และควรหาทนายไว้ปรึกษาดีที่สุด เพื่อไม่หลงเชื่อบริษัทประกันภัย และรักษาผลประโยชน์ให้ตัวคุณเอง ปรึกษาทนายดำเนินการเรียกค่าขาดประโยชน์ที่ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

คำถามยอดฮิต “เมาแล้วขับ” ประกันจ่ายไหม ?

คำถามยอดฮิต “เมาแล้วขับ” ประกันจ่ายไหม ?

          คำถามที่ว่า “เมาแล้วขับประกันจ่ายไหม” น่าจะเป็นคำถามยอดฮิตที่หลายคนให้ความสนใจและสงสัยกันอย่างมากเลยทีเดียว เพราะใครก็กลัวที่จะถูกข้อหาเมาแล้วขับอย่างแน่นอน ยิ่งสำหรับนักดื่ม สายเที่ยว สายปาร์ตี้แล้วล้วนต้องรู้ทันกฎหมายสำหรับเรื่อง เมาแล้วขับ เป็นอย่างมาก เพื่อในอนาคตจะได้ไม่เผลอไปโดนข้อหาเมาแล้วขับบนท้องถนน และวันนี้สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์จะมาพูดถึงเรื่อง เมาแล้วขับประกันจ่ายไหม มาฝากทุกท่านให้หายข้องใจกัน  

เมาแล้วขับควรทำอย่างไรดี ?

          สำหรับใครที่วันใดวันหนึ่งเกิดดื่มหนักมา แล้วมีเหตุให้ต้องขับรถ และแล้ววันนั้นดันเจอด่านเป่าแอลกอฮอล์ แน่นอนว่านาทีนั้นคงทำอะไรไม่ได้อย่างแน่นอน หรือหากใครคิดจะหนีด่านตรวจล่ะก็ เราขอแนะนำเลยว่าไม่ควรหนีด่านตรวจดีที่สุด เพราะสุดท้ายแล้วคุณก็จะถูกจับให้เป่าแอลกอฮอล์อยู่ดี หรือร้ายแรงไปกว่านั้นเจ้าหน้าที่อาจมีข้อสงสัยในตัวคุณมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

          วันนี้เราก็มีคำแนะนำมาฝากทุกท่านกันเกี่ยวกับ เมาแล้วขับประกันจ่ายไหม อาจเป็นวิธีที่ไม่ได้สามารถให้คุณรอดพ้นการเมาแล้วขับได้ 100% แต่รับรองได้เลยว่าเป็นผลดีกับตัวคุณอย่างแน่นอน เผื่อวันไหนได้เผลอดื่มหนักแล้วต้องขับรถไปเจอด่านตรวจขึ้นมา เราขอแนะนำดังนี้

  • ทำการเป่าแอลกอฮอล์ไปเลย

          เมื่อคุณรู้ตัวเองดีว่าตัวคุณเมาแน่นอนและต้องเป่าแอลกอฮอล์ ณ นาทีนั้นแล้ว แนะนำว่าให้คุณทำการเป่าแอลกอฮอล์ไปเลยหรือยอมรับสารภาพไปเลย เพราะการที่คุณยอมรับหรือสารภาพไปนั้นจะเป็นผลดีในทางคดีอาญา จะสามารถช่วยคุณในเรื่องของการลดโทษได้นั่นเอง เนื่องจากตามกฎหมายแล้วนั้นถือว่าคุณขับรถขณะเมาสุรา จะถูกโทษจำคุกและปรับอย่างที่ทราบกันดี

  • ไม่ควรประวิงเวลา เพื่อให้ปริมาณแอลกอฮอล์ลดลง

          การที่คุณหัวหมอประวิงเวลา ไม่ยอมเป่าเพื่อให้ปริมาณแอลกอฮอล์ลดลง ส่วนนี้ก็จริงอยู่ที่ปริมาณแอลกอฮอล์จะลดลง แต่ผลเสียที่ตามในทางนำสืบนั้นอาจส่งผลให้คุณโดนทั้งคดีแพ่งและอาญาก็เป็นได้ ชัดเจนแน่นอนว่าให้ผลเสียมากกว่าให้ประโยชน์ เมาแล้วขับประกันจ่ายไหม

ต้องเมาขนาดไหนถึงเรียก “เมาแล้วขับ”


ต้องเมาขนาดไหนถึงเรียก “เมาแล้วขับ”

          เมาแล้วขับประกันจ่ายไหม ก่อนอื่นคุณต้องซื่อสัตย์กับตัวเองก่อนเลย และต้องรู้ว่าคุณดื่มอะไรไปมากน้อยแค่ไหน เนื่องจากตัวเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แต่ละยี่ห้อมีระบุปริมาณในตัวอยู่แล้ว ซึ่งแน่นอนว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์ไม่เกินที่กฎหมายกำหนด แต่ต้องคำนึงด้วยว่าคุณดื่มไปมากน้อยแค่ไหน เพราะนั่นจะเป็นคำตอบให้คุณได้ว่าแอลกอฮอล์เกินหรือน้อยกว่ากฎหมายกำหนดหรือไม่นั่นเอง

          ตามกฎหมาย พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ.2522 แล้วนั้นได้ระบุไว้ว่า หากมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ถือว่าเมาสุรา และยกเว้นใน 4 กรณีดังต่อไปนี้ว่า หากมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ก็ถือว่าเมาสุราเช่นเดียวกัน ได้แก่

1.ผู้ขับขี่ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี

2.ผู้ขับขี่ที่มีใบอนุญาตขับขี่แบบ 2 ปี หรือที่เรียกว่าใบขับขี่ชั่วคราว

3.ผู้ที่มีใบขับขี่ประเภทอื่น ซึ่งไม่สามารถใช้แทนกันได้

4.ผู้ขับขี่ที่ถูกพักใช้งานใบขับขี่ หรือผู้ที่ถูกยกเลิกใช้งานใบขับขี่

          อย่างไรก็ตาม เมาแล้วขับประกันจ่ายไหม แม้ว่ากฎหมายจะระบุไว้อย่างชัดเจนแล้วว่า ผู้ขับขี่ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ถือว่าเมาสุรา แต่ในความเป็นจริงเมื่อใดที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปไม่ว่าจะมากหรือน้อยก็ไม่ควรขับขี่ยานพาหนะใด ๆ เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุ และเพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมด้วยเป็นเรื่องดีที่สุด เมาแล้วขับประกันจ่ายไหม

“เมาแล้วขับ” ประกันจ่ายไหม?


“เมาแล้วขับ” ประกันจ่ายไหม?

