ผู้เสียหายชาวต่างชาติรถถูกชนกระดูกต้นคอแตก ไหล่ขวาหัก! บริษัทประกันภัยยึกยักขอไกล่เกลี่ย ทนายช่วยเคลียร์เรียกค่าเสียหายกว่าล้านบาท!

ผู้เสียหายชาวต่างชาติรถถูกชนกระดูกต้นคอแตก ไหล่ขวาหัก! บริษัทประกันภัยยึกยักขอไกล่เกลี่ย ทนายช่วยเคลียร์เรียกค่าเสียหายกว่าล้านบาท!

เมื่อเราทำประกันภัยรถยนต์แน่นอนว่าเราต้องหวังการคุ้มครองจากบริษัทประกันภัยอย่างครอบคลุม เพราะชีวิตของเรามีแค่ชีวิตเดียว แต่หากบริษัทประกันภัยที่เราให้ความไว้วางใจซื้อประกันภัยเพื่อความคุ้มครองนั้น เมื่อเวลาเกิดอุบัติเหตุแล้วพยายามบ่ายเบี่ยงการจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งภาคสมัครใจ และภาคบังคับตามที่กรมธรรม์ได้ระบุเอาไว้ในสัญญากรมธรรม์ อย่างเช่นกรณีอุบัติเหตุเคสนี้ ที่สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ได้รับความไว้วางใจจากผู้เสียหายชาวต่างชาติที่ประสบอุบัติเหตุจนได้รับบาดเจ็บสาหัส รถถูกชน จนไหล่หักต้องผ่าตัดใส่เหล็ก! แต่บริษัทประกันยังบ่ายเบี่ยงการจ่ายค่าสินไหมทดแทน ด้วยเหตุผู้เอาประกันภัยเป็นชาวต่างชาติที่ไม่รู้กฎหมายการประกันภัยในบ้านเรา รวมถึงไม่ทราบกระบวนการที่จะเรียกร้องเพื่อปกป้องสิทธิ์ของตัวเอง เมื่อบริษัทประกันภัยพยายามยื้อขอเจรจาค่าเสียหาย ผู้เสียหายเลยไม่รู้ต้องทำอย่างไร จึงตัดสินใจมาพึ่งสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ให้ช่วยดำเนินการเรียกร้องความเป็นธรรม 

รถถูกชนจนบาดเจ็บกระดูกต้นคอแตก ไหล่หัก ต้องพักรักษาตัวนานกว่า 3 เดือน ไร้ค่าเสียหายจากบริษัทประกัน

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดจากผู้เสียหายได้ขับขี่รถยนต์แล้วเกิดการเฉี่ยวชนกับรถเก๋งคันหนึ่ง แต่รถยนต์ที่ผู้บาดเจ็บขับขี่นั้นถูกชนท้ายโดยรถยนต์อีกคันหนึ่ง เป็นเหตุทำให้รถของผู้บาดเจ็บที่มีการทำประกันภัยเอาไว้กับบริษัทประกันภัยเกิดความเสียหาย มีผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บ 2 คน โดยผู้บาดเจ็บที่ 1 ได้รับบาดเจ็บสาหัส กระดูกต้นคอหัก และกระดูกไหล่ขวาหัก จนต้องเข้ารับการผ่าตัดดามเหล็กไว้ที่หัวไหล่ และต้องพักรักษาตัวเป็นเวลา 3 เดือน หลังผ่าตัดเอาเหล็กออกยังต้องเข้าทำกายภาพบำบัด ปัจจุบันผู้บาดเจ็บยังต้องรักษาอาการบาดเจ็บอย่างต่อเนื่องและมีอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่ตลอดเวลา เป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตอย่างมาก 

ผู้เสียหายชาวต่างชาติรถถูกชน 2

สำรองจ่ายไปแล้วกว่า 200,000 บาท แต่บริษัทประกันยังไม่ยอมจ่ายค่าเสียหาย!

ทั้งนี้ผู้บาดเจ็บได้สำรองจ่ายค่ารักษาอันจำเป็นไปแล้วกว่า 200,000 บาท ยังไม่รวมถึงค่าขาดประโยชน์จากรายได้ต่อเดือนอีก 150,000 บาท จากการที่ผู้บาดเจ็บดำรงอยู่ในตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของบริษัทของบริษัท การได้รับบาดเจ็บสาหัสจากในครั้งนี้ต้องรักษาตัวเป็นเวลานาน ทำให้สูญเสียรายได้เป็นจำนวนมากและส่งผลกระทบต่อการบริหารบริษัท ผู้บาดเจ็บต้องทำการผ่าตัดดามเหล็กเอาไว้ที่ไหล่ขวา และต้องผ่าตัดเพื่อเอาเหล็กออก ทำให้ต้องมีค่าใช้จ่ายในการผ่าตัด รวมค่ารักษาพยาบาลหลังการผ่าตัดเป็นจำนวนเงินกว่า 80,000 บาท ซึ่งราคานี้เป็นค่าใช้จ่ายที่แพทย์ได้ประเมินการรักษาในเบื้องต้น ยังไม่รวมหากเกิดอาการแทรกซ้อนอื่นๆ ขณะทำการรักษา รวมถึงค่าเวชภัณฑ์อื่นๆ 

ผู้เสียหายชาวต่างชาติรถถูกชน 3

ไหล่ต่อไม่ติด ต้องบินไปรักษาตัวที่ต่างประเทศ

ระหว่างที่ผู้บาดเจ็บต้องรักษาตัวอยู่ในประเทศไทย ผู้บาดเจ็บต้องเดินทางไปมาระหว่างบ้านกับโรงพยาบาลอยู่บ่อยครั้ง ทำให้มีค่าใช้จ่ายระหว่างที่ต้องรักษาตัว แต่ว่าอาการบาดเจ็บที่หัวไหล่ไม่ดีขึ้น กระดูกบริเวณหัวไหล่ที่หักไม่เชื่อมติดกัน ผู้บาดเจ็บจึงต้องทำการบินไปรักษาตัวที่ประเทศไต้หวัน และต้องเข้ารับการผ่าตัดอีกครั้ง ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดอีกเป็นจำนวนเงิน 158,080 ดอลลาร์ไต้หวัน คิดเป็นเงินไทย 161,241 บาท อีกทั้งยังต้องเสียค่าเครื่องบินเพื่อบินไปรักษาเป็นจำนวนเงิน 14,300 บาท และหลังจากผ่าตัดผู้บาดเจ็บยังต้องเข้าทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการรักษาที่กินระยะเวลานาน และเสียค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก ซึ่งความจริงแล้วค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ผู้บาดเจ็บสามารถเรียกร้องได้กับบริษัทประกันภัย แม้ว่าผู้บาดเจ็บจะเดินทางไปรักษาตัวที่ต่างประเทศก็ตาม

ผู้เสียหายชาวต่างชาติรถถูกชน 4

ประกันเสนอจ่ายค่ารักษา และค่าเสียหายน้อยกว่าความเป็นจริง!

จากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบริษัทประกันภัยของรถผู้เอาประกัน (ภาคสมัครใจ) และบริษัทประกันภัย (ภาคบังคับ) ยังไม่ยอมจ่ายค่าเสียหายแต่พยายามขอไกล่เกลี่ย ในขณะที่ผู้บาดเจ็บเองก็เป็นชาวต่างชาติไม่รู้เรื่องกฎหมายประกันภัย ผู้บาดเจ็บจึงไม่กล้าเรียกค่าเสียหายที่สูงจนเกินไป เพราะกลัวว่าจะถูกบริษัทประกันภัยฟ้องกลับ ทั้งที่ผู้บาดเจ็บนั้นได้รับบาดเจ็บกระดูกต้นแขนขวาหัก จนต้องดามเหล็ก แถมต้องพักรักษาตัวตามความเห็นแพทย์เป็นเวลากว่า 90 วัน ซึ่งหากผู้บาดเจ็บยังสามารถทำงานได้ตามปกติ ผู้บาดเจ็บจะมีรายได้ 450,000 บาท แต่จากระยะเวลา 90 วันที่ต้องหยุดงานไป แต่บริษัทประกันภัยของรถผู้เอาประกันเสนอจ่ายเพียงแค่ 150,000 บาท ส่วนบริษัทประกันภัยของรถคู่กรณีที่มาชนรถยนต์ของผู้เอาประกัน เสนอจ่ายให้ผู้บาดเจ็บที่ 1 เป็นจำนวนเงินแค่ 100,000 บาท รวมแล้วบริษัทประกันเสนอจ่ายค่าเสียหายให้แก่ผู้บาดเจ็บแค่ราวๆ 3 แสนบาทเท่านั้นเอง ซึ่งน้อยกว่าความเป็นจริงไปมากเมื่อเทียบกับสิ่งที่ผู้บาดเจ็บได้รับ เป็นการเอาเปรียบผู้เสียหายอย่างที่สุด พิจารณาดูแล้วไม่คุ้มค่าต่อความบาดเจ็บที่ไม่อาจทราบได้ว่าในอนาคตจะหายดีกลับมาเป็นปกติได้หรือไม่ 

ผู้เสียหายชาวต่างชาติรถถูก 5

เจอแบบนี้ต้องมีทนายไว้เพื่อไม่ให้ถูกบริษัทประกันภัยเอาเปรียบ

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์เล็งเห็นถึงความสำคัญของผู้เสียหายไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติ ที่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากบริษัทประกันภัย ดังเช่นผู้เสียหายชาวจีนท่านนี้ที่ได้บาดเจ็บอย่างหนัก รู้สึกว่าบริษัทประกันภัยทั้ง 2 บริษัทไม่บริสุทธิ์ใจในการรับผิดชอบ เสนอจ่ายค่าเสียหายไม่สมกับอาการบาดเจ็บจริงที่ผู้เสียหายได้รับ ทั้งบริษัทประกันภัยยังพยายามยื้อเวลาโดยขอไกล่เกลี่ยเจรจาต่อรองค่าสินไหมทดแทน ผู้เสียหายจึงมอบหมายให้ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ เป็นผู้ดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากบริษัทประกันภัย ด้วยทางทีมกฎหมายวงศกรณ์เห็นถึงความไม่ยุติธรรมที่ผู้เสียหายที่เป็นชาวต่างชาติได้รับ ทางทีมกฎหมายวงศกรณ์จึงได้ดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากบริษัทประกันภัยทั้ง 2 บริษัทเป็นจำนวนเงินกว่าล้านบาท ซึ่งมากกว่าที่บริษัทประกันภัยเสนอให้ผู้บาดเจ็บกว่า 3 เท่า เพื่อชดเชยความเสียหายและเยียวยาจิตใจให้แก่ผู้บาดเจ็บ ท้ายที่สุดแล้วศาลได้มีคำพิพากษาให้บริษัทประกันภัยทั้ง 2 บริษัทต้องจ่ายค่าเสียหายให้แก่ผู้บาดเจ็บเป็นจำนวนเงินกว่าล้านบาท! 

