เปิดกลยุทธ์เด็ดรู้ทัน “แก๊งดูดเงิน” หลอกคุย 2 นาที ดูดเงินหมดบัญชี

เปิดกลยุทธ์เด็ดรู้ทัน “แก๊งดูดเงิน” หลอกคุย 2 นาที ดูดเงินหมดบัญชี

          เรื่องราวเกี่ยวกับแก๊งดูดเงินหรือมิจฉาชีพคอลเซ็นเตอร์เป็นเรื่องราวที่สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ของเราได้นำเสนออยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในยุคสมัยที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์และแก๊งดูดเงินมีการระบาดเป็นภัยอย่างหนักในสังคม แม้ว่าจะมีผู้เสียหายที่ถูกดูดเงินจากเหล่ามิจฉาชีพเข้าดำเนินคดีแจ้งความเอาผิดกับแก๊งดูดเงินและได้เป็นกระแสข่าวไปไม่น้อย แต่ดูเหมือนว่ากระบวนการแก๊งดูดเงินของพวกมิจฉาชีพออนไลน์จะยังคงมีกระบวนการหลอกลวงเหยื่อในรูปแบบใหม่ ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่องราวกับท้าทายกฎหมายไทยและดูเหมือนไม่เกรงกลัวต่อโทษที่จะต้องได้รับแต่อย่างใด และแน่นอนว่าวันนี้เราก็มีข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับกระบวนการของแก๊งดูดเงิน ในประเด็นที่ว่า “หลอกคุย 2 นาที ถูกดูดเงินหมดบัญชี” แก๊งมิจฉาชีพพวกนี้มีกระบวนการและหรือชั้นเชิงในการหลอกเหยื่ออย่างไรบ้าง

3 กลวิธีเด็ดของแก๊งดูดเงินที่ใช้หลอกลวงเหยื่อ

3 กลวิธีเด็ดของแก๊งดูดเงินที่ใช้หลอกลวงเหยื่อ

          อย่างที่เกริ่นนำไปข้างต้นทุกท่านน่าจะทราบถึงเทคโนโลยีที่มีความก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วพอสมควร เป็นเหตุให้แก๊งดูดเงินหรือมิจฉาชีพออนไลน์เข้ามามีบทบาทและระบาดเป็นภัยในสังคมและได้สร้างความเดือดร้อนต่อผู้เสียหายหลายท่านเป็นอย่างมาก วันนี้เราจึงได้นำข้อมูลความรู้ดี ๆ มาฝากเพื่อให้ทุกท่านได้ทราบและรู้ทันวิธีหลอกลวงเหยื่อจากพวกแก๊งดูดเงินภัยสังคมออนไลน์เหล่านี้กัน

1. ใช้วาทศิลป์หว่านล้อมให้เหยื่อกดโอนเงินให้เอง

          เป็นกลวิธีเด็ดกลวิธีหนึ่งของพวกแก๊งดูดเงินก็ว่าได้ โดยรูปแบบวิธีการคือจะใช้วาทศิลป์ในการพูดคุยเรื่องราวต่าง ๆ ราวกับว่าคุ้นเคยรู้จักกันเป็นอย่างดี เช่น อ้างว่าเป็นรู้จัก อดีตคนสนิท และหรือเข้ามาในรูปแบบเชิงชู้สาว เป็นต้น ซึ่งมิจฉาชีพมักจะใช้วิธีนี้ในการสนทนากับเหยื่อที่เป็นผู้สูงอายุ แต่วิธีนี้ก็สามารถใช้ได้ดีในบุคคลปกติทั่วไปเช่นเดียวกัน เพราะมิจฉาชีพเหล่านี้จะมีขั้นตอนการรีเช็คและหรือสำรวจข้อมูลส่วนบุคคลมามากพอสมควรก่อนที่จะมาใช้วาทศิลป์ในการหลอกลวงเหยื่อ ถ้าหากได้หลงกลวาทศิลป์ของมิจฉาชีพพวกนี้ไม่ว่าใครก็สามารถถูกดูดเงินไปหมดบัญชีได้ง่าย ๆ เลยทีเดียว

2. แอปพลิเคชันดูดเงิน

          สำหรับวิธีนี้มิจฉาชีพออนไลน์นิยมใช้ไม่น้อย เนื่องจากเป็นวิธีที่ง่ายสามารถส่งถึงเหยื่อและเข้าถึงเหยื่อได้หลายคน โดยมักมาในรูปแบบของข้อความ SMS หรือลิงก์ต่าง ๆ เพื่อให้เหยื่อหลงกดดาวน์โหลดแอปพลิเคชันรวมไปถึงโปรแกรมควบคุมโทรศัพท์มือถือเพื่อดูดเงินของเหยื่อออกจากบัญชีเอง ซึ่งเหยื่อแทบจะไม่รู้ตัวเลยว่านั่นคือแอปพลิเคชันอะไร หากมีข้อความแปลก ๆ เข้ามาแล้วเผลอกดเข้าไปแล้วปรากฏว่าต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน หากเผลอกดดาวน์โหลดไป นั่นหมายถึงการเปิดโอกาสให้มิจฉาชีพหรือแก๊งดูดเงินเข้ามาถึงข้อมูลสำคัญ ๆ ได้ง่ายนั่นเอง

3. แก๊งคอลเซ็นเตอร์

          แก๊งคอลเซ็นเตอร์เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการของเหล่ามิจฉาชีพออนไลน์ กลวิธีการหลอกลวงเหยื่อคล้ายคลึงกับข้อ 1. แต่แก๊งคอลเซ็นเตอร์นี้มาในรูปแบบบทบาทของเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะมีการโทรเข้ามาแสดงตัวชัดเจนว่ามาจากหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งหรืออื่น ๆ เพื่อโทรมาพยายามหลอกถามข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลสำคัญ ๆ เพื่อนำข้อมูลไปเข้าถึงแอปพลิเคชันสำคัญ ๆ เช่น แอปธนาคาร หรือที่มากไปกว่านั้น อาจใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของเหยื่อนำไปทำธุรกรรมต่าง ๆ เพื่อสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่นได้

หลังรับสายหากได้ยินประโยคทำนองนี้ตัดสายทิ้งทันที !

หลังรับสายหากได้ยินประโยคทำนองนี้ตัดสายทิ้งทันที

1. โทรมาแล้วสร้างความน่าเชื่อถือให้ตนเอง

          เช่น อ้างตัวว่ามาจากหน่วยงานราชการ และหรือหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อหลอกถามข้อมูล อาทิ โทรมาแล้วรีเช็คเลขบัตรประจำตัวประชาชน ชื่อ-นามสกุล หรือข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งหากเป็นหน่วยงานจริงจะไม่มีการโทรเข้ามารีเช็คข้อมูลเหล่านี้กับคุณแน่นอน หากมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานใดโทรเข้ามา ไม่ว่าจะด้วยเรื่องอะไรสำคัญมากน้อยเพียงใด ไม่ควรคุยต่อหรือสนทนาด้วย และทางที่ดีหากมีเบอร์แปลกโทรมาไม่ควรรับสาย หรือหากรับสายไปแล้วควรกดตัดสายทิ้งทันที เพื่อเป็นการตัดโอกาสให้มิจฉาชีพเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวและไม่หลงเป็นเหยื่อของแก๊งดูดเงินเหล่านี้ด้วย

2. โทรมาแล้วแจ้งว่าคุณเป็นผู้โชคดีได้รับรางวัล

          หากมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานอื่นที่คุณใช้บริการอยู่ อาทิ เครือข่ายโทรศัพท์มือถือ , แอปพลิเคชันสั่งซื้อสินค้า , แอปพลิเคชันรับชมวิดีโอ ฯลฯ หากมีเจ้าหน้าที่โทรเข้ามาแล้วแจ้งว่าคุณเป็นผู้โชคดี ได้รับรางวัลหรือสิทธิพิเศษต่าง ๆ ให้รีบกดสายทิ้งทันที ก่อนที่จะหลงกลเป็นเหยื่อเพราะเชื่อว่าเป็นผู้โชคดีจริง ๆ หากต้องการเป็นผู้โชคดีจริง ๆ ควรศึกษาข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือของหน่วยงานนั้น ๆ ด้วยตนเองก่อนจะดีกว่า มิฉะนั้นอาจหลงเชื่อคำหลอกลวงของมิจฉาชีพและสูญเสียทรัพย์สินจากคำว่า “คุณเป็นผู้โชคดีได้รับรางวัล” ได้

3. ชวนพูดคุยแล้วหลอกให้พูดข้อมูลส่วนบุคคล

          สำหรับสายที่โทรเข้ามาแล้วมีการพูดคุยทำนองว่าเป็นการสำรวจข้อมูล จะมีการสอบถามข้อมูลส่วนตัวต่าง ๆ ตั้งแต่ชื่อ-นามสกุล อาชีพ รายได้ ฯลฯ แล้วหลังจากนั้นจะมีการให้ทำขั้นตอนต่าง  ๆ ตามที่ปลายสายพูด เช่น การหลอกให้โอนเงินชำระค่าบริการต่าง ๆ โดยเหยื่อที่มิจฉาชีพพวกนี้นิยมหลอกลวงมากที่สุดจะได้แก่ ผู้สูงวัยหลังเกษียณ หรือผู้สูงวัยที่อาศัยอยู่คนเดียวไม่มีผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด เป็นต้น เนื่องจากเห็นว่าเหยื่อเหล่านี้ขาดความรู้ และสามารถชักจูงได้ง่ายเช่นเดียวกับเด็ก

หลอกคุย 2 นาที ดูดเงินหมดบัญชี มีจริงหรือ ?

หลอกคุย 2 นาที ดูดเงินหมดบัญชี มีจริงหรือ

          เนื่องจากช่วงนี้มีข่าวสะพัดอย่างมากเกี่ยวกับกระบวนการของมิจฉาชีพคอลเซ็นเตอร์ แก๊งดูดเงิน และหรือภัยร้ายออนไลน์รูปแบบต่าง ๆ มีกระแสข่าวมาแรงอย่าวข่าวหลอกคุย 2 นาที ดูดเงินหมดบัญชี วันนี้จะมาไขข้อสงสัยกับข่าวนี้ว่ามีจริงหรือ ?

