ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ฯ ต้อนรับ “ทนายสายหยุด เพ็งบุญชู” เยี่ยมชมสำนักงาน พร้อมพูดคุยแนวทางความร่วมมือทางกฎหมายในอนาคต

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ โดยทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ ได้ให้การต้อนรับทนายสายหยุด เพ็งบุญชู ซึ่งให้เกียรติเดินทางมาเยี่ยมเยียนและเยี่ยมชมสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ โดยมีบุคลากรของสำนักงานร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง สะท้อนถึงความยินดีที่ได้มีโอกาสต้อนรับทนายความผู้มีชื่อเสียงและมีประสบการณ์ในแวดวงกฎหมาย

ในโอกาสนี้ ทนายอาร์มได้พาทนายสายหยุดเยี่ยมชมพื้นที่สำนักงานทั้ง 4 อาคาร พร้อมพูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการทำงานด้านกฎหมาย รวมถึงแนวทางความร่วมมือที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ ทนายอาร์มยังได้มอบหนังสือ “สวดมนต์พลิกชีวิต” เพื่อเป็นที่ระลึก และที่สำคัญได้มอบหนังสือ “แก้ เกม โกง” ซึ่งเป็นผลงานเขียนของทนายอาร์มเอง ให้แก่ทนายสายหยุดอีกด้วย นับเป็นโอกาสอันดีในการแบ่งปันองค์ความรู้และผลงานที่เกี่ยวข้องกับประสบการณ์ของผู้เขียน

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ทนายสายหยุด เพ็งบุญชู ให้เกียรติมาเยี่ยมชมสำนักงานในครั้งนี้ การพบปะดังกล่าวไม่เพียงเป็นโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคลากรในแวดวงกฎหมาย แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และแนวทางการทำงานที่อาจต่อยอดสู่ความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ในอนาคต

ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ เรียกร้องอย่างไร? จากข้อเสนอ 7,500 บาท สู่ค่าเสียหายหลักแสน

ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ เป็นสิทธิที่ผู้เสียหายจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ควรทำความเข้าใจ เพราะเมื่อรถได้รับความเสียหายและต้องนำเข้าอู่เพื่อซ่อม ผู้เสียหายอาจไม่สามารถนำรถมาใช้งานได้ตามปกติ และความเสียหายไม่ได้มีเพียงค่าซ่อมรถเท่านั้น แต่ยังอาจมีความเสียหายจากการขาดโอกาสในการใช้รถในช่วงระหว่างการซ่อมอีกด้วย อย่างไรก็ตาม การเรียกร้องไม่ได้หมายความว่าจะได้รับเงินตามจำนวนที่ต้องการโดยอัตโนมัติ แต่ต้องพิจารณาข้อเท็จจริง หลักฐาน ระยะเวลาซ่อม และรายละเอียดความเสียหายประกอบกัน

ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ คืออะไร?

ในมุมของทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ จากสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ผู้เสียหายควรเข้าใจว่า เมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้วรถได้รับความเสียหายจนต้องเข้าซ่อม ช่วงเวลาที่ไม่สามารถนำรถมาใช้ประโยชน์ได้อาจก่อให้เกิดความเสียหายตามมา เช่น ต้องเช่ารถ ต้องเดินทางด้วยวิธีอื่น หรือหากเป็นรถที่ใช้ประกอบอาชีพก็อาจมีผลต่อรายได้

ดังนั้น ก่อนยอมรับข้อเสนอจากบริษัทประกันภัย ผู้เสียหายควรตรวจสอบรายละเอียดให้รอบด้านว่าเงินที่บริษัทเสนอครอบคลุมความเสียหายส่วนใดบ้าง และจำนวนเงินดังกล่าวสอดคล้องกับข้อเท็จจริงหรือไม่ เพราะข้อเสนอแรกที่ได้รับอาจไม่ใช่จำนวนสุดท้ายที่สะท้อนความเสียหายทั้งหมด

จากข้อเสนอ 7,500 บาท สู่ค่าเสียหายหลักแสน

กรณีหนึ่งที่ทนายอาร์มนำมาเป็นตัวอย่าง เป็นกรณีของผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของรถกระบะ เกิดเหตุในจังหวัดภูเก็ต โดยในช่วงแรกก่อนมีทนายความเข้ามาดูแล บริษัทประกันภัยเสนอจ่ายค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถให้ผู้เสียหายเพียง 7,500 บาท

เมื่อผู้เสียหายเห็นว่าจำนวนเงินดังกล่าวอาจไม่สอดคล้องกับความเสียหายที่เกิดขึ้น จึงค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตและพบคลิปวิดีโอให้ความรู้ของทนายอาร์มผ่าน YouTube ก่อนติดต่อสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์เพื่อขอคำปรึกษาและให้ดำเนินการเรียกร้องค่าเสียหาย

ภายหลังจากมีการดำเนินการและพิจารณารายละเอียดของคดี ผู้เสียหายได้รับค่าเสียหายหลักแสนบาทจากเดิมที่บริษัทประกันภัยเสนอ 7,500 บาท กรณีนี้จึงสะท้อนให้เห็นว่า จำนวนเงินที่บริษัทเสนอในเบื้องต้นไม่ควรเป็นตัวเลขที่ผู้เสียหายต้องรีบยอมรับโดยไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและสิทธิของตนเองก่อน

ทำไมต้องมีหลักฐานในการเรียกค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ?

การเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถจำเป็นต้องพิจารณาหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น เอกสารการซ่อมรถ ระยะเวลาที่รถอยู่ในอู่ หลักฐานเกี่ยวกับการใช้รถ ตลอดจนเอกสารหรือข้อมูลอื่นที่สามารถแสดงให้เห็นถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง

ผู้เสียหายจึงไม่ควรมองเพียงว่า “บริษัทประกันภัยเสนอให้เท่าไหร่ก็รับเท่านั้น” แต่ควรตรวจสอบก่อนว่าข้อเสนอครอบคลุมความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงหรือไม่ และมีเอกสารหรือข้อเท็จจริงใดที่สามารถใช้ประกอบการเรียกร้องเพิ่มเติมได้บ้าง

ในบางกรณี การพูดคุยเจรจาโดยไม่มีการเตรียมข้อมูลอย่างเป็นระบบ อาจทำให้ผู้เสียหายไม่สามารถนำเสนอข้อเท็จจริงได้ครบถ้วน การเก็บหลักฐานตั้งแต่ต้นจึงเป็นเรื่องสำคัญ

ผู้เสียหายควรรีบรับเงินจากบริษัทประกันภัยหรือไม่?

คำตอบไม่ได้เหมือนกันทุกกรณี เพราะต้องพิจารณาเอกสารและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องเป็นรายกรณี สิ่งสำคัญคือผู้เสียหายควรอ่านรายละเอียดของข้อเสนอและเอกสารที่กำลังจะลงนามให้เข้าใจอย่างชัดเจน โดยเฉพาะข้อความที่อาจเกี่ยวข้องกับการยุติข้อเรียกร้องหรือการสละสิทธิในส่วนอื่น

หากไม่เข้าใจเนื้อหา ผู้เสียหายสามารถขอเวลาตรวจสอบเอกสารหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายก่อนตัดสินใจได้ เพราะการลงนามในเอกสารบางประเภทอาจมีผลต่อการเรียกร้องในภายหลัง

ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ จึงฝากถึงผู้บริโภคว่า อย่าเพิ่งตัดสินใจจากตัวเลขที่บริษัทประกันภัยเสนอเพียงอย่างเดียว แต่ควรดูว่าตัวเลขดังกล่าวเกิดจากหลักเกณฑ์และข้อเท็จจริงอะไร และความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงมีรายละเอียดมากกว่านั้นหรือไม่

บริษัทประกันภัยมีทนายความแต่แรก ผู้เสียหายก็มีทนายได้เช่นเดียวกัน

เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ผู้เสียหายจำนวนไม่น้อยอาจรู้สึกว่าบริษัทประกันภัยเป็นองค์กรขนาดใหญ่ มีเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญคอยดำเนินการ ขณะที่ตัวเองไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มต้นอย่างไร

ในมุมของทนายอาร์ม การมีความรู้เกี่ยวกับสิทธิของตัวเองจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะเรื่องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ เพราะผู้เสียหายควรรู้ว่าตนเองสามารถเรียกร้องอะไรได้บ้าง ต้องเตรียมหลักฐานอย่างไร และควรเจรจาอย่างไรให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริง

ส่วนกรณีที่ต้องการร้องเรียนหรือขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้เสียหายควรทำความเข้าใจบทบาทและกระบวนการของหน่วยงานนั้น ๆ รวมถึงพิจารณาว่ากรณีของตนจำเป็นต้องได้รับคำปรึกษาด้านกฎหมายเพิ่มเติมหรือไม่

อย่ามองว่าอุบัติเหตุเป็นเรื่องเล็ก เพราะความเสียหายอาจมากกว่าที่คิด

อุบัติเหตุเป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดการณ์ได้ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายที่ขับรถไปชนผู้อื่น หรือเป็นฝ่ายที่ถูกรถคันอื่นชน เมื่อเกิดเหตุขึ้น สิ่งที่ควรทำคือรวบรวมข้อมูลและหลักฐานให้ครบถ้วน ตั้งแต่ภาพถ่ายสถานที่เกิดเหตุ เอกสารจากบริษัทประกันภัย เอกสารการซ่อมรถ ไปจนถึงหลักฐานเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายและความเสียหายที่เกิดขึ้น

กรณีตัวอย่างจากข้อเสนอ 7,500 บาท และภายหลังได้รับค่าเสียหายหลักแสน ไม่ควรถูกมองว่าเป็นมาตรฐานว่าทุกคดีจะต้องได้จำนวนเท่ากัน แต่เป็นตัวอย่างที่สะท้อนว่าการประเมินสิทธิและความเสียหายอย่างละเอียดมีความสำคัญ และจำนวนเงินที่บริษัทเสนอในเบื้องต้นอาจต้องนำมาตรวจสอบกับข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี

หากกำลังประสบอุบัติเหตุและมีข้อสงสัยเกี่ยวกับค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ หรือไม่แน่ใจว่าข้อเสนอจากบริษัทประกันภัยเหมาะสมกับความเสียหายหรือไม่ ควรศึกษาข้อมูลและปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจดำเนินการ เพื่อให้เข้าใจสิทธิและแนวทางของตนเองอย่างรอบคอบ

ปรึกษาทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ จากสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ เพื่อประเมินข้อเท็จจริงและวางแนวทางการเรียกร้องค่าเสียหายได้ที่ติดต่อเรา

ทนายอาร์ม ยืนยัน! ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ ค่าเสื่อมราคารถ เรียกร้องได้ เตือน คปภ.อาจช่วยไม่ได้จริง

ทนายอาร์มยืนยันเมื่อเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ หลายคนอาจเข้าใจว่าหากบริษัทประกันภัยรับผิดชอบค่าซ่อมรถแล้ว เรื่องทุกอย่างก็น่าจะจบลง แต่ในความเป็นจริง ผู้เสียหายอาจมีสิทธิเรียกร้องความเสียหายอื่นที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุได้ด้วย โดยเฉพาะ ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถและค่าเสื่อมราคารถ ซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้ใช้รถจำนวนไม่น้อยยังไม่ทราบว่าควรเรียกร้องอย่างไร ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ จากสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ จึงต้องการฝากข้อคิดถึงประชาชนว่า การเรียกร้องค่าเสียหายไม่ใช่เพียงการเดินเข้าไปขอเงินจากบริษัทประกันภัย แต่จำเป็นต้องมีข้อมูล ข้อเท็จจริง และหลักฐานที่เหมาะสม เพื่อสนับสนุนจำนวนเงินที่ต้องการเรียกร้องอย่างมีเหตุผล

