ถูกจับกุมตัวต้องเผชิญกับปัญหาทางกฎหมายเพียงลำพัง ปรึกษาเรา พร้อมให้บริการภายใน 24 ชม.

บริการทนายความให้คำปรึกษาและดำเนินการกรณีถูกจับกุมตัวภายใน 24 ชั่วโมง

เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่ถูกจับกุมตัว ไม่ว่าจะเป็นคดีเล็กหรือใหญ่ การมี ทนายความที่พร้อมให้บริการทันที เป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะช่วยประกันตัวเพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหาได้รับอิสรภาพชั่วคราวแล้ว ยังช่วยปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของผู้ถูกกล่าวหาในกระบวนการยุติธรรม

เหตุใดจึงควรมีทนายความทันทีที่ถูกจับกุม?

1. การปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐาน

เมื่อถูกจับกุม ผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิตามกฎหมาย เช่น สิทธิในการไม่ให้การที่อาจทำให้ตนเองเสียหาย หรือสิทธิในการมีทนายความเข้าร่วมฟังการสอบสวน แต่ในความเป็นจริง ผู้ถูกกล่าวหาหลายคนอาจไม่ทราบสิทธิของตนเอง หรือถูกกดดันในกระบวนการสอบสวน การมีทนายความเข้าร่วมตั้งแต่เริ่มต้นจะสามารถให้การปฏิบัติต่อผู้ถูกกล่าวหาเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

2. ลดความเสี่ยงจากการให้การผิดพลาด

ในสถานการณ์ที่ตึงเครียด ผู้ถูกกล่าวหาอาจตกใจและให้การผิดพลาด ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อคดีในระยะยาว ทนายความสามารถให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการให้การที่เหมาะสม รวมถึงตรวจสอบคำถามของเจ้าหน้าที่สอบสวนว่าเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่

3. การประกันตัวเพื่อรักษาอิสรภาพชั่วคราว

การประกันตัวเป็นสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา แต่กระบวนการและเงื่อนไขในการประกันตัวอาจซับซ้อน ทนายความสามารถดำเนินการเรื่องเอกสาร ประสานงานกับศาล หรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และสามารถให้ผู้ถูกกล่าวหาได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวอย่างรวดเร็ว

เพราะเวลาไม่เคยรอใคร หากถูกจับกุมตัวเรียกใช้บริการทนายความ 24 ชั่วโมง 

สำนักงานกฎหมายของเราตระหนักดีว่า การถูกจับกุมตัวสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลา ไม่ว่าจะเป็นเวลากลางวันหรือกลางคืน การรอความช่วยเหลือจึงไม่ควรเป็นเรื่องที่ล่าช้า เพราะทุกนาทีที่ผ่านไปอาจส่งผลต่อสิทธิและความปลอดภัยของผู้ถูกกล่าวหา

บริการของเรา

ทีมทนายความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง
เรามีทีมงานที่พร้อมตอบรับการแจ้งเหตุทันที ไม่ว่าผู้ถูกกล่าวหาจะอยู่ที่สถานีตำรวจ หรือพื้นที่ใดก็ตาม เราจะรีบเดินทางไปยังสถานที่เกิดเหตุภายในเวลาที่รวดเร็วที่สุด

    การให้คำปรึกษาและแนะนำทันที
    เมื่อถูกจับกุม ผู้ถูกกล่าวหาอาจไม่รู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง ทนายความของเราจะให้คำปรึกษาเกี่ยวกับสิทธิและขั้นตอนต่าง ๆ พร้อมวางแผนการดำเนินการในคดี

    ดำเนินการในการประกันตัว
    เราดำเนินการเรื่องการยื่นขอประกันตัวอย่างมืออาชีพ เพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหาได้รับอิสรภาพชั่วคราวโดยเร็วที่สุด

    การเตรียมคดีและต่อสู้ในชั้นศาล
    หลังจากได้รับการประกันตัว ทีมทนายความของเราจะดำเนินการตรวจสอบพยานหลักฐานและวางแผนกลยุทธ์ในคดี เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ถูกกล่าวหาจะได้รับการปกป้องสิทธิและความยุติธรรมอย่างเต็มที่

    ความสำคัญของการประกันตัว

    การประกันตัวไม่ได้เป็นเพียงการให้ผู้ถูกกล่าวหาได้รับอิสรภาพชั่วคราวเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อกระบวนการดำเนินคดีในหลายมิติ เช่น

    1. การเตรียมตัวสำหรับการสู้คดี
    เมื่อผู้ถูกกล่าวหาได้รับการประกันตัว จะมีเวลามากขึ้นในการรวบรวมพยานหลักฐานและปรึกษาทนายความอย่างเต็มที่ ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการสู้คดีให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

    2. ลดผลกระทบทางจิตใจและสังคม
    การถูกคุมขังอาจส่งผลต่อสภาพจิตใจของผู้ถูกกล่าวหา และอาจทำให้คนรอบข้างมองในแง่ลบ การได้รับการประกันตัวช่วยลดผลกระทบเหล่านี้ได้

    3. รักษาความสัมพันธ์ในครอบครัวและงาน
    การถูกกักขังอาจทำให้ผู้ถูกกล่าวหาสูญเสียรายได้หรือตำแหน่งงาน และอาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ในครอบครัว การได้รับการประกันตัวช่วยลดปัญหาเหล่านี้ได้

    ทำไมต้องเลือกใช้บริการเราเมื่อถูกจับกุมตัว

    -ความเชี่ยวชาญในกฎหมาย
    ทีมทนายความของเรามีประสบการณ์ในการจัดการคดีหลากหลายรูปแบบ ทั้งคดีอาญา คดีแพ่ง และคดีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ

    -ความพร้อมในการบริการ
    ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน หรือถูกจับกุมในเวลาใด เรามีทีมงานพร้อมเข้าดำเนินการทุกสถานการณ์

    -ดำเนินการด้วยความโปร่งใสและซื่อสัตย์
    เราให้คำปรึกษาที่ตรงไปตรงมา พร้อมอธิบายขั้นตอนการดำเนินงานต่าง ๆ อย่างละเอียด

    เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่ถูกจับกุมตัว การมีทนายความที่พร้อมให้บริการทันทีเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะนอกจากจะช่วยปกป้องสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาแล้ว ยังช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นทั้งในด้านจิตใจ สังคม และการดำเนินชีวิต

    อย่าปล่อยให้ตัวเองหรือคนที่คุณรักเผชิญกับปัญหาทางกฎหมายเพียงลำพัง หากคุณต้องการทนายความสำหรับประกันตัวด่วน ทีมทนายความของเราพร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ติดต่อเราได้ทันที แล้วเราจะพาคุณก้าวผ่านสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ไปด้วยกัน

    “ยักยอก” หรือ “ลักทรัพย์” ต่างกันอย่างไร? มีโทษทางกฎหมายอย่างไร?

