คนจีนฆ่ากันเอง! พร้อมจัดฉากโยนความผิดให้คนไทย

คดีฆาตกรรมระหว่างชาวจีนในประเทศไทยกลายเป็นประเด็นร้อนเมื่อผู้ต้องสงสัยพยายามโยนความผิดให้กับคนไทย โดยการสร้างหลักฐานเท็จและกล่าวหาผู้บริสุทธิ์ในท้องถิ่น แต่คำถามที่สำคัญกลับเป็นว่า การโยนความผิดให้กับคนไทยในประเทศที่มีระบบการตรวจสอบกฎหมายที่เข้มงวดและละเอียดนั้นทำได้ง่ายจริงหรือ? วันนี้สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์จะพาทุกท่านไปติดตามการเปิดเผยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยที่ไม่ปล่อยให้หลักฐานใดๆ หลุดรอด พร้อมทั้งการดำเนินการตามกฎหมายอย่างเต็มที่เพื่อให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่ายพร้อมัท้งคำแนะนำจากทนายในการสู้คดีความของญาติผู้เสียชีวิต

ในวันที่ 3 กรกฎาคม 2567, ญาติของ Ms.YAN หญิงชาวจีนวัย 38 ปี ได้แจ้งความกับ สน.บางรัก กทม. ว่าหายตัวไปอย่างลึกลับหลังจากเดินทางมาประเทศไทย จากการสืบสวนของตำรวจพบว่า โทรศัพท์มือถือของ Ms.YAN ถูกใช้ครั้งสุดท้ายที่สวนธารณะใกล้กับ วัดโสธรวราราม ในจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นจุดที่พบหลักฐานสำคัญในการตรวจสอบต่อมา นอกจากนี้ยังพบการใช้ระบบการจ่ายเงินออนไลน์ WeChat Pay ที่ห้าง คาร์ฟูร์ มาเก๊า ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่ได้เบาะแสที่เกี่ยวข้องกับการฆาตกรรม

โยนความผิดให้คนไทยไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด? – กฎหมายไทยไม่ได้ปล่อยผ่าน!

ในคดีนี้ ผู้ต้องสงสัยในคดีนี้ซึ่งเป็นชาวจีนได้พยายามโยนความผิดให้กับคนไทย โดยการตั้งข้อสงสัยว่าเป็นฝีมือของบุคคลท้องถิ่นที่อาจเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ ทว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยได้รวบรวมหลักฐานที่ชัดเจน ซึ่งรวมถึงข้อมูลการใช้งานโทรศัพท์มือถือและการใช้ระบบการจ่ายเงินออนไลน์ที่ไม่ตรงกับข้อกล่าวหา จึงทำให้การสอบสวนในไทยดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและเปิดเผยความจริงในที่สุด แต่คำถามสำคัญคือ: การโยนความผิดให้กับคนไทยในประเทศไทยนั้นมันทำได้ง่ายจริงหรือ?

คำตอบคือ ไม่ง่าย อย่างที่หลายคนคิด เพราะประเทศไทยมี กระบวนการตรวจสอบที่ละเอียดและเข้มงวด ทั้งในด้านการเก็บหลักฐานและการสืบสวนที่ดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีความเชี่ยวชาญในการจัดการคดีอาญาที่ซับซ้อน ไม่ว่าจะเป็นการใช้เทคโนโลยีในการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือ การใช้งานระบบจ่ายเงินออนไลน์ หรือการตรวจสอบพยานหลักฐานจากสถานที่เกิดเหตุกฎหมายไทยมี มาตรการควบคุมและการตรวจสอบอย่างละเอียด รวมถึงการใช้ ระบบนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อยืนยันความถูกต้องของข้อมูล เช่น การตรวจสอบข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือของผู้เสียชีวิต และการยืนยันการใช้บริการ WeChat Pay ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถตัดข้อสงสัยในประเด็นที่ผู้ต้องสงสัยพยายามโยนความผิดให้คนไทยได้อย่างชัดเจน

หลักฐานเป็นตัวแปรสำคัญ! อย่าคิดว่าจะหนีจากคดีได้

คดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นในประเทศไทยแน่นอนว่าจะต้องได้รับการดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายไทยอย่างครบถ้วน โดยใช้ กฎหมายอาญาของประเทศไทย เป็นเครื่องมือหลักในการสอบสวน ในกรณีนี้ มาตรา 288 ของประมวลกฎหมายอาญา ระบุว่า ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการฆ่าคนตายจะได้รับโทษสูงสุดซึ่งอาจเป็นการประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต

เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยได้ใช้หลักฐานจากการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของผู้เสียชีวิต และการใช้งาน WeChat Pay ในการชี้ชัดข้อเท็จจริง ทำให้สามารถแยกแยะได้ว่าเป็นการฆาตกรรมที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องสงสัยเอง ไม่ใช่การกระทำของคนไทย ดังนั้นผุ้ต้องสงสัยไม่สามารถทำลายหลักฐานได้ทั้งหมด ดังนั้นถึงแม้จะเป็นหลักฐานอันน้อยนิด แต่ถึงอย่างไรก็ยังเป็นตัวแปรสำคัญในการจับคนร้ายได้อยู่ดี

หากมั่นใจว่าเป็นการฆ่าคนชาติเดียวกัน ต้องส่งตัวไปยังจีนไหม ?

ในกรณีที่มีการตรวจสอบและพบว่า ผู้ต้องสงสัยเป็นชาวจีน ซึ่งอาจมีความเชื่อมโยงกับคดีฆาตกรรมในประเทศจีน เจ้าหน้าที่ไทยสามารถส่งตัวผู้ต้องสงสัยไปยังจีนได้ตามกระบวนการทางกฎหมายระหว่างประเทศ โดยอาศัย สนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน และกระบวนการทางการทูตในการส่งตัวผู้ต้องหากลับไปยังประเทศของตน

อย่างไรก็ตาม ในกรณีนี้ประเทศไทยจะยังคงเป็นเจ้าภาพในการดำเนินการสอบสวนตามกฎหมายไทย และหากมีการขอส่งตัวผู้ต้องหากลับประเทศจีน เจ้าหน้าที่ไทยจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายและขั้นตอนที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เราจะเห็นได้ว่าหลักฐานที่ทางตำรวจไทยมีนั้นเพียงพอที่จะตามจับคนร้ายได้ไม่ยาก เพียงแค่ต้องใช้เวลาในการสืบตัวหากผู้ต้องสงสัยอยู่ต่างประเทศ จึงจำเป็นที่จะต้องประสานกับประเทศนั้นด้วย 

  • การติดตามเส้นทางรถเช่า – ติดตาม GPS ของรถเช่าผู้ต้องสงสัยที่ไปยังหลายจุด
  • หลักฐานจากกล้องวงจรปิด – พบภาพจากกล้องวงจรปิดที่แสดงการเคลื่อนไหวของผู้ต้องสงสัย
  • หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ – พบเลือดและตัวอย่าง DNA ที่อาจเกี่ยวข้องกับคดี
  • การเผาทรัพย์สิน – พบกระเป๋าและทรัพย์สินของผู้สูญหายถูกเผา
  • การสืบสวนต่อเนื่อง – ตำรวจยังคงค้นหาหลักฐานเพิ่มเติมและสอบสวนในพื้นที่ต่าง ๆ

จากคดีนี้เห็นได้ชัดว่า กฎหมายไทยสามารถจัดการกับคดีฆาตกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีระบบการสืบสวนที่แข็งแกร่ง การทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ทั้งในประเทศและต่างประเทศทำให้การเปิดเผยความจริงเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว แม้ในกรณีที่มีความพยายามในการโยนความผิดให้กับคนไทย คดีนี้จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนถึงความเข้มงวดของกฎหมายและการตรวจสอบในประเทศไทย

ญาติผู้ตายจ้างทนายช่วยเดินเรื่อง – ฟ้อง, สืบ, เรียกร้องความยุติธรรมครบวงจร

ในกรณีนี้ ครอบครัวของ Ms.YAN สามารถจ้างทนายเพื่อให้ช่วยดำเนินการตามกฎหมายและเรียกร้องความยุติธรรมให้กับผู้ตายได้อย่างถึงที่สุด โดยทนายความมีบทบาทสำคัญในการดูแลทุกขั้นตอนของคดี ทั้งในด้านการสืบสวน การจัดการหลักฐาน และการพิจารณาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการปล่อยปละละเลยในกระบวนการยุติธรรม

ทนายความสามารถช่วยได้ในหลายด้าน:

  1. การให้คำปรึกษาและการดำเนินคดี – ทนายความสามารถให้คำปรึกษากับครอบครัวผู้ตายในการดำเนินการทางกฎหมาย เพื่อให้แน่ใจว่าไม่ตกหล่นในขั้นตอนต่าง ๆ และการฟ้องร้องจะเป็นไปตามข้อกฎหมาย
  2. การรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม – ทนายความสามารถทำหน้าที่ในการช่วยสืบสวนหาหลักฐานเพิ่มเติมที่อาจยังไม่เปิดเผย เช่น การเรียกร้องให้มีการตรวจสอบพยานหลักฐานจากผู้เชี่ยวชาญหรือการสอบสวนทางการแพทย์เพิ่มเติม ซึ่งอาจช่วยพิสูจน์การกระทำผิดอย่างชัดเจน
  3. การดำเนินการฟ้องร้อง – หากมีการพบหลักฐานที่ชัดเจนว่าผู้ต้องสงสัยกระทำผิด ทนายความจะช่วยครอบครัวผู้ตายในการยื่นฟ้องต่อศาลและขอให้มีการลงโทษผู้กระทำผิดตามกฎหมาย รวมทั้งสามารถยื่นคำร้องขอให้ศาลให้ความคุ้มครองและการฟ้องร้องภายใต้กฎหมายอาญาได้
  4. การเรียกร้องค่าเสียหายจากการฆาตกรรม – ทนายความจะช่วยให้ครอบครัวผู้ตายสามารถเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้กระทำผิด ทั้งในส่วนของค่าเสียหายจากการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก และค่าเสียหายจากการกระทำผิดที่ทำให้เกิดความเสียหายทางจิตใจและร่างกาย
  5. การส่งตัวผู้ต้องสงสัยไปยังประเทศจีน – หากคดีนี้เกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมข้ามชาติและมีการขอส่งตัวผู้ต้องสงสัยไปยังประเทศจีน ทนายความจะช่วยครอบครัวในการดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายระหว่างประเทศ เช่น สนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน และช่วยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการส่งตัวผู้ต้องสงสัยให้ไปยังประเทศจีน


สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์มีความเชี่ยวชาญบริการคดีอาญาของเราและเราพร้อมรับทำคดีอาญาทุกประเภท โดยเฉพาะในกรณีที่ครอบครัวผู้เสียชีวิตต้องการทวงคืนความเป็นธรรมให้คนที่รัก ไม่ว่าจะเป็นการช่วยฟ้องคดีฆาตกรรม การรวบรวมพยานหลักฐาน การดำเนินการขอความร่วมมือระหว่างประเทศ หรือแม้แต่การเรียกร้องค่าสินไหมในทางแพ่ง ทีมทนายของเราสามารถดูแลทุกขั้นตอนให้คุณได้อย่างรอบด้าน

หากคุณหรือคนใกล้ชิดตกเป็นเหยื่อในคดีอาญาเช่นนี้ หรือถูกกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรม อย่าเงียบ อย่ารีรอ การนิ่งเฉยอาจทำให้คนผิดลอยนวล และคุณอาจเสียสิทธิ์ที่พึงมี ควรจะรีบปรึกษาทนายเพื่อให้มีคนสู้เคียงข้างคุณและเพื่อสิทธิ์ของตัวคุณเอง เพราะในกระบวนการยุติธรรม คนที่รู้สิทธิ์และใช้สิทธิ์เท่านั้นที่จะได้ความยุติธรรมอย่างแท้จริง อย่าปล่อยให้คนผิดลอยนวล เพียงเพราะคุณไม่มีคนสู้แทน


อ้างอิงจากเว็บไซต์ :แกะรอย 12 จุด! นศ. สาวชาวจีนหายตัวปริศนา หนุ่มสนิทเผ่นหนีโผล่ฮ่องกง

เขียนโดย :วรารัตน์ วงโพธิสาร (นักศึกษาฝึกประสบการณ์ภาษาจีน)

จำนำรถแล้วรถหาย วางแผนให้ดีคิดให้ถูกว่าจะเดินทางไหน?

ในยุคที่ภาวะเศรษฐกิจตึงตัว หลายคนจำเป็นต้องหาทางออกทางการเงินอย่างเร่งด่วน หนึ่งในทางเลือกที่พบเห็นได้บ่อยคือ “การจำนำรถยนต์” ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ที่ผ่อนอยู่หรือผ่อนหมดแล้ว การนำรถไปจำนำกับบุคคลอื่นหรือบริษัทรับจำนำโดยหวังว่าจะได้เงินสดหมุนเวียนเร็ว กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาใหญ่ที่หลายคนไม่ทันคิด คือ “รถหาย”

การที่รถหายหลังจากนำไปจำนำ ไม่ใช่เรื่องเล็ก และไม่ใช่ปัญหาที่จะแก้ได้ด้วยการรอให้เวลาเยียวยา หากคุณหรือคนใกล้ตัวเคยเผชิญกับเหตุการณ์นี้ บทความนี้คือคู่มือที่จะช่วยให้คุณ “คิดได้ถูก” และ “วางแผนถูกทาง” เพื่อให้ได้รถคืน หรืออย่างน้อยก็ได้รับความเป็นธรรมกลับคืนมา

เข้าใจรูปแบบ “จำนำรถ” ก่อนจะเกิดเหตุ

การจำนำรถสามารถแบ่งออกได้หลายประเภท เช่น

  • การจำนำแบบถูกต้องตามกฎหมาย ผ่านบริษัทรับจำนำที่มีใบอนุญาต
  • การจำนำแบบผิดกฎหมาย เช่น การจำนำกับบุคคลทั่วไปโดยไม่มีเอกสารรับรอง หรือจำนำผ่านนายหน้าที่ไม่มีสถานะทางกฎหมายชัดเจน

กรณีหลังนี้เองที่มักนำไปสู่เหตุการณ์ “รถหาย” เมื่อผู้รับจำนำเอารถของคุณไปขายต่อ ถอดอะไหล่ หรือแม้แต่ส่งออกไปต่างประเทศ ซึ่งเมื่อเกิดเรื่องขึ้นแล้ว ผู้จำนำก็ต้องเผชิญกับคำถามสำคัญว่า “ควรเริ่มจากตรงไหน?”

รถหายหลังจำนำ ต้องทำอย่างไร?

1.ตั้งสติ แล้วเก็บหลักฐาน

oหลักฐานการพูดคุย สัญญา (ถ้ามี) รูปถ่ายรถ บัตรประชาชนของผู้รับจำนำ ฯลฯ ทุกอย่างที่เกี่ยวข้อง ควรรวบรวมไว้ให้มากที่สุด เพราะจะเป็นหลักฐานสำคัญในการดำเนินการต่อไป

2.แจ้งความรถหายทันที

oการแจ้งความกับสถานีตำรวจในพื้นที่เกิดเหตุหรือพื้นที่ที่มีการจำนำ เป็นสิ่งแรกที่ควรทำ เพราะเอกสารแจ้งความจะใช้ในการติดตามรถและยื่นเรื่องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

3.แจ้งเตือนกรมการขนส่งทางบก

oหากทราบทะเบียนรถ การแจ้งเตือนที่กรมการขนส่งสามารถป้องกันไม่ให้รถถูกเปลี่ยนชื่อหรือโอนกรรมสิทธิ์ได้

4.ปรึกษาทนายความในทันที

oหากคุณไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหน การปรึกษาทนายความหรือสำนักงานกฎหมายที่มีประสบการณ์ในคดีรถหายคือทางออกที่ชาญฉลาด ทนายจะสามารถช่วยเหลือคุณในด้านการฟ้องร้อง ดำเนินคดี และติดตามรถอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ทำไมต้องเลือก “สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์” เมื่อต้องตามหารถหาย?

หลายคนที่ประสบปัญหา “รถหาย” มักเดินเรื่องด้วยตนเอง ซึ่งอาจเผชิญกับความล่าช้า ความไม่เข้าใจกฎหมาย หรือแม้กระทั่งความหวั่นใจในการสื่อสารกับตำรวจหรือฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ เข้าใจทุกความกังวลของคุณ ด้วยทีมทนายความที่มีประสบการณ์ตรงด้านการตามหารถหาย ทั้งจากการจำนำ การขโมย หรือแม้แต่คดีที่ซับซ้อนอย่างการนำรถไปขายต่อในต่างประเทศ

หากคุณเลือกใช้บริการของเรา คุณจะได้รับบริการที่ครอบคลุม เช่น

  • ดำเนินการช่วยรวบรวมพยานหลักฐาน
  • ติดต่อประสานงานกับตำรวจและกรมการขนส่ง
  • ยื่นฟ้องคดีแพ่งและอาญา หากจำเป็น
  • เจรจาคืนรถ หรือดำเนินคดีเรียกค่าเสียหาย

การตามหารถหายไม่ใช่แค่เรื่องของโชค แต่เป็นเรื่องของความรู้ ความเข้าใจเชิงลึกในด้านกฎหมาย และการมีเครือข่ายที่ครอบคลุม ซึ่ง “สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์” ให้บริการครบจบในที่เดียว ด้วยเหตุผลดังนี้

  • ทีมทนายผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ที่มีประสบการณ์ในการติดตามทรัพย์สินสูญหายและสืบสวนค้นหาข้อมูลอย่างเป็นระบบ
  • เครือข่ายภาคสนาม ที่สามารถลงพื้นที่ ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ภาครัฐ และสืบหาพิกัดรถได้อย่างรวดเร็ว
  • ให้คำปรึกษาฟรีในเบื้องต้น โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อประเมินความเป็นไปได้ และวางแผนการดำเนินคดีอย่างมืออาชีพ
  • สามารถดำเนินคดีแพ่งหรืออาญาแทนคุณได้ หากพบผู้กระทำผิด

ความแตกต่างในการให้บริการของเราที่ไม่เหมือนที่อื่น

หลายคนเข้าใจว่ารถหายแล้วก็ต้องทำใจ หรือรอให้ประกันชดเชยอย่างเดียว แต่ที่จริงแล้ว “การไม่ยอมแพ้” คือสิ่งสำคัญ เพราะในหลายกรณี รถยังอยู่ในประเทศ เพียงแต่ถูกซ่อนหรือปลอมแปลงข้อมูลเท่านั้น

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์จะไม่ปล่อยให้คุณต้องสู้คนเดียว เรามีระบบการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่หน่วยงานอื่น ๆ และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ทำให้สามารถติดตามรถหายได้อย่างเป็นขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ส่วนบุคคล รถจักรยานยนต์ หรือแม้แต่รถเช่า รถบริษัท ฯลฯ

รถหายไม่ใช่เรื่องเล็ก และไม่ใช่เรื่องที่ต้องเผชิญลำพัง

แม้ปัญหา “รถหาย” จากการจำนำจะดูเป็นเรื่องส่วนตัว แต่จริง ๆ แล้ว นี่คือปัญหาสาธารณะที่ต้องอาศัยทั้งกฎหมายและความรู้ความเข้าใจร่วมกันในการแก้ไข หากคุณกำลังเผชิญปัญหานี้ อย่ารอให้เรื่องบานปลาย

คุณสามารถติดต่อทีมทนายความของสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ได้ทันที เพื่อรับคำปรึกษาเบื้องต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และร่วมกันหาทางออกที่ดีที่สุดในการตามหารถของคุณกลับมา หรือรับความเป็นธรรมจากผู้กระทำผิด

จำนำรถแล้วรถหาย ต้องคิดให้รอบ เดินให้ถูกทาง ปรึกษาทนายความคือทางออก

การจำนำรถไม่ใช่เรื่องผิด หากทำอย่างถูกต้องและรอบคอบ แต่หากเลือกผิดคนหรือพลาดพลั้งเพียงเล็กน้อย ก็อาจต้องเผชิญกับความสูญเสียครั้งใหญ่ หากเกิดเหตุการณ์รถหาย สิ่งที่คุณต้องทำไม่ใช่แค่โทษตัวเอง แต่คือการ “ลุกขึ้น” และ “เดินให้ถูกทาง”

ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งความ การติดต่อหน่วยงานรัฐ หรือการขอความช่วยเหลือจากทีมทนายมืออาชีพทุกขั้นตอนล้วนสำคัญ และเมื่อคุณมี “สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์” อยู่เคียงข้าง คุณจะไม่ต้องเผชิญทุกอย่างลำพังอีกต่อไป

หากรถของคุณหาย หรือคุณกำลังลังเลว่าควรเริ่มตรงไหน ติดต่อเราทันที ทีมทนายของเราพร้อมให้คำปรึกษาอย่างจริงใจและเป็นมืออาชีพ

รถหาย ไม่ใช่เรื่องเล็ก อย่ารอให้โชคช่วย ให้ทีมทนายจากสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ช่วยคุณอย่างเป็นระบบ มืออาชีพ และมีประสิทธิภาพ