ผู้เสียหายชาวต่างชาติรถถูก 6

ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ยินดีให้บริการ

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ให้ความสำคัญไม่ว่าผู้เสียหายนั้นจะเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติ หากผู้เสียหายรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากบริษัทประกันภัย สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ยินดีพร้อมให้บริการ ความสำคัญของการมีทนายความไว้ในกรณีหากเกิดอุบัติเหตุนับว่าเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมาก นอกจากเพื่อปกป้องผู้เสียหายจากเล่ห์เหลี่ยมของบริษัทประกันภัยแล้ว ยังเป็นประโยชน์ต่อการเดินเรื่องเรียกร้องค่าความเสียหายตามกระบวนการ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ เป็นสำนักงานกฎหมายที่เชี่ยวชาญในการฟ้องร้องคดีเกี่ยวกับการประกันภัย เรามีทีมทนายที่มีความเชี่ยวชาญพร้อมให้คำปรึกษาและดำเนินการ หากท่านกำลังประสบปัญหาต้องเจอกับบริษัทประกันภัยที่กำลังเอารัดเอาเปรียบ ติดต่อเรา   

บริการรับปรึกษาและทำคดีความสำหรับคนจีนในประเทศไทย

ในปัจจุบันมีชาวจีนจำนวนมากที่มาอาศัยและทำงานในประเทศไทย ซึ่งบางครั้งอาจประสบกับปัญหาทางกฎหมายที่ซับซ้อนและยากลำบาก สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์เข้าใจถึงความเดือดร้อนและความกังวลของคนจีนที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ ด้วยความมุ่งมั่นและความเชี่ยวชาญในการให้บริการทางกฎหมาย เราจึงพร้อมที่จะให้คำปรึกษาและการสนับสนุนที่ดีที่สุดแก่คุณ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกฎหมายทั่วไป คดีแพ่ง คดีอาญา หรือคดีแรงงาน เรามีทีมทนายความที่มีประสบการณ์และสามารถสื่อสารได้ทั้งภาษาไทยและภาษาจีน เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ยินดีให้บริการรับปรึกษาและรับทำคดีความสำหรับคนจีนที่มาอาศัยหรือทำงานในประเทศไทย ด้วยความมุ่งมั่นและความเชี่ยวชาญในการวางรูปคดีที่สลับซับซ้อน เราจึงเข้าใจถึงความยากลำบากและความกังวลที่คนจีนต้องเผชิญเมื่อต้องเจอกับปัญหาทางกฎหมายในต่างแดน ด้วยเหตุนี้เราจึงพร้อมที่จะเป็นที่ปรึกษาและผู้แทนทางกฎหมายที่น่าเชื่อถือให้กับคุณ

บริการรับปรึกษา

1. รับปรึกษาเรื่องกฎหมายทั่วไป

 ไม่ว่าคุณจะมีคำถามหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับกฎหมายในประเทศไทย เราพร้อมให้คำปรึกษาอย่างมืออาชีพ โดยมีทีมทนายความที่มีประสบการณ์และความรู้ในกฎหมายไทยเป็นอย่างดี ทั้งในเรื่องกฎหมายแพ่ง อาญา แรงงาน และอื่น ๆ

2. การรับปรึกษาเรื่องธุรกิจและการลงทุน

สำหรับคนจีนที่ต้องการลงทุนหรือทำธุรกิจในประเทศไทย เรามีบริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการจัดตั้งบริษัท การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ การทำธุรกรรมทางการเงิน และเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การลงทุนของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย

บริการรับทำคดีความ

1. คดีแพ่ง หากคุณประสบปัญหาทางด้านกฎหมายแพ่ง เช่น ข้อพิพาทเรื่องสัญญา ข้อพิพาทเรื่องที่ดิน หรือปัญหาทางด้านทรัพย์สิน เรามีทีมทนายความที่มีความเชี่ยวชาญในการทำคดีแพ่ง ที่พร้อมให้คำปรึกษาและช่วยแก้ไขปัญหาของคุณ

2. คดีอาญา ในกรณีที่คุณหรือคนในครอบครัวของคุณต้องเผชิญกับคดีอาญา เช่น ความผิดทางเศรษฐกิจ หรือความผิดทางอาญาอื่น ๆ เรามีทนายความที่มีประสบการณ์ในการทำคดีอาญาที่พร้อมให้ความช่วยเหลือและเป็นตัวแทนในการต่อสู้คดี

3. คดีแรงงาน หากคุณมีปัญหาเรื่องแรงงาน เช่น การเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม การไม่ได้รับค่าจ้าง หรือปัญหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับแรงงาน เรามีทนายความที่มีความเชี่ยวชาญในกฎหมายแรงงานที่พร้อมให้คำปรึกษาและช่วยแก้ไขปัญหาของคุณ

การวางรูปคดีที่สลับซับซ้อน

การวางรูปคดีที่มีความซับซ้อนเกี่ยวกับคนจีน ต้องการความรู้และประสบการณ์ในการจัดการที่รอบคอบ เราใช้วิธีการวิเคราะห์และการวางแผนที่ละเอียดรอบคอบ เพื่อให้แน่ใจว่าทุกขั้นตอนของการดำเนินคดีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และได้รับผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับลูกความของเรา

ขั้นตอนการทำงาน

1. การให้คำปรึกษาเบื้องต้น ในขั้นตอนแรก เราจะให้คำปรึกษาเบื้องต้นเพื่อให้เข้าใจถึงปัญหาที่คุณกำลังเผชิญและวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของคดี

2. การวางแผนการดำเนินคดี เราจะวางแผนการดำเนินคดีอย่างละเอียด เพื่อให้แน่ใจว่าทุกขั้นตอนของการดำเนินคดีเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

3. การจัดการเอกสารและหลักฐาน เราจะช่วยคุณจัดเตรียมเอกสารและหลักฐานที่จำเป็นในการดำเนินคดี เพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายและเป็นประโยชน์ต่อคดี

4. การเจรจาและการต่อรอง หากมีการเจรจาหรือการต่อรองในระหว่างกระบวนการดำเนินคดี เราจะเป็นตัวแทนในการเจรจาเพื่อให้คุณได้รับผลประโยชน์สูงสุด

5. การดำเนินคดีในชั้นศาล หากคดีต้องดำเนินการในชั้นศาล เราจะเป็นตัวแทนของคุณในการว่าความและต่อสู้คดี เพื่อให้คุณได้รับความยุติธรรม

ความมุ่งมั่นและความเชี่ยวชาญ

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ มีความมุ่งมั่นในการให้บริการที่มีคุณภาพและเป็นมืออาชีพ เรามีทีมทนายความที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในหลากหลายสาขาของกฎหมาย เพื่อให้มั่นใจว่าลูกความของเราได้รับการบริการที่ดีที่สุด

การให้บริการรับปรึกษาและทำคดีความสำหรับคนจีนในประเทศไทยของสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ เป็นการแสดงถึงความตั้งใจในการช่วยเหลือและสนับสนุนชาวจีนที่ต้องเผชิญกับปัญหาทางกฎหมายในต่างแดน เรามีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการจัดการคดีที่ซับซ้อน พร้อมให้คำปรึกษาและการสนับสนุนที่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ หากคุณหรือคนในครอบครัวของคุณต้องการความช่วยเหลือทางกฎหมาย อย่าลังเลที่จะติดต่อเรา สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์พร้อมที่จะเป็นที่ปรึกษาและผู้แทนทางกฎหมายที่คุณไว้วางใจ พร้อมที่จะร่วมแก้ไขปัญหาและให้คำปรึกษาเพื่อให้คุณได้รับความยุติธรรมและความพึงพอใจสูงสุด

เรายินดีให้บริการคนจีนที่มีปัญหาทางกฎหมายในประเทศไทย ด้วยความตั้งใจและความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาและให้คำปรึกษาที่เป็นประโยชน์ หากคุณต้องการคำปรึกษาหรือความช่วยเหลือในเรื่องกฎหมาย อย่าลังเลที่จะติดต่อเรา สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์พร้อมที่จะเป็นที่ปรึกษาและผู้แทนทางกฎหมายที่คุณไว้วางใจ

เราพร้อมที่จะให้บริการและช่วยเหลือคุณในทุกปัญหาทางกฎหมาย เพื่อให้คุณได้รับความยุติธรรมและความพึงพอใจสูงสุด

ก้าวแรกเมื่อเข้าสู่วิชาชีพทนายเต็มตัวกับแนวทางที่ทนายใหม่จะอยู่รอดและก้าวหน้าในวิชาชีพ

เป็นเรื่องที่ทนายใหม่ควรรู้กับการก้าวเข้าสู่วิชาชีพทนายความเป็นการเดินทางที่ท้าทายและเต็มไปด้วยโอกาส สำหรับทนายใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นอาชีพ การปรับตัวและเตรียมตัวให้พร้อมเป็นสิ่งสำคัญ วันนี้ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ ในฐานะทนายรุ่นพี่ จึงอยากแบ่งปันแนวทางที่จะช่วยให้ทนายใหม่สามารถอยู่รอดและก้าวหน้าในวิชาชีพทนายความได้อย่างมั่นคงและประสบความสำเร็จในอนาคต

แนวทางการเป็นทนายความที่ดีจากทนายรุ่นพี่สู่ทนายรุ่นน้อง

การพัฒนาความรู้และทักษะอย่างต่อเนื่อง

ทนายใหม่ควรหมั่นศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมทั้งในด้านกฎหมายและทักษะการทำงาน โดยเฉพาะความรู้ภาคปฏิบัติในการดำเนินคดีตั้งแต่ต้นจนจบ การเข้าร่วมอบรมหลักสูตรต่าง ๆ อาทิ การสอบข้อเท็จจริง การเขียนคำฟ้อง การว่าความ จะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในการทำงาน การพัฒนาตนเองไม่เพียงแค่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน แต่ยังเป็นการเพิ่มโอกาสในการได้รับงานมากขึ้นอีกด้วย

สร้างเครือข่ายและความสัมพันธ์

การทำความรู้จักกับทนายรุ่นพี่ เพื่อนร่วมวิชาชีพ และบุคคลในแวดวงกฎหมาย จะช่วยเปิดโอกาสในการเรียนรู้และได้รับงาน การเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมและวิชาชีพอย่างสม่ำเสมอจะช่วยขยายเครือข่าย ความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงานและผู้เชี่ยวชาญในวงการเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับการพัฒนาตนเองและการสร้างโอกาสในการทำงาน

พัฒนาบุคลิกภาพและการวางตัว

การมีบุคลิกภาพที่ดี ทั้งการแต่งกาย การพูดจา และการวางตัว จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจจากลูกความ การมีทัศนคติที่ดีในการทำงานจะช่วยให้เราสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การที่ลูกความรู้สึกมั่นใจและไว้วางใจในตัวทนายจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เราประสบความสำเร็จในวิชาชีพ

สร้างชื่อเสียงและการเป็นที่รู้จัก

การทำงานเพื่อสังคม การให้ความรู้ทางกฎหมายผ่านสื่อต่าง ๆ หรือการสร้างคอนเทนต์ออนไลน์ จะช่วยให้ทนายใหม่เป็นที่รู้จักและสร้างโอกาสในการได้รับงาน การมีชื่อเสียงในด้านบวกจะช่วยให้เราได้รับความไว้วางใจจากลูกความและทำให้เรามีโอกาสในการทำงานมากขึ้น รวมไปถึงการใช้เทคโนโลยีและสื่อออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยให้ทนายใหม่อย่างเราสามารถเข้าถึงลูกความได้มากขึ้น