    ในวงการธุรกิจ กรณีการขโมยทรัพย์สินหรือการฉ้อโกงมักเกิดขึ้นโดยเฉพาะภายในองค์กร และเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่กรรมการหรือบุคลากรแอบถอนเงินจากบริษัทโดยไม่ได้รับอนุญาต สิ่งที่ต้องพิจารณาคือการกระทำนั้นเข้าข่าย “ยักยอก” หรือ “ลักทรัพย์” ซึ่งทั้งสองการกระทำนี้มีความแตกต่างกันทั้งในด้านการกระทำและโทษทางกฎหมาย วันนี้สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์จะมาไขข้อข้องใจนี้กัน

    ความหมายของการยักยอกและลักทรัพย์

    1. ยักยอก

       การยักยอกทรัพย์ คือการที่บุคคลที่มีสิทธิ์ครอบครองทรัพย์นั้นอยู่ก่อน เช่น ผู้ดูแลทรัพย์สิน กรรมการบริษัท หรือลูกจ้าง แอบนำทรัพย์ของบริษัทไปใช้เป็นของตนเองโดยไม่ได้รับอนุญาต แม้ว่าในเบื้องต้นบุคคลนั้นจะได้รับความไว้วางใจในการจัดการหรือครอบครองทรัพย์สินอยู่แล้ว แต่การกระทำนี้ยังถือว่ามีเจตนาทุจริตและผิดกฎหมาย

    2. ลักทรัพย์

       การลักทรัพย์ คือการแอบขโมยหรือแอบนำทรัพย์สินของบุคคลอื่นไปโดยที่ไม่มีสิทธิ์ครอบครองทรัพย์นั้นอยู่ก่อน เช่น การลักขโมยของที่อยู่ในร้านค้า หรือนำสิ่งของของผู้อื่นมาเป็นของตน การลักทรัพย์มักเกิดจากการแอบเข้าไปในพื้นที่โดยไม่มีสิทธิ์และไม่ได้รับความไว้วางใจในการครอบครองทรัพย์นั้น ๆ

    ความแตกต่างระหว่าง “ยักยอก” กับ “ลักทรัพย์”
    -สถานการณ์ครอบครองทรัพย์สิน : ในการยักยอก ผู้กระทำมีสิทธิ์ครอบครองทรัพย์สินอยู่ก่อน แต่แอบนำไปเป็นของตนโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะที่การลักทรัพย์ ผู้กระทำไม่มีสิทธิ์ครอบครองทรัพย์สินนั้นเลย

    -การกระทำ : การยักยอกเกิดจากความไว้วางใจแต่ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด ส่วนการลักทรัพย์เป็นการขโมยที่ไม่เกี่ยวกับการได้รับความไว้วางใจแต่อย่างใด

    โทษทางกฎหมายของการยักยอกและลักทรัพย์

    1. โทษของการยักยอก 

       ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 การยักยอกมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่หากเป็นการยักยอกทรัพย์ที่ได้รับไว้ตามหน้าที่หรืออาชีพ เช่น กรรมการบริษัท ผู้จัดการ หรือผู้ดูแลทรัพย์สิน โทษจะรุนแรงขึ้นตามมาตรา 353 คือจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

    2. โทษของการลักทรัพย์

       ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 การลักทรัพย์มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่หากการลักทรัพย์เกิดขึ้นในสถานการณ์หรือสถานที่พิเศษ เช่น ในเวลากลางคืนหรือในบ้านเรือน จะมีการเพิ่มโทษตามมาตรา 335 ซึ่งโทษสูงสุดอาจเพิ่มขึ้นได้ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

    กรณีมีคนแอบถอนเงินบริษัทโดยไม่ได้รับอนุญาตจะมีผลทางกฎหมายอย่างไร?

    เมื่อเกิดกรณีที่หนึ่งในกรรมการบริษัทซึ่งมีสิทธิ์จัดการทรัพย์สินของบริษัทแอบถอนเงินออกมาโดยที่บริษัทไม่ได้รับทราบและไม่ได้อนุญาต การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายเป็นการ ยักยอกทรัพย์ มากกว่าลักทรัพย์ เนื่องจากกรรมการมีสิทธิ์ในการจัดการทรัพย์สินของบริษัทอยู่ก่อนแล้ว แต่เจตนาในการนำเงินออกมาใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและแสดงเจตนาทุจริต

    การกระทำเช่นนี้ถือว่ามีความผิดฐานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353 เพราะกรรมการบริษัทมีหน้าที่รับผิดชอบต่อทรัพย์สินของบริษัทอยู่แล้ว การที่นำทรัพย์สินออกมาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากบริษัทหรือเจ้าของผู้ถือหุ้นอื่นๆ จึงถือเป็นการกระทำทุจริต ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ ยังอาจส่งผลให้กรรมการถูกปลดออกจากตำแหน่งและถูกเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งเพิ่มเติมได้อีกด้วย

    วิธีป้องกันปัญหาการยักยอกหรือการทุจริตในองค์กร


    1. การกำหนดระบบตรวจสอบภายในที่เข้มงวด : การมีระบบตรวจสอบภายในที่เข้มงวดช่วยลดโอกาสที่พนักงานหรือกรรมการบริษัทจะทุจริตได้ การกำหนดขั้นตอนอนุมัติการเบิกถอนเงินอย่างละเอียดจะช่วยให้บริษัททราบการเคลื่อนไหวของทรัพย์สินได้ตลอดเวลา

    2. การกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงทรัพย์สินให้ชัดเจน : การกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงบัญชีและทรัพย์สินให้ชัดเจน เช่น การกำหนดให้ต้องมีการอนุมัติจากคณะกรรมการหรือตัวแทนทางกฎหมายก่อนการถอนเงินจะช่วยลดความเสี่ยงในการยักยอก

    3. การตรวจสอบและติดตามการใช้ทรัพย์สินของบริษัท : การติดตามการใช้งานทรัพย์สินอย่างต่อเนื่อง การจัดทำรายงานการใช้ทรัพย์สินเป็นประจำจะทำให้ทราบการเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติได้ทันที

    4. การตรวจสอบบัญชีและรายงานทางการเงินโดยบริษัทภายนอก : การใช้บริการตรวจสอบบัญชีจากบริษัทภายนอกช่วยให้เกิดความโปร่งใสและเพิ่มความน่าเชื่อถือแก่ข้อมูลทางการเงินของบริษัท

    สรุปแล้วการกระทำทุจริตในองค์กรเป็นสิ่งที่ทุกบริษัทควรให้ความสำคัญ การเข้าใจความแตกต่างระหว่างการยักยอกและลักทรัพย์จะช่วยให้สามารถระบุลักษณะความผิดได้ชัดเจนและดำเนินคดีได้อย่างถูกต้อง กรณีที่กรรมการบริษัทถอนเงินออกไปโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นถือเป็นการยักยอก ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

    การป้องกันการทุจริตในองค์กรสามารถทำได้ผ่านการกำหนดนโยบายการตรวจสอบและการจัดการทรัพย์สินอย่างเข้มงวด หากเกิดกรณีทุจริต การดำเนินคดีและการเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งจึงเป็นแนวทางสำคัญในการปกป้องสิทธิ์ขององค์กร หากสงสัยว่ากำลังมีผู้ไม่หวังดีกำลังทุจริตองค์กรอยู่ควรมีทนายที่ปรึกษาดีที่สุด >>ติดต่อเรา<< 

    ทนายความสำคัญอย่างไร ปรึกษาทนายฟรี กับ ทนายเอกชน แบบไหนดีกว่ากัน?