          คำตอบคือ “ไม่จริง” เนื่องจากการที่มิจฉาชีพมีการโทรเข้ามาอ้าง หรือหลอกลวงต่าง ๆ นานานั้น ยังไม่สามารถดูดเงินออกจากบัญชีของคุณได้ทันทีไม่ว่าจะมีการโทรเข้ามา 2 นาที หรือมากกว่านั้น  แต่ที่ว่าโทรเข้ามา 2 นาทีแล้วถูกดูดเงินนั้น เป็นเพราะเหยื่อหรือผู้เสียหายได้มีการหลงเชื่อและทำการโอนเงินออกจากบัญชีให้มิจฉาชีพเอง นั่นจึงเป็นที่มาของข่าวที่ว่าหลอกคุย 2 นาที ดูดเงินหมดบัญชี แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้นกระบวนการดูดเงินหมดบัญชีมีอยู่จริง เพียงแต่กระบวนการนี้ต้องมีขั้นตอนดำเนินการต่าง ๆ เช่น การที่มิจฉาชีพให้ผู้เสียหายกดดาวน์โหลดแอปพลิเคชันหนึ่ง แล้วกดดาวน์โหลดไป และนั่นคือแอปที่มิจฉาชีพอาจแฝงมาด้วยโปรแกรมควบคุมโทรศัพท์มือถือหรือแอปดูดเงินเพื่อเจาะข้อมูลส่วนบุคคลของคุณนั่นเอง และแน่นอนว่าการกดยอมรับให้ติดตั้งแอปก็เสมือนว่าคุณกดยืนยันให้มิจฉาชีพเข้าถึงข้อมูลสำคัญของคุณได้ง่ายขึ้นนั่นเอง ดังนั้น ไม่ว่าจะมีใครโทรเข้ามาแล้วให้ทำตามขั้นตอนใด ๆ ก็ตาม “กดตัดสาย” คือทางออกเพื่อปิดโอกาสให้มิจฉาชีพเข้ามาหลอกดูดเงินเป็นสิ่งที่ควรทำที่สุด !

ค่าเสียหายเชิงลงโทษ คืออะไร ? กับคดีตัวอย่าง “เมาแล้วขับ” ถูกประกันภัยหัวหมอนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง สุดท้ายเจอศาลสั่งจ่ายค่าเสียหายเชิงลงโทษ และค่าอื่น ๆ ตามที่เรียกไปเกือบเต็มจำนวน !

ค่าเสียหายเชิงลงโทษ คืออะไร

          ค่าเสียหายเชิงลงโทษ คืออะไร ค่าเสียหายเชิงลงโทษเป็นหนึ่งในหลักเกณฑ์วิธีพิจารณาพิเศษ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตราที่ 42 คือ ศาลมีอำนาจพิพากษากำหนดค่าเสียหายในเชิงลงโทษหรือเรียกผู้ถือหุ้นของนิติบุคคลให้ร่วมรับผิดในหนี้ของนิติบุคคลได้

          ค่าเสียหายเชิงลงโทษ มาตราที่ 42 บัญญัติว่า “ถ้าการกระทำที่ถูกฟ้องร้องเกิดจากการที่ผู้ประกอบธุรกิจกระทำโดยเจตนาเอาเปรียบผู้บริโภคโดยไม่เป็นธรรมหรือจงใจให้ผู้บริโภคได้รับความเสียหาย หรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงไม่นำพาต่อความเสียหายที่จะเกิดแก่ผู้บริโภค หรือกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนต่อความรับผิดชอบในฐานะผู้มีอาชีพหรือธุรกิจอันย่อมเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน เมื่อศาลมีคำพิพากษาให้ผู้ประกอบธุรกิจชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้บริโภค ให้ศาลมีอำนาจสั่งให้ผู้ประกอบธุรกิจจ่ายค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มขึ้นจากจำนวนค่าเสียหายที่แท้จริงที่ศาลกำหนดได้ตามที่เห็นสมควร ฯลฯ โดยกำหนดได้ไม่เกิน 2 เท่าของค่าเสียหายที่แท้จริงที่ศาลกำหนด แต่ถ้าค่าเสียหายที่แท้จริงที่ศาลกำหนดมีจำนวนเงินไม่เกิน 50,000 บาท ให้ศาลมีอำนาจกำหนดค่าเสียหายเพื่อการลงโทษได้ไม่เกิน 5 เท่าของค่าเสียหายที่แท้จริงที่ศาลกำหนด”

ค่าเสียหายเชิงลงโทษมีเป้าหมาย 2 ประการ ได้แก่

-ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามหลักการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนของกฎหมายแพ่ง

-เป็นการลงโทษในทางอาญาเพื่อเป็นการป้องปรามมิให้เอาเยี่ยงอย่าง และเพื่อเอาเรื่องกับจำเลยที่หลบหนีความรับผิด

ลักษณะของค่าเสียหายเชิงลงโทษ

ลักษณะของค่าเสียหายเชิงลงโทษ

-ค่าเสียหายเชิงลงโทษ คือ เป็นค่าเสียหายที่ศาลกำหนดขึ้นเพื่อลงโทษผู้กระทำละเมิด ป้องปรามไม่ให้ผู้กระทำละเมิดกระทำการละเมิดซ้ำอีก และยังป้องปรามไม่ให้บุคคลอื่นกระทำการละเมิดในอนาคตด้วย

-ค่าเสียหายเชิงลงโทษ คือ ค่าเสียหายที่ผู้ถูกกระทำละเมิดไม่ต้องพิสูจน์ถึงจำนวนความเสียหายในส่วนนี้ เพราะเป็นดุลยพินิจของศาลที่กำหนดให้ตามความเหมาะสม โดยจะมีการคำนึงถึงความร้ายแรงของการกระทำละเมิด , ฐานะของผู้กระทำละเมิด รวมไปถึงความเสียหายที่ผู้ถูกกระทำละเมิดต้องได้รับจากการกระทำละเมิดนั้นด้วย

-ค่าเสียหายเชิงลงโทษเป็นค่าเสียหายที่ศาลกำหนดเพิ่มเติมนอกเหนือจากค่าเสียหายที่แท้จริง ซึ่งศาลสามารถกำหนดค่าเสียหายเชิงลงโทษอย่างเดียวได้ แม้ว่าจะไม่ปรากฏค่าเสียหายที่แท้จริง

-ศาลจะกำหนดค่าเสียหายเชิงลงโทษให้ในกรณีที่เห็นว่าการกระทำละเมิดนั้นมีพฤติการณ์ที่รุนแรง เช่น มีการทำร้าย ข่มขู่ หลอกลวง ฉ้อฉล หรือมีวัตถุประสงค์ชัดเจนว่ามุ่งร้ายเกิดความกระทบกระเทือนต่อจิตใจของผู้ถูกกระทำละเมิด หรือทำให้เกิดความอับอาย ถูกดูหมิ่น ถูกเหยียดหยาม

บทบัญญัติกฎหมายไทยเกี่ยวกับค่าเสียหายเชิงลงโทษ

          ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 438 ค่าสินไหมทดแทนจะพึงใช้โดยสถานใดเพียงใดนั้น ให้ศาลวินิจฉัยตามควรแก่พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิด อนึ่ง ค่าสินไหมทดแทนนั้นได้แก่การคืนทรัพย์สินอันผู้เสียหายต้องเสียไปเพราะละเมิด หรือใช้ราคาทรัพย์สินนั้น รวมทั้งค่าเสียหายอันจะถึงบังคับให้ใช้เพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันได้ก่อขึ้นนั้นด้วย

การสั่งให้ผู้ประกอบธุรกิจจ่ายค่าเสียหายเพื่อการลงโทษตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2511 มาตรา 42

1.กระทำโดยเจตนาเอาเปรียบผู้บริโภคโดยไม่เป็นธรรม

2.จงใจให้ผู้บริโภคได้รับความเสียหาย

3.ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงไม่นำพาต่อความเสียหายที่จะเกิดแก่ผู้บริโภค

4.กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนต่อความรับผิดชอบในฐานะผู้มีอาชีพหรือธุรกิจอันย่อมเป็นที่ไว้วางใจแก่ประชาชน

ตัวอย่างกรณี ผู้เสียหายถูกบริษัทประกันภัยคำนวณนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง สุดท้ายศาลสั่งจ่ายค่าเสียหายเชิงลงโทษ 5 หมื่นบาท เหตุเพราะบริษัทฯ จงใจเอาเปรียบผู้บริโภคโดยไม่เป็นธรรม

          เป็นเรื่องราวที่ไขข้อข้องใจได้ดีว่าค่าเสียหายเชิงลงโทษ คืออะไร ซึ่งเป็นเรื่องของผู้เสียหายรายหนึ่งที่ขับขี่รถยนต์แล้วได้เกิดอุบัติเหตุจนทรัพย์สินเสียหายหนัก และได้รับบาดเจ็บ โดยได้เกิดเหตุเวลาประมาณ 05.00 น. ต่อมาภายหลังเกิดเหตุได้มีการตรวจเลือดเพื่อวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในเวลาประมาณ 07.03 น. และผลตรวจเลือดออกเวลาประมาณ 13.40 น. หลังจากนั้นบริษัทประกันภัยก็ทำการหัวหมอต่อผู้เสียหายทันที เพื่อที่จะไม่รับผิดชอบต่อคามเสียหายใด ๆ ได้มีการเอาผลที่แอลกอฮอล์ที่ออกมานั้น มานับคำนวณผลแอลกอฮอล์ย้อนหลังไปจนถึงเวลาที่เกิดเหตุ  ทั้ง ๆ ที่ตามข้อเท็จจริงแล้วจะต้องนับตั้งแต่เวลาที่ผู้เสียหายได้เจาะเลือดคือเวลา 07.03 น. แต่บริษัทฯ กลับเอาเวลาที่ผลเลือดออกคือเวลา 13.40 น. มานับ เมื่อบริษัทฯ มาคำนวณตั้งแต่เวลา13.40 น. แน่นอนว่าอย่างไรก็ตามปริมาณแอลกอฮอล์ในตัวผู้เสียหายก็เกิน 50 Mg.%  ต่อมาบริษัทฯ ยังมาอ้างว่าคำนวณตามใบผลตรวจเลือดที่ออกมา ซึ่งในส่วนนี้บริษัทฯ ไม่ได้นำเอกสารดังกล่าวไปแปลเป็นเวลาไทย เนื่องจากเวลาในเอกสารดังกล่าวที่ออกมาเป็นภาษาอังกฤษ

          เห็นได้อย่างชัดเจนว่าบริษัทฯ ที่ประกอบธุรกิจประกันภัยอันเป็นที่น่าเชื่อถือและได้รับความไว้วางใจต่อประชาชนไม่ได้อ่านและไม่ได้แปลเอกสารเป็นไทย เป็นเหตุให้บริษัทฯ เกิดความเข้าใจผิดอย่างมากทั้ง ๆ ที่ก็เป็นบริษัทฯ ใหญ่ ควรมีความละเอียดและรอบคอบมากกว่านี้ ดังนั้น ศาลจึงพิเคราะห์ว่าจากเหตุนี้ การคำนวณของบริษัทประกันภัยไม่มีความถูกต้องตามหลักข้อเท็จจริง อีกทั้งยังเป็นการเอาเปรียบประชาชนหรือผู้บริโภคอย่างชัดเจน การคำนวณผลแอลกอฮอล์แบบนี้ของบริษัทฯ คำนวณอย่างไรผลก็เกินแน่นอน โดยคดีนี้ศาลจึงได้พิพากษาสั่งให้บริษัทฯ จ่ายค่าเสียหายเชิงลงโทษเป็นเงินจำนวน 50,000 บาท นอกจากนี้ยังได้สั่งจ่ายค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ สั่งให้บริษัทฯ นำรถของผู้เสียหายไปจัดซ่อม อีกทั้งยังสั่งจ่ายเกือบทั้งหมดที่ผู้เสียหายได้เรียกไปอีกด้วย

รถชนได้รับความเสียหายหนัก ไม่ต้องต่อล้อต่อเถียงกับประกันภัยให้เสียเวลา ปรึกษาทนายได้ตั้งแต่เกิดเรื่อง !!