 รักษาจรรยาบรรณวิชาชีพ

ทนายหม่รวมไปถึงทนายความท่านอื่น ๆ กับการการยึดมั่นในหลักจรรยาบรรณ ไม่เอาเปรียบหรือหลอกลวงลูกความ จะช่วยสร้างชื่อเสียงที่ดีในระยะยาว การทำงานอย่างมีจรรยาบรรณจะช่วยให้เราได้รับความไว้วางใจจากลูกความและเพื่อนร่วมงาน การรักษาจรรยาบรรณเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับการพัฒนาตนเองและการสร้างชื่อเสียงในวิชาชีพได้

หาแนวทางการเรียนรู้จากประสบการณ์

แม้จะหาโอกาสฝึกงานกับทนายรุ่นพี่ได้ยาก ทนายใหม่ควรหาวิธีเรียนรู้จากประสบการณ์ เช่น การเข้าร่วมอบรมกับสถาบันที่สอนการทำคดีภาคปฏิบัติ การเรียนรู้จากประสบการณ์จะช่วยให้เราเข้าใจและสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เลือกความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน

การมุ่งเน้นความเชี่ยวชาญในกฎหมายเฉพาะด้าน จะช่วยสร้างจุดแข็งและความแตกต่างจากทนายคนอื่น การมีความเชี่ยวชาญในด้านใดด้านหนึ่งจะช่วยให้เราได้รับการยอมรับและมีโอกาสในการทำงานมากขึ้น

ปรับตัวกับการแข่งขันในตลาด

ทนายใหม่รวมไปถึงทนายท่านอื่น ๆ แทนที่จะแข่งขันด้วยการลดราคา ควรเน้นการสร้างคุณค่าและคุณภาพในการให้บริการทางด้านกฎหมาย เพื่อสร้างความแตกต่างและความน่าเชื่อถือ การพัฒนาคุณภาพในการให้บริการจะช่วยให้เราได้รับความไว้วางใจจากลูกความและทำให้เรามีโอกาสในการทำงานมากขึ้น

พัฒนาทักษะการสื่อสารและการให้คำปรึกษา

ความสามารถในการอธิบายประเด็นทางกฎหมายให้ลูกความเข้าใจได้ง่าย จะช่วยสร้างความประทับใจและการบอกต่อ การพัฒนาทักษะการสื่อสารจะช่วยให้เราเป็นที่รู้จักและได้รับความไว้วางใจจากลูกความมากขึ้น

มีความอดทนและมุ่งมั่น

การสร้างชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือต้องใช้เวลา ทนายใหม่ต้องมีความอดทนและมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง การมีความอดทนและมุ่งมั่นจะช่วยให้เราได้รับความสำเร็จในวิชาชีพได้ง่ายขึ้น

จากทนายอาร์มถึงทนายใหม่ : การพัฒนาตนเองและความมุ่งมั่นเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จ

ในที่สุดการเป็นทนายความที่ประสบความสำเร็จนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน ทนายใหม่ต้องใช้เวลาในการพัฒนาตนเองในหลายด้าน ตั้งแต่การพัฒนาความรู้และทักษะ การสร้างเครือข่ายและความสัมพันธ์ การรักษาจรรยาบรรณวิชาชีพ ไปจนถึงการสร้างชื่อเสียงและการปรับตัวให้เข้ากับสภาพการแข่งขันในตลาด ทั้งหมดนี้ต้องดำเนินควบคู่ไปกับความอดทนและมุ่งมั่นในระยะยาว

ประกันภัยหัวแพทย์! ถ่วงเวลาขอเอกสารเพิ่ม ทั้งที่ผู้บาดเจ็บกระเพาะปัสสาวะฉีก ขาหักผิดรูปจนต้องดามเหล็ก!

บริษัทประกันภัยกับทนายความถือเป็นไม้เบื่อไม้เมากันอยู่มาตลอด เพราะทุกครั้งที่ผู้บาดเจ็บมักประสบกับปัญหาการถูกเอารัดเอาเปรียบจากบริษัทประกันภัย ทำให้ผู้บาดเจ็บไม่ได้รับความเป็นธรรมจากบริษัทประกันภัยอย่างที่ควรจะเป็น เพราะนอกจากบริษัทประกันภัยหัวแพทย์มักจะงัดไม้เด็ดต่างๆ มาเพื่อยืดระยะเวลาการจ่ายค่าเสียหายออกไป ตลอดจนการตุกติกไม่ยอมจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ สร้างความเดือดร้อนเจ็บช้ำน้ำใจให้แก่ผู้เสียหายเป็นอย่างมากเฉกเช่นผู้เสียหายท่านนี้ที่ได้รับบาดเจ็บกระเพาะปัสสาวะฉีก ขาหักผิดรูป นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงจำเป็นต้องมีทนายเอาไว้เพื่อรักษาสิทธิ์ที่เราควรจะได้รับไม่ให้บริษัทประกันภัยมาเอารัดเอาเปรียบ

บาดเจ็บสาหัสจนสลบ! ขาหักผิดรูป! แต่ประกันเสนอจ่ายแค่หลักหมื่น!

ขาหักผิดรูป

อย่างเช่นในกรณีอุบัติเหตุเคสนี้ ผู้บาดเจ็บได้ขับขี่รถจักรยานยนต์มาแล้วเกิดการชนเข้ากับรถพ่วงเทรลเลอร์ที่กำลังจะเข้าซอย ทำให้รถจักรยานยนต์ของผู้บาดเจ็บชนเข้ากับท้ายรถพ่วงอย่างจัง เป็นเหตุให้ผู้บาดเจ็บสลบไปในทันที ในขณะที่ผู้ขับรถพ่วงได้ยอมรับกับตำรวจในที่เกิดเหตุว่าตนเองนั้นได้ขับรถโดยประมาท จนทำให้เกิดอุบัติเหตุจริง จากอุบัติเหตุดังกล่าว ผู้บาดเจ็บถูกจัดอยู่ในเกณฑ์ผู้ป่วยฉุกเฉินขั้นวิกฤต เพราะผู้บาดเจ็บสลบไปหลังจากเกิดอุบัติเหตุและจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เลย จากเอกสารการรักษาผู้ป่วยเสียเลือดมากจนถึงขนาดต้องให้เลือดอย่างเร่งด่วน อีกทั้งยังกระดูกเชิงกรานหัก ขาหักผิดรูป แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคือการได้รับบาดเจ็บที่หน้าท้องบริเวณกระเพราะปัสสาวะ ทำให้มีเลือดออก และไม่สามารถปัสสาวะได้ตามปกติ สร้างความทุกข์ทรมานให้แก่ผู้บาดเจ็บเป็นอย่างมาก ผู้บาดเจ็บต้องผ่าตัดหน้าท้องมากกว่า 2 ครั้งเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ ส่วนขาหักผิดรูปยังไม่ทราบว่าจะสามารถหายกลับมาเป็นปกติหรือไม่  

ต้องทนทุกข์ทรมานจากอาการฉี่ไม่ออก ต้องเข้าผ่าตัดกว่า 2 ครั้ง!

ผ่าตัด

นอกจากนี้ กระเพาะปัสสาวะยังฉีกขาดจนได้รับบาดเจ็บแล้ว ผู้บาดเจ็บยังขาหักผิดรูป จนต้องเข้ารับทำการผ่าตัดใส่เหล็กดามเอาไว้ เมื่อเวลาอากาศเย็นก็จะเผชิญกับอาการเจ็บปวด แถมสะโพกร้าว และปวดสะบักขวา ไม่สามารถเดินได้สะดวกต้องใช้ไม้ค้ำยันช่วยพยุงในการเคลื่อนไหว เวลาเดินจะเจ็บที่บริเวณเท้าทั้ง 2 ข้าง และไม่สามารถยืนได้นาน นับว่าเป็นความทรมานอย่างแสนสาหัสของผู้บาดเจ็บจริงๆ  

ตลอดระยะเวลาการรักษา ผู้บาดเจ็บต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลกว่า 24 วัน แถมต้องย้ายโรงพยาบาลมากกว่า 3 ครั้งเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ หลังจากกลับไปพักรักษาตัวที่บ้านต่อ ยังต้องเดินทางไปล้างแผลที่อนามัยทุกวันจนถึงปัจจุบัน ทำให้มีค่าใช้จ่าย 1,050 บาท/วัน และต้องเดินทางไปโรงพยาบาลติดตามอาการเพื่อการรักษาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะทางกว่า 23 กิโล ด้วยสะโพกที่ร้าวและขาหักจึงเป็นอุปสรรคอย่างมาก หากวันไหนไม่มีใครไปส่งผู้บาดเจ็บจะต้องขอให้คนข้างบ้านช่วยเหลือเป็นคนพาไปส่งที่โรงพยาบาล และแม่น้องจำเป็นต้องลางานไปดูแลน้อง ทำให้ขาดรายได้ในส่วนนี้ เพราะผู้บาดเจ็บขาหักผิดรูป สะโพกร้าว เคลื่อนไหวร่างกายได้ไม่สะดวก    

บริษัทประกันภัยยื้อเต็มที่ แม้ผู้กระทำความผิดยอมรับเองว่าประมาท

เอกสาร

ความทุกข์ทรมานทั้งหมดที่ผู้บาดเจ็บได้รับจากความประมาทของผู้ขับรถพ่วง ทั้งกระเพาะปัสสาวะฉีกขาดต้องผ่าตัดกว่า 2 ครั้ง และขาหักผิดรูปจนต้องดามเหล็ก นับว่าสาหัสสากรรจ์มากเลยทีเดียว แต่เชื่อหรือไม่ว่า! บริษัทประกันพยายามใช้เล่ห์เหลี่ยมถ่วงเวลาที่จะยังไม่ยอมจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามที่ผู้ขับขี่ฝ่ายประมาทได้ทำกับบริษัทประกันภัยเอาไว้ พยายามยื้อขอเอกสารจากผู้บาดเจ็บเพิ่มเติมเช่น เอกสารใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล หรือหนังสือรับรองเงินเดือน ซึ่งเป็นการถ่วงเวลาให้ผู้บาดเจ็บและครอบครัวต้องไปเดินเรื่องขอเอกสารเองทั้งหมด

เจอบริษัทประกันภัยหัวหมอแบบนี้ ต้องมีทนายไว้ดีที่สุด

บริษัทประกันภัยยังมีทนายได้ แล้วทำไมคนธรรมดาจะมีทนายไม่ได้

ความจริงแล้วบริษัทประกันภัยจะต้องจ่ายเงินตามที่ระบุเอาไว้ในประกันทั้งภาคบังคับ และภาคสมัครใจ แต่บริษัทประกันภัยพยายามที่จะเตะถ่วงการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้บาดเจ็บ ทั้งที่ผู้บาดเจ็บต้องสำรองจ่ายเองไปเป็นจำนวนเงิน 30,000 บาท แถมยังไม่รู้ว่าในอนาคตผู้บาดเจ็บจะสามารถหายกลับมาเป็นปกติได้หรือไม่ โดยเฉพาะบริเวณอวัยวะที่ใช้สำหรับปัสสาวะ และขาหักผิดรูปจนต้องดามเหล็ก การที่ต้องมาบาดเจ็บตรงนี้นับว่าเป็นสิ่งที่สะเทือนใจแก่ผู้บาดเจ็บและครอบครัวอย่างที่สุดแล้ว เมื่อเทียบกับจำนวนเงินอันน้อยนิดที่บริษัทประกันภัยเสนอจะจ่ายให้ผู้บาดเจ็บและครอบครัว จึงรู้สึกถึงการไม่ได้รับความเป็นธรรมจากบริษัทประกันภัย จึงตัดสินใจจะฟ้องบริษัทประกันภัยทั้ง 2 บริษัท โดยมอบอำนาจให้สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์เป็นผู้ดำเนินการฟ้องร้องกับบริษัทประกันภัย สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์เล็งเห็นถึงความไม่เป็นธรรมที่ผู้บาดเจ็บได้รับ จึงจะดำเนินการฟ้องร้องค่าเสียหายจากบริษัทประกันภัยให้ผู้เสียหายให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อเป็นการเยียวยาจิตใจให้แก่ผู้บาดเจ็บและครอบครัว

