พล.ต.ท.นพ.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ อดีตแพทย์ใหญ่รพ.ตำรวจ ไว้วางใจแต่งตั้ง ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ เป็นที่ปรึกษากฎหมายและทนายความ

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 พลตำรวจโทนายแพทย์ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ อดีตแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ ได้เดินทางมายังสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ เพื่อพูดคุยและหารือเกี่ยวกับประเด็นทางกฎหมายและคดีความที่เกี่ยวข้อง โดยในโอกาสนี้ ท่านได้ให้เกียรติแต่งตั้งนายศุภสิทธิ์ ศิริ หรือทนายอาร์ม เป็นที่ปรึกษากฎหมายและทนายความ เพื่อให้คำปรึกษาและดำเนินการทางกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคดีของท่าน

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ โดยทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ รู้สึกเป็นเกียรติและซาบซึ้งเป็นอย่างสูงที่ได้รับความไว้วางใจจากพลตำรวจโทนายแพทย์ทวีศิลป์ฯ ให้เข้ามาทำหน้าที่ในฐานะที่ปรึกษากฎหมายและทนายความ การได้รับความไว้วางใจจากบุคคลที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในสายงาน ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของสำนักงาน และเป็นแรงผลักดันสำคัญให้ทีมงานมุ่งมั่นรักษามาตรฐานการให้บริการทางกฎหมายอย่างต่อเนื่อง

ในโอกาสนี้ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ ขอขอบพระคุณสำหรับความไว้วางใจที่มอบให้แก่สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ และพร้อมปฏิบัติหน้าที่ในฐานะที่ปรึกษากฎหมายและทนายความอย่างเต็มความสามารถ โดยจะดำเนินการด้วยความรอบคอบ รับผิดชอบ และยึดมั่นในหลักวิชาชีพ เพื่อให้การดำเนินการทางกฎหมายเป็นไปอย่างเหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้รับบริการต่อไป

ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ มอบกรอบผ้ายันต์หลวงพ่อเงินให้ “อาภาพร นครสวรรค์” พร้อมพูดคุยความคืบหน้าคดี AI ปลอมภาพและเสียง

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ ทนายความที่ปรึกษาของ คุณฮาย อาภาพร นครสวรรค์ นักร้องสาวชื่อดังระดับประเทศ ได้เดินทางไปมอบกรอบผ้ายันต์หลวงพ่อเงินให้คุณฮาย อาภาพร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดย้อนหลัง โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง พร้อมทั้งได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการทำงานและประเด็นทางกฎหมายที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ

ในโอกาสดังกล่าว ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ได้พูดคุยกับคุณฮาย อาภาพร นครสวรรค์ ถึงความคืบหน้าของคดีที่ได้ดำเนินการในฐานะทนายความที่ปรึกษา ภายหลังพบว่าภาพ เสียง และหรือคลิปวิดีโอของคุณฮาย อาภาพร ถูกนำไปตัดต่อ ดัดแปลง หรือแก้ไขด้วยเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อนำไปใช้ในการโฆษณาและโปรโมตเว็บไซต์พนันออนไลน์โดยไม่ได้รับอนุญาต กรณีดังกล่าวนอกจากจะเป็นการนำภาพและเสียงไปใช้โดยไม่ได้รับความยินยอมแล้ว ยังอาจส่งผลกระทบต่อสิทธิและชื่อเสียงของคุณฮายอาภาพรในฐานะศิลปินเป็นอย่างมาก

กรณีการนำเทคโนโลยี AI มาปลอมแปลงใบหน้าและเสียงของคุณฮาย อาภาพร นครสวรรค์ แล้วนำไปใช้ประกอบเนื้อหาโฆษณาเว็บไซต์พนันออนไลน์ ถือเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากสังคม เนื่องจากอาจทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดหรือหลงเชื่อว่าศิลปินมีส่วนเกี่ยวข้องหรือให้การสนับสนุนเว็บไซต์ดังกล่าว ทั้งที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด สำหรับบุคคลสาธารณะที่มีชื่อเสียง การถูกนำภาพ เสียง หรืออัตลักษณ์ไปใช้ในลักษณะดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงและความน่าเชื่อถืออย่างมาก

ทั้งนี้ ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ ยังคงดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายเพื่อปกป้องสิทธิและชื่อเสียงของคุณฮาย อาภาพร นครสวรรค์ อย่างต่อเนื่อง ภายหลังเรื่องดังกล่าวได้รับความสนใจและเป็นข่าวในวงกว้าง โดยคดีนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการรับมือกับปัญหาการนำเทคโนโลยี AI ไปใช้สร้างหรือดัดแปลงภาพและเสียงของบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นประเด็นทางกฎหมายที่มีความสำคัญและใกล้ตัวมากขึ้นในยุคดิจิทัล