พระอาจารย์ขวัญ วัดทับยายเชียง เกจิดังแห่งเมืองพิษณุโลก เดินทางมาให้ความเมตตากับทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ ณ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

วันที่ 27 เมษายน 2568 พระอาจารย์ขวัญ วัดทับยายเชียง ซึ่งเป็นเกจิดังแห่งเมืองพิษณุโลก ได้เดินทางมาเยี่ยมเยียนและให้ความเมตตากับทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ ที่สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ เพื่อเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลและบารมีให้แก่สำนักงานฯ โดยพระอาจารย์ขวัญได้นำคาถาอันศักดิ์สิทธิ์กล่าวให้ทนายอาร์มและทีมงาน เพื่อเพิ่มพลังบวกและความสำเร็จในงานและการดำเนินธุรกิจทางกฎหมาย

พระอาจารย์ขวัญ วัดทับยายเชียง เป็นเกจิดังแห่งเมืองพิษณุโลกที่มีชื่อเสียงในด้านการสร้างพระเครื่องและการสักยันต์ โดยเฉพาะการสักยันต์ลายมือลายมือที่มีความศักดิ์สิทธิ์และพุทธคุณแรงกล้า พระอาจารย์ขวัญได้รับความเคารพนับถือจากผู้คนในจังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดใกล้เคียง เนื่องจากท่านมีความเชี่ยวชาญในการใช้วิชาอาคมและการปลุกเสกสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยเสริมสร้างโชคลาภและความสำเร็จให้กับผู้ที่ขอพร

นอกจากนี้พระอาจารย์ขวัญได้ศึกษาวิชาอาคมจากพระอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่าน และได้รับการถ่ายทอดวิชาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างสิ่งศักดิ์สิทธิ์ รวมถึงการสักยันต์และการใช้คาถาอาคมต่างๆ เพื่อให้ผู้คนได้รับพลังบวกและความสำเร็จในชีวิต ท่านเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ที่สามารถให้คำปรึกษาและช่วยเหลือในด้านโชคลาภ การเงิน และความสำเร็จทางธุรกิจด้วยวิธีการที่มีความลึกลับและเต็มไปด้วยพลังแห่งจิตวิญญาณ

โดยพระอาจารย์ขวัญยังเป็นผู้ที่มีความเมตตาและความรักในการช่วยเหลือผู้คนในชุมชน โดยท่านไม่เพียงแต่เป็นผู้ที่ให้การศึกษาในเรื่องของพุทธศาสนาและวิชาอาคม แต่ยังเป็นผู้ที่ช่วยสร้างความสงบสุขให้กับผู้ที่มาหาท่านด้วยความศรัทธาและความเคารพ

การเดินทางมาในครั้งนี้ของพระอาจารย์ขวัญได้เมตตาเขียนยันต์ให้กับสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ที่มีความหมายในการเรียกทรัพย์เรียกเงิน รวมถึงช่วยเสริมดวงด้านโชคลาภ รวมถึงได้มีการพรมน้ำมนต์ให้กับสภาพแวดล้อมภายในสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ให้พลังงานในสำนักงานมีความเป็นสิริมงคลยิ่งขึ้นและช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางธุรกิจในอนาคต

นอกจากนี้แล้วการมาของพระอาจารย์ขวัญในครั้งนี้ยังเป็นการยืนยันถึงความเชื่อมั่นในคุณค่าของการทำงานที่มีจริยธรรม และสร้างความสงบเรียบร้อยให้กับทีมงาน ซึ่งเชื่อว่าเหตุการณ์นี้จะนำมาซึ่งความโชคดีและการเติบโตในธุรกิจของสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ในระยะยาว

ทำประกันคอนโดกับทนายอาร์ม อุ่นใจได้ทุกเรื่อง เราพร้อมดูแลคุณ

“คอนโด” ถือเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่หลายคนเลือกลงทุนหรือใช้เป็นที่อยู่อาศัย เพราะความสะดวกสบาย ปลอดภัย และอยู่ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ แต่สิ่งหนึ่งที่เจ้าของคอนโดไม่ควรมองข้ามคือ “ประกันคอนโด” เพราะไม่ว่าจะอยู่ในอาคารสูง หรือโครงการหรูแค่ไหน เหตุไม่คาดฝันก็อาจเกิดขึ้นได้เสมอ เช่น ไฟไหม้ น้ำรั่วซึมจากห้องข้างบน ทรัพย์สินเสียหาย หรือแม้แต่กรณีที่ต้องรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก

และหากคุณกำลังมองหาความคุ้มครองที่มากกว่าแค่ประกันภัยทั่วไป เราขอแนะนำ “ทำประกันคอนโดกับทนายอาร์ม” ทางเลือกใหม่ที่ให้คุณมากกว่าความคุ้มครอง เพราะคุณจะได้ทั้งกรมธรรม์ที่ครอบคลุม และที่ปรึกษากฎหมายส่วนตัว ที่พร้อมอยู่เคียงข้างคุณในทุกสถานการณ์

ทำไมต้องทำประกันคอนโด?

หลายคนอาจคิดว่า การอยู่คอนโดมีระบบรักษาความปลอดภัยดีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องทำประกันเพิ่ม แต่ความจริงแล้วความเสี่ยงยังคงมีอยู่ เช่น

  • ไฟฟ้าลัดวงจรในห้องจนเกิดเพลิงไหม้
  • น้ำรั่วซึมจากห้องข้างบน ทำให้เพดานและเฟอร์นิเจอร์เสียหาย
  • การโจรกรรมทรัพย์สินภายในห้อง
  • ความเสียหายจากเหตุการณ์ภายนอก เช่น พายุ หรือน้ำท่วม (กรณีชั้นล่าง)
  • ความเสียหายที่เกิดกับบุคคลภายนอก เช่น เดินสะดุดหรือบาดเจ็บในห้องคุณ

ประกันคอนโด จึงเข้ามาช่วยลดความเสี่ยงและภาระค่าใช้จ่ายหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเหล่านี้

ความแตกต่างของประกันคอนโดกับทนายอาร์มที่ไม่เหมือนใคร

สิ่งที่ทำให้ ประกันคอนโดกับทนายอาร์ม แตกต่างจากการซื้อประกันทั่วไป คือ ความครบวงจรและความอุ่นใจที่มากกว่า

1.ได้ที่ปรึกษาด้านกฎหมายทันที หากเกิดเหตุปัญหาใด ๆ เช่น บริษัทประกันไม่จ่ายตามเงื่อนไข พยายามบ่ายเบี่ยง หรือให้ข้อมูลไม่ชัดเจน คุณสามารถปรึกษาทนายอาร์มได้ทันทีโดยไม่ต้องวิ่งหาทนายใหม่หรือเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในช่วงเวลาที่คุณกำลังเดือดร้อน

2.ช่วยอ่านและตีความกรมธรรม์ให้เข้าใจ หลายครั้งที่ผู้ทำประกันไม่เข้าใจเงื่อนไขหรือข้อยกเว้นในกรมธรรม์ ทำให้เกิดปัญหาในภายหลัง ทนายอาร์มจะช่วยอธิบายรายละเอียดต่าง ๆ เพื่อให้คุณเข้าใจสิทธิ์ของคุณชัดเจนตั้งแต่ต้น

3.ดูแลและติดตามกรณีเคลม หากคุณต้องการยื่นเคลมค่าเสียหาย ไม่ต้องกังวลว่าจะยุ่งยาก เพราะเราช่วยเป็นตัวกลางในการประสานงานกับบริษัทประกัน รวมถึงช่วยให้คำแนะนำหากการเคลมไม่ได้รับความเป็นธรรม

4.ให้คำปรึกษาทางกฎหมายได้ในทุกเรื่อง ไม่จำกัดเฉพาะประกันภัย หากคุณมีปัญหาเกี่ยวกับกฎหมายอสังหาริมทรัพย์ การซื้อขาย การโอนกรรมสิทธิ์ หรือละเมิดสิทธิ์จากเพื่อนบ้าน ทนายอาร์มก็ยินดีให้บริการ

5.มั่นใจด้วยประสบการณ์ตรง ทนายอาร์มผ่านการจัดการคดีที่เกี่ยวข้องกับประกันภัยมาแล้วหลายกรณี ทั้งกรณีประกันปฏิเสธจ่าย หรือฝ่าฝืนคำสั่งของ คปภ. จนสามารถพาผู้เอาประกันชนะคดีในศาลได้จริง ฯลฯ

แบบประกันคอนโดที่ครอบคลุม

ประกันคอนโดมีให้เลือกหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับความต้องการและงบประมาณ เช่น

  • แบบคุ้มครองอาคาร (เฉพาะภายในห้อง): เช่น ผนัง เพดาน พื้น
  • แบบคุ้มครองทรัพย์สินภายในห้อง: เช่น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า
  • แบบคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก: เช่น แขกมาเยี่ยมแล้วได้รับอุบัติเหตุ
  • แบบคุ้มครองการโจรกรรม: ทรัพย์สินหายหรือถูกทำลาย
  • แบบรวมความคุ้มครองทุกอย่าง: เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความอุ่นใจแบบครบวงจร

เมื่อเลือกทำประกันกับทนายอาร์ม เราจะช่วยคุณวิเคราะห์และแนะนำแบบประกันที่เหมาะสมที่สุดตามงบประมาณและไลฟ์สไตล์ของคุณ

จะทำประกันกับทนายอาร์ม ต้องทำอย่างไร?