          มาถึงคำถามยอดฮิตสำหรับสายดื่ม สายปาร์ตี้ “เมาแล้วขับประกันจ่ายไหม” เมื่อดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปอย่างหนัก แล้วมีเหตุให้ต้องขับรถจนไปเกิดอุบัติเหตุเข้า เมื่อได้มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นคราวนี้ก็ว้าวุ่นกันเลยทีเดียว เรียกได้ว่าทำเอาสร่างกันเลยก็ว่าได้ เมื่อดันไป เมาแล้วขับ แล้วทีนี้ประกันจะจ่ายไหมนะ ? เมาแล้วขับประกันจ่ายไหม วันนี้เรามีคำตอบมากฝากกัน

เมาแล้วขับแล้วเกิดอุบัติเหตุ ประกันจ่ายหรือไม่ ?

          สำหรับคำถามยอดฮิตนี้เกี่ยวกับเรื่องเมาแล้วขับประกันจ่ายไหมที่หลายคนอยากรู้  โดยคำตอบของคำถามนี้จะแบ่งเป็น 2 กรณีด้วยกัน ดังนี้

1.กรณีรถมีประกันภัยภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ.

          เมาแล้วขับประกันจ่ายไหม หากผู้เอาประกันภัยมีปริมาณแอลกอฮอล์เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ หรือเมาแล้วขับไปประสบอุบัติเหตุ ประกันภาคบังคับจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ แต่ค่าเสียหายไม่ว่าจะเป็นค่าซ่อม หรือค่าอื่น ๆ ผู้เอาประกันจะต้องเป็นผู้รับปิดชอบเองทั้งหมด เนื่องจากเมาแล้วขับประกันจะไม่รับผิดชอบในส่วนนี้นั่นเอง

2.กรณีรถมีประกันภัยภาคสมัครใจ

          หากมีปริมาณแอลกอฮอล์เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์แล้วนั้นไม่ว่าประกันชั้นไหน ๆ ก็ไม่จ่ายและไม่รับผิดชอบ แต่หากมีคู่กรณีมีประกันภาคสมัครใจจะรับผิดชอบต่อคู่กรณีเท่านั้น และผู้เอาประกันก็จะต้องจ่ายเงินส่วนนี้คืนให้แก่ประกันในภายหลังเช่นกัน เมาแล้วขับประกันจ่ายไหม

          ดังนั้น คำตอบของคำถามที่ว่า เมาแล้วขับประกันจ่ายไหม ก็ชัดเจนแล้วว่าหากเมาแล้วขับประกันจะไม่รับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น นอกจากค่ารักษาพยาบาลในส่วนของพ.ร.บ.เท่านั้น จึงไม่ต้องเป็นกังวลอีกต่อไปเกี่ยวกับคำถามที่ว่า เมาแล้วขับประกันจ่ายไหม เพราะวันนี้เราได้รวบรวมคำตอบสำหรับหลายปัญหาที่ทุกคนอยากรู้มาให้แล้ว

รู้ทันประกันภัยหัวแพทย์ นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง


          อย่างที่ได้รวบรวมคำตอบของหลายปัญหาที่หลายคนอยากรู้มาให้อ่านกันแล้ว และหวังว่าทุกคนที่อ่านจะได้รับความรู้ไม่มากก็น้อยจากบทความนี้ของเรา แต่ ๆ แต่ ก็ยังมีประกันภัยหัวแพทย์ที่มักจ้องจะเอาเปรียบผู้เอาประกันโดยการนับปริมาณแอลกอฮอล์ย้อนหลัง เพื่อมาปฏิเสธไม่จ่าย ไม่รับผิดชอบใด ๆ ต่อผู้เอาประกัน  ใครเจอแบบนี้ก็มีหงายเงิบกันไปตาม ๆ กันว่าเมาแล้วขับประกันจ่ายไหม แบบนี้ก็มีด้วยหรือ ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดเมื่อเมาแล้วขับ ไม่ว่าคุณจะเมาจริงหรือไม่ก็ตาม หากเกิดอุบัติเหตุแล้วถูกนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง ควรมีทนายไว้เป็นอันดับแรกเลยดีที่สุด อย่ารอให้ถูกบริษัทประกันภัยเอาเปรียบ และไม่ต้องเป็นกังวลในเรื่อง เมาแล้วขับประกันจ่ายไหม อีกต่อไป หากเกิดอุบัติเหตุรีบปรึกษาทนายด่วน และทนายที่จะสามารถช่วยคุณได้ก็ต้องเป็นทนายผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายและการประกันภัยรถยนต์เท่านั้น ปรึกษาทนายคลิกเลยติดต่อเรา

ค่าเสียหายเชิงลงโทษคืออะไร ?

ค่าเสียหายเชิงลงโทษคืออะไร ?

           วันนี้สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์มีความรู้ดี ๆ มาให้ทุกท่านได้อ่านเพิ่มพูนความรู้กันเกี่ยวกับเรื่อง ค่าเสียหายเชิงลงโทษ ซึ่งหลายท่านอาจมีความสงสัยเกี่ยวกับค่าเสียหายเชิงลงโทษว่าคืออะไรกัน บางท่านเคยได้ยินก็ไม่รู้ว่าคืออะไร หรือบางท่านอาจยังมีความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ วันนี้เราจึงได้รวบรวมและสรุปเกี่ยวกับข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับ ค่าเสียหายเชิงลงโทษ มาฝากทุกท่านกัน

           ค่าเสียหายเชิงลงโทษ หรือที่เรียกว่า ค่าเสียหายเพื่อเป็นเยี่ยงอย่าง คือ ค่าเสียหายที่ถูกกำหนดขึ้นเพิ่มเติมจากค่าเสียหายที่แท้จริงที่ผู้ถูกกระทำละเมิดได้รับ โดยค่าเสียหายเชิงลงโทษนี้มีจุดมุ่งหมายก็เพื่อลงโทษผู้กระทำละเมิดให้เกิดความเข็ดหลาบไม่กระทำละเมิดอีก อีกทั้งยังเป็นการป้องกันไม่ให้ผู้อื่นกล้าที่จะกระทำละเมิดในลักษณะเช่นเดียวกันในอนาคตอีกด้วย ค่าเสียหายเชิงลงโทษนี้ จึงมีขึ้นมาเพื่อคุ้มครองสิทธิและป้องปรามการกระทำละเมิดไม่ให้เกิดขึ้นอีกในภายภาคหน้า และค่าเสียหายเชิงลงโทษ จะมีการกำหนดค่าเสียหายเชิงลงโทษ โดยจะมุ่งพิจารณาถึงความชั่วร้ายของพฤติกรรมที่ผู้ทำละเมิดได้ทำลงไปมากกว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง

รู้หรือไม่ ? ค่าเสียหายเชิงลงโทษมีใช้ในหลายประเทศ

รู้หรือไม่ ? ค่าเสียหายเชิงลงโทษมีใช้ในหลายประเทศ

           ค่าเสียหายเชิงลงโทษนี้ได้ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในต่างประเทศ ล้วนเป็นประเทศที่ใช้ระบบกฎหมายจารีตประเพณี ค่าเสียหายเชิงลงโทษ ได้มีการบัญญัติไว้ในกฎหมายเป็นที่แรกโดยประเทศอังกฤษ จนต่อมาค่าเสียหายเชิงลงโทษนี้ก็ได้รับการยอมรับและได้ถูกใช้ในประเทศที่มีการใช้ระบบประมวลกฎหมายนั่นเอง