ท้ายที่สุดนี้ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ และทีมงานสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ขอร่วมอวยพรวันคล้ายวันเกิดย้อนหลังแก่คุณฮาย อาภาพร นครสวรรค์ ขอให้มีความสุข สุขภาพแข็งแรง ประสบความสำเร็จในทุกเส้นทางที่ตั้งใจ มีแต่สิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิต ขอให้มีพลังและรอยยิ้มที่สดใสในการสร้างสรรค์ผลงานดี ๆ เพื่อมอบความสุขให้กับแฟนเพลงและประชาชนต่อไป และขอให้ทุกเรื่องที่กำลังดำเนินการผ่านพ้นไปด้วยดีอย่างราบรื่น พร้อมก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคงและมีความสุขตลอดปี

ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ฯ ถวายเทียนพรรษาร่วมกับผู้การแจ้ไซเบอร์ เนื่องในวันเข้าพรรษาปี 2569 เสริมสิริมงคลรับครึ่งปีหลัง

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 ซึ่งตรงกับวันเข้าพรรษาประจำปี 2569 ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ ได้ร่วมกับพลตำรวจตรีชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง (ผู้การแจ้ไซเบอร์) เดินทางไปประกอบศาสนกิจถวายเทียนพรรษาและพานดอกบัว เพื่อสืบสานพระพุทธศาสนาและความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ณ วัดบางพลีใหญ่ใน พระอารามหลวง จังหวัดสมุทรปราการ โดยได้ถวายสักการะแด่พระเทพสมุทรวัชราจารย์ เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่ใน และเจ้าคณะจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมรับพรและประพรมน้ำพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีที่วัดบางพลีใหญ่ใน พระอารามหลวง คณะทนายอาร์มได้เดินทางต่อไปยังวัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร เพื่อถวายเทียนพรรษาและพานดอกบัวแด่ พระธรรมวชิรเมธี (เจ้าคุณมีชัย) เจ้าอาวาสวัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร โดยในวันดังกล่าวยังตรงกับวันคล้ายวันเกิดของท่านเจ้าคุณมีชัยอีกด้วย จึงนับเป็นโอกาสอันเป็นมงคลที่ได้ร่วมถวายสักการะและรับพรจากพระเถระผู้เป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก

การถวายเทียนพรรษาในวันเข้าพรรษา ถือเป็นประเพณีสำคัญของชาวพุทธที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน สื่อถึงการถวายแสงสว่างแห่งปัญญาและการสนับสนุนพระภิกษุสงฆ์ที่จำพรรษาตลอดระยะเวลา 3 เดือน อีกทั้งการถวายพานดอกบัวยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความบริสุทธิ์ ความเจริญงอกงาม และความเป็นสิริมงคล ผู้ร่วมทำบุญจึงต่างตั้งใจน้อมถวายเพื่อความเป็นมงคลแก่ตนเอง ครอบครัว และการดำเนินชีวิต

การเข้าทำกิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนถึงการให้ความสำคัญกับการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและการอนุรักษ์ประเพณีไทยอันดีงาม พร้อมทั้งเป็นโอกาสอันเป็นมงคลในการเริ่มต้นช่วงครึ่งปีหลังด้วยการทำบุญ รับพร และเสริมกำลังใจในการดำเนินชีวิตและการทำงาน เพื่อยึดมั่นในการทำความดีและสร้างประโยชน์แก่สังคมต่อไป

เปิดโอกาสให้เรียนรู้ข้ามสายงาน สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์มอบเกียรติบัตรนักศึกษาฝึกประสบการณ์จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ กรรมการบริษัท และทนายความสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ได้มอบเกียรติบัตรแสดงความยินดีแก่ นางสาวพรพรรณ พงษ์ญวน (น้องซีม่อน) นักศึกษาฝึกประสบการณ์จากสาขาการจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ภายหลังเสร็จสิ้นการฝึกประสบการณ์วิชาชีพกับสำนักงาน โดยทนายอาร์มมีแนวคิดที่ชัดเจนว่า การเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากการทำงานจริง ไม่ควรจำกัดเฉพาะผู้ที่เรียนด้านกฎหมายเท่านั้น แต่ควรเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่จากหลากหลายสาขาวิชาได้ค้นพบศักยภาพของตนเอง ผ่านการลงมือปฏิบัติในสถานการณ์จริง เพราะช่วงวัยของนักศึกษาถือเป็นช่วงเวลาที่พร้อมเรียนรู้ เปิดรับสิ่งใหม่ และสามารถพัฒนาศักยภาพได้อย่างรวดเร็ว