ง่ายมาก! เพียงแค่คุณแอดไลน์ @Wongsakorn ก็สามารถสอบถามข้อมูลเบื้องต้น รับคำปรึกษา หรือขอใบเสนอราคาได้ทันที โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการปรึกษาเบื้องต้นใด ๆ ทั้งสิ้น

ประกันคอนโดกับทนายอาร์ม ทางเลือกใหม่ที่คุ้มค่ากว่า

ในยุคที่เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้เสมอ เช่นกรณีแผ่นดินไหวที่เพิ่งผ่านมา ซึ่งส่งผลให้หลายโครงการคอนโดมิเนียมได้รับความเสียหายทั้งต่อโครงสร้างและทรัพย์สินภายในห้องพัก การมี ประกันคอนโด จึงไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็นสิ่งจำเป็นที่เจ้าของห้องทุกคนควรให้ความสำคัญ เพราะมันคือเกราะป้องกันที่ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายหากเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญยิ่งไปกว่าการมีประกันภัยก็คือการมี “ที่ปรึกษาที่เข้าใจคุณอย่างแท้จริง” ซึ่งการทำประกันคอนโดกับ ทนายอาร์ม จะช่วยให้คุณไม่เพียงได้รับความคุ้มครองตามกรมธรรม์ แต่ยังได้ทนายความมืออาชีพที่พร้อมให้คำปรึกษาทางกฎหมายในทุกสถานการณ์

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าการทำ ประกันคอนโด ไม่ใช่แค่เรื่องของความคุ้มครอง แต่คือการเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต และเมื่อมีทนายความที่คุณไว้วางใจเคียงข้างอยู่ด้วยทุกขั้นตอน คุณจะมั่นใจได้ว่า หากเกิดปัญหา คุณจะไม่ต้องเผชิญหน้าเพียงลำพัง

ทนายอาร์ม ไม่เพียงให้คุณความคุ้มครอง แต่ยังเป็น “คู่คิดทางกฎหมาย” ที่พร้อมยืนหยัดเคียงข้างคุณในทุกปัญหา หากคุณกำลังมองหาการทำประกันที่ปลอดภัยและมีคนดูแลจริงใจ… ทนายอาร์มคือคำตอบ

📲 สนใจสอบถามข้อมูล หรือขอใบเสนอราคา แอดไลน์มาได้เลยที่ @Wongsakorn หรือคลิก >>ติดต่อเรา<<

เมินคำสั่ง คปภ. สุดท้ายศาลสั่งชดใช้! พร้อมค่าเสียหายเชิงลงโทษคนละ 30,000 บาท

ในยุคที่บริษัทประกันภัยมีบทบาทสำคัญในการคุ้มครองผู้ใช้รถใช้ถนน ความเชื่อมั่นในระบบประกันภัยควรเป็นรากฐานสำคัญของสังคม แต่เมื่อความรับผิดชอบนั้นกลับถูกละเลย ผู้บริโภคจึงต้องลุกขึ้นมาเรียกร้องสิทธิของตนเองอย่างถึงที่สุด เช่นเดียวกับกรณีของ นางสาว A และ นางสาว B ผู้เสียหายจากอุบัติเหตุรุนแรง ที่จุดจบของเรื่องราวนี้กลายเป็นบทเรียนสำคัญให้กับสังคมทั้งในด้านกฎหมาย และการปกป้องสิทธิผู้บริโภคอย่างแท้จริง

อุบัติเหตุที่เปลี่ยนชีวิต

วันที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันนั้นคือช่วงเย็นของวันหนึ่ง เมื่อรถยนต์ที่ น.ส. A และ น.ส. B โดยสารมาด้วยความเร็วสูง เกิดเสียหลักตกข้างทางและพุ่งชนเข้ากับเสาไฟฟ้าอย่างรุนแรง ส่งผลให้ทั้งสองได้รับบาดเจ็บสาหัส จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงต้องเผชิญกับผลกระทบทางร่างกายและจิตใจในระยะยาว

พยายามขอความเป็นธรรม แต่กลับถูกเพิกเฉย

หลังจากพักฟื้นพอมีแรงต่อสู้ น.ส. A และ น.ส. B เริ่มดำเนินการเจรจากับบริษัทประกันภัยของรถที่เกิดเหตุ โดยหวังว่าจะได้รับค่าสินไหมทดแทนอย่างเป็นธรรม เพื่อชดเชยความเสียหายที่ได้รับ ทั้งค่ารักษาพยาบาล ค่าเดินทาง ค่าขาดรายได้ รวมถึงค่าทุกข์ทรมานทางร่างกายและจิตใจ

แต่ความจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น บริษัทประกันภัยกลับเสนอจำนวนเงินชดเชยที่ต่ำกว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างมาก แม้ผู้เสียหายจะพยายามดำเนินเรื่องด้วยตนเอง ทั้งการยื่นเอกสารหลักฐาน และติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ก็ยังไม่ได้รับการตอบสนองอย่างเหมาะสม

เมื่อทนายความกลายเป็นความหวัง

เมื่อเห็นว่าความพยายามด้วยตนเองไม่เกิดผล ทั้งสองจึงตัดสินใจแต่งตั้งทนายความให้เข้ามาดำเนินเรื่องแทน โดยทนายความได้ยื่นเรื่องร้องเรียนไปยัง สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ซึ่งภายหลังเจ้าหน้า คปภ. ได้มีคำสั่งชัดเจนให้บริษัทประกันภัยทบทวนและประเมินค่าเสียหายใหม่อย่างเหมาะสม

อย่างไรก็ตาม บริษัทประกันภัยกลับเพิกเฉยและหรือฝ่าฝืนต่อคำสั่งของ คปภ. และยังคงยืนยันจำนวนเงินเดิมที่ต่ำเกินไป โดยไม่มีความคืบหน้าหรือความตั้งใจในการเจรจาที่เป็นธรรม

จากโต๊ะเจรจาสู่ศาล

เมื่อไม่สามารถหาข้อยุติได้ด้วยวิธีการเจรจา คดีจึงถูกส่งเข้าสู่กระบวนการทางศาล โดยทนายความได้ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายรวมเป็นจำนวนเงิน 1,540,000 บาท แบ่งเป็นของ น.ส. A จำนวน 1,050,000 บาท และของ น.ส. B จำนวน 490,000 บาท ซึ่งครอบคลุมค่ารักษาพยาบาล ค่าขาดรายได้ ค่าพาหนะในการเดินทางไปโรงพยาบาล ค่าสูญเสียความสามารถในการทำงาน รวมถึงค่าทุกข์ทรมานทั้งกายและใจ
นอกจากนี้ ยังมีการเรียกร้องค่าเสียหายเชิงลงโทษ (Punitive Damages) ซึ่งเป็นบทลงโทษทางแพ่งต่อบริษัทประกันภัย เนื่องจากมีพฤติกรรมละเมิดสิทธิของผู้บริโภค และฝ่าฝืนคำสั่งของหน่วยงานรัฐอย่าง คปภ.

ศาลมีคำพิพากษาเป็นธรรม

ท้ายที่สุด ศาลได้พิจารณาอย่างรอบคอบ และมีคำพิพากษาให้ บริษัทประกันภัยชดใช้ค่าเสียหายให้กับ น.ส. A และ น.ส. B ตามที่เรียกร้อง พร้อมทั้งกำหนดค่าเสียหายเชิงลงโทษเพิ่มเติมให้กับผู้เสียหายทั้งสอง คนละ 30,000 บาท โดยชี้ชัดว่าพฤติกรรมของบริษัทประกันภัยเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของหน่วยงานรัฐ และไม่แสดงความจริงใจในการชดเชยความเสียหาย

บทเรียนสำคัญจากกรณีนี้

กรณีนี้สะท้อนภาพให้เห็นว่า สิทธิของผู้บริโภคในระบบประกันภัยไม่ควรถูกมองข้าม และไม่ควรปล่อยให้ถูกละเมิดโดยไม่มีการตอบโต้ การมีทนายความที่มีความรู้ความเข้าใจในกระบวนการทางกฎหมาย และกลไกของรัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น คปภ. จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

สิ่งสำคัญคือ “อย่าเกรงกลัวเมื่อถูกริดรอนสิทธิ” เพราะกฎหมายยังคงเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการเรียกร้องความยุติธรรม และหากใช้ให้ถูกต้องก็สามารถพลิกสถานการณ์จากผู้เสียหายที่เคยถูกมองข้าม ให้กลับมายืนหยัดได้อย่างภาคภูมิ
การเพิกเฉยต่อคำสั่งของ คปภ. และการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายของบริษัทประกันภัย ไม่เพียงสร้างความเสียหายต่อผู้บริโภค แต่ยังนำไปสู่บทลงโทษทางกฎหมายที่รุนแรง การตัดสินใจของศาลในครั้งนี้คือเครื่องยืนยันว่า “ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย” และ ผู้บริโภคที่ลุกขึ้นสู้ด้วยความรู้และความถูกต้อง ย่อมได้รับความเป็นธรรมในที่สุด อย่ารอให้คุณถูกเอาเปรียบจากบริษัทประกันภัย เพราะบริษัทประกันภัยมีทนายความตั้งแต่รถยังไม่ชน ดังนั้น หากเกิดอุบัติเหตุประชาชนคนธรรมดาก็สามารถมีทนายความเพื่อนเดินเรื่องให้ได้เช่นเดียวกัน ปรึกษาทนาย >>ติดต่อเรา<<

“ลูกจะอยู่กับใคร?” เมื่อชาวจีน-ไทยหย่าร้าง ปมร้อนสิทธิ์การเลี้ยงดูลูกข้ามประเทศ

ในยุคที่รักไร้พรมแดน การแต่งงานข้ามชาติกำลังกลายเป็นเรื่องธรรมดาในสังคมไทย แต่เมื่อความรักจบลง คำถามสำคัญที่ตามมาคือ “ลูกจะอยู่กับใคร?” โดยเฉพาะในกรณีคู่สมรสชาวจีนกับคนไทย ที่มีลูกและใช้ชีวิตอยู่คนละประเทศหรืออาจจะประเทศเดียวกันแต่อาจจะเกิดการหย่าร้างและ กฎหมายของใครจะเป็นผู้ตัดสิน?

เตยมีกรณีหนึ่งที่หญิงชาวไทยถูกทำร้ายร่างกายจากสามีชาวจีนและหนีออกมาได้ เคสที่เธอเคยช่วยเหลือก็เช่นกัน กรณีหญิงไทยแต่งงานกับชายชาวจีน และมีบุตรร่วมกัน 1 คน ใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศจีน แต่มีลูกเป็นผู้หญิง จึงถูกทำร้ายทุบตีเพราะครอบครัวฝ่ายชายต้องการให้ได้ลูกชาย แต่เมื่อลูกยังอยู่กับอดีตสามีที่จีน คำถามใหญ่จึงกลายเป็น “เธอจะมีสิทธิ์ในตัวลูกแค่ไหน?”

กฎหมายไทยว่าด้วยสิทธิการเลี้ยงดูบุตรว่าอย่างไร?