หลักค่าเสียหายเชิงลงโทษในประเทศไทย

           ในประเทศไทยได้มีการนำเอาหลักค่าเสียหายเชิงลงโทษมาใช้ โดยในช่วงแรกที่ได้นำค่าเสียหายเชิงลงโทษนี้เข้ามานั้นยังไม่เป็นที่ยอมรับเท่าที่ควร เนื่องจากประเทศไทยนั้นมีการใช้ระบบประมวลกฎหมาย ที่ยอมรับหลักการที่ว่า ผู้กระทำละเมิดต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายไม่เกินจำนวนความเสียหายที่แท้จริง ตามที่ผู้ถูกกระทำละเมิดได้รับความเสียหายเท่านั้น แม้ว่าตามกฎหมายไทยจะมองว่าการลงโทษผู้กระทำละเมิดเช่นนี้จะเป็นการสร้างความยุติธรรมให้แก่ผู้ถูกกระทำละเมิดได้ แต่ก็มีในบางกรณีที่มีพฤติการณ์ของการกระทำละเมิดมีความร้ายแรง หรือในบุคคลบางคนบางกรณีที่ผู้กระทำละเมิดจงใจที่จะกระทำละเมิดอย่างไม่มีความเกรงกลัวในกฎหมายไทย อีกทั้งยังไม่ใยดีต่อความเสียหายที่ผู้ถูกกระทำละเมิดได้รับ นอกจากนี้ในผู้กระทำละเมิดบางคนยังไม่หลาบจำต่อความเสียหายที่ตนเองกระทำ เนื่องจากค่าเสียหายที่ตนต้องรับผิดต่อผู้ถูกกระทำนั้นเสียน้อยกว่าประโยชน์ที่ตนเองได้รับ ด้วยเหตุนี้ประเทศไทยจึงได้มีการนำหลักค่าเสียหายเชิงลงโทษมาปรับใช้กับระบบกฎหมายไทย เนื่องจากเล็งเห็นถึงความสำคัญและสิทธิของผู้ที่ถูกกระทำละเมิดและหรือประชาชน และหลักค่าเสียหายเชิงลงโทษนี้ยังได้มีการนำมาปรับใช้และได้มีการนำมาบัญญัติไว้ในกฎหมายไทยหลายฉบับด้วยกัน อาทิ พระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ.2545 , พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 , พระราชบัญญัติความผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 , พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 , พระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 และพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 เป็นต้น

ลักษณะสำคัญของค่าเสียหายเชิงลงโทษ  

           ค่าเสียหายเชิงลงโทษ มีลักษณะสำคัญด้วยกัน 4 ประการ ดังนี้

  1. ค่าเสียหายเชิงลงโทษ คือ ค่าเสียหายที่กำหนดขึ้นเพื่อเป็นบทลงโทษแก่ผู้กระทำละเมิด เป็นการป้องกันไม่ให้ผู้กระทำละเมิดกล้าที่จะกระทำละเมิดซ้ำอีก อีกทั้งยังเป็นการป้องกันไม่ให้ผู้อื่นกล้ากระทำการละเมิดกับบุคคลอื่นเช่นเดียวกันในอนาคตอีกด้วย
  2. ค่าเสียหายเชิงลงโทษ สำหรับผู้ถูกกระทำละเมิดแล้วนั้น ผู้ถูกกระทำละเมิดไม่ต้องพิสูจน์ในส่วนจำนวนความเสียหาย เนื่องจากเป็นดุลพินิจของศาลที่กำหนดให้แล้วตามความเหมาะสม โดยศาลได้คำนึงถึงความร้ายแรงของการที่ผู้ถูกกระทำละเมิดถูกละเมิดแล้ว อีกทั้งยังได้มีการคำนึงถึงฐานะทางเศรษฐกิจของผู้กระทำเมิดด้วย
  3. ค่าเสียหายเชิงลงโทษ ความเสียหายที่ผู้ถูกกระทำละเมิดได้รับจากผู้กระทำละเมิดนั้น เป็นค่าเสียหายที่กำหนดเพิ่มเติมนอกเหนือจากค่าเสียหายที่แท้จริง โดยค่าเสียหายเชิงลงโทษนี้ศาลอาจกำหนดเพีนงอย่างเดียวก็ได้แม้ว่าจะไม่ปรากฏค่าเสียหายที่แท้จริง
  4. ค่าเสียหายเชิงลงโทษ นี้ ศาลจะมีการกำหนดให้ในเฉพาะกรณีที่มีพฤติการณ์การกระทำละเมิดร้ายแรงรุนแรง ลักษณะการกระทำเช่นเดียวกับคดีอาญา เช่น การทำร้ายร่างกาย การข่มขู่ การใช้กลฉ้อฉล ฯลฯ ซึ่งมุ่งหวังให้เกิดการกระทบกระเทือนจิตใจแก่ผู้ถูกกระทำละเมิด รวมไปถึงการทำให้อับอาย การถูกดูหมิ่นด้วยเช่นกัน

ข้อดีของค่าเสียหายเชิงลงโทษ

การนำหลักค่าเสียหายเชิงลงโทษมาปรับใช้กับระบบกฎหมายไทยนั้นมีข้อดี คือ การดำเนินคดีทางแพ่งมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เนื่องจากค่าเสียหายเชิงลงโทษได้ทำให้ผู้กระทำละเมิดได้รับบทลงโทษที่รุนแรงขึ้น ผู้กระทำละเมิดมีความเกรงใจกลัวในกฎหมายไทยมากขึ้น และการที่มีบทลงโทษคือค่าเสียหายเชิงลงโทษนี้ก็ได้ทำให้ผู้อื่นไม่กล้าที่จะกระทำละเมิดต่อผู้อื่นในอนาคตเนื่องด้วยเกรงกลัวต่อบทลงโทษนี้ นอกจากนี้การที่ประเทศไทยมีหลักค่าเสียหายเชิงลงโทษยังเป็นการทำให้การทำงานของภาครัฐอย่างเช่นนโยบายของรัฐมีสภาพบังคับ ทำให้สร้างความยุติธรรมเป็นธรรมให้แก่ประชาชนผู้ถูกละเมิดได้