ค่าขาดประโยชน์ฯ ค่าเสื่อม เรียกได้ แต่ต้องเรียกแบบมีเทคนิค


ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถและค่าเสื่อมราคารถ เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ผู้เสียหายควรให้ความสำคัญ เพราะเมื่อรถได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุและต้องนำเข้าอู่เพื่อซ่อม ย่อมหมายความว่าเจ้าของรถไม่สามารถนำรถไปใช้งานได้ตามปกติในช่วงเวลาดังกล่าว ความเสียหายจึงไม่ได้มีเพียงค่าซ่อมรถเท่านั้น แต่ยังอาจมีความเสียหายจากการที่ไม่สามารถใช้รถได้ด้วย อย่างไรก็ตาม การเรียกร้องไม่ได้หมายความว่าจะสามารถกำหนดตัวเลขขึ้นมาเองได้ทั้งหมด ผู้เสียหายควรรวบรวมหลักฐานเกี่ยวกับระยะเวลาซ่อม การใช้งานรถ และข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การเรียกร้องมีน้ำหนักมากขึ้น ดังนั้น หากต้องการเรียกค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ ผู้เสียหายควรเตรียมข้อมูลให้พร้อมตั้งแต่ต้น และไม่ควรปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยไม่มีการดำเนินการ

และอีกประเด็นที่ทนายอาร์มให้ความสำคัญคือค่าเสื่อมราคารถ เพราะในโลกแห่งความเป็นจริง รถยนต์ที่ผ่านการเกิดอุบัติเหตุและผ่านการซ่อมมาแล้วอาจมีมูลค่าตลาดแตกต่างจากรถที่ไม่เคยเกิดอุบัติเหตุ แม้จะซ่อมกลับมาให้สามารถใช้งานได้ตามปกติก็ตาม ทนายอาร์มชวนให้ลองคิดง่าย ๆ หากรถสองคันเป็นรุ่นเดียวกัน อายุการใช้งานใกล้เคียงกัน และสภาพโดยรวมใกล้เคียงกัน แต่คันหนึ่งมีประวัติการชนและซ่อมหนัก ในขณะที่อีกคันไม่มีประวัติอุบัติเหตุ ผู้ซื้อจำนวนมากย่อมพิจารณาประวัติของรถประกอบการตัดสินใจ และอาจส่งผลต่อราคาซื้อขายได้ ดังนั้น ผู้เสียหายจึงควรศึกษาสิทธิของตนเองและเตรียมข้อมูลประกอบการเรียกร้องอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ จำนวนค่าเสียหายที่สามารถเรียกร้องได้จะต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงและหลักฐานของแต่ละกรณี ไม่ใช่ว่ารถทุกคันจะได้รับเงินในจำนวนเท่ากัน

เข้าใจผิดเข้าใจใหม่ คปภ. ไม่ได้ช่วย บทบาทแท้จริง คือ เป็นคนกลางในการเจรจา

สำหรับประเด็นคปภ.หรือสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ทนายอาร์มมองว่าประชาชนควรทำความเข้าใจบทบาทของหน่วยงานให้ชัดเจนเสียก่อนที่จะเข้าไปดำเนินการ โดยกระบวนการร้องเรียนเกี่ยวกับประกันภัยมีรายละเอียดและข้อเท็จจริงที่ต้องพิจารณาเป็นรายกรณี การพูดคุยหรือไกล่เกลี่ยระหว่างผู้เสียหายกับบริษัทประกันภัยจึงจำเป็นต้องมีข้อมูลที่ชัดเจน หากผู้เสียหายยังไม่เข้าใจว่าตนเองมีสิทธิอะไร ต้องเรียกร้องอย่างไร หรือควรเตรียมเอกสารอะไร การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายก่อนดำเนินการก็อาจช่วยให้สามารถวางแนวทางได้อย่างรอบคอบมากขึ้น โดยเฉพาะกรณีที่มีข้อพิพาทเรื่องจำนวนเงินหรือบริษัทประกันภัยไม่ยอมรับข้อเรียกร้องของผู้เสียหาย

“ไม่ต้องมีทนายก็ได้” มันได้จริงหรือ?

ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ จากสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ยังฝากเตือนประชาชนว่า อย่าเพิ่งตัดสินใจจากคำพูดง่าย ๆ ว่า “ไม่ต้องมีทนาย” เพราะการมีทนายความไม่ได้หมายความว่าต้องรอให้เกิดคดีขึ้นศาลเสียก่อน แต่ทนายความสามารถเข้ามาช่วยตั้งแต่ขั้นตอนการรวบรวมข้อเท็จจริง วิเคราะห์สิทธิ วางแนวทางการเรียกร้อง และเตรียมหลักฐานเพื่อใช้ในการเจรจาได้ การที่บริษัทประกันภัยมีบุคลากรและผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายดูแลผลประโยชน์ของบริษัทอยู่แล้ว ผู้เสียหายเองก็ควรศึกษาสิทธิของตนเองเช่นกัน เพราะการเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ หรือ ค่าเสื่อมราคารถ ให้ประสบผลสำเร็จ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการพูดว่า “ขอเท่านี้” เพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีเหตุผลและหลักฐานมาสนับสนุนข้อเรียกร้อง

ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ ค่าเสื่อมราคารถ ปรึกษาทนายก่อนไปร้อง คปภ. ดีที่สุด