ภายใต้กฎหมายครอบครัวไทย หากบิดามารดาหย่าร้างและไม่มีข้อตกลงเรื่องการเลี้ยงดูบุตร ศาลจะเป็นผู้พิจารณา โดยคำนึงถึง “ผลประโยชน์สูงสุดของเด็ก” เป็นหลัก มารดามักมีโอกาสได้สิทธิ์เลี้ยงดู หากไม่มีพฤติการณ์ที่ไม่เหมาะสม เช่น การทิ้งบุตร ไม่สามารถเลี้ยงดูได้ ฯลฯ

แต่ในกรณีที่เด็กอยู่ต่างประเทศ การใช้สิทธิ์ตามกฎหมายไทยอาจทำได้ยาก ต้องดำเนินการผ่านกระบวนการยุติธรรมระหว่างประเทศ ซึ่งต้องใช้เวลาและค่าใช้จ่ายสูง

เรื่องสิทธิการเลี้ยงดูบุตรหลังหย่า (ปกครองบุตร) อยู่ใน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1520 – 1565 ซึ่งมีหลักชัดเจนว่า:

  • หากไม่มีข้อตกลงระหว่างพ่อแม่ ศาลจะเป็นผู้พิจารณา
  • เกณฑ์หลัก ที่ศาลไทยใช้ คือ “ผลประโยชน์สูงสุดของเด็ก”
  • ไม่ได้ตัดสินจากว่าเป็นพ่อหรือแม่ฝ่ายใดโดยอัตโนมัติ แต่ดูจากปัจจัย เช่น:
    • ใครเลี้ยงดูเด็กมาก่อนหน้า
    • ใครมีความสามารถดูแลให้เด็กมีชีวิตที่มั่นคง ปลอดภัย และพัฒนาได้ดี
    • ความสัมพันธ์ทางจิตใจระหว่างเด็กกับแต่ละฝ่าย
    • พฤติกรรมของพ่อแม่ เช่น มีประวัติทำร้ายร่างกาย เสพยา หรือทอดทิ้งเด็กไหม

📌 สุดท้ายแล้วในกรณีนี้มีกฎหมายรองรับในทุกมาตรา หากเหตุการณ์ไม่ร้ายแรงสามารถตกลงกันเองได้ ก็ไม่จำเป็นต้องถึงชั้นศาล  ถ้าเหตุการร้ายแรงตามมาทีหลัง ศาลจะใช้ดุลพินิจตามสถานการและตัดสินตามความเหมาะสม

ความเข้มงวดของศาลตัดสินในจีน

จีนก็มีกฎหมายว่าด้วยครอบครัว ซึ่งอยู่ใน “ประมวลกฎหมายแพ่ง” (民法典 – Min Fa Dian) ซึ่งเพิ่งมีการปรับปรุงครั้งใหญ่ล่าสุดในปี 2021 โดยมีกฎหมายชัดเจนในเรื่องนี้ใน หมวด “การสมรสและครอบครัว”

หลักพิจารณาหลักในจีน:

  • ศาลจีนจะยึดหลักการว่า เด็กควรอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมที่สุด
  • เด็กที่อายุต่ำกว่า 2 ขวบ ศาลมักให้ มารดา เป็นผู้เลี้ยงดู โดยอัตโนมัติ ยกเว้นมีเหตุพิเศษ
  • เมื่อเด็กเริ่มโตขึ้น โดยเฉพาะเกิน 7 ปีขึ้นไป ศาลจะ รับฟังความเห็นของเด็กด้วย
  • ศาลจะพิจารณาเรื่อง:
    • รายได้ของแต่ละฝ่าย
    • ความมั่นคงในชีวิต ความสามารถทางเศรษฐกิจ
    • ความผูกพันของเด็กกับพ่อหรือแม่
    • สภาพแวดล้อม (สุขภาพ ความปลอดภัย ความเป็นอยู่ ฯลฯ)
    • พฤติกรรมในอดีตของแต่ละฝ่าย เช่น เคยทำร้ายร่างกายไหม และเคยประพฤติตัวไม่ดีกับครอบครัวหรือเปล่า

📌 กฎหมายจีน มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนในภาพรวม แต่ศาลยังคงใช้ดุลพินิจเช่นเดียวกับไทย โดยพิจารณาจากสถานการณ์และข้อมูลที่เสนอ

ในกรณีข้ามประเทศ ต้องดำเนินการอย่างไร?

เมื่อเด็กอยู่ในต่างประเทศไม่ว่าจะฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง การขอสิทธิ์เลี้ยงดูผ่านศาลไทย “ไม่สามารถใช้ได้โดยตรง” กับอีกประเทศ ต้องใช้กลไกทางกฎหมายระหว่างประเทศ เช่น อนุสัญญาว่าด้วยการลักพาเด็กระหว่างประเทศ (Hague Convention on Child Abduction) ซึ่งจีนไม่ได้เข้าร่วม ทำให้กระบวนการซับซ้อนขึ้นอีกหลายเท่า กรณีที่มีการทำร้ายร่างกาย เป็นสัญญาณชัดว่าเด็กหรือผู้เอาจอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัยจากผู้เป็นบิดาหรือ หากสามารถพิสูจน์ได้ว่าอีกฝ่ายมีพฤติกรรมรุนแรง ก็เป็น “จุดแข็ง” ในการขอสิทธิ์เลี้ยงดูมาอยู่กับอีกฝั่ง การใช้กฎหมายฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอย่างเดียว “ไม่พอ” จำเป็นต้องอาศัย

  • การว่าจ้างทนายที่เชี่ยวชาญเรื่องคดีครอบครัวหรือกฎหมายระหว่างประเทศ
  • การยื่นคำร้องขอปกครองบุตรต่อศาลประเทศนั้น (จีน) โดยมีหลักฐานจากฝั่งไทยสนับสนุน
  • การติดต่อผ่านสถานทูตไทยในจีน / กระทรวงการต่างประเทศ

ข่าวนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของครอบครัวหนึ่ง แต่สะท้อนปัญหาใหญ่ของการแต่งงานข้ามชาติที่ไม่ได้จบแค่ “รักไม่ลงตัว” แต่อาจกระทบไปถึงสิทธิของเด็กคนหนึ่งที่กำลังรอคำตอบว่า “ใครคือคนที่จะเลี้ยงดูฉันด้วยความรักที่แท้จริง”สุดท้ายแล้วการดำเนินการจะต้องผ่านทั้งสองฝั่งเนื่องจากคนละดินแดนกัน  ดังนั้นความยุ่งยากของการดำเนินคดีจึงยากตามไปด้วย เพราะไม่เพียงแต่ทั้งสองฝั่งจะมีกฎหมาย แต่ยังมีข้อบังคับอื่นๆอีกมากมายที่ไม่สามารถปฎิบัติตามใจตนเองได้ 

ปรึกษาทนายความคดีครอบครัวเพื่อสิทธิ์เลี้ยงดูลูก

สำนักงานกฎหมายทนายความ ซึ่งมี ทีมทนายผู้เชี่ยวชาญด้านคดีครอบครัวและกฎหมายระหว่างประเทศ สามารถให้ความช่วยเหลือในรูปแบบต่อไปนี้ :

👉บทบาททนายความในขั้นเริ่มต้น

✅ ให้คำปรึกษาเบื้องต้นเกี่ยวกับสิทธิการเลี้ยงดู
✅ ประเมินความเป็นไปได้ในการฟ้องร้องหรือดำเนินคดีในไทยและต่างประเทศ
✅ ติดต่อประสานกับหน่วยงานรัฐทั้งในไทยและจีน
✅ จัดเตรียมเอกสารทางกฎหมายและแปลอย่างถูกต้องตามหลักสากล
✅ สนับสนุนด้านจิตใจและแนะแนวทางปฏิบัติให้กับผู้ปกครองที่ได้รับผลกระทบ

👉 บทบาททนายความเมื่อถึงขั้นที่ต้องดำเนินคดีความ:

✅ช่วยประเมินความเป็นไปได้ในการดำเนินการผ่านศาลในต่างประเทศ

✅ช่วยประสานกับกระทรวงการต่างประเทศ และสถานเอกอัครราชทูตไทย เพื่อขอความร่วมมือในการติดต่อหรือเยี่ยมลูก

✅ยื่นคำร้องต่อศาลต่างประเทศในกรณีที่เด็กยังไม่สามารถถูกส่งตัวกลับได้ 

✅ยื่นคำร้องในศาลโดยใช้หลักฐานจากตำรวจ แพทย์ หรือสถานทูตไทย

✅ขอความร่วมมือจากองค์กรสิทธิมนุษยชน หรือหน่วยงานระหว่างประเทศ เพื่อช่วยเน้นย้ำความไม่ปลอดภัยของเด็ก

ในทางที่ดีที่สุดหากประสบเหตุการณ์แบบนี้ อย่างแรกคือปรึกษาทนายความผู้เชี่ยวชาญในด้านการทำคดีครอบครัว เพื่อความง่ายในการดำเนินการ และถูกต้อง เพราะในกรณีแบบนี้เราจะดำเนินการเองไม่ได้ ถึงแม้จะเป็นมารดาที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่เมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นในระหว่างประเทศ ความใหญ่ของคดีก็จะตามไปเช่นกัน ดังนั้นมีทนายไว้ให้คำแนะนำจึงจะทำให้คุณได้รับความยุติธรรมแบบสูงสุด

ทางสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์มีความชำนาญ และมีประสบการณ์ในการทำคดีความประเภทครอบครัวเป็นอย่างดี ทั้งทีมทนายความ หรือผู้ช่วยทนายความเองทุกคนล้วนแต่มีความชำนาญในการทำคดีประเภทนี้ในกรณีที่แตกต่างกันออกไป ผู้เสียหายท่านใดที่ต้องการให้เราทำคดีประเภทนี้ให้ไม่ต้องกังวลใจ สามารถปรึกษาได้ทุกกรณีเกี่ยวกับคดีผู้บริโภค   เพื่อให้คุณได้รับผลประโยชน์สูงสุด >>ติดต่อเรา << 

อ้างอิงจากเว็บไซต์ :ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1501 – 1535

เขียนโดย :วรารัตน์ วงโพธิสาร (นักศึกษาฝึกประสบการณ์ภาษาจีน)

สะเทือนนักท่องเที่ยว! คนจีนปล้นคนจีน ใจกลางกรุงเทพฯ

คดีปล้นทรัพย์โดยแก๊งคนจีนที่เกิดขึ้นกลางกรุงเทพฯ ไม่ใช่เพียงเหตุอาชญากรรมธรรมดา แต่สะท้อนภาพใหญ่ของ “ขบวนการต่างชาติ” ที่มีแผนปฏิบัติการชัดเจน มุ่งเข้ามาก่อเหตุในไทย และรีบหลบหนีออกนอกประเทศก่อนถูกตามจับ โดยล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหารายหนึ่งได้ที่จังหวัดชลบุรี ขณะกำลังลักลอบเล่นพนันกับกลุ่มคนจีนอื่น ๆ ภายในร้านอาหาร

  เหตุการณ์นี้ไม่เพียงสร้างความตื่นตระหนกในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติเท่านั้น แต่ยังชี้ให้เห็นถึงช่องโหว่ด้านความมั่นคง และความจำเป็นของระบบกฎหมายที่ต้องรับมือกับอาชญากรรมข้ามชาติให้มากขึ้น

  เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2566 เวลาประมาณ 20.40 น. กลุ่มชายชาวจีน 6 คน พร้อมอาวุธครบมือ บุกเข้าไปในบ้านพักของชาวจีน 3 คน ที่อาศัยอยู่ในย่านห้วยขวาง โดยใช้ปืนและมีดข่มขู่ ก่อนลงมือปล้นทรัพย์สินมูลค่ารวมกว่า 3 ล้านบาท รายการทรัพย์สินที่สูญหายประกอบด้วย:

  • แหวนทองคำขาวประดับเพชร ยี่ห้อ BVLGARI
  • กำไลข้อมือทองคำขาว ยี่ห้อ CARTIER
  • กระเป๋าถือ CHANEL สีดำ 3 ใบ
  • กระเป๋าเดินทาง RIMOWA
  • โทรศัพท์มือถือ iPhone 14 Pro จำนวน 2 เครื่อง

  หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ทำการเร่งสืบสวนและออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย จากการสืบค้นพบว่าผู้ต้องหาบางคนได้หลบหนีออกนอกประเทศแล้ว ขณะที่อีกหนึ่งคน คือ นายหลิว เจี้ยน อายุ 34 ปี ถูกจับกุมได้ในร้านอาหารจีนแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลบ่อวิน อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

ในขณะจับกุม ผู้ต้องหากำลังลักลอบเล่นพนันไพ่นกกระจอกกับกลุ่มชาวจีนอีก 6 คน เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการจับกุมทั้งหมดตามกฎหมาย และส่งผู้ต้องหาตามหมายจับกลับมาดำเนินคดีที่ สน.ห้วยขวาง ส่วนผู้ร่วมเล่นพนันอีก 6 คน ส่งตัวดำเนินคดีที่ สภ.บ่อวิน

อาชญากรรมข้ามชาติ—ปัญหาในเงามืด

จากข้อมูลของ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ เจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า กลุ่มผู้ต้องหาชุดนี้ เดินทางเข้ามาในไทยเพื่อก่อเหตุโดยเฉพาะ โดยมีการวางแผนอย่างเป็นระบบ เลือกเป้าหมายที่เป็นชาวจีนด้วยกันซึ่งมีฐานะดี และคุ้นเคยกับการถือครองทรัพย์สินมูลค่าสูง เมื่อก่อเหตุแล้วจะรีบแยกย้ายหลบหนีออกนอกประเทศ

การก่อเหตุในลักษณะนี้เข้าข่าย “อาชญากรรมข้ามชาติ” (Transnational Organized Crime) ซึ่งเป็นความผิดที่มีลักษณะร้ายแรง เพราะมีการวางแผนล่วงหน้า มีการแบ่งหน้าที่กันทำ และมักมีเครือข่ายในหลายประเทศ

กฎหมายไทยระบุชัดว่า หากความผิดใดมีลักษณะข้ามชาติหรือมีผู้ร่วมกระทำความผิดในหลายประเทศ จะมีการประสานกับสำนักงานตำรวจสากล (Interpol) และพิจารณาการดำเนินคดีในระดับระหว่างประเทศได้ เช่น การส่งผู้ร้ายข้ามแดน และการออก “หมายแดง” เพื่อจับกุมในต่างประเทศ

ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339

“ผู้ใดกระทำความผิดฐานชิงทรัพย์ โดยร่วมกันกระทำตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป หรือมีอาวุธติดตัวระหว่างกระทำความผิด ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 10 ปี ถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสี่หมื่นบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต”

หากมีการทำร้ายร่างกาย หรือปล้นในยามวิกาล โทษอาจสูงขึ้นอีก รวมถึงทรัพย์สินที่ปล้นไปจะถูกอายัดเพื่อนำคืนผู้เสียหาย

บทบาทของหน่วยงานรัฐและการตรวจคนเข้าเมือง

หลังเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ หน่วยงานรัฐอย่าง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เริ่มจับตาการเดินทางเข้า-ออกประเทศของชาวต่างชาติอย่างเข้มข้นมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่เข้ามาในลักษณะไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้ เช่น เข้ามาในฐานะนักท่องเที่ยว แต่กลับมีพฤติกรรมตั้งรกราก เปิดบัญชีธนาคาร เช่าคอนโดระยะยาว หรือมีการเคลื่อนไหวทางการเงินผิดปกติ

  ในทางกฎหมาย พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ให้อำนาจเจ้าหน้าที่สามารถเพิกถอนวีซ่า หรือผลักดันออกนอกประเทศได้ หากพบว่าบุคคลนั้นเป็น “ภัยต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน” นอกจากนี้ยังมีช่องทางการทำงานร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศเพื่อประสานข้อมูลกับสถานทูตของประเทศต้นทาง

แนวโน้มที่หลากหลายมากขึ้น นอกจากคดีปล้นทรัพย์หรือฉ้อโกงแล้ว ยังพบว่ามีบางกลุ่มใช้วิธีการแฝงตัวในลักษณะ “นักธุรกิจ” เช่น เปิดร้านอาหาร ร้านนวด หรือธุรกิจท่องเที่ยว เพื่อปกปิดเจตนาแท้จริงในการฟอกเงิน หรือใช้เป็นแหล่งข่าวในการหาข้อมูลเป้าหมาย  ในหลายกรณี กลุ่มเหล่านี้ยังสามารถสร้างเครือข่ายภายในได้อย่างรวดเร็ว เช่น รู้จักตำรวจท้องที่ หรือมีล่ามประจำตัว ทำให้การดำเนินคดีอาจถูกขัดขวาง หรือชะลอจากความซับซ้อนของภาษาและวัฒนธรรม นี่จึงทำให้ “บทบาทของทนายความ” กลายเป็นจุดเชื่อมที่สำคัญในการแปลความเข้าใจระหว่าง “กฎหมายไทย” กับ “บุคคลต่างชาติ”

กรณีเช่นนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า โลกยุคใหม่ไม่ได้มีแค่โจรเดินถนน แต่มี “อาชญากรใส่สูท” และ “แก๊งข้ามชาติ” ที่มีเทคโนโลยีและแผนการซับซ้อน ทั้งผู้เสียหายและผู้ต้องหา ต่างก็ต้องการ “เสียง” ที่เข้าใจภาษาและกฎหมายอย่างเท่าเทียม

ทนายความที่เชี่ยวชาญด้านต่างประเทศ โดยเฉพาะทนายที่สามารถสื่อสารได้หลายภาษา และเข้าใจกระบวนการสอบสวนระหว่างประเทศ จะมีบทบาทสำคัญมากในการช่วยเหลือคดีลักษณะนี้ ทั้งในมุมของการฟ้องร้อง การปกป้องสิทธิ ไปจนถึงการประสานกับหน่วยงานรัฐ

ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือคนต่างชาติ สามารถติดต่อเราได้ หากต้องการ ทนายที่เชี่ยวชาญและเข้าใจมิติข้ามชาติของกฎหมาย เพราะมันไม่ใช่แค่ความสะดวก แต่เป็น ความจำเป็น ที่จะช่วยให้คุณ “รอด” จากความเข้าใจผิด หรืออคติที่อาจเกิดขึ้นในกระบวนการยุติธรรม 

อ้างอิงจาก  https://www.ch7.com/sports/674459

 เขียนโดย กรรณิการ์ เจริญวีระวงศ์ (นักศึกษาฝึกประสบการณ์ สาขาภาษาจีน)

ทำไมต้องทำประกันภัยกับทนายอาร์ม? เจาะลึกข้อดีของการมีทนายความเป็นที่ปรึกษาในยามมีปัญหา

ในโลกยุคใหม่ที่การใช้รถยนต์เป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน “ประกันภัยรถยนต์” จึงกลายเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้ใช้รถทุกคนควรให้ความสำคัญ อุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าจะด้วยความประมาทของเราเองหรือของผู้อื่น และหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น การที่รถของคุณมีประกันภัยจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและคุ้มครองทั้งชีวิตและทรัพย์สินของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

แต่การเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ ไม่ควรตัดสินใจเพียงแค่ราคาหรือความคุ้มครองเท่านั้น สิ่งที่ควรพิจารณาเพิ่มเติมคือ “ความเข้าใจในสิทธิของผู้เอาประกัน” และนี่คือเหตุผลว่าทำไมการทำประกันภัยทุกประเภทกับ “ทนายอาร์ม” จึงเป็นตัวเลือกที่น่าเชื่อถือ เพราะนอกจากจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและการประกันภัยรถยนต์แล้ว ยังเข้าใจเงื่อนไขกรมธรรม์อย่างถ่องแท้ พร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน ตั้งแต่ก่อนซื้อประกันไปจนถึงการเคลมและการต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิเมื่อเกิดข้อพิพาท

ประกันภัยรถยนต์ไม่ใช่แค่เรื่องคุ้มครอง แต่คือเรื่องของ “ความเข้าใจสิทธิ”

หลายครั้งที่ผู้เอาประกันต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ซับซ้อน เช่น เมื่อเกิดอุบัติเหตุบริษัทประกันปฏิเสธความรับผิดกรณีนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลังมาเพื่อปฏิเสธผู้เสียหายหรือผู้เอาประกันภัย หรืออุบัติเหตุที่คู่กรณีไม่มีประกัน ฯลฯ ซึ่งในสถานการณ์เหล่านี้ ทนายความที่มีความเชี่ยวชาญด้านประกันภัยโดยตรงอย่าง “ทนายอาร์ม” สามารถวางแผน ให้คำปรึกษา และดำเนินการทุกอย่างอย่างมืออาชีพ เพื่อให้คุณได้รับความเป็นธรรมอย่างแท้จริง

จุดเด่นของเรา

1.เชี่ยวชาญด้านคดีประกันภัยรถยนต์โดยเฉพาะ
ทนายอาร์มมีประสบการณ์ตรงในคดีประกันภัยจำนวนมาก รวมถึงคดีสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการตีความเงื่อนไขกรมธรรม์ เช่น การนับผลแอลกอฮอล์ย้อนหลัง ที่เคยเป็นหนึ่งในทนายความรายแรกที่สามารถเอาชนะคดีลักษณะนี้ได้ในประเทศไทย

2.ให้คำปรึกษาอย่างมืออาชีพและเป็นระบบ
ตั้งแต่การเลือกประเภทของประกัน การอ่านเงื่อนไข การเตรียมเอกสาร ไปจนถึงการเจรจาเคลม หรือดำเนินคดีหากจำเป็น ทุกขั้นตอนมีการดูแลอย่างใกล้ชิด

3.โปร่งใส เป็นธรรม และใส่ใจทุกกรณี
บริการของเราตั้งอยู่บนหลักความโปร่งใส มีค่าบริการที่เหมาะสมและชัดเจน เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกมั่นใจว่าได้รับการดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญจริง ไม่ใช่เพียงตัวแทนขายที่ไม่มีความรู้ด้านกฎหมาย