รถชนได้รับความเสียหายหนัก

       สำหรับใครที่ประสบปัญหาเกิดอุบัติเหตุรถชน แล้วถูกบริษัทฯ คำนวณผลแอลกอฮอล์ย้อนหลังว่าคุณเมาแล้วขับ มาปฏิเสธไม่รับชอบต่อความเสียหายใด ๆ ไม่ต้องต่อล้อต่อเถียงกับใครให้เสียเวลา เพราะคุณไม่ใช่เหยื่อของบริษัทฯ อีกต่อไป สามารถมีทนายความไว้ปรึกษาได้ตั้งแต่วันที่เกิดเรื่อง และทนายความผู้เชี่ยวชาญกฎหมายและการประกันภัยรถยนต์ที่พร้อมให้คำปรึกษาตลอดจนการดำเนินคดีความต้องที่สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

ปรึกษาทนายด่วนอย่ายอม !! หาเงินแทบตาย สุดท้ายถูกแอปดูดเงินหมดบัญชี

ปรึกษาทนายด่วนอย่ายอม !! หาเงินแทบตาย สุดท้ายถูกแอปดูดเงินหมดบัญชี

          ในยุคที่เศรษฐกิจและสังคมเป็นแบบนี้ก็ยังไม่วายที่จะมีมิจฉาชีพออนไลน์เกิดขึ้น นับว่าเป็นการเกิดขึ้นที่ยิ่งใหญ่ เนื่องจากได้มีการระบาดของกลุ่มมิจฉาชีพออนไลน์อย่างแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่มีการระบาดอย่างหนักในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียหายได้สูญเสียเงินและทรัพย์สินมีค่าไปเป็นจำนวนมาก ในบางรายนอกจากจะต้องสูญเสียทรัพย์สินแล้วยังถึงขั้นต้องจบชีวิตเพราะถูกพิษร้ายอย่างแอปดูดเงิน โดยเรื่องนี้สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ของเราก็ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและเน้นย้ำได้มีการนำเสนอเกี่ยวกับเรื่องของพวกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ , มิจฉาชีพออนไลน์ ตลอดจนแอปดูดเงินในธนาคารไปบ้างแล้ว วันนี้ก็เช่นเดียวกันเราขอเป็นหนึ่งช่องทางในการเตือนภัยให้ทุกท่านได้ระมัดระวังกลยุทธ์ใหม่ ๆ ที่มิจฉาชีพมักนำมาใช้หลอกเหยื่ออย่างแอปดูดเงิน แอปพลิเคชันที่หากมีการติดตั้งเข้าไปยังมือถือของคุณแล้วนั่นอาจเป็นกุญแจดอกสำคัญในการเข้าถึงข้อมูลสำคัญ ๆ อย่างแอปธนาคารได้ นอกจากนี้ที่มากไปกว่านั้นก็อาจจะเข้าทางแก๊งมิจฉาชีพโดยนำไปสู่ขบวนการแอปดูดเงินหมดบัญชีได้นั่นเอง

สาย Android หยิบมือถือมาเช็กด่วน !! แอปอันตรายใครมีแอปต่อไปนี้ลบได้ลบ 10 แอปดูดเงินหมดบัญชี

สาย Android หยิบมือถือมาเช็กด่วน

          นาทีนี้หากไม่อยากให้มิจฉาชีพเข้าถึงข้อมูลสำคัญ ๆ ไม่ว่าจะเป็นรหัสผ่านแอปต่าง ๆ เช่น แอปธนาคาร , เฟซบุ๊ก , ไลน์ รวมไปถึงแอปที่คุณใช้ในการติดต่อสนทนาต่าง ๆ ต้องรีบหยิบโทรศัพท์มือถือมาเช็กด่วน ๆ ว่ามี 10 แอปพลิกเคชั่นดังต่อไปนี้หรือไม่ เพราะ 10 แอปนี้เป็นแอปดูดเงินชั้นเยี่ยมของเหล่ามิจฉาพชีออนไลน์ ที่ถ้าหากคุณมีไว้ในเครื่องแล้วอาจต้องทำใจไว้บ้าง เพราะเหล่ามิจฉาชีพตัวร้ายอาจเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญของคุณได้แล้วนั่นเอง ถ้าพร้อมแล้วเรามาเช็กแอปอันตรายแอปดูดเงินกันเลย ยิ่งใครสาย Android ยิ่งต้องเช็กด่วน !

1.Noizz : แอปตัดต่อวิดีโอพร้อมเพลง

2.Zapya : แอปแชร์ไฟล์/ย้ายไฟล์

3.VFly : แอปสร้างวิดีโอ

4.MVBit : แอปตัดต่อวิดีโอ

5.Biugo : แอปตัดต่อวิดีโอ

6.Crazy Drop : แอปเล่นเกมรับรางวัล

7.Cashzine : แอปเล่นเกมรับรางวัล

8.Fizzo Novel : แอปอ่านหนังสือออฟไลน์

9.CashEM : แอปรับรางวัล

10.Tick : แอปดูวิดีโอเพื่อรับรางวัล

          เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับ 10 แอปดูดเงินในบัญชี ใครมีหรือใครที่คิดจะดาวน์โหลดต้องบอกเลยว่าหยุดความคิดไว้ด่วน ๆ หากมีแล้วต้องรีบลบด่วน ๆ เช่นเดียวกันก่อนที่อะไรจะสายไปกว่านี้

วิธีป้องกันแอปธนาคารไม่ให้ถูกแอปดูดเงินจากบัญชี

วิธีป้องกันแอปธนาคารไม่ให้ถูกแอปดูดเงินจากบัญชี

          จากที่ได้นำเสนอ 10 แอปดูดเงินในบัญชีที่เป็นแอปอันตรายไปแล้วข้างต้น นอกจากนี้เรายังไม่พลาดที่จะมาอัปเดตวิธีเช็กโทรศัพท์มือถือของคุณกันว่ามีแอปดูดเงินอยู่ในเครื่องหรือไม่ เผื่อว่าในบางท่านอาจมีการดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นมาโดยที่ไม่รู้ตัว และอาจนำไปสู่การถูกดูดเงินหมดบัญชีในท้ายที่สุดได้ วิธีเช็กสำหรับมือถือระบบ IOS และ Android จะมีอะไรบ้างมาดูกันที่หัวข้อด้านล่างนี้เลย

วิธีเช็กแอปดูดเงินในมือถือ แบบระบบ IOS และ Android

ระบบ IOS

          แม้ว่าระบบ IOS จะมีการป้องกันที่รัดกุมเครื่องมากกว่าระบบ Android แต่ในยุคที่มิจฉาชีพออนไลน์สามารถทำแอปดูดเงินได้ขนาดนี้ก็ต้องยอมรับเลยว่าฝีมือไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ และแน่นอนว่าระบบ IOS ก็ไม่รอดเช่นเดียวกัน ต้องระมัดระวังและชะล่าใจไม่ได้เด็ดขาดไม่ว่าจะระบบก็ตาม วันนี้จึงได้นำข้อมูลดี ๆ มาฝาก เป็นข้อมูลในการป้องกันกาดาวน์โหลดแอปดูดเงินเข้าเครื่อง ใครสาวก Iphone สามารถทำตามขั้นตอนง่าย ๆ ได้ ดังนี้

1.เข้าไปที่ “การตั้งค่า”

2.เลือก “ทั่วไป”

3.เลือก “การจัดการ VPN และอุปกรณ์”

4.สังเกตว่าเครื่องของเรามีคำว่า “แอปส่วนองค์กร” อยู่หรือไม่ เพราะนั่นคือการอนุญาตให้เว็บไซต์อื่นสามารถติดตั้งแอปอื่นลงเครื่องของคุณได้ หากเป็นแอปไม่น่าเชื่อถือแน่นอนว่ามิจฉาชีพอาจนำแอปดูดเงินมาลงไว้ในเครื่องคุณอย่างไม่รู้ตัวก็ได้

5.โดยวิธีการแก้ไขก็คือกดเข้าไปที่“แอปส่วนองค์กร” แล้วทำการ “ลบแอป”ออกจากเครื่องทันที

ระบบ Android

          คนใช้มือถือระบบ Android ไม่ควรพลาดวิธีตรวจสอบว่ามือถือของคุณมีแอปดูดเงินอยู่หรือไม่ โดยมีด้วยกัน 2 วิธี ดังนี้

วิธีตรวจสอบแอปดูดเงินวิธีที่ 1

          1.เข้าไปที่ “การตั้งค่า”

          2.เลื่อนหาเมนู “แอป/Apps”

          3.สังเกตด้านบนมุมขวามือจะมีจุดสามจุดอยู่ ให้กดเข้าไป

          4.เข้าไปที่ “การเข้าถึงพิเศษ” ถ้าเข้าได้แล้วไม่เด้งออกแสดงว่าเครื่องของคุณยังปลอดภัยในระดับหนึ่ง

วิธีตรวจสอบแอปดูดเงินวิธีที่ 2

          1.ตรวจสอบผ่านฟังก์ชัน “Google Play Protect” จากแอป Google Play

          2.เข้าแอป Google Play แล้วกด “บัญชีผู้ใช้”

          3.แล้วเลือกฟังก์ชัน “Play Protect”

          4.กดคำว่า “สแกน” หากขึ้นคำว่า “พบแอปอันตราย” วิธีแก้ไขคือลบแอพนั้นทิ้งทันที

หากถูกแอปดูดเงินหมดบัญชี อย่ายอมเสียเงินไปฟรี ๆ ปรึกษาทนายดำเนินคดีด่วน !

          เป็นอย่างไรกันบ้างกับข้อมูลที่เราได้รวบรวมมาข้างต้น ล้วนเป็นวิธีป้องกันแอปดูดเงินมือถือในระดับที่ดีระดับหนึ่งก็ว่าได้ คาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อมูลที่เราได้นำเสนอในหัวข้อนี้จะสามารถเป็นประโยชน์ที่ดีในการป้องกันและให้ทุกท่านได้ระมัดระวังการถูกดูดเงินจากพวกเหล่ามิจฉาชีพได้ แต่ถ้าใครถูกแอปดูดเงินหมดบัญชีอย่ายอมเสียเงินไปฟรี ๆ เพราะกว่าที่คุณจะหาเงินมาได้นั้นไม่ใช่ง่าย ๆ เดินเรื่องเอง ดำเนินการเองอาจเสียเวลาและอาจไม่ได้อะไรเลย หลังถูกดูดเงินออกจากธนาคารปรึกษาทนายเป็นอันดับต้น ๆ เป็นเรื่องดีที่สุด เดินเรื่องให้ถูกทาง แล้วคุณจะได้เงินที่สูญไปกลับมาได้ไม่ยาก >>ปรึกษาทนาย<<

 

ขอขอบคุณข้อมูล 10 แอปอันตรายจาก : HTTPS://WWW.KOMCHADLUEK.NET/KOM-LIFESTYLE/IT/555393

ขอขอบคุณข้อมูลวิธีเช็กการลงแอปดูดเงินใน Iphone จาก : ช่อง TikTok อาตี๋รีวิว

ขอขอบคุณข้อมูลวิธีเช็กแอปดูดเงินในระบบ Android จาก : ช่อง TikTok ตำรวจสอบสวนกลาง

คดีเมาแล้วขับ ถูกบริษัทประกันภัยใช้มุก “นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง” สุดท้ายศาลพิพากษาให้บริษัทประกันภัยชดใช้จนเกือบเต็มจำนวนที่เรียกไป