ข้อเสียของค่าเสียหายเชิงลงโทษ

           สำหรับการที่ประเทศไทยได้นำเอาหลักของค่าเสียหายเชิงลงโทษมาปรับใช้ในกฎหมายไทยซึ่งก็ล้วนสร้างข้อดีและมีประโยชน์ต่อกฎหมายไทยเป็นอย่างมาก แต่ก็ยังมีบางจุดที่หลักค่าเสียหายเชิงลงโทษยังมีข้อเสียอยู่ คือ การนำเอาหลักค่าเสียหายเชิงลงโทษมาปรับใช้อาจก่อให้เกิดความซ้ำซ้อนในการลงโทษผู้กระทำละเมิดได้ในกรณีที่การละเมิดนั้นมีการเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาด้วย อีกทั้งยังอาจเป็นช่องทางทำให้ผู้ถูกกระทำละเมิดรวมไปถึงทนายความอาจมีการแสวงหาผลประโยชน์จากคดีโดยทุจริตก็เป็นได้ รวมไปถึงการก่อให้เกิดผลเสียทางเศรษฐกิจได้ด้วยเช่นกันในกรณีที่ผู้กระทำละเมิดเป็นประเภทนิติบุคคล อย่างไรก็ตามการนำหลักค่าเสียหายเชิงลงโทษมาปรับใช้กับระบบกฎหมายไทยนั้น จำเป็นต้องมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน เหมาะสมกับพฤติการณ์การกระทำที่รุนแรง รวมไปถึงความเสียหายที่ได้เกิดขึ้นต่อผู้ถูกกระทำละเมิดด้วย เพื่อให้หลักของค่าเสียหายเชิงลงโทษเกิดประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลในทางปฏิบัติอย่างมากที่สุดต่อระบบกฎหมายไทย

           อ่านมาถึงตรงนี้สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ของเราก็มุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้ที่เข้ามาติดตามและเสพความรู้จากเว็บไซต์ของเราจะได้รับประโยชน์มากขึ้นและหวังว่าบทความของเราจะเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับเรื่องของ ค่าเสียหายเชิงลงโทษ มากขึ้นในอีกระดับแก่ผู้ที่ได้เข้ามาอ่านบทความนี้ เพราะความรู้ไม่มีที่สิ้นสุด เรียนรู้ไว้ก็ไม่เสียหายอะไรอีกทั้งยังเป็นการเพิ่มพูนความรู้อีกด้วย ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายก็เช่นเดียวกัน เพราะ “รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม” หากท่านใดต้องการปรึกษาเกี่ยวกับข้อกฎหมายใดสามารถติดต่อสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

Update กลโกงแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงิน 2024 ที่ต้องรู้ !

Update กลโกงแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงิน 2024 ที่ต้องรู้ !

          เดินทางข้ามปีมาถึงปี 2024 กันแล้ว แต่แก๊งมิจฉาชีพอย่างพวกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงิน ก็ยังทำพิษไม่เลิกรา เรียกได้ว่ากลุ่มแก๊งเหล่านี้ยังไม่มีวี่แววว่าจะหายไปหรือลดน้อยลงจากประเทศไทยได้เลย และดูเหมือนว่าจะทวีคูณเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากยังมีคนไทยหลายคนที่หลงเชื่อและได้ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงินอยู่เป็นจำนวนมากไม่เว้นแต่ละวัน วันนี้สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ของเรา จะมาอัปเดตภัยร้ายจากพวกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงิน เหล่านี้กันว่าปี 2024 แล้ว เหล่ามิจฉาชีพออนไลน์มีกลโกงใหม่ ๆ อะไรบ้าง และเราจะมีวิธีรับมือกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงินพวกนี้ได้อย่างไร

อัปเดตกลโกงก่อนถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงิน

อัปเดตกลโกงก่อนถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงิน

          กลโกงใหม่ ๆ ของพวกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงินนี้ เรียกได้ว่ามีอัปเดตมาตลอดจริง ๆ โดยเหล่ามิจฉาชีพพวกนี้มักจะหาลู่ทางเพื่อมาหลอกเอาเงินกับประชาชนตาดำ ๆ จนได้ แม้ว่าขณะนี้ในสังคมได้มีการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับกลโกงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงินนี้อยู่ทุกวัน ๆ แต่ก็ไม่ได้ทำให้มิจฉาชีพพวกนี้ลดลง อีกทั้งยังมีคนหลงเชื่อและสูญเสียทรัพย์สินไปจำนวนมากอยู่ วันนี้เราจึงได้นำกลโกงใหม่ ๆ ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงินที่เอามาหลอกลวงประชาชนหลงเชื่อให้โอนเงินไป จากข่าวดังที่กำลังเป็นกระแสในขณะนี้มาฝากกัน

แอบอ้างเป็นหน่วยงานทหาร

https://www.youtube.com/watch?v=h8yEiMUTQGc

          เป็นเรื่องราวของชายไทยวัย 40 คนหนึ่งถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกว่าเป็นทหารหญิงอเมริกัน หลอกว่าจะส่งเงินมาให้ สุดท้ายทำเอาชายผู้นี้สูญเงินกว่า 300,000 บาท โดยพฤติกรรมของแก๊งคอลเซ็นเตอร์นี้อ้างว่า เป็นทหารหญิงอเมริกันไปทำสงครามที่ซีเรียได้ยึดเงินจากกลุ่มกบฎที่ปล้นมาจากธนาคารจำนวน 6 ล้านดอลลาร์ แต่ไม่สามารถส่งเงินกลับเข้าประเทศของตัวเองได้ จึงจะขอส่งเงินมาที่ประเทศไทย พร้อมบอกว่าจะแบ่งเงินให้ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้ส่งที่อยู่ไปให้ หลังจากนั้นมีพัสดุจากประเทศซีเรียมาส่ง และต้องจ่ายค่าธรรมเนียมจำนวน 35,500 บาท และมีเหตุให้ผู้เสียหายหาวิธีโอนเงินให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ด้วยความโลภอย่างต่อเนื่องจนหมดบัญชี  18 ครั้ง สูญเสียเงินไปทั้งสิ้น 320,500 บาท ด้วยกัน จากเหตุนี้ทำเอาผู้เสียหายและครอบครัวเดือดร้อนหนักและเป็นอุทาหรณ์อย่างมากสำหรับผู้ที่ยังไม่ตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงิน

ส่งลิงก์ผ่านข้อความ SMS อ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า

          ข่าวนี้เป็นเรื่องราวของคุณยายวัย 81 ปี ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงิน ถูกดูดเงินในบัญชีร่วม 70,000 บาท โดยพฤติกรรมของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ คือ ส่ง SMS ข้อความพร้อมแนบลิงก์มาให้กด โดยข้อความระบุว่า เนื่องจากเจ้าหน้าที่การไฟฟ้ามีการจดเลขมิเตอร์ผิด ทำให้การชำระค่าไฟของคุณไม่สำเร็จ พร้อมลิงก์ให้กดเพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่ คุณยายผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้กดไป แก๊งคอลเซ็นเตอร์แอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าและสอนให้ผู้เสียหายทำตามขั้นตอนทันที หลังจากนั้นไม่นานมารู้ตัวทีหลังว่ายอดเงินในบัญชีหายไปแล้วจำนวน 70,000 บาท ทำเอาผู้เสียหายถึงกับช็อค เพราะเงินในบัญชีสูญหายไปในเวลาอันรวดเร็ว เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งกลโกงของพวกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงิน ก็ว่าได้ ซึ่งก็นับว่าเป็นกลวิธีที่แยบยลหากใครเผลอไปกดลิงก์แปลก ๆ ก็อาจทำให้สูญเสียเงินเป็นจำนวนมากได้