เห็นหรือไม่คะ ว่าการมีทนายความผู้เชี่ยวชาญเอาไว้คอยให้คำปรึกษา หรือช่วยดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากบริษัทประกันภัยนับว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะบริษัทประกันภัยโดยส่วนใหญ่มักหาช่องโหว่ที่จะเอาเปรียบผู้บาดเจ็บเสมออย่างเช่นวลี “ให้ไปรักษาตัวให้หายดีก่อน” สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ เรามีทนายความที่เชี่ยวชาญในเรื่องการเรียกร้องค่าเสียหายจากบริษัทประกัยภัย รวมถึงคดีอื่นๆ หากท่านรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในเรื่องไหน ติดต่อเรา เรามีทนายผู้เชี่ยวชาญไว้คอยให้บริการทุกขั้นตอนอย่างถึงที่สุด

รีวิวอาชีพทนายความ การเดินทางของ #ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ

การเติบโตและประสบความสำเร็จในสายอาชีพทนายความไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะการเปิดสำนักงานทนายความของตัวเองและการได้รับใบอนุญาตจากสภาทนายความ สำหรับผมในฐานะทนายศุภสิทธิ์ ศิริ (Supasit Siri) หรือที่หลายคนรู้จักในนาม #ทนายอาร์ม นั้นเป็นการเดินทางที่เต็มไปด้วยความท้าทายและประสบการณ์ที่หลากหลาย

การเริ่มต้นสู่การเป็นทนายความ  

การสอบใบอนุญาตทนายความเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญสำหรับผู้ที่มีความฝันอยากเป็นทนายความ การสอบนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายและก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินไป แต่สิ่งที่สำคัญคือการเตรียมตัวและความพยายามในการศึกษาหาความรู้ เมื่อผ่านการสอบใบอนุญาตทนายความแล้ว ความท้าทายที่แท้จริงเริ่มต้นขึ้น

ความสำคัญของการหาคดีและการบริหารสำนักงานทนาย

หลังจากได้รับใบอนุญาตเป็นทนายความ การหาคดีเข้าสำนักงานทนายเป็นเรื่องที่ท้าทายและมีความสำคัญอย่างยิ่ง การมีคดีในมือไม่เพียงแต่จะเป็นแหล่งรายได้หลักที่ช่วยให้สำนักงานสามารถดำเนินกิจการได้ แต่ยังเป็นการสะสมประสบการณ์และสร้างชื่อเสียงให้กับทนายและสำนักงานทนาย

การหารายได้ให้เพียงพอต่อการดำเนินชีวิตและการบริหารบุคลากรในสำนักงานทนายเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือการที่มีงาน แต่ขาดบุคลากรที่มีความสามารถเพียงพอในการดำเนินการจะเป็นปัญหาใหญ่ การตัดสินใจเปิดสำนักงานทนายจึงต้องใช้ความคิดให้รอบคอบ การคิดว่าเปิดสำนักงานเล็ก ๆ แล้วจะพอ อาจทำให้พบกับความยากลำบากในการบริหารงานและตอบสนองความต้องการของลูกความได้

นอกจากนี้การบริหารสำนักงานทนายยังต้องคำนึงถึงการจัดการทรัพยากรที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในเรื่องของเทคโนโลยี ระบบการจัดเก็บข้อมูล และการให้บริการลูกความ การทำงานให้เกิดประสิทธิผลสูงสุดต้องมีการวางแผนที่ดีและการจัดการที่มีประสิทธิภาพ

ขณะเดียวกันการหาคดีและการบริหารสำนักงานทนายก็เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพื่อให้สามารถสร้างรายได้ที่เพียงพอ และมีบุคลากรที่มีคุณภาพในการให้บริการลูกความ การทำงานอย่างรอบคอบและการวางแผนที่ดีจะช่วยให้สำนักงานทนายสามารถเติบโตและประสบความสำเร็จในระยะยาว

ความสำคัญของการรับผิดชอบในการทำคดี

การรับผิดชอบในการทำคดีเป็นหัวใจสำคัญของการเป็นทนายความที่ดี ความรับผิดชอบนี้ครอบคลุมทั้งด้านจริยธรรม ความเป็นมืออาชีพ และการให้บริการที่มีคุณภาพต่อลูกความ การทำคดีไม่ใช่เพียงแค่การแก้ไขปัญหาในศาล แต่ยังรวมถึงการวางแผนและการจัดการที่ดีในทุกขั้นตอนของกระบวนการทางกฎหมาย

การรับผิดชอบต่อสังคมและต่อลูกความในการทำคดีเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่ง การทำงานในฐานะทนายความหมายถึงการเป็นตัวแทนและผู้ปกป้องสิทธิของลูกความ ความรับผิดชอบนี้ต้องมีการฝึกฝนและสั่งสมประสบการณ์ในการวางแผนและเตรียมคดี เพื่อให้สามารถนำเสนอข้อเท็จจริงและหลักฐานในศาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การรับผิดชอบในการทำคดียังหมายถึงการให้คำปรึกษาที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อลูกความ การแนะนำที่ผิดพลาดอาจนำไปสู่ความเสียหายและปัญหาที่รุนแรงกว่าเดิม การให้คำปรึกษาและการดำเนินการที่ถูกต้องต้องอาศัยความรู้และประสบการณ์ที่เพียงพอ

การวางแผนและการจัดการที่ดีเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญในการทำคดี การเตรียมตัวอย่างละเอียดถี่ถ้วน การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล และการประเมินสถานการณ์ล่วงหน้า เป็นสิ่งที่จำเป็นในการให้บริการที่มีคุณภาพต่อลูกความและการรักษาความเป็นธรรมในกระบวนการทางกฎหมาย

ความรับผิดชอบในการทำคดีจึงเป็นสิ่งที่ทนายความทุกคนต้องให้ความสำคัญและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความไว้วางใจให้กับลูกความและสังคม

กว่าจะประสบความสำเร็จมาเป็นสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

การก่อตั้งสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย มีหลายสิ่งที่ต้องคำนึงถึงและจัดการอย่างรอบคอบ การมีสำนักงานทนายความของตัวเองหมายถึงการต้องพร้อมที่จะรับมือกับความท้าทายในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านเทคโนโลยี การจัดการข้อมูล และการให้บริการลูกความอย่างมีประสิทธิภาพ

หนึ่งในปัจจัยที่สำคัญในการบริหารสำนักงานทนายคือการมีคอมพิวเตอร์ประจำสำนักงานและระบบซอฟต์แวร์การเก็บข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากการทำงานของทนายความในปัจจุบันพึ่งพาเทคโนโลยีในการจัดการข้อมูลและเอกสารต่าง ๆ หากระบบเหล่านี้ไม่ดีพอ อาจส่งผลให้การดำเนินงานมีปัญหาและล่าช้าได้

การบริหารจัดการข้อมูลเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่มีความสำคัญมาก ข้อมูลในคดีความเป็นสิ่งที่ต้องได้รับการจัดเก็บและป้องกันอย่างดี การใช้ระบบซอฟต์แวร์ที่สามารถจัดการและเก็บข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลจะไม่สูญหายและสามารถเข้าถึงได้อย่างรวดเร็วเมื่อต้องการ

นอกจากนี้ การให้บริการลูกความอย่างมีประสิทธิภาพและทันเวลายังเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ หากเราอยู่นอกสำนักงานและลูกความต้องการขอเอกสารในคดี เราต้องสามารถจัดการและส่งไฟล์คดีนั้นให้ลูกความได้อย่างรวดเร็ว การที่เราสามารถตอบสนองความต้องการของลูกความได้ทันเวลาไม่เพียงแต่สร้างความไว้วางใจให้กับลูกความ แต่ยังช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสำนักงานอีกด้วย

ความสำเร็จของสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์จึงไม่เพียงแต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการให้คำปรึกษาและการทำคดี แต่ยังขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการที่ดีในทุกด้าน ทั้งการใช้เทคโนโลยีในการจัดการข้อมูล การบริการลูกความอย่างมีประสิทธิภาพ และการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกความ หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่สนใจในอาชีพทนายความและคิดจะมีสำนักงานทนายของตัวเอง

การให้คำแนะนำลูกความ

การที่เราจะให้คำแนะนำลูกความเกี่ยวกับการไปศาลเป็นเรื่องหนึ่งที่สำคัญ ถ้าเราแนะนำผิดพลาด เช่น แนะนำว่าไม่ต้องไปศาล แต่คดีนั้นกลับมีปัญหา ลูกความก็จะโทษเรา เพราะฉะนั้นเทคนิคและประสบการณ์ในการจัดการกับสถานการณ์ต่าง ๆ เป็นสิ่งที่สำคัญมาก การเปิดสำนักงานทนายความของตัวเองจึงจำเป็นที่จะต้องมีประสบการณ์ที่เพียงพอ ต้องพิจารณาได้ว่าตนเองมีความพร้อมมากพอหรือไม่ และควรที่จะเปิดสำนักงานทนายของตัวเองหรือไม่

มีสำนักงานทนายความเป็นของตัวเองไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็สามารถทำได้ถ้ามีความตั้งใจที่มากพอ

การเป็นทนายความและการมีสำนักงานทนายความของตัวเองเป็นการเดินทางที่ท้าทาย แต่ก็เป็นอาชีพที่มีความภาคภูมิใจ การมีความรู้และประสบการณ์เป็นสิ่งสำคัญในการตัดสินใจและการทำงาน หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่สนใจในอาชีพทนายความและคิดจะมีสำนักงานทนายของตัวเอง

ขอให้ข้อมูลนี้เป็นแนวทางในการตัดสินใจเกี่ยวกับการเป็นทนายความและการเปิดสำนักงานทนายความ หวังว่าทุกคนจะได้รับประโยชน์จากประสบการณ์และคำแนะนำจาก #ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ ครับ

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ยินดีให้คำปรึกษาและบริการทางกฎหมายในทุกด้าน ด้วยทีมทนายความที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ พร้อมที่จะยืนหยัดเคียงข้างคุณในทุกสถานการณ์ หากคุณมีคำถามหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับกฎหมาย อย่าลังเลที่จะติดต่อเรา เรายินดีที่จะให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนคุณในทุกขั้นตอน 

บริษัทประกันภัยหัวใส! ผู้บาดเจ็บประสบภัยจนเป็นผู้ป่วยติดเตียง แต่บ่ายเบี่ยงไม่จ่ายเหตุทุพพลภาพถาวร อ้าง! ต้องใช้การไม่ได้ทั้งหมด

