ทนายอาร์ม ยืนยัน! ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ ค่าเสื่อมราคารถ เรียกร้องได้ เตือน คปภ.อาจช่วยไม่ได้จริง

ทนายอาร์มยืนยันเมื่อเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ หลายคนอาจเข้าใจว่าหากบริษัทประกันภัยรับผิดชอบค่าซ่อมรถแล้ว เรื่องทุกอย่างก็น่าจะจบลง แต่ในความเป็นจริง ผู้เสียหายอาจมีสิทธิเรียกร้องความเสียหายอื่นที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุได้ด้วย โดยเฉพาะ ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถและค่าเสื่อมราคารถ ซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้ใช้รถจำนวนไม่น้อยยังไม่ทราบว่าควรเรียกร้องอย่างไร ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ จากสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ จึงต้องการฝากข้อคิดถึงประชาชนว่า การเรียกร้องค่าเสียหายไม่ใช่เพียงการเดินเข้าไปขอเงินจากบริษัทประกันภัย แต่จำเป็นต้องมีข้อมูล ข้อเท็จจริง และหลักฐานที่เหมาะสม เพื่อสนับสนุนจำนวนเงินที่ต้องการเรียกร้องอย่างมีเหตุผล

ค่าขาดประโยชน์ฯ ค่าเสื่อม เรียกได้ แต่ต้องเรียกแบบมีเทคนิค


ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถและค่าเสื่อมราคารถ เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ผู้เสียหายควรให้ความสำคัญ เพราะเมื่อรถได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุและต้องนำเข้าอู่เพื่อซ่อม ย่อมหมายความว่าเจ้าของรถไม่สามารถนำรถไปใช้งานได้ตามปกติในช่วงเวลาดังกล่าว ความเสียหายจึงไม่ได้มีเพียงค่าซ่อมรถเท่านั้น แต่ยังอาจมีความเสียหายจากการที่ไม่สามารถใช้รถได้ด้วย อย่างไรก็ตาม การเรียกร้องไม่ได้หมายความว่าจะสามารถกำหนดตัวเลขขึ้นมาเองได้ทั้งหมด ผู้เสียหายควรรวบรวมหลักฐานเกี่ยวกับระยะเวลาซ่อม การใช้งานรถ และข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การเรียกร้องมีน้ำหนักมากขึ้น ดังนั้น หากต้องการเรียกค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ ผู้เสียหายควรเตรียมข้อมูลให้พร้อมตั้งแต่ต้น และไม่ควรปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยไม่มีการดำเนินการ

และอีกประเด็นที่ทนายอาร์มให้ความสำคัญคือค่าเสื่อมราคารถ เพราะในโลกแห่งความเป็นจริง รถยนต์ที่ผ่านการเกิดอุบัติเหตุและผ่านการซ่อมมาแล้วอาจมีมูลค่าตลาดแตกต่างจากรถที่ไม่เคยเกิดอุบัติเหตุ แม้จะซ่อมกลับมาให้สามารถใช้งานได้ตามปกติก็ตาม ทนายอาร์มชวนให้ลองคิดง่าย ๆ หากรถสองคันเป็นรุ่นเดียวกัน อายุการใช้งานใกล้เคียงกัน และสภาพโดยรวมใกล้เคียงกัน แต่คันหนึ่งมีประวัติการชนและซ่อมหนัก ในขณะที่อีกคันไม่มีประวัติอุบัติเหตุ ผู้ซื้อจำนวนมากย่อมพิจารณาประวัติของรถประกอบการตัดสินใจ และอาจส่งผลต่อราคาซื้อขายได้ ดังนั้น ผู้เสียหายจึงควรศึกษาสิทธิของตนเองและเตรียมข้อมูลประกอบการเรียกร้องอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ จำนวนค่าเสียหายที่สามารถเรียกร้องได้จะต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงและหลักฐานของแต่ละกรณี ไม่ใช่ว่ารถทุกคันจะได้รับเงินในจำนวนเท่ากัน

เข้าใจผิดเข้าใจใหม่ คปภ. ไม่ได้ช่วย บทบาทแท้จริง คือ เป็นคนกลางในการเจรจา

สำหรับประเด็นคปภ.หรือสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ทนายอาร์มมองว่าประชาชนควรทำความเข้าใจบทบาทของหน่วยงานให้ชัดเจนเสียก่อนที่จะเข้าไปดำเนินการ โดยกระบวนการร้องเรียนเกี่ยวกับประกันภัยมีรายละเอียดและข้อเท็จจริงที่ต้องพิจารณาเป็นรายกรณี การพูดคุยหรือไกล่เกลี่ยระหว่างผู้เสียหายกับบริษัทประกันภัยจึงจำเป็นต้องมีข้อมูลที่ชัดเจน หากผู้เสียหายยังไม่เข้าใจว่าตนเองมีสิทธิอะไร ต้องเรียกร้องอย่างไร หรือควรเตรียมเอกสารอะไร การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายก่อนดำเนินการก็อาจช่วยให้สามารถวางแนวทางได้อย่างรอบคอบมากขึ้น โดยเฉพาะกรณีที่มีข้อพิพาทเรื่องจำนวนเงินหรือบริษัทประกันภัยไม่ยอมรับข้อเรียกร้องของผู้เสียหาย

“ไม่ต้องมีทนายก็ได้” มันได้จริงหรือ?

ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ จากสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ยังฝากเตือนประชาชนว่า อย่าเพิ่งตัดสินใจจากคำพูดง่าย ๆ ว่า “ไม่ต้องมีทนาย” เพราะการมีทนายความไม่ได้หมายความว่าต้องรอให้เกิดคดีขึ้นศาลเสียก่อน แต่ทนายความสามารถเข้ามาช่วยตั้งแต่ขั้นตอนการรวบรวมข้อเท็จจริง วิเคราะห์สิทธิ วางแนวทางการเรียกร้อง และเตรียมหลักฐานเพื่อใช้ในการเจรจาได้ การที่บริษัทประกันภัยมีบุคลากรและผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายดูแลผลประโยชน์ของบริษัทอยู่แล้ว ผู้เสียหายเองก็ควรศึกษาสิทธิของตนเองเช่นกัน เพราะการเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ หรือ ค่าเสื่อมราคารถ ให้ประสบผลสำเร็จ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการพูดว่า “ขอเท่านี้” เพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีเหตุผลและหลักฐานมาสนับสนุนข้อเรียกร้อง

ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ ค่าเสื่อมราคารถ ปรึกษาทนายก่อนไปร้อง คปภ. ดีที่สุด

ท้ายที่สุดทนายอาร์มขอฝากว่า เมื่อเกิดอุบัติเหตุ อย่าเพิ่งคิดว่าบริษัทประกันภัยจ่ายค่าซ่อมแล้วทุกอย่างจบ เพราะความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้เสียหายอาจมีมากกว่าค่าซ่อมรถ การเสียโอกาสในการใช้รถ รวมถึงมูลค่าของรถที่อาจได้รับผลกระทบหลังเกิดอุบัติเหตุ ล้วนเป็นประเด็นที่ควรศึกษาให้รอบคอบ หากผู้เสียหายท่านใดกำลังประสบปัญหาเกี่ยวกับการเรียกค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ หรือ ค่าเสื่อมราคารถ และไม่แน่ใจว่าควรดำเนินการอย่างไร การปรึกษาทนายความเพื่อประเมินข้อเท็จจริงและวางแนวทางก่อนเจรจากับบริษัทประกันภัย ย่อมสามารถช่วยให้ผู้เสียหายรู้เท่าทันสิทธิของตนเองมากขึ้น หากต้องการปรึกษาทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ สามารถติดต่อได้ที่สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์เพื่อสอบถามแนวทางการดำเนินการได้ทันที คลิก >>ติดต่อเรา<<

ก้าวสำคัญของนักศึกษาฝึกประสบการณ์เดินทางจากเมืองฉงชิ่ง ประเทศจีน ฝึกงานสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ทนายนัท นางสาวณัฐ พลการ ผู้ช่วยกรรมการบริษัทและทนายความประจำสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ได้มอบเกียรติบัตรแสดงความยินดีให้แก่นางสาวสารินี แซ่เล้า (น้องสาลี่) นักศึกษาฝึกประสบการณ์ด้านภาษาจีนจากสาขาวิชาภาษาและวรรณคดีจีน Southwest University ฉงชิ่ง ประเทศจีน ในโอกาสที่น้องสาลี่ได้สำเร็จการฝึกประสบการณ์กับสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ หลังจากเดินทางจากประเทศจีนมาฝึกประสบการณ์เป็นระยะเวลาประมาณ 2 เดือน นับเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยการเรียนรู้และประสบการณ์ใหม่ ๆ ทั้งด้านการทำงานและการใช้ชีวิตในประเทศไทย

ตลอดระยะเวลาการฝึกประสบการณ์ น้องสาลี่ได้สังกัดฝ่ายสื่อสารองค์กรของสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ และมีโอกาสได้ทำงานที่หลากหลายมากกว่าการใช้ทักษะด้านภาษาเพียงอย่างเดียว ไม่ว่าจะเป็นการแปลบทความเพื่อนำเสนอเนื้อหาผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานฯ การแปลเอกสารและสัญญาภาษาจีน รวมถึงการเรียนรู้ลักษณะการทำงานที่เกี่ยวข้องกับเอกสารทางกฎหมาย ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ที่ช่วยให้น้องได้เห็นการนำภาษาจีนมาใช้ในบริบทการทำงานจริง โดยเฉพาะในสำนักงานกฎหมายที่ต้องอาศัยความละเอียดรอบคอบในการสื่อสารและการแปลเอกสาร

อีกหนึ่งประสบการณ์สำคัญที่นับว่าน่าสนใจอย่างมาก คือ น้องสาลี่ได้รับโอกาสทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยทนายความ โดยได้ทำหน้าที่เป็นล่ามภาษาจีน และยังมีโอกาสเข้าไปทำหน้าที่ล่ามในการประสานงานกับบริษัทของชาวจีนที่ดำเนินธุรกิจอยู่ในประเทศไทย ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้น้องได้เรียนรู้การใช้ภาษาในสถานการณ์จริง ได้สัมผัสรูปแบบการทำงานที่แตกต่างจากห้องเรียน และได้เข้าใจว่าการเป็นล่ามหรือผู้ที่ทำงานด้านภาษานั้น ไม่ได้มีเพียงความสามารถในการแปลภาษาเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยความรับผิดชอบ ความแม่นยำ การสื่อสาร และการปรับตัวให้เหมาะสมกับแต่ละสถานการณ์