ท้ายที่สุดทนายอาร์มขอฝากว่า เมื่อเกิดอุบัติเหตุ อย่าเพิ่งคิดว่าบริษัทประกันภัยจ่ายค่าซ่อมแล้วทุกอย่างจบ เพราะความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้เสียหายอาจมีมากกว่าค่าซ่อมรถ การเสียโอกาสในการใช้รถ รวมถึงมูลค่าของรถที่อาจได้รับผลกระทบหลังเกิดอุบัติเหตุ ล้วนเป็นประเด็นที่ควรศึกษาให้รอบคอบ หากผู้เสียหายท่านใดกำลังประสบปัญหาเกี่ยวกับการเรียกค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ หรือ ค่าเสื่อมราคารถ และไม่แน่ใจว่าควรดำเนินการอย่างไร การปรึกษาทนายความเพื่อประเมินข้อเท็จจริงและวางแนวทางก่อนเจรจากับบริษัทประกันภัย ย่อมสามารถช่วยให้ผู้เสียหายรู้เท่าทันสิทธิของตนเองมากขึ้น หากต้องการปรึกษาทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ สามารถติดต่อได้ที่สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์เพื่อสอบถามแนวทางการดำเนินการได้ทันที คลิก >>ติดต่อเรา<<

ก้าวสำคัญของนักศึกษาฝึกประสบการณ์เดินทางจากเมืองฉงชิ่ง ประเทศจีน ฝึกงานสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ทนายนัท นางสาวณัฐ พลการ ผู้ช่วยกรรมการบริษัทและทนายความประจำสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ได้มอบเกียรติบัตรแสดงความยินดีให้แก่นางสาวสารินี แซ่เล้า (น้องสาลี่) นักศึกษาฝึกประสบการณ์ด้านภาษาจีนจากสาขาวิชาภาษาและวรรณคดีจีน Southwest University ฉงชิ่ง ประเทศจีน ในโอกาสที่น้องสาลี่ได้สำเร็จการฝึกประสบการณ์กับสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ หลังจากเดินทางจากประเทศจีนมาฝึกประสบการณ์เป็นระยะเวลาประมาณ 2 เดือน นับเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยการเรียนรู้และประสบการณ์ใหม่ ๆ ทั้งด้านการทำงานและการใช้ชีวิตในประเทศไทย

ตลอดระยะเวลาการฝึกประสบการณ์ น้องสาลี่ได้สังกัดฝ่ายสื่อสารองค์กรของสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ และมีโอกาสได้ทำงานที่หลากหลายมากกว่าการใช้ทักษะด้านภาษาเพียงอย่างเดียว ไม่ว่าจะเป็นการแปลบทความเพื่อนำเสนอเนื้อหาผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานฯ การแปลเอกสารและสัญญาภาษาจีน รวมถึงการเรียนรู้ลักษณะการทำงานที่เกี่ยวข้องกับเอกสารทางกฎหมาย ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ที่ช่วยให้น้องได้เห็นการนำภาษาจีนมาใช้ในบริบทการทำงานจริง โดยเฉพาะในสำนักงานกฎหมายที่ต้องอาศัยความละเอียดรอบคอบในการสื่อสารและการแปลเอกสาร

อีกหนึ่งประสบการณ์สำคัญที่นับว่าน่าสนใจอย่างมาก คือ น้องสาลี่ได้รับโอกาสทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยทนายความ โดยได้ทำหน้าที่เป็นล่ามภาษาจีน และยังมีโอกาสเข้าไปทำหน้าที่ล่ามในการประสานงานกับบริษัทของชาวจีนที่ดำเนินธุรกิจอยู่ในประเทศไทย ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้น้องได้เรียนรู้การใช้ภาษาในสถานการณ์จริง ได้สัมผัสรูปแบบการทำงานที่แตกต่างจากห้องเรียน และได้เข้าใจว่าการเป็นล่ามหรือผู้ที่ทำงานด้านภาษานั้น ไม่ได้มีเพียงความสามารถในการแปลภาษาเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยความรับผิดชอบ ความแม่นยำ การสื่อสาร และการปรับตัวให้เหมาะสมกับแต่ละสถานการณ์

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ขอแสดงความยินดีกับน้องสาลี่ที่เลือกเดินทางจากประเทศจีนมายังประเทศไทยเพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ และเลือกเข้ามาฝึกประสบการณ์ในสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ซึ่งถือเป็นเส้นทางที่มีความท้าทายและแตกต่างจากการฝึกงานทั่วไปเป็นอย่างมาก โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสิ่งที่น้องได้เรียนรู้ตลอดระยะเวลา 2 เดือน ทั้งด้านภาษา งานเอกสาร งานกฎหมาย การทำงานร่วมกับผู้อื่น รวมถึงประสบการณ์จากการปฏิบัติงานจริง จะสามารถนำไปต่อยอดในการเรียนและการทำงานในอนาคตได้ ขอให้น้องสาลี่ประสบความสำเร็จในทุกก้าวของเส้นทาง และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ครั้งนี้ไว้เป็นอีกหนึ่งพื้นฐานสำคัญสำหรับการเติบโตในอนาคต

เปิดโอกาสให้เรียนรู้ข้ามสายงาน สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์มอบเกียรติบัตรนักศึกษาฝึกประสบการณ์จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ กรรมการบริษัท และทนายความสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ได้มอบเกียรติบัตรแสดงความยินดีแก่ นางสาวพรพรรณ พงษ์ญวน (น้องซีม่อน) นักศึกษาฝึกประสบการณ์จากสาขาการจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ภายหลังเสร็จสิ้นการฝึกประสบการณ์วิชาชีพกับสำนักงาน โดยทนายอาร์มมีแนวคิดที่ชัดเจนว่า การเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากการทำงานจริง ไม่ควรจำกัดเฉพาะผู้ที่เรียนด้านกฎหมายเท่านั้น แต่ควรเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่จากหลากหลายสาขาวิชาได้ค้นพบศักยภาพของตนเอง ผ่านการลงมือปฏิบัติในสถานการณ์จริง เพราะช่วงวัยของนักศึกษาถือเป็นช่วงเวลาที่พร้อมเรียนรู้ เปิดรับสิ่งใหม่ และสามารถพัฒนาศักยภาพได้อย่างรวดเร็ว