เคยไหมที่เวลาเกิดอุบัติแล้วไม่รู้ต้องทำอะไรก่อน เชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่ยังไม่รู้ขอบเขตของข้อกฎหมายเพื่อเอาไว้ปกป้องสิทธิที่ตัวเองควรจะได้รับ เพราะส่วนใหญ่เมื่อเวลาเกิดอุบัติเหตุแล้วผู้บาดเจ็บมักจะถูกบริษัทประกันภัยหลอกให้เซ็นหนังสือประนีประนอมยอมเพื่อลดการจ่ายค่าเสียหายให้แก่ผู้บาดเจ็บ ดังนั้นเมื่อเกิดอุบัติเหตุสิ่งที่ต้องทำคืออย่าเซ็นเอกสารใดๆ ที่บริษัทประกันภัยยื่นมาให้เด็ดขาด เพราะอาจถูกบริษัทประกันภัยเอาเปรียบได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งหาก บาดเจ็บทุพพลภาพ หากสะดวกควรหาทนายเอาไว้เพื่อให้คำแนะนำปรึกษาจะดีที่สุด

อย่างเคสที่จะนำมาเล่าให้ฟังต่อไปนี้ ถือว่าเป็นเคราะห์หามยามร้ายของผู้เสียหายอย่างแท้จริง เพราะนอกจากจะบาดเจ็บจากอุบัติอย่างหนักหนาสาหัสแล้ว ยังถึงขั้นบาดเจ็บทุพพลภาพถาวร แต่บริษัทประกันภัยยังพยายามเตะถ่วงบ่ายเบี่ยงค่าเสียหายตามความเหมาะสม ทำให้ผู้บาดเจ็บรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากบริษัทประกันภัยเท่าที่ควร โดยบริษัทประกันภัยใช้คำกล่าวอ้างว่าผู้เสียหายตกอยู่ในภาวะ “ทุพพลภาพถาวร” จริงหรือ?? ทั้งที่แพทย์ลงความเห็นว่าผู้บาดเจ็บนั้นได้รับบาดเจ็บทุพพลภาพถาวร เกริ่นมาขนาดนี้แล้วหลายคนคงอยากทราบว่าเรื่องราวเป็นมาอย่างไร ผู้บาดเจ็บได้รับผลกระทบในการใช้ชีวิตอย่างไรบ้าง และสิ่งที่หลายคนคงอยากทราบคือบริษัทประกันภัยเสนอจ่ายค่าเยียวยาเหตุทุพพลภาพถาวรเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่ เราไปเริ่มลำดับเหตุการณ์กันเลยค่ะ

ประสบอุบัติเหตุสาหัสจนทุพพลภาพ บริษัทประกันภัยบ่ายเบี่ยงจ่าย!!

รถคว่ำ

โดยอุบัติเหตุในครั้งนี้เกิดขึ้นขณะที่ผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นผู้โดยสารข้างคนขับ กำลังเดินทางกลับจากการไปทำธุระรายงานตัว ซึ่งก่อนเกิดเหตุได้มีฝนตกลงมาจนเป็นสาเหตุให้ถนนลื่น ทำให้กระบะที่ผู้บาดเจ็บขับมานั้นเกิดเสียหลักลื่นไถลตกลงไปข้างทาง ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสจากอุบัติเหตุในครั้งนี้ โดยได้รับบาดเจ็บกระดูกบริเวณคอหัก หลังจากรักษาตัวมาได้ระยะหนึ่ง ผู้บาดเจ็บได้ถูกส่งตัวไปรักษาอีกโรงพยาบาลและต้องนอนพักรักษาตัวอีกราวประมาณ 1 เดือน และต่อมาได้ถูกส่งตัวไปอีกโรงพยาบาลหนึ่งเพื่อพักรักษาตัวอีกประมาณครึ่งเดือนเศษ ซึ่งเป็นการรักษาที่ยาวนานและทรมานมาก ผู้บาดเจ็บได้รับข่าวร้ายว่าต้องกลายเป็นผู้ทุพพลภาพถาวร แต่บริษัทประกันภัยหัวใสยังไม่ยอมจ่ายค่าสินไหมทดแทนกรณีทุพพลภาพตามที่ระบุเอาไว้ในประกัน

ใบรับรองแพทย์แจ้งทุพพลภาพถาวร แต่บริษัทประกันภัยไม่เชื่อ!!

กระดูกหัก

หลังจากนั้นผู้บาดเจ็บยังเกิดภาวะติดเชื้อทำให้ต้องเข้า-ออกโรงพยาบาลอยู่บ่อยๆ หลังจากต้องนอนป่วยติดเตียงมาเป็นเวลานานเกิดก็ภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรง ทำให้ไม่สามารถเดินเหินใช้ชีวิตได้ตามปกติ แถมยังเกิดเป็นแผลกดทับลึกขนาดใหญ่จนไม่สามารถนอนหงายได้ ต้องคอยนอนตะแคงอยู่ตลอดเวลา และต้องเดินทางไปล้างแผลที่โรงพยาบาลทุกวัน ด้วยภาวะที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้ด้วยตัวเอง ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันเป็นไปได้อย่างยากลำบาก จึงเป็นอะไรที่ทรมานมากทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ เมื่อต้องเป็นผู้ป่วยติดเตียงไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้กลายเป็นผู้ทุพพลภาพภาวร ทำให้ขาดรายได้ในการจุนเจือครอบครัว

บาดเจ็บทุพพลภาพ

จากเหตุการณ์ที่เปลี่ยนชีวิตคนคนหนึ่งไปตลอดกาล แน่นอนว่าบริษัทประกันภัยต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าเสียหายตามที่ระบุเอาไว้ในกรมธรรม์ แต่บริษัทประกันภัยหัวใสใช้ช่องโหว่ยังไม่ยอมจ่ายค่าเสียหายที่ระบุตามความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัยภาคบังคับ ซึ่งบริษัทประกันภัยขอเสนอจ่ายเบื้องต้นแค่ค่าสินไหมเป็นเงิน 60,506 บาท และค่านอนรักษาตัวเป็นเงินเพียงแค่ 2,800 บาท ส่วนในกรณีทุพพลภาพถาวรนั้น บริษัทประกันภัยใช้คำกล่าวอ้างว่าทุพพลภาพนั้นจะต้องไม่สามารถใช้งานอวัยวะในร่างกายเพื่อการทำงานใดๆ ได้ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าบริษัทประกันภัยเชื่อว่าผู้ได้รับบาดเจ็บนั้นอาจไม่ได้มีภาวะทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง ผู้บาดเจ็บรู้สึกได้ถึงการไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงตัดสินใจยื่นฟ้องบริษัทประกันภัย และได้มอบอำนาจให้สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์เป็นผู้ดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกรณีทุพพลภาพ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์เห็นถึงการไร้ความรับผิดชอบต่อผู้บาดเจ็บที่ซื้อประกันภัยเพื่อความคุ้มครอง แต่บริษัทประกันภัยนั้นกลับไม่ยอมจ่ายค่าชดเชยตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ภาคบังคับ แถมกลับต้องมาเจอคำพูดบั่นทอนจิตใจกันแบบนี้เมื่อเกิดกรณีอุบัติเหตุ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์จึงต้องดำเนินการทวงความยุติธรรมให้แก่ผู้บาดเจ็บอย่างถึงที่สุด ป่วยกายก็นับว่าทุกข์ใจแสนสาหัสอยู่แล้ว ยังมาเจอบริษัทประกันภัยพูดแบบนี้น่าเห็นใจผู้บาดเจ็บเสียจริงๆ

มีทนายไว้คอยให้คำปรึกษาหรือสู้คดีจะดีที่สุด

ประกันภัยหัวใส! ผู้บาดเจ็บประสบภัยจนเป็นผู้ป่วยติดเตียง แต่บ่ายเบี่ยงไม่จ่ายเหตุทุพพลภาพถาวร อ้าง! ต้องใช้การไม่ได้ทั้งหมด

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่า “ทำไมเราควรต้องมีทนายความผู้เชี่ยวชาญ” ไว้คอยช่วยเหลือดูแลเมื่อเกิดอุบัติขึ้น อย่างน้อยยังอุ่นใจได้ว่าเราจะไม่ถูกบริษัทประกันภัยเอารัดเอาเปรียบแบบกรณีนี้ หากท่านไหนมีข้อสงสัยเกี่ยวกับกฎหมาย หรืออยากปรึกษาคดีด้านไหนติดต่อมาได้ที่ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ เรามีทนายความผู้เชี่ยวชาญไว้คอยช่วยเหลือให้คำปรึกษาอย่างมืออาชีพ

การ “ละเมิดลิขสิทธิ์รูปภาพ” กับความสำคัญของการปกป้องรูปภาพที่มีมูลค่า

สาว ๆ หรือหนุ่ม ๆ ที่จัดว่าหน้าตาดีอาจคาดไม่ถึงว่ารูปภาพของคุณทั้งหลาย มีราคา มีมูลค่า เพราะในบางท่านต้องอย่าลืมว่ากว่าที่คุณจะดูแลตัวเอง หรือสรรหากลวิธีมาแต่งเติมเสริมแต่งให้รูปร่าง หรือหน้าเราดูดี ดูสวย-หล่อ ไม่ใช่เรื่องงาน รวมไปถึงบางท่านที่ต้องลงทุนไปแต่ง/เติมกับคลินิกเสริมความงาม กว่าใบหน้าจะออกมาเป็นที่พึงพอใจนั้นต้องสูญเสียเงินในการไปทำเท่าไร

ลิขสิทธิ์รูปภาพ ปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม !

สำหรับใครที่ถูกนำรูปภาพไปใช้ประโยชน์ โดยไม่ได้รับการอนุญาตจากคุณ นั่นหมายถึงการละเมิดลิขสิทธิ์ การกระทำดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายแล้ว แต่ยังทำให้คุณสูญเสียโอกาสในการหารายได้จากรูปภาพของเราอีกด้วย มีหลายกรณีเกิดขึ้นผู้ที่นำรูปภาพของบคุณไปใช้ อาจได้รับประโยชน์ทางการเงินจากผลงานของคุณผู้หญิงหรือคุณผู้ชายทั้งหลาย การกระทำดังกล่าวนั้นส่งผลให้คุณเสียโอกาสอย่างมากในการที่จะหารายได้จากภาพของคุณเอง  ดังนั้น จึงควรคิดค่าใช้จ่ายจากผู้ที่นำรูปภาพไปใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาต เพราะการ

ถูกละเมิดลิขสิทธิ์ อย่าคิดว่าไม่เป็นไรปกป้องสิทธิ์ง่าย ๆ ด้วยการมีทนายความ

อย่างที่ทราบกันดีว่าการถูกละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะด้วยสิ่งใดก็ตามนั่นไม่ใช่เรื่องที่ดี และการที่สาว ๆ ถูกละเมิดลิขสิทธิ์ภาพ ก็ไม่ใช่สิ่งที่จะต้องรู้สึกดีเช่นกัน การที่รูปของคุณถูกนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตก็ว่าเป็นเรื่องที่แย่แล้ว แต่การที่ถูกนำรูปไปใช้ในทางที่ไม่ดี อาทิ นำไปรีวิว Before/After , การถูกนำไปโปรโมทเว็บไซต์พนันออนไลน์ที่ผิดกฎหมาย หรือการนำภาพไม่ใช้โดยมิชอบว่าแย่ยิ่งกว่า ซึ่งในขณะนี้สาว ๆ ที่จัดว่าหน้าตาดีกำลังประสบปัญหาดังกล่าวอยู่อย่างที่หาทางแก้ไขไม่ได้จึงได้ปล่อยผ่านไป เพราะความ “ไม่รู้” ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไปกับปัญหาที่เกิดขึ้น