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ขอแสดงความยินดีกับน้องสาลี่ที่เลือกเดินทางจากประเทศจีนมายังประเทศไทยเพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ และเลือกเข้ามาฝึกประสบการณ์ในสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ซึ่งถือเป็นเส้นทางที่มีความท้าทายและแตกต่างจากการฝึกงานทั่วไปเป็นอย่างมาก โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสิ่งที่น้องได้เรียนรู้ตลอดระยะเวลา 2 เดือน ทั้งด้านภาษา งานเอกสาร งานกฎหมาย การทำงานร่วมกับผู้อื่น รวมถึงประสบการณ์จากการปฏิบัติงานจริง จะสามารถนำไปต่อยอดในการเรียนและการทำงานในอนาคตได้ ขอให้น้องสาลี่ประสบความสำเร็จในทุกก้าวของเส้นทาง และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ครั้งนี้ไว้เป็นอีกหนึ่งพื้นฐานสำคัญสำหรับการเติบโตในอนาคต

เปิดโอกาสให้เรียนรู้ข้ามสายงาน สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์มอบเกียรติบัตรนักศึกษาฝึกประสบการณ์จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ กรรมการบริษัท และทนายความสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ได้มอบเกียรติบัตรแสดงความยินดีแก่ นางสาวพรพรรณ พงษ์ญวน (น้องซีม่อน) นักศึกษาฝึกประสบการณ์จากสาขาการจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ภายหลังเสร็จสิ้นการฝึกประสบการณ์วิชาชีพกับสำนักงาน โดยทนายอาร์มมีแนวคิดที่ชัดเจนว่า การเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากการทำงานจริง ไม่ควรจำกัดเฉพาะผู้ที่เรียนด้านกฎหมายเท่านั้น แต่ควรเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่จากหลากหลายสาขาวิชาได้ค้นพบศักยภาพของตนเอง ผ่านการลงมือปฏิบัติในสถานการณ์จริง เพราะช่วงวัยของนักศึกษาถือเป็นช่วงเวลาที่พร้อมเรียนรู้ เปิดรับสิ่งใหม่ และสามารถพัฒนาศักยภาพได้อย่างรวดเร็ว

ตลอดระยะเวลาการฝึกประสบการณ์ น้องซีม่อนได้เริ่มต้นจากการปฏิบัติงานด้านกราฟิกและการตัดต่อวิดีโอ ภายใต้ฝ่ายสื่อสารองค์กรของสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ แต่ด้วยความตั้งใจ ความรับผิดชอบ และความสามารถในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ฯ จึงเล็งเห็นศักยภาพของน้อง และมอบโอกาสให้ทดลองปฏิบัติงานด้านการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นงานที่ต้องอาศัยความละเอียดรอบคอบ ความเข้าใจในกระบวนการทำงาน และการเรียนรู้เครื่องมือใหม่ ๆ ผลปรากฏว่าน้องสามารถปรับตัวได้เป็นอย่างดี และได้รับคำชื่นชมจากผู้ร่วมงานในทีม จนหลายคนรู้สึกเสียดายเมื่อถึงเวลาที่น้องต้องสิ้นสุดการฝึกประสบการณ์

ในมุมมองของทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ฯ เชื่อมั่นมาโดยตลอดว่า “การทำงานในสำนักงานกฎหมาย ไม่ได้จำเป็นว่าทุกคนจะต้องจบกฎหมาย” หากมีความตั้งใจ มีความรับผิดชอบ และพร้อมเรียนรู้ ทุกคนสามารถพัฒนาตัวเองและสร้างคุณค่าให้กับองค์กรได้ การฝึกงานจึงไม่ใช่เพียงการเข้ามาปฏิบัติงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย แต่คือการเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ค้นหาความสามารถของตนเอง ได้ลองทำงานหลากหลายรูปแบบที่อาจไม่มีโอกาสได้สัมผัสในห้องเรียน หรือแม้แต่ในการทำงานจริงหลังสำเร็จการศึกษา ซึ่งประสบการณ์เหล่านี้จะกลายเป็นต้นทุนสำคัญในการก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานในอนาคต

ฝ่ายสื่อสารองค์กรของสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์เองก็รู้สึกภาคภูมิใจในความสำเร็จของน้องซีม่อนเป็นอย่างมาก เพราะตลอดระยะเวลาการฝึกงาน น้องได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัว การเรียนรู้สิ่งใหม่ และการทำงานร่วมกับทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะได้รับมอบหมายให้ไปช่วยงานกับทีมเก็บพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นงานที่แตกต่างจากสายการเรียนโดยตรง แต่น้องก็สามารถเรียนรู้และปฏิบัติงานได้อย่างรวดเร็ว จนได้รับความไว้วางใจจากผู้ร่วมงานหลายฝ่าย สะท้อนให้เห็นว่าศักยภาพของคนไม่ได้ถูกจำกัดด้วยสาขาวิชาที่เรียน แต่อยู่ที่ทัศนคติ ความพร้อมในการพัฒนา และความกล้าที่จะก้าวออกจากพื้นที่เดิมของตนเอง

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ขอแสดงความยินดีกับน้องซีม่อนในโอกาสสำเร็จการฝึกประสบการณ์ครั้งนี้ และขออวยพรให้ประสบความสำเร็จในทุกเส้นทางของชีวิตการทำงาน เชื่อมั่นว่าด้วยความสามารถ ความมุ่งมั่น และการเปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่อยู่เสมอ น้องจะสามารถก้าวสู่การเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ และเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานในอนาคตได้อย่างแน่นอน พร้อมหวังว่าประสบการณ์จากสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์จะเป็นอีกหนึ่งรากฐานสำคัญ ที่ช่วยต่อยอดทั้งความรู้ ทักษะ และความมั่นใจให้กับน้องในทุกก้าวของการเติบโตในสายอาชีพต่อไป