ตลอดระยะเวลาการฝึกประสบการณ์ น้องซีม่อนได้เริ่มต้นจากการปฏิบัติงานด้านกราฟิกและการตัดต่อวิดีโอ ภายใต้ฝ่ายสื่อสารองค์กรของสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ แต่ด้วยความตั้งใจ ความรับผิดชอบ และความสามารถในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ฯ จึงเล็งเห็นศักยภาพของน้อง และมอบโอกาสให้ทดลองปฏิบัติงานด้านการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นงานที่ต้องอาศัยความละเอียดรอบคอบ ความเข้าใจในกระบวนการทำงาน และการเรียนรู้เครื่องมือใหม่ ๆ ผลปรากฏว่าน้องสามารถปรับตัวได้เป็นอย่างดี และได้รับคำชื่นชมจากผู้ร่วมงานในทีม จนหลายคนรู้สึกเสียดายเมื่อถึงเวลาที่น้องต้องสิ้นสุดการฝึกประสบการณ์

ในมุมมองของทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ฯ เชื่อมั่นมาโดยตลอดว่า “การทำงานในสำนักงานกฎหมาย ไม่ได้จำเป็นว่าทุกคนจะต้องจบกฎหมาย” หากมีความตั้งใจ มีความรับผิดชอบ และพร้อมเรียนรู้ ทุกคนสามารถพัฒนาตัวเองและสร้างคุณค่าให้กับองค์กรได้ การฝึกงานจึงไม่ใช่เพียงการเข้ามาปฏิบัติงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย แต่คือการเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ค้นหาความสามารถของตนเอง ได้ลองทำงานหลากหลายรูปแบบที่อาจไม่มีโอกาสได้สัมผัสในห้องเรียน หรือแม้แต่ในการทำงานจริงหลังสำเร็จการศึกษา ซึ่งประสบการณ์เหล่านี้จะกลายเป็นต้นทุนสำคัญในการก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานในอนาคต

ฝ่ายสื่อสารองค์กรของสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์เองก็รู้สึกภาคภูมิใจในความสำเร็จของน้องซีม่อนเป็นอย่างมาก เพราะตลอดระยะเวลาการฝึกงาน น้องได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัว การเรียนรู้สิ่งใหม่ และการทำงานร่วมกับทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะได้รับมอบหมายให้ไปช่วยงานกับทีมเก็บพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นงานที่แตกต่างจากสายการเรียนโดยตรง แต่น้องก็สามารถเรียนรู้และปฏิบัติงานได้อย่างรวดเร็ว จนได้รับความไว้วางใจจากผู้ร่วมงานหลายฝ่าย สะท้อนให้เห็นว่าศักยภาพของคนไม่ได้ถูกจำกัดด้วยสาขาวิชาที่เรียน แต่อยู่ที่ทัศนคติ ความพร้อมในการพัฒนา และความกล้าที่จะก้าวออกจากพื้นที่เดิมของตนเอง

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ขอแสดงความยินดีกับน้องซีม่อนในโอกาสสำเร็จการฝึกประสบการณ์ครั้งนี้ และขออวยพรให้ประสบความสำเร็จในทุกเส้นทางของชีวิตการทำงาน เชื่อมั่นว่าด้วยความสามารถ ความมุ่งมั่น และการเปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่อยู่เสมอ น้องจะสามารถก้าวสู่การเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ และเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานในอนาคตได้อย่างแน่นอน พร้อมหวังว่าประสบการณ์จากสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์จะเป็นอีกหนึ่งรากฐานสำคัญ ที่ช่วยต่อยอดทั้งความรู้ ทักษะ และความมั่นใจให้กับน้องในทุกก้าวของการเติบโตในสายอาชีพต่อไป

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์มอบเกียรติบัตรแก่นักศึกษาฝึกประสบการณ์ด้านภาษาจีน จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ กรรมการบริษัทและทนายความประจำสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ได้มอบเกียรติบัตรแสดงความยินดีแก่ นางสาวอัมพร ใจสดใส (น้องพอล) นักศึกษาฝึกประสบการณ์จากคณะศิลปศาสตร์ สาขาภาษาและวัฒนธรรมจีน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภายหลังเสร็จสิ้นการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ณ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวแห่งความสำเร็จของน้องพอลที่เลือกเส้นทางการฝึกงานอันแตกต่างจากเพื่อนร่วมรุ่น โดยนำความรู้ด้านภาษาจีนมาประยุกต์ใช้ในงานกฎหมาย ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ที่ท้าทายและหาโอกาสได้ไม่ง่าย

ตลอดระยะเวลาการฝึกประสบการณ์ น้องพอลได้เปิดโลกการเรียนรู้นอกห้องเรียนอย่างแท้จริง จากเดิมที่การฝึกงานด้านภาษาจีนมักอยู่ในองค์กรธุรกิจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารภาษา แต่การได้เข้ามาฝึกงานในสำนักงานกฎหมาย ทำให้น้องมีโอกาสสัมผัสการทำงานในกระบวนการยุติธรรม ได้ติดตามการดำเนินคดี และมีโอกาสปฏิบัติหน้าที่เป็นล่ามภาษาจีนในศาล เพื่อแปลการสื่อสารระหว่างคู่ความกับกระบวนการพิจารณาคดี ซึ่งถือเป็นประสบการณ์อันล้ำค่าที่มีนักศึกษาเพียงไม่กี่คนจะได้รับ เพราะแม้แต่บุคคลทั่วไปก็แทบไม่มีโอกาสได้เข้าไปเห็นการว่าความจริงภายในห้องพิจารณาคดีของศาล