คดีเมาแล้วขับ ถูกบริษัทประกันภัยใช้มุก นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง

          เป็นเรื่องราวของผู้เสียหายท่านหนึ่งที่ได้เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์แล้วถูกบริษัทประกันภัยปฏิเสธไม่รับผิดชอบ และได้ใช้ข้ออ้างยอดฮิตคือ “นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง” ซึ่งนับว่าเป็นกลยุทธ์หลัก กลยุทธ์เด็ดของบริษัทประกันภัยที่ตีคู่มาพร้อมกับมุก “รักษาตัวให้หายดีก่อน” ก็ว่าได้ สำหรับคดีเมาแล้วขับนี้ ผู้เสียหายได้เคยว่าจ้างทนายความท่านอื่นดำเนินคดีมาก่อนแล้ว แต่ไม่เป็นผล จนมาเจอเข้ากับ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ โดยทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์  ศิริ ดำเนินคดีความให้

          คดีเมาแล้วขับ แน่นอนว่าคงไม่มีใครอยากถูกข้อหานี้ แต่ก็ไม่รู้ว่าบริษัทประกันภัยคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะไม่ว่าผู้เสียหายท่านใดที่ประสบอุบัติเหตุขณะขับขี่รถยนต์ ก็มักจะนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลังต่อผู้ขับขี่เพื่อมาปฏิเสธไม่รับผิดชอบและหรือชดใช้ค่าเสียหายใด ๆ เลย อีกทั้งยังกล่าวหาว่าผู้เสียหายเมาแล้วขับแม้ว่าเป่าวัดปริมาณแอลกอฮอล์แล้วก็ไม่เกิน 50 Mg.% เหมือนอย่างกรณีของผู้เสียหายต่อไปนี้ที่ได้ไว้วางใจให้สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ของเราดำเนินคดีให้และได้รับความเป็นธรรมในที่สุด

บริษัทฯ ตีความใจแคบเอาเปรียบ อ้างปฏิเสธ “เมาแล้วขับ” แม้ปริมาณแอลฯ ไม่ถึง 50 Mg.%

บริษัทฯ ตีความใจแคบเอาเปรียบ อ้างปฏิเสธ “เมาแล้วขับ”

          เคสนี้คดีเมาแล้วขับ ผู้เสียหายได้ขับขี่รถยนต์ไปเฉี่ยวชนเข้ากับรถยนต์คู่กรณีเหตุเนื่องมาจากเบรกรถไม่ทัน จึงทำให้เฉี่ยวชนเข้ากับรถของคู่กรณีและรถของคู่กรณีก็ได้เฉี่ยวชนรถคันข้างหน้าอีกทีหนึ่ง โดยหลังจากเกิดอุบัติเหตุดังกล่าวผู้เสียหายจึงได้เรียกร้องให้บริษัทประกันภัยของตนชดใช้ค่าสินไหมทดแทน แต่ถูกบริษัทประกันภัยปฏิเสธที่จะชดใช้ค่าสินไหมทดแทน คดีเมาแล้วขับอีกทั้งยังปฏิเสธที่จะนำรถยนต์ของผู้เสียหายท่านนี้ไปจัดซ่อมอีกด้วย

          คดีเมาแล้วขับ ซึ่งเหตุผลที่บริษัทประกันภัยนำมาอ้างนั้น ก็อย่างที่กล่าวไปข้างต้นคือ เหตุผลข้ออ้างยอดฮิตอย่างการนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง บอกว่าผู้เสียหายมีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดบริษัทฯ จึงไม่คุ้มครองในส่วนนี้ แต่ในความเป็นจริงแล้วขณะเกิดเหตุนั้นไม่สามารถตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ได้ทันที การที่บริษัทฯ นำมาอ้างเพื่อปฏิเสธการรับผิชอบต่อผู้เสียหายท่านนี้ถือว่าเป็นการตีความเพื่อเอาเปรียบผู้บริโภคได้หรือไม่ ?

สุดท้ายหลังจากดำเนินคดีศาลพิพากษาให้บริษัทฯ ชดใช้ต่อผู้เสียหายอย่างเป็นธรรม

          หลังจากที่ผู้เสียหายถูกบริษัทประกันภัยจอมเจ้าเล่ห์ใช้กลยุทธ์มาเอาเปรียบอยู่นาน และหลังจากที่สำนักงานทนายของเราได้ดำเนินคดีความ คดีเมาแล้วขับสุดท้ายศาลได้มีคำพิพากษาให้บริษัทฯ ชดใช้ในประเด็นหลัก ๆ ดังนี้

-ค่าซ่อมรถของผู้เสียหาย

          ความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นโดยตรงจากการที่บริษัทฯ ปฏิเสธการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เมื่อผู้เสียหายได้เอารถออกจากอู่ยังพบข้อบกพร่องและปัญหาอยู่ ศาลจึงกำหนดค่าซ่อมตามความเหมาะสม จำนวน 445,620 บาท

-ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ

          คดีเมาแล้วขับตามข้อเท็จจริงบริษัทฯ ต้องจัดซ่อมรถยนต์ของผู้เสียหายภายใน 15 วัน  ซึ่งบริษัทฯ ได้ประวิงการซ่อมและอ้างปฏิเสธ ซึ่งเป็นการจงใจฝ่าฝืนข้อตกลง ซึ่งตามคำสั่งนายทะเบียนฯ ได้กำหนดค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถขั้นต่ำจำนวน 500/วัน ศาลจึงกำหนดค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถให้เป็นเวลา 120 วัน ในอัตรา วันละ 500 บาท รวมเป็นเงินจำนวน 60,000 บาท

          โดยสรุปแล้วคดีเมาแล้วขับ คดีนี้ศาลได้พิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 511,120 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีของต้นเงินจำนวน 451,120 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่ผู้เสียหาย โดยให้บริษัทฯ ชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนผู้เสียหาย โดยกำหนดค่าทนายความจำนวน 10,000 บาท สำหรับค่าฤชาธรรมเนียมที่ผู้เสียหายได้รับยกเว้นให้บริษัทฯ นำมาชำระต่อศาลในนามของผู้เสียหายเฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนตามจำนวนทุนทรัพย์ที่ผู้เสียหายชนะคดี

          สำหรับคดีเมาแล้วขับ หากใครขับขี่ยานพาหนะแล้วเกิดประสบอุบัติเหตุ และต่อมาได้ถูกบริษัทประกันภัยใช้กลยุทธ์หัวหมอ “นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง” ว่าเราเมาแล้วขับ หากเจอพฤติกรรมของบริษัทประกันภัยแบบนี้ อย่ายอมให้บริษัทประกันภัยเอาเปรียบ อย่าหลงเชื่อคำของบริษัทประกันภัย เพราะนอกจากคุณจะถูกกล่าวหาเป็นคดีเมาแล้วขับแล้ว ยังจะต้องได้รับความเดือดร้อนในอนาคตอีกด้วย ซึ่งหากคุณหลงเชื่อประกันภัยไปแล้ว ยืนยันว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม และได้รับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนอย่างเป็นธรรมแน่นอน ย้ำอีกครึ่งหลังเกิดอุบัติเหตุคดีเมาแล้วขับควรมีทนายความทันที อย่ารอให้ถูกบริษัทฯ เอาเปรียบคุณ

รถชน ฟันหัก 5 ซี่ขึ้นไป พ.ร.บ.จ่ายเท่าไหร่ ?

รถชน ฟันหัก 5 ซี่ขึ้นไป พ.ร.บ.จ่ายเท่าไหร่ ?

          อุบัติเหตุจากรถเป็นเรื่องไม่คาดฝัน เป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่มีโอกาสเกิดขึ้นได้กับทุกคน  เพราะเราต้องใช้ยานพานหนะทางบกในการเดินทางเป็นหลัก ซึ่งรถทุกประเภทมีความเสี่ยงภัยทั้งสิ้น โดยเฉพาะอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ที่ผู้คนนิยมใช้จำนวนมาก เพราะมีความสะดวก คล่องตัว ทำให้มีความเสี่ยงภัยสูงที่จะเกิดอุบัติเหตุ จากรายงานแสดงสถิติการเกิดเหตุจากรถจักรยานยนต์ ตามข้อมูลการใช้สิทธิ์ พ.ร.บ  ในปีพ.ศ. 2566 ของศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุเพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน พบว่า ในปี 2566 ประเทศไทยมีอุบัติเหตุทางท้องถนนจากรถจักรยานยนต์ เกิดขึ้น จำนวน 495,264 ครั้ง  มีผู้เสียชีวิต 7,915 ราย และมีผู้บาดเจ็บถึง 486,855 ราย เห็นสถิติแล้วต้องบอกว่าน่าทึ่งมาก แล้วจะมีผู้ประสบภัยสักกี่คนที่ได้รับการเยียวยาที่ถูกต้องตามสิทธิ กรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถได้กำหนดให้บริษัทจ่ายค่าสินไหมทดแทน กรณีได้รับความเสียหายต่อร่างกาย อนามัย ตามความเสียหายที่แท้จริง ไม่เกิน 80,000 บาท และกรณีสูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต คนส่วนใหญ่ค่อนข้างทราบดีว่าสามารถเรียกร้องได้ 200,000-500,000 บาท แต่อาจจะมีบางท่านที่ยังไม่ทราบว่ากรณีที่อวัยวะถูกทำลายลงแล้วจะทำให้กระทบต่อการดำรงชีวิตอย่างปกติสุขของผู้ประสบภัยนั้น เช่น การสูญเสียฟันแท้ตั้งแต่ 5 ซี่ ขึ้นไป สามารถเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนได้ถึง 250,000 บาท เป็นต้น

ฟันหัก ดูดีๆ อาจไม่ใช่กรณีบาดเจ็บธรมดา แต่เป็นเรื่องการสูญเสียอวัยวะ

ฟันหัก ดูดีๆ อาจไม่ใช่กรณีบาดเจ็บธรมดา

          “ฟัน” เป็นอวัยวะหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้อวัยวะอื่น ๆ ในร่างกาย เพราะมีหน้าที่ช่วยทำให้เราบดเคี้ยวอาหารได้ในทุก ๆ วัน ฟันเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราพูดและออกเสียงได้อย่างปกติ ช่วยรักษาโครงสร้างใบหน้า ให้มีความกว้าง , ความยาว และความอิ่มของริมฝีปากให้สมดุล และฟันเป็นส่วนประกอบของบุคลิกภาพ สร้างความประทับใจได้โดยเฉพาะเวลาที่พูดคุยกัน ฉะนั้น เมื่อเกิดอุบัติเหตุจากรถแล้วฟันหัก แน่นอนว่าย่อมเกิดความเจ็บปวดทุกข์ทรมานและกระทบต่อการใช้ชีวิตอย่างปกติสุข นอกจากการเรียกร้องค่ารักษาพยาบาล ค่าสูญเสียโอกาสในการทำงาน ค่าเสียหายอื่น ๆ แล้ว ต้องดูเงื่อนไข พ.ร.บ. ด้วย