หลอกให้ลงทุน

          ในยุคสมัยเศรษฐกิจฝืดเคืองแบบนี้ แน่นอนว่าหลายคนคงหาลู่ทางเพื่อทำอาชีพเสริมกันไม่น้อย แต่ก็แน่นอนว่าอะไรที่ได้มาอย่างง่ายดายในที่ยุคที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงินระบาดหนักแบบนี้นั้นเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างมาก อย่างเคสนี้มีผู้เสียหาย 4 คน ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงิน ผ่านการเชิญชวนลงทุนเทรดหุ้นในเฟซบุ๊ก สูญเงินกว่า 20 ล้าน พฤติการณ์การหลอกเอาเงินโดยการให้เทรดหุ้นนี้ คือ เมื่อผู้เสียหายลงทุนในครั้งแรกก็จะได้กำไรคืนมา จึงลงทุนไปเรื่อย ๆ สุดท้ายถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงินบล็อกช่องทางการติดต่อทันที กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สูญเงินไปหลายล้านแล้ว เรียกได้ว่าอาชีพเสริมที่เล่นกับความโลภอยากได้เงินของคนแบบนี้ เป็นทางถนัดของพวกแก๊งมิจฉาชีพแบบนี้เลยทีเดียว หากไม่อยากตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงินแนะนำว่าควรตรวจสอบขั้นตอนวิธีการดี ๆ หรือไม่ก็ควรหาอาชีพเสริมที่สุจริตได้เงินมาอย่างสมเหตุสมผลจะดีกว่า เพราะสมัยนี้มิจฉาชีพมีจำนวนมากพอสมควรเลยทีเดียว

ถูกหลอกให้โอนเงินไปแล้ว ควรรับมืออย่างไร?

ถูกหลอกให้โอนเงินไปแล้ว ควรรับมืออย่างไร?

          ความผิดพลาดมักเกิดขึ้นได้เสมอ และแน่นอนว่าสำหรับใครที่ตกเป็นเหยื่อของพวกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงินเหล่านี้ไปแล้ว ไม่ว่าคุณจะถูกหลอกให้โอนเงิน สูญเสียเงินในบัญชีไปจะมากจะน้อย จงมีสติไว้เสมอและรวบรวมข้อมูล หรือหลักฐาน รวมไปถึงเอกสารทางการเงินต่าง ๆ หลังจากนั้นให้เข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที หรือถ้าไม่อยากรอนานในขั้นตอนการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ  เราขอแนะนำให้ผู้เสียหายทุกท่านควรมีทนายความเพื่อดำเนินการทวงคืนเงินของคุณที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงินไปจะดีกว่า

หากตกเป็นเหยื่อถูกหลอกต้องมีทนายความ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ยินดีให้บริการด้วยการดำเนินงานที่รวดเร็วและว่องไวตามขั้นตอน 

เมื่อเกิดปัญหาต้องมีที่ปรึกษากฎหมายไว้อุ่นใจที่สุด

เมื่อเกิดปัญหาต้องมีที่ปรึกษากฎหมายไว้อุ่นใจที่สุด

ที่ปรึกษากฎหมายคืออะไร ?

ที่ปรึกษากฎหมายคืออะไร

       ที่ปรึกษากฎหมาย คือ บุคคลผู้มีความรู้ความเข้าใจความเชี่ยวชาญทางด้านกฎหมายเป็นอย่างดี เป็นบุคคลผู้ที่สามารถรับฟังปัญหาหรือคำปรึกษาจากผู้ที่ทุกข์ร้อนหรือมีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจได้เป็นอย่างดี นอกจากที่ปรึกษากฎหมายจะเป็นผู้ที่ต้องรับฟังปัญหาจากผู้ที่เดือดร้อนได้แล้ว หน้าที่สำคัญของที่ปรึกษากฎหมายก็คือต้องสามารถให้คำปรึกษา คำแนะนำ และสามารถแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อมูลข้อเท็จจริงของเรื่องที่ผู้เดือดร้อนปรึกษามาได้ โดยที่ปรึกษากฎหมายที่ดีควรจะต้องให้คำปรึกษารวมไปถึงแสดงทัศนคติ และแสดงความคิดเห็นให้คำแนะนำแนวทางเกี่ยวกับข้อเท็จจริงของเรื่องนั้น ๆ ให้เป็นไปตามข้อเท็จจริงของข้อกฎหมาย อีกทั้งที่ปรึกษากฎหมายที่ดีควรที่จะให้คำแนะนำ หรือการอธิบายขั้นตอนในการแก้ปัญหาตามข้อกฎหมายให้ผู้ที่มาปรึกษาเข้าใจได้ง่าย และรู้สึกว่าได้รับคำแนะนำอย่างจริงใจและตรงไปตรงมา เนื่องจากไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถเข้าใจในกระบวนการดำเนินงานรวมไปถึงขั้นตอนทางกฎหมาย และต้องให้ผู้ที่มาปรึกษารู้สึกว่าการมีที่ปรึกษากฎหมายนั้นมีประโยชน์ต่อตัวเขามากที่สุด และเขาควรที่จะมีที่ปรึกษากฎหมายไว้สักหนึ่งคนเพื่อที่จะสามารถช่วยเหลือ และให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมายในภายภาคหน้าได้หากมีปัญหาใดเกิดขึ้นอีก

ที่ปรึกษากฎหมายจำเป็นต้องเป็นทนายความหรือไม่ ?

ที่ปรึกษากฎหมายจำเป็นต้องเป็นทนายความหรือไม่ ?