แต่วันนี้สาว ๆ ไม่ควรพลาดกับทางออกของปัญหาที่เกิดขึ้น และสามารถทำได้จริงอย่างถูกต้องตามกฎหมาย หากเคยพบว่ารูปภาพของคุณถูกนำไปใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ว่าจะในทางที่ดีหรือเลวร้าย เราคือสำนักงานกฎหมายที่พร้อมไปด้วยทีมทนายความผู้เชี่ยวชาญในการทำคดีละเมิดลิขสิทธิ์รูปภาพ เราพร้อมที่จะให้บริการทางกฎหมายในการคุณปกป้องสิทธิ์และเรียกร้องค่าชดเชยจากการถูกละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าคุณจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือองค์กร เรามีความรู้และประสบการณ์ในการทำคดีให้คุณได้รับความยุติธรรม อย่าปล่อยให้การละเมิดลิขสิทธิ์รูปภาพของคุณผ่านไปโดยไม่มีการเรียกร้องความยุติธรรม ติดต่อเรา เพื่อรับคำปรึกษาและเริ่มกระบวนการทางกฎหมายที่ถูกที่ควรในการปกป้องสิทธิ์และผลประโยชน์ของคุณ

#เกิดชาติหน้าฉันใด ขอให้รูปสวยรวยทรัพย์นับปัญญา

วลีด้านบนที่กล่าวมานี้ไม่ใช่เพียงแค่คำขวัญเท่านั้น แต่เป็นความจริงที่เราสามารถทำให้เกิดขึ้นได้ ในเมื่อรูปภาพของคุณมีมูลค่า มีลิขสิทธิ์ และที่สำคัญไปกว่านั้นคุณมีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องค่าชดเชยจากการที่รูปภาพของคุณถูกละเมิดลิขสิทธิ์จากการที่คนอื่นนำรูปของคุณไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ปัญหาตรงนี้อย่างที่กล่าวมาข้างต้น ต่อให้ในสังคมการละเมิดลิขสิทธิ์รูปภาพดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา แต่หารู้ไม่ว่าในอนาคตอาจสร้างบาดแผลและปัญหาได้อย่างไม่น่าเชื่อ ดังนั้น อย่าให้ใครนำรูปภาพของคุณไปใช้ประโยชน์ฟรี ๆ  และได้รับผลประโยชน์อันมีมูลค่าจากภาพของคุณ การดำเนินคดีละเมิดลิขสิทธิ์คือทางออกที่ที่สุด อย่าทำให้การละเมิดลิสิทธิ์ภาพหรือการละเมิดลิขสิทธิ์สิ่งต่าง ๆ ดูเหมือนเป็นความปกติในสังคม อย่าสร้างวัฒนธรรมใหม่ที่ไม่ถูกต้อง ปรึกษาทนายความ เพื่อดำเนินคดีละเมิดลิขสิทธิ์ เพื่อปกป้องสิทธิ์และเพิ่มมูลค่าให้กับรูปภาพของคุณอย่างที่ควรจะเป็น 

ป้องกันและสืบหามัลแวร์อย่างมืออาชีพกับ “สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์”

ป้องกันและสืบหามัลแวร์อย่างมืออาชีพกับ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

          ปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้เลยว่าโลกของอินเทอร์เน็ตหรือโซเชียลมีเดียได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของใครหลาย ๆ คนเป็นอย่างมาก เนื่องจากยุคสมัยนี้หลายคนได้มีการนำโซเชียลมีเดียช่องทางต่าง ๆ เข้ามามีบทบาทในการทำงาน และแน่นอนว่าความปลอดภัยของข้อมูลและระบบคอมพิวเตอร์เป็นสิ่งที่ไม่สามารถมองข้ามได้ วันนี้สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์จะมาพูดถึงเรื่องการโจมตีจากมัลแวร์และวิธีสืบหามัลแวร์ และการแก้ไขปัญหาหลังจากถูกมัลแวร์โจมตีระบบ

         ซึ่งเรื่องราวของเจ้ามัลแวร์ตัวร้ายนี้เราได้มีการนำเสนอไปบ้างแล้ว และเราได้เล็งเห็นว่าในขณะนี้สังคมได้ประสบเข้ากับปัญหาถูกมัลแวร์โจมตีระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบต่าง ๆ อย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นระดับองค์กรก็ดี หรือบุคคลก็ดี จากปัญหาต่าง ๆ วิธีการแก้ไขยังต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และในตอนนี้สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ของเราพร้อมแล้วที่จะเป็นหนึ่งในสำนักงานกฎหมายที่พร้อมให้บริการสืบหามัลแวร์ให้ผู้ประสบภัยจากการถูกโจมตีทางระบบ

ความสามารถของ “มัลแวร์ตัวร้าย” ที่คุณคาดไม่ถึง

          หากใครที่ได้ติดตามสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ หรือใครที่ชื่นชอบท่องโลกโซเชียลคงจะทราบกันแล้วว่า มัลแวร์ คืออะไร แต่ที่แน่ ๆ มัลแวร์เป็นซอฟต์แวร์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อทำลายหรือเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต และมัลแวร์ก็มีหลายประเภท วันนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับความสามารถของตัวร้ายอย่างมัลแวร์กันว่ามีความสามารถอะไรบ้างก่อนจะไปสืบหามัลแวร์ แน่นอนว่าเจ้าตัวร้ายนี้อาจมีความสามารถที่คุณคาดไม่ถึงก็เป็นได้

·การทำลายข้อมูล (Data Destruction)

         มัลแวร์บางตัวถูกออกแบบมาเพื่อทำลายข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นการลบไฟล์, สำเนาข้อมูล, หรือการเข้ารหัสไฟล์แล้วเรียกค่าไถ่ ทำให้ผู้ใช้งานไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลของตนได้

·การขโมยข้อมูล (Data Theft)

         ความสามารถอีกหนึ่งอย่างคุณอาจคาดไม่ถึง คือ มัลแวร์สามารถขโมยข้อมูลส่วนตัว, ข้อมูลส่วนบุคคล, ข้อมูลทางการเงิน, รหัสผ่านต่าง ๆ , และข้อมูลที่มีความสำคัญอื่น ๆ ได้ จากมัลแวร์ประเภทสปายแวร์ (Spyware) และคีย์ล็อกเกอร์ (Keylogger) โดยจะมีการบันทึกการกดแป้นพิมพ์และส่งข้อมูลนี้กลับไปยังผู้โจมตี

· การเข้าถึงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต (Unauthorized Access)

         เกิดขึ้นได้เมื่อเจอเข้ากับมัลแวร์ประเภทโทรจัน (Trojan) มัลแวร์ตัวนี้สามารถเปิดประตูหลังให้กับผู้โจมตีเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ของคุณได้โดยไม่ได้รับอนุญาต และที่มากไปกว่านั้นผู้โจมตียังสามารถควบคุมระบบ ทำการโจมตีเพิ่มเติม หรือขโมยข้อมูลอื่น ๆ ได้อีกด้วย

· การแพร่กระจายตัวเอง (Self-Replication)

         มัลแวร์ประเภทนี้เรียกว่า หนอนคอมพิวเตอร์ (Worm) มีความสามารถแพร่กระจายตัวเองไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น ๆ ในเครือข่ายได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาการกระทำของผู้ใช้ ทำให้เกิดการแพร่กระจายอย่างรวดเร็วและกว้างขวางได้

·การโฆษณาที่ไม่พึงประสงค์ (Ad Injection)

         เกิดขึ้นจากมัลแวร์ประเภท แอดแวร์ (Adware) สามารถแสดงโฆษณาที่ไม่พึงประสงค์บนหน้าจอของคุณได้ สามารถสร้างความรำคาญและลดประสิทธิภาพการทำงานของคอมพิวเตอร์ของคุณได้ดี

·การเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าระบบ (System Modification)

         มัลแวร์บางตัวสามารถเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าระบบและการตั้งค่าของเบราว์เซอร์ต่าง ๆ ได้ เช่น การเปลี่ยนหน้าแรกของเบราว์เซอร์, การเพิ่มแถบเครื่องมือที่ไม่ต้องการ, หรือการเปลี่ยนแปลงค่า DNS เพื่อเปลี่ยนเส้นทางการเข้าถึงเว็บไซต์

·การโจมตีแบบปฏิเสธการให้บริการ (Denial of Service Attack)

         มัลแวร์บางประเภทสามารถทำให้ระบบคอมพิวเตอร์หรือเครือข่ายอินเทอร์เน็ตไม่สามารถให้บริการได้ โดยการใช้ทรัพยากรของระบบอย่างมาก สามารถทำให้ระบบล่มหรือทำงานช้าลงได้เลย

· การหลอกลวง (Phishing)

         เป็นปัญหามาจากมัลแวร์ ประเภทฟิชชิ่ง สามารถสร้างหน้าเว็บไซต์หรืออีเมลปลอมเพื่อหลอกลวงคุณให้กรอกข้อมูลส่วนตัวหรือรหัสผ่านลงไป หลังจากนั้นจะทำให้ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย

·การติดตั้งโปรแกรมที่ไม่พึงประสงค์ (Unwanted Software Installation)

         ความสามารถอีกหนึ่งอย่างของมัลแวร์ คือ ติดตั้งโปรแกรมหรือแอปพลิเคชันที่ไม่พึงประสงค์บนคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตได้ ซึ่งแน่นอนว่าสามารถสร้างความเสียหายหรือใช้ทรัพยากรของระบบไปในทางที่ไม่เหมาะสม

เช็คด่วน ! สัญญาณเตือนระบบคอมพิวเตอร์อาจติดมัลแวร์

เช็คด่วน ! สัญญาณเตือนระบบคอมพิวเตอร์อาจติดมัลแวร์

         ก่อนที่จะไปสืบหามัลแวร์จากการถูกโจมตีระบบ วันนี้เราจะพาคุณมาเช็คสัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าระบบคอมพิวเตอร์ของคุณกำลังจะถูกมัลแวร์โจมตีกัน ดังนี้

-คอมพิวเตอร์ทำงานช้าลง  

         ถ้าคอมพิวเตอร์ของคุณทำงานช้าลงอย่างผิดปกติ ส่วนหนึ่งนั่นอาจเป็นเพราะมีมัลแวร์ที่ใช้ทรัพยากรของระบบอย่างมาก

-หน้าต่าง Pop-Up ที่น่ารำคาญ

         ถ้าเมื่อไหร่ที่คุณเห็นหน้าต่าง Pop-Up ที่ไม่พึงประสงค์เด้งขึ้นมาบ่อยครั้ง นั่นอาจเป็นสัญญาณของแอดแวร์หรือสปายแวร์ที่กำลังจะคืบคลานเข้ายังมาระบบของคุณ

-โปรแกรมที่ไม่รู้จักถูกติดตั้ง

         หากคุณพบโปรแกรมที่ไม่รู้จักบนคอมพิวเตอร์ของคุณ นั่นอาจเป็นมัลแวร์ที่ติดตั้งเองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ประสงค์ร้ายก็เป็นได้

-การเปลี่ยนแปลงของหน้าแรกในเบราว์เซอร์

          ถ้าหน้าแรกของเบราว์เซอร์ของคุณถูกเปลี่ยนแปลงโดยที่คุณไม่ได้เป็นผู้กระทำหรือตั้งค่าเอง อาจเป็นผลจากมัลแวร์