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์มอบเกียรติบัตรแก่นักศึกษาฝึกประสบการณ์ด้านภาษาจีน จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ กรรมการบริษัทและทนายความประจำสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ได้มอบเกียรติบัตรแสดงความยินดีแก่ นางสาวอัมพร ใจสดใส (น้องพอล) นักศึกษาฝึกประสบการณ์จากคณะศิลปศาสตร์ สาขาภาษาและวัฒนธรรมจีน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภายหลังเสร็จสิ้นการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ณ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวแห่งความสำเร็จของน้องพอลที่เลือกเส้นทางการฝึกงานอันแตกต่างจากเพื่อนร่วมรุ่น โดยนำความรู้ด้านภาษาจีนมาประยุกต์ใช้ในงานกฎหมาย ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ที่ท้าทายและหาโอกาสได้ไม่ง่าย

ตลอดระยะเวลาการฝึกประสบการณ์ น้องพอลได้เปิดโลกการเรียนรู้นอกห้องเรียนอย่างแท้จริง จากเดิมที่การฝึกงานด้านภาษาจีนมักอยู่ในองค์กรธุรกิจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารภาษา แต่การได้เข้ามาฝึกงานในสำนักงานกฎหมาย ทำให้น้องมีโอกาสสัมผัสการทำงานในกระบวนการยุติธรรม ได้ติดตามการดำเนินคดี และมีโอกาสปฏิบัติหน้าที่เป็นล่ามภาษาจีนในศาล เพื่อแปลการสื่อสารระหว่างคู่ความกับกระบวนการพิจารณาคดี ซึ่งถือเป็นประสบการณ์อันล้ำค่าที่มีนักศึกษาเพียงไม่กี่คนจะได้รับ เพราะแม้แต่บุคคลทั่วไปก็แทบไม่มีโอกาสได้เข้าไปเห็นการว่าความจริงภายในห้องพิจารณาคดีของศาล

นอกจากการปฏิบัติหน้าที่ด้านล่ามแล้ว น้องพอลยังได้รับมอบหมายงานที่หลากหลาย ทั้งการแปลเอกสารทางกฎหมายจากฝ่ายกฎหมาย การแปลบทความและเนื้อหาประชาสัมพันธ์ของสำนักงานเป็น 3 ภาษาเพื่อเผยแพร่บนเว็บไซต์ การแปลใบเสนอราคาและเอกสารธุรกิจเป็นภาษาจีน ตลอดจนการสื่อสารและประสานงานกับลูกความชาวจีนร่วมกับทีมงานของสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้น้องได้พัฒนาทักษะทั้งด้านภาษา การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม และการประยุกต์ใช้ภาษาจีนในบริบทของกฎหมายและธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาที่มีคุณภาพและผลิตบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถออกสู่สังคมมาอย่างต่อเนื่อง โดยตลอดระยะเวลาการฝึกงาน น้องพอลได้แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบ ความตั้งใจเรียนรู้ และความสามารถในการปรับตัวกับการทำงานในสายวิชาชีพกฎหมายได้เป็นอย่างดี จนได้รับความไว้วางใจให้ปฏิบัติงานในหลายภารกิจที่มีความสำคัญ

ในโอกาสที่การฝึกประสบการณ์ได้เสร็จสิ้นลง สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ขอแสดงความยินดีกับน้องพอล และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความรู้ ประสบการณ์ และบทเรียนที่ได้รับจากการฝึกงานครั้งนี้ จะเป็นรากฐานสำคัญในการต่อยอดทั้งการศึกษาในชั้นปีที่ 4 และการทำงานในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นทักษะด้านภาษา การทำงานในองค์กร ความเข้าใจในกฎระเบียบและวัฒนธรรมการทำงาน ตลอดจนประสบการณ์ในกระบวนการยุติธรรม ขอให้น้องพอลประสบความสำเร็จในทุกเส้นทางที่เลือกเดิน และขอให้ความตั้งใจและความมุ่งมั่นในวันนี้ นำพาไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในวันข้างหน้า

เปิดประสบการณ์นักศึกษานิติศาสตร์จุฬาฯ กับการฝึกงานที่สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมาทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ กรรมการผู้จัดการสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ได้มอบเกียรติบัตรให้แก่นางสาวณัฐณิชา พฤทธิพงศ์กุล น้องเมวี่ นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายหลังเสร็จสิ้นการฝึกประสบการณ์ด้านกฎหมายกับสำนักงาน โดยตลอดระยะเวลาการฝึกงาน น้องเมวี่ได้มีโอกาสเรียนรู้การทำงานของทนายความอย่างใกล้ชิด ทั้งในสำนักงานและการลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่แตกต่างจาก.การเรียนในห้องเรียนอย่างสิ้นเชิง ในคอลัมน์นี้จะมาแชร์บทสัมภาษณ์น้องเมวี่จากการที่ได้มาฝึกงานที่สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์กันว่าฝึกงานที่สำนักงานกฎหมายเป็นอย่างไรบ้าง

เปิดบทสัมภาษณ์น้องเมวี่ นักศึกษาฝึกประสบการณ์จากคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Q: ทำไมถึงเลือกมาฝึกงานที่สำนักงานกฎหมาย?

A: “จะบอกว่างานทางกฎหมายนี่ค่ะ มันค่อนข้างหลากหลายมาก หลาย ๆ คนอาจจะมีเป้าหมายในการไปทำงานสายราชการนะคะ อย่างไปฝึกงานที่ศาลหรือว่าฝึกงานที่สำนักงานอัยการนะคะ แต่ว่าหนูอยากลองประสบการณ์ที่มันแตกต่างออกไปค่ะ ที่ว่ากระบวนการก่อนที่จะขึ้นศาลเป็นยังไง ต้องมาฝึกกับสำนักงานทนายความค่ะ ถึงจะรู้กระบวนการในชั้นนี้ แล้วถึงจะได้ดำเนินการในศาลถูกค่ะ”

Q: ตอนฝึกงานได้ทำอะไรบ้าง?