ตลอดระยะเวลาการฝึกประสบการณ์ น้องซีม่อนได้เริ่มต้นจากการปฏิบัติงานด้านกราฟิกและการตัดต่อวิดีโอ ภายใต้ฝ่ายสื่อสารองค์กรของสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ แต่ด้วยความตั้งใจ ความรับผิดชอบ และความสามารถในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ฯ จึงเล็งเห็นศักยภาพของน้อง และมอบโอกาสให้ทดลองปฏิบัติงานด้านการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นงานที่ต้องอาศัยความละเอียดรอบคอบ ความเข้าใจในกระบวนการทำงาน และการเรียนรู้เครื่องมือใหม่ ๆ ผลปรากฏว่าน้องสามารถปรับตัวได้เป็นอย่างดี และได้รับคำชื่นชมจากผู้ร่วมงานในทีม จนหลายคนรู้สึกเสียดายเมื่อถึงเวลาที่น้องต้องสิ้นสุดการฝึกประสบการณ์

ในมุมมองของทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ฯ เชื่อมั่นมาโดยตลอดว่า “การทำงานในสำนักงานกฎหมาย ไม่ได้จำเป็นว่าทุกคนจะต้องจบกฎหมาย” หากมีความตั้งใจ มีความรับผิดชอบ และพร้อมเรียนรู้ ทุกคนสามารถพัฒนาตัวเองและสร้างคุณค่าให้กับองค์กรได้ การฝึกงานจึงไม่ใช่เพียงการเข้ามาปฏิบัติงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย แต่คือการเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ค้นหาความสามารถของตนเอง ได้ลองทำงานหลากหลายรูปแบบที่อาจไม่มีโอกาสได้สัมผัสในห้องเรียน หรือแม้แต่ในการทำงานจริงหลังสำเร็จการศึกษา ซึ่งประสบการณ์เหล่านี้จะกลายเป็นต้นทุนสำคัญในการก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานในอนาคต

ฝ่ายสื่อสารองค์กรของสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์เองก็รู้สึกภาคภูมิใจในความสำเร็จของน้องซีม่อนเป็นอย่างมาก เพราะตลอดระยะเวลาการฝึกงาน น้องได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัว การเรียนรู้สิ่งใหม่ และการทำงานร่วมกับทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะได้รับมอบหมายให้ไปช่วยงานกับทีมเก็บพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นงานที่แตกต่างจากสายการเรียนโดยตรง แต่น้องก็สามารถเรียนรู้และปฏิบัติงานได้อย่างรวดเร็ว จนได้รับความไว้วางใจจากผู้ร่วมงานหลายฝ่าย สะท้อนให้เห็นว่าศักยภาพของคนไม่ได้ถูกจำกัดด้วยสาขาวิชาที่เรียน แต่อยู่ที่ทัศนคติ ความพร้อมในการพัฒนา และความกล้าที่จะก้าวออกจากพื้นที่เดิมของตนเอง

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ขอแสดงความยินดีกับน้องซีม่อนในโอกาสสำเร็จการฝึกประสบการณ์ครั้งนี้ และขออวยพรให้ประสบความสำเร็จในทุกเส้นทางของชีวิตการทำงาน เชื่อมั่นว่าด้วยความสามารถ ความมุ่งมั่น และการเปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่อยู่เสมอ น้องจะสามารถก้าวสู่การเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ และเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานในอนาคตได้อย่างแน่นอน พร้อมหวังว่าประสบการณ์จากสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์จะเป็นอีกหนึ่งรากฐานสำคัญ ที่ช่วยต่อยอดทั้งความรู้ ทักษะ และความมั่นใจให้กับน้องในทุกก้าวของการเติบโตในสายอาชีพต่อไป

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์มอบเกียรติบัตรแก่นักศึกษาฝึกประสบการณ์ด้านภาษาจีน จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ กรรมการบริษัทและทนายความประจำสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ได้มอบเกียรติบัตรแสดงความยินดีแก่ นางสาวอัมพร ใจสดใส (น้องพอล) นักศึกษาฝึกประสบการณ์จากคณะศิลปศาสตร์ สาขาภาษาและวัฒนธรรมจีน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภายหลังเสร็จสิ้นการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ณ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวแห่งความสำเร็จของน้องพอลที่เลือกเส้นทางการฝึกงานอันแตกต่างจากเพื่อนร่วมรุ่น โดยนำความรู้ด้านภาษาจีนมาประยุกต์ใช้ในงานกฎหมาย ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ที่ท้าทายและหาโอกาสได้ไม่ง่าย

ตลอดระยะเวลาการฝึกประสบการณ์ น้องพอลได้เปิดโลกการเรียนรู้นอกห้องเรียนอย่างแท้จริง จากเดิมที่การฝึกงานด้านภาษาจีนมักอยู่ในองค์กรธุรกิจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารภาษา แต่การได้เข้ามาฝึกงานในสำนักงานกฎหมาย ทำให้น้องมีโอกาสสัมผัสการทำงานในกระบวนการยุติธรรม ได้ติดตามการดำเนินคดี และมีโอกาสปฏิบัติหน้าที่เป็นล่ามภาษาจีนในศาล เพื่อแปลการสื่อสารระหว่างคู่ความกับกระบวนการพิจารณาคดี ซึ่งถือเป็นประสบการณ์อันล้ำค่าที่มีนักศึกษาเพียงไม่กี่คนจะได้รับ เพราะแม้แต่บุคคลทั่วไปก็แทบไม่มีโอกาสได้เข้าไปเห็นการว่าความจริงภายในห้องพิจารณาคดีของศาล