นอกจากการปฏิบัติหน้าที่ด้านล่ามแล้ว น้องพอลยังได้รับมอบหมายงานที่หลากหลาย ทั้งการแปลเอกสารทางกฎหมายจากฝ่ายกฎหมาย การแปลบทความและเนื้อหาประชาสัมพันธ์ของสำนักงานเป็น 3 ภาษาเพื่อเผยแพร่บนเว็บไซต์ การแปลใบเสนอราคาและเอกสารธุรกิจเป็นภาษาจีน ตลอดจนการสื่อสารและประสานงานกับลูกความชาวจีนร่วมกับทีมงานของสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้น้องได้พัฒนาทักษะทั้งด้านภาษา การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม และการประยุกต์ใช้ภาษาจีนในบริบทของกฎหมายและธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาที่มีคุณภาพและผลิตบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถออกสู่สังคมมาอย่างต่อเนื่อง โดยตลอดระยะเวลาการฝึกงาน น้องพอลได้แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบ ความตั้งใจเรียนรู้ และความสามารถในการปรับตัวกับการทำงานในสายวิชาชีพกฎหมายได้เป็นอย่างดี จนได้รับความไว้วางใจให้ปฏิบัติงานในหลายภารกิจที่มีความสำคัญ

ในโอกาสที่การฝึกประสบการณ์ได้เสร็จสิ้นลง สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ขอแสดงความยินดีกับน้องพอล และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความรู้ ประสบการณ์ และบทเรียนที่ได้รับจากการฝึกงานครั้งนี้ จะเป็นรากฐานสำคัญในการต่อยอดทั้งการศึกษาในชั้นปีที่ 4 และการทำงานในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นทักษะด้านภาษา การทำงานในองค์กร ความเข้าใจในกฎระเบียบและวัฒนธรรมการทำงาน ตลอดจนประสบการณ์ในกระบวนการยุติธรรม ขอให้น้องพอลประสบความสำเร็จในทุกเส้นทางที่เลือกเดิน และขอให้ความตั้งใจและความมุ่งมั่นในวันนี้ นำพาไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในวันข้างหน้า

ก้าวแรกสู่เส้นทางนักกฎหมายคุณภาพ ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ฯ มอบเกียรติบัตรแสดงความยินดีแก่ผู้ผ่านการฝึกปฏิบัติงานวิชาว่าความภาคปฏิบัติ รุ่นที่ 66 แห่งสภาทนายความฯ

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ กรรมการผู้จัดการและทนายความประจำสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ได้มอบเกียรติบัตรแสดงความยินดีแก่ นางสาวชลธิชา แก้วเสน่ห์ใน (น้องมายด์) ผู้เข้ารับการฝึกอบรมวิชาว่าความ ภาคปฏิบัติ รุ่นที่ 66 แห่งสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งเข้าฝึกปฏิบัติงาน ณ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 และมีกำหนดสิ้นสุดการฝึกอบรมในวันที่ 3 สิงหาคม 2569 นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญบนเส้นทางแห่งวิชาชีพกฎหมาย และเป็นจุดเริ่มต้นของการก้าวสู่การเป็นทนายความในอนาคตอย่างเต็มภาคภูมิ

ตลอดระยะเวลาหลายเดือนของการฝึกปฏิบัติงาน น้องมายด์ได้เรียนรู้การทำงานด้านกฎหมายจากสถานการณ์จริง ทั้งการจัดเตรียมเอกสารคดี การศึกษาสำนวน การให้ความช่วยเหลือในการดำเนินงานของทนายความ รวมถึงการเรียนรู้กระบวนการทำงานในสำนักงานกฎหมายอย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากตำราเพียงอย่างเดียว การได้ลงมือปฏิบัติจริงทำให้เข้าใจทั้งบทบาท หน้าที่ ความรับผิดชอบ และจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพกฎหมายได้อย่างลึกซึ้ง

ในโอกาสดังกล่าว ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ ได้กล่าวแสดงความยินดีและฝากข้อคิดเกี่ยวกับการทำงานว่า ประสบการณ์คือทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดของคนทำงาน การเคยผ่านการทำงานในองค์กรที่แตกต่างกัน จะทำให้สามารถมองเห็นข้อดี จุดเด่น และแนวคิดการบริหารที่หลากหลาย อีกทั้งยังช่วยให้สามารถเปรียบเทียบและเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับการพัฒนาตนเองได้ ต่างจากผู้ที่เคยทำงานเพียงแห่งเดียวซึ่งอาจยังไม่มีโอกาสเห็นภาพที่กว้างของโลกการทำงาน ดังนั้น การเปิดโอกาสให้ตนเองได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง จึงเป็นการลงทุนที่มีคุณค่าในระยะยาว