-อีเมลที่ส่งเองโดยไม่ตั้งใจ

         หากพบอีเมลถูกส่งออกจากบัญชีของคุณโดยที่คุณไม่ได้เป็นผู้ส่งเองหรือเรื่องที่คุณต้องการจะส่ง นี่เป็นสัญญาณว่าคอมพิวเตอร์ของคุณติดมัลแวร์แล้วนั่นเอง

วิธีการสืบหามัลแวร์

         วิธีการสืบหามัลแวร์ในขณะนี้มีหลายวิธีด้วยกัน และเป็นวิธีที่สามารถทำได้ง่าย ๆ สามารถทำได้ด้วยตนเอง โดยเราได้รวบรวมมาแล้ว มีดังนี้

1.ใช้โปรแกรมป้องกันมัลแวร์

         การใช้โปรแกรมป้องกันมัลแวร์ที่เชื่อถือได้เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการตรวจจับและสืบหามัลแวร์  โดยโปรแกรมเหล่านี้จะสแกนระบบคอมพิวเตอร์ของคุณและตรวจหามัลแวร์ที่อาจแฝงตัวอยู่ได้

2. ตรวจสอบกระบวนการที่ทำงานอยู่

         ใช้ Task Manager หรือ Activity Monitor เพื่อดูว่ามีโปรแกรมหรือกระบวนการใดที่ทำงานอย่างผิดปกติหรือใช้ทรัพยากรมากเกินไปหรือไม่

3. ตรวจสอบไฟล์ที่ถูกดาวน์โหลด

          ตรวจสอบไฟล์ที่คุณดาวน์โหลดจากอินเทอร์เน็ตอย่างระมัดระวัง หากไฟล์นั้นมาจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือควรลบออกทันที

4. ตรวจสอบอีเมลและลิงก์ที่น่าสงสัย

         ไม่ควรคลิกลิงก์หรือดาวน์โหลดไฟล์จากอีเมลที่ไม่น่าเชื่อถือ อีเมลฟิชชิ่งเป็นวิธีที่มัลแวร์ใช้ในการแพร่กระจาย

5. ตรวจสอบการตั้งค่าของเบราว์เซอร์

         ควรตรวจสอบการตั้งค่าของเบราว์เซอร์ของคุณเพื่อดูว่ามีการเปลี่ยนแปลงที่ไม่พึงประสงค์หรือไม่

ไม่อยากถูกมัลแวร์โจมตี ควรทำสิ่งนี้

1.อัปเดตซอฟต์แวร์อย่างสม่ำเสมอ

          การอัปเดตซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการอย่างสม่ำเสมอจะช่วยป้องกันมัลแวร์ที่ใช้ช่องโหว่ในซอฟต์แวร์รุ่นเก่า

2.ใช้โปรแกรมป้องกันมัลแวร์

         ติดตั้งและใช้โปรแกรมป้องกันมัลแวร์ที่เชื่อถือได้ และสแกนระบบอย่างสม่ำเสมอ

3.ระมัดระวังการดาวน์โหลดไฟล์

          อย่าดาวน์โหลดไฟล์หรือซอฟต์แวร์จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ

4.อย่าคลิกลิงก์ในอีเมลที่ไม่น่าเชื่อถือ

         ถ้าคุณได้รับอีเมลที่มีลิงก์หรือไฟล์แนบจากผู้ส่งที่ไม่น่าเชื่อถือ อย่าคลิกลิงก์หรือเปิดไฟล์แนบนั้น

5. ใช้รหัสผ่านที่แข็งแรง

         ใช้รหัสผ่านที่ยากต่อการคาดเดาและไม่ใช้รหัสผ่านเดียวกันในหลายบัญชี

ถูกมัลแวร์โจมตี มีทนายผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยีดีที่สุด

ถูกมัลแวร์โจมตี มีทนายผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยีดีที่สุด

         การสืบหามัลแวร์และการป้องกันมัลแวร์เป็นสิ่งที่สำคัญในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและระบบคอมพิวเตอร์ของคุณ เพราอย่างที่กล่าวไปมัลแวร์สามารถทำลายข้อมูลและระบบคอมพิวเตอร์ของคุณได้หากไม่ระมัดระวัง การใช้โปรแกรมป้องกันมัลแวร์ การอัปเดตซอฟต์แวร์อย่างสม่ำเสมอ และการระมัดระวังในการดาวน์โหลดไฟล์หรือคลิกลิงก์ที่น่าสงสัยอาจยังไม่มากพอ เพราะถ้าหากถูกโจมมตีไปแล้ว ปัญหาที่จะตามมาอาจส่งให้คูรได้รับความเดือดร้อนอย่างคาดไม่ถึงได้

         หากคุณกำลังเผชิญกับปัญหามัลแวร์ตัวร้ายและต้องการการสืบหามัลแวร์ที่ถูกต้องอย่างมีประสิทธภาพ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์เป็นสำนักงานกฎหมายที่เชี่ยวชาญในเรื่องการสืบหามัลแวร์และเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่เชื่อถือได้ในการปกป้องข้อมูลและระบบคอมพิวเตอร์ของคุณ ติดต่อเราเพื่อรับบริการสืบหามัลแวร์และคำปรึกษาที่ดีที่สุด

เตือนภัย!! เทคนิคตุ๋นเหยื่อ “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ที่อย่าหลงเชื่อเด็ดขาด

เตือนภัย!! เทคนิคตุ๋นเหยื่อ แก๊งคอลเซ็นเตอร์

ความจริงแล้วกรณีเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกเงินในเกิดขึ้นบ่อยมาก และในแทบจะทุกเคสมักเป็นผู้สูงอายุที่ตกเป็นเหยื่อ อย่างในเคสล่าสุดอาม่าวัย 72 ปี ได้ตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์อีกราย สูญเงินไปกว่า 1.6 ล้านบาท ซึ่งในก่อนหน้านี้แก๊งคอลเซ็นเตอร์พยายามหลอกล่อให้อาม่าโอนเงินเพื่อแลกเงินหยวนจำนวน 50,000 บาท อาม่าหลงเชื่อจึงโอนไป แต่หลังจากรู้ว่าถูกหลอกจึงเกิดเสียดายเงิน ประจวบกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์รวมหัวสร้างกลุ่มแสร้งว่าเป็นผู้เสียหายเช่นกัน และกำลังจะรวมตัวเพื่อดำเนินการเอาเงินคืนมา แต่อาม่าต้องโอนเงินค่าดำเนินการเอาเงินคืนมา แต่อาม่าต้องโอนงินค่าดำเนินการมาให้ นี่จึงเป็นที่มาว่าทำไมอาม่าถึงสูญเงินกว่า 1.6 ล้านบาท

กลลวงที่เหล่ามิจฉาชีพแก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้นั้น ยังคงคอนเซปต์เดิมไม่เปลี่ยนไปมาก แต่ที่เปลี่ยนคือเป้าหมายหรือเหยื่อจะเป็นบรรดาผู้สูงวัยมากขึ้น ดังนั้นเราจึงควรช่วยกันสอดส่องเตือนภัยมุกหลอกโอนเงินให้แก่ผู้สูงวัยในบ้านมากขึ้น เพื่อจะได้ไม่หลงเชื่อตกเป็นเหยื่อ “มิจ” ที่ไม่ได้แปลว่าเพื่อน วันนี้ทีมงานสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์จึงรวมมุกมิจฉาชีพมาเตือนภัยกันอีกครั้ง  

Scam
  1. บัญชีของคุณถูกอายัด ต้องไปทำรายการที่ตู้เอทีเอ็ม

มุกคลาสสิกเบื้องต้นของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่นิยมโทรเข้ามาหลอก ซึ่งแก๊งคอลเซ็นเตอร์จะชอบอ้างว่าตนเองเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อแอบอ้างสร้างความน่าเชื่อให้ผู้ที่ถูกหลอกหลงเชื่อได้ง่ายมากยิ่งขึ้น เช่น การอ้างว่าคุณได้โอนเงินไปที่บัญชีที่ถูกอายัด ทำให้ผู้ที่ถูกหลอกหลงเชื่อว่าได้กระทำความผิด

 

  1. คุณมีหนี้บัตรเครดิตค้างชำระถ้าไม่เป็นความจริง ต้องรีบไปกดยกเลิกที่ตู้เอทีเอ็ม

การหลอกเป็นเจ้าหน้าที่จากธนาคารเป็นสิ่งที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์มักใช้อยู่เป็นประจำ โดยจะหลอกว่าคุณยังไม่ได้ชำระยอดค้างจ่ายของบัตรครดิต แล้วให้คุณดำเนินการชำระด้วยการโอนเงินค้างจ่ายดังกล่าว หากรู้ไม่เท่าทันแก๊งคอลเซ็นเตอร์ก็จะหลอกให้โอนเงินจนหมดบัญชี ดังนั้นคุณจะต้องเช็คให้แน่ใจว่าไม่ได้มียอดเงินค้างชำระ หรือโทรกลับไปเช็คกับทางธนาคารให้แนใจ

 

  1. ข้อมูลของคุณหายไปจากธนาคารรบกวนขอข้อมูลส่วนตัวอีกครั้ง

บางครั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ก็จะมาในรูปแบบของการบอกว่าทางธนาคารได้ทำการอัพเดทข้อมูลของลูกค้าใหม่ ดังนั้นจึงทำการขอข้อมูลของลูกค้าเพื่ออัพเดทเข้าไปในฐานข้อมูลใหม่ ซึ่งแก๊งคอลเซ็นเตอร์อาจจะมีการได้ข้อมูลบางอย่างของผู้ที่ถูกหลอกมา เช่น ได้ธนาคารที่เรามีบัญชีอยู่มา ทำให้เราเชื่อได้ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของธนาคารจริง จึงหลงเชื่อทำตามขั้นตอนที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์บอก จนทำให้สูญเสียเงินจากในบัญชีไป

 

  1. คุณเป็นผู้ต้องสงสัยว่าพัวพันกับคดีค้ายาหรือฟอกเงินต้องโอนเงินทั้งหมดมาให้เราตรวจสอบ

อีกมุกที่ช่วงแรกๆ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้บ่อยมาก ถึงขนาดที่มีผู้เสียหายที่ถูกหลอกอัดคลิปเสียงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไว้ เพื่อให้ทราบถึงกลวิธีการที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้หลอกเหยื่อ โดยจะใช้วิธีการบอกว่าบัญชีของเราเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน ต้องทำการโอนเงินทั้งหมดไปให้ทางตำรวจตรวจสอบ การสร้างความน่าเชื่อถือให้ดูมีน้ำหนักแก๊งคอลเซ็นเตอร์จะใช้หน้าม้าหลอกว่าเป็นตำรวจจาก สภอ. นั้น สภอ. นี้ เพื่อให้เหยื่อกลัวว่าได้กระทำความผิดจึงหลงเชื่อแล้วโอนเงินไปเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ แต่ที่ไหนได้นั่นเป็นการโอนเงินไปให้มิจฉาชีพแล้ว

 

  1. คุณได้รับสิทธิ์ขอคืนภาษีรีบไปทำรายการขอรับคืนที่ตู้เอทีเอ็ม

คนทำงานที่มีรายได้ตามเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษีอาจมีโอกาสเจอมุกนี้กัน โดยแก๊งคอลเซ็นเตอร์จะหลอกว่าทางสรรพากรได้มีการจ่ายคืนเงินภาษี ให้คุณสามารถไปทำการขอรับคืนได้ที่ตู้ ATM โดยวิธีขั้นตอนดำเนินการนั้นเป็นการโอนเงินไปยังบัญชีของแก๊งคอลเซ็นเตอร์