    Cover ปรึกษาทนายฟรี -1

    อาชีพทนายความถือว่ามีความสำคัญและมีบทบาทอย่างมากในสังคม เนื่องจากหน้าที่ของพวกเขาเกี่ยวข้องกับการปกป้องสิทธิและการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่บุคคลหรือองค์กรต่าง ๆ ทนายความจึงจะต้องสอบเพื่อให้ได้รับใบอนุญาตประกอบอาชีพทนายความจากสภาทนายความเสียก่อน จึงจะสามารถประกอบอาชีพทนายความได้ ซึ่งทนายความเป็นผู้ที่ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายมีหน้าที่ให้คำแนะนำ คำปรึกษา และดำเนินการทางกฎหมายให้กับบุคคลหรือองค์กรณ์ โดยหลักอาชีพทนายความมีหน้าที่ดังต่อไปนี้

     1. ให้คำปรึกษาทางกฎหมาย

    ทนายความมีหน้าที่ช่วยให้คำแนะนำบุคคลหรือองค์กร เกี่ยวกับข้อกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ หรือกรณีที่เกี่ยวข้องกับข้อกฎหมายเกิดขึ้น เพื่อให้ดำเนินไปในแนวทางที่ถูกต้อง ทำให้บุคคลหรือองค์กรเข้าใจถึงสิทธิและหน้าที่ของตนเองตามกฎหมาย

    2. ปกป้องสิทธิในศาล

    เป็นตัวแทนของลูกความในขั้นตอนกระบวนการทางศาล มีหน้าที่ปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของลูกความ เพราะทนายความเป็นผู้มีความรู้และทักษะในด้านการจัดการรวบรวมหลักฐาน การสืบพยาน และการโต้แย้งในศาล เพราะกระบวนการการดำเนินการในศาลนั้นมีขั้นตอนที่ค่อนข้างซับซ้อน จะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ในด้านกฎหมายอย่างทนายจึงจะสามารถดำเนินการขั้นตอนแหล่านี้ได้อย่างถูกต้อง

    3. การเจรจาและการต่อรอง

    ทนายความมีหน้าที่ช่วยลูกค้าในการเจรจาและต่อรองข้อตกลงต่าง ๆ ที่เป็นเอกสารที่มีผลทางด้านกฎหมาย หรือข้อตกลงภายในสัญญาเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของลูกค้าจากสัญญาหรือข้อตกลงให้ได้มากที่สุด อาทิเช่น ข้อตกลงทางธุรกิจ ข้อตกลงการหย่าร้าง หรือข้อตกลงทางการค้า เป็นต้น

    4. การร่างเอกสารทางกฎหมาย

    เนื่องจากทนายความเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องของข้อกฎหมาย ทนายความจึงสามารถช่วยจัดทำและตรวจสอบเอกสารสำคัญๆ ต่าง เช่น สัญญา พินัยกรรม หรือข้อตกลงทางกฎหมายต่าง ๆ เพื่อความครอบคลุมในด้านของข้อกฎหมายให้ไม่มีความคลุมเครือ เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นไปตามกฎหมายและปกป้องสิทธิของลูกค้าอย่างเต็มที่ 

    5. การแก้ไขปัญหาทางกฎหมาย

    เมื่อมีข้อพิพาทหรือความขัดแย้งทางกฎหมายเกิดขึ้น หรือลูกค้าอาจมีปัญหาในด้านของกฎหมายอย่างใดอย่างหนึ่ง ทนายความมีหน้าที่ช่วยให้คำแนะนำทางเลือกและหาวิธีการแก้ไขที่เหมาะสมและถูกต้องในทางกฎหมาย เพื่อยุติหรือระงับปัญหาข้อพิพาท ข้อขัดแย้งเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด

    6. การรักษาความยุติธรรม

    เมื่อทนายความเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถในเรื่องของกฎหมายแล้ว ดังนั้นอาชีพทนายความจึงเป็นอาชีพที่เข้าใจข้อกฎหมายต่างๆ มากกว่าบุคคลทั่วไป ทนายความจึงมีบทบาทในการรักษาความยุติธรรมในสังคม ช่วยให้กฎหมายถูกบังคับใช้อย่างถูกต้องและเป็นธรรมกับทุกคน

    Cover ปรึกษาทนายฟรี 2

    ทนายเพื่อประชาชนฟรีคืออะไร? ปรึกษาทนายฟรีได้ที่ไหนบ้าง?

    ทนายเพื่อประชาชนฟรี คือทนายความที่ให้คำปรึกษาด้านกฎหมายแบบฟรีๆ ไม่มีค่าใช้จ่าย หรือที่หลายคนอาจคุ้นเคยกับคำว่า “ทนายอาสาคลายทุกข์” ที่จะต้องติดต่อผ่านสภาทนายความ โดยทนายอาสานั้นจะนั่งเวรให้คำปรึกษาประจำอยู่ที่สภาทนายความ หรือศาล ตามที่สภาทนายความได้มอบหมาย เพื่อให้บริการคอยให้คำปรึกษาในเรื่องของข้อกฎหมายฟรีแก่ประชาชนผู้ที่มีปัญหาในเรื่องของค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างทนายความ และผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมเท่านั้น ซึ่งจะมีเกณฑ์การพิจารณาเป็นรายบุคคลไป โดยสามารถขอเข้ารับคำปรึกษาได้ดังนี้

    1. สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ 

    อย่างที่เราอธิบายไปข้างต้นกรณีทนายอาสาคลายทุกข์ เป็นทนายความที่ให้คำปรึกษาด้านกฎหมายฟรี โดยคุณจะต้องติดต่อผ่านสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อให้ทางสภาทนายความพิจารณาว่าคุณเข้าเกณฑ์การพิจารณาสำหรับการได้รับบริการทนายเพื่อประชาชนฟรีคือ ต้องเป็นคนยากไร้ ไม่มีเงินจ้างทนาย และไม่ได้รับความเป็นธรรม ซึ่งปัจจุบันสภาทนายความได้เปิดช่องทางใหม่ให้ประชาชนได้ปรึกษาปัญหากฎหมายฟรีผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ช่วงเวลา 8:30-16:30 น. ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ

    2. สำนักงานช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา 

    เพื่อให้ประชาชนได้รับความยุติธรรมตามกฎหมายอย่างเสมอภาคกัน สำนักงานช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา (ส.ช.น.) จัดให้มีทนายอาสาคอยให้คำปรึกษาทุกวันในเวลาราชการ 8:30-16:30 น. โดยสามารถมาขอรับคำปรึกษาด้วยตนเองที่อาคารอาคารของเนติบัณฑิตยสภาชั้น 1 หรือติดต่อทางโทรศัพท์ 02-887-6801-7 ต่อ 104, 108, 109 หรือ 02-887-6811

    3. ศูนย์ดำรงธรรมกระทรวงมหาดไทย 

    เพิ่มโอกาสให้ผู้มีรายได้น้อยทุกพื้นที่ของประเทศไทยได้รับความเป็นธรรมเช่นกัน ศูนย์ดำรงธรรมได้จัดตั้งขึ้นในศาลากลางจังหวัดของทุกจังหวัด หรือสามารถติดต่อผ่านสายด่วน 1567 โทรฟรีได้ตลอด 24 ชั่วโมง ศูนย์ดำรงธรรมเป็นหน่วยงานที่คอยรับเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ ความเดือดร้อน หรือไม่ได้รับความเป็นธรรมจากประชาชน อีกทั้งยังให้บริการประชาชนในด้านอื่น ๆ เป็นบริการที่ให้บริการทางกฎหมายเบ็ดเสร็จภายในหน่วยงานเดียว

    Cover ปรึกษาทนายฟรี 3

    ปรึกษาทนายฟรี กับ ทนายเอกชน แบบไหนดีกว่ากัน?

