ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ จากข้อเสนอหลักพัน สู่คำพิพากษาที่ผู้เสียหายได้รับค่าเสียหายกว่า 10 เท่า

เมื่อเกิดอุบัติเหตุจนรถยนต์ได้รับความเสียหาย สิ่งที่ผู้เสียหายต้องเผชิญไม่ได้มีเพียงค่าซ่อมรถเท่านั้น แต่ยังอาจมีค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ ในช่วงที่รถไม่สามารถนำมาใช้งานได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม ผู้เสียหายจำนวนไม่น้อยอาจไม่ทราบว่าตนเองสามารถเรียกร้องความเสียหายในส่วนนี้ได้อย่างไร หรือควรเรียกร้องเป็นจำนวนเท่าใด จึงมักปล่อยให้บริษัทประกันภัยของฝ่ายที่เกี่ยวข้องเป็นผู้เสนอจำนวนเงินให้ โดยไม่ได้ตรวจสอบว่าข้อเสนอนั้นสอดคล้องกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงหรือไม่

จากข้อเสนอหลักพัน สู้การปรึกษาทนายดำเนินคดี

กรณีตัวอย่างนี้ ผู้เสียหายประสบอุบัติเหตุจนรถยนต์ได้รับความเสียหาย และพยายามดำเนินการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนกับบริษัทประกันภัยของคู่กรณีด้วยตนเอง หลังจากยื่นเรื่องแล้ว บริษัทประกันภัยเสนอชดใช้ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถเพียง 7,xxx บาท ซึ่งผู้เสียหายเห็นว่าไม่สอดคล้องกับความเสียหายที่ได้รับ

ด้วยเหตุนี้ ผู้เสียหายจึงค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมทางอินเทอร์เน็ต จนพบช่อง YouTube ของ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ และรับชมเนื้อหาที่ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ อธิบายเกี่ยวกับการเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ โดยประเด็นสำคัญคือ จำนวน 500 บาทต่อวันไม่ควรถูกเข้าใจว่าเป็นจำนวนสูงสุดที่ผู้เสียหายจะเรียกร้องได้ แต่การเรียกร้องจริงต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์ ข้อเท็จจริง และหลักฐานของแต่ละกรณี

ไม่รู้กฎหมาย ไม่ได้แปลว่าต้องยอมรับข้อเสนอ

หลังจากพูดคุยกับทนายอาร์ม ผู้เสียหายจึงตัดสินใจมอบหมายให้สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ดำเนินการ เนื่องจากเห็นว่าการดำเนินเรื่องด้วยตัวเองอาจมีข้อจำกัดทั้งในด้านความรู้กฎหมาย การประเมินความเสียหาย และการเจรจากับบริษัทประกันภัย

ประเด็นสำคัญคือ ผู้เสียหายไม่ควรคิดว่าเมื่อบริษัทประกันภัยเสนอเงินจำนวนหนึ่งแล้ว จะต้องยอมรับตามนั้นทันที เพราะก่อนตัดสินใจควรตรวจสอบก่อนว่าค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ ที่เกิดขึ้นจริงมีจำนวนเท่าใด มีหลักฐานอะไรสนับสนุน และข้อเสนอที่ได้รับมีเงื่อนไขหรือเอกสารใดที่อาจส่งผลต่อสิทธิในการเรียกร้องส่วนอื่นหรือไม่

โดยเฉพาะหากมีการเสนอให้ลงนามในเอกสารเพื่อยุติข้อเรียกร้อง ผู้เสียหายควรอ่านรายละเอียดอย่างรอบคอบ และหากไม่เข้าใจควรขอคำปรึกษาทางกฎหมายก่อนตัดสินใจ

ผลคดี ศาลมีคำพิพากษาให้ประกันภัยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน

เมื่อสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย คดีดังกล่าวได้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาล และในที่สุดมีคำพิพากษาให้บริษัทประกันภัยในฐานะจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหายจำนวน 87,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี และมีคำสั่งให้จำเลยร่วมกันหรือแทนกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ไม่เกิน 67,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี

นอกจากนี้ ศาลยังมีคำสั่งให้จำเลยชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท และค่าใช้จ่ายในคดี 5,000 บาท ตามรายละเอียดในคำพิพากษาของคดีดังกล่าว

กรณีนี้ยังมีประเด็นสำคัญคือ ศาลให้ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถตามจำนวนที่โจทก์เรียกร้อง และกำหนดค่าเสื่อมราคา 20,000 บาท ส่งผลให้จำนวนเงินที่ผู้เสียหายได้รับแตกต่างจากข้อเสนอเริ่มต้น 7,500 บาทอย่างมีนัยสำคัญ

ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ ต้องดูข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี

สิ่งที่ควรทำความเข้าใจคือ กรณีตัวอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าผู้เสียหายทุกรายจะต้องได้รับเงินจำนวนเท่ากัน เพราะการเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของแต่ละคดี เช่น ลักษณะรถ ระยะเวลาที่ไม่สามารถใช้รถ ระยะเวลาการซ่อม ความจำเป็นในการใช้รถ และเอกสารที่เกี่ยวข้อง

ดังนั้น หากบริษัทประกันภัยเสนอเงินจำนวนหนึ่ง ผู้เสียหายควรตรวจสอบก่อนว่าจำนวนดังกล่าวคำนวณจากอะไร และมีเหตุผลรองรับเพียงใด การมีหลักฐานเกี่ยวกับระยะเวลาซ่อม ใบรับรถเข้าอู่ ใบเสร็จ ค่าเดินทาง หรือหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง อาจมีความสำคัญต่อการพิจารณาความเสียหาย

นอกจากนี้ หากมีความเสียหายส่วนอื่น เช่น ค่าเสื่อมราคา ก็ต้องแยกพิจารณาตามข้อเท็จจริงและสิทธิที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรเหมารวมว่าทุกความเสียหายเป็นเพียงค่าซ่อมรถเท่านั้น

อย่ากลัวการใช้สิทธิทางกฎหมาย

จากกรณีนี้ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ ต้องการฝากถึงผู้เสียหายว่า การไม่รู้กฎหมายไม่ใช่เรื่องผิด แต่สิ่งสำคัญคือเมื่อเกิดความเสียหายแล้ว ไม่ควรรีบยอมรับข้อเสนอโดยที่ยังไม่เข้าใจสิทธิของตัวเองอย่างครบถ้วน

อุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน และเมื่อเกิดเหตุขึ้น ผู้เสียหายอาจต้องติดต่อกับบริษัทประกันภัยที่มีเจ้าหน้าที่และกระบวนการทำงานด้านสินไหมเป็นระบบ ดังนั้น ผู้บริโภคจึงควรศึกษาสิทธิของตนเอง เก็บหลักฐานตั้งแต่เริ่มเกิดเหตุ และหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับข้อเสนอหรือเอกสารที่ต้องลงนาม การปรึกษาทนายความก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการทำความเข้าใจสิทธิและแนวทางดำเนินการ

ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถจึงไม่ใช่เรื่องที่ผู้เสียหายควรมองข้าม เพราะในบางกรณีความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงอาจมีรายละเอียดมากกว่าตัวเลขที่ได้รับการเสนอในครั้งแรก กรณีตัวอย่างนี้จึงเป็นอีกหนึ่งบทเรียนสำคัญว่า ก่อนจะตัดสินใจรับข้อเสนอจากบริษัทประกันภัย ควรตรวจสอบสิทธิและข้อเท็จจริงให้รอบคอบ

หากคุณกำลังประสบอุบัติเหตุ รถได้รับความเสียหาย และต้องการเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับข้อเสนอค่าสินไหมทดแทนสามารถปรึกษาทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ เพื่อประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางทางกฎหมายได้ทันที

รู้สิทธิ รู้กฎหมาย รู้ทันการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน – ปรึกษาสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

คลิก >> ติดต่อเรา <<

Line @ คลิก! โทรหาเรา คลิก!