          ดังนั้นดูให้ดี! บาดเจ็บฟันหักจากอุบัติเหตุรถชน แล้วฟันแท้หักตั้งแต่ 5 ซี่ขึ้นไป  สามารถเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนได้ถึง 250,000 บาท ตามเงื่อนไขกรมธรรม์พ.ร.บ. ข้อ 3.1.2 (7) ประกันภัยอาจจะใช้ความ “ไม่รู้” ของชาวบ้าน เสนอจ่าย พ.ร.บ. ในวงเงิน 80,000 บาท ซึ่งเป็นแค่กรณีบาดเจ็บเท่านั้น อาจจะทำให้ผู้ประสบภัยเสียสิทธิได้   

ตัวอย่างเคส ผู้เสียหาย ถูกรถชนได้รับบาดเจ็บฟันหักเกิน 5 ซี่ พ.ร.บ. จ่ายแค่ 80,000 บาท

          ผู้เสียหายรายหนึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส กระดูกเบ้าฟันหน้าแตก , ฟันหลุดออกจากเบ้า และฟันโยกไม่สามารถใช้งานได้มากกว่า 5 ซี่ มีบาดแผลฉีกขาดเหงือกบนและล่าง กระดูกนิ้วก้อยมือขวาหัก และมีบาดแผลถลอกตามร่างกาย จากอาการบาดเจ็บจะเห็นได้ว่าผู้เสียหายรายได้บาดเจ็บสาหัสมาก ก่อนที่จะได้มาปรึกษาสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ผู้เสียหายท่านนี้ได้ดำเนินคดีเรียกร้องค่าเสียหายจากการบาดเจ็บดังกล่าวจากพ.ร.บ. ซึ่งบริษัทประกันภัยเสนอจ่ายพ.ร.บ. เพียงแค่ 80,000 บาท เท่านั้น ซึ่งไม่ถูกต้อง ผู้เสียหายได้ค้นหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต จึงได้มารู้จักกับสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์  ทำให้ได้รู้ว่าอาจกำลังถูกประกันภัยเอาเปรียบ จึงตัดสินใจติดต่อหาทนายเพื่อปรึกษา และให้มาดำเนินการเรียกร้องค่าสินไหมแทน ซึ่งหลังจากที่สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์เข้าไปดำเนินการเรียกร้องในส่วน พ.ร.บ. ให้กับผู้เสียหายได้ 250,000 บาท ตามสิทธิ  และเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนในส่วนของภาคสมัครใจเป็นค่ารักษารักษาพยาบาลในอนาคต ค่าขาดประโยชน์จากการทำมาหาได้ ค่าสูญเสียความสามารถฯ และค่าสินไหมทดแทนอันมิใช่ตัวเงิน (ค่าทนทุกข์ทรมาน) ให้กับผู้เสียหายท่านนี้ด้วย ทำให้ผู้เสียหายไม่ถูกเอาเปรียบจากความไม่รู้ ดังนั้น สำหรับใครที่ถูกรถชนได้รับบาดเจ็บฟันหัก ดูให้ดี ว่าหักกี่ซี่? เข้าเงื่อนไขการสูญเสียอวัยะหรือไม่? หากไม่แน่ใจและรู้สึกว่าถูกเอาเปรียบเหมือนอย่างเคสคดีนี้ การติดต่อหาทนายความ
เป็นสิ่งที่ดีที่สุด

ขอขอบคุณที่มาข้อมูลสถิติ  : ศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุเพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน

ใช้บริการทางด้านกฎหมายกับทนายมืออาชีพ มั่นใจ ! ไร้กังวลเรื่องค่าจ้างทนาย ราคาแพง

ใช้บริการทางด้านกฎหมายกับทนายมืออาชีพ มั่นใจ ! ไร้กังวลเรื่องค่าจ้างทนาย ราคาแพง

          เรื่องราวในหนึ่งวันที่บางคนต้องพบเจอพันกว่าเรื่องและกับคน ๆ หนึ่งที่ต้องการจะปรึกษาทนายดำเนินคดีสักเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ค่าจ้างทนายก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้อดวิตกกังวล อดคิดไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องว่าจ้างทนายนี้ จึงทำให้เกิดหลายคำถามที่มีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องค่าจ้างทนาย ราคาเท่าไร? , ค่าจ้างทนาย ราคาแพงไหม? ฯลฯ และอีกหลายคำถามที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ เรียกได้ว่าการจะดำเนินคดีสักเรื่องทำให้คิดไม่ตกกันเลยทีเดียว แต่วันนี้สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ สำนักงานทนายความที่พร้อมให้บริการทางด้านกฎหมายกับทุกท่าน ได้นำข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับการปรึกษาทนายความที่เรามาฝากให้ทุกท่านที่มีปัญหาต้องการจะปรึกษาทนายดำเนินคดีให้ได้ทราบกันว่าปรึกษาคดีที่เราเป็นอย่างไร ค่าจ้างทนาย ราคาแพงหรือไม่มาดูกัน

จ้างทนายสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ดีอย่างไร ?

จ้างทนายสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ดีอย่างไร ?

       -ปรึกษาฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

          ตั้งแต่ขั้นตอนเริ่มแรกการมาขอคำปรึกษาหรือคำแนะในการดำเนินคดี ที่สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์เราให้คำปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ต้องการปรึกษาเรื่องใด หรือคดีความใดเราก็ให้ปรึกษาฟรีพร้อมยินดีให้คำแนะที่เป็นประโยชน์ต่อผู้มาใช้บริการ หากสนใจให้ทนายความของเราดำเนินคดีให้รับประกันไร้กังวลเรื่องค่าจ้างทนาย ราคาแพง

       -ให้คำปรึกษาโดยทนายความมืออาชีพ

          ที่สำนักงานของเรามีทนายความผู้มีความเชี่ยวชาญด้านคดีความให้คำปรึกษาด้วยตัวเอง ผู้ที่มาใช้บริการจะได้รับคำแนะนำที่ดีจากทนายความผู้ที่มีประสบการณ์ในการว่าความอย่างถูกต้องตามหลักข้อเท็จจริงของกฎหมาย และแน่นอนว่าคำแนะนำที่ได้รับจะสามารถเป็นประโยชน์ที่ดีให้แก่ผู้ที่มาปรึกษาได้

       -ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าจ้างทนาย ราคาแพ

          เพียงขั้นเริ่มต้นในการให้คำปรึกษา ที่สำนักงานทนายของเราให้คำปรึกษาฟรีไม่เหมือนที่อื่น ๆ ผู้ที่ต้องการใช้บริการทางด้านกฎหมายกับเราสามารถเข้ามาปรึกษาได้ทันที ทุกเรื่อง ทุกเวลา ไม่ต้องรอหรือกังวลใจเรื่องค่าปรึกษาทนายความ หรือกลัวว่าค่าจ้างทนาย ราคาแพง เพราะที่เราเข้าใจผู้มาใช้บริการเสมอว่าทุกท่านมาด้วยปัญหา ดังนั้น เราจึงจะไม่เป็นปัญหาให้กับท่าน แต่เราจะเป็นที่ที่พร้อมแก้ปัญหาและพาทุกท่านพบทางออกของปัญหาที่ดีอย่างถูกต้องตามวิธีการทางกฎหมาย

       -หลังตกลงทำคดีความดำเนินเรื่องอย่างรวดเร็ว

          ที่เราดำเนินคดีความด้วยความรวดเร็ว เริ่มดำเนินการตั้งแต่หลังที่ผู้มาใช้บริการตกลงว่าจ้างให้เราดำเนินคดีทันที นอกจากลูกความจะไม่ต้องกังวลเรื่องค่าจ้างทนาย ราคาแพงแล้วยังสามารถมั่นจได้ว่าเรื่องของคุณจะได้รับการดูแลและดำเนินการที่ไวรวดเร็วตั้งแต่วันแรกทันที อีกทั้งยังมีการอัปเดตขั้นตอนและผลของคดีความให้ลูกความทราบอย่างสม่ำเสมอ

       -ลูกความไปศาลเพียง 1 ครั้งเท่านั้น ไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทางมาศาลบ่อย

          ที่อื่นเป็นอย่างไรเราไม่รู้ แต่หากว่าจ้างทนายความดำเนินคดีที่สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ลูกความเดินทางมาขึ้นศาลเพียง 1 ครั้ง 1 นัดเท่านั้น ไม่ต้องเสียเวลา เสียเงิน หรือเสียการเสียงานมาศาลบ่อย เพราะเราเข้าใจดีว่าทุกการเดินทางมาศาลลูกความทุกท่านต้องมีค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะค่าเดินทาง หรือการต้องลางานเพื่อมาศาล ดังนั้น จึงสามารถมั่นใจได้ว่าที่เราลูกความมาศาลเพียง 1 ครั้ง เพราะนอกนั้นเรามีทีมทนายความมืออาชีพที่พร้อมจัดการให้คุณทั้งหมดตลอดจนคดีความดำเนินเรื่องจบ

ปรึกษาฟรี !! ไร้กังวลเรื่องค่าจ้างทนาย ราคาแพง ต้องใช้บริการสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

ปรึกษาฟรี !! ไร้กังวลเรื่องค่าจ้างทนาย ราคาแพง

          ไม่ว่าปัญหาเรื่องใดก็ไร้กังวลเรื่องค่าจ้างทนาย ราคาแพง จะอุบัติเหตุรถชนได้รับบาดเจ็บ , ทรัพย์สินเสียหายยับ และหรือถูกบริษัทประกันภัยเอาเรื่องนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลังมาปฏิเสธความรับผิดชอบหลังเกิดเหตุ ฯลฯ ก็ไม่ต้องกังวล เพราะที่สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ตั้งแต่ขั้นตอนปรึกษาก็ให้คำปรึกษาและคำแนะนำฟรี!!! อีกทั้งยังสามารถปรึกษาทนายออนไลน์ได้ด้วย ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางมาปรึกษาทนาย ณ ที่ตั้ง อย่างที่กล่าวไปว่าเรามีบริการทนายออนไลน์สามารถปรึกษาได้ทุกที่ทุกเวลา วันนี้จึงได้นำช่องทางหลัก ๆ ในการติดต่อปรึกษาทนายความมืออาชีพมาให้ทุกท่านได้ทราบกันและติดต่อปรึกษากันมาด้วย ดังนี้

ช่องทางหลักติดต่อ/ปรึกษาทนายความมืออาชีพ ปรึกษาฟรี!!!