    การเลือกใช้บริการทนายความเพื่อให้คำปรึกษาในด้านของกฎหมายนั้นสามารถเลือกได้ตามความสะดวก หรือตามกำลังความสามารถของตนเอง หากท่านงบน้อยก็สามารถขอคำปรึกษาหรือใช้บริการกับทนายอาสาที่คอยให้คำปรึกษาฟรีได้ที่ สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์, สำนักงานช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา และศูนย์ดำรงธรรมกระทรวงมหาดไทย แต่หากท่านใดมีกำลังทรัพย์พอที่จะว่าจ้างทนายความเอกชน ท่านก็สามารถเลือกใช้บริการสำนักงานกฎหมายเอกชนที่ท่านวางใจ หรือเชื่อถือได้ ซึ่งหากเลือกใช้บริการทนายความจากบริษัทเอกชนท่านจะได้การให้บริการอย่างเต็มที่ในทุกขั้นตอน เพราะหากเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐอาจมีเคสจำนวนมากทำให้บางครั้งอาจไม่สามารถทำงานให้ท่านได้อย่างเต็มที่เท่าที่ควร การเลือกใช้บริการทนายความจากเอกชนอาจมีข้อดีในเรื่องของการทำงานให้ได้อย่างเต็มที่มากกว่า

    Cover ปรึกษาทนายฟรี 4

    ทำไมควรเลือกใช้บริการ “สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์”

    ความสะดวกสบาย บริการจากสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ของเรา ให้บริการและดำเนินการให้คุณในทุกขั้นตอนโดยที่คุณไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปเดินเรื่องเองทุกอย่าง ที่นี่เรามีทีมทนายความมากด้วยประสบการณ์คอยให้บริการคุณไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน เราพร้อมบริการทั่วราชอาณาจักร

    เดินเรื่องรวดเร็วว่องไว ทีมทนายของเราดำเนินเรื่องอย่างรวดเร็วว่องไว ตั้งแต่คุณให้ความไว้วางใจเลือกเข้ามาปรึกษา ขอให้คุณมั่นใจได้เลยว่าเราจะคอยอัพเดทขั้นตอนการทำงานให้ทราบอย่างสม่ำเสมอ

    ชัดเจน จริงใจ และตรงไปตรงมา ที่นี่เราให้คำปรึกษาอย่างชัดเจนจริงใจและตรงไปตรงมาเสมอ เพื่อให้คุณรู้สึกมั่นใจได้ว่าำนักงานของเรานั้นเต็มไปด้วยทนายความที่มากประสบการณ์ และมีเทคนิควิธีการเฉพาะตัวในการทำคดีที่แตกต่างกันด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน 

    ไปศาลแค่ครั้งเดียว เมื่อเลือกใช้บริการกับสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ คุณไม่ต้องกังวลว่าจะต้องเสียเวลาในการเดินทางไปขึ้นศาลหลาย ๆ ครั้ง เพราะที่นี่คุณมีหน้าที่ไปศาลเพียงแค่ครั้งเดียว นอกจากนั้นกระบวนการอื่น ๆ ทีมทนายความของเราจะเป็นผู้ดูแลและดำเนินการให้ทุกอย่าง คุณรอแค่เพียงเวลาไปศาลเท่านั้น

    แต่ถึงแม้ว่าจะมีหน่วยงานของรัฐที่คอยให้คำปรึกษาปัญหาเกี่ยวกับกฎหมายให้ฟรี แต่อย่างไรเสีย ทนายความอาสาก็อาจไม่สามารถให้ความช่วยเหลือได้อย่างเต็มที่หรือครอบคลุม บางครั้งเราอาจจำเป็นต้องใช้บริการทนายความเอกชนซึ่งให้บริการได้อย่างเต็มกำลังมากกว่าเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายบางส่วนก็ยังถือว่าคุ้มค่ากับการลงทุน หากท่านไหนที่กำลังมีปัญหาหรืออยากปรึกษาเกี่ยวกับข้อกฎหมายด้านใด สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ยินดีพร้อมให้บริการด้วยทนายความมืออาชีพที่มากไปด้วยประสบการณ์ เราจะดำเนินการให้ท่านทุกขั้นตอนด้วยความเป็นมืออาชีพที่สุด ติดต่อเรา

    คดียักยอกทรัพย์เป็นอย่างไร? แบบไหนถึงเรียกว่าเข้าข่าย “ยักยอกทรัพย์”

    คดียักยอกทรัพย์ copy

    คดียักยอกทรัพย์ คือคดีความที่โจทก์ทำการฟ้องจำเลยในฐานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 352 หลักว่า “ผู้ใดครอบครองทรัพย์ของผู้อื่น หรือซึ่งผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย เบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือบุคคลที่สามโดยทุจริต ผู้นั้นกระทำความผิดฐานยักยอก จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” แต่หากทรัพย์นั้นอยู่ในความครอบครองของผู้กระทำผิด โดยผู้อื่นส่งมอบให้ หรือเป็นทรัพย์สินหายและผู้กระทำผิดเก็บได้ ผู้กระทำจะต้องระวางโทษเพียงกึ่งหนึ่ง

    คดียักยอกทรัพย์1 copy

    องค์ประกอบความผิดฐานยักยอกทรัพย์  

    ความผิดฐานยักยอกทรัพย์ตามมาตรา 352 สามารถแยกองค์ประกอบความผิดได้ดังนี้

    1. ครอบครอง

    การครอบครองนี้จะต้องเป็นการครอบครองอย่างแท้จริง โดยที่เจ้าของสละการครอบครองหรือส่งมอบการครอบครองทรัพย์นั้น เช่น การเช่าบ้านหากผู้เช่าบ้านเช่าพร้อมกับเฟอร์นิเจอร์ ผู้ให้เช่าบอกให้ผู้เช่าช่วยดูแลเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องเช่าด้วย เท่ากับเป็นการมอบหมายให้ผู้เช่าครอบครองเฟอร์นิเจอร์ในบ้านแล้ว หากผู้เช่าเอาเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านไปถือว่าเป็นการยักยอกทรัพย์

    แต่ถ้าหากเป็นการแค่ยึดถือเอาไว้ชั่วคราว และเจ้าของไม่ได้ทำการสละการครอบครองทรัพย์นั้น ก็จะไม่ถือว่ายักยอกทรัพย์ แต่จะเข้าข่ายเป็นการลักทรัพย์แทน เช่น การฝากของเอาไว้ชั่วคราวอย่างกระเป๋าเงิน เป็นต้น

    2. ทรัพย์ของผู้อื่น หรือที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย

    เรื่องเป็นเจ้าของทรัพย์นั้น เป็นไปตามกรรมสิทธิ์ความเป็นเจ้าของในทางแพ่ง เช่น ใครซื้อมาคนนั้นก็เป็นเจ้าของ หรือหากเป็นทรัพย์มีทะเบียน ก็ให้ดูว่าทะเบียนของทรัพย์นั้นมีชื่อใครคนนั้นก็เป็นเจ้าของ

    3. เบียดบังเอาทรัพย์เป็นของตนหรือบุคคลที่สาม

    คือการที่เราแสดงตนเป็นเจ้าของทรัพย์นั้นในลักษณะที่ตัดกรรมสิทธิ์ของเจ้าของเดิม อาจจะโดยการแปลสภาพทรัพย์นั้น ขายทรัพย์นั้นให้คนอื่น หรือเอาไปซ่อนเพื่อจะเก็บไว้ใช้เอง หรืออ้างกับคนอื่นว่าเป็นของตน หรือพูดง่ายก็คือเอาทรัพย์นั้นไปใช้ตามใจเหมือนตัวเองซื้อมาโดยไม่คิดจะคืนเจ้าของ และจะต้องมีเจตนาพิเศษหรือมูลเหตุจูงใจโดยทุจริต กล่าวคือเป็นการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น ต้องการหาประโยชน์จากสิ่งที่เรามาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายนั่นเอง

    หากองค์ประกอบที่กล่าวมาข้างต้นครบก็สามารถจ้างทนายฟ้องยักยอกทรัพย์ได้ แต่หากไม่แน่ใจหรือไม่เข้าใจเรื่องของกฎหมายสามารถหาทนายเพื่อปรึกษาก่อนได้ เมื่อเข้าข่ายการยักยอกทรัพย์ให้รวบรวมหลักฐานที่เกี่ยวกับการยักยอก เช่น เอกสารเกี่ยวกับทรัพย์ที่ถูกยักยอก เอกสารที่แสดงว่ามีการส่งมอบการครอบครองไปสู่ผู้ที่ทำการยักยอก หลักฐานที่แสดงว่าผู้กระทำนั้นเอาทรัพย์ไปเป็นของตน หรือหลักฐานอื่นๆ ที่สามารถจะรวบรวมมาได้ถ้าหากผู้เสียหายประสงค์จะฟ้อง โดยสามารถนำเอาหลักฐานที่รวบรวมมาได้นำไปปรึกษาทนายก่อนว่าหลักฐานที่มีอยู่นั้นเพียงพอในการดำเนินการฟ้องร้องยักยอกทรัพย์หรือไม่ 