A: “ก็ตอนที่ฝึกงานนะคะ หนูได้ทำหลายอย่างเลยค่ะ มีทั้งเริ่มร่างคำฟ้อง เขียนคำร้อง หรือว่าจัดชุดฟ้องนะคะ แล้วก็ได้ทำคำแถลง แบบได้ทำอะไรเยอะมาก ๆ เลยค่ะ ทำให้หนูรู้ว่ากระบวนการก่อนขึ้นศาลมันมีสิ่งที่ต้องเตรียมตัว แล้วก็สิ่งที่ต้องเอาไปใช้งานเยอะมาก ๆ เลยค่ะ”

Q: มาฝึกงานที่นี่ได้ไปที่ไหนบ้าง?

A: “ที่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้ไปนะคะ ที่แรกที่หนูได้ไปเลย คือ ได้ไปกราบพระบรมศพของพระพันปีค่ะ เป็นโอกาสที่ดีมากมากสำหรับหนูเลยค่ะ แล้วหนูก็ไม่คิดว่าตัวหนูเองจะมีโอกาสได้ไปลองอะไรแบบนี้ด้วยค่ะ แล้วก็อีกที่หนึ่งนะคะ มีโอกาสได้ไปดูงานที่รัฐสภาค่ะ ก็เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่สำคัญมาก ๆ สำหรับวงการนี้นะคะ เป็นรากฐาน เพราะว่ารัฐสภามีหน้าที่ออกกฎหมายใช่ไหมคะ เราก็ไปดูถึงรากฐานเลย แล้วก็มีโอกาสได้เข้าร่วมดูการประชุมอภิปราย แล้วก็ได้เดินทัวร์รัฐสภาใหม่ด้วยค่ะ มีโอกาสได้ไปโรงพักนะคะได้ไปแจ้งความเนื่องจากว่ามีลูกความมาที่สำนักงานทนายความเป็นคดีที่ค่อนข้างน่าเศร้าประมาณหนึ่งค่ะ เราก็เลยพาผู้เสียหายไปดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานค่ะ จริง ๆ อย่างที่หลาย ๆ คนคิดนะคะ ว่าการไปร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานหรือการไปแจ้งความเป็นกระบวนการที่ทำให้เสียเวลาถูกไหมคะ เพราะว่าหลาย ๆ คนจะไปดำเนินการแจ้งความแต่ละเรื่องทีใช้เวลาเป็นหลักชั่วโมงหรือบางครั้งถึงสิบชั่วโมงเลยก็มี เพราะว่าเจ้าพนักงานต้องสอบปากคำค่ะ แต่ว่าหลังจากได้มาฝึกงานนะคะ ทำให้หนูได้รู้ว่าการที่จะเร่งกระบวนการตรงนี้ให้เร็วขึ้น แล้วเพื่อที่จะทำให้ทั้งเราและทั้งผู้เสียหายไม่เสียเวลาก็คือการเตรียมข้อมูลปริ้นท์เอกสาร แล้วก็ทำคำให้การเบื้องต้น  เพื่อที่จะให้ตำรวจเข้าใจเรื่องราวเบื้องต้นคร่าว ๆ ก่อน แล้วก็จะได้ดำเนินการตรงนี้ได้ไวขึ้น ทำให้หนูได้เรียนรู้ว่าการเตรียมข้อมูลไปก่อนมีความสำคัญมาก ๆ เลยค่ะ นอกจากจะเร่งกระบวนการให้เร็วขึ้นแล้ว ยังจะทำให้ได้เนื้อหาที่ครบถ้วนด้วยค่ะ”

Q: ได้ไปศาลไปคดีอะไร?

A: “ไปศาลไปดูสืบพยานคดีหมิ่นประมาทค่ะ ชอบพอรักใคร่ค่ะ อีกฝ่ายหนึ่งชอบพอรักใคร่  ครั้งนี้จะเป็นฝ่ายชายเป็นโจทก์ฟ้องฝ่ายหญิงเป็นจำเลยค่ะ มีผู้หวังดีนะคะได้มีการส่งคลิปเสียงการสนทนานะคะของฝ่ายหญิงขณะที่กำลังถูกคณะกรรมการสอบสวนอยู่ค่ะ ไปให้ฝ่ายชาย เรื่องนี้ทำให้หนูตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการสื่อสารมากขึ้น จากกรณีดังกล่าวนะคะ  การที่ผู้หวังดีได้ส่งคลิปเสียงมา ทำให้เรารู้ว่าเรามีโอกาสที่จะถูกอัดเสียงหรือว่านำเสียงของเราเนี่ยไปแปลงเป็นอย่างอื่นได้ง่าย ๆ เลยค่ะ ดังนั้นก็เพิ่มความระมัดระวังตัวมากขึ้นค่ะ”