ทนายอาร์มยังได้สะท้อนมุมมองที่สำคัญเกี่ยวกับการฝึกปฏิบัติงานของนักศึกษานิติศาสตร์และผู้เข้ารับการฝึกอบรมวิชาว่าความว่า การเลือกมาฝึกงานจริงเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมอย่างยิ่ง เพราะสะท้อนถึงความซื่อสัตย์และความตั้งใจที่จะเรียนรู้วิชาชีพอย่างแท้จริง แม้ในปัจจุบันจะมีผู้ที่เลือกใช้วิธี “ฝากชื่อฝึกงาน” เพื่อให้ผ่านหลักสูตรโดยไม่ได้ลงมือปฏิบัติงานจริงอยู่บ้าง แต่การได้รับเพียงเอกสารรับรองโดยไม่มีประสบการณ์ ย่อมไม่อาจทดแทนความรู้ ความเข้าใจ และทักษะที่เกิดจากการทำงานจริงได้ วิชาชีพทนายความเป็นอาชีพที่ต้องอาศัยทั้งความรู้ ความสามารถ และความซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพตั้งแต่ก้าวแรกของการเริ่มต้น

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์จึงขอแสดงความชื่นชมและแสดงความยินดีกับน้องมายด์ ชลธิชา แก้วเสน่ห์ใน ที่เลือกเดินบนเส้นทางแห่งการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง และสามารถผ่านการฝึกปฏิบัติงานได้อย่างสมบูรณ์ เชื่อมั่นว่าประสบการณ์ที่ได้รับตลอดระยะเวลาการฝึกงาน จะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความมั่นใจ ความรับผิดชอบ และความเป็นมืออาชีพสำหรับการประกอบวิชาชีพทนายความในอนาคต ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับความท้าทายหรือสภาพแวดล้อมการทำงานในรูปแบบใด ก็จะสามารถก้าวเดินต่อไปได้อย่างมั่นคงและภาคภูมิใจ

ท้ายที่สุด สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ขออวยพรให้น้องมายด์ประสบความสำเร็จในทุกเส้นทางของชีวิตและการทำงาน พร้อมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าประสบการณ์ที่ได้รับจากการฝึกปฏิบัติงานในครั้งนี้ จะเป็นบันไดขั้นแรกที่ช่วยผลักดันให้ก้าวสู่การเป็นทนายความที่มีคุณภาพ เปี่ยมด้วยความรู้ ความสามารถ จริยธรรม และความซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพ เพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมและกระบวนการยุติธรรมได้ในอนาคต

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์เข้าพบผู้บริหาร “บริษัท จงเทียน โอเวอร์ซีส์ เอ็นจิเนียริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด” เดินหน้าหารือความร่วมมือด้านที่ปรึกษากฎหมายองค์กร

เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ กรรมการผู้จัดการและทนายความประจำสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ได้เดินทางเข้าพบผู้บริหารของบริษัท จงเทียน โอเวอร์ซีส์ เอ็นจิเนียริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ตามคำเชิญของบริษัท ภายหลังจากที่ผู้บริหารให้ความสนใจข้อเสนอการให้บริการที่ปรึกษากฎหมาย และประสงค์หารือรายละเอียดเกี่ยวกับขอบเขตการให้บริการ รวมถึงแนวทางการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับโครงการของบริษัท ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการสร้างความร่วมมือระหว่างสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์กับองค์กรธุรกิจระดับนานาชาติ

ในการเดินทางครั้งนี้ ทนายอาร์มได้ร่วมเดินทางพร้อมด้วย นายกฤตภัค ศิริทีพพา ผู้ช่วยทนายความด้านภาษาจีนระดับผู้เชี่ยวชาญ นางสาวอัมพร ใจสดใส ล่ามภาษาจีนจากคณะศิลปศาสตร์ สาขาภาษาและวัฒนธรรมจีน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นางสาวสารินี แซ่เล้า นักศึกษาฝึกประสบการณ์จากสาขาวิชาภาษาจีน มหาวิทยาลัยซีหนาน ประเทศจีน นางสาวปิยลักษณ์ บุญก่อ รักษาการหัวหน้าฝ่ายสื่อสารองค์กร และนางสาวพลอยวรินทร์ ใจอุตม์ ผู้ฝึกประสบการณ์ฝ่ายกฎหมายจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อร่วมให้ข้อมูลและสนับสนุนการหารือในด้านกฎหมายและการสื่อสารภาษาจีนอย่างครบถ้วน