    อายุความในการฟ้องร้องคดียักยอกทรัพย์

    แม้ว่าคดียักยอกทรัพย์จะเป็นคดีที่ยอมความกันได้ แต่ผู้เสียหายหรือผู้ที่ถูกยักยอกจะต้องทำการแจ้งความต่อเจ้าพนักงาน หรือฟ้องคดีต่อศาลภายในระยะเวลา 3 เดือนนับตั้งแต่รู้เรื่องการกระทำความผิดและรู้เรื่องผู้กระทำ หากไม่แจ้งความหรือแจ้งความในระยะเวลาดังกล่าวคดีก็จะหมดอายุความ และถึงแม้ว่าคดียักยอกทรัพย์จะเป็นคดีความส่วนตัวที่สามารถยอมความกันได้ แต่ทั้งนี้ต้องให้ผู้ฟ้องทำการถอนฟ้องด้วย

    คดียักยอกทรัพย์2 copy

    คดียักยอกทรัพย์ต้องฟ้องศาลไหน? ใช้หลักประกันตัวเท่าไหร่?

    ตรงนี้จะต้องดูว่าได้กระทำความผิดที่ไหน ตามหลักแล้วจะต้องฟ้องต่อศาลที่ความผิดนั้นเกิดขึ้นในเขตพื้นที่ๆ กระทำความผิด แต่ถ้าหากจำเลยมีที่อยู่หรือถูกจับกุมถูกสอบสวนนอกเขตศาลที่ความผิดเกิดขึ้น สามารถดำเนินการฟ้องในเขตพื้นที่นั้นได้เช่นกัน ส่วนวงเงินในการประกันตัวนั้น หากถูกดำเนินการแจ้งความคดียักยอกทรัพย์วงเงินในการประกันตัวนั้นขึ้นอยู่กับมูลค่าของทรัพย์สินที่ถูกยักยอกไป ซึ่งโดยปกติจะอยู่ที่ 1 ใน 3 ของความเสียหายที่ผู้เสียหายแจ้งมา แต่ทั้งนี้เงินประกันในชั้นศาลและชั้นตำรวจไม่เท่ากัน ดังนั้นควรโทรสอบถามเจ้าหน้าที่ศาลที่รับผิดชอบคดีอีกครั้ง จะได้ไม่เกิดปัญหาการประกันตัวไม่ได้

    แม้ว่าคดียักยอกทรัพย์จะเป็นคดีที่ยอมความกันได้ถึงอย่างไรก็ควรมีทนายเอาไว้คอยให้คำแนะนำ หรือคอยให้คำปรึกษาไว้จะดีที่สุด สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ เรามีทีมทนายความที่เชี่ยวชาญและมากด้วยประสบการณ์พร้อมให้บริการในทุกปัญหาในด้านของกฎหมาย หากคุณมีปัญหาต้องการคำปรึกษา หรือคำแนะนำ ติดต่อเรา

    ทนายความรับรองลายมือชื่อ (Notary Public) คืออะไร มีความสำคัญอย่างไรในด้านกฎหมาย

    ทนายความรับรองลายมือชื่อ

    ทนายความรับรองลายมือชื่อ (Notary Public) คือทนายความที่ได้รับอนุญาตจากสภาทนายความแห่งประเทศไทยให้ทำหน้าที่รับรองลายมือชื่อที่มีการลงชื่อต่อหน้าในเอกสารนั้นๆ หรือรับรองสำเนาเอกสารนั้นว่าเป็นเอกสารที่ถูกต้องแท้จริงจากต้นฉบับ หรือทำคำรับรองประเภทอื่นๆ รวมทั้งการลงชื่อในฐานะเป็นพยานในเอกสาร ซึ่งในการลงลายมือชื่อในเอกสารนั้นจะต้องทำการลงต่อหน้าทนายความเท่านั้น ทั้งนี้โดยส่วนมากแล้วจะนำเอกสารเหล่านั้นไปใช้ในต่างประเทศ หรือใช้สำหรับเดินเรื่องในสถานฑูตต่างประเทศที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย ซึ่งเอกสารบางอย่างต้องการการรับรองจากทนายความผู้ได้รับการอนุญาต การรับรองเอกสารในลักษณะนี้จะต้องดำเนินโดยทนายความที่ได้รับการฝึกอบรมและได้รับใบอนุญาตจากสภาทนายความ เรียกว่า ทนายความรับรองเอกสาร ทนายความรับรองลายเซ็น หรือทนายความรับรองลายมือชื่อ (Notarial services Attorney) เพื่อให้สามารถนำเอกสารดังกล่าวไปใช้ในต่างประเทศได้ ซึ่งเอกสารทั่วไปจะเป็นการรับรองลายเซ็น รับรองลายมือชื่อบุคคล รับรองสภาพบุคคล รับรองความเป็นอยู่ รับรองลายมือชื่อพยาน รับรองบุคคล เป็นต้น ไม่ว่าจะเป็นการรับรองเอกสารเพื่อการทำนิติกรรมในต่างประเทศ การรับรองสำเนาถูกต้องเพื่อศึกษาต่อในต่างประเทศ การรับรองสำเนาเอกสารหน่วยงานต่างๆ เพื่อทำกิจการการส่งออก เป็นต้น 

    ทนายรับรองลายมือชื่อ2

    ความสำคัญของทนายความรับรองลายมือชื่อ (Notary Public)

    ทนายความรับรองลายมือชื่อ (Notary Public) มีความสำคัญในการสร้างความน่าเชื่อถือและป้องกันการทุจริตในเอกสารทางกฎหมายและธุรกรรมต่าง ๆ เช่นการปลอมแปลงเอกสารในกระบวนการทางกฎหมาย การได้รับการแต่งตั้งเป็น ทนายความรับรองลายมือชื่อนั้นต้องมีคุณสมบัติและการฝึกอบรมที่เหมาะสมตามข้อกำหนดของสภาทนายความ ความสำคัญของทนายความรับรองลายมือชื่อ ได้แก่

    ความน่าเชื่อถือและความถูกต้องของเอกสาร: ช่วยยืนยันว่าลายเซ็นในเอกสารเป็นของบุคคลที่ระบุไว้ และเอกสารมีความถูกต้อง น่าเชื่อถือ ลดโอกาสการปลอมแปลงเอกสาร

    การป้องกันการฉ้อโกง: โดยการตรวจสอบตัวตนของผู้ลงนามและการรับรองความถูกต้องของเอกสาร ทนายความรับรองลายมือชื่อมีบทบาทสำคัญในการป้องกันการฉ้อโกงและการทุจริต

    ความปลอดภัยทางกฎหมาย: เอกสารที่ได้รับการรับรองจากทนายความรับรองลายมือชื่อ จะมีสถานะทางกฎหมายที่มั่นคง และสามารถใช้เป็นหลักฐานในศาลหรือกระบวนการทางกฎหมายอื่น ๆ

    การอำนวยความสะดวกในธุรกรรมระหว่างประเทศ: ในบางกรณีเอกสารที่ต้องใช้ในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ เช่น สัญญาซื้อขายที่ดิน สัญญาจ้างงานระหว่างประเทศ ต้องได้รับการรับรองจากทนายความรับรองลายมือชื่อเพื่อให้ได้รับการยอมรับและเป็นที่น่าเชื่อถือ