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์โดยทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ เชื่อมั่นว่าการเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากการทำงานจริง คือการสร้างนักกฎหมายคุณภาพให้กับสังคมในอนาคต เพราะวิชาชีพกฎหมายไม่ได้อาศัยเพียงความรู้ตามตัวบทกฎหมายเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยประสบการณ์ การคิดวิเคราะห์ การแก้ไขปัญหา และการทำงานร่วมกับผู้คนในสถานการณ์จริง สำหรับนักศึกษาที่สนใจฝึกประสบการณ์ด้านกฎหมาย และต้องการเรียนรู้การทำงานของทนายความอย่างใกล้ชิด สามารถติดต่อสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ เพื่อสอบถามรายละเอียดและสมัครเข้าร่วมการฝึกประสบการณ์ได้ผ่านช่องทาง ติดต่อเรา

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ส่งต่อประสบการณ์ให้นักศึกษาฝึกงานด้านภาษาจีน

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ได้จัดพิธีมอบเกียรติบัตรให้แก่ นางสาวพัชรพร โพธิ์สาราช น้องเนสเล่ นักศึกษาจากคณะอักษรศาสตร์ สาขาวิชาเอเชียตะวันออก มหาวิทยาลัยศิลปากร ภายหลังเสร็จสิ้นการฝึกประสบการณ์วิชาชีพเป็นระยะเวลา 2 เดือน โดยได้รับเกียรติจากทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ กรรมการผู้จัดการสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ เป็นผู้มอบเกียรติบัตรเพื่อแสดงความชื่นชมและเป็นกำลังใจในการก้าวสู่เส้นทางการทำงานในอนาคต

ตลอดระยะเวลาการฝึกประสบการณ์ น้องเนสเล่ได้ปฏิบัติงานจริงในฝ่ายสื่อสารองค์กร โดยใช้ความรู้ด้านภาษาจีนอย่างเต็มศักยภาพ ไม่ว่าจะเป็นการทำหน้าที่ล่ามภาษาจีน ผู้ช่วยทนายความด้านภาษาจีน การแปลเอกสารทางกฎหมาย แปลบทความสำหรับเว็บไซต์ของสำนักงาน รวมถึงการจัดทำและอัปเดตคอนเทนต์ภาษาจีนลงแพลตฟอร์ม Douyin (โต่วอิน) เพื่อรองรับการสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าชาวจีน ซึ่งนับเป็นประสบการณ์ที่หาได้ยากจากการเรียนในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว

ในโอกาสดังกล่าว ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ ได้กล่าวถึงแนวคิดในการเปิดรับนักศึกษาฝึกประสบการณ์ว่า ปัจจุบันชาวจีนเข้ามาลงทุนและดำเนินธุรกิจในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บุคลากรที่มีความรู้ด้านภาษาจีนและสามารถประยุกต์ใช้กับงานด้านกฎหมายได้ กลายเป็นกำลังสำคัญขององค์กร การเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เข้ามาฝึกงาน จึงเป็นการเตรียมบุคลากรคุณภาพให้พร้อมรองรับตลาดแรงงานและภาคธุรกิจที่กำลังเติบโตในอนาคต

ทนายอาร์มยังได้ฝากข้อคิดถึงนักศึกษาทุกคนว่า “การฝึกงาน คือ การได้ทำงานจริง” ซึ่งเป็นโอกาสอันมีค่า เพราะนอกจากจะได้เรียนรู้เนื้องานแล้ว ยังได้เรียนรู้วัฒนธรรมองค์กร การทำงานร่วมกับผู้อื่น ระบบการทำงานในสำนักงาน การบริหารเวลา การรับผิดชอบต่อหน้าที่ ตลอดจนการปรับตัวกับสภาพแวดล้อมในการทำงานจริง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นประสบการณ์ที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันและความพร้อมก่อนก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างมั่นใจ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์เชื่อมั่นว่าการลงทุนในการพัฒนาคนรุ่นใหม่ คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสร้างบุคลากรคุณภาพให้กับสังคมและวิชาชีพกฎหมายในอนาคต

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ เยือนบริษัท เหย้าเหย้า อินโฟร์ เทค (ไทยแลนด์) จำกัด ที่ปรึกษากฎหมายคู่ธุรกิจ วางแผนก่อนเกิดปัญหา

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา นายธนิภัทร มะโนภักดิ์ ตัวแทนจากสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ในฐานะที่ปรึกษากฎหมายของ บริษัท เหย้าเหย้า อินโฟร์ เทค (ไทยแลนด์) จำกัด ได้เดินทางเข้าพบผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของบริษัทเพื่อให้คำปรึกษาด้านกฎหมายเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล พร้อมด้วย นางสาวอัมพร ใจสดใส นักศึกษาฝึกประสบการณ์จากคณะศิลปศาสตร์ สาขาภาษาและวัฒนธรรมจีน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่เป็นล่ามภาษาจีนในการสื่อสารระหว่างทั้งสองฝ่าย ทำให้การหารือเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

การเข้าพบในครั้งนี้ได้มีการให้คำปรึกษาในประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการเลิกจ้างพนักงาน รวมถึงการทบทวนและแก้ไขระเบียบข้อบังคับของบริษัทให้สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจและกฎหมายแรงงานไทย นอกจากนี้ ในช่วงบ่ายยังได้ร่วมพูดคุยถึงแนวทางการกำหนดค่าจ้างและการบริหารจัดการพนักงานไลฟ์สด เพื่อให้การดำเนินงานของบริษัทเป็นไปอย่างเหมาะสม ลดความเสี่ยงในการเกิดข้อพิพาทด้านแรงงานในอนาคต

บรรยากาศการทำงานเป็นไปด้วยความอบอุ่นและได้รับการต้อนรับจากผู้บริหารของบริษัทเป็นอย่างดียิ่ง สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์กับลูกค้าในฐานะที่ปรึกษากฎหมายประจำบริษัท ซึ่งให้ความสำคัญกับการวางแผนทางกฎหมายควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจ ไม่ใช่รอให้เกิดข้อพิพาทแล้วจึงค่อยหาทางแก้ไข