บรรยากาศการประชุมเป็นไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง โดยบริษัท จงเทียนฯ ได้ให้การต้อนรับคณะจากสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์เป็นอย่างดียิ่ง ซึ่งนับเป็นครั้งที่สองที่ทั้งสองฝ่ายได้พบปะพูดคุยกันอย่างเป็นทางการ ภายในที่ประชุมมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ พร้อมทั้งซักถามรายละเอียดในหลายประเด็นที่ยังต้องการความชัดเจน โดยทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ ได้อธิบายข้อกฎหมายและแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมอย่างละเอียด เพื่อให้ผู้บริหารของบริษัทสามารถนำไปประกอบการตัดสินใจได้อย่างถูกต้องและรอบคอบ

การเข้าพบในครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ภาคธุรกิจต่างชาติให้ความไว้วางใจต่อสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ในฐานะที่ปรึกษากฎหมายองค์กร ทั้งในด้านการให้คำปรึกษา การบริหารความเสี่ยงทางกฎหมาย และการดำเนินคดีในชั้นศาล โดยจากการหารือและบรรยากาศที่เป็นไปอย่างราบรื่น นับว่าเป็นสัญญาณที่ดีของความร่วมมือในอนาคต และเป็นอีกก้าวสำคัญของสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ในการขยายการให้บริการด้านกฎหมายแก่บริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุนและดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างมืออาชีพและครบวงจร

เปิดประสบการณ์นักศึกษานิติศาสตร์จุฬาฯ กับการฝึกงานที่สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมาทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ กรรมการผู้จัดการสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ได้มอบเกียรติบัตรให้แก่นางสาวณัฐณิชา พฤทธิพงศ์กุล น้องเมวี่ นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายหลังเสร็จสิ้นการฝึกประสบการณ์ด้านกฎหมายกับสำนักงาน โดยตลอดระยะเวลาการฝึกงาน น้องเมวี่ได้มีโอกาสเรียนรู้การทำงานของทนายความอย่างใกล้ชิด ทั้งในสำนักงานและการลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่แตกต่างจาก.การเรียนในห้องเรียนอย่างสิ้นเชิง ในคอลัมน์นี้จะมาแชร์บทสัมภาษณ์น้องเมวี่จากการที่ได้มาฝึกงานที่สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์กันว่าฝึกงานที่สำนักงานกฎหมายเป็นอย่างไรบ้าง

เปิดบทสัมภาษณ์น้องเมวี่ นักศึกษาฝึกประสบการณ์จากคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Q: ทำไมถึงเลือกมาฝึกงานที่สำนักงานกฎหมาย?

A: “จะบอกว่างานทางกฎหมายนี่ค่ะ มันค่อนข้างหลากหลายมาก หลาย ๆ คนอาจจะมีเป้าหมายในการไปทำงานสายราชการนะคะ อย่างไปฝึกงานที่ศาลหรือว่าฝึกงานที่สำนักงานอัยการนะคะ แต่ว่าหนูอยากลองประสบการณ์ที่มันแตกต่างออกไปค่ะ ที่ว่ากระบวนการก่อนที่จะขึ้นศาลเป็นยังไง ต้องมาฝึกกับสำนักงานทนายความค่ะ ถึงจะรู้กระบวนการในชั้นนี้ แล้วถึงจะได้ดำเนินการในศาลถูกค่ะ”

Q: ตอนฝึกงานได้ทำอะไรบ้าง?

A: “ก็ตอนที่ฝึกงานนะคะ หนูได้ทำหลายอย่างเลยค่ะ มีทั้งเริ่มร่างคำฟ้อง เขียนคำร้อง หรือว่าจัดชุดฟ้องนะคะ แล้วก็ได้ทำคำแถลง แบบได้ทำอะไรเยอะมาก ๆ เลยค่ะ ทำให้หนูรู้ว่ากระบวนการก่อนขึ้นศาลมันมีสิ่งที่ต้องเตรียมตัว แล้วก็สิ่งที่ต้องเอาไปใช้งานเยอะมาก ๆ เลยค่ะ”

Q: มาฝึกงานที่นี่ได้ไปที่ไหนบ้าง?