นอกจากการปฏิบัติหน้าที่ด้านล่ามแล้ว น้องพอลยังได้รับมอบหมายงานที่หลากหลาย ทั้งการแปลเอกสารทางกฎหมายจากฝ่ายกฎหมาย การแปลบทความและเนื้อหาประชาสัมพันธ์ของสำนักงานเป็น 3 ภาษาเพื่อเผยแพร่บนเว็บไซต์ การแปลใบเสนอราคาและเอกสารธุรกิจเป็นภาษาจีน ตลอดจนการสื่อสารและประสานงานกับลูกความชาวจีนร่วมกับทีมงานของสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้น้องได้พัฒนาทักษะทั้งด้านภาษา การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม และการประยุกต์ใช้ภาษาจีนในบริบทของกฎหมายและธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาที่มีคุณภาพและผลิตบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถออกสู่สังคมมาอย่างต่อเนื่อง โดยตลอดระยะเวลาการฝึกงาน น้องพอลได้แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบ ความตั้งใจเรียนรู้ และความสามารถในการปรับตัวกับการทำงานในสายวิชาชีพกฎหมายได้เป็นอย่างดี จนได้รับความไว้วางใจให้ปฏิบัติงานในหลายภารกิจที่มีความสำคัญ

ในโอกาสที่การฝึกประสบการณ์ได้เสร็จสิ้นลง สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ขอแสดงความยินดีกับน้องพอล และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความรู้ ประสบการณ์ และบทเรียนที่ได้รับจากการฝึกงานครั้งนี้ จะเป็นรากฐานสำคัญในการต่อยอดทั้งการศึกษาในชั้นปีที่ 4 และการทำงานในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นทักษะด้านภาษา การทำงานในองค์กร ความเข้าใจในกฎระเบียบและวัฒนธรรมการทำงาน ตลอดจนประสบการณ์ในกระบวนการยุติธรรม ขอให้น้องพอลประสบความสำเร็จในทุกเส้นทางที่เลือกเดิน และขอให้ความตั้งใจและความมุ่งมั่นในวันนี้ นำพาไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในวันข้างหน้า

เปิดประสบการณ์นักศึกษานิติศาสตร์จุฬาฯ กับการฝึกงานที่สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมาทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ กรรมการผู้จัดการสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ได้มอบเกียรติบัตรให้แก่นางสาวณัฐณิชา พฤทธิพงศ์กุล น้องเมวี่ นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายหลังเสร็จสิ้นการฝึกประสบการณ์ด้านกฎหมายกับสำนักงาน โดยตลอดระยะเวลาการฝึกงาน น้องเมวี่ได้มีโอกาสเรียนรู้การทำงานของทนายความอย่างใกล้ชิด ทั้งในสำนักงานและการลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่แตกต่างจาก.การเรียนในห้องเรียนอย่างสิ้นเชิง ในคอลัมน์นี้จะมาแชร์บทสัมภาษณ์น้องเมวี่จากการที่ได้มาฝึกงานที่สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์กันว่าฝึกงานที่สำนักงานกฎหมายเป็นอย่างไรบ้าง

เปิดบทสัมภาษณ์น้องเมวี่ นักศึกษาฝึกประสบการณ์จากคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Q: ทำไมถึงเลือกมาฝึกงานที่สำนักงานกฎหมาย?

A: “จะบอกว่างานทางกฎหมายนี่ค่ะ มันค่อนข้างหลากหลายมาก หลาย ๆ คนอาจจะมีเป้าหมายในการไปทำงานสายราชการนะคะ อย่างไปฝึกงานที่ศาลหรือว่าฝึกงานที่สำนักงานอัยการนะคะ แต่ว่าหนูอยากลองประสบการณ์ที่มันแตกต่างออกไปค่ะ ที่ว่ากระบวนการก่อนที่จะขึ้นศาลเป็นยังไง ต้องมาฝึกกับสำนักงานทนายความค่ะ ถึงจะรู้กระบวนการในชั้นนี้ แล้วถึงจะได้ดำเนินการในศาลถูกค่ะ”

Q: ตอนฝึกงานได้ทำอะไรบ้าง?

A: “ก็ตอนที่ฝึกงานนะคะ หนูได้ทำหลายอย่างเลยค่ะ มีทั้งเริ่มร่างคำฟ้อง เขียนคำร้อง หรือว่าจัดชุดฟ้องนะคะ แล้วก็ได้ทำคำแถลง แบบได้ทำอะไรเยอะมาก ๆ เลยค่ะ ทำให้หนูรู้ว่ากระบวนการก่อนขึ้นศาลมันมีสิ่งที่ต้องเตรียมตัว แล้วก็สิ่งที่ต้องเอาไปใช้งานเยอะมาก ๆ เลยค่ะ”

Q: มาฝึกงานที่นี่ได้ไปที่ไหนบ้าง?

A: “ที่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้ไปนะคะ ที่แรกที่หนูได้ไปเลย คือ ได้ไปกราบพระบรมศพของพระพันปีค่ะ เป็นโอกาสที่ดีมากมากสำหรับหนูเลยค่ะ แล้วหนูก็ไม่คิดว่าตัวหนูเองจะมีโอกาสได้ไปลองอะไรแบบนี้ด้วยค่ะ แล้วก็อีกที่หนึ่งนะคะ มีโอกาสได้ไปดูงานที่รัฐสภาค่ะ ก็เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่สำคัญมาก ๆ สำหรับวงการนี้นะคะ เป็นรากฐาน เพราะว่ารัฐสภามีหน้าที่ออกกฎหมายใช่ไหมคะ เราก็ไปดูถึงรากฐานเลย แล้วก็มีโอกาสได้เข้าร่วมดูการประชุมอภิปราย แล้วก็ได้เดินทัวร์รัฐสภาใหม่ด้วยค่ะ มีโอกาสได้ไปโรงพักนะคะได้ไปแจ้งความเนื่องจากว่ามีลูกความมาที่สำนักงานทนายความเป็นคดีที่ค่อนข้างน่าเศร้าประมาณหนึ่งค่ะ เราก็เลยพาผู้เสียหายไปดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานค่ะ จริง ๆ อย่างที่หลาย ๆ คนคิดนะคะ ว่าการไปร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานหรือการไปแจ้งความเป็นกระบวนการที่ทำให้เสียเวลาถูกไหมคะ เพราะว่าหลาย ๆ คนจะไปดำเนินการแจ้งความแต่ละเรื่องทีใช้เวลาเป็นหลักชั่วโมงหรือบางครั้งถึงสิบชั่วโมงเลยก็มี เพราะว่าเจ้าพนักงานต้องสอบปากคำค่ะ แต่ว่าหลังจากได้มาฝึกงานนะคะ ทำให้หนูได้รู้ว่าการที่จะเร่งกระบวนการตรงนี้ให้เร็วขึ้น แล้วเพื่อที่จะทำให้ทั้งเราและทั้งผู้เสียหายไม่เสียเวลาก็คือการเตรียมข้อมูลปริ้นท์เอกสาร แล้วก็ทำคำให้การเบื้องต้น  เพื่อที่จะให้ตำรวจเข้าใจเรื่องราวเบื้องต้นคร่าว ๆ ก่อน แล้วก็จะได้ดำเนินการตรงนี้ได้ไวขึ้น ทำให้หนูได้เรียนรู้ว่าการเตรียมข้อมูลไปก่อนมีความสำคัญมาก ๆ เลยค่ะ นอกจากจะเร่งกระบวนการให้เร็วขึ้นแล้ว ยังจะทำให้ได้เนื้อหาที่ครบถ้วนด้วยค่ะ”