ข้อดีของการมีทนายความเป็นที่ปรึกษาด้านประกันภัย

  • เตรียมพร้อมก่อนเกิดเหตุ
    คุณจะรู้ว่าเมื่อเกิดอุบัติเหตุควรทำอย่างไร เก็บหลักฐานอะไรบ้าง และจะไม่ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ
  • เจรจาต่อรองอย่างมืออาชีพ
    เมื่อเกิดข้อพิพาท ทนายสามารถช่วยต่อรองกับบริษัทประกันให้ได้วงเงินชดเชยที่สมเหตุสมผล
  • ดำเนินคดีได้ทันทีเมื่อจำเป็น
    ไม่ต้องเสียเวลาเปลี่ยนทีม หรือเริ่มใหม่ เพราะเรามีข้อมูลครบและสามารถดำเนินคดีต่อได้ทันทีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ทำประกันภัยรถยนต์กับทนายอาร์ม : คุ้มครองทั้งรถและสิทธิของคุณ

เมื่อเทียบกับการซื้อประกันภัยจากตัวแทนทั่วไป การเลือกใช้บริการของทนายอาร์มคือการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะคุณจะได้ทั้งความคุ้มครองที่ครอบคลุม และมี “เกราะทางกฎหมาย” ที่แข็งแกร่งที่สุดไว้คุ้มครองคุณในยามจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่บริษัทประกันปฏิเสธความรับผิด การเจรจาที่ไม่เป็นธรรม หรือแม้แต่ข้อพิพาทที่ซับซ้อน ทนายอาร์มสามารถเป็นที่พึ่งของคุณได้อย่างแท้จริง

สุดท้ายนี้ในโลกที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงและความไม่แน่นอน การมี “ทนายความ” ที่เข้าใจทั้งเรื่องกฎหมายและประกันภัยรถยนต์อย่างลึกซึ้งเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่เงื่อนไขกรมธรรม์มีความซับซ้อนมากขึ้น และบริษัทประกันมักใช้ข้อกำหนดเพื่อปฏิเสธความรับผิด

หากคุณกำลังมองหาบริการประกันภัยรถยนต์ที่ไว้วางใจได้ พร้อมคำปรึกษาด้านกฎหมายอย่างมืออาชีพต้องทำประกันภัยกับ “ทนายอาร์ม” คือคำตอบที่ใช่ที่สุดสนใจทำประกันภัยทุกประเภทกับทนายอาร์ม ทั้งประกันภัยรถยนต์ พ.ร.บ. หรือประกันประเภทอื่น ๆ
ติดต่อได้ที่เพจ โปรเด็ดประกันภัย By ทนายอาร์ม หรือแอดไลน์ที่ Line ID : @901unfpl
📞 โทร: 02-136-7501 หรือ 061-874-4448

ผู้บริโภคไม่ใช่ฝ่ายอ่อนแอ! เจอสินค้าจีนไม่ได้มาตรฐาน มีสิทธิฟ้องร้องเอาผิดผู้ขายได้เต็มที่ 

ในยุคที่ใครก็สามารถสั่งสินค้าจากประเทศจีนมาขายออนไลน์ได้อย่างง่ายดาย ผ่านแพลตฟอร์มยอดนิยมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Shopee, Lazada, TikTok Shop หรือ Facebook Marketplace ผู้บริโภคจำนวนมากจึงตกเป็นเหยื่อของ “สินค้าไม่มีมาตรฐาน” โดยไม่รู้ตัว

สินค้าราคาถูกเหล่านี้ บางชิ้นไม่มีเครื่องหมายการรับรองความปลอดภัย ไม่มีเอกสารศุลกากรถูกต้อง และบางกรณีก็ไม่ได้ขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) หรือ อย. ในกรณีที่เป็นอาหาร เครื่องสำอาง หรือของใช้ที่เกี่ยวข้องกับร่างกาย นอกจากนี้ ยังพบว่า สินค้าหลายชนิดไม่มีเอกสารศุลกากรอย่างถูกต้อง หรือไม่ชำระภาษีนำเข้า อย่างเหมาะสม ทำให้เมื่อเกิดความเสียหายขึ้นกับผู้บริโภค เมื่อนำไปใช้แล้วเกิดอุบัติเหตุ เช่น ไฟฟ้าลัดวงจร ไฟไหม้ บาดเจ็บ หรือเสียหายต่อทรัพย์สินกลับไม่มีการเยียวยาใด ๆ อย่างเหมาะสม อีกทั้งผู้ขายบางราย ปฏิเสธความรับผิดชอบ อ้างว่าสินค้าผลิตจากต่างประเทศ หรือเป็นแค่ “ตัวกลางนำเข้า” ผู้บริโภคอย่างเราสามารถเอาผิดกับผู้ประกอบการได้เต็มที่ไม่ต้องกลัวไร้ความยุติธรรม ในวันนี้สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์จะพาทุกคนไปพบกับวิธีการรับมือจากผู้ประกอบการที่เพิกเฉยต่อความเสียหายของผู้บริโภคกันค่ะ

เราจะรู้ได้ยังไงว่าสินค้าที่ซื้อมานั้นไม่ได้มาตรฐาน? 

เมื่อมองที่ตัวสินค้าผู้บริโภคมักตัดสินใจจาก “ราคา”  “รีวิว” และ “ความชอบส่วนตัว” โดยมองข้ามเรื่องความปลอดภัยและคุณภาพของสินค้า ซึ่งอาจทำให้ต้องเสียทรัพย์ หรือร้ายแรงถึงชีวิต  และสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์รวมถึงทนายความเชี่ยวชาญด้านผู้บริโภคจึงได้รวบรวม “วิธีเช็กง่าย ๆ” เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถป้องกันตัวเองได้ทันก่อนตกเป็นเหยื่อ

✅ 1. ไม่มีเครื่องหมายมาตรฐาน (เช่น มอก. หรือ อย.)

  • สำหรับสินค้าไฟฟ้า เครื่องใช้ในบ้าน ต้องมี ตราสัญลักษณ์ มอก. กำกับ
  • สินค้าอาหาร ยา เครื่องสำอาง ต้องมี เลขที่จดแจ้งของ อย. หากไม่มี ถือว่าไม่ได้มาตรฐานตามกฎหมาย

✅ 2. ไม่มีฉลากภาษาไทย

  • ตาม ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สินค้าที่ขายในไทยต้องมีฉลากภาษาไทยชัดเจน บอกรายละเอียด เช่น วิธีใช้ ส่วนผสม ข้อควรระวัง
  • หากฉลากมีแต่ภาษาจีนหรืออังกฤษ ไม่มีแปลไทย = ผิดกฎหมาย และเสี่ยงเป็นของไม่มีคุณภาพ

✅ 3. ราคาถูกผิดปกติ / ไม่มีที่มาชัดเจน

  • ของที่ถูกกว่าท้องตลาดมาก ๆ อาจเป็นสินค้าตกเกรด หรือไม่ได้ผ่านมาตรฐานการตรวจสอบ
  • ผู้ขายไม่สามารถบอกแหล่งที่มาหรือชื่อผู้นำเข้าได้ = น่าสงสัย

✅ 4. ไม่มีใบรับประกัน / ไม่มีข้อมูลติดต่อผู้ขาย

  • สินค้ามาตรฐานส่วนใหญ่มักมีใบรับประกัน หรืออย่างน้อยมีข้อมูลให้ติดต่อหากสินค้ามีปัญหา
  • ถ้าซื้อผ่านเพจ เฟซบุ๊ก หรือร้านค้าไม่มีชื่อ ไม่มีนโยบายคืนสินค้า = เสี่ยงสูงมาก

✅ 5. กล่อง/บรรจุภัณฑ์ผิดปกติ

  • ตรวจสอบว่ากล่องมีรอยแกะ ซองบุบ เบี้ยว สกรีนไม่ชัดเจน จนสามารถมองเห็นได้ชัด
  • สินค้าปลอม/ลอกเลียนแบบมักใช้บรรจุภัณฑ์ราคาถูก หลีกเลี่ยงต้นทุนสูง

หากพบสินค้าไม่มี มอก. หรือ อย. = ฟ้องได้!

ถ้าสินค้าที่คุณซื้อมาไม่มี มอก. หรือ อย. แล้วเกิดความเสียหาย เช่น บาดเจ็บ ไฟไหม้ ทรัพย์สินเสียหาย คุณสามารถ ฟ้องผู้ขายได้ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค และกฎหมายแพ่ง ได้ทันที ไม่ต้องกลัวว่าจะต้องรับผิดชอบคนเดียว 

โดยเฉพาะสินค้าที่ขายในไทย ผู้ขายไทยจะต้องรับผิด แม้จะอ้างว่านำเข้ามาจากประเทศจีนก็ตาม แต่ถ้าหากเป็นผู้ขายชาวจีนหรือต่างประเทศก็ควรจะต้องดูเอกสารการนำเข้าและดำเนินคดีตามกฎหมายไทยได้เลย   

กรณีสำคัญที่คุณสามารถดำเนินคดีทางกฎหมายได้

1. สินค้าไม่ได้มาตรฐาน ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุหรือบาดเจ็บ

  • เช่น กรณีซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า หม้อทอดไร้น้ำมัน เครื่องชาร์จ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ “ไม่มี มอก.” แล้วเกิดไฟไหม้ หรือไฟดูด
  • ผู้บริโภคสามารถยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง และแจ้งหน่วยงานรัฐตรวจสอบสินค้า

2. ไม่ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับสินค้า

  • หากผู้ขายไม่ได้แจ้งว่าเป็นสินค้านำเข้า ไม่มี มอก. หรือไม่มีใบอนุญาตจาก อย. ในกรณีสินค้าอาหาร/ยา
  • เข้าข่าย “โฆษณาเกินจริง” หรือ “ปกปิดความจริง” ผู้บริโภคสามารถแจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้ทันที

3. ผู้ขายไทยเป็น “ผู้รับผิดตามกฎหมาย” แม้จะบอกว่าสินค้ามาจากจีน

  • ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มาตรา 41 ระบุว่า “ผู้ขาย” ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดจากสินค้า แม้จะไม่ได้ผลิตเอง
  •  ต่อให้สั่งจากจีนมาขายแค่เป็นพ่อค้าคนกลาง ก็ยังถูกฟ้องร้องได้ เพราะจำหน่ายในประเทศไทย

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง :

  • พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522
  • พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 ตรวจสอบภาษีนำเข้าว่าได้นำเข้าอย่างเสียภาษีครบหรือไม่
  • กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 (ความรับผิดจากการละเมิด)
  • มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 (สมอ.)

แนวทางปกป้องสิทธิของผู้บริโภค

  1. เก็บหลักฐานทุกครั้งที่ซื้อสินค้าออนไลน์ เช่น ภาพสินค้า, แชท, ใบเสร็จ
  2. หากสินค้ามีปัญหา ติดต่อผู้ขายทันที และเก็บบันทึกการพูดคุยไว้เป็นหลักฐาน
  3. หากผู้ขายไม่รับผิดชอบ ให้ปรึกษาทนายหรือติดต่อ สคบ.