       เป็นอีกหนึ่งความสงสัยของผู้ที่ต้องการจะปรึกษาทางด้านกฎหมาย เพราะที่ปรึกษากฎหมายบางคน ไม่ได้เป็นทนายความ แต่บอกว่าเป็นที่ปรึกษากฎหมาย แบบนี้จะสามารถไปปรึกษาและรับฟังคำแนะนำจากบุคคลผู้นั้นได้หรือไม่

       คำตอบ คือ ที่ปรึกษากฎหมายอาจไม่ต้องเป็นทนายความก็ได้ เพราะที่ปรึกษากฎหมายก็เป็นอาชีพหนึ่ง ซึ่งบุคคลที่จะเป็นที่ปรึกษากฎหมายได้นั้น แน่นอนว่าก็ต้องมีความรู้ความเข้าใจในข้อกฎหมายเป็นอย่างดีอยู่แล้วอย่างแท้จริง ดังนั้น จึงสามารถมั่นใจได้ว่าปรึกษากฎหมายกับบุคลลที่เป็นที่ปรึกษากฎหมายก็สามารถเชื่อและรับฟังคำแนะนำจากบุคคลนั้นได้แม้ว่าเขาไม่ได้เป็นทนายความก็ตาม ส่วน ทนายความ ก็เป็นอาชีพหนึ่งที่รับบริการทางด้านกฎหมายเช่นเดียวกัน สามารถเป็นที่ปรึกษากฎหมายให้กับผู้ที่ต้องการจะปรึกษาได้ดีเหมือนกัน เพียงแต่ว่าทนายความจะมีความพิเศษกว่าที่ปรึกษากฎหมายทั่วไป เนื่องจากมีใบประกอบวิชาชีพที่สามารถว่าความในชั้นศาลได้นั่นเอง ดังนั้น ที่ปรึกษากฎหมายหากไม่ใช่ทนายความก็สามารถให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมายได้เช่นเดียวกัน

ทำไมต้องมีที่ปรึกษากฎหมาย ?

       ในหนึ่งวันสำหรับบางคนเรียกได้ว่ามีเป็นพันเรื่องราวก็ว่าได้ และกับบางคนต่างก็เจอปัญหาไม่ซ้ำในแต่ละวัน และแต่ละปัญหาที่เข้ามานั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่จะแก้ปัญหาได้ง่าย ๆ และผ่านไปได้ไว และถ้ายิ่งปัญหาที่ต้องเจอเป็นปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของกฎหมายด้วยแล้วนั้น หากใครไม่มีความรู้ความเข้าใจทางข้อกฎหมายเลยก็จะยิ่งเป็นเรื่องที่ลำบากและเดือดร้อนอย่างมาก เพราะไม่สามารถไปปรึกษาใครได้ หรือคนรอบตัวที่สามารถปรึกษาได้ก็อาจให้คำปรึกษาได้ไม่ถูกจุด หรือถูกต้องตามกฎหมาย ดังนั้น ที่ปรึกษากฎหมาย จึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดขณะประสบปัญหาเรื่องกฎหมาย เพราะควรที่จะให้ทนายความหรือที่ปรึกษากฎหมายเป็นผู้ให้คำแนะนำ รับฟังปัญหาที่คุณเจอดีที่สุด นอกจากจะได้รับคำปรึกษาที่ถูกที่ควรแล้ว ที่สำคัญคือคุณไม่ต้องเผชิญปัญหาเพียงลำพังด้วย

ให้สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ เป็นที่ปรึกษากฎหมายที่ดีที่สุดของคุณ

        สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์  เราเป็นสำนักงานกฎหมายที่มีทนายความมืออาชีพหลายท่าน ที่สามารถเป็นที่ปรึกษากฎหมายให้คุณได้ ไม่ว่าคุณจะประสบปัญหาเรื่องใด คดีความใด เรายินดีบริการและให้คำปรึกษาทางกฎหมายอย่างดีที่สุด ให้คุณได้รับบริการทางกฎหมายของเราอย่างเต็มรูปแบบ ที่ปรึกษากฎหมายที่พร้อมให้คำปรึกษาทุกด้านไม่ว่าจะคดีแพ่ง คดีอาญา ฯลฯ รวมไปถึงคดีความกับบริษัทประกันภัย ไม่ว่าจะรถชน ทรัพย์สินเสียหาย บาดเจ็บสาหัส เราสามารถให้คำปรึกษาได้ทุกเรื่องเกี่ยวกับกฎหมาย ดังนั้น เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ให้สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์เป็นที่ปรึกษากฎหมายให้กับคุณ เราพร้อมให้บริการทางกฎหมายกับคุณได้ทุกเรื่อง คลิก ติดต่อเรา

แฉ ! กลยุทธ์การเอาเปรียบของบริษัทประกันภัย ในเรื่อง ทำไมบริษัทประกันภัยต้องให้คู่กรณีไปคุมราคาเอง ?

แฉกลยุทธ์การเอาเปรียบของบริษัทประกันภัยง

          เรียกได้ว่าเทคนิคและกลยุทธ์ของบริษัทประกันภัยนี้มีออกมาหลากหลายมากเลยทีเดียว ไม่ว่าจะให้ไป รักษาตัวให้หายดีก่อน หรือ นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง และอื่น ๆ อีกมากมายที่สำนักงานทนายความของทนายอาร์มต้องเจอ รวมถึงผู้เสียหายหลายท่านที่ต้องเจอกับเทคนิคกลยุทธ์ของประกันภัย และนอกจากนี้ยังมีหลายรูปแบบอย่างมากที่บริษัทประกันภัยนี้มักนำมาเป็นข้ออ้างที่จะไม่ยอมจ่ายค่าเสียหายให้กับผู้เสียหาย และขณะนี้ยังมีกลยุทธ์ใหม่อีกก็คือบริษัทประกันภัยให้คู่กรณีไปคุมราคาเอง ผลในตอนท้ายคือมาตลบหลังกัน และนั่นใช่หน้าที่ของคู่กรณีหรือไม่ ตรงนี้ก็เป็นคำถามที่ชวนสงสัยว่า เพราะเหตุใดบริษัทประกันภัยจึงมีพฤติการณ์แบบนี้ต่อผู้บริโภค แต่ละเทคนิค แต่ละกลยุทธ์ของบริษัทประกันภัย ดูเหมือนว่าบริษัทฯ จะคิดมาดีแล้ว ราวกับว่าตั้งใจจงใจเอาที่จะเอาเปรียบผู้บริโภคมาตั้งแต่แรกอย่างไรอย่างนั้น เพราะแต่ละเทคนิคและแต่ละกลยุทธ์ของประกันภัยทำให้ผู้บริโภคอย่างเรา ๆ อดคิดไม่ได้เลยว่าพฤติการณ์การกระทำแบบนี้ตั้งใจที่จะเอาเปรียบผู้บริโภคหรือไม่

ทนายอาร์มขอแฉ !  ทำไมบริษัทประกันภัยต้องให้คู่กรณีไปคุมราคาเอง ?