Q: ได้ไปศาลไปคดีอะไร?

A: “ไปศาลไปดูสืบพยานคดีหมิ่นประมาทค่ะ ชอบพอรักใคร่ค่ะ อีกฝ่ายหนึ่งชอบพอรักใคร่  ครั้งนี้จะเป็นฝ่ายชายเป็นโจทก์ฟ้องฝ่ายหญิงเป็นจำเลยค่ะ มีผู้หวังดีนะคะได้มีการส่งคลิปเสียงการสนทนานะคะของฝ่ายหญิงขณะที่กำลังถูกคณะกรรมการสอบสวนอยู่ค่ะ ไปให้ฝ่ายชาย เรื่องนี้ทำให้หนูตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการสื่อสารมากขึ้น จากกรณีดังกล่าวนะคะ  การที่ผู้หวังดีได้ส่งคลิปเสียงมา ทำให้เรารู้ว่าเรามีโอกาสที่จะถูกอัดเสียงหรือว่านำเสียงของเราเนี่ยไปแปลงเป็นอย่างอื่นได้ง่าย ๆ เลยค่ะ ดังนั้นก็เพิ่มความระมัดระวังตัวมากขึ้นค่ะ”

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์โดยทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ เชื่อมั่นว่าการเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากการทำงานจริง คือการสร้างนักกฎหมายคุณภาพให้กับสังคมในอนาคต เพราะวิชาชีพกฎหมายไม่ได้อาศัยเพียงความรู้ตามตัวบทกฎหมายเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยประสบการณ์ การคิดวิเคราะห์ การแก้ไขปัญหา และการทำงานร่วมกับผู้คนในสถานการณ์จริง สำหรับนักศึกษาที่สนใจฝึกประสบการณ์ด้านกฎหมาย และต้องการเรียนรู้การทำงานของทนายความอย่างใกล้ชิด สามารถติดต่อสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ เพื่อสอบถามรายละเอียดและสมัครเข้าร่วมการฝึกประสบการณ์ได้ผ่านช่องทาง “ติดต่อเรา“

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ส่งต่อประสบการณ์ให้นักศึกษาฝึกงานด้านภาษาจีน

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ได้จัดพิธีมอบเกียรติบัตรให้แก่ นางสาวพัชรพร โพธิ์สาราช น้องเนสเล่ นักศึกษาจากคณะอักษรศาสตร์ สาขาวิชาเอเชียตะวันออก มหาวิทยาลัยศิลปากร ภายหลังเสร็จสิ้นการฝึกประสบการณ์วิชาชีพเป็นระยะเวลา 2 เดือน โดยได้รับเกียรติจากทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ กรรมการผู้จัดการสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ เป็นผู้มอบเกียรติบัตรเพื่อแสดงความชื่นชมและเป็นกำลังใจในการก้าวสู่เส้นทางการทำงานในอนาคต

ตลอดระยะเวลาการฝึกประสบการณ์ น้องเนสเล่ได้ปฏิบัติงานจริงในฝ่ายสื่อสารองค์กร โดยใช้ความรู้ด้านภาษาจีนอย่างเต็มศักยภาพ ไม่ว่าจะเป็นการทำหน้าที่ล่ามภาษาจีน ผู้ช่วยทนายความด้านภาษาจีน การแปลเอกสารทางกฎหมาย แปลบทความสำหรับเว็บไซต์ของสำนักงาน รวมถึงการจัดทำและอัปเดตคอนเทนต์ภาษาจีนลงแพลตฟอร์ม Douyin (โต่วอิน) เพื่อรองรับการสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าชาวจีน ซึ่งนับเป็นประสบการณ์ที่หาได้ยากจากการเรียนในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว

ในโอกาสดังกล่าว ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ ได้กล่าวถึงแนวคิดในการเปิดรับนักศึกษาฝึกประสบการณ์ว่า ปัจจุบันชาวจีนเข้ามาลงทุนและดำเนินธุรกิจในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บุคลากรที่มีความรู้ด้านภาษาจีนและสามารถประยุกต์ใช้กับงานด้านกฎหมายได้ กลายเป็นกำลังสำคัญขององค์กร การเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เข้ามาฝึกงาน จึงเป็นการเตรียมบุคลากรคุณภาพให้พร้อมรองรับตลาดแรงงานและภาคธุรกิจที่กำลังเติบโตในอนาคต