    การลดข้อพิพาททางกฎหมาย: เอกสารที่ได้รับการรับรองจากทนายความรับรองลายมือชื่อมีหลักฐานที่ชัดเจนเกี่ยวกับการลงนามและความถูกต้อง ทำให้สามารถลดข้อพิพาททางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นได้

    การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม: ช่วยให้การทำธุรกรรมทางกฎหมายที่ซับซ้อน เช่น การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ การทำสัญญาทางธุรกิจ เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

    ลักษณะงานของทนายความรับรองลายมือชื่อ (Notary Public) คือ

    1. รับรองลายเซ็นในเอกสารเพื่อยืนยันว่าลายเซ็นนั้นเป็นของผู้ที่กล่าวอ้างว่าลงนาม

    2. รับรองสำเนาถูกต้องของเอกสาร

    3. รับรองคำปฏิญาณตนและคำให้การเป็นพยาน

    4. ตรวจสอบและรับรองเอกสารทางกฎหมายต่างๆ เช่น สัญญา พินัยกรรม ฯลฯ

    ทนายรับรองลายมือชื่อ3

    สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ให้บริการด้วยทีมทนายที่มีประสบการณ์

    สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ให้บริการรับรองลายมือชื่อโดยทนายความที่มีใบอนุญาตและมีความเชี่ยวชาญในด้านกฎหมาย ทนายความของเราพร้อมที่จะให้บริการรับรองลายมือชื่อในเอกสารต่าง ๆ อย่างถูกต้องตามมาตรฐานทางกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นเอกสารสัญญา จดหมายข้อตกลง หรือเอกสารทางธุรกิจอื่น ๆ นอกจากนี้ เรายังให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเตรียมเอกสารและขั้นตอนต่าง ๆ เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าเอกสารของคุณจะถูกต้องและครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด

    ขั้นตอนการให้บริการ

    1. การปรึกษาเบื้องต้น: ลูกค้าสามารถนัดหมายเพื่อปรึกษากับทนายความของเราเกี่ยวกับเอกสารที่ต้องการรับรองลายมือชื่อได้

    2. การตรวจสอบเอกสาร: ทนายความจะทำการตรวจสอบเอกสารและลายมือชื่อเพื่อยืนยันความถูกต้อง

     3. การรับรองลายมือชื่อ: เมื่อเอกสารและลายมือชื่อได้รับการตรวจสอบแล้ว ทนายความจะทำการลงลายมือชื่อรับรองในเอกสาร

    4. การส่งมอบเอกสาร: หลังจากที่ทนายความลงลายมือชื่อรับรองแล้ว ลูกค้าจะได้รับเอกสารที่ผ่านการรับรองแล้วกลับคืนไป

    ด้วยบริการของ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ คุณสามารถมั่นใจได้ว่าเอกสารของคุณจะมีความถูกต้องและน่าเชื่อถือในเชิงกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินธุรกิจ หรือการไปเรียนต่อต่างประเทศ ตลอดจนการดำเนินการเอกสารสำคัญที่ต้องการการรับรองต่างๆ ภายในประเทศ สำนักงานของเราสามารถให้บริการครอบคลุมในทุกด้านที่คุณต้องการอย่างเชี่ยวชาญด้วยทีมทนายความที่มีประสบการณ์ หากคุณต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมหรือมีคำถามเกี่ยวกับบริการของเรา สามารถติดต่อขอรับทราบข้อมูลผ่านช่องทางที่สะดวกได้ทุกเมื่อ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ยินดีพร้อมให้บริการ การรับรองลายมือชื่อเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามในกระบวนการทางกฎหมายหรือการทำธุรกรรมต่างๆ การเลือกใช้บริการจากผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้และประสบการณ์จะช่วยให้คุณได้รับความมั่นใจและป้องกันปัญหาด้านกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต ติดต่อเรา

    รีวิวอาชีพทนายความ การเดินทางของ #ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ

    การเติบโตและประสบความสำเร็จในสายอาชีพทนายความไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะการเปิดสำนักงานทนายความของตัวเองและการได้รับใบอนุญาตจากสภาทนายความ สำหรับผมในฐานะทนายศุภสิทธิ์ ศิริ (Supasit Siri) หรือที่หลายคนรู้จักในนาม #ทนายอาร์ม นั้นเป็นการเดินทางที่เต็มไปด้วยความท้าทายและประสบการณ์ที่หลากหลาย

    การเริ่มต้นสู่การเป็นทนายความ  

    การสอบใบอนุญาตทนายความเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญสำหรับผู้ที่มีความฝันอยากเป็นทนายความ การสอบนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายและก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินไป แต่สิ่งที่สำคัญคือการเตรียมตัวและความพยายามในการศึกษาหาความรู้ เมื่อผ่านการสอบใบอนุญาตทนายความแล้ว ความท้าทายที่แท้จริงเริ่มต้นขึ้น

    ความสำคัญของการหาคดีและการบริหารสำนักงานทนาย

    หลังจากได้รับใบอนุญาตเป็นทนายความ การหาคดีเข้าสำนักงานทนายเป็นเรื่องที่ท้าทายและมีความสำคัญอย่างยิ่ง การมีคดีในมือไม่เพียงแต่จะเป็นแหล่งรายได้หลักที่ช่วยให้สำนักงานสามารถดำเนินกิจการได้ แต่ยังเป็นการสะสมประสบการณ์และสร้างชื่อเสียงให้กับทนายและสำนักงานทนาย

    การหารายได้ให้เพียงพอต่อการดำเนินชีวิตและการบริหารบุคลากรในสำนักงานทนายเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือการที่มีงาน แต่ขาดบุคลากรที่มีความสามารถเพียงพอในการดำเนินการจะเป็นปัญหาใหญ่ การตัดสินใจเปิดสำนักงานทนายจึงต้องใช้ความคิดให้รอบคอบ การคิดว่าเปิดสำนักงานเล็ก ๆ แล้วจะพอ อาจทำให้พบกับความยากลำบากในการบริหารงานและตอบสนองความต้องการของลูกความได้

    นอกจากนี้การบริหารสำนักงานทนายยังต้องคำนึงถึงการจัดการทรัพยากรที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในเรื่องของเทคโนโลยี ระบบการจัดเก็บข้อมูล และการให้บริการลูกความ การทำงานให้เกิดประสิทธิผลสูงสุดต้องมีการวางแผนที่ดีและการจัดการที่มีประสิทธิภาพ

    ขณะเดียวกันการหาคดีและการบริหารสำนักงานทนายก็เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพื่อให้สามารถสร้างรายได้ที่เพียงพอ และมีบุคลากรที่มีคุณภาพในการให้บริการลูกความ การทำงานอย่างรอบคอบและการวางแผนที่ดีจะช่วยให้สำนักงานทนายสามารถเติบโตและประสบความสำเร็จในระยะยาว

    ความสำคัญของการรับผิดชอบในการทำคดี

    การรับผิดชอบในการทำคดีเป็นหัวใจสำคัญของการเป็นทนายความที่ดี ความรับผิดชอบนี้ครอบคลุมทั้งด้านจริยธรรม ความเป็นมืออาชีพ และการให้บริการที่มีคุณภาพต่อลูกความ การทำคดีไม่ใช่เพียงแค่การแก้ไขปัญหาในศาล แต่ยังรวมถึงการวางแผนและการจัดการที่ดีในทุกขั้นตอนของกระบวนการทางกฎหมาย