ในกรณีรุนแรง เช่น ไฟไหม้ บาดเจ็บ แจ้งความและฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้ทันที

ปรึกษาทนายจากสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ =  ปลอดภัยกว่า 

ทนายอาร์ม ทนายความผู้เชี่ยวชาญด้านคดีผู้บริโภค มีความเห็นว่า “ผู้บริโภคมีสิทธิตามกฎหมายในการฟ้องร้อง เรียกค่าเสียหาย ต่อผู้ประกอบการที่ทำให้ผู้บริโภคเสียหายและขอให้ฝ่ายงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบสินค้านั้นได้ทันที อย่ากลัว อย่าคิดว่าเราจะสู้อยู่ฝ่ายเดียว เพราะกฎหมายออกแบบมาเพื่อปกป้องผู้บริโภคเช่นกัน ”

หากคุณเป็นผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหายจากสินค้านำเข้าจากจีนหรือประเทศอื่นๆ อย่ารอให้เรื่องเงียบ ควรรีบปรึกษาทนายความ เพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้องก่อนดำเนินการทางกฎหมาย ทนายสามารถช่วยยื่นคำร้องต่อ สคบ. หรือฟ้องศาลแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหายได้อย่างเป็นระบบ อีกทั้งจะช่วยให้คุณได้รับความยุติธรรม

ทางสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์มีความชำนาญ และมีประสบการณ์ในการทำคดีความประเภทนี้ดีเป็นอย่างมาก ทั้งทีมทนายความ หรือผู้ช่วยทนายความเองทุกคนล้วนแต่มีความชำนาญในการทำคดีประเภทนี้ในกรณีที่แตกต่างกันออกไป และผลลัพธ์ในการทำคดี ส่วนใหญ่ออกมาเป็นที่น่าพึงพอใจสำหรับผู้ที่มาใช้บริการของเรา ผู้เสียหายท่านใดที่ต้องการให้เราทำคดีประเภทนี้ให้ไม่ต้องกังวลใจ สามารถปรึกษาได้ทุกกรณีเกี่ยวกับคดีผู้บริโภค 

👉  เพื่อให้คุณได้รับผลประโยชน์สูงสุด >>ติดต่อเรา<<

อ้างอิงจากเว็บไซต์ : https://www.mmthailand.com/cheap_china_product_threat/ 

เขียนโดย :วรารัตน์ วงโพธิสาร (นักศึกษาฝึกประสบการณ์ภาษาจีน)

โดนแขวนบนแพลตฟอร์ม X ต้องทำอย่างไร? พร้อมคำแนะนำจากทนาย

การถูก “แขวน” บนโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์ม X (Twitter เดิม) เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในยุคที่สังคมออนไลน์มีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน การถูกนำบัญชีไปเผยแพร่ให้ถูกรุมโจมตี หรือที่เรียกกันว่า “โดนแขวน” อาจทำให้เจ้าของบัญชีได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง ไม่ว่าจะเป็นชื่อเสียงที่เสียหาย การถูกคุกคาม หรือแม้แต่กระทบต่อหน้าที่การงาน ดังนั้น หากคุณตกเป็นเหยื่อของการโดนแขวน ควรรู้วิธีรับมือให้ถูกต้องและใช้กฎหมายปกป้องสิทธิของตนเอง

หากบัญชีโซเชียลถูกนำไปแขวนจนถูกรุมด่า ควรทำอย่างไรดี?

หากคุณพบว่าบัญชีของคุณถูกนำไปเผยแพร่ในลักษณะที่ก่อให้เกิดความเสียหาย สิ่งที่ควรทำมีดังนี้

1.เก็บหลักฐานทันที

o ทำการบันทึกภาพหน้าจอ (screenshot) ของโพสต์ที่แขวนบัญชีของคุณ รวมถึงคอมเมนต์ที่อาจเป็นการหมิ่นประมาทหรือคุกคาม

o หากมีการแชร์หรือแสดงความคิดเห็นที่เป็นการใส่ร้าย เก็บหลักฐานทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง

o ใช้วิธีการบันทึก URL หรือใช้เครื่องมือบันทึกข้อมูลจากเว็บไซต์ (Web Archive) เพื่อเก็บข้อมูลที่อาจถูกลบในภายหลัง

2.ตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของบัญชี

o หากคุณถูกโจมตีอย่างรุนแรง การตั้งค่าบัญชีให้เป็นส่วนตัวหรือปิดบัญชีชั่วคราวอาจช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกรุมด่าเพิ่มเติม

3.หลีกเลี่ยงการตอบโต้ด้วยอารมณ์

o อย่าตอบกลับคอมเมนต์หรือโพสต์ที่โจมตีด้วยถ้อยคำรุนแรง เพราะอาจทำให้สถานการณ์แย่ลง หรืออาจเป็นเหตุให้คุณถูกฟ้องกลับได้

4.รายงานโพสต์ที่เป็นปัญหา

o ใช้ฟีเจอร์รายงานโพสต์ (Report) ของแพลตฟอร์ม X เพื่อแจ้งให้ระบบตรวจสอบและลบโพสต์ที่ละเมิดนโยบาย

5.ปรึกษาทนายความเพื่อดำเนินการทางกฎหมาย

o หากการถูกแขวนทำให้คุณเสียหายหนัก เช่น ถูกข่มขู่ หรือถูกเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัว (Doxxing) คุณอาจต้องดำเนินการทางกฎหมายเพื่อปกป้องสิทธิของตนเอง

การแจ้งความกับตำรวจต้องเตรียมอะไรบ้าง

หากคุณต้องการแจ้งความเกี่ยวกับกรณีการถูกแขวนบนโซเชียลมีเดีย คุณควรเตรียมเอกสารและหลักฐานดังต่อไปนี้

1. หลักฐานที่เกี่ยวข้อง

o ภาพหน้าจอของโพสต์ที่มีการแขวนบัญชีของคุณ

o คอมเมนต์ที่เป็นการหมิ่นประมาท หรือข่มขู่

o รายละเอียดของบัญชีที่โพสต์ข้อความหมิ่นประมาท

o หลักฐานความเสียหายที่เกิดขึ้น เช่น ข้อความข่มขู่ที่ได้รับ หรือผลกระทบต่อหน้าที่การงาน

2. บัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง

o สำหรับใช้ยืนยันตัวตนของผู้เสียหาย

3. เอกสารที่เกี่ยวข้องกับคดี

o หากการโดนแขวนส่งผลต่อหน้าที่การงาน หรือเกิดความเสียหายต่อธุรกิจ ควรนำเอกสารที่เกี่ยวข้องไปประกอบการแจ้งความ

4. แจ้งความที่สถานีตำรวจในพื้นที่ที่เกิดเหตุ

o สามารถแจ้งความที่สถานีตำรวจท้องที่ หรือสำนักงานตำรวจไซเบอร์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

จำเป็นต้องมีทนายหรือไม่ และทนายสามารถช่วยอะไรได้บ้าง?

หลายคนอาจสงสัยว่าการถูกแขวนบนแพลตฟอร์ม X จนทำให้เกิดความเสียหายจำเป็นต้องมีทนายความหรือไม่ คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับระดับของความเสียหายที่เกิดขึ้น หากเป็นเพียงการถูกโจมตีชั่วคราว และไม่มีผลกระทบในระยะยาว อาจไม่จำเป็นต้องดำเนินคดี แต่หากมีการหมิ่นประมาทรุนแรง หรือส่งผลต่อชื่อเสียงและอาชีพการงาน ควรปรึกษาทนายความเพื่อพิจารณาดำเนินคดี

ทนายสามารถช่วยอะไรได้บ้าง?

  • ให้คำแนะนำทางกฎหมาย ว่ากรณีของคุณเข้าข่ายความผิดหรือไม่ และควรดำเนินการอย่างไร
  • ช่วยเจรจาไกล่เกลี่ย หากสามารถแก้ปัญหาได้โดยไม่ต้องดำเนินคดี
  • ดำเนินการฟ้องร้อง หากพบว่าการกระทำของผู้แขวนและผู้ร่วมด่ามีความผิดตามกฎหมาย เช่น
  • ความผิดฐานหมิ่นประมาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326-328
  • ความผิดฐานนำเข้าข้อมูลเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14(1)
  • เรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่ง หากเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงหรือการงาน

ตัวอย่างกรณีศึกษาที่เคยเกิดขึ้น

กรณีศึกษา: ผู้เสียหายถูกแขวนบนแพลตฟอร์ม X จนถูกคุกคามรุนแรง

มีลูกความรายหนึ่งของสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ที่ถูกนำบัญชี X ไปแขวน โดยมีผู้ใช้รายหนึ่งแชร์โพสต์ของเขาพร้อมข้อความที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด และมีผู้คนจำนวนมากเข้ามาด่าทอและกล่าวหาโดยไม่มีข้อมูลที่ถูกต้อง

ผลกระทบที่เกิดขึ้น

  • ผู้เสียหายถูกข่มขู่คุกคามจากบุคคลที่ไม่รู้จัก
  • มีการแชร์ข้อมูลส่วนตัว (Doxxing) ทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิต
  • ถูกบริษัทต้นสังกัดเรียกไปสอบสวน และเสี่ยงต่อการถูกไล่ออกจากงาน

การดำเนินคดี

  • ทนายความได้ดำเนินการรวบรวมหลักฐานและแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาทและนำเข้าข้อมูลเท็จ
  • มีการเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งจากผู้ก่อเหตุ
  • สุดท้ายศาลมีคำสั่งให้ผู้ก่อเหตุลบโพสต์ทั้งหมดและจ่ายค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหาย

ปกป้องสิทธิของคุณ อย่าปล่อยให้การถูกแขวนบนโลกออนไลน์ทำลายชีวิตคุณ

การถูกแขวนบนแพลตฟอร์ม X ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เพราะอาจนำไปสู่ความเสียหายร้ายแรงทั้งทางชื่อเสียงและชีวิตส่วนตัว หากคุณตกเป็นเหยื่อของการถูกแขวน ควรเก็บหลักฐาน แจ้งความ และหากจำเป็น ควรปรึกษาทนายความเพื่อดำเนินคดีให้ถูกต้อง

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ พร้อมให้คำปรึกษาและดำเนินทางกฎหมายในทุกกรณี หากคุณกำลังเผชิญกับการถูกแขวนบนโซเชียล อย่ารอช้า ติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษาจากทีมทนายความที่มีประสบการณ์!

Line @ คลิก! โทรหาเรา คลิก!