A: “ที่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้ไปนะคะ ที่แรกที่หนูได้ไปเลย คือ ได้ไปกราบพระบรมศพของพระพันปีค่ะ เป็นโอกาสที่ดีมากมากสำหรับหนูเลยค่ะ แล้วหนูก็ไม่คิดว่าตัวหนูเองจะมีโอกาสได้ไปลองอะไรแบบนี้ด้วยค่ะ แล้วก็อีกที่หนึ่งนะคะ มีโอกาสได้ไปดูงานที่รัฐสภาค่ะ ก็เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่สำคัญมาก ๆ สำหรับวงการนี้นะคะ เป็นรากฐาน เพราะว่ารัฐสภามีหน้าที่ออกกฎหมายใช่ไหมคะ เราก็ไปดูถึงรากฐานเลย แล้วก็มีโอกาสได้เข้าร่วมดูการประชุมอภิปราย แล้วก็ได้เดินทัวร์รัฐสภาใหม่ด้วยค่ะ มีโอกาสได้ไปโรงพักนะคะได้ไปแจ้งความเนื่องจากว่ามีลูกความมาที่สำนักงานทนายความเป็นคดีที่ค่อนข้างน่าเศร้าประมาณหนึ่งค่ะ เราก็เลยพาผู้เสียหายไปดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานค่ะ จริง ๆ อย่างที่หลาย ๆ คนคิดนะคะ ว่าการไปร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานหรือการไปแจ้งความเป็นกระบวนการที่ทำให้เสียเวลาถูกไหมคะ เพราะว่าหลาย ๆ คนจะไปดำเนินการแจ้งความแต่ละเรื่องทีใช้เวลาเป็นหลักชั่วโมงหรือบางครั้งถึงสิบชั่วโมงเลยก็มี เพราะว่าเจ้าพนักงานต้องสอบปากคำค่ะ แต่ว่าหลังจากได้มาฝึกงานนะคะ ทำให้หนูได้รู้ว่าการที่จะเร่งกระบวนการตรงนี้ให้เร็วขึ้น แล้วเพื่อที่จะทำให้ทั้งเราและทั้งผู้เสียหายไม่เสียเวลาก็คือการเตรียมข้อมูลปริ้นท์เอกสาร แล้วก็ทำคำให้การเบื้องต้น  เพื่อที่จะให้ตำรวจเข้าใจเรื่องราวเบื้องต้นคร่าว ๆ ก่อน แล้วก็จะได้ดำเนินการตรงนี้ได้ไวขึ้น ทำให้หนูได้เรียนรู้ว่าการเตรียมข้อมูลไปก่อนมีความสำคัญมาก ๆ เลยค่ะ นอกจากจะเร่งกระบวนการให้เร็วขึ้นแล้ว ยังจะทำให้ได้เนื้อหาที่ครบถ้วนด้วยค่ะ”

Q: ได้ไปศาลไปคดีอะไร?

A: “ไปศาลไปดูสืบพยานคดีหมิ่นประมาทค่ะ ชอบพอรักใคร่ค่ะ อีกฝ่ายหนึ่งชอบพอรักใคร่  ครั้งนี้จะเป็นฝ่ายชายเป็นโจทก์ฟ้องฝ่ายหญิงเป็นจำเลยค่ะ มีผู้หวังดีนะคะได้มีการส่งคลิปเสียงการสนทนานะคะของฝ่ายหญิงขณะที่กำลังถูกคณะกรรมการสอบสวนอยู่ค่ะ ไปให้ฝ่ายชาย เรื่องนี้ทำให้หนูตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการสื่อสารมากขึ้น จากกรณีดังกล่าวนะคะ  การที่ผู้หวังดีได้ส่งคลิปเสียงมา ทำให้เรารู้ว่าเรามีโอกาสที่จะถูกอัดเสียงหรือว่านำเสียงของเราเนี่ยไปแปลงเป็นอย่างอื่นได้ง่าย ๆ เลยค่ะ ดังนั้นก็เพิ่มความระมัดระวังตัวมากขึ้นค่ะ”

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์โดยทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ เชื่อมั่นว่าการเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากการทำงานจริง คือการสร้างนักกฎหมายคุณภาพให้กับสังคมในอนาคต เพราะวิชาชีพกฎหมายไม่ได้อาศัยเพียงความรู้ตามตัวบทกฎหมายเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยประสบการณ์ การคิดวิเคราะห์ การแก้ไขปัญหา และการทำงานร่วมกับผู้คนในสถานการณ์จริง สำหรับนักศึกษาที่สนใจฝึกประสบการณ์ด้านกฎหมาย และต้องการเรียนรู้การทำงานของทนายความอย่างใกล้ชิด สามารถติดต่อสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ เพื่อสอบถามรายละเอียดและสมัครเข้าร่วมการฝึกประสบการณ์ได้ผ่านช่องทาง ติดต่อเรา

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ส่งต่อประสบการณ์ให้นักศึกษาฝึกงานด้านภาษาจีน

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ได้จัดพิธีมอบเกียรติบัตรให้แก่ นางสาวพัชรพร โพธิ์สาราช น้องเนสเล่ นักศึกษาจากคณะอักษรศาสตร์ สาขาวิชาเอเชียตะวันออก มหาวิทยาลัยศิลปากร ภายหลังเสร็จสิ้นการฝึกประสบการณ์วิชาชีพเป็นระยะเวลา 2 เดือน โดยได้รับเกียรติจากทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ กรรมการผู้จัดการสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ เป็นผู้มอบเกียรติบัตรเพื่อแสดงความชื่นชมและเป็นกำลังใจในการก้าวสู่เส้นทางการทำงานในอนาคต