    การรับผิดชอบต่อสังคมและต่อลูกความในการทำคดีเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่ง การทำงานในฐานะทนายความหมายถึงการเป็นตัวแทนและผู้ปกป้องสิทธิของลูกความ ความรับผิดชอบนี้ต้องมีการฝึกฝนและสั่งสมประสบการณ์ในการวางแผนและเตรียมคดี เพื่อให้สามารถนำเสนอข้อเท็จจริงและหลักฐานในศาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    การรับผิดชอบในการทำคดียังหมายถึงการให้คำปรึกษาที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อลูกความ การแนะนำที่ผิดพลาดอาจนำไปสู่ความเสียหายและปัญหาที่รุนแรงกว่าเดิม การให้คำปรึกษาและการดำเนินการที่ถูกต้องต้องอาศัยความรู้และประสบการณ์ที่เพียงพอ

    การวางแผนและการจัดการที่ดีเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญในการทำคดี การเตรียมตัวอย่างละเอียดถี่ถ้วน การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล และการประเมินสถานการณ์ล่วงหน้า เป็นสิ่งที่จำเป็นในการให้บริการที่มีคุณภาพต่อลูกความและการรักษาความเป็นธรรมในกระบวนการทางกฎหมาย

    ความรับผิดชอบในการทำคดีจึงเป็นสิ่งที่ทนายความทุกคนต้องให้ความสำคัญและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความไว้วางใจให้กับลูกความและสังคม

    กว่าจะประสบความสำเร็จมาเป็นสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

    การก่อตั้งสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย มีหลายสิ่งที่ต้องคำนึงถึงและจัดการอย่างรอบคอบ การมีสำนักงานทนายความของตัวเองหมายถึงการต้องพร้อมที่จะรับมือกับความท้าทายในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านเทคโนโลยี การจัดการข้อมูล และการให้บริการลูกความอย่างมีประสิทธิภาพ

    หนึ่งในปัจจัยที่สำคัญในการบริหารสำนักงานทนายคือการมีคอมพิวเตอร์ประจำสำนักงานและระบบซอฟต์แวร์การเก็บข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากการทำงานของทนายความในปัจจุบันพึ่งพาเทคโนโลยีในการจัดการข้อมูลและเอกสารต่าง ๆ หากระบบเหล่านี้ไม่ดีพอ อาจส่งผลให้การดำเนินงานมีปัญหาและล่าช้าได้

    การบริหารจัดการข้อมูลเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่มีความสำคัญมาก ข้อมูลในคดีความเป็นสิ่งที่ต้องได้รับการจัดเก็บและป้องกันอย่างดี การใช้ระบบซอฟต์แวร์ที่สามารถจัดการและเก็บข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลจะไม่สูญหายและสามารถเข้าถึงได้อย่างรวดเร็วเมื่อต้องการ

    นอกจากนี้ การให้บริการลูกความอย่างมีประสิทธิภาพและทันเวลายังเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ หากเราอยู่นอกสำนักงานและลูกความต้องการขอเอกสารในคดี เราต้องสามารถจัดการและส่งไฟล์คดีนั้นให้ลูกความได้อย่างรวดเร็ว การที่เราสามารถตอบสนองความต้องการของลูกความได้ทันเวลาไม่เพียงแต่สร้างความไว้วางใจให้กับลูกความ แต่ยังช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสำนักงานอีกด้วย

    ความสำเร็จของสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์จึงไม่เพียงแต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการให้คำปรึกษาและการทำคดี แต่ยังขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการที่ดีในทุกด้าน ทั้งการใช้เทคโนโลยีในการจัดการข้อมูล การบริการลูกความอย่างมีประสิทธิภาพ และการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกความ หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่สนใจในอาชีพทนายความและคิดจะมีสำนักงานทนายของตัวเอง

    การให้คำแนะนำลูกความ

    การที่เราจะให้คำแนะนำลูกความเกี่ยวกับการไปศาลเป็นเรื่องหนึ่งที่สำคัญ ถ้าเราแนะนำผิดพลาด เช่น แนะนำว่าไม่ต้องไปศาล แต่คดีนั้นกลับมีปัญหา ลูกความก็จะโทษเรา เพราะฉะนั้นเทคนิคและประสบการณ์ในการจัดการกับสถานการณ์ต่าง ๆ เป็นสิ่งที่สำคัญมาก การเปิดสำนักงานทนายความของตัวเองจึงจำเป็นที่จะต้องมีประสบการณ์ที่เพียงพอ ต้องพิจารณาได้ว่าตนเองมีความพร้อมมากพอหรือไม่ และควรที่จะเปิดสำนักงานทนายของตัวเองหรือไม่

    มีสำนักงานทนายความเป็นของตัวเองไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็สามารถทำได้ถ้ามีความตั้งใจที่มากพอ

    การเป็นทนายความและการมีสำนักงานทนายความของตัวเองเป็นการเดินทางที่ท้าทาย แต่ก็เป็นอาชีพที่มีความภาคภูมิใจ การมีความรู้และประสบการณ์เป็นสิ่งสำคัญในการตัดสินใจและการทำงาน หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่สนใจในอาชีพทนายความและคิดจะมีสำนักงานทนายของตัวเอง

    ขอให้ข้อมูลนี้เป็นแนวทางในการตัดสินใจเกี่ยวกับการเป็นทนายความและการเปิดสำนักงานทนายความ หวังว่าทุกคนจะได้รับประโยชน์จากประสบการณ์และคำแนะนำจาก #ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ ครับ

    สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ยินดีให้คำปรึกษาและบริการทางกฎหมายในทุกด้าน ด้วยทีมทนายความที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ พร้อมที่จะยืนหยัดเคียงข้างคุณในทุกสถานการณ์ หากคุณมีคำถามหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับกฎหมาย อย่าลังเลที่จะติดต่อเรา เรายินดีที่จะให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนคุณในทุกขั้นตอน 

    ประกันภัยปฏิเสธไม่จ่าย อ้างผลแอลกอฮอล์ย้อนหลังหากเจอแบบนี้ปรึกษาทนายด่วน

    ประกันภัยปฏิเสธไม่จ่าย อ้างผลแอลกอฮอล์ย้อนหลังหากเจอแบบนี้ปรึกษาทนายด่วน

              หลายเคสที่เข้ามาปรึกษาทนาย ส่วนใหญ่เป็นผู้เสียหายที่ได้รับผลมาจากการกระทำของบริษัทประกันภัยทั้งนั้น โดยเรื่องที่ผู้เสียหายมักจะเข้ามาปรึกษาทนาย เห็นทีว่าจะไม่พ้นเรื่องที่ถูกบริษัทประกันภัยใช้เล่ห์เหลี่ยมเอาเปรียบผู้เสียหาย หรือประชาชน จนทำให้ผู้เสียหายหลายท่านรู้สึกว่าถูกเอาเปรียบ ทำให้เสียความรู้สึก และที่มากไปกว่านั้นคือเสียเวลาที่จะดำเนินหน้าที่การงาน  เพราะทุกครั้งที่เกิดอุบัติเหตุขึ้นกับในหลายคน ไม่มีผู้เสียหายคนไหนที่ได้รับความรับผิดชอบจากบริษัทประกันภัยอย่างง่ายดายเลย หรือแม้แต่บางคนกลับไม่ได้รับความเป็นธรรม และได้รับความเดือดร้อนมากกว่าเดิมอีก จนทำให้เกิดคำถามว่า “นี่หรือบริษัทประกันภัยที่เราเลือกทำประกันภัยด้วย” ถึงขั้นทนไม่ไหวต้องนำเรื่องมาปรึกษาทนายกับสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ซึ่งเราก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะให้คำปรึกษา และช่วยเหลือผู้ที่ถูกเอาเปรียบตกทุกข์ได้ยากอย่างผู้เสียหายที่ถูกบริษัทประกันภัยเอาเปรียบควรปรึกษาทนาย