ทำไมบริษัทประกันภัยต้องให้คู่กรณีไปคุมราคาเอง

          วันนี้ทนายอาร์มขอมาแฉเกี่ยวกับเทคนิคและกลยุทธ์ที่จ้องจะเอาเปรียบผู้บริโภคของบริษัทประกันภัย เรื่องเล่าดี ๆ เกี่ยวกับบริษัทประกันภัยจากทนายอาร์มที่มีทุกวัน และวันนี้จะมาพูดถึงทีเด็ดอีกหนึ่งอย่างของบริษัทประกันภัยที่ตอนนี้ทำพิษให้กับผู้บริโภคตาดำ ๆ อย่างมาก เกี่ยวกับการที่ ทำไมบริษัทประกันภัยต้องให้คู่กรณีไปคุมราคาเอง วันนี้ทนายอาร์มมีคำตอบ

          ในกรณีที่บริษัทประกันภัยให้รถคู่กรณีหรือให้รถลูกค้าคุมราคาแล้วมาเสนอราคาจัดซ่อม สุดท้ายแล้วบริษัทประกันภัยก็มาตัดราคาที่ถูกคุมและเสนอ ต่อมาไม่นานมีเหตุการณ์เกิดขึ้นเป็นเรื่องเป็นราว แล้วเมื่อพอเป็นเรื่องเป็นราวเกิดขึ้นมาแล้วนั้น บริษัทประกันก็อ้างว่า ลูกค้าฉ้อโกงบริษัทประกันภัยซะอย่างนั้น เหมือนว่าลูกค้าทำใบราคาปลอมขึ้นมา หรือสมรู้ร่วมคิดกับทางอู่หรือศูนย์ขึ้นมาเอง หาว่าลูกค้าจะมาเอาเปรียบบริษัทประกันภัย การที่ประกันภัยทำกับลูกค้าแบบนี้ มองได้ทางเดียวเลยว่าเป็นเทคนิคและกลยุทธ์ที่จะตลบหลังลูกค้าในภายหลัง อีกอย่างหนึ่งเนื่องจากกฎหมายได้กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่าให้บริษัทประกันภัยเป็นผู้ทำ และเป็นหน้าที่ของบริษัทประกันภัย หาใช่หน้าที่ของลูกค้าไม่ หากจะให้ลูกค้าเป็นผู้ทำก็ต้องออกค่าใช้จ่ายในการประเมินราคา ซึ่งเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์อย่างชัดเจนแล้ว

ถูกประกันภัย ใช้เทคนิคกลยุทธ์เอาเปรียบ รีบติดต่อทนายอาร์ม

          หากผู้เสียหายท่านใดกำลังประสบปัญหาเจอกลยุทธ์ของบริษัทประกันภัยเอาเปรียบอยู่ ไม่ว่าจะเทคนิคใด รูปแบบไหนที่คิดว่าไม่เป็นธรรม หรือคิดว่ากำลังจะถูกเอาเปรียบอย่างแน่นอนต้องรีบติดต่อทนายด่วน สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ยินดีให้บริการ เพราะเราเชี่ยวชาญด้านกฎหมายและการประกันภัยรถยนต์โดยทนายอาร์ม ทนายความมืออาชีพมือหนึ่งด้านประกันภัยรถยนต์ ที่สำคัญเมื่อไรที่เกิดอุบัติเหตุควรรีบมีทนายดำเนินการเรียกร้องค่าเสียหายให้ดีที่สุด ถ้าไม่อยากตกเป็นเหยื่อให้บริษัทประกันภัยใช้เทคนิคหรือกลยุทธ์ต่าง ๆ มาเอาเปรียบต้องติดต่อทนาย

รู้ทันประกันภัย ไม่เสียเปรียบ อย่ากลัวที่จะ ติดต่อทนาย

รู้ทันประกันภัย ไม่เสียเปรียบ อย่ากลัวที่จะ ติดต่อทนาย

          ผู้เสียหายจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ครั้งแรก ด้วยความที่เป็นครั้งแรก และยังไม่เคยเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์มาก่อน หลังเกิดอุบัติเหตุ 90% ก็มักจะทำตัวไม่ถูกอย่างแน่นอนว่าต้องทำอย่างไรต่อไป หรือควรจะเชื่อและทำตามคำบอกของประกันภัยดี ควรขอคำแนะนำจากญาติ จากคนรู้จัก หรือเพื่อน ซึ่งบรรดาคนเหล่านี้ไม่ต่างอะไรกับ “ทะแนะ” สักเท่าไร เพราะแต่ละคนก็ไม่ได้เป็นผู้รู้จริงและพากันให้คำแนะนำกันไปต่าง ๆ นานา ว่าควรทำอย่างนี้สิ อย่างนั้นสิ  ต้องไปแจ้งที่นั่นสิ ติดต่อที่นู่นดูสิ  ฯลฯ คำว่า “ติดต่อทนาย” คงไม่มีในความคิด เพราะกลัวและไม่กล้าที่จะติดต่อทนาย คิดว่าสามารถจัดการเองได้ และทำตามคำแนะนำของผู้ที่เคยมีประสบการณ์มาก่อนเรื่องราวคดีความคงจะผ่านไปได้ด้วยดีเช่นคนอื่น จึงไม่คิดที่จะติดต่อทนายเข้ามา

          มีผู้เสียหายหลายท่านที่ได้ติดต่อทนายเข้ามาหลังจากที่ดันหลงผิดไปทำตามคำแนะนำของผู้อื่นมาแล้ว ต่างก็ล้วนมีปัญหาตามมาจากการที่ไปทำตามคำแนะนำของเหล่าทะแนะกันจำนวนมาก แน่นอนว่าหากหลงเชื่อใครคนใดคนหนึ่งไปแล้วเป็นคำแนะนำที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากประสบการณ์ ความรู้ ความเข้าใจของแต่ละคนก็มีไม่เท่ากัน สุดท้ายแล้วก็เกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมา และปัญหาเดิมก็ไม่สามารถแก้ให้จบสิ้นไปได้ คดีก็ไม่มีความคืบหน้า เพราะไม่ยอมมาติดต่อทนายตั้งแต่แรกที่เกิดอุบัติเหตุ แล้วเมื่อพอไปเดินเรื่องเอง ติดต่อหน่วยงานเองจากการไปเชื่อทะแนะผู้รู้ไม่จริง หรือคนอื่น ๆ เมื่อมาคิดได้ว่าต้องติดต่อทนาย คราวนี้ผู้เสียหายก็จะเริ่มรู้สึกว่าที่ผ่านมาเสียเวลาไปเยอะพอสมควรแล้ว 

รีบปรึกษาทนายอย่ารอช้า เพื่อป้องกันการถูก “ประกันภัย” เอาเปรียบ

รู้ทันประกันภัย ไม่เสียหาย อย่ากลัวที่จะปรึกษาทนาย-2

          อย่างที่กล่าวไปในหัวข้อด้านบนว่าเวลาเกิดอุบัติเหตุครั้งแรก อย่าทำตัวไม่ถูก ที่สำคัญอย่ากลัวที่จะติดต่อทนาย เพราะไม่เช่นนั้นการที่ไปเชื่อผู้อื่นบางทีนอกจากจะไม่ได้ทำให้เรื่องราวผ่านไปได้อย่างสวยงามแล้ว ในภายหลังอาจสร้างปัญหาตามมาอย่างที่คุณไม่คาดคิดก็เป็นได้ วันนี้สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ดำเนินกิจการโดยทนายอาร์ม ทนายความมืออาชีพด้านกฎหมายและการประกันภัยรถยนต์ มีเหตุผลดี ๆ มาบอกสำหรับใครที่ยังไม่เคยเกิดอุบัติเหตุเลย หรือสำหรับใครที่เคยเกิดอุบัติเหตุแล้วก็สามารถมาอ่านความรู้ดี ๆ จากเราเพื่อรู้ไว้เป็นความรู้ และเพื่อเตือนใจว่าหากคราวหน้ามีเหตุให้ต้องเกิดอุบัติเหตุก็อย่ารอช้าที่จะติดต่อทนาย