 

  1. คุณโชคดีได้รับรางวัลใหญ่แต่ต้องโอนจ่ายภาษีให้เราก่อนนะ

มุกนี้แก๊งคอลเซ็นเตอร์จะทำทีโทรเข้ามาแล้วบอกว่าคุณได้รับรางวัลจากแบรนด์นั้น แบรนด์นี้ ให้กดลิ้งค์เพื่อทำการรับรางวัล สุดท้ายอาจหลอกให้กรอกรายละเอียดเพื่อยืนยันตัวตน หรือบอกว่าการที่จะรับรางวัลจะต้องโอนเงินเพื่อชำระภาษีก่อน ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินให้เหล่ามิจฉาชีพไป

 

  1. มีหมายศาลส่งถึงคุณแต่ส่งไปไม่ถึง รบกวนขอข้อมูลส่วนตัวหน่อย

เมื่อเราได้ยินคำว่า “หมายศาล” หลายคนจะรู้สึกกลัวว่าตนเองได้กระทำผิดกฎหมายไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง มัวแต่พะวงว่าตนเองจะถูกจับ ถูกดำเนินคดี เมื่อเหล่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์บอกว่าจะต้องโอนเงินมาเป็นค่าดำเนินคดีเหยื่อจึงหลงกลตกเป็นเหยื่อสูญเสียเงินมากมาย

 

  1. เมื่อกี้โอนเงินไปผิดบัญชีรบกวนโอนคืนมาให้หน่อย

มาถึงมุกสุดท้ายที่หลอกกันตรงๆ บางครั้งอาจจะไม่ใช่แก๊งคอลเซ็นเตอร์โดยตรง อาจเป็นมิจฉาชีพมือสมัครเล่นทั่วไปก็ได้ที่สุ่มโทรมาแล้วบอกเราว่าตนเองได้โอนเงินมาผิดบัญฃี จะใช้เราช่วยโอนคืนกลับไปให้หน่อย ซึ่งบางครั้งกลหลอกตุ๋นเหยื่อนี้ยังรวมถึง การแกล้งโอนเงินมาให้ผิดบัญชีแล้วเราอาจต้องตกเป็นบัญชีม้าไปด้วย

 

หากไม่อยากตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพแก๊งคอลเซ็นเตอร์ต้องรู้ให้เท่าทันมุกตุ๋นเหยื่อเหล่านี้เอาไว้ และหากท่านใดมีปัญหาอยากปรึกษาทางด้านกฎหมายติดต่อได้ที่ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ 

ฟันหักหายเป็นแถบ ประกันภัยหัวแพทย์ขอจ่าย 3 หมื่น ยื้อขอเอกสารเพิ่ม ทั้งที่แพทย์ลงความเห็นราคากว่า 8 หมื่นบาทต่อซี่

ฟันหักหายเป็นแถบ ประกันภัยหัวแพทย์ขอจ่าย 3 หมื่น ยื้อขอเอกสารเพิ่ม ทั้งที่แพทย์ลงความเห็นราคากว่า 8 หมื่นบาทต่อซี่

          หากใครที่ได้ติดตามสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ของเรา คงจะคุ้นเคยกันดีกับกลยุทธ์เด็ดต่าง ๆ ของบริษัทประกันภัย ที่เรียกได้ว่าแต่ละคำนั้นได้สร้างความเดือดร้อนให้ผู้ประสบภัยหลายท่านไม่น้อย เช่น รักษาตัวให้หายดีก่อน แล้วค่อยมาเรียกร้องก็ดี หรือ อ้างว่าเมาแล้วขับ นับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลังมาปฏิเสธการรับผิดชอบก็ดี ข้ออ้างหรือมุกเด็ดต่าง ๆ ของบริษัทประกันภัยแต่ละคำล้วนแต่ส่งผลเสียต่อผู้เสียหายอย่างบอกไม่ถูก เพราะแต่ละกรณีได้รับความเสียหายที่แตกต่างกันไป

          และสำหรับกรณีต่อไปนี้ที่เราจะมานำเสนอก็เช่นเดียวกัน เป็นเรื่องราวของผู้เสียหายท่านหนึ่งที่ประสบอุบัติเหตุ แต่เป็นอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดที่ต้องฟันหัก แต่ไม่ใช่ฟันหักธรรมดาเพราะสามารถเปลี่ยนชีวิตของคน ๆ หนึ่งได้ในพริบตา

ผู้เสียหายสุดช้ำ ! ฟันหักหายไปเป็นแถบ ประกันภัยตัวแสบไร้เยื่อใยเสนอจ่ายต่ำกว่าความเสียหายที่แท้จริง

ผู้เสียหายสุดช้ำ ! ฟันหักหายไปเป็นแถบ ประกันภัยตัวแสบไร้เยื่อใย

          อย่างที่กล่าวไปในข้างต้น เรื่องราวที่เรานำมาเสนอนี้เป็นเรื่องราวของผู้เสียหายท่านหนึ่งที่เราเชื่อมาก ๆ ว่าหากใครได้มาอ่านจะต้องรู้สึกสะเทือนใจไปกับผู้เสียหายท่านนี้อย่างแน่นอน เรื่องราวของนาย A ผู้เสียหายที่ต้องเผชิญกับอุบัติเหตุถูกรถชนอย่างรุนแรง และการประสบอุบัติเหตุในครั้งนี้ไม่ได้ส่งผลเพียงสร้างบาดแผลทางกายเท่านั้น แต่ยังสร้างบาดแผลทางใจที่ทิ้งร่องรอยไว้อย่างที่นาย A ไม่มีทางลืมเลือนได้แน่นอน

          เขาได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัส ไม่เพียงแค่ศีรษะที่ได้รับความกระทบกระเทือนเท่านั้น แต่ยังมีแผลฉีกขาดในหลายส่วน และที่มากไปกว่านั้นนาย A ฟันหักไปกว่า 3 ซี่ ซึ่งสร้างความเจ็บปวดและอุปสรรคในการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก นาย A ไม่สามารถพูดได้ เนื่องจากมีเลือดไหลจากปากตลอดเวลา และไม่สามารถรับประทานอาหารได้แม้แต่อาหารอ่อน ๆ ความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมานที่นาย A ได้รับ ไม่ได้หยุดอยู่แค่ความบาดเจ็บทางร่างกาย แต่ยังลุกลามไปถึงการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งกว่าจะผ่านในแต่ละวันไปได้นาย A ต้องเผชิญกับอุปสรรคอย่างมาก

          ในสถานการณ์ที่เลวร้ายแบบนี้ แต่ความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมานของนาย A กลับไม่ได้รับการเยียวยาอย่างที่ควรจะเป็น เมื่อบริษัทประกันภัยหัวแพทย์พิจารณาชดใช้ค่ารักษาฟันที่ต้องสูญเสียรากฟันไปให้เพียง 30,000 บาทเท่านั้น ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่ห่างไกลจากค่ารักษาจริงที่ทันตแพทย์ประเมินไว้เป็นอย่างมาก เนื่องจากนาย A ได้รับการประเมินค่ารักษาพยาบาลจากทันตแพทย์อย่างละเอียด โดยทันตแพทย์ระบุว่าความเสียหายของฟันแต่ละซี่นั้นมีมูลค่าการรักษาสูงถึง 85,000 บาทต่อซี่ สาเหตุเพราะรากฟันได้รับความเสียหายอย่างมาก ซึ่งสามารถเห็นได้ชัดเจนจากฟิล์มเอกซเรย์

ฟิล์มเอกซเรย์ฟันหัก

          ในขณะที่นาย A ต้องการการดูแลรักษาและการเยียวยาที่เหมาะสม แต่บริษัทประกันภัยหัวแพทย์กลับพิจารณาชดใช้ให้เพียงเท่านี้ จากเหตุการณ์นี้เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงปัญหาของบริษัทประกันภัยที่ไม่เป็นธรรม และความจำเป็นที่ผู้เสียหายต้องมีการต่อสู้เพื่อสิทธิของตนเอง

          นอกจากจะพิจารณาจ่ายค่ารักษาที่ต่ำกว่าความเป็นจริงอย่างมากแล้ว บริษัทประกันภัยยังขอเอกสารเพิ่มเติมจากนาย A เพื่อยื้อเวลาในการพิจารณาเพิ่มอีก นับเป็นการสร้างความเครียดและความทุกข์ใจให้กับผู้เคราะห์ร้ายอย่างมาก การขอเอกสารเพิ่มเติมและการยืดเวลาพิจารณาเช่นนี้ ดูเหมือนจะเป็นกลยุทธ์ที่บริษัทประกันภัยใช้ในทุกกรณี เพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามที่ควรจะเป็น

          การที่นาย A ฟันหัก ไม่ใช่เพียงแค่ฟันหักธรรมดาทั่วไป แต่นับว่าต้องสูญเสียอวัยวะและต้องทำการรักษา คำถามที่ต้องถามคือ การที่บริษัทประกันภัยพิจารณาชดใช้เพียง 30,000 บาท ต่อการที่ต้องฟันหักไปหลายซี่นั้น เหมาะสมกับความเสียหายที่นาย A ได้รับแล้วหรือ? การชดใช้เพียงเท่านี้กับความเสียหายที่เกิดขึ้นแทบจะไม่สามารถครอบคลุมค่ารักษาอะไรได้เลย และแน่นอนว่าการที่ฟันหักส่งผลให้นาย A ได้รับความเดือดร้อนในชีวิตเป็นอย่างมาก ที่สำคัญคือไม่มีใครควรต้องทนทุกข์ทรมานจากอาการบาดเจ็บแบบนี้โดยไม่ได้รับการรับผิดชอบที่เหมาะสมจากบริษัทประกันภัย

บริษัทประกันภัยยังมีทนายได้ แล้วทำไมคนธรรมดาจะมีทนายไม่ได้ เจอแบบนี้มีทนายเดินเรื่องดีที่สุด

บริษัทประกันภัยยังมีทนายได้ แล้วทำไมคนธรรมดาจะมีทนายไม่ได้

          จากเหตุการณ์ที่กล่าวไปข้างต้น การที่นาย A ประสบอุบัติเหตุฟันหักเหมือนเท่ากับว่าต้องสูญเสียอวัยวะในร่างกายไป นั่นไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ หรือเรื่องธรรมดาทั่วไป และจากเรื่องนี้ก็ชัดเจนแล้วว่าการที่ผู้เสียหายต้องรับมือกับกระบวนการของบริษัทประกันภัยเพียงลำพังนั้น มีแนวโน้มที่จะถูกเอาเปรียบและไม่ได้รับการชดเชยที่เหมาะสม การมีทนายความที่มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายประกันภัยเพื่อดำเนินคดีและต่อสู้เพื่อสิทธิที่ควรได้รับ จึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะการมีทนายความสามารถช่วยให้ผู้เสียหายได้รับการปกป้องและชดเชยอย่างเต็มที่ตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง และไม่ต้องเผชิญกับการยื้อเวลาและการเอาเปรียบจากบริษัทประกันภัยอีกต่อไป หากเจอกรณีเหมือนอย่างนาย A นี้ ควรมีทนายความเดินเรื่องดำเนินการให้ดีที่สุด >>ปรึกษากฎหมาย<<

Line @ คลิก! โทรหาเรา คลิก!