ช่องทางหลักติดต่อ

          เพจ Facebook : กฎหมายและการประกันภัยรถยนต์

          เพจ Facebook : สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

          Add Line : @WONGSAKORN

          ปรึกษากฎหมายกับทนายมืออาชีพจากสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ปรึกษาฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ไร้กังวลเรื่องค่าจ้างทนาย ราคาแรง พร้อมดูแลทุกปัญหาของผู้มาใช้บริการทางด้านกฎหมาย ไม่ว่าคุณต้องการปรึกษาคดีความใดเราก็ยินดีให้บริการทุกท่าน ตลอดจนคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ต่อผู้มาใช้บริการ เพราะเราเชื่อว่าหากเดินถูกทางตั้งแต่เริ่มต้น ทางนั้นก็จะนำพาให้คุณไปเจอทางออกของปัญหาที่ดี มีผู้มาใช้บริการหลายท่านที่ได้ไปติดต่อดำเนินเรื่องเอง แต่สุดท้ายก็ไม่เป็นผลจนมาเจอสำนักงานทนายของเรา จึงได้พบกับทางออกที่ถูกที่ควร กว่าจะพบทางออกของปัญหาที่แท้จริงก็ได้รับความเสียหายและเสียเวลาไปมากแล้ว ดังนั้น ตั้งแต่เกิดเรื่องไม่ว่าเรื่องใด อย่าหลงทางดำเนินเรื่องจัดการเอง ข้อสำคัญไม่ควรหลงเชื่อทะแนะ ให้การปรึกษาทนายเป็นทางออกของปัญหาที่ต้องประสบพบเจอของคุณ ปรึกษาทนายด่วนที่ >>ติดต่อเรา<<

ปรึกษาได้ง่าย ปรึกษาได้ไว ปรึกษาทนายออนไลน์กับสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

ปรึกษาได้ง่าย ปรึกษาได้ไว ปรึกษาทนายออนไลน์กับสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

          ในยุคสมัยที่มีเทคโนโลยีมาอำนวยความสะดวกมากมายแบบนี้ ประกอบกับทั้งสื่อโซเชียลก็ได้เข้ามามีบทบาทกับทุกสิ่งทุกอย่างรวมไปถึงมนุษย์เป็นอย่างมาก ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในยุคสมัยนี้ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีได้สร้างและอำนวยความสะดวกให้กับสิ่งต่าง ๆ มากมาย สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ก็เช่นเดียวกัน   เราไม่พลาดที่จะให้คำปรึกษาอย่างทนายออนไลน์ บริการทนายออนไลน์ เพื่อให้ผู้ที่ต้องการคำปรึกษา ผู้ที่มีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจ และหรือผู้ที่ต้องการที่จะใช้บริการด้านกฎหมาย เพื่อให้ทุกท่านได้เข้าถึงทนายความได้ง่าย ได้รับบริการหรือปรึกษาได้อย่างรวดเร็วทันท่วงที อีกทั้งยังเพื่อความสะดวกสบายต่อผู้มาใช้บริการที่อยู่พื้นที่ไกลอีกด้วย

ทำไมต้องใช้บริการปรึกษากฎหมายกับทนายออนไลน์ที่เรา ?

ทำไมต้องใช้บริการปรึกษากฎหมายกับทนายออนไลน์ที่เรา

          เป็นที่ทราบกันดีว่าในยุคสมัยนี้ความสะดวกสบายเป็นสิ่งที่ใครก็ต้องการเป็นอันดับแรก ๆ ไม่ว่าจะด้วยเรื่องอะไร การปรึกษากฎหมายกับทนายออนไลน์ที่เราก็เช่นเดียวกัน บริการทางด้านกฎหมายที่พร้อมจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการจะใช้บริการด้านกฎหมาย และสำหรับท่านใดที่มีเรื่องเดือดร้อน หรือทุกข์ใจใด ๆ บริการทนายออนไลน์ที่เรามีความพร้อมเป็นอย่างยิ่งที่จะให้บริการคุณในทุกเรื่อง วันนี้จึงได้นำเหตุผลดี ๆ ที่ว่า ทำไมต้องใช้บริการปรึกษากฎหมายกับทนายออนไลน์ที่เรา และใช้บริการทนายออนไลน์ที่เราดีอย่างไร มาดูกัน  

สะดวกสบาย

          อย่างที่กล่าวไปความสะดวกสบายเป็นสิ่งทีใคร ๆ ก็ต้องการ อีกทั้งในยามที่เกิดปัญหาต้องเผชิญปัญหาความสะดวกสบายยิ่งเป็นสิ่งที่ควรจะมี เพราะจะสามารถทำให้การแก้ปัญหาในเรื่องนั้น ๆ มีความง่ายมากยิ่งขึ้น ปรึกษากฎหมายกับทนายออนไลน์ของสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ก็เช่นเดียวกัน บริการทางด้านกฎหมายที่พร้อมจะให้บริการกับทุกท่านที่มีปัญหาต้องการปรึกษาทนาย ปรึกษาทนายออนไลน์ว่าสะดวกสบายแล้วยังประหยัดเวลาเดินทางและประหยัดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ไปได้เยอะอีกด้วย เพราะคุณสามารถปรึกษาทนายได้ทุกที่ ที่สำคัญคือยังสามารถปรึกษาได้ตั้งแต่เกิดเรื่องเลยก็ว่าได้ อาทิ รถชนเกิดอุบัติเหตุ ก็สามารถปรึกษาทนายได้ทันที ไม่ต้องรอให้ถูกบริษัทประกันจอมเจ้าเล่ห์ใช้กลอุบายมาเอาเปรียบ สามารถมีทนายความได้ตั้งแต่รถชนหรือเกิดเรื่องทันที

ปรึกษาได้ทุกที่/ทุกเวลา

          ปรึกษากฎหมายกับทนายออนไลน์ที่เรา คุณสามารถปรึกษาได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง ไม่ต้องลางาน ฯลฯ อีกทั้งยังสามารถปรึกษาได้ตั้งแต่เกิดเรื่องเกิดปัญหาอีกด้วย หากต้องการปรึกษากฎหมายไม่ว่าเรื่องใด และแม้ว่าคุณจะอยู่ที่ใดก็ไม่ต้องกังวลเรื่องที่จะต้องเดินทางไปพบทนายความแต่อย่างใด เพราะอยู่ที่ไหนก็ปรึกษาปัญหากับทนายความมืออาชีพได้

ทนายความมืออาชีพให้คำปรึกษาด้วยตัวเอง

          ทนายออนไลน์ที่พร้อมให้คำปรึกษากับทุกท่าน ที่เรามีทนายความมืออาชีพที่พร้อมให้คำปรึกษาอย่างตรงไปตรงมา รวมไปถึงคำแนะนำทางด้านคดีความตลอดจนการให้คำแนะนำการวางรูปแบบคดี หากต้องการปรึกษากฎหมายกับทนายความตัวจริง ได้รับคำแนะนำที่สามารถนำไปใช้ได้จริงต้องปรึกษากฎหมายกับทนายออนไลน์ที่สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

ให้คำปรึกษาฟรี

          ปรึกษากฎหมายที่เราโดยทนายความมืออาชีพมากประสบการณ์ในการให้คำปรึกษาตลอดจนคำแนะนำอย่างที่กล่าวไปในข้อด้านบนแล้ว ปรึกษาทนายความที่เรายังปรึกษาฟรีอีกด้วย ไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายขั้นต่ำหรือค่าใช้จ่ายรายชั่วโมง จะปรึกษาทนายออนไลน์หรือจะวอล์คอินเข้ามาปรึกษา ณ ที่ตั้งของสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ คุณก็จะได้รับคำปรึกษาจากทนายความมืออาชีพตัวจริง และไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้ามาปรึกษาทนายเช่นเดียวกัน

ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนก็ปรึกษากฎหมายกับทนายออนไลน์ได้ทุกที่ ปรึกษาฟรี!! ไม่มีค่าใช้จ่าย

ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนก็ปรึกษากฎหมายกับทนายออนไลน์ได้ทุกที่

          อย่างที่กล่าวไปในข้างต้นว่าสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ของเรามีบริการทนายออนไลน์ สะดวกสบายไม่ว่าคุณจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน เมื่อเกิดปัญหาหรือมีเรื่องเดือดร้อนใจต้องการดำเนินคดี หรือปรึกษาคดีความเบื้องต้นก็สามารถปรึกษาทนายความออนไลน์ได้ทันที โดยไม่ต้องรอโอกาส หรือต้องเสียเวลาในการเดินทาง ในยุคสมัยที่สื่อโซเชียลเชื่อมโยงกันง่ายดายแบบนี้ เมื่อเกิดปัญหาไม่ต้องรอพร้อม สามารถปรึกษาทนายออนไลน์ได้ทันที ปรึกษาทนายคลิก >>ติดต่อเรา<< เพื่อติดต่อปรึกษาทนาย

รถชนได้รับบาดเจ็บ/ทรัพย์สินเสียหาย ก็ไม่ต้องรอ สามารถปรึกษาทนายได้ทันทีที่เกิดเรื่อง 

รถชนได้รับบาดเจ็บ/ทรัพย์สินเสียหาย ก็ไม่ต้องรอ

          อย่าลืม !! หากเกิดอุบัติเหตุรถชนได้รับบาดเจ็บ และหรือรถยนต์ทรัพย์สินของคุณต้องเสียหาย ไม่ต้องรอให้ถูกบริษัทประกันภัยหัวแพทย์มาใช้กลยุทธ์มาเอาเปรียบ อย่ารอให้ถูกบบริษัทประกันภัยบอกว่าให้ไป รักษาตัวให้หายดีก่อน หรือถูกบริษัทประกันภัยนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลังมาปฏิเสธการชดใช้รับผิดชอบ เมื่อคุณเป็นผู้บริโภคคุณไม่จำเป็นต้องรอ ! สามารถปรึกษาทนายที่มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายและการประกันภัยรถยนต์ได้ที่เพจเฟซบุ๊ก กฎหมายและการประกันภัยรถยนต์

ค่าเสียหายมูลละเมิดคืออะไร ?? เรื่องที่ต้องรู้ไว้ก่อนปรึกษาคดีความ

ค่าเสียหายมูลละเมิดคืออะไร ?? เรื่องที่ต้องรู้ไว้ก่อนปรึกษาคดีความ

          หลายท่านที่ได้เข้ามาปรึกษาคดีความก็อาจจะเข้าใจว่าอุบัติเหตุรถชนนั้นเกิดจาก “ความประมาท” ได้แต่เพียงอย่างเดียว เพราะสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์มีความเชี่ยวชาญและโดดเด่นทางด้านคดีประกันภัย แต่วันนี้รถชนเกิดอุบัติเหตุไม่ใช่เกิดจากความประมาทได้เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป เมื่อความประมาทนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ในหลายกรณีและหลายเรื่อง หากใครต้องการปรึกษาคดีความเกี่ยวกับเรื่องมูลละเมิดควรมาอ่านเรื่องราวที่เรากำลังจะนำเสนอต่อไปนี้เลยทีเดีย

ค่าเสียหายมูลละเมิดคืออะไร ? คู่รักสายชอบถ่ายคลิปต้องรู้ !

ค่าเสียหายมูลละเมิดคืออะไร ? คู่รักสายชอบถ่ายคลิปต้องรู้ !