ตลอดระยะเวลาการฝึกประสบการณ์ น้องเนสเล่ได้ปฏิบัติงานจริงในฝ่ายสื่อสารองค์กร โดยใช้ความรู้ด้านภาษาจีนอย่างเต็มศักยภาพ ไม่ว่าจะเป็นการทำหน้าที่ล่ามภาษาจีน ผู้ช่วยทนายความด้านภาษาจีน การแปลเอกสารทางกฎหมาย แปลบทความสำหรับเว็บไซต์ของสำนักงาน รวมถึงการจัดทำและอัปเดตคอนเทนต์ภาษาจีนลงแพลตฟอร์ม Douyin (โต่วอิน) เพื่อรองรับการสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าชาวจีน ซึ่งนับเป็นประสบการณ์ที่หาได้ยากจากการเรียนในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว

ในโอกาสดังกล่าว ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ ได้กล่าวถึงแนวคิดในการเปิดรับนักศึกษาฝึกประสบการณ์ว่า ปัจจุบันชาวจีนเข้ามาลงทุนและดำเนินธุรกิจในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บุคลากรที่มีความรู้ด้านภาษาจีนและสามารถประยุกต์ใช้กับงานด้านกฎหมายได้ กลายเป็นกำลังสำคัญขององค์กร การเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เข้ามาฝึกงาน จึงเป็นการเตรียมบุคลากรคุณภาพให้พร้อมรองรับตลาดแรงงานและภาคธุรกิจที่กำลังเติบโตในอนาคต

ทนายอาร์มยังได้ฝากข้อคิดถึงนักศึกษาทุกคนว่า “การฝึกงาน คือ การได้ทำงานจริง” ซึ่งเป็นโอกาสอันมีค่า เพราะนอกจากจะได้เรียนรู้เนื้องานแล้ว ยังได้เรียนรู้วัฒนธรรมองค์กร การทำงานร่วมกับผู้อื่น ระบบการทำงานในสำนักงาน การบริหารเวลา การรับผิดชอบต่อหน้าที่ ตลอดจนการปรับตัวกับสภาพแวดล้อมในการทำงานจริง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นประสบการณ์ที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันและความพร้อมก่อนก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างมั่นใจ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์เชื่อมั่นว่าการลงทุนในการพัฒนาคนรุ่นใหม่ คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสร้างบุคลากรคุณภาพให้กับสังคมและวิชาชีพกฎหมายในอนาคต

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ เยือนบริษัท เหย้าเหย้า อินโฟร์ เทค (ไทยแลนด์) จำกัด ที่ปรึกษากฎหมายคู่ธุรกิจ วางแผนก่อนเกิดปัญหา

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา นายธนิภัทร มะโนภักดิ์ ตัวแทนจากสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ในฐานะที่ปรึกษากฎหมายของ บริษัท เหย้าเหย้า อินโฟร์ เทค (ไทยแลนด์) จำกัด ได้เดินทางเข้าพบผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของบริษัทเพื่อให้คำปรึกษาด้านกฎหมายเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล พร้อมด้วย นางสาวอัมพร ใจสดใส นักศึกษาฝึกประสบการณ์จากคณะศิลปศาสตร์ สาขาภาษาและวัฒนธรรมจีน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่เป็นล่ามภาษาจีนในการสื่อสารระหว่างทั้งสองฝ่าย ทำให้การหารือเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

การเข้าพบในครั้งนี้ได้มีการให้คำปรึกษาในประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการเลิกจ้างพนักงาน รวมถึงการทบทวนและแก้ไขระเบียบข้อบังคับของบริษัทให้สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจและกฎหมายแรงงานไทย นอกจากนี้ ในช่วงบ่ายยังได้ร่วมพูดคุยถึงแนวทางการกำหนดค่าจ้างและการบริหารจัดการพนักงานไลฟ์สด เพื่อให้การดำเนินงานของบริษัทเป็นไปอย่างเหมาะสม ลดความเสี่ยงในการเกิดข้อพิพาทด้านแรงงานในอนาคต

บรรยากาศการทำงานเป็นไปด้วยความอบอุ่นและได้รับการต้อนรับจากผู้บริหารของบริษัทเป็นอย่างดียิ่ง สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์กับลูกค้าในฐานะที่ปรึกษากฎหมายประจำบริษัท ซึ่งให้ความสำคัญกับการวางแผนทางกฎหมายควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจ ไม่ใช่รอให้เกิดข้อพิพาทแล้วจึงค่อยหาทางแก้ไข

บริษัท เหย้าเหย้า อินโฟร์ เทค (ไทยแลนด์) จำกัด ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างขององค์กรที่ให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงทางกฎหมาย โดยเลือกปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายก่อนการตัดสินใจในทุกประเด็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นด้านแรงงาน การบริหารบุคลากร หรือการกำหนดนโยบายภายในองค์กร แนวทางดังกล่าวช่วยให้องค์กรสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นใจ ลดความเสี่ยงจากปัญหาทางกฎหมาย และเป็นแนวทางที่หลายองค์กรควรนำไปปรับใช้เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต

Line @ คลิก! โทรหาเรา คลิก!