ทนายอาร์มยังได้ฝากข้อคิดถึงนักศึกษาทุกคนว่า “การฝึกงาน คือ การได้ทำงานจริง” ซึ่งเป็นโอกาสอันมีค่า เพราะนอกจากจะได้เรียนรู้เนื้องานแล้ว ยังได้เรียนรู้วัฒนธรรมองค์กร การทำงานร่วมกับผู้อื่น ระบบการทำงานในสำนักงาน การบริหารเวลา การรับผิดชอบต่อหน้าที่ ตลอดจนการปรับตัวกับสภาพแวดล้อมในการทำงานจริง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นประสบการณ์ที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันและความพร้อมก่อนก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างมั่นใจ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์เชื่อมั่นว่าการลงทุนในการพัฒนาคนรุ่นใหม่ คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสร้างบุคลากรคุณภาพให้กับสังคมและวิชาชีพกฎหมายในอนาคต

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ เยือนบริษัท เหย้าเหย้า อินโฟร์ เทค (ไทยแลนด์) จำกัด ที่ปรึกษากฎหมายคู่ธุรกิจ วางแผนก่อนเกิดปัญหา

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา นายธนิภัทร มะโนภักดิ์ ตัวแทนจากสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ในฐานะที่ปรึกษากฎหมายของ บริษัท เหย้าเหย้า อินโฟร์ เทค (ไทยแลนด์) จำกัด ได้เดินทางเข้าพบผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของบริษัทเพื่อให้คำปรึกษาด้านกฎหมายเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล พร้อมด้วย นางสาวอัมพร ใจสดใส นักศึกษาฝึกประสบการณ์จากคณะศิลปศาสตร์ สาขาภาษาและวัฒนธรรมจีน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่เป็นล่ามภาษาจีนในการสื่อสารระหว่างทั้งสองฝ่าย ทำให้การหารือเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

การเข้าพบในครั้งนี้ได้มีการให้คำปรึกษาในประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการเลิกจ้างพนักงาน รวมถึงการทบทวนและแก้ไขระเบียบข้อบังคับของบริษัทให้สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจและกฎหมายแรงงานไทย นอกจากนี้ ในช่วงบ่ายยังได้ร่วมพูดคุยถึงแนวทางการกำหนดค่าจ้างและการบริหารจัดการพนักงานไลฟ์สด เพื่อให้การดำเนินงานของบริษัทเป็นไปอย่างเหมาะสม ลดความเสี่ยงในการเกิดข้อพิพาทด้านแรงงานในอนาคต

บรรยากาศการทำงานเป็นไปด้วยความอบอุ่นและได้รับการต้อนรับจากผู้บริหารของบริษัทเป็นอย่างดียิ่ง สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์กับลูกค้าในฐานะที่ปรึกษากฎหมายประจำบริษัท ซึ่งให้ความสำคัญกับการวางแผนทางกฎหมายควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจ ไม่ใช่รอให้เกิดข้อพิพาทแล้วจึงค่อยหาทางแก้ไข

บริษัท เหย้าเหย้า อินโฟร์ เทค (ไทยแลนด์) จำกัด ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างขององค์กรที่ให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงทางกฎหมาย โดยเลือกปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายก่อนการตัดสินใจในทุกประเด็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นด้านแรงงาน การบริหารบุคลากร หรือการกำหนดนโยบายภายในองค์กร แนวทางดังกล่าวช่วยให้องค์กรสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นใจ ลดความเสี่ยงจากปัญหาทางกฎหมาย และเป็นแนวทางที่หลายองค์กรควรนำไปปรับใช้เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา บริษัท สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ศิริ จำกัด หรือสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นหาที่สุดมิได้ โดยได้รับพระราชทานบรมราชานุญาตให้เป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เวลา 17.00 น. นับเป็นเกียรติอันสูงสุดและเป็นสิริมงคลอย่างยิ่งแก่คณะผู้บริหารและบุคลากรของสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

พิธีดังกล่าวดำเนินไปด้วยความสมพระเกียรติและเปี่ยมด้วยความสงบสำรวม โดยมีพระสงฆ์จำนวน 10 รูป จากวัดสำคัญหลายแห่งเข้าร่วมประกอบพิธีทางพระพุทธศาสนา ได้แก่ วัดระฆังโฆสิตาราม วรมหาวิหาร วัดสีหไกรสร วัดพรหมวงศาราม กรุงเทพมหานคร วัดรางจระเข้ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วัดสามัคคีบรรพต จังหวัดชลบุรี วัดนครอินทร์ และวัดสพานสูง จังหวัดนนทบุรี โดยได้ประกอบพิธีสวดมาติกา สดับปกรณ์ และอนุโมทนา ตามแบบแผนแห่งพระพุทธศาสนาอย่างครบถ้วนและสมพระเกียรติ

ในการนี้ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ นำโดยทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ กรรมการบริษัท พร้อมด้วยคณะบุคลากรขององค์กรจำนวน 24 คน ได้เข้าร่วมพิธีด้วยความเคารพและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ อีกทั้งได้รับเกียรติจากนาวาอากาศเอกสุภาวิต ธรรมสิทธิรุจน์ และร้อยตำรวจเอกณัชพล แสงสี เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคณะในพิธีสำคัญครั้งนี้ด้วย

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความสงบ เรียบง่าย และเปี่ยมด้วยความศรัทธา ผู้เข้าร่วมพิธีทุกคนต่างพร้อมใจกันน้อมถวายความเคารพและร่วมประกอบกุศลกรรมด้วยจิตอันเป็นกุศล สะท้อนถึงความจงรักภักดีและความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอด

โอกาสอันสำคัญยิ่งในครั้งนี้ นับเป็นความภาคภูมิใจอย่างสูงของสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ และจะเป็นอีกหนึ่งความทรงจำอันทรงคุณค่าที่คณะผู้บริหารและบุคลากรทุกคนจะน้อมเก็บรักษาไว้ในความทรงจำ พร้อมยึดมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีคุณธรรม และดำเนินงานเพื่อประโยชน์ของสังคมและประเทศชาติสืบไป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

Line @ คลิก! โทรหาเรา คลิก!