    กรณีตัวอย่าง ผู้เสียหายถูกประกันภัยเอาเปรียบ ปัดจ่าย ปัดรับผิดชอบทุกอย่าง

              กรณีต่อไปนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงของลูกความของสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ที่ดำเนินคดีความโดยทนายอาร์ม ได้เข้ามาปรึกษาทนายอย่างเดือดเนื้อร้อนใจ เนื่องด้วยถูกบริษัทประกันภัยจงใจเอาเปรียบ และไม่ใยดีต่อความเดือดร้อนของผู้เสียหายแม้แต่น้อย

              เคสนี้ผู้เสียหายรีบปรึกษาทนาย ชื่อคดีคุณประสิทธิ์  อินทร์วงค์ ทางสำนักงานฯ ต้องขอขอบพระคุณที่คุณประสิทธิ์ฯ ยินดีที่จะให้สำนักงานฯ เผยแพร่ข้อมูลเพื่อเป็นกรณีตัวอย่างให้กับผู้เสียหายคนอื่น ๆ ที่ถูกบริษัทประกันภัยเอาเปรียบ รวมไปถึงผู้ติดตามคนอื่น ๆ เพื่อที่จะได้ทราบรายละเอียดไว้รู้เท่าทันประกันภัย โดยเรื่องราวของผู้เสียหายก่อนนำเรื่องมาปรึกษาทนาย มีอยู่ว่า ผู้เสียหายได้ทำประกันภัยไว้กับบริษัทแห่งหนึ่ง และวันหนึ่งผู้เสียหายได้เกิดอุบัติเหตุขับรถเฉี่ยวชนกับเสาไฟจราจร และเหล็กประตูร้านค้าได้รับความเสียหาย ซึ่งต่อมาบริษัทได้ปฏิเสธที่จะชดใช้ค่าเสียหายให้กับผู้เสียหาย  โดยเจ้าหน้าที่ประกันภัยอ้างกับผู้เสียหายว่า ผู้เสียหายมีผลแอลกอฮอล์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ทั้งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดของผู้เสียหายแล้วว่ามีเพียง 38 Mg.% เท่านั้น แต่เมื่อผู้เสียหายเกิดอุบัติเหตุ และได้รับความเสียหาย และถูกประกันภัยปฏิเสธไม่ชดใช้ค่าเสียหาย ทำให้ผู้เสียหายได้รับความเดือดร้อน รถเสียหาย และไม่มีรถใช้ในการดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพ หากใครเจอแบบนี้ต้องปรึกษาทนายด่วน

    เป่าได้เพียง 38 Mg.% ไม่เกินกฎหมายกำหนดยังถูกปฏิเสธจ่าย

              ก่อนดำเนินเรื่องปรึกษาทนาย คุณประสิทธิ์ฯ ผู้เสียหายได้เป่าวัดแอลกอฮอล์ และค่าที่ได้เพียง 38 Mg.% เท่านั้น แต่เจ้าหน้าที่ประกันภัยเลือกปฏิเสธที่จะไม่จ่ายค่าเสียหาย โดยปฏิเสธด้วยเหตุผลที่ว่า ผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

              โดยในเอกสารได้แจ้งว่า “ซึ่งในวันผู้เสียหายขับรถยนต์เกิดเหตุนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือกด้วยวิธีเป่าตรง และมีรายงานผลการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ อัลโคลมิเตอร์ รุ่น AXV XL วันที่ 2-5-2565 เวลา 03.46 น. ลำดับเครื่องตรวจวันที่ 1345 หมายเลขเครื่องวัด 11221 ค่าที่วัดได้มีจำนวน 38 Mg.% ระยะเวลาผ่านไปจากขณะเกิดเหตุจริง จำนวน 286 นาที อันตราค่าเฉลี่ยลดลง 0.25 Mg.%ต่อนาที (ตามสถาบันการแพทย์) คิดเป็นจำนวน 71.50 Mg.% เมื่อนำผลรวมกันกับผลเป่าตรงที่มีเอกสารแสดงไว้แล้วทำให้ทราบข้อเท็จจริงว่า ในขณะที่ผู้เสียหายขับรถยนต์ เกิดเหตุเวลา 23.00 น. ท่านมีปริมาณแอลกอฮอล์เป็นจำนวน 109.50 Mg.%”

    นำเรื่องเข้าปรึกษาทนายหลังรู้ตัวว่าถูกประกันภัยเอาเปรียบ

               หลังจากผู้เสียหายทราบว่ากำลังถูกประกันภัยเอาเปรียบจึงไม่รอช้ารีบปรึกษาทนายทันทีก่อนที่อะไรจะสายไป สุดท้ายหลังเกิดเป็นคดีความหลังปรึกษาทนายที่ทางสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ดำเนินคดีให้ ผลปรากฏว่า ศาลตัดสินให้บริษัทประกันจ่ายค่าเสียหาย พร้อมดอกเบี้ย 200,000 กว่าบาทให้กับผู้เสียหายท่านนี้  หากในวันนั้นผู้เสียหายไม่ได้ปรึกษาทนายและให้ทนายอาร์มดำเนินคดีให้คงไม่รู้เลยว่าตนเองจะเป็นอย่างไรต่อไปในอนาคต เพราะเป็นเพียงแค่ชาวบ้านธรรมดาหาเช้ากินค่ำเท่านั้น คงไม่รู้วิธีการดำเนินเรื่องเพื่อทวงความยุติธรรมให้ตนเอง อีกทั้งผู้เสียหายท่านนี้ยังมองว่าประกันภัยเอาเปรียบประชาชนแบบตน ทำให้ต้องมาปรึกษาทนายต่อสู้คดีเอง

    รู้ทันประกันภัย ไม่เสียหาย อย่ากลัวที่จะปรึกษาทนาย

    ทนายอาร์มขอแนะ เมื่อเกิดอุบัติเหตุรีบปรึกษาทนายดีที่สุด

    • เมื่อเกิดอุบัติเหตุควรปรึกษาทนาย เพื่อไม่ถูกประกันภัยเอาเปรียบ

     

    • ไม่ควรเซ็นเอกสารอะไรให้ประกันภัยไปแล้วค่อยมาปรึกษาทนาย เนื่องจากมาเมื่อมาแก้ไขอะไรในภายหลังจะเป็นเรื่องยาก เพราะดันเซ็นให้ประกันไปแล้ว

     

    • ปรึกษาทนายมีแต่ประโยชน์ เพราะทนายไม่ได้เอาเปรียบบริษัทประกันภัย มีแต่ประกันภัยที่จ้องจะเอาเปรียบชาวบ้าน

     

    • เมื่อเกิดเหตุอย่าเสียรู้เขียนตามคำประกันบอก ถ้าการเขียนข้อความไปแล้วเป็นไปตามความข้อเท็จจริงก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าถูกประกันภัยหลอกให้เขียนตามว่า มีการดื่มแอลกอฮอล์ ฯลฯ หลังจากนั้นไม่นานคุณจะถูกบริษัทปฏิเสธการจ่ายทันที ทางที่ดีควรปรึกษาทนาย

              จากที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้นนั้น ก็เพื่อเป็นวิทยาทานให้กับทุกท่านเพื่อไม่ตกเป็นเหยื่อเสียรู้ให้กับบริษัทประกันภัย ทางที่ดีเมื่อเกดอุบัติเหตุไม่ว่าจะเล็ก หรือใหญ่ควรปรึกษาทนายไว้ก่อนดีที่สุด เพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าสิ่งที่ประกันภัยแจ้งมานั้นควรเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน และดีที่สุดควรปรึกษาทนายกับสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ที่ดำเนินโดยทนายอาร์ม ทนายความมากความสามารถผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและการประกันภัยรถยนต์อันดับหนึ่ง

    Line @ คลิก! โทรหาเรา คลิก!