บริษัท เหย้าเหย้า อินโฟร์ เทค (ไทยแลนด์) จำกัด ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างขององค์กรที่ให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงทางกฎหมาย โดยเลือกปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายก่อนการตัดสินใจในทุกประเด็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นด้านแรงงาน การบริหารบุคลากร หรือการกำหนดนโยบายภายในองค์กร แนวทางดังกล่าวช่วยให้องค์กรสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นใจ ลดความเสี่ยงจากปัญหาทางกฎหมาย และเป็นแนวทางที่หลายองค์กรควรนำไปปรับใช้เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา บริษัท สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ศิริ จำกัด หรือสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นหาที่สุดมิได้ โดยได้รับพระราชทานบรมราชานุญาตให้เป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เวลา 17.00 น. นับเป็นเกียรติอันสูงสุดและเป็นสิริมงคลอย่างยิ่งแก่คณะผู้บริหารและบุคลากรของสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

พิธีดังกล่าวดำเนินไปด้วยความสมพระเกียรติและเปี่ยมด้วยความสงบสำรวม โดยมีพระสงฆ์จำนวน 10 รูป จากวัดสำคัญหลายแห่งเข้าร่วมประกอบพิธีทางพระพุทธศาสนา ได้แก่ วัดระฆังโฆสิตาราม วรมหาวิหาร วัดสีหไกรสร วัดพรหมวงศาราม กรุงเทพมหานคร วัดรางจระเข้ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วัดสามัคคีบรรพต จังหวัดชลบุรี วัดนครอินทร์ และวัดสพานสูง จังหวัดนนทบุรี โดยได้ประกอบพิธีสวดมาติกา สดับปกรณ์ และอนุโมทนา ตามแบบแผนแห่งพระพุทธศาสนาอย่างครบถ้วนและสมพระเกียรติ

ในการนี้ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ นำโดยทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ กรรมการบริษัท พร้อมด้วยคณะบุคลากรขององค์กรจำนวน 24 คน ได้เข้าร่วมพิธีด้วยความเคารพและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ อีกทั้งได้รับเกียรติจากนาวาอากาศเอกสุภาวิต ธรรมสิทธิรุจน์ และร้อยตำรวจเอกณัชพล แสงสี เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคณะในพิธีสำคัญครั้งนี้ด้วย

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความสงบ เรียบง่าย และเปี่ยมด้วยความศรัทธา ผู้เข้าร่วมพิธีทุกคนต่างพร้อมใจกันน้อมถวายความเคารพและร่วมประกอบกุศลกรรมด้วยจิตอันเป็นกุศล สะท้อนถึงความจงรักภักดีและความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอด

โอกาสอันสำคัญยิ่งในครั้งนี้ นับเป็นความภาคภูมิใจอย่างสูงของสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ และจะเป็นอีกหนึ่งความทรงจำอันทรงคุณค่าที่คณะผู้บริหารและบุคลากรทุกคนจะน้อมเก็บรักษาไว้ในความทรงจำ พร้อมยึดมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีคุณธรรม และดำเนินงานเพื่อประโยชน์ของสังคมและประเทศชาติสืบไป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

กู้ Facebook อย่างมืออาชีพกับสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ การันตีได้บัญชีคืนจริง การันตีผลลัพธ์

ใน Digital ที่ Facebook กลายเป็นศูนย์กลางของการสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นการค้า และการทำงาน การที่บัญชีถูกแฮ็ก, ถูกระงับ, หรือถูกปิดโดยไม่ทราบสาเหตุ ถือเป็นเรื่องร้ายแรงที่ส่งผลกระทบทั้งด้านจิตใจและรายได้ของผู้ใช้จำนวนมาก หากคุณกำลังเจอปัญหาเหล่านี้ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ พร้อมให้บริการกู้ Facebook กลับคืนมาอย่างปลอดภัย ด้วยบริการที่ การันตีกู้ได้จริง และยินดีคืนเงินหากกู้ไม่สำเร็จ

ทำไมต้องใช้บริการกู้ Facebook จากเรา?

ปัจจุบันมีผู้ให้บริการรับจ้างกู้ Facebook เป็นจำนวนมาก บางรายไม่มีความรู้ บางรายไม่มีความรับผิดชอบ และหลายรายไม่สามารถประสานงานตรงกับระบบของ Meta ได้จริง ซึ่งส่งผลให้ผู้ใช้ต้องเสียเวลาและเสียเงินโดยไม่จำเป็น

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์เป็นสำนักงานกฎหมายที่มีตัวตนชัดเจน ให้บริการแบบมืออาชีพโดยทีมงานที่มีทั้งทนายความผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายไซเบอร์ และ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี Digital ซึ่งสามารถให้บริการคุณในการกู้คืนบัญชี Facebook ได้จริง พร้อมรับรองผลงานด้วยนโยบาย “กู้ไม่ได้ ยินดีคืนเงิน

จุดเด่นของบริการกู้ Facebook ของเรามีอะไรบ้าง?

  • กู้ Facebook ได้จริงโดยวิธีการถูกต้องตามระบบเงื่อนไขของ Meta
  •  ดำเนินการโดยทีมผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ประสบความสำเร็จจริง
  • มีเอกสารและสัญญาหรือข้อตกลงที่ชัดเจนก่อนเริ่มงาน
  • การันตีกู้ได้จริงรับรองผลลัพธ์หากกู้คืนไม่ได้ยินดีคืนเงิน
  • ติดตามสถานะอย่างต่อเนื่อง อัปเดตความคืบหน้ากับผู้มาใช้บริการอย่างสม่ำเสมอ

บริการกู้ Facebook ของเราครอบคลุมกรณีใดบ้าง?