ข้อเสียของการไม่รีบติดต่อทนายหลังเกิดอุบัติเหตุ

  • ถูกประกันภัยเอาเปรียบได้ง่าย

          เกิดอุบัติเหตุครั้งแรกแน่นอนว่าความกลัว ความประหม่า ความไม่มั่นใจ ความทำตัวไม่ถูกมีเกิดอยู่แล้วเป็นธรรมดาและปกติมาก ๆ สำหรับมนุษย์ทั่วไป แต่คุณรู้หรือไม่ว่าเมื่อใดที่คุณแสดงอาการเหล่านั้นออกไป ไม่ว่าจะความกลัว ความไม่รู้ก็แล้วแต่ จะทำให้คุณเกิดความเชื่อในคำแนะนำของผู้อื่น ๆ ได้ง่าย เมื่อคุณได้เจอเข้ากับบริษัทประกันภัย หากเขาพูดสิ่งใดมา หรือให้คุณทำอะไร คุณก็จะพร้อมที่จะเชื่อ และทำตามโดยไม่ขัดขืน ก็จะยิ่งเข้าทางประกันทันที แล้วหลังจากนั้นความเดือดร้อนก็จะตามมาอย่างที่คุณไม่รู้ตัว หรือเมื่อมารู้ตัวในภายหลังว่าเริ่มมีบางอย่างที่ไม่เป็นธรรมเกิดขึ้นกับตัวคุณ ถึงตอนนั้นคุณก็จะเริ่มต้องการติดต่อทนายแล้ว

  • เสียเวลา/เสียสุขภาพจิต

          เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ผู้เสียหายที่เคยติดต่อทนายให้ทำคดีความให้ คือเมื่อไปทำตามคนอื่นบอกมาว่าต้องไปติดต่อหน่วยงานที่นั่นที่นี่เอง แล้วทุกอย่างต้องใช้เวลา การที่คุณไปเดินเรื่องเอง ทำอะไรเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ก็ไม่รู้ว่าไปถูกทางหรือไม่ จะตอบโจทย์กับสิ่งที่คุณต้องการหรือไม่นั้น กว่าจะรู้ว่าสิ่งที่ทำมาทั้งหมดก็ยังไม่ทำให้คุณได้รับความเป็นธรรมได้รับค่าเสียหายอยู่ดี พอคุณมารู้ทีหลังหลังจากติดต่อทนายก็จะเกิดความรู้สึกว่าเสียเวลา ที่ทำมาทั้งหมดสูญเปล่า แล้วกว่าจะผ่านขั้นตอนต่าง ๆ ก็คงทำให้คุณเสียสุขภาพจิตไปไม่น้อยทางที่ดีต้องติดต่อทนายให้ไวที่สุด

  • อาจมีปัญหาอื่น ๆ ตามมาได้อีก

          อย่างที่กล่าวไปใน 2 ข้อแรกนั้น ข้อเสียอีกหนึ่งข้อที่ต้องมีแน่ ๆ หลังจากที่เกิดอุบัติเหตุแล้วกลัวที่จะติดต่อทนาย ก็คือปัญหาที่ตามมามีแน่นอน 100% แล้ววิธีการแก้ปัญหาก็เป็นสิ่งสำคัญ เมื่อเกิดปัญหา แล้วแก้ปัญหาไม่ถูกจุดก็ไม่ทำให้คุณได้รับค่าเสียหายได้ไวกว่าเดิม หนำซ้ำยังเป็นการขยายระยะเวลาไปอีก และทำให้คุณไม่ได้รับความเป็นธรรมในที่สุด ติดต่อทนายคือตัวเลือกที่ดีที่สุด และอย่าตัดสินใจติดต่อทนายตอนที่ถูกเอาเปรียบไปมากแล้ว ทางออกที่ดีที่สุดคือติดต่อทนายไว้เป็นอันดับแรก

  • เมื่อมาติดต่อทนายภายหลัง เรื่องอาจยากขึ้น

           เมื่อคุณคิดได้ในภายหลังว่าควรติดต่อทนายตั้งแต่แรกที่เกิดอุบัติเหตุ คุณก็เสียเวลาเสียสุขภาพจิตไปมากพอสมควรแล้ว และการที่ไปทำตามคำแนะนำของทะแนะ ไม่ยอมติดต่อทนายก็ยิ่งสร้างปัญหาตามมาในภายหลัง บางทีอาจะส่งผลให้คดีความไม่จบง่าย ๆ เมื่อมาติดต่อทนายถึงมือทนายก็อาจเป็นเรื่องที่ยากขึ้น เพราะเรื่องได้มีการดำเนินการไปแล้ว และยิ่งไปทำดำเนินการเองในวิธีที่ไม่ถูกทางก็จะยิ่งเป็นการสร้างภาระให้กับทนายในภายหลังด้วย อย่างที่กล่าวไปติดต่อทนายให้ไวเป็นเรื่องที่ควรทำที่สุดหลังเกิดอุบัติเหตุ หากติดต่อทนายไวการได้รับความเป็นธรรมหรือค่าเสียหายก็จะไวด้วย อีกทั้งยังไม่ต้องตกเป็นเหยื่อเสียรู้ประกันภัยอีก

          หลังเกิดอุบัติเหตุอย่ากลัวที่จะติดต่อทนา เพื่อป้องกันการถูกประกันภัยเอาเปรียบเกิดอุบัติเหตุครั้งแรกในชีวิต อย่ากลัว และอย่าเพิ่งหลงเชื่อทะแนะผู้รู้ไม่จริง เข้าใจไม่จริง ทางที่ดีหลังเกิดอุบัติเหตุทันทีควรรีบปรึกษา “ทนายความ” ผู้มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย สามารถใช้วิชาชีพในการให้คำปรึกษาและแก้ปัญหาให้คุณได้ เพื่อที่คุณจะได้ไม่ถูกเอาเปรียบจากบริษัทประกันภัยหรือคู่กรณี ที่คุณอาจรู้ไม่เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมของพวกเขา อย่าเพิกเฉย หรือเชื่อคำพูด #ทะแนะ มากกว่า #ทนาย ผู้รู้กฎหมาย ติดต่อทนายไวที่สุดเป็นเรื่องที่ควรทำ

Line @ คลิก! โทรหาเรา คลิก!