          ก่อนปรึกษาคดีความสำหรับเรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่สำคัญเรื่องหนึ่ง หากใครยังไม่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องของค่าเสียหายมูลละเมิด และสำหรับคู่รักสายชอบถ่ายคลิปวิดีโอยิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรู้ เพราะเมื่อถึงเวลาเกิดปัญหาปรึกษาคดีความแล้วผู้ที่ได้ตกเป็นผู้เสียหายต้องรู้ไว้อย่างมาก ค่าเสียหายมูลละเมิด คือ ค่าเสียหายที่ผู้กระทำจะต้องจ่ายให้แก่ผู้ถูกกระทำไม่ว่าเรื่องที่กระทำไปนั้นจะถึงแก่ชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน และหรือชื่อเสียงก็ตาม

          หญิงสาวผู้เสียหายรายหนึ่งได้มีการมาปรึกษาคดีความกับเรา เมื่อมีเรื่องราวได้เกิดขึ้นกับเธอ โดยเรื่องมีอยู่ว่า หญิงสาวชายหนุ่มที่เวลารักกันก็รักกันปานจะกลืนกิน จนได้เกิดมีการถ่ายคลิปวิดีโอขณะแสดงความรักต่อกันมาเก็บไว้ในโทรศัพท์มือถือของฝ่ายชาย ณ ขณะตอนนั้นเห็นทีจะเรียกได้ว่าเป็นตอนที่ยัง “ไม่ประมาท” ก็ว่าได้ และเมื่อเรื่องราวความรักได้เดินทางมาถึงคราวต้องเลิกราแยกย้ายกัน ฝ่ายชายได้มีการโกรธเกลียดฝ่ายหญิงเป็นอย่างมาก โดยฝ่ายชายได้มีการเอาคลิปวิดีโอขณะตอนแสดงความรักของซึ่งกันและกัน เป็นคลิปที่ได้มีอะไรกันกับฝ่ายหญิง ส่งคลิปวิดีโอดังกล่าวซึ่งเป็นคลิปวิดีโอ 18+ ส่งไปให้แฟนใหม่ของฝ่ายหญิงผู้เสียหายดู ต่อมาฝ่ายชายก็ได้มีการเผยแพร่คลิปดังกล่าวไปทั่ว หนำซ้ำฝ่ายชายก็ยังมีการนำคลิปไปจำหน่ายต่อบุคคลอื่น ๆ หรือสื่ออื่น ๆ อีกด้วย เป็นเหตุให้ฝ่ายหญิงได้รับความเสียหายอย่างมาก การกระทำของฝ่ายชายเป็นการกระทำราวกับว่าไม่ใช่คนเคยรักกันมาก่อน จากเหตุการณ์นี้ฝ่ายหญิงได้รับความเสียหายหนักจึงได้รีบติดต่อปรึกษาคดีความกับทนายความทันที

ความเสียหายที่เกิดจากความ “ประมาท” ไม่ใช่แค่รถชนเท่านั้น เมื่อได้รับความเสียหายควรปรึกษาคดีความทันที

ความเสียหายที่เกิดจากความ “ประมาท” ไม่ใช่แค่รถชนเท่านั้น

          สำหรับเรื่องค่าเสียหายมูลละเมิดเช่นเหตุการณ์กรณีของผู้เสียหายรายนี้ หลาย ๆ ท่านอาจจะยังไม่เข้าใจว่าค่าเสียหายละเมิดมีแต่กรณีอุบัติเหตุรถชนหรือไม่ หรือ มีแต่กรณีทรัพย์สินเสียหายหรือไม่ คำตอบแบบชัด ๆ เลย คือ “ไม่ใช่”

อย่างในกรณีของคดีความนี้ ฝ่ายหญิงได้มีการดำเนินคดีเรียกร้องตั้งแต่ที่ฝ่ายชายได้ทำให้เธอรู้สึกเสื่อมเสียชื่อเสียง คือ การที่เราพลั้งเผลอมีการถ่ายคลิปวิดีโอในช่วงจังหวะนั้น ก็เป็นเหตุนำไปสู่ทางของความประมาทอย่างชัดเจน และจากกรณีดังกล่าวนี้ศาลก็ได้มีการตัดสินว่า ในคดีนี้ฝ่ายผู้หญิงเองก็มีส่วนประมาทเช่นเดียวกัน คือ ในเรื่องของการยินยอมให้ฝ่ายชายถ่ายคลิปวิดีโอขณะแสดงความรักกันดังกล่าว ทนายอาร์มขอย้ำ !! ว่า ก็จริงอยู่ที่ฝ่ายหญิงยินยอมให้ถ่ายรูปหรือถ่ายวิดีโอคลิป แต่ไม่ได้ยินยอมให้ฝ่ายชายเอาคลิปไปเผยแพร่ เพราะเหตุนี้ฝ่ายหญิงจึงมีส่วนประมาทด้วย เมื่อฝ่ายหญิงมีส่วนประมาท ก็เป็นเหตุให้ศาลได้มีการตัดสินกำหนดค่าเสียหายให้ฝ่ายหญิงน้อยลงนั่นเอง

เมื่อเกิดปัญหาไม่ว่าเรื่องใด ปรึกษาคดีความกับทนายคือทางออกที่ดีที่สุด

          อย่างที่กล่าวไปในข้างต้นทั้งหมด การเกิดปัญหาไม่ว่าเรื่องใด ๆ เป็นสิ่งที่ไม่มีใครต้องการจะประสบพบเจอ และการแก้ปัญหาที่ถูกที่ควรเป็นอันดับต้น ๆ นอกจากจะต้องมีสติแล้ว การที่จะแก้ไขปัญหาที่ถูกต้องและตรงจุดมากที่สุด คือ การปรึกษาคดีความกับทนายความตั้งแต่เกิดเรื่องคือทางออกที่ดีที่สุด เพราะทนายความจะสามารถให้คำปรึกษาตลอดจนคำแนะนำในการเดินเรื่องอย่างถูกทาง เพราะในการดำเนินการเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หากเริ่มต้นผิดทาง ก็จะผิดทางไปตลอด กว่าจะกลับเข้ามาถูกทางได้คุณก็อาจเสียเงิน เสียเวลาไปมากพอสมควรแล้ว เพราะเหตุนี้คุณจึงควรมีทนายและปรึกษาคดีความกับทนายความมืออาชีพตั้งแต่เกิดปัญหาดีที่สุด และแน่นอนว่าปรึกษากฎหมายกับทนายความมืออาชีพที่พร้อมให้คำปรึกษาอย่างตรงไปตรงมาและจริงใจต้องปรึกษาทนายกับสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์เท่านั้น 

ทำความรู้จักวลีเด็ดประกันภัย “เมาขับ” “นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง”

ทำความรู้จักวลีเด็ดประกันภัย “เมาขับ” “นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง”

          ใครที่ติดตามสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์คงจะคุ้นเคยกับวลีที่ว่า “เมาแล้วขับ” ถูก “นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง” เป็นอย่างดี เพราะเป็นวลีเด็ดที่บริษัทประกันภัยมักนำมาอ้างต่อผู้เสียหายเมื่อเกิดอุบัติเหตุในทุกครั้งนั่นเอง โดยก็มีผู้เสียหายหลายเคสมาก ๆ ที่ได้ติดต่อให้สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ดำเนินคดีให้เมื่อรถเกิดอุบัติเหตุแต่กลับถูกบริษัทประกันภัยอ้างว่าเมาแล้วขับ และใช้วิธีการนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง เพื่อมาปฏิเสธไม่รับผิดชอบต่อผู้เสียหาย ซึ่งกลวิธีการดังกล่าวก็เป็นวิธีการที่อาจอนุมานได้ว่า “หัวหมอ” ต่อผู้เสียหายพอสมควรเลยทีเดียว ซึ่งหากมีคนหลงเชื่อวิธีการนี้ของบริษัทประกันภัยไปความเดือดร้อนก็อาจมาเยือนคุณได้อย่างแน่นอน วันนี้สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์จึงได้นำข้อมูลความรู้เกี่ยวกับเรื่องปริมาณแอลกอฮอล์ตามกฎหมายมากฝากกันว่าเป่าแอลกอฮอล์ไม่เกินเท่าไหร่จึงจะเรียกว่าไม่เมาแล้วขับ และเพื่อให้คุณรู้เท่าทันวลีเด็ดของประกันภัยอย่างคำว่า “คุณเมาแล้วขับ” และใช้มุก “นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง” มาเอาเปรียบคุณในภายหลังนั่นเอง

เป่าแอลกอฮอล์ไม่เกินเท่าไหร่ ถึงเรียก “ไม่ได้เมาแล้วขับ”

เป่าแอลกอฮอล์ไม่เกินเท่าไหร่ ถึงเรียก “ไม่ได้เมาแล้วขับ”

          สำหรับเรื่องเป่าแอลกอฮอล์ไม่เกินเท่าไหร่ปริมาณแอลกอฮอล์ขณะขับขี่ยานพาหนะนั้น หลายคนก็อยากจะรู้กันใช่ไหมว่าเป่าแอลกอฮอล์ไม่เกินเท่าไหร่ ถึงจะเรียกว่าไม่ได้เมาแล้วขับกันแน่ โดยตามกฎหมายแล้วเรื่องของปริมาณแอลกอฮอล์จะแบ่งเป็น 2 ระดับด้วยกัน ดังนี้

ระดับที่ 1 ปริมาณแอลกอฮอล์เกิน 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

          ในระดับที่ 1 นี้จะเป็นในกรณีที่ผู้ขับขี่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี , ผู้ขับขี่ที่มีใบอนุญาตขับขี่ประเภทชั่วคราว , บุคคลที่ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ รวมไปถึงบุคคลที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ และหรือบุคคลที่ถูกพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ หากบุคคลตามที่กล่าวมานี้มีปริมาณแอลกอฮอล์เกิน 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จะถือว่าบุคคลเหล่านี้เป็นบุคคลที่ “เมาแล้วขับ” ทันทีเป่าแอลกอฮอล์ไม่เกินเท่าไหร่

ระดับที่ 2 ปริมาณแอลกอฮอล์เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

          ในระดับที่ 2 นี้เป่าแอลกอฮอล์ไม่เกินเท่าไหร่จะพบผู้ที่เมาแล้วขับเป็นส่วนมาก เนื่องจากจะเป็นบุคคลที่มีใบอนุญาตขับขี่เกิน 5 ปี หรือตลอดชีพ และเป็นบุคคลที่มีอายุมากกว่า 20 ปี

       โดยปริมาณแอลกอฮอล์ทั้ง 2 ระดับนี้ เป่าแอลกอฮอล์ไม่เกินเท่าไหร่หากเกิดอุบัติเหตุและได้เป่าแอลกอฮอล์ หลังการเป่าแล้วพบว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์เกินที่กฎหมายกำหนดทั้ง 2 ระดับ ตามกฎหมายแล้วจะถือว่าผู้นั้น “เมาแล้วขับ” ทันที และต้องรับโทษตามกฎหมาย คือ ปรับจำนวน 5,000 บาท – 20,000 บาท จำคุกไม่เกิน 1 ปี และหรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้บุคคลผู้ที่เมาแล้วขับในทั้ง 2 ระดับอย่างที่กล่าวไปข้างต้น จะต้องถูกพักใช้ใบอนุญาตขับขี่เป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 6 เดือน และหรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่นั่นเอง

เจอด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ไม่เป่าได้หรือไม่ ?