ไม่ว่าคุณจะเจอปัญหาใดเกี่ยวกับบัญชี Facebook เราสามารถให้บริการได้อย่างตรงจุด เช่น

  • ไม่ว่าคุณจะเจอปัญหาใดเกี่ยวกับบัญชี Facebook เราสามารถให้บริการได้อย่างตรงจุด เช่น
  • บัญชี Facebook ถูกแฮ็ก และถูกเปลี่ยนรหัสผ่านโดยผู้อื่น
  • บัญชีถูกปิดจากการละเมิดนโยบายโดยไม่ได้ตั้งใจ
  • ลืมข้อมูลบัญชี ไม่สามารถยืนยันตัวตนได้
  • บัญชีธุรกิจหรือบัญชีที่เชื่อมกับ Instagram ถูกระงับ
  • ระบบแจ้งว่า “บัญชีถูกตรวจสอบ” และไม่สามารถเข้าใช้งานได้

กรณีตัวอย่าง : จากบัญชี Facebook ถูกแฮ็ก 2 เดือน สู่การกู้คืนได้จริง โดยสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

ในโลกออนไลน์ที่ทุกวินาทีมีค่าต่อธุรกิจ การสูญเสียบัญชี Facebook อาจหมายถึงการสูญเสียโอกาสทางรายได้ และภาพลักษณ์ของแบรนด์ กรณีของ คุณจือ ผู้บริหารบริษัท สโตร์เมท จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจเหล็กระดับประเทศ คืออีกหนึ่งตัวอย่างที่พิสูจน์ว่า บริการ กู้ Facebook จากสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ไม่เพียง “รับปาก” แต่สามารถ กู้คืนบัญชี Facebook ได้จริง

ในเดือนสิงหาคม 2567 ขณะกำลังพักผ่อนในช่วงกลางดึก บัญชีอีเมลที่ผูกกับเฟซบุ๊กของคุณจือถูกแฮ็ก ส่งผลให้ บัญชี Facebook ถูกเข้าควบคุมโดยบุคคลอื่นในเวลาไม่กี่นาที และข้อมูลที่ใช้ในการยืนยันตัวตนทั้งหมดถูกเปลี่ยนไป

แม้จะพยายามกู้ด้วยตนเอง หรือขอความช่วยเหลือจากเพื่อนที่เคยประสบปัญหาแบบเดียวกัน แต่ก็ไม่เป็นผล จนกระทั่งคุณจือตัดสินใจติดต่อ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ และใช้บริการกู้ Facebookอย่างเป็นระบบ

ทีมงานของสำนักงานได้ตรวจสอบสถานะบัญชีและแจ้งขั้นตอนพร้อมทำสัญญาอย่างโปร่งใส คุณจือได้รับความมั่นใจทันทีจากนโยบาย “กู้ไม่ได้ ยินดีคืนเงิน” พร้อมการรายงานสถานะที่ชัดเจนเป็นระยะ

ภายในระยะเวลา ไม่ถึง 2 เดือน บัญชี Facebook เดิมของคุณจือก็ได้รับการกู้คืน พร้อมข้อมูลและการเข้าถึงทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ ซึ่งนอกจากสร้างความโล่งใจแล้ว ยังช่วยให้ธุรกิจสามารถกลับมาดำเนินงานต่อได้ทันทีโดยไม่ต้องสร้างเพจหรือบัญชีใหม่

“ตอนแรกคิดว่าหมดหวังแล้ว เพราะแม้แต่ผู้เชี่ยวชาญบางรายยังแนะนำให้ทำใจ แต่ทีมสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์กลับสามารถกู้ให้ได้จริง ต้องขอบคุณมาก ๆ” – คุณจือ กล่าว

กรณีนี้เป็นเพียงหนึ่งในเคสที่สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ให้บริการสำเร็จ และยังตอกย้ำถึงความเป็นมืออาชีพที่สามารถกู้ Facebook ได้จริง พร้อมรับประกันผลลัพธ์

เลือกใช้บริการกู้ Facebook มืออาชีพการันตีผลงาน กู้คืนบัญชี Facebook ให้คุณได้จริง!

บัญชี Facebook ที่ถูกปิดหรือถูกแฮ็กไม่เพียงแต่ทำให้คุณขาดการติดต่อกับเพื่อน ครอบครัว หรือกลุ่มลูกค้า แต่ยังทำให้คุณอาจสูญเสียรายได้ ยอดขาย และความน่าเชื่อถือที่สร้างมานาน

โดยเฉพาะหากคุณเป็นผู้ใช้เพจธุรกิจ, อินฟลูเอนเซอร์, หรือเจ้าของกิจการ การรอระบบตอบกลับจาก Facebook อาจกินเวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนหรือผลอาจจะไม่ได้เป็นไปอย่างที่หวัง ซึ่งนั่นเท่ากับคุณกำลังเสียโอกาสทางธุรกิจไปในทุกวัน

หากคุณกำลังเผชิญปัญหาคล้ายกัน อย่ารอให้เวลาผ่านไปโดยไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้องตามระบบ Meta จากทีมงานมืออาชีพด้านไซเบอร์ บริการกู้ Facebook ที่การันตีกู้ได้จริง คลิก >>ติดต่อเรา<<

Line @ คลิก! โทรหาเรา คลิก!