          นอกจากนี้สำหรับผู้ที่สงสัยว่าเป่าแอลกอฮอล์ไม่เกินเท่าไหร่ถึงเรียกว่าไม่ได้เมาแล้วขับ หากขับขี่แล้วเจอด่านตรวจให้เป่าวัดแอลกอฮอล์แล้วผู้ขับขี่ไม่ยอมเป่าวัดแอลกอฮอล์ ตามกฎหมายแล้วนั้นก็จะถือว่าผู้นั้น “เมาแล้วขับ” โดยปริยาย อีกทั้งยังต้องโทษตามกฎหมายด้วย คือ จำคุกไม่เกิน 1ปี และหรือถูกปรับสูงสุดจำนวน 20,000 บาท อีกทั้งก็จะถูกพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ด้วยเช่นเดียวกันเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 6 เดือน และหรืออาจถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ด้วย

          เหล่านักดื่มทั้งหลายที่ข้องใจว่าจะต้องเป่าแอลกอฮอล์ไม่เกินเท่าไหร่ ถึงจะเรียกว่า “ไม่ได้เมาแล้วขับ” ก็คงหายข้องใจกันแล้ว แต่สิ่งที่ดีที่สุดคือไม่ควรขับขี่ยานพาหนะทุกประเภทขณะมึนเมา เพราะนอกจากจะได้ไม่ถูกข้อหาเมาแล้วขับแล้ว จะได้ไม่ต้องมากังวลเรื่องเป่าแอลกอฮอล์ไม่เกินเท่าไหร่ รวมไปถึงไม่ต้องมาเกิดอุบัติเหตุให้ทรัพย์สินเสียหายด้วย

          สำหรับข้อมูลความรู้เกี่ยวกับเรื่องเป่าแอลกอฮอล์ไม่เกินเท่าไหร่ถึงจะเรียกว่าไม่ได้เมาแล้วขับในส่วนของปริมาณแอลกอฮอล์ในการขับขี่ยานพาหนะที่กล่าวไปในข้างต้นนั้น เราก็หวังว่าข้อมูลที่กล่าวมาจะสามารถเป็นความรู้ในการขับขี่ได้กับทุกท่าน ที่กังวลว่าต้องเป่าแอลกอฮอล์ไม่เกินเท่าไหร่ และที่สำคัญที่สุดก็เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุ รวมไปถึงการป้องกันเพื่อไม่ให้คุณถูกข้อหาเมาแล้วขับด้วย และหากใครที่ขับรถแล้วเกิดอุบัติเหตุถูกบริษัทประกันภัยอ้างว่าคุณ “เมาแล้วขับ” และถูกบริษัทใช้มุกเด็ด “นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง” ล่ะก็ ไม่ต้องรอช้า ปรึกษาทนายดีที่สุด อย่ารอให้บริษัทประกันภัยมาเอาเปรียบคุณได้ !

รู้หรือไม่ ประสบอุบัติเหตุ #ขาขาด ไม่ใช่แค่สูญเสียอวัยวะเท่านั้น แต่เป็น “ทุพพลภาพถาวร”

รู้หรือไม่ ประสบอุบัติเหตุ #ขาขาด ไม่ใช่แค่สูญเสียอวัยวะเท่านั้น แต่เป็น “ทุพพลภาพถาวร”

          สำหรับใครที่ยังไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องการ สูญเสียอวัยวะ จากการประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ วันนี้สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ได้สรุปข้อมูลความรู้เกี่ยวกับเรื่องของการ สูญเสียอวัยวะ ที่ไม่ใช่แค่สูญเสียอวัยวะเท่านั้น แต่เป็น “ทุพพลภาพถาวร” มาฝากกัน เนื่องจากในผู้เสียหายบางคนอาจจะยังไม่รู้ว่าที่ตนได้สูญเสียอวัยวะไปนั้น นั่นไม่ใช่เป็นเพียงกรณีสูญเสียอวัยวะเท่านั้น แต่มากกว่านั้น คือ ทุพพลภาพถาวร โดยวันนี้เราก็ได้ยกตัวอย่างคดีความหนึ่งที่ผู้เสียหายประสบอุบัติเหตุถูกรถชน และได้สูญเสียขาไป 1 ข้าง ที่เกือบจะถูกบริษัทประกันภัยเอาเปรียบโดยการเสนอจ่ายน้อย ทั้ง ๆ ที่ผู้เสียหายท่านนี้ไม่ใช่เพียง สูญเสียอวัยวะ เมื่อมาดูเรื่องราวแล้วพบว่าผู้เสียหายท่านนี้อยู่ในกรณีทุพพลภาพถาวร สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์จึงสู้คดีให้ผู้เสียหายท่านนี้ได้รับค่าสินไหมทดแทนตามคู่มือตีความกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถฯ ตามคำสั่งนายทะเบียนที่ 66/2563 ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2563 ที่ว่า

         กรณีสูญเสียอวัยวะ 1 ข้าง ไม่ว่าจะเป็นข้อมือ , แขน , เท้า , ขา , หรือตา ฯลฯ กรณีใดกรณีหนึ่งบริษัทประกันภัยจะต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนจำนวน 250,000 บาท/คน

          กรณีทุพพลภาพอย่างถาวร คือ หากประสบอุบัติเหตุแล้วสูญเสียอวัยวะ และหรือสูญเสียสมรรถภาพการใช้งานอวัยวะนั้นอย่างถาวรถึงขนาดไม่สามารถประกอบอาชีพหน้าที่ใด ๆ ในอาชีพประจำได้โดยสิ้นเชิงตลอดไป ยกตัวอย่างเช่น นักฟุตบอลอาชีพประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ต้องสูญเสียขา 1 ข้าง ทำให้นักฟุตบอลไม่สามารถใช้ขาประกอบอาชีพนักฟุตบอลได้อีกถาวร กรณีเช่นนี้ถือว่านักฟุตบอลต้องทุพพลภาพอย่างถาวร บริษัทประกันภัยต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนในจำนวน 300,000 บาท/คน

ตัวอย่างคดี : ผู้เสียหายประสบอุบัติเหตุขาขาด ถูกบริษัทประกันภัยเสนอจ่ายเพียง 250,000 บาท แต่สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ดำเนินคดีให้จนได้รับ 300,000 บาท

ผู้เสียหายประสบอุบัติเหตุขาขาด ถูกบริษัทประกันภัยเสนอจ่ายเพียง 250,000 บาท

          เรื่องราวที่นำมายกตัวอย่างให้ฟังวันนี้เป็นเรื่องราวของผู้เสียหายที่เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกเสียหลักเฉี่ยวชนขณะขายพวงมาลัยอยู่บนเกาะกลางถนน เป็นเหตุให้ผู้เสียหายต้อง #ขาขาด 1 ข้าง ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นการสูญเสียอวัยวะอย่างถาวรครั้งยิ่งใหญ่ของผู้เสียหายท่านนี้เลยก็ว่าได้ แม้ว่าโชคชะตาจะเล่นตลกให้ผู้เสียหายต้องสูญเสียขา 1 ข้างไปแล้วนั้น ก็ยังไม่วายเกือบจะถูกบริษัท #ประกันภัย เอาเปรียบอีกหากไม่ได้มาเจอทนายอาร์มก่อน

          เมื่อคราวเกิดเหตุนั้นผู้เสียหายได้มีการเจรจากับบริษัทประกันภัยของคู่กรณีในชั้นโรงพัก และทางบริษัทฯ ได้เสนอจ่ายเพียงกรมธรรม์ภาคบังคับในส่วนของการสูญเสียอวัยวะ “ขาขาด1ข้าง” จำนวน 250,000 บาท ให้แก่ผู้เสียหายเท่านั้น ซึ่งมันสมเหตุสมผลแล้วหรือ กับผู้เสียหายที่ต้องมาสูญเสียอวัยวะที่ใช้ในการดำเนินชีวิต

          ผู้เสียหายจึงตัดสินใจปรึกษาสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ เมื่อเรื่องมาถึงมือ #ทนายอาร์ม พบว่าก็จริงอยู่ที่กรณีสูญเสียอวัยวะหรือขาขาดเพียง 1 ข้าง บริษัทฯ จะต้องจ่ายอยู่ที่ 250,000 บาท แต่เมื่อมาสืบทราบเรื่องราวดี ๆ แล้ว ในกรณีของผู้เสียหายท่านนี้ไม่ใช่เพียงแค่ #สูญเสียขาข้างหนึ่ง เท่านั้น แต่เป็น #ทุพพลภาพถาวร เนื่องจากผู้เสียหายมีอาชีพเดินขายพวงมาลัยตามท้องถนนและการสูญเสียขาในครั้งนี้ส่งผลให้ผู้เสียหายสูญเสียสมรรถภาพในการใช้ขาทำงานและไม่สามารถประกอบอาชีพประจำได้อย่างถาวรเช่นเดียวกัน ดังนั้น บริษัทฯ จึงต้องชดใช้ให้ผู้เสียหายในจำนวนเต็ม คือ 300,000 บาท จากกรณีดังกล่าวนี้ หากผู้เสียหายไม่ได้มาเจอ #ทนายอาร์ม และ #สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ก่อนก็จะได้เพียงเท่าที่ประกันเสนอมาเท่านั้น คือ 250,000 บาท แต่ยังมีความโชคดีในความโชคร้ายอยู่บ้างที่มาเจอเราก่อนจึงได้รับค่าเสียหายในจำนวนเต็ม

ประสบอุบัติเหตุ “สูญเสียอวัยวะ” อย่าเพิ่งหลงเชื่อประกันภัย ลองปรึกษาทนายดูก่อน

          จากกรณีตัวอย่างที่ได้ยกมานี้ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ จึงอยากให้ความรู้และอยากเตือนภัยไปพร้อม ๆ กันสำหรับผู้ที่ยังไม่รู้ในเรื่องของการสูญเสียอวัยวะ เพราะการที่มนุษย์เราสูญเสียอวัยวะใด ๆ ไปก็ตาม นั่นไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดี อีกทั้งยังเป็นเรื่องที่สะเทือนใจ และมีผลกระทบทางจิตใจต่อผู้ที่ต้องสูญเสียมากพอสมควร และการที่บริษัทประกันภัยมาเสนอจ่ายค่าสินไหมทดแทนที่น้อยกว่าความเสียหายที่แท้จริง การใช้กลยุทธ์ต่าง ๆ มาเอาเปรียบผู้บริโภคนี้ ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ยิ่งจะทำร้ายจิตใจผู้เสียหายเป็นอย่างมากเช่นเดียวกัน ซึ่งในความเป็นจริงคงไม่มีใครต้องการสูญเสียอวัยวะใด ๆ ไปเพื่อแลกกับค่าสินไหมทดแทน เพราะนอกจากมันจะไม่คุ้มแล้ว มันยังไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นมา ดังนั้น หากคุณเป็นผู้ประสบอุบัติเหตุจนต้องสูญเสียอวัยวะใดไป อย่าเพิ่งหลงเชื่อประกันภัย ให้รีบติดต่อทนายโดยเร็วที่สุด มิฉะนั้นคุณอาจได้รับค่าเสียหายน้อยกว่าอาการบาดเจ็บที่คุณได้รับก็เป็นได้ ซึ่งอาการบาดเจ็บโดยที่ต้องสูญเสียอวัยวะใด ๆ ไปนั้น แน่นอนว่ามันไม่คุ้มเอาซะเลยกับที่จะต้องใช้ชีวิตโดยสูญเสียอวัยวะนั้นไปถาวร 

 

Line @ คลิก! โทรหาเรา คลิก!